An Unlucky Supporting Role : ระบบตัวประกอบผู้โชคร้าย

ตอนที่ 3 : Arc1.3 สั่งสอน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,302
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 319 ครั้ง
    16 เม.ย. 63

[ประกาศก่อนอ่าน สำหรับใครที่อ่านเรื่องนี้มาก่อนวันที่ 16]

ลีเปลี่ยนชื่อ ไอซ์แมน เป็น ไอซ์เดวิล นะคะ เพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกับชื่อฮีโร่ของมาร์เวล

ต้องขออภัยนักอ่านทุกท่านเป็นอย่างสูงที่เปลี่ยนแปลงกะทันหันค่ะ m(_ _)m

__________

 

“ไอซ์เดวิล? …เบื้องบนเพิ่งสั่งลงมาไม่กี่วันเองไม่ใช่เรอะ ทำไมแกถึงจับได้แล้ว” ไมลส์เอามือกอดอกแล้วเลิกคิ้ว แสร้งทำท่าแปลกใจ

“ก็ต้องวางกับดักนิดหน่อย แต่ก็เสียเวลาไปเยอะเหมือนกัน แล้วให้ตายเถอะ หมอนี่โคตรอึดเลย ขนาดโดนยารีน็อกซ์ของเราเข้าไปยังคงพลังไว้ได้ ถึงจะแค่ส่วนเดียวก็เถอะ” แดเนียลพูดจบก็เลียริมฝีปาก “ตาเฒ่าฮอปกินส์รู้ข่าวก็ดีใจจนแทบคลั่ง อีกไม่นานคงเจาะหมอนี่จนพรุนแน่ เพราะงั้นถ้าอยากจะสั่งสอนมันก็ต้องตอนนี้ละ”

รีนอกซ์ เป็นตัวยาสลายพลังอย่างหนึ่ง บางครั้งบรรจุเป็นกระสุนปืน บางครั้งใช้ฉีดเข้าเส้นเลือด เนื่องจากตัวยาถูกวิจัยมาควบคู่กับการสร้างอาวุธมนุษย์ของสไปเดอร์ ดังนั้นตัวยานี้จึงเน้นใช้จัดการกับคนทรยศในสไปเดอร์เองมากกว่า หากเมลวินหรือไอออนโดนเข้าก็เตรียมตัวรับความตายได้เลย แต่ไอซ์เดวิลนั้นมีเงื่อนไขของพลังที่ต่างออกไป ดังนั้นในครั้งแรก ยาตัวนี้อย่างมากก็ทำให้พลังของไอซ์เดวิลลดลงเท่านั้น แต่พอโดนจับมารอบนี้ นักวิจัยของสไปเดอร์ที่ชื่อฮอปกินส์ก็จะได้ตัวอย่างเลือดและเนื้อเยื่อของเขาไป และพัฒนายาตัวใหม่ที่ใช้ต่อกรกับเขาได้ ทำให้ไอซ์เดวิลตกที่นั่งลำบาก แต่นั่นล้วนเป็นเรื่องในภายหลัง

“คราวนี้ แกจะเอาเป็นอะไรดีล่ะ มีด?”

แดนียลยกมีดพกของตัวเองขึ้นมาแล้วเอ่ยถาม คงหมายถึงอุปกรณ์ลงทัณฑ์

ไมลส์ฝืนฉีกยิ้มเย็นตามสไตล์เมลวิน แต่ข้างในกลับคิดจนหัวหมุน เขาเจอพระเอกยังไม่ถึงสิบนาทีก็จะให้ทรมานอีกฝ่ายเล่นแล้ว? อย่างนี้ต่อให้ช่วยไอซ์เดวิลจนรอดไปได้ก็คงโดนแค้นฝังใจแล้วมีจุดจบคือตายอนาถเหมือนเดิมอยู่ดีไม่ใช่หรือไง

…ไอออนเอ๋ย นายช่างเป็นเพื่อนที่ดีเหลือเกิน นายกำลังจะทำให้เพื่อนรักคนนี้กลายเป็นเศษเนื้อไร้ที่ฝังนะรู้ตัวไหม

ขณะที่กำลังคิดหาคำพูดปฏิเสธ อยู่ ๆ ไมลส์ก็นึกอะไรขึ้นได้

คืนนี้ หลังจากโดนทรมานปางตาย พลังของไอซ์เดวิลจะหมดลง และร่างกายก็จะกลับมาเป็นคริสโตเฟอร์อีกครั้ง แต่เพราะสภาพสะบักสะบอม หน้ายับจนดูไม่ได้ ทำให้ตัวตนของไอซ์เดวิลไม่ถูกเปิดเผย

