BTS | CLOSED TERRARIUM (KOOKGA)

ตอนที่ 25 : PROCESS 22

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,120
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 76 ครั้ง
    26 ต.ค. 60











PROCESS 22














 

 














ตาเรียวค่อยๆ เปิดขึ้นเมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ของจองกุก ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะรีบปิดมันเพราะกลัวว่าเขาจะตื่นก็ตาม แต่ยุนกิเองก็ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะตื่นมารอน้อง เขาสะลึมสะลือลุกขึ้นในตอนที่ร่างสูงเปิดประตูห้องนอนออกไปอาบน้ำ มือขาวขยี้ตาเล็กน้อยก่อนจะหาวออกมา เขาคว้ากล่องสี่เหลี่ยมแล้วลุกจากเตียง เดินหลับตาเปิดประตูระเบียงอย่างเคยชิน มันน่าขัดใจอยู่หน่อยๆ ที่ตื่นมาก็ต้องสูบทันทีอย่างน้อยหนึ่งมวนไม่งั้นจะไม่ตื่นตัว ทั้งๆ ที่อาทิตย์ก่อนเพิ่งคุยกับจองกุกไปเองแท้ๆ ว่าจะพยายามลดให้น้อยลงร่างเล็กหยิบผ้าเช็ดตัวพาดไว้ที่บ่าก่อนจะเดินออกมานั่งรอที่โซฟา ไม่นานนักเด็กปีหนึ่งก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพผ้าเช็ดตัวผืนเดียวที่พาดเอวอยู่ แต่ยุนกิไม่มีอารมณ์จะมามองรูปร่างของน้องตอนนี้หรอกเพราะเขาง่วงและต้องการที่จะเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำแต่งตัวให้เสร็จให้ทันเด็กปีหนึ่ง แล้วอีกอย่างพออยู่ไปอยู่มาเขาก็เริ่มชินแล้วด้วยนั่นแหล่ะ



 

“พี่ครับ แต่งตัวออกมาเลยนะ” อีกคนหยุดตรงหน้าเขาก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ เหมือนปกติ


“ทำไมอ่ะ?”


“เชื่อผมเถอะ”


“โอเคๆ ก็ได้”



 

เพราะอย่างนั้นยุนกิเลยต้องเดินกลับเข้าห้องนอนไปเอาเสื้อผ้าอีกรอบ วันนี้จองกุกต้องไปเข้าค่ายของมหาวิทยาลัย ซึ่งนัดไปรวมกันที่คณะตอนตีห้าเพื่อขึ้นรถไปยังมหาวิทยาลัยอีกวิทยาเขตหนึ่งที่อยู่ต่างจังหวัด หมายความว่าเขาพวกเขาต้องตื่นมาเตรียมตัวกันตั้งแต่ตีสามตีสี่ โชคดีที่คอนโดอยู่ไม่ไกลจากมอมากนักเลยไม่ต้องรีบเหมือนคนอื่นที่บ้านไกลๆ เมื่อวานมีเพื่อนของจองกุกสองคนมานอนด้วย ส่วนคิมยูคยอมทีแรกก็ว่าจะมา แต่เห็นว่ากลัวเอมี่ไม่มีเพื่อนมาจากบ้านด้วยเลยเปลี่ยนใจไม่มาแล้ว เขาออกจากห้องน้ำมาเป็นเวลาเดียวกับที่เพื่อนของน้องเปิดประตูห้องเข้ามา ในมือมีถุงพลาสติกจากมินิมาร์ทอยู่หลายถุง ทั้งสองคนที่สวมชุดนักศึกษาเรียบร้อยแล้วยิ้มให้เขาก่อนจะเดินมานั่งตรงโซฟา






 

 

อ้อ เขารู้แล้วว่าทำไมจองกุกถึงให้ใส่เสื้อผ้าออกมาเลย



 




 

“เสร็จแล้ว ไปกัน”



 

มือขาวถือกุญแจรถกับกระเป๋าสตางค์ออกมาแค่สองอย่าง เขาตั้งใจว่าถ้าส่งจองกุกกับเพื่อนเสร็จก็ประมาณหกโมงพอดี เลยตั้งใจจะขับรถไปหาข้าวเช้ากินที่ตลาดแถวถนนเจริญกรุงกับคิมจงอินที่มาส่งจีมินเหมือนกัน เพราะไหนๆ ก็มีโอกาสได้ตื่นเช้าแล้วทั้งทีแล้วค่อยขับรถกลับบ้านเพราะว่าบ่ายๆ เย็นๆ ของวันนี้ป๊าจะให้คนเข้ามาล้างบ่อปลาคาร์พลูกรัก ซึ่งลูกชังอย่างเขาก็ต้องเข้าไปดูแทนป๊าม้าที่ติดประชุมอยู่ยุนกิไล่หาเบอร์ในโทรศัพท์ ก่อนจะกดโทรออกทันทีที่ออกจากลิฟต์ รอเพียงไม่นานคนปลายสายก็รับ




 

“ถึงยัง?”


((ถึงห่าไรล่ะครับ รถติดอยู่หน้ามอมาสิบห้านาทีละ))


“ยังไม่ตีห้าเนี่ยนะ?”


((โธ่คุณชาย นี่มันกรุงเทพนะคร้าบบบบบบบบใจกลางเมืองไม่ใช่ชายแดน ทำเป็นไม่เคยขับรถในเมืองไปได้))


“แหม ถ้าจะแซะกูขนาดนี้ก็ด่าหม่าม้ากูเลยเถอะ”


((ไม่เอาหรอกเดี๋ยวขี้กลากขึ้นหัว แค่นี้ก่อนนะ จะคุยกับน้องจีมิน))


“ควาย วางไปเลยไป๊”



 

 

ยุนกิหันไปบอกให้พวกน้องๆ วางกระเป๋ารอที่หน้าคอนโด ก่อนจะเดินแยกไปกดรหัสตรงแผงควบคุมของที่จอดรถอัตโนมัติเพื่อเรียกรถลงมา ขาเรียวก้าวเข้าไปด้านในพร้อมกดปลดล็อครถมินิคูเปอร์ด้วยความที่คนน้อยก็เลยคิดว่าเอารถของตัวเองไปคงสะดวกกว่า เขาจะได้ไม่ต้องขับรถของจองกุกไปไหนมาไหนด้วย ยุนกิไม่ได้ช่วยใครยกกระเป๋าเพราะพวกน้องผู้ชายเอาของมาน้อย มีกระเป๋าใบใหญ่แค่คนละใบ ไม่เหมือนผู้หญิง อย่างเพื่อนผู้หญิงที่คณะเขาเวลาไปค่ายทีนี่เหมือนหอบบ้านไปทั้งหลัง



 

“เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกันนะ ถ้าขาดเหลืออะไรก็บอกเราละกัน จะซื้อเข้าไปให้” เขาพูดขึ้นในขณะที่เปิดไฟเลี้ยวซ้าย ยุนกิเลือกมาทางลัดเพราะคิดว่าถ้าไปทางปกติรถต้องติดมากแน่ๆ ถึงมันจะอ้อมหน่อยแต่ก็น่าจะไวกว่า


“พี่จะมาที่ค่ายเหรอครับ?” คนข้างๆ ที่กำลังเช็ดแว่นอยู่เงยหน้าขึ้นมองเขา


“เพื่อนที่เรียนที่นั่นมันชวนไปกินเหล้าอ่ะ พวกโฮซอกนัมจุนก็ไป ก็เลยกะว่าจะแวะไปหาเธอหน่อย แล้วเย็นๆ ก็ไปกับเพื่อน”


“อ๋อ” น้องพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ “ไปเที่ยวก็ระวังด้วยนะครับ อย่าเมามาก ผมออกจากค่ายไปดูแลพี่ไม่ได้นะ”


“ไม่ต้องห่วงน่า จะไม่เมาไม่ๆๆ ไม่เมานี่ไม่รับปาก แต่จะไม่เมามากแล้วกันนะ สัญญาเลย” ยุนกิหันไปยิ้มให้คนข้างๆ แล้วหันกลับมามองถนน แต่ก็ยังยื่นนิ้วก้อยไปหาอีกฝ่าย จองกุกหัวเราะก่อนจะเกี่ยวก้อยเขาเอาไว้ก่อนจะเลื่อนมาลูบผมเบาๆ แล้วผละออกไป























คิมนัมจุนลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงก๊อกแก๊กที่ด้านนอก เขาลุกขึ้นก่อนจะหยีตามองนาฬิกาติดผนังที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับเตียง ตอนนี้เป็นเวลาเกือบหกโมงเช้า ร่างโปร่งลุกขึ้นจากเตียง เปิดประตูห้องออกไปพบกับใครบางคนที่กำลังเปิดตู้เย็นหยิบน้ำเปล่าออกมาดื่ม เขาเหลือบไปเห็นกระเป๋าหลายใบที่วางอยู่บนโซฟาขณะที่เดินเข้าห้องครัว คงเป็นของที่จินใช้ทำงานนั่นแหล่ะ



 

“ทำให้ตื่นเหรอ? โทษทีนะ”


“ไม่เป็นไร” นัมจุนเดินเข้าไปสวมกอดอีกคนจากด้านหลัง “ไม่เจอตั้งหลายวัน คิดถึงจัง”


“อื้อ เหมือนกัน” จินลูบเอื้อมมือมาลูบผมเขาเบาๆ ก่อนจะละออกมากุมทับไว้บนมือของเขาตรงหน้าท้อง


