ปรารถนา แสนพยศ

ตอนที่ 7 : แม่สื่อครองขวัญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 368
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    15 ก.ค. 61

ธีรัชอดที่จะมองคนข้างกายอีกหนไม่ได้ ปรกติแล้วเจ้าหล่อนมักจะสวมชุดเอี๊ยมยีน หรือไม่ก็กางเกงทะมัดทะแมง ที่เห็นสวมกระโปรงก็มีแค่หนเดียว ตอนงานแต่งงานของกรดลกับบัวบูชา แต่วันนี้นึกยังไงกันนะ หล่อนถึงได้แปลงโฉมเสียสวย เปรี้ยวจี๊ดจับใจขนาดนี้

เรือนผมยาวสยายถูกดัดเป็นลอนใหญ่ ใบหน้าหวานละมุนถูกแต่งเติมด้วยสีสันเมคอัพอย่างมีสไตส์ นัยน์ตากรีดอายไลเนอร์จนคมกริบเหมือนตาแมว ปัดมาสคาร่าเพิ่มความหนาของขนตาและทำให้นัยน์ตาดูกลมโตเหมือนตุ๊กตา อายแชโดว์สีเงินเพิ่มความระยับน่ามองเน้นนัยน์ตาสวย และที่ทำให้เจ้าหล่อนดูเซ็กซี่ร้อนแรง ก็คือริมฝีปากจิ้มลิ้ม ที่เคลือบลิปสติกสีแดงสดไว้ มันเข้ากับชุดเดรสสั้นสีแดงเพลิงที่ขับผิวขาวลออให้น่ามองยิ่งขึ้น

ใครจับหล่อนแต่งตัวแบบนี้นะ หรือคิดแต่งเองกันหนอ มันช่างเซ็กซี่ ดึงดูดสายตาของผู้ชายเกือบทุกคนให้หันมามองจริงๆ ชุดเดรสไหล่ปาด อวดเนินอกสาวรำไร แม้จะไม่มีเครื่องประดับใดๆ นอกจากตุ้มหูระย้าสีทอง แต่เจ้าหล่อนก็สวย เด่นมาก ยิ่งเวลาหมุนตัวแล้วกระโปรงสั้นเหนือเข่าเล็กน้อยนั่นบานพลิ้ว เห็นขาอ่อนวับแวบ เซ็กซี่แม้กระทั่งรองเท้าส้นเข็มสีแดงที่เจ้าหล่อนสวม

“ที่นี่เพลงเพราะเนาะ”

 ครองขวัญชวนคุย เสียงเพลงในคลับค่อนข้างดัง ทำให้ต้องเบียดกันนิดหน่อยเวลาจะคุยกัน เพื่อจะได้ยินให้ชัด

“ค่ะ ดึกๆ จะมีโชว์สนุกๆ จากนักดนตรีบนเวทีด้วยนะคะพี่ขวัญ”

“มาบ่อยหรือ หนีลุงโตเที่ยวบ่อยหรือยังไง”

รินทร์รญาหันขวับ เธอทำเป็นไม่ได้ยินที่เขาพูด ครองขวัญเห็นอาการของคนทั้งคู่ ว่าดูท่าจะมีเรื่องขัดกันอยู่แน่ๆ ถึงได้หน้าตึงเปรี๊ยะกันเสียขนาดนั้น

“อย่าไปแหย่น้องสิยะ มันแปลกตรงไหนกัน ลูกหนูอายุยี่สิบห้าแล้ว เที่ยวแบบนี้ได้แล้วน่า ไม่เหมือนเราหรอก หนีเที่ยวแบบนี้ตั้งแต่อายุสิบสี่”

“โห...ใส่ความจริงๆ พี่ขวัญนี่ ว่าแต่จะดื่มอะไรกันดีครับคืนนี้ ของพี่ขวัญผมรู้ว่าจะสั่งอะไร แล้วน้องลูกหนูล่ะครับ อืม...น้ำเปล่า? นม? หรือว่า...”

“เตกิล่า”

คำตอบนั้นทำให้เขาเลิกคิ้ว ดูเหมือนว่าจะเป็นการท้าทายอีกอย่างแล้วหรือเปล่านะ ที่บอกให้เขารู้กลายๆ ว่าเธอไม่ได้ อ่อนอย่างที่เขากำลังปรามาส

“ไหวเหรอ พี่ขี้เกียจหามกลับบ้านนะ”

“ถ้าที่นี่มีเหล้าเถื่อน ดีกรีแรงๆ ลูกหนูยังสั่งมากรึ๊บได้เลย”

