An Unlucky Supporting Role : ระบบตัวประกอบผู้โชคร้าย

ตอนที่ 20 : Arc2.5 เพลงปราบวิญญาณ (ต่อ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,549
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 213 ครั้ง
    7 มิ.ย. 63

“เพลงผีสางเช่นนี้ ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน” ชายคนหนึ่งอุทาน

 

“ชู่ว! เจ้าอย่าลบหลู่ไป ดูนั่นก่อน”

 

สิ้นเสียงบิวะ พลันเกิดเสียงระเบิดขึ้นตูมหนึ่ง เปลวเพลิงผุดขึ้นมาจากเรือนไม้ เจิดจ้าจนแสบตา ทว่ากลับไม่มีใครรู้สึกร้อนเลยสักนิด เรือนไม้ก็ไม่ได้มอดไหม้สักเสี้ยว มีเพียงอินุงามิเท่านั้นที่โดนไฟคลอก ร้องโหยหวนคล้ายทรมานเกินทานทน

 

“อย่างนี้นี่เอง” อุไดจินร้องอ๋อ “นั่นเป็นไฟนรกที่แผดเผาเฉพาะวิญญาณ บทเพลงก็เปรียบวิญญาณนั้นเหมือนไก่อย่างไรเล่า”

 

“ที่แท้ก็มีความหมายแฝงลึกซึ้งถึงเพียงนี้?!”

 

“พลังรุนแรงนัก! เพลงนี้ต้องมาจากตำราลับไม่ผิดแน่!?”

 

ระหว่างที่กำลังจินตนาการกันไปไกล ไมลส์ก็หันมาหาทุกคน

 

“ทุกท่าน มันกำลังอ่อนแรงแล้ว หากช่วยกันร้องต้องไล่มันไปได้แน่” ตะโกนบอกแล้วก็ดีดบิวะ “อีกหนึ่งรอบ สาม สี่!”

 

“ไก่ย่างถูกเผา!”

 

ทุกคนร้องประสานเสียงขึ้นมาพร้อมกันโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่เคยได้ยินเป็นครั้งแรก แต่เพลงกลับติดหูราวต้องมนต์สะกด แถมพอร้องแล้วยังรู้สึกคึกคักขึ้นมาอีกด้วย พอรอบที่สองจึงส่งเสียงดังขึ้นไปอีก

 

“ไก่ย่างถูกเผา!”

เตร๊ง!

 

เพลิงโหมกระหน่ำหนักกว่าเดิม คราวนี้อินุงามิทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว มันเห่าอย่างบ้าคลั่งหลายครั้ง หดตัวเล็กลงจนเหลือร่างเท่าสุนัขปกติ ฟูยูฮิสะรีบเสกยันต์ติดตามใส่ ทันเวลาก่อนที่มันจะพุ่งทะยานออกจากเรือนเพียงนิดเดียว ไอปีศาจที่ปกคลุมจนบรรยากาศโดยรอบอึดอัดหายไปในพริบตา

 

“รีบตามมา!” เขาร้อง “ต้องหาที่ฝังศีรษะของมันให้เจอจึงจะสะกดมันได้”

 

ไมลส์พยักหน้า ทั้งสองรีบวิ่งตามอินุงามิไปทันที

 

มิยาโกะนั้นถูกสร้างเป็นแยกตัดกันทั่วทั้งเมือง หากจะไล่ตรวจสอบทีละแยกคงไม่ทันการ แต่เพราะฟูยูฮิสะเสกยันต์ติดตาม บวกกับพลังวิญญาณสูง จึงทำให้รับรู้สถานที่ของอินุงามิได้

 

“แยกหน้าตลาดตะวันตก”

 

พวกเขาตรงดิ่งไปที่แยกนั้นทันที

 

ดึกเช่นนี้ร้านรวงที่ตลาดต่างปิดกันหมดแล้ว เหลือเพียงถนนดินโล่ง ๆ ท่ามกลางความมืดวังเวง ฟูยูฮิสะเดินมาจนถึงบริเวณที่ยันต์ติดตามบอก ปกติแล้วบนถนนเช่นนี้อาจมีรอยเท้าหรือรอยเกวียนอยู่บ้าง แต่ตรงหน้าเขากลับมีร่องรอยของดินที่นูนขึ้นมาเป็นพิเศษ เหมือนมีใครขุดแล้วกลบทับอีกรอบหนึ่ง

 

“ตรงนี้หรือ?” ไมลส์เอ่ยถาม

 

“ใช่…ข้ามั่นใจ” ฟูยูฮิสะพยักหน้าหงึก

 

“แต่พวกเราจะขุดขึ้นมาดูได้อย่างไร จอบเสียมก็ไม่ได้เอามา ท่านคงไม่ได้มีชิคิงามิที่ขุดดินได้กระมัง”

 

ฟูยูฮิสะ “…”

 

…แล้วจะทำยังไงล่ะทีนี้

 

“อะแฮ่ม ๆ เอาเป็นว่าข้าจะส่งมิเกะไปเรียกทุกคนมาช่วยก็แล้วกัน” องเมียวจิหนุ่มกระแอมไอแก้เขิน ก่อนจะอัญเชิญเนโกะมาตะลายสามสีตรงกลับไปที่เรือนของอุไดจิน

 

หลังจากรวบรวมคนและอุปกรณ์มาได้ก็ช่วยกันขุดดินในตำแหน่งที่ฟูยูฮิสะบอก เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบได้ กว่าจะมีเสียงคนร้องขึ้นว่า “ข้าเจอหัวสุนัขแล้ว!”