“ตัวอุ่นจัง เอ้อ เธอได้นอนยังเนี่ย?” เขาถอนกอดพร้อมกับจับให้อีกฝ่ายหันมามองหน้าตรงๆ รอยคล้ำใต้ตามันอาจเป็นสิ่งที่ติดตัวคิมซอกจินไปแล้ว แต่ครั้งนี้มันกลับเด่นชัดจนอดถามไม่ได้


“นอนบนรถมาแล้ว กลับมาถึงตอนตีสี่กว่าๆ แล้วก็เลยไปมอเอาของไปให้เหลนรหัสที่จะไปเข้าค่าย แล้วก็กลับมานี่แหล่ะ ตอนนี้รู้สึกมึนหัวนิดๆ กะว่าจะนอนอีกหน่อยอ่ะ”


“คงเพราะนอนน้อยแหง ไปพักไป ไว้ตอนสายๆ ค่อยไปหาข้าวกินกัน”


“อื้อ” เจ้าตัวพยักหน้ารับก่อนจะเดินนำเขาไปทางห้องนอน “เธอจะไปวิ่งใช่ป่ะ? ไปล้างหน้าแปรงฟันไปเดี๋ยวเราจะอาบน้ำบ้าง”


“อือ”

 


 







นิ้วยาวๆ ของคิมนัมจุนกดรหัสสี่ตัวก่อนจะบิดประตูห้องเข้าไป ถอดรองเท้าเก็บบนชั้นวางและวางขวดน้ำไว้บนโต๊ะกระจกหน้าโซฟา ก่อนจะรูดซิปเสื้อวอร์มตัวนอกและถอดมันออกขณะที่เดินไปทางห้องนอน เมื่อเขาเปิดประตูเข้าไปก็แอบตกใจกับอุณหภูมิเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศ ส่วนคิมซอกจินนั้นก็นอนหลับอยู่บนเตียง อีกคนชอบทำแบบนี้ประจำ เปิดแอร์สิบแปดสิบเก้าองศาแล้วห่มผ้าจนถึงคอ พอดึกๆ หนาวมากๆ ก็ซุกตัวเป็นลูกแมว ลำบากเขาต้องคอยตื่นมาปรับแอร์อยู่ทุกคืน มือหนาวหยิบรีโมทมาปรับอุณหภูมิให้เป็นยี่สิบห้าองศาก่อนจะคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไปชำระร่างกายที่เต็มไปด้วยเหงื่อ ตั้งใจว่าอีกชั่วโมงสองชั่วโมงจะชวนจินขับรถออกไปห้างใกล้ๆ คอนโดด้วยกัน



 

ไม่ถึงสิบห้านาที ร่างสูงก็ก้าวออกจากห้องน้ำมาเปิดตู้เสื้อผ้าหาชุดใหม่ใส่ นัมจุนไม่กล้าทำอะไรเสียงดังเพราะกลัวอีกคนจะตื่น เลยต้องออกมานั่งเป่าผมที่หน้าพัดลมตรงห้องนั่งเล่น เขากดเข้าแอพโรงภาพยนตร์พลางไถหน้าจอหารอบหนังที่จินเคยบ่นว่าอยากจะดูในโรงถ้ามันเข้า เพราะว่ามันเป็นหนังแฟนตาซีก็เลยอยากจะไปดูโรงไอแมกซ์ดีๆ หน่อย แต่ถึงยังไงอีกคนก็ดูหนังในโรงตลอดอยู่แล้ว เขายังจำได้ตอนที่ซอกจินบอกว่า พอเรียนทำหนังก็เลยเข้าใจดีว่าผู้สร้างเขาต้องทุ่มเทไปมากแค่ไหน ทั้งเงิน ความคิด แรงกาย ก็เลยอยากจะสนับสนุนเพราะอีกไม่นานก็ต้องได้อยู่วงการนี้อยู่ดี แรงสั่นในมือเรียกให้เขาหลุดจากภวังค์ เป็นจองโฮซอกนั่นเองที่โทรเข้ามา เขากดปิดพัดลมแล้วกรอกเสียงตอบกลับไป



 

“ว่า”


((นัมจุน กูลืมหูฟังไว้ที่ห้องมึงป่ะวะ วันก่อนที่กูไปเล่นเกมห้องมึงอ่ะ อันสีดำอ่ะ))


“กูดูแป๊บ”


((เจอยัง))


“ใจเย็นดิสัด ยังไม่ทันเดิน” ขายาวเดินกลับเข้าไปในห้องนอนอีกครั้ง เขาเดินไปหยุดที่โต๊ะเขียนหนังสือพร้อมกับเปิดลิ้นชักแล้วหยิบหูฟังแบบอินเอียร์ขึ้นมา


((ก็กูเครียดอ่ะ ซื้อมาแพงนะโว้ย))


“ซื้อมาแพงละไม่เสือกรักษา”


((ก็ตอนนั้นกูรีบไปรับแทนี่หว่า แฟนก็ต้องสำคัญกว่าหูฟังป่ะว้า))


“แถโคตรๆ”


((สรุปมึงเจอป่ะ))


“เออ เจอ อยู่ในห้องนอน”


((เออค่อยยังชั่ว พรุ่งนี้เอามาให้กูหน่อยดิ))


“ครับเพื่อนครับ”


((เคคร้าบบบ บายยย จุ๊บๆ))


“จุ๊บพ่อง”



 

เขาส่ายหน้าใส่ไอ้เพื่อนตัวดีที่ชิงตัดสายไปแล้วหมุนตัวเดินกลับไปทางประตูอีกครั้ง ก่อนจะต้องชะงักเท้าเมื่อเหลือบไปเห็นคนที่นอนอยู่บนเตียงมีท่าทางไม่ปกติ ซอกจินไอออกมาเบาๆ เหมือนกำลังคอแห้ง บนใบหน้าก็มีเหงื่อผุดเป็นเม็ดๆ เขารีบเดินมาลงนั่งข้างเตียงและทาบมือลงไปบนหน้าผากของอีกคนทันที ก่อนจะพบกว่าอีกฝ่ายตัวร้อนจี๋ เจ้าตัวขยับยุกยิกเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ เปิดตาขึ้นมองเขา



 

“นัมจุนปวดหัวอ่ะ เจ็บคอด้วย ไม่สบายแน่เลย”


“อื้อ รู้แล้ว นอนพักก่อนนะ เดี๋ยวไปซื้อข้าวกับยามาให้”

 


 

ร่างสูงลุกขึ้นไปที่ตู้เสื้อผ้าก่อนจะเปลี่ยนชุดเป็นชุดลำลองสบายๆ แทนชุดที่จะใส่ออกไปข้างนอก เขาหยิบแก้วน้ำมาวางให้ซอกจินบนตู้ตัวเล็กข้างเตียง ก่อนจะหยิบกระเป๋าสตางค์กับโทรศัพท์แล้วออกจากห้องเพื่อลงไปซื้ออาหารกับยาที่ซอยข้างคอนโด นัมจุนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไลน์บอกแม่ว่าพรุ่งนี้คงจะไม่ได้เข้าบ้านเพราะต้องเฝ้าไข้จิน ส่วนแผนที่จะออกไปกินข้าวดูหนังของวันนี้เป็นอันต้องพับเก็บไปก่อนเพราะอาการไข้ของอีกฝ่าย

 


 

หลังจากที่กินข้าวกินยาเรียบร้อยแล้วคิมซอกจินก็หลับไปอีกครั้ง เขาเองก็ถือโอกาสที่ไหนๆ ก็ว่างแล้วนั่งทำธีสิสต่อด้วยเลย อันที่จริงก็ไม่ได้ตกใจอะไรที่จู่ๆ ก็เห็นอีกฝ่ายตัวร้อนขึ้นมาแบบนั้น เพราะจินก็ป่วยเล็กๆ น้อยๆ อยู่ตลอดตั้งแต่ขึ้นปีสองปีสามมา สาเหตุหลักก็มาจากการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอแล้วก็กินข้าวไม่ตรงเวลา โชคดีแค่ไหนที่ไม่เป็นโรคกระเพาะเอา ตัวเขาที่ออกกำลังกายทุกวันนอกจากชอบแล้วก็ไม่เพราะไม่อยากป่วยนี่แหล่ะ ถ้าเกิดเขาป่วยไปอีกคนคงไม่มีใครคอยดูแลจิน แถมอีกคนก็ยังต้องลำบากมาดูแลเขาด้วย เพราะฉะนั้นไม่เสี่ยงคงจะดีกว่า



 

“อือเจ็บคอ”



 

นัมจุนหันไปมองคนบนเตียงที่ส่งเสียงมาตามลำคอ มือกดเซฟงานก่อนจะลุกขึ้นไปหาอีกคน เขานั่งลงข้างเตียงพร้อมกับหยิบแก้วน้ำและจรดปลายหลอดไปที่ริมฝีปากแห้งผากของเจ้าตัว ซอกจินผงกหัวขึ้นมานิดๆ เพื่อดื่มน้ำ ก่อนจะทิ้งศีรษะลงบนหมอนอีกครั้ง มือใหญ่ลูบกลุ่มผมของคนป่วยเบาๆ พลางวางแก้วลงที่เดิม แต่ไม่ทันที่ขายาวจะลุกขึ้นยืน มือของอีกคนก็เอื้อมมาจับชายเสื้อเอาไว้ก่อน