 ท่าทางกับวาจา ช่างต่างกับรูปร่างหน้าตาที่เหมือนสาวทรงเสน่ห์นัก ธีรัชแทบจะขำพรืดออกมา ส่วนแม่คนอยากเอาชนะเขา กำลังโบกมือเรียกบริกร ก่อนจะหันมายิ้มให้เขาเหมือนจะท้าทาย

“คนล่ะช็อตไหมคะ พี่ธาม กล้าหรือเปล่า”

“หืม...จะดีเหรอ” ธีรัชหรี่ตา แล้วยักไหล่

 “บอกแล้วว่าไม่อยากหามคนเมากลับบ้าน”

“ใครจะหามใครก็ไม่รู้” รินทร์รญาว่า

 “ไม่กล้าใช่ไหมล่ะ”

“เดิมพันด้วยอะไร”

เขามองหล่อนตาวาว รินทร์รญาขึงตาใส่เขา แก้มเริ่มเป็นสีเรื่อ ถ้าเขามาขอจูบเธออีก จะว่ายังไงล่ะนี่ แต่ศักดิ์ศรีคือศักดิ์ศรี ยอมได้ที่ไหน และงานนี้เธอแน่ใจว่า เธอแข็งพอที่จะชนะด้วยเอ้า!

“อะไรก็ได้”

“งั้นโอเค น้องๆ พี่จะดวลเหล้ากันกับแม่สาวกล้าคนนี้ จัดให้พี่หน่อยสิ”

เขาบอกกับบริกรที่ผ่านมาหยุดรอรับออเดอร์ ทางนั้นมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะจัดตามคำขอ

เสียงเชียร์เริ่มดังขึ้นเมื่อโต๊ะข้างๆ เห็นว่าพวกเขากำลังทำอะไร ช็อตต่อช็อต ผ่านไปสักพักธีรัชก็เริ่มมึน แต่ดูแล้วรินทร์รญาราวกับดื่มน้ำเปล่าก็ไม่ปาน ความเร่งดื่มยิ่งทำให้เขาเวียนศรีษะ ครองขวัญตะโกนเชียร์เข้าข้างรินทร์รญาอย่างเปิดเผย นั่นก็ยิ่งทำให้ธีรัชยอมไม่ได้ แต่แล้วสุดท้าย เขาก็ซบลงกับโต๊ะเพราะไม่ไหวแล้วจริงๆ แถมต้องโบกมือห้ามหยอยๆ เล่นเอาเสียโห่ฮาดังลั่นให้ได้อาย เพราะกองเชียร์มีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว

“พรุ่งนี้ลูกหนูจะบอกเดิมพัน”

 เสียงหวานกระซิบข้างหูเขา แล้วก็หัวเราะร่วน เธอเองก็เมาๆ มึนๆ เหมือนกัน ดีที่ว่าดื่มกับโตมรบ่อย แม้กระทั่งเหล้าเถื่อนก็ยังเคยแอบทำเองเสียด้วยซ้ำ ถ้าคิดจะมอมเหล้ารินทร์รญาบอกได้คำเดียวว่ายาก คนชนะครึ้มใจบวกกับความเมา เลยชวนครองขวัญไปเต้นอย่างสุดเหวี่ยง

“ยาย...ตัว...แสบ...”

 ธีรัชครวญเมื่อพอจะมีสติรับรู้ได้บ้าง เขาแทบจะหลับพับไปแล้วตอนนี้ ความรู้สึกอยากอาเจียนพวยพุ่งขึ้นมา ทำให้ต้องค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วเดินเซแซดๆ ไปยังห้องน้ำ ระหว่างทางเขาเดินชนกับคนไปทั่ว จนต้องเอ่ยขอโทษไปตลอดทาง

“ขอ...โทษ...คร้าบ...”

คนเมาส่งเสียงยานคาน เมื่อชนโครมเข้ากับชายคนหนึ่งหน้าห้องน้ำ แสงไฟกะพริบในคลับ ทำให้เห็นหน้าไม่ถนัด แต่ก็คลับคล้ายคลับคลาพิกล จนต้องเขม้นมอง

“เดินประสา...”

 ชายคนนั้นทำท่าจะหันมาว๊าก แต่เมื่อเห็นหน้าเขาแล้วกลับทำหน้าซีด หญิงสาวสวยคนหนึ่งมาเกาะแขนเขา ฝ่ายนั้นรีบพาเจ้าหล่อนเดินแทรกหนีผู้คนราวกับธีรัชเป็นเจ้าหนี้มาตามเก็บเงิน

“คราย...วะ”

 คนเมาจนแทบสติจะปลิวมองตามหลังแล้วเกาหัวแกรกๆ ก่อนจะเดินเซต่อเข้าไปในห้องน้ำ เขาอาเจียนจนหมดไส้หมดพุง แม่บ้านสมเพชกับสภาพเลยถามว่านั่งโต๊ะไหน แล้วพาเขากลับมาโดยสวัสดิภาพ

