An Unlucky Supporting Role : ระบบตัวประกอบผู้โชคร้าย

ตอนที่ 29 : Arc 2.14 ทำอย่างไร?[1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,182
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 167 ครั้ง
    2 ส.ค. 63

“ปล่อยได้แล้ว”

 

พอทามาฮิเดะเท้าแตะพื้น ไมลส์ก็ดิ้นขลุกขลัก เอามือทุบอกอีกฝ่ายไปหลายรอบกว่าจะถูกปล่อยลง

 

ดวงอาทิตย์ตกแล้ว แต่ท้องฟ้ายังมีแสงรำไร ทามาฮิเดะเดินนำไปยังธารน้ำตก เห็นคิทาโร่กระโดดไปมาเล่นน้ำจนเปียกปอนถึงหัว ส่วนยูกิอนนะในชุดขาวปลอดนั่งตัวตรงแน่วอยู่หน้าต้นหลิว มองดูเหมือนนางไม้มากกว่าจะเป็นปีศาจหิมะ พอเห็นพวกเขามา ก็แค่จ้องมองด้วยสายตานิ่ง ๆ เหมือนตุ๊กตา ตรงข้ามกับทานูกิน้อยที่รีบวิ่งขึ้นจากน้ำ โผเข้าหาจิ้งจอกหนุ่มทันที เกาะแข้งเกาะขาจนชายเสื้อเปียกปอนไปมด

 

“ท่านทามาฮิเดะ ทิ้งคิทาโร่ไปหาเจ้าหมอผีหน้าจืดอีกแล้ว” เด็กน้อยตัดพ้อเสร็จก็หันไปเบ้ปากใส่ไมลส์ บ่นอุบอิบว่า “หมอนี่มีดีอะไรหรือ เห็นมีแต่สร้างความเดือดร้อนให้ท่าน เป็นคิทาโร่จะไม่ทำให้ท่านต้องวุ่นวายแบบนี้เด็ดขาด”

 

ไมลส์มุมปากกระตุก

 

เจ้าเด็กนี่! วันก่อนใครกันที่เกือบโดนฆ่าตายจนเขาต้องเข้าไปช่วย แล้วใครกันที่ร้องห่มร้องไห้บอกว่าทามาฮิเดะทิ้งตัวเองไปจนเขาต้องคอยปลอบใจน่ะ หา?

 

“อวดเก่งนัก! ข้ารู้นะว่าโยชิอากิช่วยเจ้ากับปีศาจหลายตัวไว้เมื่อวันก่อน” ทามาฮิเดะอุ้มทานูกิน้อยขึ้น เขกหัวเบา ๆ ทีหนึ่งแล้วดุไปด้วย “แถมยังพาเจ้าไปรอที่กระท่อมนอกมิยาโกะถึงได้รอดปลอดภัยมาจนถึงวันนี้ไม่ใช่หรือไง”

 

คิทาโร่คลำหัวที่โดนเขกป้อย ๆ ทำแก้มพองลม ดวงตามีน้ำตาคลอเหมือนใกล้จะร้องไห้

 

“ท่านทามาฮิเดะ บ้า ๆ ๆ!”

 

พูดจบก็สะบัดตัวออกจากอ้อมแขนของทามาฮิเดะ แล้ววิ่งไปซบตักยูกิอนนะแทน พอนางลูบหัวปลอบโยนก็ปล่อยโฮออกมายกใหญ่ ทามาฮิเดะถอนหายใจอย่างระอา จากนั้นพาไมลส์เดินไปอีกทางหนึ่ง

 

“เด็กคนนี้ติดเจ้าน่าดู” ไมลส์เอ่ยถาม “สนิทกันมากหรือ”

 

“เปล่า เพิ่งรู้จักกันไม่นาน” จิ้งจอกหนุ่มตอบ “ระหว่างทางที่ข้ากลับมาญี่ปุ่น เห็นหมอนี่ติดกับดักนายพรานเลยช่วยไว้ หลังจากนั้นก็โดนเกาะติดแจเลย”

 

…อย่างนี้นี่เอง

 

“ปีศาจที่ฆ่าโยเฮย์” อยู่ ๆ ทามาฮิเดะก็พูดเป็นการเป็นงานขึ้นมา “คือโอคุริอินุ [1] ”

 

 

[1] โอคุริอินุ หรือปีศาจหมาป่า อยู่บนภูเขา มักปรากฏคู่กับนกโยซุสุเมะ

 

 

“โอคุริอินุ? หมาป่าภูเขาน่ะเหรอ?” เขาทวนคำ “แล้วมันอยู่ที่ไหน จับตัวได้หรือไม่?”

