RRPG • มหาสงครามครองมิติ

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 92,556 Views

  • 848 Comments

  • 4,213 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,155

    Overall
    92,556

ตอนที่ 54 : Second Wave - 15 - ผู้เฝ้ามองและผู้ไล่ล่า บทปลาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2721
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 295 ครั้ง
    10 มี.ค. 62

เฮ้อ หมาป่าพวกนั้นนี่นอกจากอ่อนแอแล้วยังไม่มีอะไรแพง ๆ ติดตัวมาด้วย ใช้ไม่ได้เลยเจ้าพวกนี้ไม่คิดถึงคนที่ฆ่าพวกแกบ้างเหรอ

หลังจากขายของทุกอย่างผ่านเควสแล้วผมก็กลับไปร้านของตาลุงสกิน

อย่ามาพูดอะไรบ้า ๆ นะโว้ย!”

อ๊ะ ดูเหมือนจะมีแขกมาก่อนสินะ

แกไม่ติดราคาไว้แล้วคนอื่นจะไปรู้ได้อย่างไรว่าแกขายราคาเท่าไร!!”

ถ้าตาของแกมันต่ำจนมองราคาของสินค้าไม่ออกก็อย่ามาซื้อสิวะ!!”

หนอย ว่าไงนะไอ้แก่!”

เอเมน

ตูม!!

แล้วร่างของผู้พิชิตคนหนึ่งก็ลอยออกมาจากร้านของตาลุงสกิน ไถลไปกับพื้นก่อนจะแน่นิ่งอยู่อย่างนั้น หลายสายตาที่ผ่านไปมาพากันจ้องมองไปยังร่างนั้นแล้วค่อย ๆ เดินเข้าไปดูอาการ

หนูเมลเองก็เอานิ้วชี้ขึ้นมาแตะปากเป็นเชิงว่าอิจฉา......อิจฉาตาลุงสกินที่ได้ซัดก่อนเธอ

ไปกันเถอะ” ผมเรียกหนูเมลที่ทำท่าเหมือนจะล้วงปืนออกมาจากกระเป๋าอีกครั้งให้รีบเข้าไปในร้าน และเมื่อเดินผ่านประตูที่เปิดทิ้งเอาไว้จากร่างที่ลอยออกไปเมื่อครู่ก็เห็นตาลุงสกินกำลังสูบไปป์อย่างอารมณ์ดี

โอ้ ว่าไง หนูเมลปู่คิดถึงจังเลย”

หนูเพิ่งออกจากบ้านไปเมื่อสิบห้านาทีก่อนเองนะคะ” หนูเมลเบ้ปากตอบ

ของที่สั่งล่ะ” ผมอยากเสียเวลาไปมากกว่านี้แล้วเลยรีบเข้าเรื่องเสียที ซึ่งพอตาลุงสกินเห็นหน้าผมจ้องเขม็งขึ้นมาทันที แต่สักพักหนึ่งก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่

ถูกต้องแล้วค่ะท่านปู่” เมลพยักหน้าอย่างเข้าใจ

พูดถึงเรื่องอะไร หรือว่าสายเลือดนี้มันสามารถใช้โทรจิตหากันได้ด้วย?

เอ้า” ระหว่างที่คิดอะไรเพลิน ๆ อยู่ตาลุงสกินก็นะเอากล่องใบหนึ่งมาวางบนเคาน์เตอร์ มันเป็นกล่องขนาดเท่ากับกล่องใส่แหวน ดูจากไซส์แล้วไม่น่าจะบรรจุของที่ผมสั่งเอาไว้ได้เลย ตาลุงนี่ต้องเล่นตลกกับผมแน่นอน

...คิดเหรอว่าผมจะพูดแบบนั้น

แค่ดูแวบแรกผมก็เดาได้แล้วว่านั่นเป็นกล่องมิติที่จุของได้มากกว่าตาเห็น ผมเก่งใช่ไหมล่ะ?