 

หัวของสุนัขตัวนั้นเริ่มเปื่อยแล้ว ไอปีศาจก็ยิ่งเข้มข้น ฟูยูฮิสะรีบนำมันขึ้นมาวางไว้ในวงเวทที่เตรียมไว้ ท่องคาถาบทหนึ่งจนไอดำนั้นบรรเทาลง เกิดแสงสว่างวาบขึ้น ก่อเป็นรูปร่างของสุนัขสีดำตัวหนึ่ง รอบตัวมีประกายแสงสีทอง วิญญาณของมันโดนชำระล้างความอาฆาตแล้ว ตอนนี้จึงกลับเป็นร่างจิตดั้งเดิม มันเอียงคอด้วยความฉงน หางส่ายไปมา ลืมภาพพจน์ของอินุงามิชั่วร้ายก่อนหน้าไปจนหมด

 

“คิโยโมริเล่า” ฟูยูฮิสะเอ่ยถาม

 

คุโร่เพียงยกข้าหน้าชี้ไปยังหลุมที่ฝังตัวเอง ไมลส์จึงลองเดินสำรวจแถวหลุมนั้นอีกครั้ง จนกระทั่งพบมือที่เขียวช้ำข้างหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากกองดิน “อยู่ตรงนี้”

 

ฟูยูฮิสะหันไปบอกกับวิญญาณสุนัข

 

“ไปเถอะ อย่าได้เก็บความอาฆาตไว้อีกเลย”

 

มันผงกหัว จากนั้นประกายแสงสีทองรอบตัวก็เจิดจ้าขึ้น แล้วหายวับไปจากสายตา

 

…มันไปสู่ภพภูมิอื่นแล้ว

 

หลังจัดการกับอินุงามิได้ ร่างของคิโยโมริก็ถูกขุดขึ้นมาได้ในเวลาไม่นานนัก นัยน์ตาเบิกโพลงดูทุรนทุราย ทั้งตัวบวมอืด แถมยังเต็มไปด้วยรอยฉีกกระชากของสุนัข ไม่เหลือเค้าคนเย่อหยิ่งจองหองที่ทุกคนคุ้นเคยอีก

 

…เพื่อให้ได้มาซึ่งเป้าหมาย กลับไม่เลือกวิธีการ ทำร้ายสิ่งที่จงรักภักดีกับตนเอง สุดท้ายนอกจากไม่ได้อะไรเลย ยังต้องจบชีวิตลง

 

“หากไม่ทะเยอทะยานเกินตัว อีกหน่อยคงกลายเป็นองเมียวจิที่เก่งกาจได้แท้ ๆ” ฟูยูฮิสะพึมพำ

 

“คิโยโมริ…” อุไดจินมือสั่นน้อย ๆ ตอนสัมผัสร่างหลานชาย จากนั้นหลับตาลง เรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยเสียงเบาหวิว

 

 

“เช่นนั้นหรือ โยชิอากิ เจ้าพัฒนาขึ้นมากนะ”

 

ในห้องนั่งเล่นที่เรือนกลาง โยเฮย์นั่งจิบชา พลางฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากฟูยูฮิสะ

 

หลังเหตุการณ์อินุงามิไม่นาน โยเฮย์ก็กลับมา พิธีศพของคิโยโมริถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายไม่เอิกเกริก บันทึกไว้เพียงว่าโดนสัตว์ทำร้ายจนตายเท่านั้น พวกเขาเข้าแสดงความเสียใจกับอุไดจิน ทุกอย่างฉุกละหุก จึงเพิ่งได้มีเวลามาพูดคุยกันในวันนี้

 

“หากท่านพี่ฟูยูฮิสะไม่ได้ทำให้มันอ่อนแรงลงก่อน ข้าก็คงไม่ทางปราบมันได้ คำชมนั้นข้าไม่กล้ารับหรอกขอรับ” ไมลส์ตอบอย่างถ่อมตัว แต่กลับโดนองเมียวจิหนุ่มที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ตบหลังดังป้าบ

 

“ไม่ต้องถ่อมตัวไป แม้บทเพลงจะแปลกหูไปบ้าง แต่พลังร้ายกาจนัก เจ้าเก่งขึ้นจริง ๆ”

 

ฟูยูฮิสะเอ่ยชมอย่างจริงใจ ไมลส์นึกถึงวันนั้นแล้วก็กระดากจนหน้าแดง

 

ความจริงแล้วเขาก็มีความรู้ด้านดนตรีอยู่บ้าง อย่างน้อยในโลกความจริงก็เล่นกีตาร์เป็น พอมาเปลี่ยนเป็นบิวะก็เล่นได้ แต่การปราบปีศาจต้องใช้สมาธิในการเค้นพลังวิญญาณด้วย หากใช้เพลงซับซ้อนมีแต่จะทำให้เสียสมาธิ รวบรวมพลังลำบาก เลยเลือกเพลงที่โดนพี่ภูมิร้องกรอกหูมาหลายปีมาเล่นแทน

 

แต่นึกย้อนกลับไปก็อยากเอาหัวมุดลงดิน หลังจากนี้เขาต้องฝึกเพลงยาก ๆ ไพเราะเพราะพริ้งให้คล่อง จะได้เอามาใช้ตอนปราบวิญญาณปราบปีศาจได้อย่างไม่มีปัญหา

 

[ไม่ต้องห่วงนะไมโล เรื่องนี้ยังไงฉันจะเอามาล้อไปยันนายมีลูกหลานเลย] ไลล่าพูดแทรกขึ้นมาอย่างจริงจังสุด ๆ

 

