Milieu (สภาพแวดล้อมทางสังคมของผม)

ตอนที่ 1 : ตอนที่ ๑: พยาบาท (ภาคฆาตกร)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    14 ต.ค. 62

ผมชื่อเฮนดริกซ์ (Hendrix) ตอนนี้ผมอายุ ๑๖ ปี ขอย้อนกลับไป ๑๐ ปี เป็นช่วงยุคสงคราม น่าจะประมาณ...๒๐๘๑ ตอนนั้นเทคโนโลยีอาจไม่ยิ่งใหญ่เท่าตอนนี้นักหรอก ตอนนี้ก็...๒๐๙๑ เอาเป็นว่าตอนนั้นยังเป็นช่วงที่วิทยาศาสตร์ล้าหลังสุดๆ ทําอะไรได้ไม่มากหรอก เจ๋งสุดก็แค่ทําให้คนเป็นสัตว์ด้วยวิธีแปลกๆที่ผมไม่เข้าใจ แต่มันเป็นยุคสงครามนิ ทุกคนคงมีความรู้คนละระดับกัน และคงไม่มีใครแบ่งปันความรู้นั้นหรอก ถ้าถามผมว่าสงครามอะไรหรือ? ขอตอบง่ายๆว่าสงครามแห่งการอยู่รอด มันเป็นสงครามใหญ่ที่ไม่ได้มีเพียงสองฝั่ง เอาง่ายๆ คนของสายเลือดที่ต่างกัน ล้วนเป็นศัตรูกันหมด อ๋อ! โรงเรียนก็ไม่มีหรอกนะ การศึกษาของเราได้มาจากคนรุ่นก่อนเท่านั้น ผมเป็นลูกคนเดียว จึงต้องอาศัยอยู่คนเดียวในบ้านแคบๆมาตลอด ๖ ปี พ่อแม่ของผมทํางานเป็นนักพนันถูกกฎหมาย คุณคงสงสัยว่านักพนันถูกกฎหมายคืออะไร? เอาง่ายๆ มันคือเกมแก่งแย่งทุกอย่าง เป็นเกมง่ายๆที่ต้องยัดลูกบอลให้เข้าช่องคะแนนของอีกฝ่าย ผู้ที่ทําได้ก่อนก็ชนะไป และก่อนแข่งจะพนันด้วยอะไรก็ได้ แน่นอน...รวมทั้งชีวิต อีกอย่างที่สําคัญในการแข่งพนันนี้คือการเตรียมใจ ในระหว่างการแข่ง หากมีผู้เล่นคนไหนตาย จะไม่มีการสอบสวนคดี และการตายครั้งนั้นจะไม่มีผู้รับผิดชอบ สรุปคือ หากคุณฆ่าใครในการแข่ง คุณก็ไม่ต้องติดคุกถูกประหารหรืออะไรทั้งสิ้น มันไม่ใช่ความผิดคุณ แต่ความผิดคนที่เตรียมใจมาพนันต่างหาก


ผมอยู่ในบ้านแคบๆเหมือนเคย ด้วยความเบื่อจึงต้องไปหาหนังสือจากห้องคุญพ่อมาอ่าน คุณพ่อของผมเป็นคนที่รักการอ่าน และมีหนังสืออยู่หลายร้อยเล่มทีเดียว ผมมักเอามาอ่านเป็นประจำ หนึ่งในนั้นมีหนังสือหายากที่เรียกว่า ‘สารานุกรมทุกอย่าง’ เป็นหนังสือที่มีตั้งแต่เล่ม ๐-๘๐ โดยทั้ง ๘๑ เล่มมีข้อมูลทุกอย่างบนโลกเขียนไว้อย่าวละเอียดถี่ท่วน มีข่าวลือว่าไม่มีใครเคยอ่านหมดทุกเล่มนอกจากชายในตํานาน โซลาร์เพล็กซัซ (Solar Plexus) ที่เป็นผู้เขียนหนังสือทุกเล่ม ผมมีเล่มที่ ๒๐ และแน่นอนผมอ่านไม่จบ มันทั้งหนา เลอะฝุ่น หนัก มีแต่ตัวหนังสือ แถมยังเป็นตัวหนังสือที่เล็กทีเดียว นอกจากนั้นยังเขียนเป็นภาษาแปลกๆที่ผมไม่เข้าใจอีกด้วย รู้สึกที่บ้านจะมีพจนานุกรมแปลจากไทยไปภาษานั้น แต่คนอย่างผมไม่เอาเวลามานั่งอ่านมันหรอก จริงสิ พ่อผมอ่านไปประมาณ ๒ หน้า เขาใช้เวลาหนึ่งปีเต็มๆในการอ่าน เขาบอกผมว่ามันเกี่ยวกับแสงภายในมนุษย์ที่แสดงออกมานอกร่างกายเรียกว่า ‘ออร่า’ (Aura) พ่อบอกว่า คนที่มีเลือดกรุ๊ป O เหมือนผม สามารถสื่อสารกับออร่าได้ด้วย


