An Unlucky Supporting Role : ระบบตัวประกอบผู้โชคร้าย

ตอนที่ 30 : Arc2.15 ทำอย่างไร(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,113
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 151 ครั้ง
    9 ส.ค. 63

ไมลส์รู้สึกว่าหลายวันมานี้ทามาฮิเดะทำตัวประหลาด

 

ถึงปกติจะแปลกอยู่แล้วก็เถอะ แต่ช่วงนี้ไม่แปลกเกินไปหน่อยเหรอ

 

นับตั้งแต่เขามาอยู่ที่ป่านี่ เขาก็นับได้ไม่ต่ำกว่าสามเรื่องแล้ว

 

เรื่องที่หนึ่ง ทามาฮิเดะเอาของจำนวนมากกองอยู่หน้าถ้ำของเขา ซึ่งมันจะไม่ใช่ปัญหาเลยหากของพวกนั้นมันเป็นอาหารหรือของที่ใช้การได้ แต่สิ่งที่เขาพบคือซากไก่ ซากปลา และกระต่ายป่า ปริมาณมหาศาลเกินกว่าจะให้คน ๆ เดียวกิน แถมยังมาแบบดิบ ๆ ที่เขากินไม่ได้ สุดท้ายต้องเสียเวลามาถอนขน ถลกหนัง แล่ แล้วก่อไฟเผาให้มันสุกอีก หมดเวลาไปเกือบทั้งวัน พอแบ่งไปให้พวกปีศาจกิน พวกมันก็ตาลุกวาว ประหนึ่งเพิ่งเคยได้กินของอร่อยขนาดนี้ครั้งแรกในชีวิต เพราะปกติกินแต่ของดิบ ๆ สุุดท้ายเลยกลายเป็นภาระที่ไมลส์ต้องทำอาหารเลี้ยงพรรคพวกของทามาฮิเดะหลายต่อหลายมื้อ

 

แต่ไม่รู้ทำไมพอทามาฮิเดะกลับมาเห็นแล้ว ถึงได้ทำสีหน้าเหมือนมัจจุราช อยากฆ่าปีศาจทุกตนที่กินอาหารฝีมือเขาเสียอย่างนั้น

 

หลังจากนั้นก็ไม่มีวัตถุดิบอาหารมากองหน้าถ้ำเขาอีกเลย ไมลส์นึกว่าปัญหาจบลงแล้ว แต่วันต่อมากลับมีไข่มุกมากมายกองอยู่แทน มันเป็นของมีราคา เขาจึงไม่อยากรับ แต่พอจะไปบอกทามาฮิเดะ อีกฝ่ายกลับทำเหมือนเป็นคนหูหนวก เรียกไปก็ไม่หัน คุยด้วยก็ไม่คุย ท่าทางหยิงยโสเหมือนช่วงเจอกันครั้งแรก ๆ ไม่มีผิด นี่คือเรื่องประหลาดที่สอง

 

เรื่องที่สาม เขาพบทามาฮิเดะในสภาพเปลือยท่อนบนบ่อยมากจนผิดสังเกต ไมลส์จะไม่แปลกใจเลยหากทามาฮิเดะไม่ใส่เสื้ออยู่ตลอดเวลา แต่เท่าที่รู้ เวลาอยู่ต่อหน้าปีศาจตนอื่น ๆ หมอนั่นก็แต่งตัวเรียบร้อยดี มีแค่ต่อหน้าเขาเท่านั้นที่ทำตัวไม่เรียบร้อย บางทีก็เปลือยอกเดินโฉบไปโฉบมา หรือไม่ก็โผล่ขึ้นมาจากน้ำตกในสภาพที่มีหยายน้ำเกาติดทั่วตัว สะท้อนแสงอาทิตย์ระยิบระยับ จากนั้นก็เหลือบตามองเขาแวบหนึ่ง และแน่นอน... ยังคงไม่ยอมพูดกับเขา

 

“ขอถามหน่อยเถอะ” ไมลส์อดรนทนไม่ไหว แอบถามคิทาโร่ว่า “ท่านจิ้งจอกของนายน่ะ หัวไปกระแทกอะไรมาหรือเปล่า ควรพาไปหาหมอ...ไม่สิ ปีศาจเขารักษาโรคสมองเสื่อมกันยังไงน่ะ?”