…พี่ภูมิ ช่วยเอาสุดที่รักของพี่กลับไปเก็บที

 

“โยชิอากิ มานี่หน่อยซิ” โยเฮย์กวักมือเรียกเด็กหนุ่ม ไมลส์กระเถิบไปหน้าเขา นั่งพับขาอย่างเรียบร้อย ทว่าพอไปถึงแล้วอีกฝ่ายกลับไม่ทำอะไรนอกจากพินิจอยู่นาน จับแก้มเขาเบี่ยงซ้ายขวา ขึ้นลง จากนั้นก็รวบเอามือเขาขึ้นมาดู พลิกหน้าพลิกหลังหลายครั้งจึงยอมปล่อย แล้วขมวดคิ้วกล่าวว่า

 

“แต่ก่อนนี้เห็นหน้าเจ้าอยู่ทุกวันจึงไม่ได้สังเกต…แต่ดูเหมือนดวงชะตาจะเปลี่ยน”

 

ได้ยินคำนี้ ไมลส์ก็หูผึ่ง

 

“หมายความว่าอย่างไร ท่านอาจารย์ แล้วมันดีหรือไม่?”

 

โยเฮย์ส่ายหน้า “ข้าเห็นเพียงว่าหลังจากนี้เจ้าต้องเจอเรื่องหนักหนานัก โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า แต่ปลายทางนั้น…ยากคาดเดา”

 

“…”

 

“แต่หากเทียบกับที่ข้าเคยเห็นก่อนหน้านี้ว่าเจ้าอายุสั้น อยู่ได้ไม่เกินปีหน้าแล้ว ก็นับว่าดีกว่าเดิมได้กระมัง”

 

ฟูยูฮิสะสำลักน้ำชา ลุกพรวดขึ้นจากโต๊ะ กล่าวอย่างตื่นตกใจว่า

 

“หมายความว่าอย่างไร! โยชิอากิอายุสั้นงั้นรึ ทำไมไม่มีใครเคยบอกข้า?”

 

“ข้าก็เพิ่งเคยได้ยินพร้อมท่านนี่ละ” ไมลส์ตอบ ในความทรงจำ อาจารย์ไม่เคยทักโยชิอากิเรื่องดวงชะตานี้เลย

 

“คำทำนายถึงความเป็นความตายเช่นนี้ หากเจ้าไม่เอ่ยถาม ข้าย่อมไม่อาจพูด ที่ผ่านมาจึงเตือนให้เจ้าใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังเท่านั้น” โยเฮย์กล่าว

 

“แต่ตอนนี้ท่านก็พูดออกมาแล้ว” ฟูยูฮิสะแย้ง

 

“เพราะทุกอย่างเปลี่ยน จึงพูดได้” โยเฮย์ตอบเรียบ ๆ พลางยกชาขึ้นจิบ “เอะอะมะเทิ่งไปแล้ว นั่งให้มันดี ๆ”

 

ฟูยูฮิสะกลับมานั่งอย่างเรียบร้อยตามเดิม

 

“โยชิอากิ เรื่องลำบากที่ข้าพูดถึงนั้น เจ้ามีชะตาพัวพันกับปีศาจ และไม่ได้หมายถึงการออกเดินทางปราบมารหรืออะไรแบบที่ทำกันทุกวันนี้ แต่เจ้าจะได้เจอปีศาจตนหนึ่งที่จะชักนำเรื่องใหญ่เข้ามาในชีวิตเจ้า ดีร้ายไม่อาจรู้ได้ จงเปิดหูเปิดตาให้กว้าง อย่าได้ประมาท”

 

“ข้าจะจำไว้ขอรับ” ไมลส์ค้อมคำนับ

 

[โยชิอากิก็ดวงกุดจริง ๆ นั่นละ ทำนายแม่นจังนะ แต่ดวงเปลี่ยนอย่างนี้หมายความว่ามีหวังใช่ไหมเนี่ย?] เสียงตื่นเต้นของไลล่าแทรกเข้ามา

 

‘อืม…ขอแค่ไม่โดนทามาฮิเดะ จิ้งจอกเก้าหางนั่นฆ่าตาย ก็ถือว่าปลอดภัยไปเรื่องหนึ่งแล้วละ อันที่จริงถ้าโยเฮย์ทำนายให้ว่าใครเป็นออสมอนด์ ใครเป็นไวรัสได้ด้วยก็คงดีสินะ’

 

[นายจะขอให้โยเฮย์ตรวจชะตาทุกคนได้ยังไงกันเล่า?]

 

‘นั่นมันก็จริง’ ไมลส์ครุ่นคิด ‘สงสัยคงต้องเรียนศาสตร์ทำนายเพิ่มขึ้นอีกอย่างแล้ว ถึงจะไม่แม่นแบบโยเฮย์ แต่ก็คงดีกว่าไม่รู้อะไรเลย’

 

[ก่อนหน้านั้นเล่นบิวะให้คล่องก่อนดีไหมยะ!]