วันนั้นเป็นวันที่ฝนตกหนัก และฟ้าผ่าอย่างต่อเนื่อง เด็กอย่างผมก็ต้องกลัวเสียงฟ้าผ่าเป็นธรรมดา ผมจึงไปหลบอยู่ห้องข้างล่างซึ่งเป็นห้องใต้ดิน ถึงผมบอกจะกลัวฟ้าผ่าแต่ไม่เคยเห็นมันด้วยซํ้า ก็ผมไม่เคยได้ออกจากบ้านเลยนิ พ่อบอกว่าข้างนอกมันอันตรายเกินไป — เสียงกรี๊ดของแม่ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงทรมาน ผมเร่งออกจากห้องด้านล่าง และวิ่งมาถึงด้านบน เสียงของแม่ดังขึ้นอีกครั้ง เธออยู่นอกบ้าน ผมขัดคําสั่งคุณพ่อที่เคยบอกไว้และวิ่งออกไปหาแม่ด้วยความเป็นห่วง นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้แตะโลกภายนอก พื้นที่เรียกว่าหญ้ามีสัมผัสที่อ่อนโยนเหลือเกิน ก่อนที่ผมจะตื่นเต้นกับการได้เห็นโลกภายนอก ผมก็เงยหน้าขึ้นและเห็นแม่ผมนอนชุ่มเลือดและมีของแหลมคมบางอย่างทะลุผ่านร่างของเธอ ผมค้างเป็นหิน ทําอะไรไม่ถูกเลย วิญญาณของนางฟ้า มารดาของผม ค่อยๆเลือนหาย ไร้ตัวตนบนโลก ผมสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของแม่ นํ้าตาของผมค่อยๆไหลออกมา ผมมองขึ้นด้วยหน้าที่หมดอะไรตายอยากและเห็นผู้ชายคนหนึ่ง ผมยาวสีขาวกําลังหัวเราะ


“แม่ของเธอเองหรือเจ้าหนู อ่อนแอจริงๆ เหมือนกับพ่อของเธอที่ฆ่าเมื่อกี้ไม่มีผิด” ฆาตกรพูดพรางหัวเราะ


นํ้าตาผมไหลออกมาเป็นเลือดแทน เลือดที่อัดแน่นไปด้วยสายเลือดของพ่อแม่ เลือดของบรรพบุรุษ เลือดของตระกูล ผมวิ่งเข้าหา พยายามจะต่อยฆาตกรชั่วนั่น แต่เขาดันสามารถรับหมัดของผมได้


“เธอมันอ่อนแอเกินที่จะมีชีวิตอยู่ และอ่อนแอเกินที่จะตาย” ฆาตกรพูดพรางหัวเราะท่ามกลางสายฝนอีกครั้ง


ผมล้มลงคุกเข่าต่อหน้าฆาตกร ขาของผมสั่นใหญ่เลย ตาค้าง สักวันผมจะต้องล้างแค้นให้พ่อแม่ผมให้ได้ ผมพยายามจะต่อยอีกครั้งก่อนที่ฆาตกรจะหายตัวไปอยู่ข้างหลังผม


“ฉันคิดว่านะ บ้านเธอมันดูสกปรกมากเลย ให้ฉันเผาทิ้งให้แล้วกัน” ฆาตกรหัวเราะอีกแล้ว เขายกมือซ้ายขึ้น และมีลูกบอลไฟโผล่จากมือ


“อย่า-อย่าทําอะไร-บ้านของผม-คุณพ่อผมหาเงินแทบ-“ ผมพูดไม่ออก


ฆาตกรหัวเราะและจุดไฟเผาบ้านผมต่อหน้าต่อตา ผมพยายามจะต่อยมันอีกครั้ง แต่เจ้านั่นมันหายไปไหนไม่รู้ คงเป็นเวทย์เคลื่อนย้าย ผมไม่รู้จะทําอะไรต่อไป จึงค่อยๆเดินไปหาร่างแม่ที่แห้งเหี่ยว และกอดในขณะที่ร้องคร่ำคราญท่ามกลางสายฝน ผมหวังให้ฝนดับไฟและเอาบ้านผมคือมา แต่ไฟมิยอมหยุดเลย นี่หรือพลังของเวทย์มนต์ นี่หรือความอ่อนแอของผม ผมไม่เหลืออะไรแล้ว ฆาตกรนั่นเอาทุกอย่างไปจากผม มันยิ่งกว่าฆาตกร ยิ่งกว่าปีศาจ เลือดเย็นเหลือเกิน ผมนอนเหมือนคนปางตายกลางสายฝน จ้องบ้านตัวเองกําลังโดนเผา ไฟที่กําลังเผาบ้าน สะท้อนมาบนตาของผม ผมรู้สึกเหมือนมีปีศาจกับตัวเลย ผมอยากฆ่าเจ้าฆาตกรนั่น รู้สึกเหมือน...มีผีอยู่ข้างๆผม คอยเตือนให้ผมฆ่ามันในสักวัน เหมือนมีนางฟ้าอยู่ข้างๆผม...ความอบอุ่นของแม่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น