 

“ไม่เอา



 

ร่างสูงหัวเราะน้อยๆ เมื่อเห็นจินพูดเสียงอู้อี้แถมตาก็ยังปิดอยู่อีก อีกฝ่ายค่อยๆ ขยับตัวมาหาเขา เป็นอันรู้ว่าไม่ให้กลับไปทำงานแน่นอน นัมจุนขยับตัวนั่งพิงหัวเตียงดีๆ ซึ่งซอกจินก็ขยับตัวเข้ามาซุกหาความอบอุ่นในทันที เขาเอนศีรษะไปด้านหลังขณะที่มือก็ลูบผมอีกคนไปด้วยพลางๆ หลับตาลงเพื่อพักสายตาอยู่สักพัก ก่อนจะหยิบหนังสืออ่านเล่นมาอ่านฆ่าเวลา ไหนๆ ก็ต้องนั่งอยู่แบบนี้ไปอีกนานแล้วนี่นา

 

 

 



















ร่างเพรียวที่เปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้วเปิดประตูออกจากห้องแต่งตัวที่อยู่ในลานจอดรถ คิมแทฮยองยกมือไหว้พี่ผู้หญิงที่คอยดูแลตลอดงานและขอตัวกลับ วันนี้เขามาเดินแบบงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองแห่ง ซึ่งตัวแบรนด์มีเป้าหมายลูกค้าเป็นวัยรุ่น เลยทำให้มีดาราและนายแบบนางแบบวัยใกล้เคียงกับเขาอีกหลายคนที่ได้มาเดินงานนี้ จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้มีผู้จัดการเป็นตัวเป็นตนสักที แต่ก็มีพี่ในวงการที่สนิทกันมานานคอยป้อนงานให้ตลอด บางทีเขาก็มาดูแลคิวให้บ้างถ้าช่วงไหนแทฮยองไม่ไหวจริงๆ มีโมเดลลิ่งและเอเจนเซี่ติดต่อเขามาบ้างเหมือนกัน แต่ข้อเสนอก็ยังไม่น่าสนใจเท่าไรเขาเลยโอเคที่จะหางานเองก่อน



 

ร่างเพรียวเดินออกมาถึงลานจอดรถก่อนเห็นเด็กสาวหลายกลุ่มที่ยืนอยู่ บางคนก็ถือถุงขนมบางคนก็ถือกล้อง DSLR พวกเธอคงจะมารอดาราที่ชอบนั่นแหล่ะ แล้วก็มีบางกลุ่มที่เดินมาหาเขาด้วยเช่นกัน ถ้าจะพูดง่ายๆ ก็คือแฟนคลับของเขานั่นแหล่ะ อันที่จริงแทฮยองคิดว่าตัวเองก็ไม่ได้ดังขนาดนั้น แต่หลังจากที่ได้ไปถ่ายมิวสิควิดีโอของนักร้องที่มีชื่อเสียงมาตัวหนึ่งก็เริ่มเป็นที่รู้จักขึ้นมาก แถมตอนนี้เขาก็กำลังถ่ายทำซีรี่ส์วัยรุ่นของช่องดิจิตอลทีวีอยู่ด้วย



 

“งายยย มารอเรานานเลยดิ” เขายิ้มและเอ่ยทักทาย จริงๆ แล้วเขาก็ไม่ได้คิดว่าพวกเธอเป็นแฟนคลับอะไรขนาดนั้น แต่รู้สึกว่าเหมือนเป็นพี่เป็นน้องกันมากกว่า


“ไม่นานหรอกค่ะพี่ นี่ขนมน้า หนูซื้อมาฝาก”


“โห ขอบคุณน้า”


“อันนี้ของพี่นะแทฮยอง”


“ขอบคุณนะครับพี่ ที่จริงไม่ต้องซื้อของมาให้ก็ได้นะครับ ผมเกรงใจ”


“ไม่เป็นไรๆ พวกเราเต็มใจนะ ของเล็กน้อยๆ เอง” สาวเจ้าว่าพร้อมปัดมือเล็กน้อยเป็นเชิงว่าไม่ต้องห่วงอะไร


“พี่แทฮยอง ถ่ายรูปด้วยได้มั้ยคะ?”


“ได้สิครับ มาๆๆ”



 

ร่างเพรียวรับโทรศัพท์ของน้องคนนั้นมาถือไว้เองพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างให้ใส่หน้าจอแล้วกดถ่ายไปสองสามรูป  ก่อนที่คนอื่นๆ จะต่อแถวเข้ามาขอถ่ายรูปคู่ด้วย แทฮยองคิดว่ามีแฟนคลับน้อยๆ แบบตอนนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะถ้ามีเยอะมากๆ เขาคงจะไม่สามารถดูแลหรือถ่ายรูปกับพวกเธอทุกคนได้แน่ๆ



 

“วันนี้กลับเองเหรอคะพี่แทฮยอง?”


“อ๋อ เดี๋ยวมีคนมารับครับ”


“ใช่คนนั้นรึเปล่าคะ?”



 

เธอว่าพลางชี้มือไปที่ด้านหลังของเขา แทฮยองหันไปมองก็พบกับร่างโปร่งของใครบางคนที่ยืนอยู่ข้างรถบีเอ็มดับเบิลยูสีแชมเปญควอตซ์คันคุ้นตาซึ่งจอดอยู่ไม่ไกล แต่ก็ไม่ได้ใกล้มากนัก มือหนาทิ้งบุหรี่ลงบนพื้นและใช้ปลายรองเท้าสลิปเปอร์ขยี้มันก่อนที่จะเปิดประตูรถฝั่งคนขับออก แต่ก็ต้องชะงักเพราะเสียงเรียกของเขาที่เผลอตะโกนออกไปอย่างเคยชิน



 

“พี่โฮซอก!” เจ้าของชื่อที่คาดแว่นกันแดดไว้บนศีรษะส่งยิ้มบางๆ กลับมาและโบกมือให้เขาเล็กน้อยก่อนจะก้าวขึ้นรถไป แทฮยองยิ้มกว้างจนตาหยีก่อนจะหันมาเจอกลุ่มสาวๆ ที่ยังคงยืนอยู่ใกล้ๆ “อะขอโทษครับ แหะๆ”


“ไม่เป็นไรค่า น่ารักจังเลยนะคะ”


“ไม่หรอกครับ” เขายกมือขึ้นจับท้ายทอยแก้เขิน “อ่า มีใครจะถ่ายรูปอีกมั้ยครับ? ถ้าหมดแล้วล่ะก็ ผม


“โอ้! พวกเราเรียบร้อยแล้วล่ะๆๆ แทฮยองไปเถอะนะ”


“อ่า งั้นผมขอตัวก่อนนะครับทุกคน ไว้เจอกันงานหน้านะครับ กลับบ้านกันดีๆ นะครับมืดแล้ว”


“โอเคค่า กลับดีๆ นะคะ”



 

เขาโบกมือลาพวกเธอก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทางรถของจองโฮซอกที่ติดเครื่องรออยู่แล้ว มือเรียวเปิดประตูข้างคนขับพร้อมกับก้าวขึ้นไปนั่ง แทฮยองเอี้ยวตัวเอาถุงขนมและของต่างๆ ที่ได้มาไปวางไว้เบาะหลัง ในขณะที่คนขับก็หยิบแว่นกันแดดมาเสียบไว้ตรงอกเสื้อเชิ้ตแขนสั้นตัวที่เขาจำได้ว่าไปซื้อด้วยกันมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ใครๆ ก็รู้ว่าพี่โฮซอกชอบแว่นกันแดดมาก ต้องมีติดตัวตลอดอย่างกับอวัยวะชิ้นที่สามสิบสี่อย่างนั้นแหล่ะ (เพราะชิ้นที่สามสิบสามคือบุหรี่)



 

“ทำไมของเยอะจัง” อีกคนถามพลางปลดเบรกมือและเปลี่ยนเกียร์ ก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนรถออกจากซองจอด เพราะแถวนี้คนยืนอยู่เยอะเลยไม่กล้าที่จะออกไปพรวดพราด


“ก็พี่ๆ น้องๆ เขามารอเจอแล้วก็ให้มาอ่ะ ขนมเต็มเลย”


“จ้า น้องดาราาาาาาาาาา” แทฮยองเบ้ปากทันทีที่ได้ยินอีกฝ่ายลากเสียงยาวล้อเลียนเขา


“โหยพี่อ่ะ ไม่ต้องมาแซวเลย”


“ฮ่าๆๆ ไม่แซวก็ได้” มือหนาของคนขับเลื่อนมาขยี้ผมเขาก่อนจะละออกไปหมุนพวงมาลัยเลี้ยวลงจากลานจอดรถ “กินอะไรมายัง?”


“กินข้าวที่เขาเตรียมให้ไปเมื่อตอนห้าโมงเย็นอ่ะ ไม่หิวละ แล้วพี่ล่ะกินยัง?”


