An Unlucky Supporting Role : ระบบตัวประกอบผู้โชคร้าย

ตอนที่ 4 : Arc1.4 สงสัย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,099
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 275 ครั้ง
    17 เม.ย. 63

กลางดึกวันที่สาม ที่ท่าเรือริมทะเล เขตพื้นที่ของสไปเดอร์

ไมลส์หมอบตัวอยู่บนหลังคาโกดัง ชะโงกหน้าขึ้นมาเหนือมุมหลังคาเล็กน้อย ลอบมองไปยังความมืดเบื้องล่าง เห็นเงาดำของคนราวสิบคน บ้างขับรถโฟล์คลิฟต์ บ้างสั่งการ บ้าช่วยกันยกลัง ย้ายของจากในโกดังขึ้นรถบรรทุกเล็กที่จอดเทียบอยู่ด้านหน้า

“แม่งเอ๊ย!” แดเนียลที่อยู่ข้างเขาสบถ “ไอ้สารเลวเวดจ์ มันทรยศเราจริง ๆ ด้วย”

เวดจ์ เป็นหนึ่งในสมาชิกระดับกลางของสไปเดอร์ มีหน้าที่ดูแลคลังสินค้าที่ท่าเรือแห่งนี้ แต่กลับคิดไม่ซื่อ ลักลอบขนยาเสพติดที่เป็นขององค์กรไปปล่อยขายเอง เบื้องบนระแคะระคายเรื่องนี้ จึงสั่งให้แดเนียลและเมลวินที่เป็นสมาชิกระดับกลางเหมือนกันมาตรวจสอบ

องค์กรอย่างสไปเดอร์ไม่มีที่ยืนให้คนทรยศ หากกล้าทำแบบนั้น จะร้องขอความตายสบาย ๆ ก็ยังทำไม่ได้เลย

“จับได้คาหนังคาเขาแบบนี้แล้ว จะทำอะไรก็รีบทำเถอะ ฉันง่วงแล้ว” ไมลส์ตอบด้วยน้ำเสียงเฉื่อยชา

“ไป” แดเนียลออกคำสั่ง

พวกเขากระโจนลงจากหลังคา ท่ามกลางความมืด ไมลส์ใช้ความเร็วของตัวเองอ้อมไปด้านหลังเป้าหมาย ใช้สันมือฟาดเข้าที่ท้ายทอยอีกฝ่าย พอเหยื่อสลบก็ปลดอาวุธแล้วมัดตัวไว้ ยังไม่ทันที่คนอื่นจะรู้ตัวก็จัดการเพิ่มได้อีกคน ทำแบบนี้ทีละหนึ่งคน สองคน เมื่อถึงคนที่เก้าจึงหยุดมือ ทั้งหมดนี้กินเวลาไม่ถึงสิบวินาที เหลือเพียงเวดจ์คนทรยศที่ยืนตะลึงตาค้างอยู่หน้ารถบรรทุก

สำหรับตัวการใหญ่ เขาปล่อยให้แดเนียลเป็นคนจัดการ

แดเนียลกำแท่งโลหะในมือ เพียงครู่เดียว โลหะนั้นก็แยกออกกลายเป็นเหล็กแหลมหลายเส้น เวดจ์ตกใจจนหน้าซีดขาว รีบหันหลังออกวิ่ง แต่ไปได้เพียงไม่กี่ก้าว เหล็กเส้นเหล่านั้นก็พุ่งตามไปปักทันที

หากมีใครคิดว่ามนุษย์เจ้าของฉายาไอออนจะลงมือฆ่าอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วฉับไวละก็ คนคนนั้นนับว่าไร้เดียงสาเกินไป

