RRPG • มหาสงครามครองมิติ

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 92,556 Views

  • 848 Comments

  • 4,213 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,155

    Overall
    92,556

ตอนที่ 50 : Second Wave - 11 - รังแก บทกลาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2332
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 302 ครั้ง
    10 มี.ค. 62

บ้านเมืองที่ไร้ผู้คน ท้องถนนที่ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิต คงจะเป็นภาพที่ไม่อาจจะเห็นได้ในยามปกติ

แต่ตอนนี้ผมกำลังยืนอยู่ต่อหน้าภาพที่ดูราวกับเป็นเรื่องโกหกที่ว่าอยู่

สาเหตุก็เพราะจุดเกิดของสงครามครั้งนี้คือเส้นทางการจราจรสายหลักสายหนึ่งของประเทศ ปกติแล้วบนถนนจะเต็มไปด้วยรถรามากมายชวนมองให้หงุดหงิดน่ารำคาญ แต่ตอนนี้ถนนที่ว่ากลับโล่งไร้ซึ่งสิ่งอื่นนอกจากตัวผมและนายอนุรักษ์ที่ถือกล้องตัวใหญ่อยู่ด้านหลังเท่านั้น

ระหว่างที่รอให้สงครามเริ่มต้นขึ้นผมก็ยืดเส้นยืดสายไปพลาง

จนทำเอาคนที่กำลังตื่นเต้นอยู่ด้านหลังต้องถามขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

คุณกฤษณะจุต่อสู้คนเดียวจริง ๆ เหรอครับ” อนุรักษ์อดรนทนไม่ได้จนต้องถามขึ้นมา ความจริงแล้วนี่ไม่ใช่สงครามครั้งแรกของอนุรักษ์ เขาซึ่งเป็นหัวหน้าบอดี้การ์ดคนปัจจุบันของตระกูลเทวาพิสุทธิ์ได้เคยเข้าร่วมสงครามมาแล้วสองครั้ง

หนึ่งคือการต่อสู้กับสไลม์ที่สาเป็นผู้ชนะ ส่วนสองคือการต่อสู้กับก๊อปลินที่น้ำสามารถคว้าชัยจนกลายเป็นผู้พิชิตคนที่สี่ไปได้สำเร็จเมื่อวาน

เพราะเขาเคยเห็นสงครามกับตาตนเองมาแล้วถึงสองครั้ง มันจึงยิ่งทำให้เขาไม่อยากเชื่อว่าจะมีคนบ้าบิ่นคิดจะเอาชนะสงครามด้วยตัวคนเดียวอย่างที่กำลังจะทำอยู่ในตอนนี้

สงครามทั้งสองครั้งนั้นบอกได้เลยว่าเป็นเพราะพวกเขาเตรียมตัวมาพร้อมเป็นอย่างดีถึงเอาชนะได้

ในการต่อสู้กับสไลม์นั้นนอกจากสองสาวแล้วยังมีคณะบอดี้การ์ดอาวุธครบมือตามเข้าไปช่วยต่อสู้ และด้วยอาวุธครบมือที่เตรียมเอาไว้จึงทำให้ท้ายที่สุดพวกเขาจึงสามารถเอาชนะได้โดยที่ไม่มีใครเสียชีวิต

ถึงจะไม่มีผู้เสียชีวิตแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีคนบาดเจ็บ คนที่ถูกสไลม์ประชิดตัวและสัมผัสถูกมันเข้าไป ตอนนี้ยังนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลอยู่เลย

แล้วยังมีสงครามที่เกิดขึ้นเมื่อวานอีก

ถึงแม้เขาจะถูกวางตัวให้ติดตามกฤษณะในวันนี้ เมื่อวานเขาจึงไม่ได้รับหน้าที่อะไรมากมาย แต่ด้วยความเป็นห่วงเขาก็ได้ขอติดตามเข้าไปในสงครามครั้งนั้นด้วย จึงทำให้ได้เห็นภาพการต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับก๊อปลินด้วยตนเอง

