An Unlucky Supporting Role : ระบบตัวประกอบผู้โชคร้าย

ตอนที่ 21 : Arc 2.6 ปีศาจบนเขาคุรามะ (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,463
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 187 ครั้ง
    14 มิ.ย. 63

เสียงบิวะท่วงทำนองดุดันแว่วมาจากเรือนหลังหนึ่งของไดนะกง [1] ในเรือนนั้นมีหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งนอนซมอยู่ ใบหน้าซีดเซียวคล้ายคนป่วยหนัก ใครเรียกก็ไม่รู้สึกตัว หอบหายใจและกระสับกระส่ายไปมาดูทรมานมาก ข้างตัวมีเด็กชายคนหนึ่งที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายนางนั่งอยู่ บ่าวหญิงคนหนึ่ง และองเมียวจิหนุ่มอีกสองคน

 

[1] ตำแหน่งขุนนางขั้นสาม

 

ไมลส์นั่งดีดกาคุบิวะของตนไปพลางสังเกตอาการของหญิงคนนั้น สักพักก็รู้สึกถึงจิตอาฆาตที่ค่อย ๆ ใกล้เข้ามา มันเป็นกลุ่มควันขมุกขมัวสายหนึ่ง พอลอดเข้ามาในห้องก็หยุดอยู่เหนือร่างของนาง จากนั้นก่อตัวเป็นรูปร่างคนขึ้นมา ใบหน้านั้นเหมือนกับร่างที่นอนทรมานอยู่นั้นไม่มีผิด

 

“เรียกข้ากลับมาทำไม” วิญญาณนั้นถามเสียงเย็น “ข้ายังแก้แค้นไม่สมใจเลย บังอาจนัก!”

 

“ท่านหญิง…ปล่อยให้ความโกรธแค้นครอบงำจนกลายเป็น อิคิเรียว [2] เช่นนี้ นอกจากทำร้ายคนอื่นให้สะใจแล้วก็ไม่มีอะไรดี อาจล้มป่วยตายได้” ไมลส์เกลี้ยกล่อม

 

[2] วิญญาณสด ออกจากร่างทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่

 

“ข้าไม่สน!” นางตวาดอย่างกราดเกรี้ยว พลันพุ่งเข้ามาหมายจะทำร้ายองเมียวจิหนุ่มทั้งสอง “ผู้หญิงชั้นต่ำนั่น บังอาจแย่งสามีข้า! จะเข้ามาอยู่เรือนด้วย ข้าไม่มีทางยอมให้นางได้ตายดี ไม่มีทางเด็ดขาด!”

 

พริบตาที่นางใกล้จะถึงตัว ฟูยูฮิสะนำยันต์ขึ้นมาแผ่นหนึ่ง มันกลายเป็นสายโซ่ รัดวิญญาณดวงนั้นไว้ ไม่อาจกระดิกกระเดี้ยไปได้

 

“ปล่อยข้า! ปล่อยข้าออกไปเดี๋ยวนี้!”

 

นางยังคงอาละวาดไม่หยุด ไมลส์ดีดบิวะอีกครั้ง คราวนี้เสียงเพลงไม่ได้ดุดันเหมือนก่อนหน้า แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนสายน้ำเย็นฉ่ำ ไม่เพียงอิคิเรียวเท่านั้น แม้แต่คนปกติที่ได้ยิน ก็พลันรู้สึกปลอดโปร่ง ความรู้สึกในแง่ลบทั้งหลายค่อย ๆ มลายหายไป ดวงวิญญาณนั้นเลิกดิ้นรนต่อต้านในที่สุด เปลี่ยนจากไอขมุกขมัวกลับเป็นร่างโปร่งใส ก่อนจะกลับเข้าสู่ร่างเดิมที่นอนอยู่บนพื้นไม้

 

ร่างกายของหญิงสาวกระตุกเฮือก ดวงตาเบิกกว้าง พอผุดลุกขึ้น ก็มองเห็นบุตชายของตนมองมาด้วยน้ำตาคลอเบ้า แถมยังซ่อนตัวอยู่หลังองเมียวจิราวกับกลัวตนเองมากมาย พลันปวดร้าวในอกขึ้นมา