เวดจ์โดนเหล็กแหลมแทงเข้านับสิบแห่ง ทั้งข้อเท้า ขา แขน บ่า จนล้มลงไปนอนอยู่ที่พื้น คมแหลมของเหล็กทะลุออกมาถึงด้านหน้า เขากระเสือกกระสนลากขาที่เดินไม่ได้แล้วของตัวเองไปกับพื้นเพื่อจะหนีอีกฝ่าย เลือดที่หยดลงบนพื้นถูกปาดไปพร้อมกับร่างกายของเขาจนกลายเป็นปื้นสีแดงยาวเป็นทาง แต่ไปได้ไม่เท่าไหร่ แดเนียลก็เดินไปดักหน้าเขาแล้ว จึงได้แต่เปล่งเสียงอ้อนวอนอย่างแหบโหยว่า

“เดี๋ยว ไอออน ฟังฉันก่อน…”

แต่แดเนียลไม่รอฟังคำอุทธรณ์ เขาจับเหล็กแหลมที่ฝังอยู่ที่ขาของอีกฝ่าย บิดมันทีหนึ่ง ความเจ็บปวดของการโดนคว้านทำให้เวดจ์เปล่งเสียงร้องออกมาเหมือนหมูโดนเชือด ระหว่างทรมานอีกฝ่าย เขายังพูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ไม่รีบร้อน ราวกับกำลังเล่านิทาน

“ไม่ต้องห่วง แกกับพรรคพวกของแกไม่ได้ตายง่าย ๆ หรอกน่า เรายังมีเวลาให้คุยกันที่ห้องขังอีกนาน ตอนนี้วิธีเล่นสนุกกับพวกแกมันผุดขึ้นมาในหัวฉันเต็มไปหมดเลยละ รู้ไหม”

สิบนาทีต่อมา คนจากสาขาแม่ของสไปเดอร์ก็มาพาตัวคนพวกนั้นไป ตอนที่เวดจ์โดนลากขึ้นท้ายรถไปนั้น เขาไม่สามารถเปล่งเสียงร้องออกมาได้อีกแล้ว

 

 

พวกเขากลับมาศูนย์ปฏิบัติการย่อยในครึ่งชั่วโมงต่อมา

ระหว่างเดินผ่านโถงกลาง ชายชราหลังค่อมคนหนึ่งก็เดินออกมาจากประตูปีกตะวันตก เขาก้าวเดินเอื่อย ๆ ฮัมเพลงในคอเหมือนกำลังอารมณ์ดีมาก สองมือซุกอยู่ในเสื้อกาวน์ที่เปรอะคราบเลือดและมีกลิ่นคาวคลุ้ง ยิ่งประกอบกับศีรษะล้านเลี่ยนและรอยยิ้มพิกลบนใบหน้า ยิ่งทำให้ดูเหมือนปีศาจเฒ่าตนหนึ่งมากกว่าจะเป็นคน

ตาเฒ่าฮอปกินส์ นับเป็นตัวละครที่สร้างมาเพื่อดึงดูดความเกลียดชังของนักอ่านตั้งแต่ภายในถึงภายนอกโดยแท้

แดเนียลกับไมลส์แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นอีกฝ่ายแล้วเดินผ่านไป แต่กลับโดนเรียกขึ้นเสียก่อน

“กลับมาแล้วเรอะ” ฮอปกินส์แสยะยิ้ม พูดด้วยเสียงแหลมเล็กเหมือนหนูร้องจี๊ด ๆ “ไอออน ไลท์นิ่ง พวกแกสองคนเล่นงานหนูทดลองของฉันจนหมดสภาพเลยนะ อย่างนี้ฉันก็หมดสนุกน่ะซิ”

“ก็ยังใช้ประโยชน์ได้ดีไม่ใช่หรือไง น่าจะรีดตัวอย่างออกมาจากปีศาจน้ำแข็งนั่นได้เยอะเลยล่ะสิ ถึงได้อารมณ์ดีปานนี้” แดเนียลย่นจมูกอย่างรังเกียจ “ยังโรคจิตเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน”

“ไม่กล้ารับ ๆ” ฮอปกินส์แสร้งโบกมือปฏิเสธ “สุภาษิตเอเชียมีว่ายังไงนะ อ้อ! ..สีครามกลั่นมาจากต้นคราม แต่แก่กว่าต้นคราม ใช่ไหม? พวกแกน่ะล้ำหน้าฉันไปไกลลิบแล้ว ช่างสมกับเป็นเด็ก ๆ ที่ฉันปั้นมากับมือ”

“ไอ้นักวิทยาศาสตร์คลั่งเอ๊ย!”