“กินละๆ แวะไปหาแม่ที่ออฟฟิศมาเมื่อเย็น คุณนายเขาเลยได้โอกาสหาคนขับรถพาไปกินสเต็กเฉยเลย”


“คุณแม่ชวนกินไวน์อีกแหงเลย”


“เออดิ รู้ทั้งรู้ว่าพี่ไม่กินก็ชอบแกล้งตลอด เลยบอกให้ไปชวนไอ้ยุนกิลูกรักเขาแทน”


“ฮ่าๆๆ ตลกอ่ะ” แทฮยองหลุดหัวเราะออกมาในขณะที่คนพี่กลับส่ายหน้ายิ้มๆ พลางกลอกตา


“เอ้อ เขาก็ถามถึงแทอยู่ พี่เลยบอกไปว่าช่วงนี้งานยุ่ง ไว้ว่างแล้วจะพาไปหา”


“คิดถึงคุณแม่จัง ฝากบอกด้วยนะ” เขาว่าก่อนจะหยิบโทรศัพท์ที่สั่นครืดๆ มาสักพักแล้วขึ้นมาดู เครื่องของโฮซอกที่วางอยู่ก็สั่นด้วยเหมือนกัน ก็พอจะเดาได้เลยว่าจะเป็นกรุ๊ปแชทเดียวกันแน่ๆ


“อื้อ แม่ฝากรองเท้ามาให้แทด้วย”


“โห คอลเลคชั่นใหม่ของคุณแม่เหรอ? เกรงใจอ่ะ”


“ไม่ต้องเกรงใจหรอกคุณนายเขารวย อยู่หลังรถอ่ะ พอถึงคอนโดแล้วเตือนพี่ด้วยนะ เดี๋ยวลืมเอาลง”


“โอเคครับ” เขาพยักหน้ารับพร้อมกับพิมพ์แชทไปด้วย “พี่โฮซอก พวกพี่แบคชวนไปมิวส์อ่ะ ไปมั้ย?”


“แล้วแต่เราอ่ะ พี่ยังไงก็ได้ เราเหนื่อยรึเปล่าล่ะ? อยากพักมั้ย?”


“โห ผมมีแรงสำหรับปาร์ตี้เสมอพี่ก็รู้”


“งั้นก็ไปนะ? พี่จะได้กลับรถ”


“ตีไฟเลยคร้าบบบ รถขวาว่างงงง” มือซ้ายขยับมาขยี้ผมเขาอีกครั้ง ก่อนจะดึงกลับไปวางบนหน้าขาเหมือนเดิม แทฮยองชอบมองตอนโฮซอกขับรถมือเดียวที่สุด ชอบมองแบบไม่มีเหตุผล


“พวกมันถึงละเหรอ?”


“พวกพี่เขาเพิ่งถึงอ่ะ พี่ยุนกิก็มานะ กำลังออกบ้าน พี่จงอินก็มาเหมือนกัน”


“เออ วันนี้ปีหนึ่งเข้าค่ายนี่หว่า”


“แหม ว่าละ พร้อมหน้าพร้อมตากันเชียว ปกตินี่หายตลอดดดด ติดแฟนก็เงี้ย”


“ก็ไปว่ามัน ถ้าพี่ไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกับเราแบบนี้เราก็คงหายหน้าเหมือนกันนั่นแหล่ะ”


“พี่ว่าผมติดแฟนเหรอ มั่ว!


“อ๋อเหรออออ มั่วก็มั่วครับ ความจริงเป็นไงใครๆ เขาก็รู้”


“ขับรถไปเลยไป๊”


“เอ้า ไล่อีก”



 

จองโฮซอกหัวเราะร่วน ส่วนเขานี่ก็เบ้ปากจนมุมปากแทบจะถึงคางอยู่แล้ว ใครว่าเขาติดแฟนกัน แค่อยากให้มารับ อยากกินข้าวด้วย อยากตื่นมาก็เจอหน้า ก่อนนอนก็เห็นหน้า แล้วก็แค่อยากเจอทุกเวลาที่ว่างนี่มันแปลกตรงไหนอ่ะ คนมีแฟนปกติเขาก็เป็นกันไหมอ่ะ



 





 


พี่โฮซอกอ่ะมั่ว!

 

 

 

 

 


















50%







































“ป่ะมึง” เขาเดินมาจับที่ไหล่ของจองโฮซอกที่กำลังสูบบุหรี่อยู่แถวๆ หน้ามินิมาร์ท อีกฝ่ายขยี้ก้นบุหรี่ลงบนทรายในที่เขี่ยบุหรี่แบบตั้งพื้น


“เสร็จแล้วเหรอวะ?”


“อือ



 

ยุนกิพยักหน้ารับพร้อมกับเดินกลับมาที่รถที่สตาร์ทเครื่องไว้อยู่แล้ว เขาเปิดประตูด้านหลังพร้อมกับยัดตัวเองเข้าไปก่อนแล้วขยับที่ให้เพื่อนสนิท เสียงคุยเบาๆ ของคิมจงอินผู้เป็นคนขับลอยเข้าหูเป็นระยะๆ คงกำลังคุยกับน้องจีมินสุดที่รักของมันอยู่นั่นแหล่ะ มือขาววางถุงจากร้านขายยาไว้ข้างตัว เขาขอให้จงอินมันจอดแวะปั๊มเพื่อที่จะลงไปซื้อน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ให้จองกุกที่ไลน์มาเขาบอกเมื่อชั่วโมงก่อน ตอนนี้พวกเขากำลังจะไปที่มหาวิทยาลัยอีกวิทยาเขตหนึ่งที่อยู่ต่างจังหวัด ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก ขับรถแค่ชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึง



 

อีกไม่กี่นาทีถัดมา ปาร์คชานยอลก็เปิดประตูด้านข้างคนขับเข้ามานั่ง ในมือมีถุงพลาสติกสองสามถุงจากมินิมาร์ท เจ้าตัวจะยื่นกาแฟกระป๋องส่งให้เขา ยุนกิพูดขอบใจพร้อมดึงห่วงบนฝามันแล้วยกขึ้นดื่ม ถึงจะไม่ค่อยชอบรสชาติสักเท่าไรแต่ก็ยังพอดื่มแก้ขัดได้อยู่ ตั้งแต่เปิดร้านกาแฟของตัวเองมาเขาก็ไม่ได้แตะกาแฟกระป๋องอีกเลย คงเพราะเคยชินในรสชาติของกาแฟสดไปแล้วนั่นแหล่ะ



 

“อีกนานป่ะวะจงอิน กว่าจะถึงมออ่ะ” เขาถามขึ้น มือก็ยกกระป๋องกาแฟไปด้วย


“เนี่ยอีกสองสามโลเอง เมื่อกี้จีมินบอกว่ากำลังทำพิธีอยู่ในหอประชุม เดี๋ยวเที่ยงกินข้าว แล้วบ่ายๆ ก็ทำกิจกรรมตามฐานต่อ”


“เข้าหอประชุมแล้วคุยโทรศัพท์ได้ไงวะ พวกปีสองไม่ด่าตายเรอะ” โฮซอกว่าพลางก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์ พอแอบเหล่ดูก็เห็นว่ากำลังคุยกับแทฮยองอยู่ วันนี้น้องดารามาด้วยไม่ได้เพราะติดถ่ายละคร เพื่อนเขามันเลยเซ็งอยู่หน่อยๆ


“น้องออกมาเข้าห้องน้ำ กูเลยโทรหา”


“แหม เดี๋ยวก็เจอแล้วป่ะ”


“ไม่เอาดิโฮซอก ไม่เสือกนะ”


“เชี่ยนี่ เดี๋ยวกูถีบ” เขารีบเอื้อมมือไปห้ามขาของจองโฮซอกทีกำลังจะยกขึ้นมาจริงๆ เสียงหัวเราะของจงอินที่ไม่สะทกสะท้านอะไรยิ่งทำให้น่าหมั่นไส้มากเป็นเท่าตัว


“ไม่มีใครเอาไรละนะ กูออกรถเลยนะ?”


“เออๆ”

















 

พวกเขามาถึงกันเป็นเวลาก่อนเที่ยงนิดๆ เลยจอดรถไว้ข้างนอกแล้วเดินเข้าไปหาข้าวกินที่โรงอาหารของโซนหอใน ซึ่งนั่งกันไปได้สักพักคนก็เริ่มเดินเข้ามาเยอะขึ้นเรื่อยๆ คงเพราะที่นี่เป็นโรงอาหารที่เดียวกันกับที่พวกปีหนึ่งก็ต้องมากินล่ะมั้ง ยุนกิตักข้าวกินไปก็แอบชะเง้อมองคนเดินเข้าออกไปด้วย ไม่รู้ว่าคณะของจองกุกจะเดินมาถึงหรือยัง แต่พยายามเหล่มองป้ายชื่อของปีหนึ่งที่เดินๆ กันอยู่ก็ยังไม่เห็นของเด็กคณะสถาปัตยกรรมสักคน



 

“มองจานบ้างมั้ยล่ะมึง ชะเง้ออยู่ได้” คิมจงอินที่นั่งตรงข้ามเอื้อมมือมากดศีรษะเขาให้ก้มลงมาอยู่ในระดับปกติ ในขณะที่จองโฮซอกก็เอาแต่หัวเราะก่อนจะพูดเสริมขึ้นมา


“เออ ตักลมตักอากาศแดกยังไม่รู้ตัวเลย”


“ก็คนมันเยอะป่ะวะ กูกลัวไม่เห็นน้องนี่หว่า” เขาบ่นงุบงิบพลางเขี่ยข้าวในจานไปมา


“โทรศัพท์มึงก็มีก็โทรสิคร้าบบบ ทักแชทไปก็ได้มั้ย”


“กูไม่อยากรบกวนเขาโว้ย”


“ไอ้จงอิน วิดวะมาละนะ” ชานยอลเอ่ยบอกเพื่อนสนิท เจ้าตัวนั่งที่ข้างๆ เขาซึ่งเป็นฝั่งที่หันหน้าไปยังทางเข้าโรงอาหารพอดีก็เลยมองเห็นก่อนใคร


“เห้ยจริง” จงอินหันหลังขวับทันที ก่อนจะชะเง้อมองหาคนรักของตัวเอง ซึ่งท่าทางก็ไม่ได้ต่างจากยุนกิเมื่อกี้สักเท่าไรหรอก


“ไอ้จงอินว่าแต่กู สัด”


“เชี่ย กูเห็นจีมินละ แต่มากับเพื่อนเขาเยอะเลยว่ะ ไม่กล้าลุกไปหาอ่ะ”


“ไม่เยอะได้ไงอ่ะ ก็วิดวะทั้งคณะป่ะวะ” ชานยอลพูดขำๆ ก่อนยกขวดน้ำเปล่าห้าบาทตรามหาวิทยาลัยขึ้นดื่ม


“เดี๋ยวโทรหาเอาละกั


“พี่จงอิน!