...ความจริงแล้วไม่ใช่ผมหรอก แต่เป็นเพราะทักษะดวงตาผู้รอบรู้ต่างหาก

ข้าแนะนำว่าให้เอาไปเปิดที่ที่มันลับตาคน” ตาลุงสกินว่าพลางทิ้งตัวลงกับเก้าอี้พาดขาขึ้นมาบนโต๊ะแล้วเริ่มดูดไปป์อีกครั้ง “หรือถ้าอยากจะเด่นจะลองเปิดตรงนี้ก็ได้นะ”

โอเค ลุง ขอบคุณสำหรับคำเตือน เอาเป็นว่าผมคงต้องใช้ห้องเดิมอีกครั้งแล้วสินะ

พอคิดได้เช่นนั้นผมก็หันกลับไปมองหนูเมล ซึ่งเธอเองก็พยักหน้าว่าเข้าใจแล้ว

บอกตามตรง....หลังจากเหตุการณ์เมื่อครู่ผมก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อใจเธอเท่าไรเลย

ดูเหมือนว่าครั้งนี้เมลจะไม่ได้คิดอะไรแปลก ๆ เธอเดินนำผมออกไปด้านนอกมุ่งตรงไปยังอาคารสมาคมทันที

ถ้าไม่ติดว่ามีกลุ่มคนเข้ามาขวางผมเอาไว้เสียก่อน

ขอคุยอะไรด้วยหน่อยได้ไหม?” เสียงหวานของหญิงสาวที่เข้ามาขวางทางผมเอาไว้ดังขึ้น “ขอโทษที่แอบฟังนะ แต่ดูเหมือนว่าสาวน้อยคนนี้จะเป็นญาติของคนที่นี่สินะ”

เธอว่าพลางเหล่ตามองไปหาหนูเมล

ฉันจับตามองนายมาตั้งแต่นายเข้ามาในอาคารของสมาคมแล้ว” สายตาของเธอเบนมาที่ผมอีกครั้ง “จากท่าทางของนายมันดูไม่เหมือนคนที่มาที่นี่ครั้งแรกเลย”

เธอเว้นช่วงไปครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มต้นพูดขึ้นมาอีกครั้ง “นายคงจะเคยมาที่นี่หลายครั้งแล้วสินะ”

ถูกเผงเลยนังหนู เอาไปร้อยคะแนนเต็มแล้วก็ไถลหัวของเธอออกไปได้แล้ว

ดูเหมือนว่าหนูเมลเองจะเริ่มจับความรำคาญของผมได้ เธอจึงทำท่าจะล้วงกระเป๋าอีกครั้ง แต่ก็หยุดลงเพราะกลัวว่าผมจะห้ามเธออีก

ไม่ใช่ธุระของคุณ” ผมจ้องมองกลับไปโดยไม่หลบเลี่ยง “ถอยไป”

อย่าพูดแบบนั้นสิ” เธอยิ้มหวานเอียงคอพยายามเผยให้เห็นเนินอกที่เปิดออกมาจากเสื้อ ดูจากการแต่งตัวแล้วดูท่าว่าเธอจะมาจากตะวันออกสินะ ทั้งสีผมบลอนด์แล้วก็ทรวดทรงที่ดูแตกต่างจากชาวตะวันตกทำให้ผมรู้ชาติกำเนิดของเธอได้ในทันที

ระหว่างที่กำลังคิดอยู่นั่นเองเธอก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผมจนสามารถรับรู้กลิ่นกายของเธอได้

ก็ได้” ผมตอบออกไป

ทันใดนั้นเองก็ยิ้มกว้างขึ้นมา แต่ก็เพียงพริบตาเดียวเท่านั้นที่รอยยิ้มนั้นแข็งค้าง ตาที่หวานหยาดเยิ้มก็เหลือกขึ้นไปด้านบน ริมฝีปากเรียวสวยเองก็มีน้ำลายกระเซ็นออกมาลงมาเปรอะเปื้อนแขนของผมที่เพิ่งจะซัดท้องเธอไปเมื่อครู่