และคนที่อัดอีกฝ่ายจนหน้าพังก็คือเมลวินคนนี้

ไมลส์ลอบกุมขมับในใจ หากไม่เล่นตามบท ความจริงว่าไอซ์เดวิลคือคริสโตเฟอร์อาจจะถูกเปิดเผยออกไปก็ได้ เขาไม่มั่นใจว่าจะมีใครจำคริสโตเฟอร์ได้บ้าง แต่ไม่ว่าจะฮีโร่เรื่องไหน ๆ หากมีคนเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงเข้าแล้วก็จะไม่มีชีวิตที่สงบสุขอีก ดีไม่ดีถึงเขาพาหมอนี่หนีไปได้ ก็จะโดนสไปเดอร์ตามหาเจออย่างรวดเร็ว พลังยังไม่ทันฟื้นกลับมาตามเนื้อเรื่องมีหวังโดนจัดการจนซี้ม่องเท่งไปเสียก่อน แล้วทุกอย่างที่เขาทำมาก็จะสูญเปล่า ต้องหนีองค์กรหัวซุกหัวซุนไปตลอดชีวิต

ทำการใหญ่ใจต้องนิ่ง

เขาปลอบใจตัวเองได้แล้ว จึงหันไปบอกไอออนด้วยน้ำเสียงหยิ่งยโสว่า “ไม่เอา วันนี้ฉันขอสนับมือ”

แดเนียลได้ฟังก็ใช้พลังควบคุมโลหะของตัวเอง เปลี่ยนมีดสั้นในมือกลายเป็นสนับที่มีขนาดพอดิบพอดีกับมือของเมลวิน ตอนยื่นส่งให้ยังยิ้มออกมาเล็กน้อย และเป็นยิ้มที่เหมือนจะแฝงความอ่อนโยนนิด ๆ เสียด้วย สายตาก็ไม่ได้แข็งกร้าวเหมือนเดิมแล้ว ทำให้ไมลส์รู้สึกขนหัวลุก

…อย่ามองเขาด้วยสีหน้าเหมือนแม่นกมองลูกนกโผบินออกจากรังสิเฟ้ย นี่กำลังทรมานคนเล่นนะ ไม่ใช่ขึ้นโชว์เปียโน

แต่ถึงจะไม่ชอบยังไง ก็ต้องตอบไปห้วน ๆ ให้สมเป็นเมลวิน

“ขอบใจ”

ไมลส์สวมสนับมือ จากนั้นเดินไปตรงหน้าปีศาจน้ำแข็ง ยิ่งเข้าใกล้ก็ยิ่งรู้สึกหนาวเยือก แต่ก็ทำใจแข็ง ปรับแท่นที่ตรึงอีกฝ่ายไว้ให้เอนลงจนใบหน้าอยู่ในระดับสายตา เขาจ้องตาอีกฝ่ายแล้วยิ้มเย็นพูดว่า

“แกคงคิดว่าแกเก่งมากสินะ ถึงได้กล้ามายุ่มย่ามกับธุรกิจของพวกเรา ตอนนี้รสชาติของการจนตรอกเป็นยังไงบ้างล่ะ”

“แก…ไปลงนรกซะ…”

ไอซ์เดวิลเค้นเสียงที่แทบไม่เหลือแล้วของตัวเองออกมาได้คำหนึ่งก็กระอักเลือด แต่ถึงจะจนตรอกหรืออ่อนล้าโรยแรงอย่างไร ออร่าความเป็นพระเอกก็ยังทำให้เขาดูดี ดวงตาโปร่งใส่ที่มองมาเหมือนฮีโร่ผู้คับแค้นและจนตรอก นอกจากจะไม่ทำให้เสน่ห์ลดลงแล้ว กลับทำให้คนที่พบเห็นยิ่งอยากช่วย และทำลายคนที่ทำร้ายเขาให้เป็นจุณ

ขอย้ำอีกครั้ง แอล.แอล. มิลตัน เป็นโรคบ้าคนหน้าตาดี และโรคนั้นก็พาลติดมาถึงน้องชายอย่างเขาด้วย

…บ้าเอ๊ย ทำไมต้องหล่อขนาดนี้ด้วย แล้วเขาจะซัดหมอนี่ลงได้ยังไง

แต่ถึงจะคิดแบบนั้น สิ่งที่ต้องทำก็ต้องทำ

“แกกล้าด่าฉัน?”