 

ยังไม่ทันที่คิมจงอินจะพูดจบประโยค เสียงน่ารักๆ ของปาร์คจีมินก็ดังขัดขึ้นมาเสียก่อน เด็กปีหนึ่งที่มีฐานะเป็นทั้งเพื่อนสนิทแฟนเขาแล้วยังเป็นแฟนเพื่อนสนิทเขาอีกรีบสาวเท้าไวๆ มาหาร่างสูงที่กำลังลุกขึ้นยืน จีมินในชุดนักศึกษาถูกระเบียบยกยิ้มจนตาหยีพร้อมกับยกมือไหว้พวกเขาทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนั้น ก่อนที่มือเล็กทั้งสองข้างยกขึ้นจับแขนของคนโตกว่าโดยอัตโนมัติ



 

“พาผมไปซื้อข้าวหน่อยยย”


“ครับๆ เดี๋ยวพี่พาไปนะ”



 

ยุนกิอดขำไม่ได้ทุกทีที่ได้เห็นว่าเพื่อนตัวดีที่เมื่อก่อนขยันเขี่ยสาวทิ้งเป็นว่าเล่น ตอนนี้กลับต้องยอมอ่อนลงให้กับเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนนึงที่ไม่แม้แต่จะเข้าข่ายสเป็กด้วยซ้ำ เขาส่ายหน้ายิ้มๆ ขณะที่นั่งเท้าคางฟังโฮซอกกับชานยอลนั่งพากย์การกระทำของคิมจงอินที่ยืนซื้อข้าวเป็นเพื่อนจีมินอยู่ไกลๆ ก่อนจะต้องสะดุ้งเบาๆ เมื่อโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นครืดขึ้นมา ชื่อกับรูปบนหน้าจอทำเอาเขายิ้มกว้างโดยไม่รู้ตัว



 


“ว่าไง จองกุก”


((ผมอยู่แคนทีนแล้วนะครับ พี่อยู่ไหน))




 

ร่างเล็กสอดส่ายสายตามองหาเจ้าตัวที่อยู่ปลายสายทันที ก่อนจะเห็นนักศึกษากลุ่มใหญ่ที่ห้อยป้ายชื่อคณะสถาปัตยกรรมกำลังเดินเข้ามา เขากลั้นยิ้มเมื่อเห็นร่างของใครบางคนที่วันนี้แต่งตัวถูกระเบียบตั้งแต่หัวจรดเท้าเพราะต้องเข้าหอประชุม มินยุนกิลุกขึ้นยืนก่อนจะแอบเดินเลี่ยงไปทางที่คนเยอะๆ




 

“อืมอยู่ไหนน้า”


((ยุนกิ ไม่เอาน่า))




 

เขาค่อยๆ เดินเลาะไปทางข้างๆ พยายามหลบให้พ้นสายตาของจองกุก ก่อนจะรีบเดินไปหยุดอยู่ข้างหลังของอีกฝ่าย ร่างเล็กพยักหน้ารับไหว้พวกยูคยอมกับเอมี่พร้อมทำมือจุ๊ๆ ไม่ให้เด็กปีหนึ่งคนอื่นๆ พูดอะไรออกมา




 

((ทำไมไม่พูดเลย ได้ยินผมมั้ยครับ))


“ได้ยินๆ”


((พี่อยู่ตรงไหน))


“ก็อยู่ข้างหลังเธอไง”




 

จอนจองกุกหันกลับมามองในทันที ก่อนจะลดโทรศัพท์ลงแล้วกดวางสาย มือใหญ่วางลงบนศีรษะของเขาอย่างที่ชอบทำ ยุนกิย่นคอนิดหน่อยแล้วส่งยิ้มตาหยีไปให้น้อง เขาเห็นอีกฝ่ายถอนหายใจเล็กน้อย ทว่าใบหน้าก็ยังคงติดรอยยิ้ม คนสูงกว่าพาเขาแยกออกมายืนตรงที่คนไม่พลุกพล่าน ก่อนที่ยุนกิจะส่งถุงพลาสติกที่ใส่ขวดน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ไปให้



 

“อ่ะ เราซื้อมาให้แล้วนะ”


“ขอบคุณนะครับ”


“ไม่เป็นไรๆ หิวข้าวมั้ย เดี๋ยวเราไปซื้อข้าวเป็นเพื่อน” อีกคนพยักหน้าก่อนจะจับมือขาวแล้วเป็นคนเดินนำไป “เนี่ย เดี๋ยวจองกุกกับเพื่อนนั่งโต๊ะที่เรานั่งก็ได้นะ คนเต็มแคนทีนละเนี่ย จะมีโต๊ะป่าวไม่รู้”


“ครับ” ร่างสูงตอบกลับมาสั้นๆ ในขณะที่ยุนกิเองก็มัวแต่มองร้านอาหารที่ตั้งเรียงกันอยู่ ปากก็พูดไปเรื่อยตามประสา


“ข้าวไข่ข้นร้านนี้อร่อยนะ เพื่อนเรามาทีไรกินตลอดเลย แต่ไม่รู้เธอจะชอบมั้ย”



“อาหารตามสั่งร้านนี้ก็ดีนะ ให้ข้าวเยอะมากกกก แบบกินไม่หมดอ่ะ”



“เธออย่าลืมลองกินน้ำแอปเปิลปั่นร้านน้ำร้านที่สองนะ โคตรเด็ดเลย เราว่าจองกุกต้องชอบแน่เลยอ่ะ”



“ทำไมไม่พูดเลยอ่ะ?” เขาดึงมือหนาให้หยุดเดินพร้อมกับถามออกไป ก็ตั้งแต่เดินกันมามีแต่เขาที่พูดจ้ออยู่คนเดียวน่ะสิ


“คิดถึง อยากฟังเสียงพี่เยอะๆ” ยุนกิทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เมื่อได้ยินคำตอบของอีกคน เขาเผลอบีบมือที่จับอยู่แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว


“น้องงงง ไม่เอาดิ”


“ไม่เจอกันวันเดียวเองเนอะ”


“จองกุกพอแล้ว พี่ยุนกิจะตายจริงๆ แล้วนะ” จองกุกก็หัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะดึงมือออกจากการเกาะกุมแล้วเลื่อนมาจับไหล่ของเขาไว้ทั้งสองข้าง พร้อมกับดันเบาๆ ให้เดินนำไป


“ไม่แกล้งแล้วๆ ไปซื้อข้าวกันครับ”

 

 






























มือขาวหยิบซองบุหรี่ทันทีที่เท้าเหยียบพ้นเขตมหาวิทยาลัย ก่อนจะยัดเก็บกลับเข้าไปในกระเป๋ากางเกงยีนส์เมื่อนึกขึ้นได้ถึงความตั้งใจของตัวเอง เขาหยิบหมากฝรั่งที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อขึ้นมาเคี้ยวแทน หลังจากที่ได้เจอกับจองกุกตอนเที่ยง น้องก็กลับหอไปเปลี่ยนชุดเพื่อทำกิจกรรมต่อในตอนบ่าย ซึ่งพวกเขาที่ว่างงานหลังจากเอาของไปเก็บในหอนอกที่เช่าไว้เรียบร้อยแล้วก็โดนชานยอลลากไปเจอเพื่อนที่อยู่วิทยาศาสตร์การกีฬาของตัวเอง แถมยังบังเอิญสุดๆ เมื่อเป็นคนที่ยุนกิรู้จักอยู่แล้วเพราะเคยแชร์โต๊ะนั่งกันที่ร้านเหล้าหลังมอ ก็เลยมีโอกาสแลกอินสตาแกรมกันไว้เมื่อตอนปีสอง



 

พอสักห้าโมงเย็นพวกเขาก็ตัดสินใจที่จะไปหาข้าวกินกันที่ร้านอาหารบรรยากาศดีข้างนอกมอ หลังจากที่ได้ซัดอาร์โอวีกับพวกวิทย์กีฯ เพื่อนชานยอลมาตลอดช่วงบ่าย เพราะไหนๆ ก็ได้มาต่างจังหวัดแล้วทั้งที พอกินเสร็จก็เป็นเวลาใกล้ๆ ทุ่มสองทุ่มพอดีซึ่งได้เวลาขับรถกลับมาร้านเหล้าหลังมอ ยุนกิชอบที่นี่มากเพราะมันตั้งอยู่ในที่ดินส่วนตัว ไม่วุ่นวายเหมือนร้านในเมือง และส่วนใหญ่ก็มีแต่นักศึกษามหาวิทยาลัยมาดื่มมาเที่ยวกันทั้งนั้น พวกเขาทั้งหมดจ่ายค่าเข้าที่ถูกแสนถูกก่อนจะเดินไปยังโต๊ะที่เพื่อนชานยอลจองเอาไว้ให้ซึ่งอยู่คนละฝั่งกัน เห็นว่าวันนี้พวกวิทย์กีฯ นัดกันมาทั้งภาคเลยจองโต๊ะยาว ซึ่งพวกเขาก็โอเคที่จะนั่งแยกกับพวกนั้น ไม่ได้มีปัญหาอะไร