 

“ท่านหญิง คิดดูให้ดีเถิด ทำร้ายนางไป สามีของท่านก็ยังคงพบเจอหญิงสาวถูกใจคนใหม่ได้อยู่ดี แล้วท่านจะต้องทำแบบนี้ไปอีกกี่คนกัน!? คนที่ท่านสมควรแค้น คือสามีของท่านมากกว่า” ฟูยูฮิสะกล่าว “ท่านดูเอาเถิด ลูกของท่านแม้อายุเพียงสิบปี แต่กลับรู้ความดี เห็นท่านเป็นเช่นนี้ก็เรียกพวกเรามาช่วยเหลือ อย่าทำให้เขาผิดหวังจะได้หรือไม่”

 

เด็กชายเห็นมารดาของตัวเองกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว ก็ถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ว่า “ท่านแม่? ท่านจำข้าได้หรือไม่...?”

 

ได้ยินเช่นนั้นนางก็โผเข้ากอดบุตรชายทันที

 

“จำได้…ย่อมจำได้ แม่ขอโทษ…แม่ขอโทษนะ”

 

เด็กชายสะอื้น “ข้านึกว่าท่านจะตายเสียแล้ว”

 

“อืม…ไม่เป็นไรแล้ว เจ้าอย่าได้กลัว” สองแม่ลูกกอดกันอยู่นาน พอสงบลงแล้วจึงหันมาทางองเมียวจิทั้งสอง “ขอบคุณพวกท่านมาก ข้าเกือบจะโดนความแค้นครอบงำจนลืมแม้กระทั่งลูกชายตัวเองไปเสียแล้ว”

 

“ท่านหญิงอย่าได้พูดเช่นนั้น เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นหน้าที่ของเรา…ต่อไปนี้ก็ใช้ชีวิตให้ดีเถิด”

 

ฟูยูฮิสะพูดทิ้งท้าย จากนั้นองเมียวจิทั้งสองก็ออกจากเรือนของไดนะกง เดินกลับผ่านทางถนนใหญ่ใจกลางมิยาโกะ

 

เห็นไมลส์เดินหน้าหงิก ไลล่าจึงถามขึ้น [เป็นอะไรไป]

 

‘เรื่องผู้หญิงคนนั้น’ ไมลส์ตอบอย่างหัวเสีย ‘เธอจะเป็นยังไงต่อไป? ผมหมายถึง…ในยุคสมัยแบบนี้ ผู้หญิงไม่มีทางเลือกนักไม่ใช่เหรอ ต่อให้เป็นถึงภรรยาของไดนะกงก็เถอะ’

 

[นั่นสินะ…ถ้าแต่งงานไปแล้วยากมากที่จะหย่าได้ คงมีแต่ต้องทนเท่านั้น] ไลล่าเปรย [ถ้าไม่บวชชี ก็คงทำได้แค่เลิกสนใจสามี แล้วดูแลลูกให้ดีเท่านั้นล่ะนะ ลำบากน่าดูเลย เฮ้อ! โชคดีนะที่ฉันเกิดมาในยุคที่ผู้หญิงมีสิทธิ์มีเสียงเท่าเทียมผู้ชาย]

 

‘พี่พูดผิดไปหน่อยนะ…ผมว่าพี่น่ะมีสิทธิ์มีเสียงเกินผู้ชายไปแล้ว ดูอย่างพี่ภูมิซิ กล้าขัดใจพี่ที่ไหน’

 

[เขาเรียกเคารพรักเมียย่ะ] ไลล่าตอบอย่างเชิดหยิ่ง แต่ไมลส์จับได้ว่าน้ำเสียงฟังดูมีความสุขมากกว่าปกติเวลาพูดถึงคนรักของตัวเอง [คนรักกันต้องให้เกียรติกันถึงจะดี หรือนายว่าไม่จริง]

 

…ในฐานะของคนที่โสดมาตลอดชีวิต เขาหมั่นไส้โว้ย!