 

“ท่านอาจารย์” ฟูยูฮิสะขยับตัวไปใกล้โยเฮย์บ้าง ถามอย่างคาดหวัง “เช่นนั้นท่านช่วยดูชะตาให้ข้าด้วยได้หรือไม่? ครั้งสุดท้ายที่ท่านดูให้ข้ายังเด็กนัก ตอนนี้เปลี่ยนแปลงบ้างหรือไม่”

 

โยเฮย์เห็นท่าทางสงสัยใคร่รู้ของศิษย์เอกก็ยอมแพ้ เอ่ยว่า “มาสิ” พออีกฝ่ายขยับตัวไปใกล้ก็จ้องพิจารณาสักพัก ดูทั้งดวงหน้า ฝ่ามือ พอได้ข้อสรุปก็พรูลมหายใจออกมาทีหนึ่ง “ฟูยูฮิสะ ดวงชะตาเจ้ายังคงเป็นเหมือนที่ข้าเคยพูดไว้ แต่ครั้งนี้ ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม แสงสว่างกับความมืด แม้ดูเหมือนต่างกันสุดขั้ว แต่ความจริงห่างกันเพียงเส้นคั่นบาง จงเลือกให้ดี”

 

“ข้าจะไม่ทำให้ท่านอาจารย์ผิดหวังขอรับ” ฟูยูฮิสะได้ฟังก็ยิ้มตอบ “ว่าแต่ว่า ดวงความรักของข้าเล่า พอจะมีหวัง…”

 

…นี่ตั้งใจจะถามเรื่องนี้หรอกเรอะ!

 

“เจ้ากับคิโยมินับว่ามีวาสนาต่อกัน แต่เบาบางนัก อาจโดนสะบั้นขาดได้ง่าย หากรักมั่นจริงก็พยายามให้มากเสีย อย่ามัวแต่อ้ำอึ้ง”

 

โดนหมัดตรงไปแบบนี้ ฟูยูฮิสะถึงกับอ้าปากพะงาบ ๆ “ท่านอาจารย์…ข้าไม่เคยพูดถึงนางสักครึ่งคำ ทำไมท่านถึงได้รู้…เอ๊ย! ทำไมท่านถึงคิดว่าเป็นนางไปได้?”

 

อาจารย์ยิ้ม ไม่ตอบ ส่วนไมลส์ได้แต่ลอบส่ายหัวในใจ

 

…เอ่อ พ่อพระเอก นายหลุดออกมาคำเบ้อเร่อแล้วนั่น

 

“ข้า…ข้าก็แค่เอ็นดูนาง ยังไงสักวันนางก็ต้องถวายตัวเป็นสนมขององค์โตงู ข้า…”

 

พูดยังไม่ทันจบก็มีเสียงกลุ่มคนเดินทางมาที่เรือน เป็นอุไดจิน คิโยมิ และบ่าวรับใช้จำนวนหนึ่ง ฟูยูฮิสะตัวแข็งทื่อ เผลอโยกตัวหลบหลังอาจารย์ของตน เหมือนทำความผิดแล้วโดนจับได้แบบนั้น

 

โยเฮย์ไม่สนใจเขา ลุกไปต้อนรับผู้มาเยือน อุไดจินเดินตรงเข้ามาค้อมศีรษะเคารพ กล่าวว่า “ศิษย์ทั้งสองของท่านช่วยปัดเป่าอินุงามิชั่วร้ายให้ ข้าจึงอยากมาแสดงความขอบคุณ”

 

ด้านหลังของอุไดจินมีบ่าวยืนถือหีบใส่ของล้ำค่าอยู่จำนวนหนึ่ง โยเฮย์จึงกล่าวอย่างเกรงอกเกรงใจว่า “กำจัดปีศาจร้าย เป็นหน้าที่ขององเมียวจิ อย่าได้เกรงใจ ข้าต่างหากที่ไม่ได้อยู่ในมิยาโกะปัดเป่าให้ท่านด้วยตนเอง กลับปล่อยให้เป็นหน้าที่ของศิษย์ ต้อขออภัยท่านแล้ว ของพวกนี้ข้าคงไม่กล้ารับ” จากนั้นละสายตาจากอุไดจินไปยังเด็กหนุ่มคนหนึ่ง “แต่ท่านกับองค์โตงูมาถึงที่นี่ คงไม่ได้มีธุระเพียงเรื่องเดียวกระมัง”

 

ไมลส์ได้ยินคำว่า ‘องค์โตงู’ ก็หูผึ่ง สายตามองตามโยเฮย์ เห็นเด็กหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งแฝงอยู่ในกลุ่ม แม้แต่งชุดธรรมดาเรียบง่ายเหมือนสามัญชน แต่กลับเปล่งประกายสูงศักดิ์ ใบหน้าสุภาพมีรอยยิ้มประดับ จะบอกว่ามีรัศมีตัวเอกโอบล้อมก็ไม่ผิดนัก ต่างจากฟูยูฮิสะทีมีออร่าของหมาฮัสกี้ลิบลับ แม้เป็นพระเอก แต่พอมายืนเปรียบเทียบกันแบบนี้ก็รู้เลยว่าใครเป็นลูกรักของ แอล.แอล. มิลตัน

 

‘ลำเอียงชะมัด’

 

[พูดมากน่า]

 

‘มีโอกาสที่เขาจะเป็นออสมอนด์ไหม’ ไมลส์ถาม

 

[พูดยาก แต่จากที่ภูมิบอก ออสมอนด์ต้องแข็งแกร่งพอจะต่อต้านไวรัส จึงมีแนวโน้มจะเลือกเกิดเป็นตัวละครที่ส่งผลสำคัญของเรื่อง อาจจะตัวเอก ตัวร้าย หรือตัวละครสำคัญสักตัว ไม่ใช่ตัวประกอบแบบนาย]

 

…อย่างนั้นก็เป็นไปได้สูง

 

[ไม่คิดว่าเป็นฟูยูฮิสะบ้างเหรอ?]