 

พอคิทาโร่เอาไปฟ้อง ทามาฮิเดะก็แทบจะถลกหนังของคาไมทาจิทั้งสามออกมาเดี๋ยวนั้น

 

“พวกเจ้าแนะนำอะไรมา!” เสียงคำรามนั่นน่าสะพรึงยิ่งกว่ายักษ์เสียอีก “แหกตาดูซิ! นอกจากจะไม่ช่วยอะไรแล้ว ยังทำให้เขาคิดว่าข้าสติไม่ดีอีก!”

 

“ตะ...แต่ว่า พวกข้าก็คิดว่ามันดีที่สุดแล้วนะ” อิจิโร่ตอบเสียสั่น “ให้ของขวัญมาก ๆ ...แสดงความงดงามและความแข็งแกร่งของร่างกายให้อีกฝ่ายหลงใหล แล้วก็...พูดให้น้อย ทำตัวให้ลึกลับเข้าไว้ จะได้ดูเป็นคนน่าสนใจ มนุษย์ก็ชอบเพศผู้ที่มีลักษณะเช่นนี้ไม่ใช่หรือ?”

 

ซาบุโร่ลูบคางครุ่นคิด “หรือว่า..วิธีนี้...จะใช้ไม่ได้ผลกับตัวผู้ด้วยกัน?”

 

“หมอผีนั่นไม่เหมาะกับท่านทามาฮิเดะหรอก” คิทาโร่ไม่รู้ว่าหายงอนจิ้งจอกหนุ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ เข้ามาเกาะขาเขา พูดจาเฉาะเลาะ “หากเป็นข้า ต้องซาบซึ้งกับของขวัญจนร้องไห้ และประทับใจในความแข็งแกร่งของท่านตั้งแต่แรกเห็นแล้ว แต่เจ้านั่นกลับไม่เข้าใจท่านแม้แต่นิดเดียว...แอร๊!”

 

มันพูดยังไม่ทันจบก็โดนทามาฮิเดะหยิกแก้ม

 

“ข้าบอกแล้วว่าไม่ต้องเสียเวลาเกี้ยวหรอก” นิโร่เอ่ยบ้าง “ใช้กำลังบังคับก็สิ้นเรื่อง ในนิยายประโลมโลกที่มนุษย์ชอบกันน่ะ ขอเพียงพระเอกหล่อเหลาสักหน่อย ถึงนิสัยจะโฉดชั่ว ย่ำยีนางเอกแค่ไหน สุดท้ายนางเอกก็รัก...ว้ากกก!!!”

 

คราวนี้ไม่ต้องถึงมือทามาฮิเดะ นิโร่ก็โดนยูกิอนนะจับโยนลงน้ำดังตูม

 

“ไม่ต้องฟัง” นางตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนตุ๊กตา “เกี้ยวใครก็นึกถึงคนนั้นให้มาก ที่เหลือเป็นตัวเองก็พอแล้ว”

 

พูดจบก็กลับไปนั่งจ๋องที่ข้างโขดหินต่อ

 

ทุกคนทำหน้าเหมือนพบเรื่องพิสดารที่สุดในชีวิต

 

อิจิโร่ “ประโยคยาว ๆ เมื่อกี๊ ยูกิอนนะพูดงั้นเรอะ?”

 

นิโร่ “ต้องเป็นประโยคที่ยาวที่สุดในรอบเดือนแน่”

 

คิทาโร่ “ข้าว่ายาวที่สุดในชีวิตต่างหาก”

 

ยูกิอนนะเป็นปีศาจที่ประหยัดคำพูด เอ่ยเพียงคำสำคัญไม่กี่คำเท่านั้น ไม่ชอบอธิบายอะไรเพิ่มเติม ทำให้คนอื่นยากจะเข้าใจ ประโยคล่าสุดก็เช่นกัน ซาบุโร่ตีความอยู่พักหนึ่งก่อนจะร้องอ๋อ

 