 

ระหว่างที่เดินทางกลับอยู่นั้น พวกเขาเดินทางผ่านกลุ่มชาวบ้านที่กำลังพูดคุยกันอย่างตื่นเต้น บทสนทนาแม้ไม่ได้ตั้งใจสอดรู้แต่ก็ทะลุเข้าหูมาอย่างช่วยไม่ได้

 

“นี่ พวกเจ้าได้ยินหรือไม่ ภูเขาทางเหนือ ภูตผีปีศาจอาละวาดหนักทีเดียว”

 

“น้องชายของข้าเล่าให้ฟังอยู่ ที่เขาคุรามะ [3] ใช่หรือไม่?”

 

[3] ภูเขาลูกหนึ่งทางทิศเหนือของเกียวโต

 

“ใช่แล้ว…ว่ากันว่าใครผ่านไปแถวนั้นล้วนต้องเจอผีปีศาจ แม้ยังไม่มีใครถึงตาย แต่สินค้าที่จะนำมาค้าขายโดนทำลาย บางคนโดนหลอกจนจับไข้ บางคนต่อสู้จนบาดเจ็บหนัก ตอนนี้ไม่มีใครกล้าเดินทางออกนอกมิยาโกะแล้ว” “แบบนี้แย่แน่ แล้วทางการไม่สั่งให้องเมียวจิไปจัดการหรือ”

 

“ได้ยินว่าแม้แต่องเมียวจิก็ยังโดนเล่นงาน สาหัสไม่น้อย”

 

“อะไรกัน!”

 

คนเหล่านั้นฮือฮากันใหญ่ ภูตผีปีศาจที่องเมียวจิจัดการไม่ได้ ย่อมต้องร้ายกาจมาก พอเดินพ้นกลุ่มคนเหล่านั้นไป ฟูยูฮิสะเห็นรุ่นน้องของตนนิ่งเงียบ จึงเอ่ยขึ้นว่า

 

“เรื่องปีศาจนอกเมืองข้าก็ได้ยินมาอยู่บ้าง แต่ไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่พูดกันหรอก ชาวบ้านเล่าเรื่องก็แต่งเติมไปเรื่อย อย่าได้กังวล”

 

“ขอรับ”

 

ไมลส์ตอบรับ แต่ในใจรู้ดีว่าเรื่องที่ได้ยินไม่ได้เกินจริงนัก ปีศาจพรรคพวกของทามาฮิเดะเริ่มออกอาละวาดแล้ว อีกเดี๋ยวก็จะถึงวันตัดสินชะตา หากเขาจะกลัวขึ้นมาก็คงไม่แปลกอะไร

 

กลับไปถึง ก็เห็นโยเฮย์ยืนอยู่ที่สะพานเล็กกลางบึงน้ำหน้าเรือน ใบหน้าที่เหี่ยวย่นตามกาลเวลาดูสงบนิ่ง เอามือไพล่หลัง ก้มหน้าไม่พูดไม่จา กลับกัน โอทสึงุที่ยืนอยู่ข้างเขากำลังพูดอะไรบางอย่าง สีหน้าเคร่งเครียดนัก

 

หลังจากมีคนร้องเรียนมาว่าบริเวณเขาคุรามะมีปีศาจออกอาละวาด ทางองเมียวเรียวก็ได้ส่งองเมียวจิมีฝีมือไปจัดการมาแล้วหลายคน แต่ก็ล้มเหลว หลายคนบาดเจ็บหนักกลับมา บางคนสูญเสียพลังไป รับมือกันไม่ไหว ทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เหล่าปีศาจเรียกร้องให้โยเฮย์ออกมาที่เขาคุรามะ เพื่อจะฉีกกระชากเขาเป็นชิ้น ๆ

 

“ต้นสายปลายเหตุ ข้าไม่อาจรู้ได้ แต่พอเป็นแบบนี้ องเมียวจิคนอื่นล้วนเรียกร้องให้ท่านโยเฮย์เป็นคนจัดการเสีย” “จนปัญญาที่ข้าได้รับคำสั่งให้ดูแลเกกไก ปกป้องวังหลวง ไม่เช่นนั้นแล้วข้าจะไปช่วยอีกแรง”