ไมลส์เลิกคิ้ว พูดจบก็กำหมัดซัดเข้าไปที่กรามอีกฝ่ายรอบหนึ่ง เสียงเปรี๊ยะลั่นขึ้น ไม่รู้ว่าเป็นน้ำแข็งอย่างเดียวหรือกระดูกด้วยกันแน่ ใบหน้าของไอซ์เดวิลเกิดรอยร้าว เลือดไหลซึมออกมา ติดสนับมือของเขาเป็นหย่อม ๆ

ถึงร่างกายจะเป็นน้ำแข็ง แต่มันก็ห่อหุ้มแค่ภายนอกเท่านั้น ต่อยด้วยสนับเหล็กจนกระเทือนไปถึงกระดูกแบบนี้ พอคืนร่างยังไงก็ต้องบวมจนจำไม่ได้อยู่ดี

“รู้ไหม สิ่งที่ฉันเกลียดที่สุดก็คือพวกที่แสร้งทำตัวเป็นคนดี!” เขาจิกหัวคริสโตเฟอร์ พูดเสียงต่ำ “แกฆ่าคนของเราไปเท่าไหร่แล้วนะ สิบ ไม่สิ ยี่สิบคน? อย่างนี้อย่างน้อย ๆ ก็ต้องยี่สิบหมัดเป็นไง”

ถุด!

ไอซ์เดวิลถ่มเลือดใส่หน้าเขา ถึงจะไม่เหลือแรงพูดแล้วแต่ก็ไม่มีทีท่ายอมจำนนเลยแม้แต่น้อย ไมลส์ตวัดสายตาดำทะมึนมองอีกฝ่ายครั้งหนึ่ง เอามือปาดเลือดที่เปื้อนหน้าตัวเองออก แล้วพูดเสียงเย็นเยียบว่า

“ดี! เหมือนว่าเมื่อกี๊ยังไม่แรงพอสินะ”

พูดจบเขาก็ใช้พลังความไวของตัวเองรัวหมัดใส่อีกฝ่ายไปอีกหลายสิบทีติดกัน เสียงกระแทกดัง ผัวะ! ผัวะ! ลั่นไปทั่วห้อง แต่คริสโตเฟอร์กลับไม่ยอมสงเสียงร้องออกมาเลยสักคำ มีเพียงดวงตาก่ำสีเลือดที่เปล่งประกายวาบ จดจ้องเขาราวกับจะสลักความแค้นนี้ฝังลึกไว้ในใจ ไมลส์พลันรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูก แต่จะหยุดก็ทำไม่ได้ จึงได้เพียงร้องขอโทษอยู่ข้างใน

…คริสโตเฟอร์ ได้โปรดเถอะ นี่ฉันกำลังทำเพื่อช่วยรักษาความลับของนายอยู่นะเฟ้ย อย่ามองกันแบบนั้นสิ!

ผัวะ!

พอหมัดสุดท้ายจบลง ใบหน้าน้ำแข็งของไอซ์เดวิลก็ยับเยินไปหมด ตั้งแต่กราม ตา จมูก แตกร้าวและเปรอะเปื้อนด้วยคราบเลือด แทบมองแทบไม่เห็นเค้าเดิม พอเห็นใบหน้าที่เคยหล่อเหลากลายเป็นแบบนี้แล้ว ไมลส์ก็พลันปวดใจขึ้นมา

…พี่ไลล่า ขอโทษด้วย ผมทำใบหน้างาม ๆ ที่พี่ปั้นขึ้นมาเละเป็นโจ๊กไปแล้ว ผมมันอาชญากร!

พอคิดว่าลงมือหนักพอแล้ว เขาก็ถอดสนับมือออกแล้วโยนคืนเจ้าของไป

“พอแล้ว?” แดเนียลเลิกคิ้ว

“หมอนี่ไม่ยอมส่งเสียงสักแอะ โคตรน่าเบื่อเลย แกอยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ ฉันหมดอารมณ์แล้ว” ไมลส์ทำหน้าเบื่อโลก ทิ้งตัวลงนั่งที่ประตูทางออก “อย่าให้ถึงตายล่ะ ไม่อย่างนั้นตาเฒ่าฮอปกินส์ต้องโมโหตายแน่”