“รีบไปไหนกันคะหมอ”

เสียงหวานเอ่ยถาม ทำให้คนที่หน้าซีดเป็นไก่ต้มเมื่อครู่ ใบหน้ามีสีสันขึ้นมาบ้าง เขาถอนใจ แล้วสั่นหน้า ก่อนจะยิ้มหวานให้กับเธอ

“รีบพาลูกเกดไปขึ้นสวรรค์ยังไงละจ๊ะ”

“แหม...ถ้าอย่างนั้นก็ไปไวๆ เลยค่ะ”

 แม่สาวหุ่นอึ๋มฉอเลาะ มฆวันรีบออกสตาร์ทรถแล้วออกจากสถานบันเทิงนั้นอย่างรวดเร็ว ใครจะนึกว่าจะจุดใต้ตำตออย่างนี้กันนะ ไม่รู้ว่าไอ้หมอนั่นจะจำเขาได้หรือเปล่า เกิดจำได้แล้วฟ้องรินทร์รญาขึ้นมา เขาจะต้องซวยแน่ๆ

 

................................................................................................................................................................................

 

เช้าวันนี้เขาปวดหัวเป็นบ้า..

.ธีรัชถึงกับครางเบาๆ เมื่อขยับตัวลุกขึ้นจากที่นอน เมื่อคืนเขากลับบ้านยังไงล่ะนี่ นี่เมาถึงกับจำอะไรไม่ได้เลยหรือยังไงกันนะ เสียฟอร์มหมด...

“ยัยลูกหนูนั่น ใครจะไปคิด ว่าคอทองแดงได้ขนาดนั้นนะ”

 เขาบ่นพึม แล้วคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ เปิดน้ำเย็นจัดเพื่อเรียกสติให้กับตัวเอง ขืนเมาค้างแล้วไปทำงานไม่ไหว โตมรได้ตามมาต่อว่าแน่ๆ งานที่เขาได้รับมอบหมายเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ไม่อยากทำให้เสียงานและเสียหน้า

“สวัสดีค่ะ พี่ธาม”

เสียงหวานทักขึ้นทันที เมื่อเขาก้าวลงมาจากบันได คนทักนั่งกอดอก เชิดหน้าแล้วยิ้มหวานส่งมาให้เขา เล่นเอาธีรัชตาพร่าไปเล็กน้อย กับรอยยิ้มสดใสนั่น นี่เขาเมาค้างหรือว่าอะไรนะ ถึงเห็นรินทร์รญามายิ้มหวานให้ถึงขนาดนี้ จนเผลอตัวยิ้มตอบเธอ แล้วเอ่ยทักตอบเสียด้วย

“ครับ”

“ลูกหนูมาเอาเดิมพันค่ะ ไม่สิ...ต้องบอกว่า มาบอกว่าผู้ชนะเมื่อคืนนี้ ต้องการอะไรจากผู้แพ้”

“ว่ามาได้เลยครับ”

 ธีรัชยิ้มในหน้า มองหน้าหวานนั่นเพลินๆ วันนี้รินทร์รญาดูน่ารักอย่างบอกไม่ถูก ผมยาวผูกเป็นเปียเดี่ยว เธอสวมเสื้อยืดสีเหลืองอ่อน กางเกงสีเทาขาห้าส่วน แม้จะแต่งตัวง่ายๆ แถมปล่อยใบหน้าให้ไร้เครื่องสำอาง แต่ทำไมน่ารักนักก็ไม่รู้ อาจจะเพราะวันนี้หล่อนยิ้มให้กับเขาก็ได้ แม้จะเป็นยิ้มเย้ย ยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ตามที

“ลูกหนูอยากได้ลูกน้อง”

“อืม...กี่วันครับ”

“หนึ่งเดือน”

 เธอตอบ ใบหน้านั้นดูภาคภูมิในชัยชนะเต็มที่ ธีรัชพยักหน้ารับ ดูเขาไม่ได้มีท่าทีโกรธอะไรเลยสักนิด จนคนที่มาประกาศชัยชักจะเขว ว่าตกลงแล้วเธอได้แก้แค้นเราแล้วหรือเปล่าหนอ

“ได้สิ”

“เริ่มวันนี้เลยนะคะ” หญิงสาวลุกขึ้นยืน

 “งานแรกของพี่ธามก็คือ ไปดูส่วนฟาร์มวัวนมกัน”

“ได้ครับ” ชายหนุ่มตอบ แล้วลุกขึ้นยืนตาม แล้วแสร้งทำเสียงออด

 “จริงสิ ขอพี่กินข้าวเช้าก่อนได้ไหม เพิ่งตื่น หิวมากเลย”

