ปรารถนา แสนพยศ

ตอนที่ 6 : ของรางวัลของธีรัช

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 445
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    15 ก.ค. 61

รินทร์รญาค้อนเจ้าม้าสีขาวตัวต้นเหตุที่ทำให้เธอแพ้อย่างหมดรูป ส่วนคนชนะกำลังยิ้มกริ่ม โดยมีสาววัยรุ่นเสียงแหลม คอยเกาะแขนเขาแจ ปากก็พร่ำชื่นชม ถึงความเท่ห์ ความเก่งของเขา และอ้อนขอให้เขาสอนขี่ม้า ธีรัชก็ไม่ขัดศรัทธา แต่เขาเลือกม้าที่เป็นม้าใช้งานตัวเดิมในไร่ ไม่ได้ใช้ตัวที่วิ่งแข่งชนะเธอในการสอนวาลินี

                “ลูกพี่...ไม่ลองขอแข่งใหม่หรือครับ”

 คำแนะนำจากก้อยกุ้ง ยิ่งทำให้เธอรู้สึกเหมือนพวกขี้แพ้ยังไงพิกล หญิงสาวเชิดหน้า ก่อนจะสั่นหน้าน้อยๆ

                “ไม่หรอกย่ะ แพ้ก็คือแพ้”

                “หนนี้จะโดนอะไรอีกก็ไม่รู้นะครับ”

                “พูดมาก”

เธอหันมาตวาด ก่อนจะมองธีรัช เขาเพียงแค่มายิ้มเย้ยเธอ แล้วบอกให้เธอว่าเตรียมตัวไว้ เขาจะเรียกเดิมพันหลังอาหารเย็น มันคืออะไรกันนะ ที่ตานั่นจะเรียกร้องเอาจากเธอ

                คงจะใช้ให้เธอทำอะไรที่น่าเจ็บใจอีกกระมัง หญิงสาวย่นจมูก พลางเดินเลี่ยงหลบออกมาเสีย เพื่อจะได้กลับไปทำใจ บิดาซึ่งรู้ว่าทั้งสองท้าแข่งขันกันแต่ไม่ได้ออกไปดู เพราะมัวแต่โขกหมากรุก จิบเหล้า ย้อนความหลังกับเพื่อนรัก เอ่ยทักทันทีเมื่อเห็นลูกสาวเดินหน้ามุ่ยกลับเข้าบ้านมา

                “อ้าว...แพ้เหรอ”

                “พ่อ!

 หญิงสาวทำเสียงแหลม โตมรเลยหัวเราะร่วน ก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ

                “แหงๆ แพ้พี่เค้าล่ะสิ แพ้บ้างก็ดีน่ะลูก แพ้น่ะเป็นบทเรียน ชนะบ่อยไปจะทำให้เราหลงตัวเองเสียเปล่าๆ คนเราต้องมีบทเรียนกันบ้าง”

                “โอ๊ย! ไม่คุยด้วยแล้ว อารมณ์เสีย เย็นนี้ลูกหนูจะไม่ลงมากินข้าวกับพ่อ โมโห”

ว่าแล้วเจ้าหล่อนก็เดินปึงๆ ขึ้นไปยังชั้นสอง พวกเขามองตากันก่อนจะหัวเราะ

                “ลูกสาวข้า ขี้งอนแบบนี้ล่ะ”

                “ว่าแต่ว่าหลานชายเอ็งน่ะ ท่าทางดีเลย”

ประภาสทำตาวาว เขาเห็นท่าทางของลูกสาวแล้ว เลยชักอยากจะแนะนำให้สนิทสนมกับธีรัชมากขึ้น ตระกูลนี้ใครก็รู้ว่ารวยมหารวยขนาดไหน

                “ไม่ดีมากหรอกว่ะ” โตมรรีบแก้ มองเพื่อนอย่างรู้ทัน ก่อนจะกระแอม

 “ลูกสาวเอ็งน่าจะได้เจอคนดีๆ มากกว่าไอ้ธามหลานชายฉันมันเสือดีๆ นี่เอง”