 

ไมลส์มองไปยังองเมียวจิหนุ่มที่กำลังฝืนฉีกยิ้มประหลาดให้กับองค์โตงู พลันนึกถึงนิสัยร่าเริงเพี้ยน ๆ ของอีกฝ่าย เปรียบเทียบกับนิสัยโหดเหี้ยมของคริสโตเฟอร์ แล้วส่ายหน้าหวือ

 

‘ออสมอนด์จะเป็นใครก็ได้ แต่ไม่มีทางเป็นเจ้าฮัสกี้ติงต๊องนี่แน่’

 

[…ฉันก็ว่าอย่างนั้น]

 

“ท่านโยเฮย์พูดถูกแล้ว” องค์โตงูยิ้มอย่างสุภาพ น้ำเสียงนุ่มนวลน่าฟัง ยิ่งประกอบกับร่างกายสูงแต่บอบบางยิ่งทำให้ดูเป็นคุณชายอ่อนโยนที่สาว ๆ หลงใหล เห็นได้จากสายตาของคิโยมิที่จ้องใบหน้างามนั้นอย่างใจลอย จนทำให้ฟูยูฮิสะที่เห็นภาพนั้นยิ้มฝืดเฝื่อนเข้าไปอีก “อย่างที่ท่านทราบ พระจักรพรรดิประชวรหนัก แม้แต่หมอก็ยังรักษาไม่ได้ ซ้ำยังเพิ่งผ่านเหตุการณ์ปีศาจจิ้งจอกมาไม่นาน ข้าจึงแอบปลอมตัวออกมาปรึกษาหารือกับอุไดจิน เห็นว่าควรให้องเมียวจิอย่างท่านตรวจสอบดูเสียทีหนึ่ง”

 

“ความเจ็บป่วยเป็นเรื่องธรรมดา เหตุใดจึงคิดว่าเกิดจากภูตผีปีศาจไปเสียหมด” โยเฮย์เอ่ยเรียบ ๆ “แต่หากองค์โตงูทรงกังวลเช่นนั้น ข้าย่อมไปตรวจสอบให้”

 

“ขอบใจท่านมาก” องค์โตงูกล่าว “แต่เรื่องนั้นเอาไว้คืนนี้ก็ยังไม่สาย อย่างไรท่านพักผ่อนก่อนเถิด เรารบกวนเวลามากไปแล้ว”

 

“อย่าพูดเช่นนั้น พวกท่านอุตส่าห์เดินทางมาถึงเรือนข้า หากไม่ถือ เข้ามานั่งพักผ่อนให้ข้าได้ต้อนรับก่อนเถิด”

 

“ขอบคุณเจ้า อันที่จริง…ข้าเองยังมีเรื่องอื่นอีกมากที่ต้องการปรึกษาหารือ” อุไดจินตอบรับ

 

“เชิญท่านทั้งสอง”

 

หลังการเชื้อเชิญของโยเฮย์ คนทั้งสามก็เข้าไปปรึกษาหารือกันในห้อง ไมลส์เตรียมขนมและน้ำชาให้แล้วจึงปลีกตัวออกมา เห็นฟูยูฮิสะกำลังพูดคุยกับคิโยมิอย่างอบอุ่น เดินเล่นช้า ๆ ไปตามสวนหน้าเรือน ต่อหน้าสาวที่ชอบแล้ว หมอนั่นทำตัวดีใช้ได้ทีเดียว

 

“ข้าเสียใจด้วย เรื่องพี่ชายของเจ้า…”

 

“ทั้งหมดล้วนเป็นท่านพี่ทำตัวเอง แม้ข้าจะเศร้าอยู่บ้าง แต่ก็นับว่าเริ่มทำใจได้แล้ว” เด็กสาวยิ้มเศร้า “ท่านปู่พูดถูก คนที่มีชีวิตอยู่ อย่างไรก็ต้องเดินหน้าต่อไป”

 

“หากเจ้าเหงา เรือนนี้ยินดีต้อนรับทุกเมื่อ” ฟูยูฮิสะเอ่ย เอานิ้วเกาแก้ม หน้าแดงนิด ๆ “อย่างน้อยก็จนกว่าเจ้าจะเข้าวัง”

 

“ดีกับข้าเกินไปแล้ว ท่านฟูยูฮิสะ” เด็กสาวเบี่ยงหน้าด้วยความเขิน พลางหันมาเห็นไมลส์ที่กำลังนั่งเล่นอยู่ริมระเบียง “ท่านโยชิอากิ! เหตุใดไปนั่งอยู่ตรงนั้นคนเดียว มาทางนี้สิเจ้าคะ”

 

ไมลส์โดนเรียกแล้วก็สะดุ้ง บอกปัดว่า “เชิญพวกเจ้าตามสบายเลย ข้าต้องรออยู่ที่นี่เผื่อท่านอาจารย์เรียกใช้”

 

เนื่องจากโลกที่แล้ว เขาโดนนางเอกฆ่าตายแบบไม่ทันตั้งตัว ถึงไม่แน่ว่าโลกนี้ไวรัสจะแฝงตัวมาเป็นนางเอก แต่มันก็ทำให้เขาเข็ดขยาดไม่น้อย จนกว่าจะมั่นใจว่าไวรัสเป็นใคร เขาก็ไม่กล้าไว้ใจใครเต็มร้อยอีกแล้ว ขออยู่เงียบ ๆ ดีกว่าจะได้ไม่ตกเป็นเป้า

 

คนทั้งสองไม่คาดคั้นต่อ เดินพูดคุยกันไปเรื่อย บางครั้งกระเซ้าเย้าแหย่ มีเสียงหัวเราะสดใสดังมาเป็นระยะ ไมลส์มองภาพนั้นอย่างเหม่อลอย พลางนึกถึงช่วงเวลาที่ได้อยู่กับคริสโตเฟอร์ขึ้นมา