ร่างกายที่เหมือนกับไม่ต่างกับเด็ก แต่พละกำลังและความว่องไวของมันนั้นไม่สามารถประมาทได้เลย ยิ่งกับก๊อปลินสีน้ำตาลที่มีรูปร่างสูงใหญ่แล้วยิ่งน่ากลัว กว่าที่พวกเขาจะจัดการล้มมันลงไปได้ก็ต้องอาศัยปืนกลหลายกระบอกจู่โจมร่วมกันอยู่นานมันถึงจะสิ้นชีพลงไป

ยิ่งกับก๊อปลินสีดำที่เป็นหัวหน้าของพวกมันแล้วยิ่งน่ารำคาญเข้าไปอีก ถึงแม้ว่าความอึดของมันจะด้อยกว่าก๊อปลินสีน้ำตาล แต่สมองและความเจ้าเล่ห์ของมันก็ทำให้พวกเขาต้องปวดเศียรเวียนเกล้ากันพอสมควรเลยกว่าจะหาวิธีจัดการกับมันลงได้

แล้วทั้งที่เป็นแบบนั้นกลับมีคนที่อยากจะต่อสู้ในสงครามแบบนั้นด้วยตัวคนเดียว ซ้ำคนคนนั้นยังไม่มีทีท่าหวาดกลัวเลยด้วย

จะไม่ให้ตัวเขาลังเลสงสัยขึ้นมาก็คงเป็นไปไม่ได้

เอาเถอะนะ คนปกติถ้ามาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ก็คงจะเป็นแบบเดียวกันนี่ละนะ

จะไปหลบก็ได้นะ” ผมพูดเพียงแค่นั้นแล้วก็ยืดเส้นยืดสายต่อ

ดูเหมือนว่าเขาจะเชื่อฟังคำพูดของเขาพอสมควร เพราะเมื่อพูดออกไปแล้วนายอนุรักษ์คนนี้ก็รีบเผ่นไปยังเซฟรูมที่ทำขึ้นชั่วคราวทันที

อืม โชคดีจริง ๆ ที่เป็นคนพูดจารู้เรื่อง บอกให้ไปก็ไปทันที

หลังจากที่ยืดเส้นยืดสายเสร็จแล้ว ผมก็ตรวจสอบเวลาจากบนบัตรสมาชิกสมาคม

ตัวเลขที่กำลังวิ่งอย่างรวดเร็วก็มาถึงจุดที่บันทึกเอาไว้พอดี

พริบตานั้นเองที่ทุกอย่างก็เริ่มต้นขึ้น

การเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศ การปรากฏตัวของฝูงหมาป่าจำนวนมากพร้อมกับพื้นที่โดยรอบที่ถูกปิดผนึกเอาไว้

เมื่อสงครามเริ่มต้นขึ้นสิ่งแรกที่ผมทำก็คือตรวจสอบสถานะของตัวเอง

ดูเหมือนว่าครั้งนี้ผมจะไม่ได้เป็นราชาแฮะ

ว่าแล้วผมก็เหลือบไปมองอนุรักษ์ที่โผล่หน้าออกมาจากกระจกในเซฟรูม

ท่าทางจะไม่ต้องเป็นห่วง ตราบใดที่ไม่ออกมาจากในนั้นผมก็คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรไปทำอันตรายแก่เขาได้

เมื่อมั่นใจได้แล้วผมก็หันหน้ากลับมามองศัตรูเบื้องหน้า

อาจจะเป็นเพราะสถานที่เปิดโล่งมันจึงทำให้มองเห็นศัตรูโดยรอบได้โดยไม่มีอะไรติดขัด

ซึ่งถ้าจะให้อธิบายภาพในตอนนี้มันก็ง่ายมาก

ผมสามารถอธิบายได้ในคำเดียว

นั้นก็คือ

สีน้ำตาล

เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็จะเห็นเพียงแต่หมาป่าสีน้ำตาลเรียงรายกันอยู่เต็มไปหมด จนไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเมื่อครู่มันยังเป็นถนนหนทางที่ไม่มีอะไรอยู่เลย

