RRPG • มหาสงครามครองมิติ

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 92,505 Views

  • 848 Comments

  • 4,218 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,104

    Overall
    92,505

ตอนที่ 53 : Second Wave - 14 - ผู้เฝ้ามองและผู้ไล่ล่า บทกลาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2237
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 296 ครั้ง
    10 มี.ค. 62

เพราะอย่างนั้นผมจึงไม่เห็นว่าคุณจะไร้หัวใจตรงไหนเลย” ผมจ้องมองตรงไปยังใบหน้าของเธอที่ตกตะลึงในคำพูดของผม “แล้วยังคิดว่านี่คือทางเลือกที่ถูกต้องแล้วด้วย”

นั่นคือใจจริงของผมที่ไม่มีการแต่งเติม

อย่าง....นั้นเหรอคะ” ออโรร่ายิ้มขึ้นมาเล็กน้อย ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองรึเปล่าแต่ผมรู้สึกเหมือนว่าอะไรบางอย่างที่เธอแบกรับเอาไว้มันเบาบางลงเล็กน้อย

เอาเถอะ ถึงจะคิดไปเองก็คงไม่เป็นไร สำหรับผมแค่เธอยิ้มออกมาได้มันก็เพียงพอแล้ว

ถือว่าเป็นรางวัลในคำตอบของคุณ ดิฉันจะมอบของขวัญให้ก็แล้วกันนะคะ” ออโรร่าปาดมือออกมาเบื้องหน้าเรียกหน้าจอโปร่งแสงออกมาบานหนึ่งแล้วดึงของบางอย่างออกมาจากในนั้น “เห็นว่าคุณทำสร้อยคออันเก่าพังไปแล้วใช่ไหมคะ”

สิ่งที่เธอเอาออกมาก็คือสร้อยคอทำจากด้ายถักอันหนึ่งที่มีจี้ห้อยคอเป็นเมล็ดพืช

เมื่อเธอยื่นมันเข้ามาให้ผมก็ไม่ลังเลที่จะตรวจสอบมันในทันที


___________________________

จี้ห้อยคออิกดราซิล (โอพาร์ทระดับ B)

สร้อยคอที่บรรจุพลังของต้นไม้โลกเอาไว้

ผู้สวมใส่จะได้รับพรจากอิกดราซิลเมื่อร่างกายสัมผัสกับพื้นดิน

*พรของอิกดราซิล - เพิ่มผลของการฟื้นฟูขึ้นสามเท่า ตราบใดที่ยังไม่ตายจะสามารถฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ได้เสมอ

**สามารถป้องกันผู้สวมใส่จากความตายได้ 3 ครั้ง

ความสามารถนี้สามารถฟื้นฟูได้เมื่อเมล็ดแห่งอิกดราได้รับการเติมเต็มด้วยพลังงานบริสุทธิ์

___________________________

 

.....โอ้......โห

จะดี...” เมื่อผมตรวจสอบความสามารถของมันแล้วก็ต้องเงยหน้าขึ้นมองผู้ที่ให้มาทันที แต่ยังไม่ทันที่คำพูดจะออกจากปากจนจบประโยคผมก็เห็นว่าออโรร่าได้ใส่จี้ห้อยคออิกดราซิลเอาไว้ตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้

ดิฉันมีอยู่สองอันพอดีเลยค่ะ” เธอยิ้มหวานให้กับพลางใช้สองมือช้อนสร้อยบนคอโชว์ให้ผมดู

อา สร้อยคอคู่สินะ

ยอดเยี่ยมไปเลย สวยพี่สวย แบบนี้มันต้องจัดแล้ว

ผมรีบสวมสร้อยคอที่อยู่ในมือทันทีพร้อมกับชูขึ้นมาให้ออโรร่าเห็นว่าพวกเราใส่สร้อยคอเหมือนกัน’

เหมาะมากเลยค่ะ”

ขอบคุณมากนะครับ”

พอผมเอ่ยปากขอบคุณไปแล้ว รอยยิ้มของเธอก็หมองลงเล็กน้อย

นอกจากเรื่องผู้เฝ้ามองและผู้ไล่ล่าแล้ว ดิฉันยังมีอีกเรื่องที่ต้องแจ้งให้คุณทราบค่ะ”