เมื่อร่างของเธอตกลงบนพื้นแล้ว ผมก็ดึงคอเสื้อเธอขึ้นมาและเหวี่ยงออกไปที่พงหญ้าด้านข้าง

ภาพที่เกิดขึ้นนั้นมีคนมองเห็นหลายคน บางส่วนรีบวิ่งเข้าไปช่วยหญิงสาวคนนั้นและอีกส่วนก็เข้ามาทางผม

นี่คุณทำอะไรของคุณ!” ชายหนุ่มหน้าตาดีผมสีน้ำตาลใบหน้าคมเต็มไปด้วยกลิ่นอายของลูกผู้ชาย สวมใส่ชุดสูทสีน้ำเงินเข้มที่เต็มไปด้วยร่องรอยของการต่อสู้

รูปหน้าแบบนี้คงมาจากประเทศพิซซ่าและกาแฟสินะ

ทำไมถึงทำร้ายมนุษย์กันเองแบบ...อ้อก”

แต่ถึงแกจะมาจากไหนก็ไม่ได้เปลี่ยนเรื่องที่ว่าแกกำลังเกะกะผมหรอกนะ

ร่างของพ่อหนุ่มพิซซ่าบิดงอผิดรูปจากการถูกเตะเข้าที่ชายโครงลอยไปในทิศทางเดียวกับหญิงสาวคนนั้นจนทับเข้ากับคนที่พยายามช่วยเธอให้ลุกขึ้นมา

ไม่ได้การแล้ว เพราะความหงุดหงิดที่มาอยู่ท่ามกลางฝูงคนทำให้ผมลงไม้ลงมือง่ายกว่าปกติ ไม่ได้สิ! ถ้าตกกระไดมันก็ต้องกระโจนลงไปก่อนที่น้ำจะลด!

พวกแกฟังเอาไว้ให้ดี!” ผมตะโกนเสียงดังเรียกสายตาของผู้คนเข้ามารวมกัน

อุแหวะ รู้สึกแย่เป็นบ้าเลย

อย่ามาเกะกะอีกเป็นครั้งที่สอง!” ผมกดพลังให้ต่ำที่สุดใช้ทักษะแยกจิตแล้วเรียกใช้มือเวทมนตร์ออกมาจำนวนมากเข้าบีบคอทุกคนที่อยู่ใน ณ ที่นั้น “ครั้งหน้าฉันไม่ปรานีแบบนี้แน่”

แล้วกดเสียงต่ำขู่พวกมันแล้วใช้ทักษะกายาราตรีเปลี่ยนผิวหนังบางส่วนให้กลายเป็นควันออกมาจากร่างกายเพื่อเพิ่มความน่ากลัว

เสร็จแล้วผมเหวี่ยงร่างของทุกคนที่ยกขึ้นมาฟาดลงกับพื้นเบา ๆ ด้วยระดับพละกำลัง 1/10

พอแสดงเสร็จแล้วก็สะบัดหน้าเดินตรงเข้าไปในอาคารสมาคมโดยที่ไม่รีรอคำตอบจากคนพวกนั้น

หนูเมลเองที่ตั้งสติขึ้นมาได้ก็วิ่งเตาะแตะตามผมมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

สุดยอดไปเลยค่ะ! คุณกฤษณะตัดสินใจได้ยอดเยี่ยมมากเลยค่ะ” เมลเอ่ยชมผมด้วยน้ำเสียงหวาน “มันเป็นปกติที่พวกผู้พิชิตหน้าใหม่จะนึกว่าข้าเจ๋งที่สุดในโลก หรือไม่ก็เป็นประเภทที่โชคดีเอาตัวรอดมาได้เลยจะพยายามหาคนที่แข็งแกร่งเพื่อแปลงร่างเป็นปรสิตคอยดูดเลือดดูดเนื้อ”