 

ตอนนั้นก็เป็นแบบนี้ แม้ความประทับใจแรกพบจะเลวร้าย แต่พอสูญเสียความทรงจำ คริสโตเฟอร์ก็ชอบหาเรื่องกวนเขาประจำ ในตอนแรกก็รำคาญอยู่บ้าง แต่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ชินกับการมีหมอนั่นอยู่ข้าง ๆ แล้วรู้สึกสบายใจที่ได้อยู่ด้วยกันขึ้นมา ตอนโดนไล่เขาถึงกับเสียศูนย์ทีเดียว สุดท้ายกำลังจะได้คืนดีกัน เขากลับตายไปเสียก่อน

 

ชีวิตหลังจากนั้น ทั้งหมอนั่น ทั้งแดเนียล ไม่รู้จะเป็นอย่างไรบ้าง

 

แล้วออสมอนด์จะมาเกิดในโลกนี้จริงหรือ เกิดเป็นใคร

 

…แต่ไม่ว่ายังไง หมอนั่นก็จำเขาไม่ได้อยู่ดี

 

คิดมาถึงตรงนี้ ไมลส์ก็ถอนหายใจออกมาเงียบ ๆ

 

“เรือนนี้หรือ ที่เด็กคนนั้นอยู่”

 

“ที่นี่ไม่ผิดแน่ เด็กนั่นเป็นศิษย์ของโยเฮย์”

 

มีเสียงจอแจดังขึ้นหน้าเรือนอีกครั้ง คราวนี้เป็นคนกลุ่มใหญ่ทีเดียว ล้วนแต่งกายแบบคนในราชสำนัก ฟูยูฮิสะที่อยู่ใกล้กว่าจึงเดินไปต้อนรับ หลังจากพูดคุยสองสามคำ จึงพาพวกเขาเดินเข้ามา คนในกลุ่มนั้นมีทั้งเด็กและผู้อาวุโส พอเห็นหน้าเขาก็มีทีท่าตื่นเต้นสุด ๆ

 

“โยชิอากิ พวกเขาเป็นคนจากอุตะเรียว [1] กับเด็กจากองเมียวเรียวอีกสองสามคน มีเรื่องอยากพูดคุยกับเจ้า”

 

[1] สำนักการดนตรี

 

ไมลส์ลุกขึ้น เอ่ยถาม “พวกท่านมีเรื่องอะไรให้ข้ารับใช้หรือ”

 

“หาใช่เช่นนั้นไม่ ท่านโยชิอากิ” ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าวด้วยท่าทางนอบน้อม “แต่เพลง ‘ไก่ย่าง’ ที่ท่านใช้ปราบอินุงามิให้กับท่านอุไดจินนั้น เป็นที่เล่าลือไปทั้งวังหลวง พวกข้าได้ฟังแล้วชอบยิ่งนัก เป็นเพลงแนวใหม่ที่ไม่เคยมีใครคิดค้นได้มาก่อน นับว่าท่านมีพรสวรรค์มากนัก”

 

“พวกข้าเอง วิชาองเมียวหาได้เก่งกาจ” เด็กหนุ่มคนหนึ่งจากองเมียวเรียวกล่าวบ้าง “ข้านับถือท่านยิ่งนัก ย่อมอยากฝึกวิชาเพลงที่ทั้งไพเราะและร้ายกาจเช่นนี้บ้าง”

 

ฟังมาถึงตรงนี้แล้ว ไมลส์ชักสังหรณ์ใจไม่ดี

 

“ได้โปรดรับพวกข้าเป็นศิษย์ด้วยเถิด!”

 

คนทั้งหมดพูดขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน พลางค้อมคำนับราวกับเขาเป็นปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่อย่างไรอย่างนั้น ไมลส์ได้แต่ยิ้มแหย เผลอก้าวถอยหลังไปสองสามก้าว

 

…ซวยแล้ว!

 

[พระเจ้าช่วย!] ไลล่าทำเสียงเหมือนอยากจะร้องไห้ [ไมลส์ นายทำอะไรลงไป! คนพวกนี้โดนเพลงไก่ย่างล้างสมองไปแล้ว!]

 

…ถ้าจำไม่ผิด คนที่เสนอเพลงนี้คือพี่นะ!!!

 

[ฉันไม่สน! โธ่! พังหมดแล้ว วัฒนธรรมดนตรีอันดีงาม พลังองเมียวจิที่ยิ่งใหญ่!!!] เธอโวยวาย [นิยายของฉันป่นปี้หมดแล้ว!!! เพราะนายคนเดียว! ฮืออออ!!]

 

 

ฤดูใบไม้ผลิปีถัดมา ประเทศจีน

 

ท่ามกลางขุนเขาที่เป็นยอดแหลมนับร้อยนับพัน พื้นดินปกคลุมด้วยแมกไม้เขียวขจี ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ริมผา สวมชุดคลุมยาวรุ่ยร่ายสีดำ ร่างกายสูงเพรียว ใบหน้าเรียวยาว ผิวพรรณหมดจดงดงาม คิ้วคมเข้มและนัยน์ตาแฝงอันตรายทำให้ดูดุดัน ทว่าเวลานี้กำลังนำใบไม้มาเป่าเป็นเพลง แววตาจึงอ่อนโยนลงหลายส่วน เพลงนั้นเต็มไปด้วยความคะนึงหาที่แสนไพเราะ ชวนให้คนฟังทั้งเจ็บปวดและเต็มตื้นในอก ทว่าน่าเสียดายที่ในตอนนี้ไม่มีใครได้ยิน

 

