Milieu (สภาพแวดล้อมทางสังคมของผม)

ตอนที่ 2 : ตอนที่ ๒: พยาบาท (ภาคนักวิทยาศาสตร์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 พ.ค. 62

 ฝนหยุดตกและท้องฟ้าสดใสได้กลืนกินฝนเข้าไป ผมหยุดร้องไห้ และลุกขึ้น เดินผ่านบ้านที่เหลือเพียงซากปรักหักพัง ผ่านท่านแม่ที่นอนเลือดท่วม ออกนอกรั้วบ้าน ผ่านศพพ่อที่แมลงตอม ผมเดินต่อด้วยสีหน้าแห้งเหี่ยว เดินอย่างไร้จุดหมายเป็นเวลานาน


“ไปฆ่าเจ้าหมอนั่นสิ” เสียงลอยออกมาจากหัวผม เป็นเสียงเหมือนกับเสียงของภูตผีวิญญาณ


“ไม่ได้นะ เธอต้องหาเพื่อน หาทางเปลี่ยนโลก” เสียงที่เหมือนนางฟ้าดังขึ้น


“ไม่มีใครเชื่อใจได้หรอก เธอต้องเก่งถึงจะชนะ” เสียงที่สามดังขึ้น เป็นเสียงเหมือนของปีศาจ


ทั้งสามเสียงต่อสู้กันอยู่ในหัวของผม


“หยุด—หยุดได้แล้ว มันทรมาน” ผมตะโกนขึ้นมา และเสียงที่อาละวาดในหัวก็จางลง เหมือนแสงที่ค่อยๆหรี่ลง ราวกับเสียงที่ค่อยๆถี่ลง ดั่งกลิ่นที่เจือจางลง มันหายไปอย่างสนิท—หายไปเลย ไม่มีเสียงในหัวผมแล้ว


ระหว่างที่ทั้งสามเสียงเถียงกันในหัวผมจบ ผมได้ยืนอยู่ตรงหน้าสถานที่ที่ไม่คาดคิดเสียแล้ว มันมีป้ายเขียนอยู่ ‘เขตแห่งการพัฒนา’ หรือที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า ‘Development Zone’ ได้ยินมาว่าเป็นเขตที่อันตรายพอสมควร มีผู้คนมากมายมาทําการวิจัยผิดกฎหมายกันในเขตนี้ เพราะเป็นเขตที่มีกฎหมายเบากว่าที่อื่น จึงไม่ทําให้มีโทษอะไรมาก ผมเดินต่อไปเรื่อยๆ จนยืนอยู่ตรงหน้าบ้านหลังใหญ่ที่สกปรกและฝุ่นกินยิ่งกว่าบ้านของผม ผมรู้สึกได้ถึงความปลอดภัย จึงวิ่งเข้าไปในบ้านอย่างไม่สนอะไร ผมสัมผัสได้ถึงดวงวิญญาณของพ่อแม่ ล่อลวงผมให้เข้าไปข้างใน แต่การล่อลวงนั้นมาจากในหัวของผมเอง


ผมพยายามเปิดประตูเข้าไป ประตูมันทั้งหนัก ฝุ่นกิน และใหญ่มหึมา ผมเปิดประตูไม่ไหว ทันไดนั้นประตูก็ค่อยๆเปิดออก มีคนค่อยๆเดินออกมาจากประตู เขาเป็นผู้ชายตัวผอมที่มีหน้าคล้ายคุณพ่อ แต่มิใช่หรอก คุณพ่อผมตายไปแล้ว แต่ได้กลิ่นอายของพ่อในตัวของเขา ผู้ชายคนนั้นมีหน้าที่อ่อนโยน


“เจ้าหนู เธอเป็นเด็กหลงทางหรือ?” นักวิทยาศาสตร์พูดขึ้นอย่างอ่อนโยน


“เปล่าครับ—ผมไม่มีบ้านให้อยู่แล้ว—ผมไม่มีที่ให้ไป —ไม่เหลืออะไร—แล้ว—ครับ” ผมพูดไป


ผู้ชายคนนั้นเห็นผมตัวเปียกจึงวิ่งเข้าไปหยิบผ้าขนหนูมาให้ “ห่มไว้นะเจ้าหนู จะได้อุ่นยังไงหล่ะ เธอชื่ออะไรหรือ?”