ทุกครั้งที่หนูเห็นพวกนั้นหนูละอยากจะลั่นให้หัวพวกมันระเบิดทุกทีเลย” เธอพูดอย่างใส่อารมณ์พลางเดินกดเท้าแรง ๆ “การที่คุณกฤษณะทำแบบนั้นไปมันจะทำให้ตัวตนของคุณกฤษณะกลายเป็นแกะดำในหมู่ผู้พิชิต ถึงแม้ว่ามันอาจจะลำบากในช่วงท้ายของสงคราม แต่คุณกฤษณะมั่นใจได้เลยค่ะว่าหลังจากนี้คงจะไม่มีใครเข้ามาวอแวกับคุณกฤษณะอีกแน่นอน”

ดูเหมือนว่าผู้ดูแลเองก็เก็บกดอะไรเอาไว้หลายอย่างเหมือนกันแฮะ

พอมาถึงห้องเดิมที่ผมเคยใช้แล้ว ผมก็ไม่รอช้ารีบเอากล่องที่ตาลุงสกินให้ออกมาเปิดทันที

พอเปิดกล่องออกมาแล้ว หน้าจอโปร่งแสงก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับฉายภาพของชุดเกราะมังกรเพลิงแบบเต็มยศ ซึ่งเครื่องป้องกันนี้มีอยู่ทั้งหมด 5 ส่วน แบ่งออกเป็นเกราะหมวก, เกราะอก, เกราะแขน, เกราะเอวและเกราะขา

ผมไม่รอช้ารีบเปิดรายละเอียดของมันออกมาดูในทันที


___________________________

เกราะหมวกมังกรเพลิง

เกราะหมวกที่ทำขึ้นมาจากชิ้นส่วนของมังกรเพลิงขนาดโตเต็มวัย

เพิ่มความทนทาน 10 แต้ม จิตใจ 50 แต้ม เพิ่มพลังเวท 5000 แต้ม

ลดความเสียหายจากการโจมตีประเภทไฟ

แฝงทักษะ - ภาษามังกร

สามารถสื่อสารกับมังกรที่มีปัญญาได้

___________________________

___________________________

เกราะอกมังกรเพลิง

ชุดเกราะที่ทำขึ้นมาจากชิ้นส่วนของมังกรเพลิงขนาดโตเต็มวัย

เพิ่มความทนทาน จิตใจ 30 แต้ม เพิ่มพลังพลังชีวิตและพลังกาย 3,000 แต้ม

การฟื้นฟูพลังกายเร็วขึ้นแม้ในยามต่อสู้

ลดความเสียหายจากการโจมตีประเภทไฟ

___________________________

___________________________

เกราะแขนมังกรเพลิง

เกราะแขนที่ทำขึ้นมาจากชิ้นส่วนของมังกรเพลิงขนาดโตเต็มวัย

เพิ่มพละกำลัง 40 แต้ม ความทนทาน 20 แต้ม

ลดความเสียหายจากการโจมตีประเภทไฟ

แฝงทักษะ - เขี้ยวมังกรเพลิง

ใช้พลังเวท 1000 แต้ม สร้างเปลวเพลิงรูปแบบเขี้ยวมังกรออกมาจู่โจมศัตรู

___________________________

___________________________

เกราะเอวมังกรเพลิง

เกราะเอวที่ทำขึ้นมาจากชิ้นส่วนของมังกรเพลิงขนาดโตเต็มวัย

เพิ่มความทนทาน 20 แต้ม จิตใจ 30 แต้ม เพิ่มพลังพลังชีวิต 5000 แต้ม

ลดความเสียหายจากการโจมตีประเภทไฟ

ลดความเสียหายจากการโจมตีด้วยเวทมนตร์

___________________________

___________________________

เกราะขามังกรเพลิง

เกราะขาที่ทำขึ้นมาจากชิ้นส่วนของมังกรเพลิงขนาดโตเต็มวัย

เพิ่มความทนทาน 20 แต้ม ความรวดเร็ว 30 แต้ม เพิ่มพลังกาย 5000 แต้ม

ลดความเสียหายจากการโจมตีประเภทไฟ

แฝงทักษะ - ผู้เหยียบย่ำ

ใช้พลังเวท 100 แต้ม/วินาที ควบแน่นสิ่งที่เหยียบอยู่ให้รองรับน้ำหนักของผู้สวมใส่

*ไม่ได้รับผลกระทบจากพื้นผิวของสภาพแวดล้อม

___________________________

 

พระเจ้าช่วย!