แดเนียลสบถ แล้วสะบัดตัวเดินจากไปทันที ไม่ต่อปากต่อคำต่อ ไมลส์กำลังจะตามไปด้วย แต่กลับโดนชายชราดึงชายเสื้อไว้ก่อน จากนั้นสูดจมูกฟุดฟิด ทำให้เขาตกใจจนถอยไปจนเกือบติดผนัง

“น่าสนใจ…” หมอนั่นปล่อยมือเขาแล้วก็ฉีกยิ้มชวนขนลุกออกมา “กลิ่นอายเปลี่ยนไป”

“ไร้สาระ!” ไมลส์ปัดมืออีกฝ่ายออกทันที “จะไปทำอะไรก็ไป”

“โอ้ ใช่!” ฮอปกินส์ทำท่าเหมือนคุยกับตัวเอง “ใช่แล้ว ฉันต้องไปผสมยาตัวใหม่…แล้วก็เครื่องมือสะกดจิตด้วย…จะควบคุมเจ้านั่นให้อยู่ในโอวาท มันต้องใช้ยาแรงกันหน่อย”

หลังจากเฒ่าปีศาจเดินพึมพำจากไป ไมลส์ก็นึกขึ้นได้ ฮอปกินส์กำลังจะเตรียมจะล้างสมองไอซ์เดวิล ตามเนื้อเรื่องเดิม หลังจากกระตุ้นไปได้สักพัก กลับดันผิดพลาดทำให้ไอซ์เดวิลคลุ้มคลั่งมากกว่าเดิมแทน เมลวินและแดเนียลที่ไปยั่วยุอีกฝ่ายถึงได้มีจุดจบสุดอนาถ จากนั้นไอซ์เดวิลก็สูญเสียความทรงจำ

หากไม่โดนกระตุ้น คริสโตเฟอร์ก็จะไม่สูญเสียความทรงจำ ไม่เจอบ้านเกิด ไม่เจอนางเอก และไม่ถล่มสไปเดอร์

หมายความว่า เขาต้องยอมปล่อยให้อีกฝ่ายโดนทรมานจนคลุ้มคลั่งก่อน ถึงจะช่วยได้งั้นหรือ

…ทำไมมันยากเย็นอย่างนี้

ไมลส์เดินหน้าม่อยคอตกกลับห้องพัก พอเปิดประตูไปก็เห็นแดเนียลเอนตัวอยู่บนเตียงริมในสุดของห้องเรียบร้อยแล้ว มือหนึ่งล้วงถุงขนมเข้าปากเคี้ยวดังกร๊วม ๆ อีกมือหนึ่งถือหนังสือโป๊ เพ่งดูด้วยท่าทางเคร่งเครียดจริงจังประหนึ่งท่องตำรา ทำเอาไมลส์ถึงกับปั้นสีหน้าไม่ถูก

“…”

พอเห็นเขามา แดเนียลก็ปิดหนังสือแล้วหันมาถาม “ทำไมแกมาช้านัก ตาเฒ่านั่นพูดอะไรรึไง”

“ก็…แค่พูดจาทุเรศ ๆ เหมือนเดิมนั่นละ” ไมลส์นั่งลงบนเตียงของตัวเองที่อยู่ฝั่งติดประตู สักพักก็ลูบท้อง ถึงได้รู้ตัวว่าไม่มีอะไรตกลงกระเพาะมานานแล้ว ถึงจะดึกแล้ว แต่หากท้องว่างเกินไปมีหวังนอนไม่หลับ เลยถามว่า “แดน แกยังมีอะไรเหลือให้กินไหม หิวไส้จะขาดแล้วเนี่ย”

“คุ้ยเอาบนโต๊ะได้เลย”