 

หากจับตัวปีศาจที่ฆ่าโยเฮย์ได้ ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้นมาก

 

“จับได้แล้ว หมอนั่นสารภาพว่ารับคำสั่งมาจากโอทสึงุ” น้ำเสียงของจิ้งจอกหนุ่มเคร่งเครียด “แต่หลังจากสารภาพ…ก็ตาย”

 

“ว่าไงนะ!” เพิ่งจะเห็นแสงริบหรี่อยู่ที่ปลายอุโมงค์ แต่แสงนั้นก็ดับไปเสียแล้ว ไมลส์รู้สึกหมดแรงขึ้นมาทันที “พูดจริงเหรอ…”

 

“หมอผีนั่นน่าจะทำพันธสัญญาอะไรบางอย่าง ทำให้ปีศาจรับใช้ต้องภักดี พอทรยศก็เลยตาย…มันร้ายกาจมาก วางแผนไว้ไม่เหลือช่องว่างให้เล่นงานเลย เพราะอย่างนี้ข้าถึงได้รีบไปหาเจ้าที่มิยาโกะ โชคดีที่ไปทันเวลา ไม่อย่างนั้นแล้ว เจ้าคง…”

 

พูดมาถึงตรงนี้ ทามาฮิเดะก็ชะงักไป เหลือบตามองเขาแวบหนึ่ง กระแอมเบา ๆ “…ไม่อย่างนั้นแล้วมนุษย์ซื่อบื้ออย่างเจ้าคงโดนฆ่า แต่เพราะเห็นว่าเจ้ายังมีประโยชน์อยู่บ้าง ถึงได้ปล่อยให้ตายไม่ได้ สำนึกบุญคุณเด้วยล่ะ!”

 

…คำพูดคำจาจองหองชะมัด

 

แต่แทนที่จะโกรธ ไมลส์กลับหัวเราะพรืด ความขัดแย้งในตัวเองนี่มันอะไรกัน บ่นเขาว่างี่เง่าอย่างโน้นอย่างนี้ แต่สุดท้ายก็ยอมมาช่วยไม่ใช่เหรอ แถมสีหน้าที่เหมือนกับเป็นห่วงแต่ไม่อยากให้รู้นี่ก็อีก หมอนี่เป็นพวกซึนเดเระ [2] หรือไง?

 

[2] ซึนเดเระ หมายถึงคนที่ปากไม่ตรงกับใจ รักนะแต่ไม่แสดงออก

 

…ก็ไม่ได้รังเกียจหรอกนะ ออกจะ…น่ารักดี

 

ไมลส์หยุดหัวเราะ จากนั้นเงยหน้า คลี่ยิ้มให้อีกฝ่ายเต็มที่

 

“อืม สำนึกบุญคุณแล้ว”

 

ไม่รู้ทำไมอยู่ ๆ ทามาฮิเดะก็ทำตาโตเหมือนตกตะลึงอะไรบางอย่าง จากนั้นก็รีบผินหน้าหนี ราวกับทนมองหน้าเขาต่อไม่ได้ พูดเสียงแข็ง ๆ ว่า “เข้าใจแล้วก็ดี”

 

ไมลส์เห็นอย่างนั้นตีความว่าเมื่อกี๊ตัวเองคงยิ้มได้น่าเกลียดไปหน่อย อีกฝ่ายถึงได้หลบตา แต่มันก็ช่วยไม่ได้ เพราะในโลกนี้เขาหน้าตาไม่ได้ดี ยิ่งอยู่รายล้อมไปด้วยบรรดาปีศาจที่คนบ้าหน้าตาของพี่สาวเขาบรรจงปั้นขึ้นมาแล้ว ก็สมควรที่จะโดนคิทาโร่เรียกว่าหมอผีหน้าจืด

 

เขารีบหุบยิ้มทันที

 