เอาล่ะ มาเริ่มเก็บกวาดกันได้แล้ว

ผมบิดไหล่ทั้งสองข้างพลางเรียกดาบแห่งจอมทัพและดาบมายาภูตออกมา

ดาบทั้งสองชี้คมของมันลงไปที่พื้น พร้อมกับตัวผมที่บิดกระดูกคอจนดังกร๊อบ

ปลุกอารมณ์เรียบร้อย ลุยเข้ามาได้เลย

 

และสายลมวูบดึงก็กรรโชกออกมา

ดาบแห่งจอมทัพในมือขวาถูกเหวี่ยงออกเป็นวงกลมตัดหมาป่าทุกตัวที่พุ่งเข้ามาขาดครึ่งราวกับแผ่นกระดาษ

ยอดเยี่ยม ตัวดาบที่เบากว่าโลหะทั่วไปจนเทียบไม่ติดรวมเข้ากับความคมกริบระดับที่ถ้าทิ้งใบดาบลงพื้นก็กลัวว่าจะแทงลงไปโดยไร้แรงเสียดทานมันทำให้เกิดพลังทำลายเกินกว่าที่ผมจินตนาการเอาไว้มากนัก

วินาทีที่ผมเหวี่ยงดาบออกไปตัดร่างของหมาป่ารอบตัวนั้นแทบจะไม่มีแรงต้านยามคมดาบเฉือนเข้าไปในเนื้อเลย ถึงแม้มันจะทำให้ประสาทสัมผัสที่ผมรู้สึกจากตัวดาบมันเพี้ยนไปบ้าง แต่ต้องยอมรับเลยว่าความคมของดาบแห่งจอมทัพเหนือกว่าทุกอาวุธที่ผมเคยใช้จริง ๆ

เอาละ ต่อไปก็แกแล้ว

ผมพุ่งตัวออกไปกลางอากาศลงไปยังกลางฝูงของพวกมันและตวัดดาบมายาภูตในมือข้างซ้ายออกไปบ้าง

ความคมของดาบมายาภูตนั้นด้อยกว่าดาบแห่งจอมทัพเล็กน้อย ผมคาดว่านี่น่าจะเป็นเพราะอาคมที่สลักเอาไว้ในตัวดาบแตกต่างกัน

ดาบแห่งจอมทัพนั้นจะเพิ่มความคมและความทนทานตามจำนวนของศัตรู และด้วยจำนวนของศัตรูที่มากมายขนาดนี้มันก็คงไม่แปลกที่ดาบแห่งจอมทัพจะมีความคมเหนือกว่าดาบมายาภูต

แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าดาบมายาภูตจะด้อยกว่าดาบแห่งจอมทัพ

ผมสะบัดดาบออกอีกครั้งพร้อมกับส่งพลังเวทเข้าไปกระตุ้นอาคมภายในตัวดาบ

ดาบหนึ่งดาบที่ฟันออกไปปรากฏรอยแผลขึ้นมาถึงสองรอย ไม่เพียงเท่านั้นรอยดาบที่เพิ่มเข้ามายังมีระยะมากกว่าคมดาบของตัวดาบอยู่อีกช่วงตัว ทำเอาศีรษะของหมาป่าด้านหลังหลายตัวหลุดลอยออกไปพร้อมกัน

ฮะ ๆ เจ๋งเป็นบ้าเลย

เอาล่ะ ลุยต่อกันเลย ผมเพลิดเพลินไปกับการสะบั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่ดาหน้าเข้ามาโดยไม่ได้สนใจนายอนุรักษ์ที่อ้าปากค้างลืมตาโตอยู่ในเซฟรูมเลย

หลังจากจัดการพวกมันไปได้สักระยะหนึ่งผมก็เริ่มที่จะคุ้นมือกับอาวุธใหม่ทั้งสอง

แต่ก่อนหน้านั้นผมอยากจะทดลองอะไรอีกอย่าง

ดาบปราบมังกร” ผมเรียกดาบทั้งสองเก็บเข้าไปในแหวนและเรียกเอาเพื่อนคู่ใจจากสงครามครั้งก่อนขึ้นมาแทน