“เหอะ! ให้มันตาย ๆ ไปซะก็ดี” แดเนียลแค่นเสียง

ไมลส์เข้าใจว่าทำไม คนที่เมลวินและแดเนียลเกลียดที่สุดคือนักวิทยาศาสตร์บ้าคลั่งคนนี้ เพราะหมอนั่นเป็นคนที่มอบความทุกข์ทรมานแสนสาหัสเหมือนนรกบนดินให้พวกเขา ต่อให้สุดท้ายจะทำให้เขาทั้งสองได้พลังมา แต่ความเกลียดชังก็ลบล้างไปไม่ได้ น่าเสียดายที่ดันเป็นคนของสไปเดอร์ ทำให้เมลวินไม่อาจแตะต้องให้หายแค้นได้ สุดท้ายได้แต่จัดการคนที่อ่อนแอกว่าตัวเองระบายอารมณ์

…ถ้าหากมีโอกาสละก็

พอคิดมาถึงตรงนี้ ไมลส์ก็ตัวชาวาบขึ้นมา เขาเข้าใจเมลวินดีเกินไปจนถึงขั้นรับความแค้นของอีกฝ่ายมาด้วยแล้ว น่ากลัวว่าหากเป็นแบบนี้ต่อไป จิตใจเขาอาจบิดเบี้ยวตามไปด้วยจริง ๆ

ดูเหมือนความคิดที่จะหนีออกจากองค์กรเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว

แดเนียลไป ‘สั่งสอน’ ไอซ์เดวิลต่อ ไมลส์มองได้เพียงแวบหนึ่งก็ต้องเบือนสายตาหลบหนีภาพพวกนั้น ปล่อยให้เสียงคมโลหะกรีดลงผิวกายน้ำแข็ง เสียงหักกระดูก กลิ่นคาวเลือด และเสียงคำรามจากการสะกดกลั้นความทรมานของอีกฝ่ายเป็นเพียงภาพเบลอ

เขาอยากหนีออกไปจากที่นี่ แต่แดเนียลต้องสงสัยแน่ อีกอย่าง…เขาต้องมั่นใจว่าตอนไอซ์เดวิลคืนร่างแล้วจะไม่มีใครจำได้ ดังนั้นจึงต้องทนอยู่ต่อไป

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ในที่สุดไอเย็นยะเยือกก็หายไป

ร่างน้ำแข็งของไอซ์เดวิลกลับคืนเป็นร่างของคริสโตเฟอร์ เขาหมดสติไปแล้ว บาดแผลที่เคยเห็นว่าหนักหนาแล้วตอนอยู่ในร่างน้ำแข็ง พอมาเห็นสภาพในร้างเนื้อยิ่งน่ากลัวกว่า ถึงผมสีบลอนด์จะยาวปรกหน้าปรกตา แต่ยังคงเห็นใบหน้าบวมปูด เต็มไปด้วยรอยเขียวช้ำ กรามและจมูกหัก ดูโครงหน้าเดิมไม่ออก ไมลส์โล่งใจที่ไม่ต้องอัดอีกฝ่ายเพิ่ม แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกว่าตัวเองลงมือหนักเกินไปจริง ๆ ส่วนทางด้านร่างกายของคริสโตเฟอร์ ตอนนี้เต็มไปด้วยบาดแผลของรอยมีดที่กดจมลึกไปหลายสิบแห่ง แม้แต่แขนขวาก็ถูกหักทิ้ง ฝีมือของแดเนียลนับว่าน่ากลัวมาก เขารู้ว่าต้องลงมีดตรงไหน ทรมานจุดไหน ถึงจะทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวดสาหัส แต่ไม่ถึงตาย

ไมลส์รู้สึกอยากอาเจียนออกมาเดี๋ยวนั้น

“หมดสติไปแล้วเรอะ?” แดเนียลเลิกคิ้ว ยังไม่ยอมเก็บอาวุธในมือ แต่จับจ้องใบหน้าหมดสภาพนั้นเหมือนจ้องหาที่ลงมีดต่อ

“พอได้แล้ว เดี๋ยวก็ตายกันพอดี” ไมลส์ลุกขึ้นมาห้าม จับข้อมือของอีกฝ่ายไว้ “ฉันไม่อยากฟังตาเฒ่านั่นบ่น”

แดเนียลขมวดคิ้ว “วันนี้แกใจดีจังนะ”

“…” นี่คือใจดีเหรอ ปกติพวกนายทรมานคนระดับไหนกันแน่ ถามจริง

ไมลส์ได้แต่นึกเหตุผลจนหัวหมุน แต่ไม่ว่าจะอ้างอะไรก็ดูน่าสงสัย เลยตอบไปด้วยประโยคประจำตัวของเมลวินว่า “วันนี้ฉันไม่มีอารมณ์”