ตลอดมา เขารู้สึกเหมือนชีวิตนี้ตัวเองกำลังรอคอยใครบางคนอยู่ แต่จนปัญญาจะรู้ได้ว่าเป็นใคร สุดท้ายจึงแต่งเพลงนี้ขึ้นเพื่อระบายความฟุ้งซ่านในใจ

 

สายลมพัดวูบมา พัดชายเสื้อของเขาให้ปลิวไสว หูที่เหมือนมนุษย์ตอนนี้กลายเป็นหูของสัตว์แหลม ๆ สีดำ ที่ด้านหลังก็มีหางทั้งเก้าโผล่ออกมา เขาทิ้งใบไม้ แยกเขี้ยว สายตาคมกริบมองหาผู้มาเยือนอย่างพร้อมจะฉีกกระชากร่างเต็มที่

 

“นายท่าน พวกข้าเองขอรับ!”

 

เสียงแหลมเล็กดังขึ้น เกิดลมหมุนเล็ก ๆ ขึ้นระลอกหนึ่ง พอมันพัดผ่านไป ก็ปรากฏร่างของเด็กสามพี่น้องในชุดขาว ทั้งสามคนหน้าตาคล้ายกันมาก ตาดำกลมโตจนแทบไม่เห็นตาขาว จมูกสีชมพูเล็ก ๆ ยุกยิกไปมาดูน่ารัก มีหูกลม ๆ และหางที่มีขนปุกปุย มองดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นร่างจำแลงของตัวเพียงพอน คนหนึ่งมีกระบองแนบตัว คนหนึ่งมีเคียว คนสุดท้ายมีกระปุกยา พวกเขาก้มลงคำนับแนบพื้น

 

“พวกเจ้า? สามพี่น้องคาไมทาจิ? [2]” ชายหนุ่มเลิกคิ้ว “เจ้าอยู่กับพี่สาวข้าไม่ใช่รึ กลับเดินทางมาถึงประเทศจีน เกิดเรื่องอันใด”

 

[2] ปีศาจของญี่ปุ่น มาพร้อมกับลมหมุน เป็นเพียงพอนสามตัว ตัวหนึ่งตีคนให้ล้ม ตัวหนึ่งเอาเคียวฟัน คนสุดท้ายทายา เป็นตำนานที่เกิดจากปรากฏการณ์ธรรมชาติของลมความเร็วสูงที่ทำให้คนบาดเจ็บ

 

  เมื่อร้อยปีก่อน เขากับพี่สาวเดินทางไปท่องเที่ยวยังเกาะเล็ก ๆ ที่ชื่อว่าญี่ปุ่น มีปีศาจที่คบหาเป็นสหายและลูกน้องมากมายที่นั่น สุดท้ายพี่สาวติดใจที่นั่นไม่ยอมกลับจนทะเลาะกันใหญ่โต เขาจึงกลับมาบำเพ็ญเพียรยังบ้านเกิดเพียงลำพัง

 

 “พวกข้า…มาแจ้งข่าวร้าย” คาไมทาจิคนถือกระบองกล่าวเสียงสั่น “ท่านหญิงทามาโมะ…สิ้นแล้วขอรับ”

 

แววตาของคนฟังวาวโรจน์ กระชากตัวเพียงพอนน้อยขึ้น ถามเสียงเหี้ยม 

 

“ใคร! มันเกิดขึ้นได้อย่างไร!”

 

“ท่านหญิง…ถอนตัวจากกลุ่มของปีศาจ แต่งงานอยู่กินกับเจ้านายระดับสูงของมนุษย์ ทะ…ที่เรียกว่าจักรพรรดิ สุดท้ายโดนจับได้จึงโดนหมอผีชื่อโยเฮย์กำจัด!” คาไมทาจิอีกสองตนตัวสั่นงันงก กล่าวว่า “ปีศาจอย่างเราอาศัยอยู่ป่าห่างไกลไม่สุงสิงกับมนุษย์ กว่าจะรู้ข่าวเรื่องก็ผ่านมานานมากแล้วขอรับ พวกข้าขออภัย…เหวออออ!!”

 

คาไมทาจิในมือถูกขว้างไปหาอีกสองคนที่เหลือดังโครมใหญ่ จนกระเด็นไปคนละทิศละทางด้วยเพลิงพิโรธของปีศาจหนุ่ม

 

“ข้าจะไปญี่ปุ่น!”

 

นัยน์ตาของปีศาจหนุ่มแดงฉาน ไอปีศาจรอบตัวพลันเข้มข้นขึ้น กลายร่างเป็นจิ้งจอกสีดำ วิ่งสี่เท้ากระโจนฝ่าดงไม้ไปอย่างรวดเร็ว

 

“รอพวกข้าก่อน ท่านทามาฮิเดะ!”