“ไม่ได้ค่ะ เพราะลูกหนูจะไปทำงานแล้ว”

เจ้าหล่อนว่า แล้วเดินนำหน้าเขาไป ธีรัชอมยิ้มก่อนจะเดินก้าวเท้าอย่างสบายตามหลังคนตัวเล็กไป

ดูเหมือนว่าเขาจะสนุกกับการตกเป็นผู้แพ้มากกว่าผู้ชนะนะหนนี้

แต่เขาและรินทร์รญาไปได้ไม่ถึงไหน ก็เจอะเจอเข้ากับแขกคนสำคัญ ที่ทำให้รินทร์รญาต้องยกเลิกงานเสียชั่วคราวอย่างมฆวัน ฝ่ายนั้นดูจะหลบหน้าเขาพิกล แต่ธีรัชไม่ได้สนใจอะไร เขามัวแต่เซ็งมากกว่า ที่ไม่ได้...แกล้งตอบยัยตัวเล็กนั่น ที่คิดไปแล้วว่าเอาชนะเขาได้แล้วเต็มที่

แล้วยัยลูกหนูตัวแสบจะรู้ ว่าใครเป็นผู้ชนะกันแน่

 

.......................................................................................................................................

 

“นั่นน่ะหรือคะ ศัตรูของเรา”

“ใช่แล้ว นั่นล่ะ ไอ้หน้าหล่อ แบรนทั้งตัวนั่นล่ะ”

 โตมรว่า แม่สื่อสาว ขมวดคิ้ว แล้วส่องกล้องทางไกลมองคนที่ยืนข้างๆ รินทร์รญาให้ชัดอีกหน แม่เจ้าโว้ย! จากสายตาของสาวไฮโซและเป็นนักช้อปคนหนึ่ง บอกได้ว่าอีตานี่ทั้งตัว เสื้อผ้ายันรองเท้าและเครื่องประดับ เหยียบแสนเลยนะนั่น

“โอ้โห...”

“หืม?”

“ดูหล่อ รวย เริดขนาดนี้ อีตาธามของหนู จะไหวไหมคะลุงโต”

“หึๆ รักแท้แพ้ใกล้ชิดว่ะ”

โตมรหัวเราะเจ้าเล่ห์ ครองขวัญกัดริมฝีปาก กำลังคิดว่าจะหาวิธีไหนดีน้า...แต่มันจะบาปหรือเปล่าเนี่ย ที่แยกคู่รักเค้า เธอเริ่มลังเล โตมรกระแอม แล้วเอ่ยขึ้นมาลอยๆ

“ไอ้นี่ไม่ใช่คนดีนักหรอก”

“ลุงโตรู้ได้ยังไงกันคะ”

“เอาน่ารู้ก็แล้วกัน ลุงรอรวบๆ รวมๆ หลักฐาน จะเชือดมันทีเดียว”

โตมรดูมีสีหน้าขึงขังมาก ขณะที่หันมามองจ้องหน้าเธอ มือใหญ่สากของเขาจับมือเธอไปจับไว้แน่น

“ช่วยกันหน่อยนะ ขวัญ ถ้ามันเป็นคนดี ลุงปล่อยให้ลูกหนูมันแต่งงานไปนาน ท้องโต มีหลานให้เลี้ยงไปนานเป็นชาติแล้วล่ะ”

“ขวัญจะไม่บาปใช่ไหมคะ”

“ไม่บาปแต่ได้บุญแรงเลยล่ะ”

“เอ้า...เอาก็เอา ขวัญไม่ได้เห็นแก่ที่ลุงโตจ้างนะคะ นี่ขวัญเห็นแก่น้องล้วนๆ”

โตมรถึงกับอมยิ้ม ก็รางวัลที่เขาเสนอน่ะ เป็นของที่ครองขวัญถึงกับร้องกรี๊ด เมื่อเขาออกปากจะยกให้

“จัดการได้เลย ยิ่งไวยิ่งดี”

“แหม...แต่ยากหน่อยนะคะ สร้างนิยายรักให้สองคนนี้ เฮ้อ...”

 แม่สื่อทำท่าถอนใจ เธอเขม้นมองหน้ามฆวันอีกรอบ ก่อนจะเริ่มครุ่นคิด แผนแรกที่ควรกระทำก่อนจะผูกใจให้กับรินทร์รญาและธีรัช ก็คือ จัดการแยกมฆวันออกจากรินทร์รญาเสียก่อน ว่าแล้วต้องลองไปเลียบๆ เคียงๆ เสียหน่อย ว่าหมอนี่เป็นคนยังไง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

1 ความคิดเห็น