“อย่างนี้นี่เอง...ท่านยูกิอนนะช่างละเอียดอ่อน! ข้ารู้แล้ว!” เขาพูดพลางเอาก้อนหินขูดขีดดินแถวนั้นเป็นภาพไปด้วย “เกี้ยวใครให้นึกถึงคนนั้น ท่านทามาฮิเดะมอบแต่สัตว์ที่เป็นอาหารของตัวเอง หมอผีนั่นกินอาหารไม่เหมือนเรา จะดีใจได้อย่างไร หากจะให้ ก็ควรเป็นอาหารมนุษย์ ไข่มุกก็เช่นกัน ของมีราคาเช่นนั้นใครจะกล้ารับทั้งที่ยังไม่ได้คบหากัน ทางที่ดี ของขวัญควรจะเป็นอะไรที่ราคาไม่แพงแล้วอีกฝ่ายชอบมากกว่า”

 

คาไมทาจิสองตัวที่เหลือพยักหน้าเห็นด้วยทันที

 

“หมอนั่นดีดบิวะ แต่ตอนนี้หนีมาตัวเปล่า ท่านเคยบอกว่าจะหาบิวะมาสักอันไม่ใช่หรือ ไปไหนเสียแล้วเล่า?”

 

ทามาฮิเดะตอบด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “หักเป็นสองท่อนแล้ว เผลอเอาไปฟาดใส่โอคุริอินุ”

 

ทุกตัว “...”

 

“อะแฮ่ม ๆ คราวนี้มาเรื่องเป็นตัวเอง” ซาบุโร่ส่งเสียงกระแอมในลำคอ พูดต่อ “ท่านทามาฮิเดะรูปโฉมงดงามก็จริง แต่หากทำอะไรเพี้ยน ๆ ...ข้าหมายถึง ผิดวิสัยของตัวเอง เสน่ห์จะลดลงนะขอรับ แทนที่จะเดินอวดโฉม ทำตัวเย่อหยิ่ง สู้แสดงความสามารถของตนเองออกมาให้มาก ๆ ดีกว่า ความสามารถคือเสน่ห์ที่แท้จริงของบุรุษ”

 

“แล้วต้องทำอย่างไร?” จิ้งจอกหนุ่มเลิกคิ้ว เอามือประสานกัน หักกระดูกนิ้วดังกร๊อบ ๆ "หรือข้าควรปราบปีศาจให้หมอนั่นดูสักสองสามตัว? พวกเจ้าซักคนมาเป็นคู่มือทีซิ"

 

"มะ...ไม่ดีหรอกขอรับ! ไม่ดีเลย! " คาไมทาจิทั้งสามร้องห้ามเสียงหลง ซาบุโร่กล่าว หน้าซีด เหงื่อตก "ความสามารถ ไม่ได้หมายถึงพละกำลังอย่างเดียวนะขอรับ แต่หมายถึงสิ่งที่ทำได้ดี สิ่งที่โดดเด่นจากคนอื่น อย่างท่านทามาฮิเดะก็เช่น..เช่น… เอ่อ..."

 

มาถึงตรงนี้ซาบุโร่ก็หันไปขอความช่วยเหลือจากพี่น้องตัวเอง "อิจิโร่ พี่ว่ายังไง"

 

"ความสามารถของท่าน..ก็..ก็…" คาไมทาจิคนโตสุดทำหน้าเลิ่กลั่ก หันไปทางนิโร่ คราวนี้นิโร่ก็หันไปหาทานูกิน้อย

 

คิทาโร่เอานิ้วแตะปากครุ่นคิด พูดว่า "จะว่าไปแล้ว...ท่านทามาฮิเดะเนี่ย นอกจากหน้าตากับพลังแล้ว ก็ไม่เห็นมีอะไรดีเลยนี่ขอรับ? "

 

"!!! "

 

ซาบุโร่รีบอุดปากคนพูด แต่ไม่ทันเสียแล้ว ไอสังหารพลันปะทุขึ้นจากร่างจิ้งจอกหนุ่ม จนทุกตัวในที่นั้นหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ

 

"ดีนี่...พวกเจ้า! ...ดีจริง ๆ ..." ทามาฮิเดะเอ่ยเสียงเย็นเยียบ แววตาเหมือนมีเปลวเพลิงลุกโชนอยู่ในนั้น "เช่นนี้ข้าก็จะทำในสิ่งที่ข้าทำได้ดี คือจับพวกเจ้าแล่เนื้อถลกหนัง ทำผ้าพันคอขนสัตว์เป็นของขวัญให้โยชิอากิเสียเลยเป็นไง! "