ทามาฮิเดะหยุดลงที่หน้าปากถ้ำแห่งหนึ่ง โดยรอบมีต้นไผ่ขึ้นรก แต่ก็ดูเป็นส่วนตัวและปลอดภัย ไมลส์กำลังจะหันไปถามว่ามันคืออะไร ก็เห็นจิ้งจอกหนุ่มกัดนิ้วตัวเองจนเลือดไหลหยดออกมา

 

“ทำอะไรน่ะ!?” ไมลส์ร้อง

 

“ทำสัญลักษณ์” ทามาฮิเดะตอบ พลางเอานิ้วเปื้อนเลือดป้ายถ้าไว้สองสามจุด “แถวนี้ไม่มีปีศาจเยอะ แต่ไม่มีตัวไหนแข็งแกร่งกว่าข้า ดังนั้นถ้าป้ายเลือดไว้ให้รู้ว่าเป็นอาณาเขตของข้าก็จะไม่มีใครกล้ามายุ่งกับเจ้า ในถ้ำก็จะปลอดภัย”

 

พอทำสัญลักษณ์จนพอใจแล้ว ทามาฮิเดะก็หันมากอดอกพูดต่อ

 

“เจ้าโดนใส่ร้ายจนอยู่ในมิยาโกะไม่ได้แล้ว ก็อยู่ที่นี่ไปก่อนก็แล้วกัน ถ้ำที่พวกข้าอยู่ถึงจะไม่เชื่อมกับที่นี่แต่ก็เดินไม่กี่นาทีถึง หากเกิดอะไรขึ้นก็ร้องเรียกได้ แค่ระวังอย่าให้ตายก่อนก็แล้วกัน ข้าขี้เกียจเก็บศพ”

 

“ขอบใจ…” ไมลส์กำลังจะยิ้ม แต่เพราะนึกได้ว่าอีกฝ่ายอาจจะไม่ชอบ เลยชะงักไปกลางคัน กลายเป็นรอยยิ้มเบี้ยว ๆ ที่ประหลาดพิกล

 

“ทำหน้าอะไรของเจ้า พิลึก!” ทามาฮิเดะทำหน้าแหยงใส่

 

“ขอโทษที” เขารีบปรับสีหน้ามาเป็นปรกติ “เจ้าไม่ชอบเวลาข้ายิ้มสินะ”

 

จิ้งจอกหนุ่มขมวดคิ้ว “ก็เปล่านี่ แค่ยิ้มแบบนี้มันพิลึก เจ้ายิ้มโง่ ๆ แบบปกติก็พอแล้ว”

 

…ยิ้มโง่ ๆ?

 

…ยิ้มโง่ ๆ?

 

…ยิ้มโง่ ๆ?

 

อะไรบางอย่างแทงทะลุหัวใจของไมลส์ดังฉึก จนอยากจะกรีดร้องออกมา

 

“ข้าไปล่ะ”

 

“เดี๋ยวก่อน” ไมลส์ร้อง “ถามหน่อย ตอนนั้นทำไมเจ้าถึงตามหาข้าเจอได้ล่ะ?”

 

ทามาฮิเดะครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบ “ข้าได้ยินเสียงน่ะสิ เสียงผู้หญิงร้องโวยวายขอความช่วยเหลือ ดังก้องในหัวจนน่ารำคาญเลยล่ะ”

 

…พี่?

 

ไมลส์พลันนึกขึ้นได้ หลังจากเขาโดนอาคมเล่นงานก็ไม่ได้ยินเสียงไลล่าเลย หายไปไหนกัน? อย่าบอกนะว่าเกิดอะไรขึ้นเลยถูกตัดการเชื่อมต่อไปแล้ว

 

[ยังอยู่ดีย่ะ!]

 

พอได้ยินเสียงแหวดังมา ไมลส์ก็สะดุ้งโหยง

 

‘ตกใจหมด!’ เขาต่อว่าในใจทันที ‘ว่าแต่…ทำไมเสียงพี่เบาจังเลยล่ะ’

 

[เหนื่อยน่ะสิ…คิดว่าฉันต้องวิ่งวุ่นแค่ไหน เสี่ยงอันตรายแค่ไหนที่แยกตัวออกจากจิตสำนึกของนายไปแหกปากร้องขอความช่วยเหลือน่ะ หา? ปล่อยฉันทิ้งไว้เงียบ ๆ คืนแรงสักวันสองวันก็แล้วกัน…แล้วจะกลับมาแว้ด ๆ ข้างหูนายให้หนำใจไปเลย ไอ้น้องซื่อบื้อ!]