                เจอเบรคเข้าไปเลยได้แต่หัวเราะแหะ แหะ แล้วชวนกันเล่นหมากรุกต่อ ประภาสและครอบครัวเดินทางกลับไปในเวลาเที่ยงวัน โดยหอบของฝากกลับไปพะรุงพะรัง ดูแม่สาววัยรุ่นจะอาลัยธีรัชนัก เธอแลกไลน์ และเบอร์โทรศัพท์ไว้ ย้ำแล้วย้ำอีกว่าให้ติดต่อกับเธอด้วย

                “แล้วนี่พนันอะไรไว้กับลูกหนูล่ะ”

โตมรเอ่ยถาม มื้ออาหารเย็นวันนี้ไม่มีรินทร์รญา เธอไม่ยอมลงมารับประทานอาหารเย็นด้วย ไปขอเจียวไข่กินในครัวตั้งแต่บ่าย แล้วก็เก็บตัวเงียบไม่ยอมลงมาพบหน้าใครเลยสักคน

                “ของสำคัญนิดหน่อยครับ”

 ธีรัชยิ้มเจ้าเล่ห์ ของที่เขาตั้งใจจะขอจากรินทร์รญา แน่ใจว่าอีกฝ่ายต้องกรี๊ดแน่ๆ กับสิ่งที่เขาต้องการในฐานะผู้ชนะ

                “สำคัญมากไหม อย่าบอกว่าเรียกเงินยัยลูกหนูเป็นล้านนา”

                “ไม่หรอกครับลุงโต โธ่...หึๆ เดิมพันนิดๆ หน่อยๆ ผมไม่แกล้งน้องมากหรอกครับ”

                “เห็นเราชอบแกล้งชอบหยอกกันมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว เอ...คิดอะไรกับยัยลูกหนูหรือเปล่า เจ้าธาม”

 เจอแบบนี้เข้าไป คนที่กำลังเริ่มคิดเจ้าเล่ห์กับรินทร์รญาจริงๆ ถึงกับแก้มเป็นสีเรื่อขึ้นมา เขาวางช้อนแล้วรีบสั่นหน้า

                “ไม่ครับ ลุงโต ผมจะไปคิดอะไรกับยัยเด็กแสบ เอ่อ...ขอโทษครับ แต่ว่าผมกับลูกหนูน่ะ...ไม่เอาดีกว่า”

                “อยากให้คิดว่ะ”

 จู่ๆ คำพูดของโตมรก็ทำเอาธีรัชแทบจะสำลักน้ำที่กำลังดื่ม เขาขมวดคิ้ว โตมรยักไหล่ พลางพูดตรงๆ ตามแบบคนขวานผ่าซาก

                “ลูกสาวลุงหน้าตาสวย ฉลาด แถมท้ายด้วยมรดกติดตัวอีกเพียบ ไม่อยากให้ใครได้ไปนอกจากคนกันเอง”

                “ลุงโต”

                “ไม่ต้องมาทำหน้าแบบนั้นหรอกน่า บอกตรงๆ ลุงไม่เคยไว้ใจไอ้มาร์คไอ้ไม้อะไรนั่นเลยสิ ผับพ่าเถอะ! มันระแวงแปลกๆ ถึงได้ยื้อไม่ให้แต่งกันเสียที มันจะยกขันหมากมาขออยู่”

                “แต่ผมเอ่อ...” ธีรัชกลืนน้ำลาย ก่อนจะยิ้มแหย

 “ไม่ไหวจริงๆ นะครับลุงโต”

                “เอ่อ...แค่อยากให้คิดๆ ให้เผื่ออยากจะลองจีบน้องดู”

 โตมรหัวเราะ เห็นสีหน้าของธีรัชแล้วก็ยิ่งขำ ก่อนจะแกล้งสัพหยอก

                “ไม่ลองนิดเหรอ เอาน่า...ลุงเชียร์เลยเต็มที่ สินสอดไม่เอาสักบาท เอาแค่ปราบพยศแม่เจ้าประคุณได้เป็นพอ”

                “ลุงโต”

                “โอเคๆ ไม่ล้อแล้วก็ได้ แต่เก็บเอาไปคิดได้นะ หึๆ”

