บุพเพร้ายแสนรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 939 Views

  • 7 Comments

  • 25 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    198

    Overall
    939

ตอนที่ 5 : ก่อนเกิดเหตุการณ์เสียใจ (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 161
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    22 ธ.ค. 61

หนึ่งปีก่อนหน้า...

“เฮ!” เสียงฉลองเฮฮาดังออกมาจากโซนวีไอพีแต่นั่นไม่ได้ทำให้คนที่มาโยกย้ายส่ายสะโพกสนใจแม้แต่น้อย กลุ่มนักนิสิตปีสุดท้ายที่มาฉลองให้กับการเรียนจบในวันที่รับปริญญานั้นทำให้บรรยากาศดูสนุกสนานมากจนแทบจนแทบจะไม่สนใจสิ่งใด

“ฉลองให้กับเกรดเอที่เราได้มันมาอย่างทรหด”  หนึ่งในกลุ่มพูดขึ้น

“เฮ!

“ฉลองให้กับรายงานบัดซบที่ทำเอาเราหัวหมุน” อีกคนพูดต่อ

“เฮ!

“และฉลองให้กับความสำเร็จของพวกเราในวันนี้!” และคนที่พูดน้อยที่สุดปิดท้าย

“เฮ!!!

เสียงเฮสนั่นดังลั่นขึ้นเป็นอีกเท่าตัวทุกคนต่างสนุกที่ได้มาปลดปล่อยในวันนี้เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะได้เจอกันอีก...ต่างคนต่างทำงานบ้างก็เรียนต่อวันนี้เลยถือเป็นวันส่งท้ายของการได้อยู่ร่วมกัน

น้ำสีสวยถูกเทลงคอแก้วแล้วแก้วเล่าไม่มีทีท่าว่าจะมีใครซวนเซล้มพับลงไปก่อนทุกคนยังคงแข่งกับแสง สี เสียงและของมึนเมาได้อย่างน่าทึ่งนัก

“นั่นๆ แกดู...เจ้าของผับเลยนะเว้ย อายุยี่สิบเจ็ดแล้วเปิดกิจการที่นี่มาได้สองปีแล้วดูท่าว่าจะรุ่งแบบไม่มีร่วงด้วย”

หนึ่งสาวพูดขึ้นให้เพื่อนๆ อีกนับสิบคนได้ฟัง ทุกคนเลยเบนสายตากลับไปยัง เจ้าของผับที่เพื่อนสาวบอกแล้วต้องยอมรับว่าทั้งหล่อและดูดีสมกับที่เป็นเจ้าของไม่เว้นแม้แต่สาวหนึ่งเดียวที่ยังครองตัวเป็นโสดเพราะไม่เคยรับผู้ชายคนไหนไว้พิจารณา

“สนมั้ยไอ้หนึ่ง” พักตราหรือนัทถามเพื่อนที่นั่งข้างๆ

“ไม่รู้ว่ะ”

“เห้ยๆ มันไม่ธรรมดาแล้วนะที่คนอย่างแกพูดว่าไม่รู้เนี่ย” ธากรหรือกรเพื่อนชายพูดแซ็ว

“ก็ฉันไม่รู้จริงๆ” นนทพัฒน์ทำหน้าตาเฉยก็คนมันไม่รู้จะให้ตอบว่ารู้ได้ยังไงกัน

“งั้นคนนี้แกลองมั้ย เขายังโสดแต่แกต้องจีบเองเพราะเขาไม่มีทางจีบแกแน่ๆ”

“ทำไม” นนทพัฒน์ถามเพื่อนเสียงนิ่งหน้าสวยตวัดมองคนที่เพื่อนบอกหล่อนักหล่อหนาอย่างไม่เข้าใจ

“สาวสวยข้างกายเขาเยอะ”

“ไหนบอกว่าโสด”

“เพื่อนครับ สาวสวยครับไม่ได้หมายถึงแฟน” กวินหรือต้นพูดขึ้นอย่างเอือมๆ

“เหมือนที่พวกมึงทำใช่มั้ย”

“เคยทำ!!!” สี่หนุ่มถึงกับพร้อมเพียงพร้อมยกมือขึ้นเขกหัวตัวเองอย่างระอา

“ดีนะที่แฟนกูไม่ได้มาด้วย” หนึ่งในสี่พูดขึ้นอย่างแขยง

เสียงที่ดังขึ้นทำให้ ภูมิ ภูธิปเจ้าของผับหันไปมองอย่างสนใจสายตาคมกล้าจับจ้องที่กลุ่มวีไอพีเกือบสิบคนที่อยู่ในชุดท่องราตรีจะมีก็แต่คนเดียว...หล่อนเป็นผู้หญิงที่แต่งตัวได้มิดชิดกว่าคนอื่นแต่ก็ไม่ได้ออกไปทางแม่ชี หญิงสาวคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองรอบๆ ร้านก่อนที่สายตาจะปะทะเข้าพอดีกับเขานานอยู่ชั่วอึดใจ