 

“พวกมึง กลางธันวาไปญี่ปุ่นกันป่ะ?” คิมจงอินพูดขึ้นขณะที่รินโซดาเติมในแก้วของตัวเอง “มันช่วงปิดเทอมพอดี น้องจะไปหาแม่อ่ะ เลยชวนกูไปเที่ยวด้วย”


“เชี่ยยยย ไปๆๆๆ กูแบบ อยากบินมากๆ แต่ยังไม่มีแพลน ดีมากที่มึงชวนครับ” โฮซอกพูดอย่างกระตือรือร้นแล้วเอื้อมมือไปตบไหล่คนชวนแรงๆ สองสามที ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาปลดล็อก “เดี๋ยวกูให้แทเคลียร์คิวดีกว่า เผื่อติดงาน”


“ธันวาเหรอ ถ้าไม่ติดอะไรกูก็ไปได้อ่ะ”


“กูก็เหมือนกัน” เขาพยักพเยิดตามเมื่อได้ยินคำตอบของชานยอล แอบคิดในใจว่าอยากจะชวนจองกุกไปด้วยเหมือนกัน


“ชวนพวกไอ้นัมจุนด้วยดิ”


“เออๆ นี่กูก็กะว่าจะทักไปถามในกรุ๊ป”



 

พวกเขานั่งดื่มไปพลางฟังดนตรีสดไปพลาง พอไม่มีแบคฮยอนกับแทฮยองโต๊ะมันก็จะเงียบๆ หน่อย เพราะไม่มีใครชวนเล่นเกมเหมือนอย่างเคย หัวข้อสนทนาส่วนใหญ่กลับกลายเป็นเรื่องความรัก เรื่องธีสิส อนาคตการทำงานอะไรแบบนั้นไป คงเพราะอีกไม่กี่เดือนพวกเขาก็กำลังจะเรียนจบ ใกล้ถึงเวลาที่จะเติบโตและก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่อย่างจริงจัง ทุกๆ วันที่ใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยก็เอาแต่คิดถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ถ้าพูดกันตามตรงล่ะก็ จอนจองกุกแทบจะเป็นกำลังใจเดียวของยุนกิถ้าไม่นับป๊ากับม๊า ไม่ว่าจะเหนื่อยเรื่องอะไรมาก็ตาม แค่ได้กลับมาเจอหน้าน้องก็รู้สึกเหมือนหัวใจได้รับการเยียวยา ได้กอด ได้สัมผัส ได้ใช้เวลาทำสิ่งต่างๆ ด้วยกัน ไม่ต้องทำอะไรพิเศษมากมาย แค่นั้นเขาก็รู้สึกว่ามันพอแล้ว








 ยุนกิกำลังคิดว่าตัวเองคงจะรักจองกุกมากจริงๆ อย่างที่ใครๆ มักบอก

 








 






“ใครจะดูดหรี่มั่ง?” จองโฮซอกพูดขึ้นขณะที่คิมจงอินเดินกลับมาถึงโต๊ะหลังจากที่ออกไปคุยโทรศัพท์กับน้องจีมินมาเรียบร้อยแล้ว “ไอ้ยุนกิ ไปกะกูป่ะ?”


“เออๆ”



 

ร่างเล็กกับเพื่อนสนิทเดินออกไปนอกร้าน ก่อนที่ร่างโปร่งจะนั่งลงบนขอบปูนเตี้ยๆ แถวนั้น ส่วนเขาก็ยืนพิงผนังเอา เนื่องจากร้านนี้เป็นร้านแบบอินดอร์เลยไม่สามารถสูบบุหรี่ข้างในได้ ซึ่งมันเป็นสิ่งเดียวที่น่าขัดใจเพราะต้องเดินออกมาบ่อยๆ นี่แหล่ะ ยุนกิก้มดูนาฬิกาข้อมือที่ตอนนี้บอกเวลาเที่ยงคืนกว่า แอบตกใจเมื่อรับรู้ได้ว่าพวกเขาดื่มกันมาห้าชั่วโมงแล้ว เพราะรู้สึกว่าเพิ่งนั่งไปไม่นานและไม่คิดว่าเวลาจะผ่านไปไวขนาดนี้ แต่จะว่าไปตอนลุกมาก็แอบเซๆ แล้วเหมือนกัน เป็นสัญญาณเริ่มเมาแล้วจริงๆ



 

มือขาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กก่อนจะพบว่าเด็กปีหนึ่งตอบแชทมาพอดี แต่เขาก็เลือกที่จะล็อกโทรศัพท์และไม่ตอบกลับไปเพราะไม่ชอบเล่นโทรศัพท์เวลาสูบบุหรี่ เอาไว้เข้าไปนั่งก่อนค่อยตอบก็ได้ ตาเรียวเหลือบมองท้องฟ้าดำสนิทที่มีริ้วแดงๆ พาดผ่าน เป็นสัญญาณว่าฝนอาจจะตกในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้ รู้สึกโชคดีชะมัดที่ตัวเองไม่ได้ใส่กางเกงยีนส์ห้ามเปียกมาเที่ยว เขาสะบัดศีรษะเล็กน้อย พอได้สูดนิโคตินเข้าปอดแล้วรู้สึกมึนกว่าเดิมสักสองสามเท่าได้



 

“มึง” โฮซอกที่นั่งเงียบอยู่นานพูดขึ้นมา ในขณะที่มือมันก็เริ่มจุดบุหรี่ตัวใหม่ “กูโคตรรู้สึกดีเลยว่ะที่น้องจีมินคบกับไอ้จงอิน”


“อะไรของมึง เมาไง้?” เขาเปลี่ยนจากการยืนมาเป็นนั่งลงข้างๆ เพื่อนสนิทที่ตอนนี้เริ่มลิ้นพันกันและพูดไม่รู้เรื่อง


“ไม่ๆๆเออ อันที่จริงกูก็คงเมาอ่ะ แม่ง ทำไมเป็นงี้วะมึง”


“เป็นอะไร?”


“กูดีใจนะเว้ยที่เห็นน้องยิ้มได้แบบนั้น ไม่ต้องเศร้าเหมือนเมื่อก่อน แล้วกูก็ยินดีมากๆ ที่น้องกับไอ้จงอินคบกัน แต่ทำไมกูถึงรู้สึกแปลกๆ วะ?”


“มึงชอบน้อง?”


“เชี่ย ไม่ดิ กูรักแทแน่นอนเว้ย ล้านเปอร์เซ็นต์เลยอ่ะ แต่มันแค่แบบโหวงๆ ว่ะ”


“ถ้าให้เลือกระหว่างจีมินกับแท”


“เอ๊า แทดิวะ ไม่เห็นต้องคิดเลยสัด ถามอะไรโง่ๆ นะมึงเนี่ย”


“เออกูต้องถามโง่ๆ แบบนี้แหล่ะมึงถึงจะได้รู้ตัวเองไง” ยุนกิยื่นมือไปขอบุหรี่ตัวโฮซอกถืออยู่มาสูบเข้าปอดหนึ่งครั้ง ก่อนจะส่งคืนเจ้าของมันไป “มึงไม่ได้ชอบน้องหรอก มึงแค่ไม่ชินที่เห็นเขารักกับคนอื่น ทั้งๆ ที่ตอนแรกเขาชอบมึงจะเป็นจะตาย”



“มึงแค่ไม่ชินที่เห็นเขาก้าวต่อไปได้โดยไม่ต้องมีมึงอีก”


เหรอวะ”


“เออ คนเหี้ยๆ เขาก็รู้สึกแบบนี้กันทั้งนั้นแหล่ะ ไม่ต้องห่วงหรอก”


“ไอ้สัด!