 

“ข้าสร้างความแค้นไว้กับปีศาจมากมายนัก ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด เจ้าทำหน้าที่ของตนเองไปเถอะ ข้าไปคนเดียวได้” โยเฮย์เอ่ยเรียบ ๆ “ฟูยูฮิสะ โยชิอากิ พวกเจ้าก็อยู่ดูแลที่นี่ให้ดี”

 

“ไม่ได้ขอรับ พวกข้าจะไปด้วย!” ฟูยูฮิสะค้านเสียงแข็ง จากนั้นหันไปหาเสียงสนับสนุนจากคนข้างตัว “ใช่หรือไม่ โยชิอากิ!”

 

“เอ๋? ...เอ่อ ใช่ขอรับ…” ไมลส์ตอบรับอย่างงง ๆ ความจริงแล้วเขาก็ไม่อยากไปเผชิญหน้ากับปีศาจจิ้งจอกเก้าหางที่จะคร่าชีวิตตัวเองสักเท่าไหร่ แต่หลังจากอยู่ที่นี่มาเป็นปี เขาก็รู้สึกผูกพัน ทนรออยู่ในเมืองปล่อยให้อาจารย์กับศิษย์พี่ที่คุ้นเคยกันออกไปเสี่ยงตายไม่ได้จริง ๆ

 

“พวกเจ้าอยากตายหรือไร” โยเฮย์ถามอย่างหงุดหงิด

 

“ข้าต่างหากที่ต้องถามว่าท่านอยากตายหรือ” ฟูยูฮิสะโต้กลับ “ท่านอาจารย์เก่งกาจเพียงไรข้ารู้อยู่แก่ใจ แต่ปีศาจหมายเอาชีวิตท่านเช่นนี้ ไม่ควรประมาท หากพวกข้าไม่ไปด้วยก็เป็นศิษย์อกตัญญูแล้ว!”

 

“ข้าจะไม่เป็นตัวถ่วงท่านแน่ ท่านอาจารย์ โปรดให้พวกข้าไปด้วยเถิด” ไมลส์ขอร้องอีกคน

 

“พวกเจ้า!” โยเฮย์พ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ให้กับความดื้อดึงของศิษย์ตัวเอง

 

“ท่านโยเฮย์ ข้าก็เห็นควรให้พวกเขาไปด้วย” โอทสึงุเสริมอีกคน “ความสามารถของฟูยูฮิสะนั้นไม่ต้องสงสัย ส่วนโยชิอากิ แม้แต่ก่อนไม่ได้เรื่อง แต่ปัจจุบันฝีมือเก่งพรวดพราด ย่อมมีประโยชน์แน่ ไปหลายคนย่อมปลอดภัยกว่า ท่านว่าจริงหรือไม่”

 

หลังจากถกเถียงกันอยู่ร่วมครึ่งชั่วโมง ในที่สุดโยเฮย์ก็ยอมตอบตกลงในที่สุด

 

“ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง อาจารย์” ฟูยูฮิสะตอบด้วยรอยยิ้มแป้น

 

 

คืนนั้น ไมลส์นอนไม่หลับ เขากระสับกระส่ายไปมาอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจออกไปรับลมเล่น ระหว่างเดินไปตามระเบียง เห็นเงาร่างหนึ่งเดินช้า ๆ พลางแหงนหน้ามองท้องฟ้าอยู่ที่หน้าบึงน้ำก็นึกแปลกใจ

 

“ท่านอาจารย์ ดึกดื่นปานนี้ออกมาทำอะไรหรือขอรับ”

 

โยเฮย์เห็นเขาแล้ว เพียงเรียกด้วยเสียงทุ้มเรียบนิ่ง

 

“เจ้าก็นอนไม่หลับหรือ”

 

ไมลส์พยักหน้า “ขอรับ ข้าเพิ่งจะได้มีโอกาสเดินทางไปปราบปีศาจนอกมิยาโกะเป็นครั้งแรก กังวลนักจึงนอนไม่หลับ”