แดเนียลบุ้ยใบ้ไปที่โต๊ะไม้เก่าๆ ตรงข้ามเตียง บนนั้นมีถุงชอปปิ้งอยู่หลายถุง มีทั้งของใช้และขนมปน ๆ กัน ไมลส์เปิดดูสองสามถุง ก็เจอกับมะเขือเทศจิ๋วแพ็คเล็กแพ็คหนึ่ง

…ลาภปาก

เขาแกะมันออกมาหยิบใส่ปากอย่างเริงร่า ระหว่างเคี้ยวยังทำหน้าตาปลาบปลื้มสุด ๆ เพราะได้กินของโปรดในรอบหลายวัน จนกระทั่งกินไปจนเกือบหมด ถึงได้เหลือบไปเห็นสายตาประหลาดใจล้นเหลือของแดเนียล

“มีอะไรเหรอ?” ไมลส์ถามทั้งที่ยังเคี้ยวตุ้ย ๆ เหมือนหนูแฮมสเตอร์ “หรือว่าแกตั้งใจจะเก็บไว้กินเอง งั้นพรุ่งนี้ฉันไปซื้อให้ใหม่”

“ฉันก็กะจะกินเองจริง ๆ นั่นแหละ” แดเนียลจ้องตาเขาเหมือนกำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง “เพราะแต่ไหนแต่ไรมา แกโคตรจะเกลียดมะเขือเทศเลยไม่ใช่เหรอ”

…ชิท!

ถึงแม้ไมลส์จะได้รับความทรงจำมา แต่เขาจำแค่ส่วนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องและความเป็นความตายเท่านั้น จนเผลอตกหล่นเรื่องความชอบความเกลียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ไป พอมานึกทวนความทรงจำดูให้ดี เมลวินก็เกลียดมะเขือเทศจริง ๆ นั่นละ ถึงขั้นกินเข้าไปคำเดียวก็อาเจียนออกมาได้เลย เขานึกแล้วก็ได้แต่ทอดถอนใจ

เฮ้อ…เกลียดของที่อร่อยปานนี้เนี่ยนะ ให้ตายเถอะ นายใช้ชีวิตอยู่มาได้ยังไงเนี่ย เมลวิน

“ก็ใช่…ฉันเคยเกลียดมันมาก” ไมลส์รีบหาข้อแก้ตัว “แต่เห็นแกกินบ่อย ๆ เข้าก็อยากลองดูบ้างน่ะสิ อันที่จริง…มันก็ไม่ได้แย่อย่างทีคิดนะ”

แดเนียลมองเขาด้วยสายตาจริงจัง พูดว่า “ช่วงนี้ แกดูแปลก ๆ ไปนะ”

“ยังไงเรอะ” ไมลส์พยายามตีหน้าขรึม แต่ในใจลุกลี้ลุกลนแทบบ้า

…อย่ามาทำตัวฉลาดในเวลาแบบนี้ได้ไหม ช่วยหลับหูหลับตาปล่อยเขาไปเถอะ ข้อร้อง!

“ไม่ใช่แค่เรื่องกินอย่างเดียว แต่แกดูบ้าคลั่งน้อยกว่าเมื่อก่อน…จะอธิบายยังไงดี” แดเนียลมีท่าทีครุ่นคิด “แกดู…เกือบจะเหมือนคนปกติ”

“…” อ้อ…รู้ตัวด้วยเรอะว่าพวกแกมันไม่ปกติน่ะ

ไมลส์ได้เพียงแต่มองอีกฝ่ายกลับไปนิ่ง ๆ เขารู้ดีว่าตัวเองยังทำตัวไม่สมกับเป็นเมลวินนัก ทั้งหลีกเลี่ยงที่จะไปหาเรื่องไอซ์เดวิล ตอนไปจับตัวคนทรยศก็ลงมือนุ่มนวล ไม่ฆ่า ไม่ทรมานเล่น ทั้งที่เมลวินตัวจริงคงทำโกดังนั่นเป็นทะเลเลือดไปแล้ว แต่หลังจากวันที่อัดไอซ์เดวิลจนน่วมไป ไมลส์รู้สึกว่าอะไรบางอย่างในตัวกำลังพังทลายลง เลยไม่อยากทำตัวให้สมบทบาทขนาดนั้นอีก ถึงจะOOC*ก็ช่าง อย่างไรก็ไม่คิดจะอยู่ที่นี่นานอยู่แล้ว