 

มือใหญ่เอื้อมมาผลักหัวเขาแรงๆ ทีนึง ก่อนที่จะหลุดขำเบาๆ ออกมา ยุนกิมองเพื่อนสนิทที่กำลังอัดควันเข้าปอดหนักๆ มันคงพยายามที่มอมตัวเองเพื่อที่จะได้ไม่ต้องคิดมากล่ะมั้ง ซึ่งเขาได้แต่หวังว่ามันจัดการกับความรู้สึกที่ค้างคาของตัวเองได้จริงๆ สักที แต่พูดก็พูดเถอะ เรื่องแบบนี้มันไม่มีทางหายไปไหนอยู่แล้ว มันจะติดอยู่ในใจของเราไปจนกว่าจะตายนั่นแหล่ะ







 

เขาเดินกอดคอโฮซอกพลางหัวเราะเอิ๊กอ๊ากกลับเข้ามาในร้านหลังจากที่ได้หลอกด่าเพื่อนตัวเองไปเมื่อกี้ ก่อนจะโดนใครบางคนเดินกระแทกไหล่เข้าอย่างจัง ยุนกิหันกลับไปมองก่อนจะพบว่าเป็นรุ่นน้องวิทย์กีฯ ที่นั่งอยู่โต๊ะเดียวกับเพื่อนของชานยอล อีกฝ่ายที่ดูเมามากแล้วยักคิ้วยียวนใส่ เขาพยายามไม่ใส่ใจเด็กที่คงอยากเล่นต่อสู้ตีแล้วหันหลังกลับพลางดึงโฮซอกไปด้วย แต่ประโยคถัดมาของมันที่พูดขึ้นก็ทำให้ต้องหันกลับไปอีกครั้ง



 

“มองหน้าหาผัวเหรอน้อง?” คนตรงหน้ามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ซึ่งเป็นการกระทำที่ยุนกิเกลียดที่สุด


“ปากดีจังวะมึงอ่ะ” จองโฮซอกตอบกลับไปก่อนจะเดินเข้าไปผลักไอ้เวรนั่นอย่างแรง ซึ่งอีกฝ่ายก็ผลักกลับมาด้วยแรงที่มากพอกัน


“อ้าวเห้ย! มึงจะเอาเหรอสัด ไม่ใช่เรื่องตัวเองก็อย่าเสือก โอ๊ยเชี่ย!!” เขาเหวี่ยงหมัดใส่ใบหน้ากวนๆ นั่นเต็มแรงโดยไม่ปล่อยให้มันพูดจบ


“เผื่อไม่รู้นะ แต่กูพี่มึงว่ะครับ”


“เหี้ยเอ๊ย!



 

หลังจากนั้นมันเหวี่ยงหมัดสวนกลับมา เขาเองที่ไม่มีสติในการไตร่ตรองเท่าไรในตอนนี้ แถมยังรู้สึกโกรธจนเลือดขึ้นหน้าจึงได้ลงไปตะลุมบอนกับพวกเด็กวิทย์กีฯ จนได้ ยุนกิไม่ได้นับว่าโดนหมัดไปเยอะแค่ไหนแต่ก็เจ็บเอาเรื่อง แขนขากระแทกไปชนขาโต๊ะจนระบมไปหมด พวกวิทย์กีฯ แต่ละคนแรงเยอะอย่างกับหมีป่า จับเขาทุ่มได้ด้วยซ้ำเหอะ แต่พอได้เริ่มแล้วจะให้ยอมมันก็ไม่ใช่วิสัย เขาได้ยินเสียงแก้วแตกสลับเสียงตะโกนด่ากันไปมา ก่อนที่จะรู้สึกได้ว่าตัวเองโดนดึงให้ออกไปจากวงล้อมด้วยมือใหญ่ของใครบางคน








 

“พวกมึงหยุด!!

 














เขานั่งสงบสติอยู่ในรถของจงอินกับโฮซอกรอพวกนั้นไปเคลียร์ค่าเสียหาย สรุปคนที่ดึงเขาออกมาก็คือชานยอลนั่นแหล่ะ ยุนกิหันไปมองเพื่อนสนิทที่นั่งเงียบไม่พูดอะไรอยู่นาน ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อว่าคนข้างๆ มีเลือดออกตรงแก้ม ซึ่งอีกฝ่ายก็ทำแบบเดียวกันเมื่อหันมาเห็นมุมปากแตกยับของเขา พวกเขาทั้งคู่ไม่ได้คุยอะไรกัน แค่นั่งหายใจนิ่งๆ อยู่แบบนั้น ยุนกินึกย้อนไปว่านานแค่ไหนแล้วนะที่เขาไม่ได้ต่อยตีกับคนอื่น อาจเพราะต้องทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบ จึงใช้วิธีไกล่เกลี่ยและประนีประนอมมาโดยตลอด วันนี้ถ้าไม่เมาเขาคงไม่เริ่มลงไม้ลงมือก่อนแบบนี้แน่ๆ ด้วยความสัตย์จริง สิ่งที่ทำให้เขาโกรธที่สุดไม่ใช่ตอนที่โดนพูดจาดูถูกหรือตอนที่โดนมองหัวจรดเท้า แต่มันกลับเป็นตอนที่เห็นว่าไอ้เด็กเวรนั่นมันผลักโฮซอกต่างหาก มันผลักเพื่อนสนิทที่สุดของเขา เพื่อนคนที่ยอมเดือดร้อนเพราะเขาอยู่เสมอ แล้วอย่างนี้ยุนกิจะยอมอยู่เฉยๆ ให้คนอื่นมันมาทำเพื่อนเขาได้ยังไงกันล่ะจริงไหม

 

 









































“พี่ยุนกิขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจ



 

ร่างเล็กพูดเสียงอ่อย ไม่กล้าสบตากับคนเด็กกว่าที่กำลังมองสำรวจใบหน้าและร่างกายของเขาอยู่ ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงตรงซึ่งเขาต้องแวะมาหาจองกุกก่อนจะกลับไปกรุงเทพฯ ทันทีที่อีกคนเห็นสภาพของเขา เจ้าตัวก็ขอยืมกุญแจรถของจงอินแล้วก็เข้ามานั่งคุยกันในนี้แทนที่จะนั่งข้างนอก ทีแรกเขาก็กะว่าจะไม่มาหาเพราะไม่อยากให้น้องเห็น แต่ถึงยังไงก็ไม่อยากปิดบังอะไร เพราะปกติมีอะไรก็คุยกันทุกเรื่องอยู่แล้ว แต่ถ้าจะให้พูดกันตามตรงแบบจริงๆ จากใจก็คือ

 








 อยากอ้อนแฟนโว้ย!

 

 








“เจ็บมั้ยครับ?” จองกุกจับมือเขาแน่น ซึ่งทำให้ยุนกิรับรู้ได้เลยว่าน้องคงจะโกรธมากๆ แต่พยายามควบคุมอารมณ์อยู่


“นิดหน่อยอ่ะ ทนได้สบายมากกก”


“เล่าให้ฟังหน่อยครับ”


“ก็เด็กวิทย์กีฯ มันเดินมาชนอ่ะ พูดจาไม่ดีใส่เราอีกไอ้โฮซอกมันเลยขึ้นไง แล้วพอมันผลักโฮซอกเท่านั้นแหล่ะ เลยแบบเลือดขึ้นหน้าเลย เมาด้วยแหล่ะประเด็นเลยไม่ทันคิดให้ดี”


“ดีนะครับที่ฝั่งนั้นไม่มีอาวุธ”


“งือ..พี่ยุนกิขอโทษน้า ที่ดูแลตัวเองไม่ดีตามที่สัญญา จองกุกอย่าโกรธนะ”


“ผมไม่โกรธหรอกครับ แต่ผมเป็นห่วง แล้วผมไม่ได้อยู่ตรงนั้นด้วยไง”


“ไม่เป็นไรๆ ชานยอลดึงเราออกมาทัน ไม่งั้นเละกว่านี้อีก”


“อ่อ” ยุนกิส่งยิ้มไปให้คนตรงหน้าที่นิ่งไป เขารู้ดีว่าจองกุกคงแอบรู้สึกแย่ที่คนที่คอยช่วยเขาเสมอคือคนคุยเก่าอย่างปาร์คชานยอล


“แต่ก็ดีแล้วแหล่ะน้า ที่เป็นชานยอลอ่ะ” เขาค่อยๆ ขยับตัวเข้าไปสวมกอดร่างสูง วางคางไว้บนลาดไหล่ที่มีผ้านิ่มๆ ของเสื้อคณะกั้นไว้ “เพราะถ้าเป็นจองกุกเราคงรู้สึกแย่อ่ะ ที่เธอต้องมาเจออันตรายเพราะเรา”

 





 

จองกุกไม่ได้พูดหรือถามอะไรอีก ทว่าร่างเล็กรับรู้ได้ถึงอ้อมกอดที่กระชับแน่นมากขึ้น พร้อมกับมืออุ่นๆ ของน้องที่ลูบผมเขาเบาๆ ไปมา ยุนกิรู้สึกว่าตัวเองอยากร้องไห้ออกมา ไม่ใช่เพราะเจ็บหรือรู้สึกผิดอะไร แต่เขารู้สึกดีต่างหากที่น้องเป็นแบบนี้ เป็นคนที่คอยเยียวยาเขาได้เสมอแค่เพียงได้เห็นหน้าหรือสัมผัส เขาคิดไม่ออกจริงๆ ว่าวันที่ไม่มีจองกุกอยู่ด้วยกันแล้วชีวิตจะเป็นยังไงต่อ

 

 


 

 

 

 




