 

"ทะ...ท่านทามาฮิเดะ มะ...เมตตาด้วย...ว้าก!!! "

 

เกิดเสียงสะเทือนดังลั่นไปทั่วป่า ต้นไม้หักโค่นเป็นแถบ ตามมาด้วยเสียงร้องแหลม ๆ ของสัตว์บางอย่างโดนเชือด

 

ยูกิอนนะนั่งแช่เท้าอยู่ริมธาร สักพักเห็นซากร่างของทานูกิตัวเล็กกับเพียงพอนสามตัวลอยตามน้ำมา จึงหยิบเอากิ่งไม้มาเขี่ยเล่น

 

การเกี้ยวหนุ่มครั้งแรกของทามาฮิเดะ ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

 

 

ที่หน้าเรือนอุไดจิน ฟูยูฮิสะเดี๋ยวเดินเลยไป สักพักก็ย้อนกลับมา จากนั้นก็เดินเลยไปอีก ทำแบบนี้หลายต่อหลายครั้ง สาวใช้คนหนึ่งสังเกตเห็น จึงเดินออกมาหา ถามว่า

 

“ท่านฟูยูฮิสะ มีธุระอะไรหรือ?”

 

พอโดนทัก เขาก็สะดุ้งโหยง ละล่ำละลักถามว่า

 

“คิโยมิอยู่หรือไม่?”

 

สาวใช้คนนั้นตอบ “ตอนนี้ท่านคิโยมิไม่อยู่เจ้าค่ะ”

 

แต่ยังไม่ทันขาดคำ ก็ได้ยินเสียงเด็กสาวที่คุ้นเคยแว่วมาจากเรือน เป็นเสียงหัวเราะคิกคักที่สดใสกังวาน

 

“แล้วเสียงนั่น…” ฟูยูฮิสะจะเอ่ยค้าน แต่พอเห็นสาวใช้คนนั้นยิ้มเจื่อน ส่ายหน้า ก็ทำให้เขาเข้าใจได้ทันที “อย่างนั้นเหรอ เช่นนั้นข้าฝากให้นางหน่อยก็แล้วกัน”

 

เขาหยิบกล่องเครื่องรักอันหนึ่งยื่นให้ ข้างในบรรจุเครื่องประดับไว้จำนวนหนึ่ง สาวใช้เห็นแล้วก็มีหน้าลำบากใจ

 

“ท่านฟูยูฮิสะ ทำเช่นนี้…”

 

“จนกว่านางจะเข้าวังไปจริง ๆ ข้าจะไม่ยอมแพ้หรอก” ฟูยูฮิสะฝืนยิ้มอย่างยากลำบากทีหนึ่ง “ฝากด้วยนะ”

 

พูดจบเขาก็รีบจ้ำอ้าวจากไปทันที หางตาแดงก่ำ

 

เขาไม่เหลืออะไรอีกแล้ว

 

อาจารย์ที่เป็นคนฉุดเขาขึ้นมาจากโคลนตมก็จากไปแล้ว

 

โยชิอากิ ศิษย์น้องที่เขาไว้ใจที่สุด ก็ต้องสงสัยว่าร่วมมือกับปีศาจฆ่าอาจารย์ หายตัวเข้ากลีบเมฆ

 

ผู้หญิงที่เขารัก อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็ต้องเข้าวังหลวง

 

สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ตอนนี้ คือความแค้นเท่านั้น

 

เขาไปหาใครคนหนึ่งที่เรือน ทั้งสองประจันหน้ากันที่โต๊ะเตี้ยตรงเรือนกลาง ฟูยูฮิสะนั่งคุกเข่า ตัวตรงแน่ว สีหน้ามุ่งมั่นเหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ อีกฝ่ายรินน้ำชาให้ เอ่ยถาม

 

“อยู่ ๆ ก็รีบร้อนมาหาข้า มีธุระสำคัญหรือ?”

 

“เรื่องที่ท่านบอกข้าวันนั้น ข้าคิดตกแล้ว”

 

“ว่าอย่างไร?” เจ้าบ้านถาม พลางเลื่อนแก้วชาให้ “จะทำหรือไม่?”