สุดยอด สุดยอดของสุดยอดก็คือสุดยอดของสุด ๆ

งานดีเลิศแบบนี้ทำเอาอยากวิ่งกลับไปหอมแก้มตาลุงสกินเลย! เกราะทั้งหมดมีความสามารถอยู่ในขั้นสุดยอด พลังป้องกันเองก็คงจะอยู่ในระดับเดียวกับเกล็ดมังกร แบบนี้ต้องใส่ทันที!

เร็วเท่าความคิดผมดึงเครื่องสวมใส่พวกนั้นออกมาจากหน้าจอและสวมมันลงไปโดยไม่รอช้า เกราะมังกรเพลิงนั้นก็เป็นสีแดงตามชื่อของมัน ในส่วนของเกราะหมวกนั้นมีลักษณะคล้ายกับศีรษะของมังกรเปิดช่องเอาไว้สำหรับมองเพียงเล็กน้อย เกราะอกถูกแก้ไขให้เข้ากับดีไซน์ใหม่ จากของเดิมที่มีลักษณะเหมือนเอาเกล็ดมังกรมีตีเป็นแผ่นเล็ก ๆ ร้อยเข้าด้วยกัน ตอนนี้มันถูกเปลี่ยนให้อยู่ในลักษณะของเกราะเหล็กพอดีตัว เพิ่มส่วนไหล่ออกมาเพื่อให้พอดีกับความยาวของส่วนเกราะแขนที่หุ้มไปจนถึงปลายนิ้ว เกราะเอวที่มีลักษณะคล้ายกับเข็มขัดทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมเกราะอกกับเกราะขา

โอ้ย เท่วัวตายควายล้มจริง ๆ

ผมทดสอบขยับชกลมซ้ายขวาและเคลื่อนไหวไปมาดู

น่ามหัศจรรย์ที่เกราะนี้เหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายของผม มันไม่ความรู้สึกติดขัดเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่เพียงเท่านั้นน้ำหนักของมันยังเบามากอีกด้วย

จากสารานุกรมที่ผมเคยอ่านมาดูเหมือนว่าเกล็ดของมังกรนั้นมีความแข็งแกร่งเทียบเคียงกับเพชรโดยที่น้ำหนักของมันน้อยกว่าอย่างทาบไม่ติด อาจจะเป็นเพราะส่วนนี้วัตถุดิบจากมังกรทั้งหลายจึงเป็นที่ต้องการเป็นอย่างมาก

หลังจากทดลองเรียบร้อยและกำลังจะปิดกล่องผมก็เห็นว่าที่ด้านล่างยังมีของอีกสองชิ้นอยู่ในนั้น หนึ่งเป็นกระดาษโน้ต ส่วนอีกหนึ่งเป็นผ้าคลุมสีดำตัดกับชุดเกราะ

กระดาษโน้ต จดหมายของตาลุงสกินเหรอ

แค่คิดก็แหยงแล้วแฮะ

ถึงจะบอกแบบนั้นผมก็เรียกเอากระดาษโน้ตนั้นขึ้นมาอ่าน

สิ่งที่เขียนอยู่ด้านในก็คือคำขอบคุณของตาลุงสกินที่มอบโอกาสให้เขาได้พิสูจน์ฝีมือของตัวเอง การตีอุปกรณ์ด้วยวัตถุดิบจากมังกรเป็นความฝันของตาลุงสกินมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว และในที่สุดความฝันของตาลุงสกินก็เป็นจริงด้วยความช่วยเหลือของผม ในจดหมายบ่นนิดหน่อยที่รู้สึกเหมือนถูกหลอกให้ทำให้ฟรี และแถมท้ายด้วยคำอธิบายของผ้าคลุมที่ตาลุงสกินทำแถมมาให้