ถึงออโรร่าจะดูลำบากใจที่จะพูด แต่ผมก็พอจะเดาได้อยู่แล้วว่าเธอต้องการจะบอกอะไร

ผู้ไล่ล่ากำลังจะโผล่ออกมาสินะครับ”

ผมเดาว่ามันน่าจะเป็นเช่นนั้น จากคำอธิบายของมาริคที่ว่าสิ่งผิดปกติกำลังเกิดขึ้น การปรากฏของมิติสีเหลืองติดต่อกัน น่าจะแสดงถึงการที่มิติเริ่มผันผวนมากขึ้นซึ่งก็แปลว่ามีสิ่งแปลกปลอม’ กำลังเข้ามาในมิติของผม ถึงจะไม่แน่ใจแต่สัญชาตญาณของผมมันบอกแบบนั้น

และออโรร่าก็พยักหน้าตอบกลับมา

คุณกฤษณะน่าจะทราบเรื่องสงครามระดับสีเหลืองที่กำลังจะเกิดขึ้นแล้วสินะคะ”

ผมพยักหน้า

ดิฉันคิดว่าผู้ไล่ล่าน่าจะปรากฏตัวขึ้นในสงครามครั้งใดครั้งหนึ่งในสองครั้งนั้นค่ะ” เมื่อพูดถึงจุดนี้ผมก็ได้ยินเสียงแก้วชาในมือของเธอลั่นดังเปรี๊ยะ ดูท่าเธอคงจะสะสมความเครียดกับพวกผู้ไล่ล่าเอาไว้พอสมควรสินะ “แต่ก็นับว่าเป็นโชคดีที่ระดับของผู้ไล่ล่านั้นน่าจะยังไม่มากสักเท่าไร เพราะความผันผวนของมิติยังอยู่ในระดับสีเหลือง นั่นก็หมายความว่าระดับสูงสุดของผู้ไล่ล่าที่จะปรากฏขึ้นมานั้นก็คงจะอยู่ในระดับสูงขั้นต้นค่ะ”

หมายความว่าเก่งพอกับมังกรเพลิงอย่างนั้นเหรอครับ?” ถ้าผมจำไม่ผิดมังกรเพลิงเองก็อยู่ในระดับสูงเช่นเดียวกัน

เธอพยักหน้าตอบ “ด้วยค่าพลังอย่างเดียวแล้วคงบอกได้ว่ามังกรเพลิงนั้นมีความแข็งแกร่งมากกว่า”

ถึงเธอจะพูดแบบนั้นแต่สีหน้าของเธอก็ยังคงตึงเครียด “แต่ผู้ไล่ล่านั้นเป็นผู้กลุ่มที่เชี่ยวชาญเรื่องการทำสงครามมิติ เพราะฉะนั้นศัตรูที่คุณจะต้องเผชิญคงจะไม่เข้ามาต่อสู้แลกชีวิตกับคุณเหมือนอย่างมังกรเพลิงตัวนั้นแน่นอน”

แปลว่ามันรู้จักใช้หัวคิดและยุ่งยากมากกว่าศัตรูที่ใช้แค่กำลังก็สามารถเอาชนะได้

ศัตรูที่ยุ่งยากงั้นเหรอ...ไม่ค่อยชอบเลยแฮะแบบนี้

คุณกฤษณะต้องระวังตัวให้ดีนะคะ ห้ามประมาทเด็ดขาดเลยนะ” เธอมองมาที่ผมด้วยความเป็นห่วง

เพราะอย่างนี้เธอถึงมอบสร้อยคอนี่ให้ผมสินะ

ให้ตายเถอะ จะทำให้ผมหลงรักมากแค่ไหนถึงจะพอใจกันนะผู้หญิงคนนี้

ผมจะระวังตัวครับ” ผมจ้องมองตรงไปที่เธอและพยักหน้าอย่างมั่นใจ ต่อให้ศัตรูแข็งแกร่งและเฉลียวฉลาดแค่ไหนก็ตาม ผมก็ไม่คิดจะยอมแพ้ไม้แต่นิดเดียว ผมจะลากคอมันออกมาอัดให้เละโทษฐานที่ทำให้ออโรร่าต้องยุ่งยาก ก่อนจะปล้นของมีค่าของมันออกมาให้หมด แล้วถ้าเป็นไปได้ก็จะจับมันมาขายเป็นทาสให้กับตาลุงสกิน