 

“ทำขอรับ” ฟูยูฮิสะค้อมศีรษะ “ถึงจะยาก ถึงจะเสี่ยงตาย ถึงอาจจะโดนพลังย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองเข้าสักวัน แต่ข้าจะต้องกำราบปีศาจจิ้งจอกนั่นให้ได้ และหากโยชิอากิเกี่ยวข้องจริง ข้าก็จะ…เป็นคนจัดการด้วยตัวเอง”

 

พูดมาถึงตรงนี้ เขาพบว่ามือของตัวเองสั่นไปหมด แต่พอกำมือให้แน่นขึ้นหน่อย อาการนั้นก็ค่อยสงบลง จึงสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด เงยหน้า พูดด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว

 

“ได้โปรดสอนวิชาลับนั่นให้ข้าเถอะขอรับ ท่านโอทสึงุ”

 

โอทสึงุมองสภาพสิ้นหวังของคนตรงหน้า ลอบยิ้มอย่างพึงพอใจ

 

ทุกอย่างเป็นไปตามแผน

 

 

“งานชุมนุมปีศาจ? คืออะไร?”

 

ที่ต้นหลิวหน้าปากถ้ำของทามาฮิเดะ ไมลส์กำลังจดจ่ออยู่กับการเขียนยันต์ จึงถามโดยไม่ได้มองคู่สนทนา

 

“ก็เป็นงานสังสรรค์อย่างหนึ่ง” ซาบุโร่ในร่างเด็กหนุ่มอธิบาย “ในคืนเดือนมืดที่อากาศดี พวกเราจะชอบออกมาชุมนุมกัน กินเหล้า เต้นรำ ร้องเพลง ชมการแสดง ชมธรรมชาติ แล้วก็เล่นสนุกกัน”

 

“ฟังดูน่าสนใจ” ไมลส์เออออไปตามเรื่อง หัวคิ้วขมวดมุ่นเมื่อเห็นว่าตัวเองเขียนยันต์ผิดไปเส้นหนึ่ง “แต่ข้าไม่มีเวลาไปหรอก ต้องฝึกวิชา อีกอย่าง ข้าเป็นองเมียวจินะ ไปที่นั่นได้โดนปีศาจอื่นรุมทึ้งพอดี”

 

“ปลอมตัวไปก็ใช้ได้แล้ว” ซาบุโร่บอก “เจ้าฝึกวิชาไม่หลับไม่นอนเช่นนี้ มีหวังล้มป่วยไปเสียก่อน พวกข้าดูและมนุษย์ไม่เป็นนะ ไปเที่ยวเล่นสักหน่อย แล้วกลับมานอนพักผ่อนให้เต็มตื่นสักวัน จะเป็นไร”

 

“…แต่ว่า”

 

เขาลังเล ตอนนี้เขาปรับปรุงวิชาลับของโยเฮย์จนพอใจแล้วก็จริง แต่พอลองฝึกฝนเข้าจริง ๆ กลับพบว่ามันยากเอาเรื่อง คราวก่อนก็โดนพลังตีกลับจนกระอักเลือด สลบไปครึ่งค่อนวันโดยที่ไม่มีใครรู้ เรียกว่ายังห่างไกลจากความสำเร็จมาก จึงอยากใช้เวลากับมันให้เยอะ ๆ

 

“เจ้านี่ก็อยากให้เจ้าไปด้วยนะ”

 

ซาบุโร่ดันคิทาโร่ที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังออกมา เด็กชายแค่นเสียง หึ แล้วกอดอก เบนหน้าหนี

 

“ข้าเปล่าสักหน่อย”

 

“งั้นหรือ เจ้าอยากให้ข้าไปด้วยจริงหรือ?” ไมลส์ผละมือจากยันต์ เดินไปหาทานูกิน้อย ก้มตัวถามว่า “ไหนว่าเกลียดข้าไง”

 

“ไม่ได้อยากให้ไปด้วย” คิทาโร่พูดขมุบขมิบในปาก “แต่ถ้าจะไปก็ได้ เจ้าหมอผีหน้าจืด”

 

แก้มป่อง ๆ และท่าทางขัดแย้งในตัวเองที่น่ารักนี้ทำให้ไมลส์รู้สึกเอ็นดูขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ จึงลูบหัวแล้วบอกว่า “เช่นนั้น ข้าขอไปด้วยก็แล้วกัน”