 เขาหยอกส่งท้าย แล้วก็เลิกพูดชวนคุยไปเรื่องอื่น ก่อนที่หลานชายจะหน้าแดงจัดไปกว่านี้ หลังมื้ออาหารกรดลน้องชายโทรศัพท์มาคุยและถามไถ่ เกี่ยวกับหลานชาย โตมรเริ่มชักจะคิดเรื่องนี้จริงจังขึ้นมาเสียแล้ว เรื่องระหว่างรินทร์รญาและธีรัชนี่ ถ้าเกิดคู่กัน กลายเป็นคู่กันขึ้นมา จะเป็นยังไงกันนะ

                “หืม? เอางั้นเลยหรือครับพี่โต”

                “เอ่อ...ก็อยากให้มันเป็นอย่างนั้น พี่ไม่ไว้ใจไอ้คู่หมั้นหน้าหล่อ ดีเกินไปของยัยลูกหนูเลย สัญชาตญาณมันบอกว่ามีอะไรแปลกๆ ไม่ธรรมดา”

                “โธ่...” กรดลหัวเราะ

 “ไม่ดีกว่าครับพี่โต อย่าไปยุ่งกับเด็กๆ มันเลย”

                “อยากยุ่งนี่หว่า โสดมานานเหงาใจ หึๆ เลยอยากเป็นพ่อสื่อว่ะ”

                “พ่อสื่อระหว่างยัยลูกหนู กับนายธามนี่นะครับ คงจะยากมาก เหนื่อยเปล่าครับ”

                “ส่งแม่สื่อมาสักคนสิ ยัยขวัญน่ะ เอามาช่วยกัน” โตมรแนะ หนนี้กรดลหัวเราะร่วนกว่าเดิม

                “จะไปหรือครับนั่น”

                “เอาน่า น่าลองจะตายไป ยัยขวัญเป็นเจ้าแม่จอมวางแผนอยู่ เอ่อ...ว่าแต่อยู่ไหม ให้พี่คุยกับหลานหน่อย”

                “ได้สิครับ เดี๋ยวผมเรียกให้”

 เสียงตะโกนเรียกหลานสาวอย่างครองขวัญดังขึ้น สักพักโตมรก็ได้คุยกับเจ้าหล่อน ฝ่ายนั้นทักเสียงแจ้วมาเลยทันที

                “ลุงโตขา คิดถึงจังเลย”

                “ลุงก็คิดถึง มีเรื่องจะอยากให้ช่วย รับรองว่าสนุกแล้วก็ได้ค่าจ้าง”

                “เอ๋? ลุงโตจะจ้างขวัญทำอะไรคะเนี่ย”

                “งานแม่สื่อ”

                “หา!

                ดูเหมือนโตมรจะจริงจังมากกับเรื่องที่คิดไว้สดๆ ร้อนๆ นี่ถึงกับลงทุนจะว่าจ้างกันเลยทีเดียว ส่วนเป้าหมายทั้งสองนั้น ถ้ารู้เข้า คงจะหนาวๆ ร้อนๆ แน่นอน

 

.......................................................................................................................................................................................................

 

                เสียงเคาะประตูทำให้คนที่กำลังเพลินกับการดูซีรีย์ต่างประเทศ หน้านิ่วเล็กน้อย เธอสั่งไว้แล้วว่าห้ามใครรบกวน ข้าวมื้อเย็นก็ไม่ได้ลงไปรับประทานกับครอบครัวเหมือนเคย เธอเกรงว่าเห็นหน้าของผู้ชนะแล้วจะพานกินข้าวไม่ลง เลยเลือกจะไปอ้อนแม่ครัวให้ทำอาหารง่ายๆ ให้ แล้วกินมันในครัวนั่นเลย ก่อนจะมาเก็บตัวอยู่ในห้อง ดูซีรีย์อย่างสนุกสนาน

                “ใครคะ”

เสียงหวานเอ่ยถาม แล้วเปิดประตูออกไปโดยไม่รอฟังคำตอบ เพราะมั่นใจว่าคนในบ้านตน ไม่มีอันตรายอะไรอยู่แล้ว หากคนที่ยืนยิ้มให้เธอตรงหน้า ทำให้เธออยากจะปิดประตูใส่หน้านัก

                “พี่ธาม มีธุระอะไร”

                “พี่จะมาคุยเรื่องเดิมพัน” ชายหนุ่มตอบ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องเธออย่างหน้าตาเฉย รินทร์รญาอ้าปากค้าง แล้วรีบเดินไปดักหน้าเขาไว้