เป็นไงล่ะ ความคิดดีใช่ไหม มีแต่กำไรกับกำไรทั้งนั้นเลย

ปัญหาแค่อย่างเดียวก็คือผมจะมีปัญญาทำรึเปล่าเท่านั้นเอง

เอาเถอะ พอถึงตอนนั้นเดี๋ยวก็รู้เองว่าจะทำได้รึเปล่า

พอรู้ว่ากำลังจะได้เจอกับศัตรูที่แข็งแกร่งจิตใจของผมที่ห่อเหี่ยวก็เหมือนกับมีไฟลุกโชนขึ้นมา อา ไอ้พวกเวรที่เข้ามาหาเรื่องโลก ดาหน้าเข้ามาได้เลย พ่อจะปล้นให้หมดตัวเลย

และตอนนั้นเองที่สัญญาณบอกเวลาก็ปรากฏขึ้นมา

ใต้เท้าของผมส่องแสงสีทองขึ้นมาอีกครั้ง และทันทีที่ผมสังเกตเห็นมันก็รีบยื่นนิ้วก้อยไปทางออโรร่าทันที

ผมสัญญาว่าจะเอาชนะพวกนั้นแล้วกลับมาหาคุณให้ได้เลย”

พอได้ยินคำพูดของผมออโรร่าก็หัวเราะออกมาเล็กน้อย

คุณต้องเอาชนะเพื่อโลกของคุณต่างหากละคะ” เธอว่าพลางยิ้มขำ “แต่สัญญาต้องเป็นสัญญานะคะ”

แล้วเธอก็ยื่นนิ้วก้อยของเธอมาเกี่ยวกับนิ้วก้อยของผมเอาไว้

แล้วเจอกันใหม่นะครับ”

สิ้นเสียงของผมแสงสีทองก็สว่างวูบขึ้นมาและพาผมไปยังมิติพิเศษอีกครั้ง

เมื่อแสงสว่างสีทองจางหายไปผมก็กลับมายืนอยู่ในที่เดิมเหมือนอย่างทุกครั้งที่เข้ามาในมิติพิเศษ และที่นั่นก็มีหนูเมลกำลังยืนรอคอยอยู่เช่นเดิม

ยินดีต้อนรับกลับมาค่ะ คุณกฤษณะ” เมลโค้งศีรษะทักทายผมเหมือนทุกครั้ง แต่สิ่งที่แตกต่างไปจากเดิมก็คือภายในหมู่บ้านตอนนี้เริ่มมีผู้คนขึ้นมาประปรายแล้ว

ผมทอดสายตามองไปรอบบริเวณด้วยความอยากรู้อยากเห็น

จากหมู่บ้านร้างที่มีผู้ดูแลอู้งานฆ่าเวลาไปเรื่อย ๆ ตอนนี้เริ่มมีเงาร่างของผู้คนเดินไปมาภายในมิติพิเศษบ้างแล้ว ถึงจากที่เห็นมันน่าจะยังไม่เกินสิบคนก็ตาม

นั่นหมายความว่ามนุษย์โลกคนอื่นเองก็เริ่มที่จะเอาชนะสงครามขึ้นมาได้แล้วสินะ

นับเป็นนิมิตหมายที่ดีล่ะนะ ถึงจะไม่ดีสำหรับผมก็ตาม

คุณกฤษณะไม่ชอบผู้คนเยอะ ๆ เหรอคะ” หนูเมลถามผมเมื่อเห็นว่าผมเอาแต่มองผู้คนไปมาโดยไม่ยอมขยับไปไหนเสียที