สิ่งที่ผมอยากทดลองก็คือหากใช้ดาบปราบมังกรกับศัตรูธรรมดามันจะส่งผลอย่างไร

โดยที่ไม่รอช้า ผมใช้สองมือเหวี่ยงดาบที่มีความยาวเกินส่วนสูงของผมออกไปด้านหน้าทันที

แล้วผลลัพธ์จากการทดสอบก็ทำให้ผมรู้สึกแขยงไปเลย

ทั้งที่ตอนใช้กับมังกรมันให้ความรู้สึกเหมือนมีดหั่นเนื้อแท้ ๆ แต่พอเอามาใช้กับสิ่งที่ไม่ใช่มังกรแล้วมันก็เหมือนกับดาบที่ถูกลบคมออกไม่มีผิด และเพราะแบบนั้นเองศัตรูตรงหน้าจึงไม่เหมือนกับถูกฟัน แต่กลายเป็นถูกบดขยี้ด้วยแท่งเหล็กมากกว่า

รอยแผลที่เกิดขึ้นก็การฉีกออก ไม่ใช่การตัด สัมผัสของดาบที่บ่นกระดูก, กล้ามเนื้อและอวัยวะภายในถูกส่งมายังมือของผมที่กำดาบอยู่โดยไม่ผ่านกองเซนเซอร์

ถ้าไม่ติดว่ากำลังสู้อยู่ก็อยากจะนั่งพักเอายาดมมาป้ายจมูกให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

เมื่อกวาดศัตรูรอบข้างออกหมดแล้วผมก็เรียกดาบปราบมังกรกลับเข้าไปทันที

ผมโป้งมันแล้ว

โป้งมันจนกว่าจะเจอมังกรอีกตัว สาบานเลยจะไม่ใช้มันกับศัตรูตัวอื่นเด็ดขาด

ผมเรียกดาบแห่งจอมทัพและดาบมายาภูตขึ้นมาในมืออีกครั้ง

ตอนนี้พวกหมาป่าก็ไม่กล้าสุ่มสี่สุ่มห้าเข้ามาใกล้ตัวผมอีกแล้วกองซากศพและเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณค่อย ๆ สลายไปหลังจากที่เวลาผ่านไปสักพัก ทำให้ตอนนี้เกิดที่ว่างระหว่างผมและพวกมันอยู่หลายช่วงตัว

ในที่สุดผมมองเห็นหมาป่าสีน้ำตาลเข้มตัวใหญ่ยืนอยู่บนรถคันหนึ่งที่ไม่ได้ถูกนำออกไป

เพียงแค่แวบเดียวผมก็รู้ทันทีว่านี่คือหัวหน้าของพวกมัน

ความองอาจ ความเข้มแข็งที่แผ่ออกมาจากร่างกายของมันนั้นแสดงถึงความแตกต่างจากลูกฝูงตัวอื่นชัดเจน

แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นอะไรนัก

ถึงมันจะเป็นราชาของไวด์วูล์ฟ แต่ระดับความน่ากลัวของมันนั้นยังเทียบกับหัวหน้านักรบออร์คดำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

อ๊ะ จะว่าไปแล้วยังไม่ได้ทดสอบสมรรถภาพร่างกายเลยนี่นา

คิดได้ดังนั้นผมก็เรียกเก็บดาบทั้งสองเข้าไปอีกครั้งหักนิ้วมือทั้งสองเข้ากันครั้งหนึ่ง

พรแห่งทวยเทพ”

เสียงร่ายเวทเสริมพลังดังขึ้นพร้อมกับร่างกายของผมที่พุ่งออกไปเป็นเส้นตรง

กำปั้นลุ่น ๆ ซัดเข้าใส่ข้างศีรษะของหมาป่าสีน้ำตาลที่ใกล้ที่สุด หัวของมันที่ถูกจู่โจมก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยงในทันทีราวกับลูกโป่งที่ถูกเข็มเจาะ