                “คุยพรุ่งนี้ก็ได้ ออกไปจากห้องลูกหนูนะ”

                “พี่ชนะวันนี้ ก็จะต้องได้ของรางวัลวันนี้”

 นัยน์ตาเจ้าเล่ห์กรุ่มกริ่มที่มองเธอ เล่นเอารินทร์รญาหน้าร้อน เธอกอดอก ทำท่าจะพูดจาโต้ตอบ ธีรัชเอ่ยต่อเสียงทุ้มเสียก่อน

                “หรือลูกหนูจะเบี้ยวสัญญาของเรากันล่ะ อ้อ...พี่ไม่เอาก็ได้นะ ถือว่า...”

 ธีรัชทำท่าจะเดินออกประตูไป ท่าทีของเขาทำให้เธอทนไม่ได้ เพราะศักดิ์ศรีมันค้ำคอ

                “จะเอาอะไร”

 หนนี้เธอไปยืนขวางหน้าเขาไว้ ก่อนที่เขาจะออกจากห้อง ธีรัชยิ้มกริ่ม แทนคำตอบ เขากระชากร่างน้อยเข้ามาในอ้อมแขน รวดเร็วเกินกว่าที่รินทร์รญาจะทันตั้งตัว

                “จูบ...อีกครั้ง”

                “หะ...”

                ริมฝีปากได้รูปร้อนรุ่ม กดลงบนกลีบปากอิ่ม เจ้าของปากนิ่มตัวแข็งทื่อเพราะตกใจ ก่อนที่จุมพิตนั้นจะค่อยทวีความอ่อนโยน ด้วยการแตะไล้แผ่วเบา ปลายลิ้นเลียไล้กลีบกุหลาบ จนเจ้าของตกใจเผยอปากให้เขา บุกรุกชิมความหวานล้ำของน้ำผึ้งรวง

                โอ...นี่มันอะไรกัน

                รินทร์รญาได้แต่อุทานในอก เมื่อจุมพิตเร่าร้อนดื่มด่ำโจมตีเธอ ร่างน้อยที่เขากอดไว้ค่อยร้อนรุ่มไปด้วยไฟบางอย่าง ร้อนวูบวาบประหลาด สุมจากกลางเรือนกาย แผ่ไปทั่วผิวเนื้อสาวที่ถูกเขาสัมผัส ธีรัชยังคงดื่มด่ำชิมลิ้มความหวานล้ำ มันช่างหวานนัก จุมพิตที่ตั้งใจจะมาปล้นหนนี้ กำซาบเสียยิ่งกว่าหนแรก

                เขาผละจากร่างแน่งน้อย ทั้งๆ ที่ไม่อยากปล่อยเธอจากอ้อมกอดเลย ตาคมจัดมองดูกลีบปากที่บวมขึ้นเล็กน้อย รินทร์รญายังคงดูงงๆ ตาปรือปรอย เพราะพิษจากจุมพิตร้อนเร่า ชายหนุ่มยิ้มใส่ตาเธอ จับคางมนเขย่าเบาๆ อย่างจะหยอก พลางกระซิบเสียงทุ้ม

                “ขอบคุณสำหรับรางวัล”

                แล้วร่างสูงก็เดินผละออกไปจากห้อง ทิ้งให้รินทร์รญายืนกะพริบตาปริบๆ อย่างงุนงง ก่อนที่จะแตะปากอิ่ม แล้วหน้าแดงจัด

                นี่มันบ้าอะไรกัน!ไม่ใช่ตาบ้าที่มาจาบจ้วงปล้นจูบเธอนะ แต่เป็นหัวใจของเธอ ทำไมมันถึงเต้นรุนแรงราวกับจะกระโดดออกมานอกอก และที่สำคัญ กับสัมผัสเร่าร้อนเอาแต่ใจนั้น เธอดันไปหลงใหลได้ปลื้ม ยอมตามอย่างหน้าตาเฉย!

                มันเกิดขึ้นอะไรกับหัวใจเธอนะรินทร์รญา

 

...........................................................................................................................................................................