อืม” มันก็ไม่เชิงว่าไม่ชอบหรอกนะ แค่ไม่อยากไปใกล้ชิดกับคนที่ไม่รู้จักมักจี่เท่านั้นเอง ความจริงผมก็อยากจะเลือกคนที่พอจะเชื่อใจได้มาเป็นพันธมิตรอยู่หรอก แต่การจะเดินเข้าไปเซย์ไฮแล้วกอดทักทายก่อนจะยื่นสัญญาเกี่ยวก้อยเป็นพันธมิตรกันเนี่ย สำหรับผมมันเป็นไปไม่ได้

ถ้าไม่ใช่กับออโรร่าแล้ว ผมไม่อยากจะไปเสียเวลาพูดคุยกับคนอื่นเท่าไร

เอาเป็นว่าที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของน้ำกับสาแล้วก็คุณหลี่ก็แล้วกันเนอะ ส่วนผมก็ตีเนียนเป็นฉากหลังทำนู่นทำนี่ให้จบโดยไม่เกี่ยวข้องกับคนพวกนี้เลยดีกว่า

เมล” ผมก้มลงมองเด็กสาวที่แหงนหน้ารอคอยคำพูดของผม

รหัสแดง”

รหัสแดงคืออะไร?

บอกตามตรงว่าผมไม่เข้าใจเหมือนกัน แค่อยากจะสื่อให้หนูเมลได้รู้ว่าสภาพจิตใจของผมตอนนี้มันเป็นอย่างไรเท่านั้น

เข้าใจแล้วค่ะ”

เฮ้ย เข้าใจด้วยเหรอ หนูเมลนี่เป็นคนที่รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราแตกต่างจากตาลุงสกินที่เอาแต่ใช้กำลังกับแผนร้ายเลยแฮะ

แต่ความคิดนั้นของผมก็ต้องมลายหายไปทันทีเมื่อเห็นสิ่งที่หนูเมลกำลังจะกระทำ

เด็กสาวตัวน้อยน่ารักกำลังชักปืนคาบศิลาออกมาจากกระเป๋ากระโปรงซึ่งไม่รู้ว่าเก็บเอาไว้อีท่าไหนออกมาเล็งไปยังผู้พิชิตจากที่ไหนสักแห่งที่กำลังเดินอยู่กลางลานกว้าง

เมลจะเด็ดหัวพวกนั้นให้เกลี้ยงแล้วให้คุณกฤษณะจัดการธุระอย่างสบายใจเองค่ะ”

ผมขอถอนคำพูด ยัยหนูคนนี้มันหลานของตาลุงสกินตัวจริงเสียงจริงเลย

สุดท้ายผมก็ต้องหยุดเธอก่อนที่จะมีคนไม่รู้อีโหน่อีเหน่มาถูกเจาะกบาลเพราะผมไม่อยากเข้าไปอยู่ในฝูงชน

ถึงมันจะไม่สบายใจอยู่หน่อย ๆ ก็เถอะ แต่มันก็ดีกว่าต้องมารู้สึกผิดที่ดันเผลอไปทำให้คนตายล่ะนะ

ผมคิดเช่นนั้นพลางเอามือช้อนร่างของหนูเมลขึ้นมาข้างเอวเพื่อหยุดไม่ให้เธอบรรเลงบทเพลงเลือดกลางวันแสก ๆ แล้วจึงเดินเข้าไปในสมาคมด้วยใบหน้าเบื่อหน่าย

แถมท้ายอีกนิดว่าตอนที่ผมหยุดไม่ให้เธอใช้อาวุธผมสาบานเลยว่าได้ยินเสียงเดาะลิ้นของหนูเมล

อา สายเลือดของตาลุงสกินนี่มันช่างน่ากลัวจริง ๆ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 296 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #651 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 08:47
    บ้าเลือดพอกัน
    #651
    0
  2. #545 oomironhorse (@oomironhorse) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 20:54
    หนูเมล ใจเย็นลูกกก ใจเย็นเย๊นนนน.... XD
    #545
    0
  3. #516 ปฐพีเร้นลับ (@ttoo1515) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 00:30
    อีหนูนี่มันเถื่อนดีแท้
    #516
    0