 

“เช่นนั้นเหตุใดยังดื้อด้านตามไป?” องเมียวจิชราถาม ทว่าน้ำเสียงไม่ได้ต้องการตำหนิ มีเพียงความห่วงกังวลเท่านั้น “เอาเถิด ข้าคร้านจะทะเลาะทุ่มเถียงกับเด็กหัวรั้นอย่างพวกเจ้าแล้ว”

 

เขาเงยหน้ามองฟ้า คืนนี้เป็นเดือนแรมที่มีจันทร์เพียงเสี้ยวเดียว ฟ้าเปิด ดาวบนท้องฟ้ากระจ่างชัด หลังจากยืนอยู่ตรงนั้นครู่ใหญ่จึงเปรยขึ้นว่า

 

“คืนนี้ดาวอับโชคปรากฏชัดนัก ไม่เป็นลางดีต่อการเดินทางไปปราบปีศาจเลย เจ้าว่าหรือไม่”

 

“ท่านอาจารย์ เรื่องดูดาวทำนาย ข้าไม่เข้าใจนักหรอก” ไมลส์ตอบพลางเกาแก้มอย่างเก้อกระดาก

 

โยเฮย์ยิ้ม กล่าวต่อว่า “แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น ข้าก็ไม่รังเกียจดาวอับโชคนักหรอก เพราะทั้งวันที่ข้าได้พบกับฟูยูฮิสะ และวันที่ได้พบกับโยชิอากิ ท้องฟ้าก็ล้วนเต็มไปด้วยลางร้าย เช่นนี้แล้ว นับว่าลางร้ายกลับเป็นโชคดีของข้า”

 

ไมลส์ฟังต่อเงียบ ๆ

 

“ข้าโดดเดี่ยวมานานมาก…พลังและความสามารถที่มองเห็นสิ่งที่มนุษย์คนอื่นไม่เห็น ทำให้แปลกแยก ทุกคนรังเกียจ ไม่อยากคบค้าสมาคมกับตัวประหลาดเช่นข้า จนได้พบที่ทางของตัวเองที่นี่ กลายเป็นองเมียวจิที่ไม่มีใครกล้าดูถูกอีกต่อไป ทว่า ข้าก็ยังเป็นคนที่ทุกคนหวาดกลัวอยู่ดี แม้แต่ในหมู่องเมียวจิด้วยกันเอง ก็ไม่อาจสนิทใจกับใครได้อย่างแท้จริง การตัดสินใจรับเด็กถึงสองคนมาเลี้ยงดู จึงไม่ใช่เป็นเพราะความเมตตา แต่เป็นเพราะข้าไม่อยากอยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้วต่างหาก แต่แม้จะเป็นเพราะความเห็นแก่ตัวเช่นนั้น ก็ยังนับว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิตของข้า เรียกได้ว่าแม้ตายไปก็ไม่นึกเสียดาย”

 

ไมลส์นึกถึงเรื่องในอนาคตของโยเฮย์ แล้วกลืนน้ำลายลงคอ “…ท่านอาจารย์ อย่าได้พูดเช่นนั้น”

 

“ศาสตร์ทำนาย เก่งกาจมากไปใช่ว่าจะดี” เขาพูดต่อ “แม้ว่าจะไม่มีองเมียวจิคนใดทำนายชะตาของตัวเองได้โดยตรง แต่ข้ากลับมีลางสังหรณ์ที่แม่นยำนัก ที่ผ่านมา มันก็ถูกต้องมาตลอด ครั้งนี้ก็เช่นกัน ข้ารู้ตัวมาพักใหญ่แล้ว เวลาของข้าเหลือน้อยเต็มที แต่ข้าก็อยู่มานานเกินพอแล้วสำหรับมนุษย์คนหนึ่ง จึงไม่ได้หวาดกลัวอะไร เป็นห่วงก็แต่ฟูยูฮิสะเท่านั้น ชะตาของเขาเหมือนแขวนอยู่บนด้ายบาง หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว อาจจมดิ่งลงสู่ความมืดอย่างกู่ไม่กลับ คงได้แต่ฝากฝังเจ้าแล้ว”

 

“ไม่! ...ข้าไม่รับปาก” ไมลส์เอ่ยเสียงเครียด “ข้าอ่อนด้อยในศาสตร์ทำนายนัก ไม่อาจอ่านดวงชะตาของท่าน หรือองเมียวจิระดับสูงคนอื่น ๆ ได้ แต่ข้าไม่เชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ชะตาฟ้าลิขิตอะไรนั่น ช่างหัวมันปะไร!”