“ช่างเถอะ ฉันคงคิดมากไปเอง" แดเนียลตัดบท แล้วลุกขึ้นหยิบชุดนอนที่พาดไว้บนเก้าอี้ ก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำก็พูดว่า “พรุ่งนี้ฉันจะไปสาขาใหญ่ อาจจะอยู่ที่นั่นสองสามวันเลย ต้องจัดการเรื่องไอ้เวดจ์นั่นด้วย แกจะไปด้วยกันหรือเปล่า”

“ไม่ละ ขออยู่ที่นี่ดีกว่า แกก็รู้ว่าฉันเกลียดที่นั่น” ไมลส์ตอบ โชคดีที่เมลวินตัวจริงเกลียดคนของสำนักงานใหญ่หลายคน ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ก็ไม่ยอมไปเป็นปกติอยู่แล้ว ข้ออ้างของเขาจึงสมเหตุสมผลทีเดียว

“อืม…”

แดเนียลรับคำสั้น ๆ แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป สักพักไมลส์ก็ได้ยินเพียงเสียงฝังบัวดังซ่า ๆ ลอดออกมา พอรอดพ้นสายตาอีกฝ่าย เขาก็ทิ้งตัวนอนบนเตียงด้วยความกลัดกลุ้ม พยายามนึกแผนการที่จะช่วยคริสโตเฟอร์ออกมา แต่ทุกแผนล้วนดูสุ่มเสี่ยงไปหมด หลังจากคิดจนหัวปั่นและกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงอยู่หลายตลบ เปลือกตาก็ค่อย ๆ ปิดลงโดยไม่รู้ตัว

หลังจากนั้นสิบนาที แดเนียลเปิดประตูออกมา ภาพที่เห็นคือเด็กหนุ่มผิวขาวซีดที่นอนขดตัวจนกลม คิ้วขมวดมุ่น เหมือนสัตว์ตัวเล็ก ๆ ที่กำลังฝันร้าย มาดยโสโอหังในเวลาตื่นหายวับไปหมด

เขาเขย่าตัวอีกฝ่าย พูดว่า “แกจะนอนทั้งอย่างนี้หรือไง”

แต่เมลวินไม่ตอบ เพียงแค่ส่งเสียงงึมงำสองสามคำ แล้วพลิกตัวไปอีกด้านหนึ่ง

เด็กหนุ่มได้แต่ส่ายหน้าแล้วถอนหายใจเบา ๆ หยิบผ้าห่มที่ปลายเตียงมาคลุมตัวให้ แล้วดับไฟ

 

แดเนียลอยู่ที่สาขาใหญ่ของสไปเดอร์เป็นเวลาสามวัน

หลังจากสอบสวนเวดจ์จนลากคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดออกมาได้แล้ว ก็ได้รับคำสั่งจากเร็กซ์ให้ฆ่าคนทรยศทั้งหมด ศพทุกศพถูกเขาเฉือนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แล้วให้ ‘วินดี้’ มนุษย์ทดลองอีกคนหนึ่งที่มีพลังควบคุมลม โปรยเป็นชิ้น ๆ ลงทะเลไป ไม่มีใครหาพบได้อีก

คืนนั้น พอเสร็จธุระแล้วแดเนียลก็เดินทางกลับอย่างอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เขาฮัมเพลงเบา ๆ ระหว่างทางยังแวะซื้อของที่เมลวินชอบมาอีกหลายอย่าง แต่พอมาถึงที่ศูนย์ปฏิบัติการอารมณ์ดี ๆ นั้นก็ต้องหายวับไป เพราะการ์ดเฝ้าประตูออกมาดักยืนอยู่หน้าตึกเก่าที่ซ่อนทางลงศูนย์ บอกว่าสัญญาณเตือนไฟไหม้ดัง ยังเข้าไปไม่ได้จนกว่าจะตรวจสอบทุกอย่างเสร็จก่อน