 

คิทาโร่พยักหน้าอย่างจำใจ

 

“ตกลงแล้วนะ! เจ้าตกลงแล้วนะ! วันเดือนมืดคราวหน้าไปด้วยกัน”

 

ซาบุโร่ร้องอย่างยินดี จากนั้นก็หันไปขยิบตาให้กับพรรคพวกคนอื่น ๆ ที่แอบดูอยู่หลังพุ่มไม้ ทามาฮิเดะแม้สีไม่แสดงอารมณ์อะไรเป็นพิเศษ แต่แววตาทอประกายดีใจอย่างปิดไม่มิด

 

…โอกาสที่สองมาแล้ว คราวนี้เขาจะไม่ทำพลาดอีก เด็ดขาด

________

A.L. Lee

พี่ทามาฮิเดะแกจีบไม่เป็นน่ะค่ะ มาเป็น กลจ.ให้ฮีกันหน่อยนะคะ 
 

ตอนสองตอนนี้ก็จะเรื่อย ๆ เปื่อย ๆ หน่อย นะคะ ให้พระนายเราได้ใช้ชีวิตชิล ๆ สานสัมพันธ์สักนิด (คงไม่เบื่อกันนะ TwT) แต่คิดว่าอีกราว ๆ ไม่เกิน 5-7 ตอน ก็จะจบ Arc แล้ว เพื่อไม่ให้ยาวเกินไปค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 151 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

437 ความคิดเห็น

  1. #256 sakura17 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 12:58
    ขำเหล่าเพียงพอนกับคิทาโร่แนะนำอะไรพี่ไปแล้วโดนไมล์มองว่าเสียสติเลยโดนจัดการจนเป็นซากลอยน้ำเลย5555
    ถ้าไมล์ไม่รีบไปปรับความเข้าใจพระเอกมีแววจะเทิร์นดาร์กแล้วอะ กลัวใจ
    #256
    0
  2. #221 After_TeaTime (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 17:32
    ฟูยูฮิสะคือเชื่อคนผิดมากๆ ไมลส์ฝึกวิชาที่อาจจะใช้ชีวิตตัวเองแบบนี้ โลกนี้จะจบดีไหมนะ...
    #221
    0
  3. #196 Avista (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 / 22:28
    เป็นกำลังให้จีบได้นะ5555
    #196
    0
  4. #126 =THE END= (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 23:21

    ไม่เบื่อเลยเนื้อเรื่องน่ารัก ชวนให้อ่านทั้งวันก็ไม่เบื่อ ชอบคะ

    มาเจอเรื่องนี้ตอนกำลังหานิยายแนวระบบอ่านพอดีพออ่านเรื่องย่อเสร็จก็กดเข้ามาอ่านทันทีเลย แล้วปรากดว่าอ่านยาวๆติดงอมแงม ไรท์สู้ๆนะคะ
    #126
    0
  5. #123 miyuukiMF (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 14:30

    ขำำำำ

    ปล. ไม่เบื่อค้าบบบ ไรท์แต่งสนุกอ่ะ แบบมีมุกแทรกเข้ามาด้วยไม่เบื่อเลย ❤

    #123
    0
  6. #122 maemod114 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 19:05
    น่ารักกกกก 55555
    #122
    0
  7. #120 Pswmp (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 00:48
    เอาใจช่วยทามาฮิเดะ เข้าใจว่าจีบคนอื่นไม่เป็น แต่ก็ไม่ควรไปเชื่อไอ 3 ตัวนั้น555 มันไม่เวิร์ค แต่ชอบตอนที่คิทาโร่บอกว่า "นอกจากหน้าตาและพลัง ท่านก็ไม่มีอะไรดีเลย" 5555 เราเชื่อว่านายจะต้องมีแน่ๆ แต่ยังไม่ค้นพบเฉยๆ
    #120
    0
  8. #119 StupidDesu (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 00:41
    ชอบตอนน้องๆตกน้ำแล้วโดนยูกิอนนะเอาไม้เขี่ย 55555
    ปล.ต่อให้เนื้อเรื่องเข้มแค่ไหน ยังไงความหวานจากพระ-นาย ก็ห้ามขาด ฮ่าาา
    #119
    0