ชื่อของมันคือผ้าคลุมมังกรพสุธา ดูเหมือนว่าตาลุงจะเอาเกล็ดของมังกรที่ตัวเองมีมาทำเป็นผ้าคลุมให้กับผม ส่วนความสามารถของมันก็คือ


___________________________

ผ้าคลุมมังกรพสุธา

ผ้าคลุมชั้นเลิศที่เกิดจากการแปรรูปเกล็ดมังกรพสุธาให้เป็นเส้นด้ายแล้วนำมาทอ

ถึงแม้ลักษณะของมันจะเปลี่ยนแปลงไปแต่ความแข็งแกร่งของมันไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย

เพิ่มความทนทาน 100 แต้ม เพิ่มพลังชีวิต 5000 แต้ม

ลดความเสียหายจากการโจมตีประเภทดิน

แฝงทักษะ - เกราะศิลา

ใช้พลังเวท 3000 แต้ม ขยายสัดส่วนของผ้าคลุมเป็นวงกลมล้อมรอบตนเองเพื่อป้องกันการโจมตี

*ความแข็งแกร่งเกราะศิลาเพิ่มตามปัญญาของผู้สวมใส่

___________________________

 

อย่างแรกที่ผมทำก็คือตรวจสอบดูว่ามันเป็นของจริงรึเปล่า ด้วยการอ่านข้อมูลด้วยดวงตาผู้รอบรู้ซ้ำไปซ้ำมา

ทำไมคนอย่างตาลุงสกินถึงมอบของขวัญให้คนอื่นกันได้นะ

....เอาเถอะ ถ้าอ่านจดหมายนั่นดูแล้วก็พอจะรู้ได้ว่าตาลุงสกินนั้นดีใจมากแค่ไหนที่ได้ทำชุดเกราะมังกรเพลิงนี้ ดูเหมือนว่าการที่ความฝันของตัวเองกลายมาเป็นความจริงมันจะทำให้ความเขี้ยวของตาลุงสกินหายไปชั่วคราวก็ว่าได้ละมั้ง

คิดถึงตรงนี้แล้วผมก็อมยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย

เอาล่ะ ปัญหาต่อไป

...

ผมจะทำอย่างไรกับไอ้สภาพที่โคตะระเด่นสะดุดตาแบบนี้ดีล่ะ?

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 295 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #698 -.-numfon-.- (@sfonfons) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 14:32
    ทำไมพระเอกกลายเป็นคนทำร้ายมนุษย์ด้วยกันซะเองล่ะตอนนี้ ผญ คนนั้นอาจจะมายั่ว แต่มันต้องถึงขั้นลงมือ รึป่าว ไม่หาพันธมิตรแล้วหรอ
    #698
    3
    • #698-1 (@anawach2003200) (จากตอนที่ 54)
      3 เมษายน 2562 / 19:32
      กฤษณะไม่ได้ดูแลรักษามนุษย์อยู่แต่แรกแล้วครับ แค่ไม่แพ้ก็พอไม่จำเป็นต้องทำตัวดีด้วย ส่วนเรื่องพันธมิตรก็คือถ้าไม่เก่งจนเตะตาก็ไม่สนใจเท่านั้นเองครับ
      #698-1
    • #698-3 00_Mid-Night_00 (@00_Mid-Night_00) (จากตอนที่ 54)
      15 เมษายน 2562 / 21:38
      ก็ยังดีกว่าให้หนูเมลลงมือละนะ555ดีแล้วที่นิลลงมือก่อน
      #698-3
  2. #652 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 08:51
    เอาอีกกก
    #652
    0
  3. #573 Beconnet (@Beconnet) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 14:12
    เอาจริงๆพระเอกมันต้องเป็นเกราะ ขาวดำสิ แต่ทำไมเป็นสีแดง
    #573
    0
  4. #515 ปฐพีเร้นลับ (@ttoo1515) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 15:17
    วิถีบีทเตอร์แบบนักดาบดำคนนึงสินะ
    #515
    0