เขานั่งรออยู่หน้าตึกนั้น พอผ่านไปสิบนาที ลูกน้องคนหนึ่งก็วิ่งมาหา

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” แดเนียลลุกขึ้นถาม

“ไม่มีไฟไหม้ แต่มีคนผสมสารเคมีในห้องแล็บจนเกิดควันขึ้น เครื่องตรวจจับควันเลยร้อง ทางพวกเรากว่าจะหาต้นตอเจอก็เสียเวลานานเพราะควันหนามาก น่าจะเป็นการจงใจ” อีกฝ่ายรายงาน

“ว่าไงนะ! มีใครลอบเข้ามา? หรือเป็นคนใน? กักทุกคนไว้ให้หมดเดี๋ยวนี้เลย”

“เรื่องนั้น…ไม่มีคนลอบเข้ามาหรอกครับ ทุกคนที่อพยพหนีไฟออกไปด้านหลังก็อยู่ครบ ผมให้พรรคพวกเช็กหมดแล้ว ยกเว้นก็แต่…” ลูกน้องคนนั้นพูดไปก็อึกอัก ไม่ยอมพูดต่อ

“ใคร! ยกเว้นใคร?!”

คนโดนตะคอกใส่กลืนน้ำลาย กล่าวเสียงเบาหวิวว่า “ไอซ์เดวิลหายไปจากห้องขัง แล้วก็…พวกเรา..ยังหาคุณไลท์นิ่งไม่พบเลย”

“แกพูดบ้าอะไร! อย่ามาล้อเล่น! ฉันยิ่งอารมณ์เสียอยู่” แดเนียลคำราม แต่ก็รีบวิ่งตรงไปที่ห้องของตัวเองทันที ไม่ฟังคำพูดอะไรต่อ

เขากระแทกประตูเปิดออกอย่างแรง ในใจแอบหวังว่าอีกฝ่ายคงจะแค่นอนขี้เซาอยู่ในห้องเฉย ๆ แล้วพอเขามาปลุกก็จะโดนตะคอกกลับอย่างหัวเสียทันที แต่กลับพบว่าในห้องนั้นโล่งกว่าที่เคย

กระเป๋าสะพาย เสื้อผ้า และกล่องใส่เอกสารสำคัญของเมลวินหายไป บนโต๊ะที่วางถุงชอปปิ้งมีมะเขือเทศจิ๋วแพ็คเล็กวางทิ้งไว้ เหมือนจะชดเชยที่กินของเขาไปเมื่อวาน

“บัดซบเอ๊ย!”

แดเนียลปัดโต๊ะตัวนั้นร่วงลงกับพื้นดังโครม แล้วถีบมันย้ำหลายต่อหลายครั้ง ราวกับอยากให้มันพังเป็นผุยผงไปตรงหน้า ปากก็ด่าคำว่า “บัดซบ” ซ้ำไปซ้ำมา ด้วยใบหน้าที่มีหางตาแดงก่ำ

 

_______________________

*OOC หรือ Out of character หมายถึงเล่นผิดบทบาท ไม่สมกับเป็นตัวละครนั้น

A.L. Lee

อยากจะบอกว่า เป็นตอนที่คิดนานมาก เพราะไม่รู้จะเล่าวิธีการหนีของน้องไมลส์ออกมายังไงให้เข้าใจง่ายดี เขียนแล้วลบหลายรอบ ไม่รู้ว่าทุกคนหวังฉากหลบหนีแบบอลังการกันหรือเปล่า แต่เรากลัวว่าลงรายละเอียดมากไปก็ไม่ดี เพราะเนื้อเรื่องจะเอื่อยเกินไป ไม่จบไม่สิ้นสุดท้ายเลยออกมารวบ ๆ ออกมาเป็นแบบนี้ T T ถ้าทำให้ผิดหวังต้องขอโทษด้วยนะคะ