ถึงแม้ว่าเสียงมันจะไม่ใกล้เคียงกันก็ตาม แต่ภาพที่เกิดขึ้นนับว่าแทนกันได้อยู่

เมื่อซัดกำปั้นออกไปแล้ว ผมก็ใช้หลังมือซัดเข้าใส่หมาป่าอีกตัวที่อยู่ด้านข้าง หมาป่าตัวที่โดนซัดก็กระอักเลือดพร้อมกับลอยไปชนอีกหลายตัวที่อยู่ด้านข้าง

พริบตาต่อมาผมก็บิดตัวเตะเข้าใส่อีกตัวที่อยู่ห่างออกไป

ร่างของมันก็ขาดออกเป็นสองท่อนในทันที

ราวกับว่าตอนนี้ผมแปลงกายเป็นยักษ์เข้าบดขยี้มดเลยก็ไม่ปาน ทุกครั้งที่ผมเหวี่ยงมือออกไปจะต้องมีเลือดสาดกระเซ็น ทุกครั้งที่ขาตวัดออกไปต้องมีบางอย่างฉีกขาด หากไม่ใช่พวกมันก็จะเป็นรถหรือไม่ก็พื้นถนน

ฟู่” ...ไม่สนุกเลย

พวกมันอ่อนแอเกินไป แบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากการรังแกพวกอ่อนแอเลยน่ะสิ

พอเห็นระดับของพวกมันแล้วผมก็รู้สึกตัวขึ้นมาว่าผมแข็งแกร่งเกินพวกมันไปมาก

ตอนแรกคิดว่าจะมาเริ่มเก็บระดับใหม่จากพวกที่อ่อนแอก่อน ดูเหมือนว่าผมจะระวังตัวเกินไปแฮะ

เฮ้อ มาเจอแบบนี้ก็ไม่อยากจะสู้ต่อแล้วสิ

พอคิดได้เช่นนั้นผมก็เลือกที่จะใช้งานสิ่งสุดท้ายที่เก็บเอาไว้

ผมหลับตาแหงนหน้าขึ้นฟ้าถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

และปลดปล่อยพลังเวทออกมา

“...กองทัพมายา” สิ้นคำพูดของผมพลังเวทจำนวนมหาศาลก็ไหลทะลักออกจากร่างกาย

ผมปลดปล่อยพลังเวทออกไปอย่างไม่ยั้งเพื่อทดสอบขีดจำกัดของตัวเอง และเมื่อถึงจุดสิ้นสุดของพลังเวทแล้วผมก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง

บัดนี้ รอบข้างของผมได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง

จากภาพวาดที่เต็มไปด้วยสีน้ำตาล ตอนนี้ราวกับว่ามันถูกขวดหมึกสีขาวหล่นใส่จนเกิดเป็นกลุ่มก้อนแผ่ขยายออกมา

และท่ามกลางกลุ่มก้อนอัศวินในชุดเกราะโบราณเรืองแสงสีขาวอมฟ้า ก็มีร่างของผมที่กำลังเสยเส้นผมที่ปรกลงมาบนหน้าผากขึ้นไป

เหล่าหมาป่าที่เต็มไปด้วยความน่าเกรงขามเมื่อครู่ ตอนนี้มันกำลังเผยความกลัวออกมาอย่างไม่ปิดบัง

ความกลัวต่อพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่เกินจินตนาการ

แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่สนใจ

พวกมันตรงหน้าเป็นเพียงศัตรูที่ผมต้องเก็บกวาดให้เรียบเท่านั้น

และอุปกรณ์ในการเก็บกวาดครั้งนี้ของผมก็คือกองทัพพวกนี้

เอาล่ะ เด็ก ๆ ทั้งหลาย

ออกไปเล่นกับพวกมันสิ”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 302 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #648 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 08:33
    โคตรเทพเลยยย
    #648
    0
  2. #562 Sleepy😪 (@WINWORM_26) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 02:23
    โห พระเอกสายซาดิสม์ ชอบการฆ่าคน5555+
    #562
    1
    • #562-1 Sleepy😪 (@WINWORM_26) (จากตอนที่ 50)
      27 มีนาคม 2562 / 02:24
      *การฆ่าสิ่งมีชีวิต
      #562-1