 

เด็กหนุ่มทั้งสามร้องเรียก ยันตัวลุกขึ้นจากพื้นอย่างยากลำบาก ก่อนจะคืนร่างเป็นเพียงพอนน้อยแล้วหายตัววับตามอีกฝ่ายไป พร้อมกับลมหมุนที่พัดมาอีกระลอกหนึ่ง

 

___________________

 

A.L. Lee ขอโทษที่มาช้าค่ะ แต่ตอนนี้ยาวมากจริง ๆ ปกติเขียนตอนละ 2000 - 3000 คำ ตอนนี้ปาเข้าไป 4000 จะแยกก็ตัดตอนไม่พอดี เห้อออ TwT

คำว่า ซามะ และ โดโนะ ก็มีรีดแย้งมาว่ามันแปลก ๆ เลยใช้คำว่าท่านแทนเหมือนภาษาไทยนะคะ

เพลงไก่ย่างก็...ขยี้พอแล้วค่ะ ต่อไปจริงจังละ 555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 213 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

443 ความคิดเห็น

  1. #372 11221622 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 มกราคม 2564 / 16:53
    เราว่าฟูยูฮิสะเป็นไวรัสตอนแรกอาจไม่ได้เป็น แต่จะเป็นเพราะเห็นคิโยมิไปชอบองค์โตงูรึป่าว
    #372
    0
  2. #246 sakura17 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 11:39
    จักรพรรดิบุคลิกดูอ่อนโยนเกินไป น่าจะไม่ใช่ คนที่น่าจะใช่ก็น่าจะน้องชายปีศาจจิ้งจอกนี่แหละ
    กลัวสุดถ้าไวรัสเป็นตัวพระเอกเองอะเพราะยังไงพระเอกก้เป็นคนฆ่าตัวร้ายได้ ถ้าคนที่สนิทสุดกลายเป็นไวรัสนี่เศร้าเลย
    #246
    0
  3. #213 After_TeaTime (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 06:29
    คูมจิ้งจอกจะมาหาน้องแล้วววว
    #213
    0
  4. #80 ดาวนอกโคจร (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 15:52
    จากเพลงไก่ย่างกลายเป็นเพลงปราบปีศาจ5555
    #80
    0
  5. #78 miyuukiMF (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 18:55

    ทามาฮิเดะ นี่ออสมอนด์ (พระเอก) ชัวร์ ส่วนไวรัสเดาว่าคือฟูยูฮิสะ

    ปล. มีคำผิดนะคะ ตรง 'ล่าง'จำแลงของตัวเพียงพอน ต้องเป็น 'ร่าง' ค่ะ

    #78
    2
    • #78-1 A.L. Lee(จากตอนที่ 20)
      7 มิถุนายน 2563 / 19:10
      หวา พลาดซะได้ ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวรีบแก้เลย
      #78-1
    • #78-2 เอลิซ่า(จากตอนที่ 20)
      1 พฤศจิกายน 2563 / 16:37
      เห็นด้วย ทามาฮิเดะเป็นออสมอนด์ชัวร์ แต่ไวรัสไม่เอาฟูยูฮิสะได้มั้ย ก็ฮัสกี้น่ารักอ่ะ
      #78-2
  6. #77 StupidDesu (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 15:43
    ทำไมฉันคิดว่าพี่แกเขาเป็นคู่มจิ้งจอกหว่า.... รู้สึกว่าจะใช่.... รางสังเห่ามันบอก 🤔🤔🤔
    ปล.ให้น้องฝึกเพลงดีๆเถอะ.....ไม่งั้นรี๊ดจะหยุดขำไม่ได้ 55555
    #77
    1
    • #77-1 A.L. Lee(จากตอนที่ 20)
      7 มิถุนายน 2563 / 19:09
      แค่ก ๆๆ พอแล้วค่า เพลงจะดีแล้ว ไรท์พอกะมุกตลกแล้ว

      555
      #77-1
  7. #76 Pswmp (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 14:46
    มันผิดตั้งแต่คิดจะเอาไก่ย่างมาแล้วล่ะ5555 // หวังว่าน้องไมล์จะอยู่รอดปลอดภัยนะ ( สวดมนต์///พนมมือ)
    #76
    1
  8. #60 25422557 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 13:35
    3 มุขเอาไว้หลังฉากหรือแบบเป็นตัดจบอัพตอนต่อไปเป็นเพลงจริงๆไหมอ่ะ
    #60
    1
    • #60-1 A.L. Lee(จากตอนที่ 20)
      2 มิถุนายน 2563 / 13:39
      อ่าา เราตัดสินใจแล้วค่ะ จะใช้เวอร์ชั่นนี้ต่อไป (ทำสองเวอร์มันดูโลเล)

      และตอนหน้ายังจะมีพาร์ทตลกอยู่ เพื่อไม่ให้เรื่องเครียดเกินไป

      แต่การต่อสู้หลังจากนี้ไม่ปั่นแล้วค่ะ คุณจะได้เห็นไมลส์เล่นเพลงปราบวิญญาณแบบจริงจังในArcนี้แน่นอน ช่วงหลังๆน่ะค่ะ
      #60-1
  9. #59 StupidDesu (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 13:10

    เราได้ทั้ง 2 อย่างนะ เนื้อเรื่องจะได้ไม่ตึงด้วย(สมองเราเนี่ยแหละ) แถมให้ลุ้นด้วยว่าเพลงที่อิน้องร้องออกมาน้าน..... มันจะได้ผลหรือเปล่าว ฮ่าาาาา
    #59
    0
  10. #58 Pswmp (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 12:54
    ไก่ย่างก็ดีนะไรท์ อ่านแล้วคือขำเลย5555555 อีกอย่างมันปั่นประสาทมากกก55555555555
    #58
    0
  11. #56 ThaipaKing (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 12:41
    มุขนี้ใช้ได้นะเอามากวนประสาทคนอ่านตอนจบตอนเล่นเฉยๆได้แบบเจ็บจี๊ดเลยละ
    #56
    1
    • #56-1 ThaipaKing(จากตอนที่ 20)
      2 มิถุนายน 2563 / 12:43
      ใส่ไว้เป็นมุขฮาๆตอนจบไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องอันนี้พอรับได้

      เหมือนเป็นการตัดตบตอนอ่ะ -..- ให้ลุ้นว่าของจริงตอนต่อไปจะเป็นยังไงด้วย
      #56-1