 

โยเฮย์หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เอ่ยว่า “เจ้านี่ แม้นิสัยหลายอย่างจะต่างจากโยชิอากิมากนัก แต่ความดื้อดึงนี่ช่างเหมือนกันจริง ๆ”

 

ไมลส์ได้ยินเช่นนั้นก็ตัวแข็งค้าง กล่าวตะกุกตะกัก “ท่าน…รู้? ...ตั้งแต่เมื่อไหร่?”

 

“เจ้าคิดดูถูกข้าหรือไร ดวงชะตาคนเราหาได้เปลี่ยนกันง่าย ๆ ข้ารู้ตั้งแต่ทักเจ้าวันนั้นแล้ว อีกอย่าง โยชิอากิไม่มีทางนึกอยากฝึกวิชาอย่างเอาเป็นเอาตายแบบเจ้าแน่”

 

“แล้วท่าน…ไม่โกรธ ไม่สงสัยข้าหรือ?” ไมลส์ถามด้วยความแปลกใจ

 

“แน่นอน หลังจากที่รู้ ข้าก็ใช้เวลาทำใจอยู่นาน แต่ข้าก็เชื่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นล้วนมีเหตุผล อีกอย่าง เจ้าก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร ไม่ใช่วิญญาณร้าย หนำซ้ำยังรับรู้เรื่องราวทั้งหมดของโยชิอากิด้วย ส่วนหนึ่งของเด็กคนนั้นยังอยู่ในตัวเจ้า หรือว่าข้าพูดผิดไป?”

 

“ไม่…ท่านพูดไม่ผิด”

 

เขามีความทรงจำของโยชิอากิ ความรู้สึกของโยชิอากิก็ยังติดอยู่ในตัวเขา เหมือนเมลวินในโลกก่อน

 

เมื่อก่อน ตอนที่เขาสวมบทบาท เขาไม่ได้อยู่ในโลกเสมือนจริงนานนัก จึงไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน แต่พอเขาติดอยู่นานวันเข้า ก็รู้สึกราวกับทุกคนในโลกเหล่านี้มีชีวิต มีเรื่องราวเป็นของตัวเอง จนรู้สึกผิดขึ้นมาหลายครั้ง ดังนั้น เขาจึงต้องคอยบอกกับตัวเองว่า ส่วนหนึ่งของเจ้าของร่างยังคงอยู่เสมอ และการเข้ามาของเขาจะทำให้ชะตาชีวิตของเจ้าของร่างดีขึ้น มีเพียงต้องคิดแบบนี้เท่านั้น เขาจึงจะทนใช้ชีวิตอยู่ในโลกเสมือนจริงนี้ต่อไปได้

 

“เช่นนั้น หากเจ้ารู้ว่าตัวเองต้องรับผิดชอบต่อชีวิตของโยชิอากิ ข้าก็ขอให้เจ้าฟังคำของข้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับข้า ขอให้เจ้าคอยดูแลตัวเองและฟูยูฮิสะให้ดี เข้าใจหรือไม่”

 

ไมลส์เม้มปาก นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ กว่าจะยอมเอ่ย “ข้า…จะพยายาม…ท่านอาจารย์”

 

“ดี” โยเฮย์ยิ้มอย่างอ่อนโยน พลางกล่าว “ไปนอนเถิด นี่ก็ดึกมากแล้ว”

 

“ขอรับ”

 