 

โดนด่าอีกแล้ว แต่ไมลส์กลับรู้สึกใจชื้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

 

“อืม…แล้วเจอกัน พี่”

 

ประโยคสุดท้ายเขาเผลอเปล่งเสียงงึมงำ ทามาฮิเดะจึงถามขึ้น “พูดกับใคร?”

 

“อ้อ…เปล่า คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยน่ะ” ไมลส์ตอบ “งั้นข้าไปล่ะนะ ราตรีสวัสดิ์”

 

จิ้งจอกหนุ่มพยักหน้าเชิด ๆ จากนั้นก็หมุนตัวกระโดดกลับไป ไมลส์เดินเข้าไปในถ้ำ จัดแจงหาที่แห้ง ๆ เอาใบไม้มาสุม ๆ เป็นที่นอน จากนั้นนั่งลง นำกล่องหินออกมาจากมิติเก็บของ

 

ในกล่องหินนั้น มีบันทึกอยู่ชุดหนึ่ง

 

คัมภีร์วิญญาณปรมัตถ์

 

ไมลส์คลี่มันออก ใช้แสงไฟจากแท็บส่องดู บันทึกชุดนี้คือมรดกตกทอดของโยเฮย์ และเป็นวิชาที่ทำให้ฟูยูฮิสะใช้ต่อสู้กับทามาฮิเดะจนต้องแลกด้วยชีวิตของตัวเอง

 

เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย หลังจากโยเฮย์ตาย เขาจึงแอบนำมันออกมาจากที่ซ่อนลับ ทีแรกคิดว่าขอเพียงซ่อนไม่ให้ฟูยูฮิสะรู้จักมันก็เพียงพอแล้ว แต่พอเจอกับโอทสึงุ ถึงได้รู้ว่าตัวเองในตอนนี้อ่อนด้อยแค่ไหน ทั้งพลัง ทั้งไหวพริบ เขาสู้ไม่ได้เลยสักอย่าง

 

ไมลส์เริ่มเข้าใจฟูยูฮิสะที่อยากเก่งขึ้นโดยยอมแลกกับทุกอย่างได้ขึ้นมาบ้างแล้ว

 

หากมีโอกาสที่จะชนะ แม้เพียงน้อยนิด ถึงจะเสี่ยงแต่ก็ต้องลองดู

 

ไมลส์กวาดตาอ่านบันทึก จากนั้นใช้แท็บสแกนเก็บข้อมูลไปด้วย วิชานี้แม้จะเยี่ยมยอด แต่ยังมีจุดที่อันตรายกับผู้ใช้อยู่มาก พอเก็บรายละเอียดได้ส่วนหนึ่ง ก็ลองใช้โปรแกรมในแท็บจำลองภาพ แล้วให้คิดคำนวณความเสี่ยงออกมา ตรงไหนที่อันตรายก็ลองปรับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เพื่อให้วิชาสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

 

ไอเดียนี้ก็ได้มาจากการเห็นวงเวทในแท็บของโอทสึงุนั่นเอง หมอนั่นใช้แท็บช่วยสร้างวิชาใหม่ ๆ ขึ้นมาเป็นของตัวเองได้ แล้วทำไมเขาจะทำบ้างไม่ได้

 

ภายในหนึ่งเดือนนี้ เขาจะแข็งแกร่งขึ้นให้ดู!

 

 

ทางด้านทามาฮิเดะ พอส่งเด็กหนุ่มเสร็จก็กลับไปที่น้ำตก ทิ้งตัวลงนั่งบนโขดหิน ปลายเท้าเรี่ยน้ำ เอามือกุมอกซ้ายของตัวเอง รู้สึกใจเต้นเร็วแรงพิกล

 

…บ้าชะมัด!