 

หลังจากคืนนั้น ที่เขาไปทวงเดิมพันเข้ากับแม่สาวคู่กัด ธีรัชก็รู้สึกแปลกๆ จนต้องหลบหน้าเจ้าหล่อน บอกตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมถึงอยากสอนจูบหล่อน แต่อะไรบางอย่างมันมาควบคุมสมองให้เขาทำไป อ้างกับตัวเองว่าเพราะหนแรกจูบไม่ได้เรื่องเลยต้องแก้ตัว แล้วทำไมต้องแก้ตัวด้วยวะ...ไม่เข้าใจตัวเอง

ธีรัชยักไหล่ เขาคงจะห่างจากสาวๆ ไปนานกระมัง ถึงได้เพี้ยนไปนิดหน่อยแบบนั้น หรือจะเพราะโตมรที่คอยเย้าแหย่เรื่องเขาและยัยตัวแสบหรือเปล่า เลยทำให้หัวใจไหวไปแปลกๆ ทำอะไรประหลาดๆ เข้า คืนนี้เขาจะลองเข้าเมือง ไปดื่ม ไปเที่ยว ไปหาอะไรนุ่มๆ อุ่นๆ มานอนกอดเล่นสักคืน เผื่อจะได้หายบ้าไปบ้าง

เขาไปนั่งอ่านหนังสือเล่นหน้าบ้านไม้ซุง หลังเวลาเลิกงาน วันนี้ไม่เห็นหน้ายัยตัวยุ่งเลย ไม่รู้ว่าไปไหนนะ จะถามก้อยกุ้งลูกน้องคนสนิทของรินทร์รญาก็ไม่กล้า ปรกติเขามักจะเห็นหล่อนทำงานอย่างขะมักเขม้นในฟาร์ม รินทร์รญาเป็นสาวไฮเปอร์ ชอบทำงานโดยไม่เกี่ยง บางทีเจ้าหล่อนก็ไปนั่งยองๆ ช่วยคนงานเก็บผักบ้าง หรือแม้กระทั่งลงมือจัดการรีดนม สาวห้าวเหลือใจ แต่ตัวเล็กบอบบางดูน่าถนอม เป็นลักษณะที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงของเจ้าหล่อนมันทำให้รินทร์รญาดูน่าค้นหานัก

เออ...มาคิดวนเรื่องอะไรของเจ้าหล่อนอีกแล้วหนอ ก็เจ้าหล่อนมีเจ้าของไปแล้วครึ่งหนึ่ง คู่หมั้นลูกชายเจ้าของโรงพยาบาลที่แสนจะเพอร์เฟคอย่างมฆวัน คนที่จะค้นหาและเรียนรู้เจ้าหล่อนคือหมอนั่นต่างหาก ธีรัชไม่เคยยุ่งกับคนมีเจ้าของ และไม่คิดจะยุ่งกับยัยตัวแสบคู่กัด แถมพ่วงด้วยมีเจ้าของอย่างรินทร์รญาแน่ๆ

“นายธาม นั่นแน่! เป็นหนุ่มชาวไร่เต็มตัวเลยนะเรา นี่ถ้าสาวๆ ชาวไฮโซเห็นเราสภาพนี้เข้า จะว่ายังไงกันนะ หรือจะกรี๊ดหนักกว่าเดิมกันหนอ”

“พี่ขวัญ”

 เขามองตามเสียงทักทาย แล้วก็ผุดลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาร่างโปร่งเพรียวที่กำลังยืนท้าวเอวมองเขายิ้มๆ อย่างดีใจ เขาโถมเข้ากอดหล่อนเต็มตัวเหมือนจะแกล้ง เล่นเอาครองขวัญโวยวายเสียงหลง แล้วต้องร้องกรี๊ดๆ เมื่อถูกอีกฝ่ายหอมแก้มซ้ายขวาเอาเหมือนแกล้ง ท่าทีที่เขาแสดงต่อญาติสาว ทำให้คนที่เดินตามหลังครองขวัญมาถึงกับเม้มริมฝีปาก เขาก็คงจะไม่ถือสาเรื่องแบบนี้สินะ ถึงได้ทำแบบถึงเนื้อถึงตัวกับผู้หญิงทุกคนได้ง่ายๆ การกระทำใดๆ คงจะไม่มีความหมายกับหัวใจของผู้ชายคนนี้หรอกนะ แล้วเธอจะไปใส่ใจจดจำทำไมกัน คิดเสียว่าโดนหมาเลียปากเอาก็แล้วกันนะลูกหนู!