มีข้อผิดพลาด คำผิด พล็อตโฮล ฯลฯ ท้วงได้นะคะ เพราะลีก็เบลอ ๆ วันนี้รีบปั่นไปหน่อย

ปล. มีใครชอบแดเนียลบ้างไหม ลียิ่งเขียนแล้วยิ่งชอบยังไงไม่รู้ 555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 275 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

437 ความคิดเห็น

  1. #410 polar* (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 03:05
    โอ้ยสงสารแดเนียล เหมือนนางมีเพื่อนคนเดียวอะ แล้วนางก็โดนเพื่อนทรยศ คงเสียใจน่าดู
    #410
    0
  2. #345 สโลว์รี่ส์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2563 / 00:59
    เชียร์ให้แดเนียลคู่กับนายเอกได้มั้ย นางดูแอบรักเขาอะ ผูกพันธ์กันขนาดนี้ ต้องคู่กันแล้ว!
    #345
    0
  3. #332 Blowingflow (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2563 / 09:40
    เล่าได้ดีมากค่ะ เนื้อเรื่องก็ตื่นเต้น สนุกดีค่ะ
    #332
    0
  4. #294 TD.Spain312 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 / 10:57
    ถ้าชวนแดเนียลจริงๆ แล้วแผนไม่สำเร็จ องค์กรจับได้ โดนคู่เลยนะ;-;
    #294
    0
  5. #204 After_TeaTime (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 00:35
    ไม่นะคะ เล่าได้เข้าใจง่ายดี ตรงประเด็นเลยด้วย เราว่าโอเคแล้วค่ะ แงงง แอบสงสารแดเนียล แต่ก็เข้าใจน้องนะ ไม่รู้ว่าถ้าชวนแล้วอีกฝ่ายจะยอมไปด้วยไหม จะกลายเป็นแซกหญ้าให้งูตื่นถ้าอีกฝ่ายไม่เห็นด้วย คงจะระแวงว่าเราจะหนีตลอดจนหนีไม่ได้แน่ๆ ฮืออออ แดเนียลช่วยตามหาน้องแล้วหนีไปด้วยกันเถอะนะT^T
    #204
    0
  6. #158 Lee013 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 20:11
    จริงๆทำไมไม่หนีไปด้วยกันละ เหมือนทิ้งเพื่อนเลย
    #158
    0
  7. #98 tttttts (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 22:39
    สงสารแดเนียลล
    #98
    0
  8. #65 JHTEN (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 09:29
    แง้ เฟรนโซงงง
    #65
    0
  9. #38 ThaipaKing (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 22:51
    เรื่องนี้ต่างโลกไหมนิ แบบ ต่อให้จบแล้วก็กลับโลกเดิมตัวเองไม่ได้*-*
    #38
    3
    • #38-1 A.L. Lee(จากตอนที่ 4)
      21 พฤษภาคม 2563 / 23:27
      นิยายวายระบบค่ะ ไปหลายโลก
      #38-1
    • #38-3 A.L. Lee(จากตอนที่ 4)
      21 พฤษภาคม 2563 / 23:30
      เฉลยในตอนแรกของ Arc2ค่ะ
      #38-3
  10. #37 ThaipaKing (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 22:48
    ตัวเอกเรามีพลังความเร็วถ้ายากหนีก็ไม่มีใครจับได้นิ??? หนีไปต่างประเทศเลย
    #37
    0
  11. #9 Silabun (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 17:49
    เวดจ์เป็นสมาชิกระดับกลางเหมือนกับน้องและก็แดเนียล ไม่มีพลังหรือคะสงสัยเฉยๆ

    ไรท์แต่งดีแล้วค่ะ รอตอนต่อไปอยู่นะ อย่าเทเรื่องนี้นะขอร้อง
    #9
    2
  12. #8 minec (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 23:29

    รออยู่นะคะ
    #8
    1