 

…องเมียวจิที่ชื่อโยชิอากินั่น ทำให้เขาปั่นป่วนอีกแล้ว

 

แต่ไหนแต่ไรมา ทุกครั้งที่ฝันก็จะต้องมีเรื่องของมันแทรกเข้ามาเป็นประจำ แถมพอเจอกันครั้งแรก ก็โดนดึงดูดเข้าหาอย่างไม่มีเหตุผล จนสุดท้ายอาการหนักถึงขั้นตอนตื่นก็มีเรื่องของมันอยู่เต็มหัว

 

ไหนจะนิสัยที่ชอบช่วยคนอื่นโดยไม่สนใจตัวเอง ไหนจะนิสัยบ้าบิ่นบุกเข้าไปหาศัตรูถึงที่แบบไม่กลัวตาย ชวนให้รู้สึกว่าปล่อยทิ้งไว้คนเดียวไม่ได้ทุกครั้งที่ฝันก็จะต้องมีเรื่องของมันแทรกเข้ามาเป็นประจำ

 

ตอนแรกยังพอหลอกตัวเองได้ว่าเป็นแค่ความสนใจอยากรู้ชั่วครั้งชั่วคราว แต่สุดท้ายกลับใจอ่อนยวบเวลาเห็นมันร้องไห้ แถมเมื่อกี๊ ตอนที่เห็นรอยยิ้มจริงใจส่งมาให้ ก็รู้สึกเหมือนโดนดวงอาทิตย์แผดเผา มันเจิดจ้าจนแสบตาไปหมด แถมหัวใจยังเต้นไม่เป็นส่ำอย่างควบคุมไม่ได้ จนต้องเบือนหน้าหนี เพราะกลัวว่าตัวเองจะแสดงสีหน้าแปลก ๆ ออกไปให้มันเห็น สุดท้ายเลยพูดแก้เก้อไปว่ามันเป็นรอยยิ้มโง่ ๆ ไปเสียอย่างนั้น

 

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาอาการหนักเพราะใครสักคนขนาดนี้

 

และถึงตลอดชีวิตหลายร้อยปีที่ผ่านมาบำเพ็ญเพียร ไม่เคยรู้สึกอะไรแบบนี้ แต่พอเจอก็เข้าใจได้ทันทีว่ามันคือความรู้สึกอะไร

 

…คงมีแต่ต้องยอมรับแล้ว

 

สายลมพัดผ่านหน้า น้ำในธารหมุนคว้าง เกิดระลอกคลื่นสายหนึ่ง คาไมทาจิในร่างเพียงพอนทั้งสามร่วงลงลำธารดังตูมแทบจะพร้อมกัน

 

“ข้าบอกแล้วว่าลงผิดที่ นี่มันน้ำ เห็นไหม” ซาบุโร่บ่นอุบอิบ ว่ายไปเกาะโขดหิน พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นทามาฮิเดะที่โดนน้ำสาดกระเซ็นจนเปียกปอนไปถึงหัว “หวา! ท่านทามาฮิเดะ พวกข้าขออภัย! มันเป็น…มันเป็น อุบัติเหตุ!”

 

“รู้หรือไม่ว่าที่ประเทศจีนในบางถิ่น ขนของพวกเจ้าเป็นที่นิยมมากเลยนะ ขายได้ราคางามเชียวล่ะ” เขาใช้เพียงมือเดียวหิ้วคอเพียงพอนทั้งสามขึ้นมา แยกเขี้ยวขู่ “อยากโดนถลกหนังขายหรือไม่”

 

คาไมทาจิทั้งสามส่ายหน้ารัว

 

“ดี” ทามาฮิเดะกดเสียงต่ำ “เช่นนั้น ข้ามีเรื่องให้พวกเจ้าช่วย หากสำเร็จข้าจะตกรางวัลให้ แต่ถ้าไม่เสร็จก็เตรียมตัวไปเป็นผ้าพันคอได้เลย”

 

“ขอรับ…พวกข้าล้วนทำให้ท่านได้ทุกอย่าง อยากให้ช่วยเรื่องอะไรหรือขอรับ” พวกมันฉีกยิ้มประจบ

 

“อิจิโร่ นิโร่ ซาบุโร่ พวกเจ้าคุ้นเคยกับมนุษย์ดีใช่หรือไม่?”