ไมลส์มองร่างของโยเฮย์เดินอย่างเชื่องช้ากลับเข้าเรือน แผ่นหลังที่งองุ้มเพราะความชรา กลับดูยิ่งใหญ่และสูงส่งนัก ความรับผิดชอบอันหนักอึ้งกดทับลงมาจนแทบก้าวขาไม่ออก

 

____________

A.L. Lee

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมความคืบหน้าความรักมันไปช้าจัง อย่างที่ลีประกาศไปต้นเรื่องค่ะ ว่าอ่านเรื่องนี้ต้องใจเย็น ๆ เพราะแต่ไหนแต่ไรมา ลีเป็นคนที่อินกับความรักที่คอ่ยเป็นค่อยไป สไตล์นิยายของเราจึงออกมาในแนวที่เราชอบอ่านค่ะ ดังนั้นก็ใจเย็น ๆ เนอะ แต่ยืนยันว่ารีดจะได้เห็นพวกเขาสวีทกันในอีกไม่นานนัก

อนึ่ง หลังจากนี้ ลีไปทำงานต่างจังหวัดนะคะ คงไม่ได้อัปยาวเลย เพราะทำงานสนามกลางวัน กลางคืนปั่นรายงาน อะไรแบบนั้น เสาร์อาทิตย์ก็ไม่ได้พัก TwTเจอกันอีกทีเป็นต้นเดือนกรกฏาเลยค่ะ

 

ปล. โฆษณาเล็กน้อย

เนื่องจากหายไปยาว หากรีดคนไหนคิดถึงลี อยากหาอะไรอ่าน ลีมีเรื่องสั้น (นอร์มอล) 6 ตอนจบ ให้อ่านค่ะ

ตามลิงก์เลย

https://writer.dek-d.com/ankoko/writer/view.php?id=1911066

แล้วพบกันค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 187 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

441 ความคิดเห็น

  1. #247 sakura17 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 11:47
    อ่อนไหวกับอาจารย์โยเฮย์TT ยังไงก็ต้องเป็นไปตามบทใช่มั้ย
    #247
    0
  2. #214 After_TeaTime (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 06:44
    เราชอบความค่อยเป็นค่อยไปแบบนี้นะคะ ชอบมาก ค่อยๆดื่มด่ำค่อยๆลุ้นกันไป
    #214
    0
  3. #88 ??????? (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 18:31

    หนูจะรออ่านค่ะ(≧▽≦) ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ แนวค่อยเป็นค่อยไปเป็นอะไรที่จีย์มากแงงππ

    #88
    0
  4. #87 miyuukiMF (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 11:26

    เราเดาว่าพระเอกน่าจะเป็นจิ้งจอกค่ะ ปักใจเชื่อไปสะแล้ว ส่วยฟุยุฮิสะ กลัวว่าจะเป็นไวร้สจัง แอแงงง

    #87
    1
    • #87-1 A.L. Lee(จากตอนที่ 21)
      14 มิถุนายน 2563 / 14:21
      รอลุ้นค่ะ กลับมาจากงานจะรีบลงให้น้า
      #87-1
  5. #86 Pswmp (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 11:06
    นึกไม่ออกใครเป็นพระเอก5555

    /// ต้นเดือนเหรอเหรอนานอ่าา ;-;

    แต่ไรท์ไปทำงานก็อย่าบืมดูแลสุขภาพด้วยนะ อย่าหักโหมเกินไปล่ะ รออ่านอยู่นะค้าบบบ
    #86
    1
    • #86-1 A.L. Lee(จากตอนที่ 21)
      14 มิถุนายน 2563 / 11:15
      ขอบคุณค่ะ ไรท์จะดูแลตัวเองดี ๆ ถ้างานเสร็จเร็ว กลับมาไวก็อาจจะได้ลงไวขึ้นค่ะ ^^ แต่คิดว่าต้นเดือนคือเผื่อไว้เป็น Worst case

      ส่วนเรื่องพระเอก มันมีคำใบ้อยู่นะ ^^ แต่ถึงเดาไม่ออกก็ไม่เป็นไร อ่านตามเนื้อเรื่องไปเรื่อย ๆ ก็ลุ้นไปอีกแบบค่ะ
      #86-1