“คุณภูมิครับ ใบสั่งจ่ายมาแล้วครับ”

“ครับน้าเข้ม”

น้าเข้มคือคนสนิทของบิดาเปรียบเสมือนคนในครอบครัวเขาเพียงอีกคนนับจากที่บิดาเสียไป น้าเข้มก็อยู่กับเขาเรื่อยมาจนเขาได้เปิดกิจการเป็นของตัวเองก็มีน้าเข้มนี่แหละที่ช่วยทำทุกอย่าง

ชายหนุ่มรับคำผู้อาวุโสก่อนจะเดินขึ้นไปชั้นบนเพื่อเคลียร์เอกสารก่อนที่ตัวเองจะต้องเดินทางไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัดตามกำหนดการที่ตั้งใจไว้ว่าหนึ่งปีเขาต้องไปพักผ่อนได้ถึงสองครั้งหรืออาจจะมากกว่า นั่นก็แล้วแต่ว่างานมันจะติดพันเขามากน้อยแค่ไหน

นนทพัฒน์มองตามร่างสูงใหญ่จนลับสายตา ดวงตาคมกล้าเมื่อกี้ที่เขามองมามันทำให้เธอใจสั่นไปพอสมควร ขนาดระยะห่างไกลกันมากกว่าเจ็ดโต๊ะกั้นแต่เธอกลับยังจำสายตานั้นได้ดี

“ฉันว่า...ฉันอาจจะลองดู”

หญิงสาวพูดขึ้นมาลอยๆ โดยที่ตายังจับจ้องอยู่ทางที่เจ้าของผับเดินหายไปถึงแม้เสียงจะเบาแต่เพื่อนกลับได้ยินกันทุกคน เลยได้แต่มองหน้ากันเลิ่กลั่กเพราะไม่รู้ว่าแค่พึมพำหรือต้องการพูดให้ใครฟังหรือเปล่า...

“แกว่าอะไรนะ”

“ฉันบอกว่าจะลองดู”

“...”

“จะลองจีบเขาดู”

เพียงเท่านี้เพื่อนๆ ก็ต่างทำหน้าเหมือนเห็นผีจนนนทพัฒน์ต้องกลอกตาไปสามร้อยหกสิบองศาจากนั้นจึงลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปโดยไม่บอกไม่กล่าวแต่เพื่อนๆ คิดว่า ดีแล้วเพราะพวกเขายังทำใจกับสิ่งที่เพื่อนสาวพูดไม่ได้!

นนทพัฒน์มายืนอยู่ข้างบันไดที่จะพาใครก็ตามให้สามารถขึ้นไปที่ชั้นสองซึ่งเป็นห้องทำงานของเจ้าของผับ เธอเลยนั่งอยู่ที่บาร์สั่งเครื่องดื่มอ่อนๆ มาดื่มไปพลางมองข้างบนไปพลางอย่างเพลิดเพลินทำให้บาร์เทนเดอร์สองคนถึงกับทำอะไรไม่ถูก จนลูกพี่เดินลงมานั่นแหละทุกคนเลยประจำที่พร้อมๆ กับที่หันมองหญิงสาวในชุดเสื้อกล้ามพิมพ์ลายดาร์กๆ สีดำสวมกางเกงสกินนี่หนังสีดำมันวาวพร้อมด้วยรองเท้าสีดำหุ้มส้น

ภูธิปมองหญิงสาวอย่างฉงนเพราะตั้งแต่เขาเดินลงบันไดมาเจ้าตัวก็มองตามเขาอย่างไม่ละสายตา จนทำให้ชายหนุ่มเริ่มหนาวๆ ร้อนๆ อย่างไรพิกล จะว่าเธอเป็นคู่แข่งทางด้านธุรกิจคงไม่ใช่หรือจะเป็นคนที่คิดไม่ดีไม่ร้ายกับเขายิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ สัญชาตญาณในกายบอกกับเขาว่าผู้หญิงคนนี้ไม่มีพิษมีภัยอะไรหรอก

“ไม่ทราบมีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าครับ” เขาเดินเข้าไปถาม ใบหน้าคมเข้มยิ้มให้หญิงสาวอย่างใจดีในฐานะเจ้าของร้าน

“ไม่ค่ะ ขอโทษด้วยค่ะ”

เอาเข้าจริงเธอกลับปอดแหก...นนทพัฒน์ได้แต่คิดในใจระหว่างที่เดินก้มหน้าก้มตาไปทางห้องน้ำโดยไม่รู้เลยว่าชายหนุ่มมองตามไปอย่างไม่เข้าใจแต่เขาจำใบหน้าหวานดุนั้นได้ดี

“ไปเตรียมรถเถอะครับน้าเข้มเดี๋ยวผมตามออกไป”

เขาสั่งงานลูกน้องอีกนิดหน่อยแล้วค่อยเดินออกไปเพื่อขึ้นรถที่ถูกเตรียมไว้ตามคำสั่ง วันนี้เขาเหนื่อยมากจริงๆ ที่ต้องสู้รบปรบมือกับแฟนเก่าไหนจะงานที่ประเดประดังเข้ามาพร้อมกัน

เขาเพิ่งเลิกกับแฟน...