“ผม—ผมชื่อว่า—ชื่อว่าเฮนดริกซ์ครับ”


“เป็นชื่อที่เพราะจริงๆนะเจ้าหนู เขามาในบ้านสิ ฉันจะเลี้ยงเธอเอง ไม่มีพ่อแม่สินะ”


ผมยิ้มอ่อนๆ และเดินตามเข้าไป ไม่นานก็หลับไปไม่รู้อะไรเลย ผมคงเหนื่อยมากแล้วแหงๆเลย ผมอาศัยอยู่กับนักวิทยาศาสตร์คนนั้นเป็นเวลานาน 


หลายปีผ่านไป ผมก็ถูกเลี้ยงดูภายใต้นักวิทยาศาสตร์คนนั้น ผมเคยถามชื่อของเขาหลายครั้งหลายหน แต่เขาก็ไม่เคยตอบผมเลย มีแต่ทําหน้าเครียดๆและแววตาครุ่นคิด เขาเป็นคนที่ขยันมาก ผมมักเห็นเขานั่งอยู่หน้าโต๊ะตัวเดิมเขียนรายงานบางอย่าง เขาบอกว่าเป็นหนังสือที่สามารถเปลี่ยนประวัติศาสตร์มนุษย์ได้ แต่ก็ไม่เคยบอกเนื้อหากับผมเลย


วันหนึ่งเขาได้อนุญาตให้ผมไปดูโลกภายนอก ผมดีใจมากเลยที่จะได้ออกไปเป็นอิสระ ทันไดที่ผมเปิดประตูออกมา ผมก็ได้กลิ่นคาวเลือด ผู้ชายคนนั้นยืนอยู่ตรงหน้าผม เจ้าฆาตกรนั่น ผมรีบปิดประตูและวิ่งไปหานักวิทยาศาสตร์คนนั้น ไม่สิ วิ่งไปหาพ่อผม ฆาตกรพังประตูเข้ามา ผมวิ่งเหงื่อหมดตัวไปหาพ่อ และท่านก็กอดผมเอาไว้ ฆาตกรหัวเราะและนักวิทยาศาสตร์ก็ลุกขึ้น มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ผมไม่เข้าใจเลย


“เจอกันอีกแล้วนะเจ้าเด็กอ่อนแอคนเดิม” ฆาตกรพูดพรางหัวเราะ


“คุณมีปัญหาอะไรกับลูกของผม?” นักวิทยาศาสตร์ถาม


“ไม่สิ ฉันมาหาแกต่างหาก เอายา OOD-779 มา ฉันรู้มันอยู่กับแก” ฆาตกรพูด


“ไม่มีทาง” พ่อของผมตอบและยิ้มอย่างมั่นใจ เขาพูดต่อ “คุณคือฆาตกรที่เป็นข่าวสินะ จุดประสงค์การก่อคดีก็ไม่แน่ชัดซะด้วย”


“ใช่แล้วล่ะ แต่ฉันก็ฆ่าอย่างถูกกฎหมายนะ ในการพนันอย่างถูกกฎหมายไงหล่ะ” ฆาตกรหัวเราะ


“งั้นคุณมาที่นี่ทําไมกัน”


“มาแข่ง Scarceball กัน ฉันจะเอาเงินจำนวน 100,000 Px. เป็นเดิมพัน แต่แกต้องเอา OOD-779 มาเดิมพันนะ”


“ได้สิ แต่ถ้าฉันชนะขอ 200,000 Px. นะ”


“เอ๋! ต่อรองกับคนอย่างฉันหรือ ได้สิ 200,000 ก็ได้”

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น