“พอย่ะ พอๆ เดี๋ยวฉันขายไม่ออก”

 เธอดิ้นหนีอุตหลุดธีรัชหัวเราะร่วนชอบใจที่ได้แกล้ง เสียงหัวเราะของเขาชะงักไปเมื่อเห็นรินทร์รญาเข้า เธอยืนเชิดหน้ามองเขา หน้าตาบูดบึ้งอย่างไรพิกล ต่างจากที่ทุกหนจะหลบหน้าเขาแล้วทำแก้มแดง ตั้งแต่วันที่เขาไปสอนจูบหล่อนแบบจริงจังเข้า

“ยังคิดจะขายอีกหรือครับพี่ขวัญ จะสามสิบแล้ว ต้องแจกฟรีแล้วล่ะครับ”

“ไอ้ธาม”

 ครองขวัญทุบอีกฝ่ายรัวๆ จนชายหนุ่มต้องรีบห้าม จนเหนื่อยกันไปข้างนั่นแหละถึงได้หยุด เขาและครองขวัญเจอกันทีไรก็มักจะหยอกเย้ากันแรงๆ แบบนี้เสมอ เพราะความที่สนิทสนมกันและวัยที่ใกล้กันมากนั่นเอง

“มาทำไมครับนี่”

 เขาเอ่ยถาม หลังจากที่ไปหยิบน้ำเย็นๆ มาให้ญาติสาวดื่ม ปากถามคนหนึ่ง แต่ตาตวัดไปมองอีกคน ที่กำลังนั่งทำหน้าเฉย ก้มลงสนใจเล่นโทรศัพท์เพลิน

“มาพักผ่อนย่ะ พักร้อน เครียดกับงาน”

“ผมนึกว่ามาพักผ่อน หย่อนใจและหาแฟน”

“แหม...ไม่คิดจะหาหรอกนะแฟนน่ะ ของพรรณนี้จะมาก็มาเอง”

 ครองขวัญทำหน้าเชิด ก่อนจะหันไปหารินทร์รญา

“เจ้าบ้านจ๋า คืนนี้พาเที่ยวราตรีเชียงใหม่หน่อยสิ ไปด้วยกันนะนายธาม ต้องการบอดีการ์ดด้วย”

“เอ่อ...”

รินทร์รญาเม้มริมฝีปาก ใจอยากบอกว่าไม่อยากให้เขาไปด้วยเลยสักนิด แต่ก็ได้แต่ยิ้มและพยักหน้าด้วยความเกรงใจครองขวัญ

“ได้สิคะ จริงสิไปกันแค่นี้ไม่สนุกหรอก ลูกหนูขอชวนแฟนไปด้วยนะคะ”

“เอาสิ”

ครองขวัญหน้าเจื่อนไปนิด แต่ก็พยักหน้ารับ ใจภาวนาขอให้หมอนั่นไม่ว่าง มันเข้าท่าเสียที่ไหนเล่า แผนเธอพังป่นปี้พอดี

รอลุ้นอยู่ว่ารินทร์รญาจะว่ายังไง แล้วเมื่อหญิงสาวย่นจมูกมีสีหน้าไม่ใคร่พอใจนัก แค่นี้ก็เดาได้แล้วว่า อีกฝ่ายไม่ว่างแหงๆ แม่คนจอมวางแผนเลยยิ้มกว้าง ก่อนจะควงแขนหญิงสาวออกมาจากบ้านไม้ซุง มีเป้าหมายอยากจะพารินทร์รญาไปแปลงโฉมให้สวยสะคราญ จนธีรัชต้องตะลึง

มาคอยดูกันว่าแม่มดอย่างเธอจะทำงานนี้ได้ดีขนาดไหน ครองขวัญเปรียบตัวเองเป็นแม่มดสาวแสนสวย รวยเสน่ห์ และโสด ที่จะมาจัดการผูกหัวใจของคนทั้งคู่ให้ได้พบเจอกับคำว่า...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

1 ความคิดเห็น