 

“หากเทียบกันในหมู่พวกเรา ก็ใช่ พวกเราเข้าไปป่วนพวกมนุษย์บ่อยสุดขอรับ จะเรียกว่าคุ้นเคยก็คงได้” อิจิโร่ คาไมทาจิที่ถือกระบองตอบ ส่วนอีกสองตัวพยักหน้ารับพร้อมกัน “ท่านจะกำจัดมนุษย์คนไหนหรือ”

 

“เปล่า แต่ข้ามีเรื่องจะถาม” เขาเว้นจังหวะครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยต่อ

 

“จะเกี้ยวมนุษย์ ต้องทำอย่างไร?”

 

_____________

 

A.L. Lee 

 

ชื่อ อิจิโร่ นิโร่ ซาบุโร่ ของคาไมทาจิ คือลูกคนที่หนึ่ง สอง และสามค่ะ ตอนแรกคิดไว้เล่น ๆ ไม่ได้ใส่เพราะกลัวจำกันไม่ได้ แต่ตอนนี้คิดว่าให้มีชื่อไว้จะดีกว่า

 

เดือนสิงหายุ่งมากจริง ๆ มีโปรเจ็กที่ต้องปิดค่ะ ดังนั้นเราอาจจะแทบไม่ได้อัปนะคะ แต่ก็จะหาเวลาเก็บเล็กผสมน้อยเขียนเอา ได้ครบตอนเมื่อไหร่ก็ลงเมื่อนั้น พอหายยุ่งแล้วถึงจะกลับมาอัปอาทิตย์ละ1-2ตอนได้อีกครั้งค่ะ อย่าเพิ่งทิ้งกันน้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 167 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

441 ความคิดเห็น

  1. #361 0892812425 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 03:04
    จะเกี้ยวววววววว
    #361
    0
  2. #352 Minisuga_r (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2563 / 22:08

    ขอยาดเขิน
    #352
    0
  3. #255 sakura17 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 12:51
    พี่ยอมรับว่าตัวเองชอบไมล์อะะะ ฮือออ จะเกี้ยวเค้าแล้ววววว
    #255
    0
  4. #220 After_TeaTime (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 17:21
    เขินพี่จิ้งจอก มีจะกงจะเกี้ยว >///<
    #220
    0
  5. #118 miyuukiMF (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 19:58

    #117 แต่ซึนอ่านว่าtsunก็ถูกแล้วนี่คะ ;^; มันออกเสียงว่าซึนอ่ะค่ะ ถ้าสึนจะออกเสียงอีกแบบ ลองให้กูเกิ้ลอ่านให้ฟังก็ได้นะคะ (หรือเราเข้าใจผิดมาโดยตลอด แงงง)

    #118
    2
    • #118-1 A.L. Lee(จากตอนที่ 29)
      3 สิงหาคม 2563 / 20:06
      ความผิดเราเองค่ะ
      ตอนแรกเราเขียน ทซึ ตามนิยายที่เคยอ่าน ซึ่งตามหลักการถอดเป็น สึ
      ตอนนี้แก้เป็นซึนเดเระตามที่ใช้กันทั่วไป
      #118-1
    • #118-2 A.L. Lee(จากตอนที่ 29)
      3 สิงหาคม 2563 / 20:16
      ทำให้รีดสับสนหมดเลย ขอโทษด้วยค่ะ แงงงง
      #118-2
  6. #117 GlossyPim (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 15:47
    Tsu มันอ่านว่า สึ ไม่ใช่หรอคะ
    #117
    1
    • #117-1 A.L. Lee(จากตอนที่ 29)
      2 สิงหาคม 2563 / 16:16
      ตอนนี้เราแก้กลับเป็น ซึนเดเระ ใช้ตามที่คนทั่วไปเข้าใจแทนนะคะ ส่วนเรื่องถอดเสียงมาเป็นไทยใช้ สึนเดเระ จริงๆด้วย ขอบคุณค่ะ
      #117-1
  7. #116 Pswmp (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 15:27
    กรี๊ดดดดดดด เขาจะจีบกันแล้วค่ะ แต่มาขนาดนี้ไม่ต้องจงต้องจีบมันแล้ววว เป็นแฟนกันไปเรยยยยยยยยยยย /// กลั้นยิ้ม
    #116
    1
    • #116-1 A.L. Lee(จากตอนที่ 29)
      3 สิงหาคม 2563 / 20:24
      ใจเย็นนะคะ คนจะโดนจีบยังไม่รู้ตัวเลย ค่อยเป็นค่อยไปค่ะ 555
      #116-1