ดูเหมือนแดเนียลจะไม่ติดใจสงสัยอะไร เขาใช้พลังตัวเองหลอมมีดกลับมาเป็นรูปร่างดั้งเดิม เก็บมันเข้าปลอก แล้วตบบ่าไมลส์สองที บอกว่า

“ไปกินข้าวกันเถอะ”

“เออ”

ก่อนออกจากประตู ไมลส์หันมามองคริสโตเฟอร์ที่สลบอยู่ด้วยสายตาหดหู่ ต่อให้เขาเคยผ่านโลกเสมือนจริงมามากมาย แต่ก็ไม่เคยเล่นบทวิปริตโหดร้ายแบบนี้มาก่อน ดังนั้นจึงทนรับตัวเองแทบไม่ไหว ได้แต่สาบานในใจว่าจะต้องรีบช่วยคริสโตเฟอร์ออกไปให้ได้ นี่ไม่ใช่การทำเพื่ออีกฝ่ายอย่างเดียว แต่เป็นการทำเพื่อตัวเอง และเพื่อช่วยเยียวยาจิตใจอันบิดเบี้ยวของเมลวินในตัวเขาด้วย

 

หลังจากประตูปิดลง คริสโตเฟอร์ที่แสร้งทำเป็นสลบไปนั้นก็เงยหน้าขึ้น

ถึงจะหลับตา แต่เสียงของเด็กหนุ่มที่ห้ามเพื่อนตัวเองไว้ก็ยังเด่นชัดอยู่ในหู ทำให้เขานึกแปลกใจ พอลอบมองตอนเด็กหนุ่มผมสีบรูเน็ตกำลังเดินออกไป ถึงจะไม่ชัดนัก แต่ก็เห็นดวงตาสีเขียวคู่นั้นมองมาทางเขาเหมือนกับรู้สึกผิด มือขาวซีดนั้นสั่นเท่า แต่เพียงครู่เดียวก็เปลี่ยนเป็นกำหมัดแน่น จึงค่อยเดินหันหลังออกไป

เด็กนั่นคิดอะไรอยู่?

ตอนที่ชกหน้าเขาก็ด้วย ถึงจะมีมาดยโสโอหัง แต่สีหน้ากลับไม่ได้ดูยินดีกับการกระทำของตัวเองสักเท่าไหร่ ถึงสุดท้ายจะอัดเขาจนน่วม แต่ว่าแต่ละหมัดเหมือนกลั้นใจปล่อยออกมา และแวบหนึ่ง เขาเห็นแววลังเลฉายอยู่ในนัยน์ตาคู่นั้น

เพราะอะไรกัน?

พอนึกมาถึงตอนนี้ คริสโตเฟอร์ก็พ่นหัวเราะออกมา

ถึงมีเหตุผลแล้วยังไง…คนอย่างเขาไม่เคยสนอยู่แล้ว

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร คริสโตเฟอร์ วู้ด ย่อมตอบแทนคนที่ทำร้ายเขากลับไปร้อยเท่าพันเท่า

 

------------

A.L. Lee

ไมลส์!!!!! หนูจะทำร้ายหน้างาม ๆ ของพระเอกของเรื่องไม่ได้นะลูกกก T_T // (กัดผ้าเช็ดหน้า น้ำตาไหลพราก)

ช่างเป็นความประทับใจแรกพบที่ ...อะไรเช่นนี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 319 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

441 ความคิดเห็น

  1. #409 polar* (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 02:58
    พระเอกก็จิตนะเนี่ย
    #409
    0
  2. #349 Minisuga_r (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2563 / 19:24
    อ่านไม่กี่ตอน ชั้นก็อินแล้ว บ้าจีง
    #349
    0
  3. #203 After_TeaTime (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 00:22
    ชอบจังเลยค่ะ แอบสงสารน้อง น้องไม่ได้อยากทำเลยนะคุณพระเอก เข้าใจน้องด้วย;—;
    #203
    0
  4. #64 JHTEN (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 09:19
    สงสารน้องงงงง นึกภาพถ้าเป็นตัวเองคือทำไม่ไหวแน่
    #64
    0
  5. #7 Silabun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 23:10
    พระเอกใจเย็น น้องหาทางช่วยนายอยู่
    #7
    1
  6. #6 #₩# (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 21:48

    ลุ้นมากกก สนุกมากค่ะ
    #6
    1