“หึ” ชายหนุ่มแค่นหัวเราะ ลูกน้องที่นั่งด้านหน้าคอยชำเลืองมองผ่านกระจกมองหลังอย่างระแวง ตั้งแต่เมื่อเย็นวานที่แฟนสาวนัดให้ไปพบเขาก็เห็นว่าเจ้านายดูครึ่งยิ้มครึ่งบึ้งยังไงชอบกล

ภูธิปถูกแฟนสาวที่คบหากันมากว่าสามปีนัดให้ไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เธอทำทีเป็นชวนคุยเพื่อเบี่ยงประเด็นในตอนแรกแต่เขากลับเดาออกเลยเร่งรัดว่ามีอะไรให้พูดมา นั่นล่ะ...เธอไม่อ้อมค้อมอีกเลย

“ภูมิ รัดว่าเราลองห่างกันสักพักมั้ย”

“...ทำไม” ไม่ใช่ว่าไม่ตกใจแต่เขาทำใจกับเรื่องนี้มาสักพักแล้วตั้งแต่ที่ชวนเธอไปไหนเธอมักจะบ่ายเบี่ยงและเขาไม่มีเวลาให้เธอเหมือนเก่าแต่นี่มัน...เร็วกว่าที่คาดไว้เท่านั้น

“เอาตรงๆ เลยนะภูมิ คุณไม่มีเวลาให้รัดเลยสองปีที่ผ่านมา ตั้งแต่คุณเริ่มกิจการคุณก็อยู่กับรัดน้อยลง”

“ผมขอโทษ ตอนนี้อะไรๆ มันก็อยู่ตัวแล้วเราอย่าเพิ่งห่างกันเลยนะรัด”

ใช่...นี่คือคำวอนขอของเขาที่ใช้กับผู้หญิงที่รักแต่เธอเลือกที่จะเมินมันและยังยืนยันเจตนาเดิมของตนเองจนเขาก็จนปัญญาที่จะค้าน

“ตกลงเราจะเลิกกันจริงๆ เหรอรัด”

“เราแค่ห่างกันสักพักภูมิ ห่างเพื่อทบทวนหัวใจตัวเอง” เขาแค่นยิ้มมุมปาก...แล้วมันต่างกันตรงไหนวะ!

“ผมยอมรับการตัดสินใจของรัด...โชคดี” แล้วเธอก็เดินจากไปแบบไม่เหลียวหลังเลยแม้แต่น้อย เขาล่ะอยากจะตะโกนถามเธอจริงๆ ว่าเคยรักกันบ้างหรือเปล่า!

กลับมาที่ปัจจุบัน...ชายหนุ่มนั่งสีหน้าไม่ปกติอยู่ที่เบาะหลัง อาการเหมือนคนอกหักแต่ก็ยังไม่ใช่ เพราะแฟนสาว...ไม่สิ อดีตแฟนสาวต่างหากที่บอกว่า แค่ห่างไม่ได้ เลิกกัน

“กลับบ้านเลยหรือเปล่าครับนาย”

“อือ” เขาขานรับในลำคออย่างคนไร้เรี่ยวแรง ลูกน้องสองคนที่นั่งอยู่เบาะหน้ามองหน้ากันอย่างไม่รู้จะทำยังไง ตั้งแต่มาทำงานกับคนเป็นนายเขาก็ไม่เคยเห็นอีกฝ่ายยิ้มเต็มหน้าเลยสักครั้ง จะว่าเพราะทนคบกับแฟนสาวก็ไม่ใช่เพราะเจ้านายเขารักของเขามากแต่มากถึงขั้นไหนก็สุดรู้ แต่ที่แน่ๆ มีเพียงคนสนิทหรือก็คือ คนในปกครองเท่านั้นที่รู้ว่าเจ้านายไม่ได้โสดอย่างที่สาวๆ ชอบพูดกัน เพราะนายของพวกเขาไม่เคยพาคนรักมาทำงานด้วยเลยสักครั้ง!

ชายหนุ่มมองเมินออกไปทางหน้าต่างรถ ท้องฟ้าเที่ยงคืนมันคงเป็นอะไรที่มืดพอๆ กับใจเขาตอนนี้เลยล่ะ!

=================================

ฝากเพจค่าาา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

0 ความคิดเห็น