#สวนขวดกุกก้า

























TALK


เราไม่มีข้อแก้ตัวใดๆที่อัพช้าค่า เพราะตอนนี้หลงเด็กๆโปรดิวซ์กับวอนนาวันอย่างมาก มากแบบมากกกกก เมนคุณองนะคะ เม้าท์มอยกันได้ อุ่ย5555555 คือพอเราไม่มีฟีลเราก็ไม่อยากเขียนค่ะ คือจะให้เขียนๆมาอัพก็ได้ แต่ไม่อยากทำค่ะ ไม่-อยาก-เลย อันที่จริงเราก็รู้สึกผิดต่อคนอ่านนะคะ เข้าใจว่ารอกันเนอะ แต่เรารู้สึกแย่ที่ไม่ซื่อสัตย์กับตัวเองแล้วก็ทำงานชุ่ยๆมากกว่าค่ะ ดูพูดจาสวยหรูล่ะสิ แต่เป็นความคิดจากใจเราจริงๆค่ะ ที่จริงแล้วปกติเราอัพฟิคช้าอยู่แล้ว คือถ้าอินมากก็อัพไว เป็นคนที่แบบถ้าสนใจอะไรก็แทบไม่มองอย่างอื่นอีก เป็นเหตุผลว่าทำไมช่วงแรกอัพสวนขวดไวมาก ธาตุแท้ของเราเผยแล้วค่ะ หึหึ 55555 อยากให้เข้าใจธรรมชาติของเรานิดนึงเนอะ5555 จะพยายามขุดตัวเองมาอัพเรื่อยๆนะค้า ถ้าใครอยากสาปแช่งก็ขอไม่แรงมากเน้อ หัวใจเรามีน้องกุกอยู่ เดี๋ยวน้องจะเจ็บปวดนะคะ ;_______; 





TALK (2)

 

รถที่พี่โฮซอกใช้คือ BMW 420D Convertible M Sport สีแชมเปญควอตซ์นะคะ เป็นรถสปอร์ตสี่ที่นั่งที่เปิดประทุนได้ด้วย แต่พี่เขาจะไม่เปิดค่ะ ร้อนค่ะ5555555555 ถ้าปิดประทุนก็จะเป็นอีกฟีลนึงซึ่งเราคิดว่าสวยและเขากับเขาเหมือนกัน เราคิดว่าสีนี้เหมาะกับพี่โฮซอกในเรื่องนี้มากๆ เพราะถ้าเอาสีนี้ต้องบอกเงินเพิ่มอีกหลายหมื่นอยู่ มองไปปุ๊บก็จะรู้สึกว่ารวยทันที อ้อ ไม่ใช่นะคะ รู้สึกว่าสวยค่ะ55555 คือรถรุ่นนี้จะดูเท่มากเลย แต่สีแชมเปญนี่จะมาเบรกความดุตรงนั้นเอาไว้ เรารู้สึกได้ถึงความซอฟต์ ความเข้าถึงง่ายแต่ยังดูคูลอยู่ของสีนี้เลยหยิบมาให้พี่เขาค่ะ แล้วรถพี่โฮปถึงจะเป็นรถสปอร์ตแต่ก็มีสี่ที่นั่ง คืออย่างน้อยก็ขนเพื่อนได้อาจจะไม่มากแต่ก็พอได้อยู่ ซึ่งพี่เขาก็ไมได้แคร์แต่อย่างใดเพราะจะรับส่งแฟนอย่างเดียว55555555 คอมเม้นติชมได้นะค้า จะพยายามหลบคุณองมาอัพเรื่อยๆ ค่ะ ช่วงนี้ค่อนข้างติดพันกับคุณเขานิดนึง เหนื่อยใจมากเลยค่ะ รอวันที่น้องกุกจะมากระชากหัวกลับไปอยู่ค่ะฮือออ55555 ยังไม่ได้พรูฟนะค้า ขอนอนก่อน เอนจอยก้ะ :D












TALK (3)

 

แง้ เรากลับมาแล้วววว หลังจากที่หายไปหลายเดือน ช่วงแรกเราหายไปเพราะไปหลงเด็กๆ โปรดิวซ์จริงๆ ค่ะ ทบทวนอยู่ตลอดเลยว่าเราหมดพาสชั่นกับสวนขวดแล้วหรือเปล่า แต่พอช่วงเดือนหลังมานี้เราก็ cheer up มันกลับขึ้นมาได้อีกครั้ง อยากอัพสวนขวดอยู่หลายรอบแต่ว่าเทอมนี้เราเรียนหนักมากจริงๆ ค่ะ มีถ่ายงานหลายอย่างมาก ถ้าใครที่ตามทวิตเราก็น่าจะเห็นเน้อว่าเราบ่นตลอด55555 เอาจริงๆ เวลาจะหายใจหรือเข้าทวิตไปติ่งยังไม่ค่อยจะมีเลยค่ะ ;________; เราเข้าใจน้าว่าพอทิ้งระยะไปนานก็อาจจะไม่ค่อยอินกันแล้ว แต่เรายังอยากให้เชื่อในตัวเราอยู่นะคะ เรารักและเคารพงานของเรามาก เรารักเรื่องนี้ รักสวนขวด เราไม่ทิ้งแน่นอนค่ะ เราจะไม่สัญญานะคะแต่จะทำให้เต็มที่ที่สุดเท่าที่จะสามารถค่า แล้วเราก็ดีใจนะคะที่งานของเราเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครๆ ได้ แต่ว่าใช้มันอย่างพอดีและเหมาะสมเนอะ อย่ามากเกินไปจนลืมความเป็นตัวเองนะคะ มั่นใจในตัวเอง ฝึกฝนเยอะๆ แล้วมันจะดีค่ะ เชื่อเรา :) เอนจอยนะค้า หวังว่าจะมีความสุขที่ได้อ่านกันค่ะ คอมเม้นต์ติชมได้เลยนะคะ เราพร้อมปรับปรุงค่า (ยังไม่ได้ตรวจคำผิด)











































ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 76 ครั้ง

3,568 ความคิดเห็น

  1. #3524 kqxqq99. (@koqymimew) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 16:04
    เหมือนได้กลิ่นดราม่าจางๆ เฮ้อ รักเรื่องนี้จัง ทำยังไงดีคะ
    #3524
    0
  2. #3446 crescent_moon2 (@Crescent_Moon) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 01:27
    อ้อนเก่งนักนะ เจ้าแมววว
    #3446
    0
  3. #3321 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 18:42
    มันดีมากๆค่า
    #3321
    0
  4. #2788 `Youknowwho_ (@everytingforyou) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:41
    โครตชอบ เวลาพี่ยุนกิแทนตัวเองว่าพี่ยุนกิอย่างนั้นพี่ยุนกิอย่างนี้มากก แบบ คือแทนตัวเองว่าพี่นะ แต่คืออ้อนน้องเงี้ยอะ คือเป็นความย้อนแย้งที่น่ารักมากกกกก แบบพี่ยุนกิขอโทษ พี่ยุนกิจะตายแล้วเงี้ยย น่ารักโครตตตต แล้วอีกอันที่เราอ่านแล้วแบบยิ้ม ยิ้มแบบ ยิ้มจริงๆ แบบโครตน่ารัก คือตอนที่พี่ยุนกิเจอน้องที่โรงอาหารอะ คือมันน่ารักมากจริงๆนะ คือพี่ยุนกิก็เป็นพี่ยุนกินั่นแหละ แต่น้องนี่ก็ปากหวานไงง อยากฟังพี่พูด คิดถึงพี่เงี้ย ถ้าเราเป็นพี่ยุนกิเราก็แบบ น้องงงงง อย่าทำงี้ดิ อยากจะสบถใส่ ทำไมต้องน่ารักขนาดนี้วะะ แล้วยิ่งแบบ พอพี่ยุนกิแบบไม่เอาดิ แล้วน้องบอกว่า แค่วันเดียวเองเนอะงี้ คือแบบ เราลงไปนอนตายแล้ว แบบน้องงง อย่าทำงี้ ใจพี่ไม่ไหว แงงงงงงง้ โครตน่ารักเลยอะ
    แล้วนี่ชอบความสัมพันธ์ของพี่โฮซอกกับพี่ยุนกิมากอะ มันโครตจะเป็นคำว่าเพื่อนจริงๆอะ พี่โฮซอกก็ไม่ทนที่มามองเพื่อนตัวเองอย่างงี้ ส่วนพี่ยุนกิก็ไม่ทนที่มาผลักเพื่อนตัวเองเหมือนกัน คือแบบที่ร้อน ที่มีเรื่องกันนี่เพราะปกป้องเพื่อนล้วนๆ คือมันดีมากเลยนะ เป็นเพื่อนที่ เออ เพื่อนอะ ชอบบบบ
    ตอนนี้นี่มาแบบทุกคู่เลยอะ ทุกคู่จริงๆ น้องดารานี่ก็น่ารัก ชอบที่น้องคุยกับแฟนคลับอะ เหมือนเพื่อนกันงี้ ชอบจริง ส่วนพี่โฮซอกนี่ก็ฮอตอะ อธิบายไม่ถูก แค่นึกภาพตามว่าพี่เค้ายืนสูบบุหรี่รอน้อง พิงรถสปอร์ตเงี้ย ฮวืออ พี่โฮจ๊อกคนฮอตของน้องงงงงง ; ___ ;
    ส่วนคู่น้องจีมินกับพี่จงอิน ... คือแบบนะ คำเดิม น่ารักแหละ แต่ไม่รู้ทำไม นี่หวงจีมินตลอดเลยอะ 5555555555555 และก็เข้าใจฟีลพี่โฮซอกด้วย แบบนะไม่ได้รักจีมินเหมือนแทนะ แต่พอเค้าไปมีแฟน มีความรักแล้วมันก็เป็นฟีลแบบ เห้ยย น้องเคยชอบเรานี่ไรงี้อะ ชอบการที่พี่ยุนกิอธิบายให้พี่โฮซอกฟังอะ ถึงแม้ตอนท้ายจะตบด้วยการด่าก็ตาม 5555555555 คือมันเป็นการอธิบายที่เข้าใจดีอะว่าทำไมเราถึงรู้สึกอย่างนั้น
    ส่วนคู่พี่จินกับพี่นัมจุนนี่ก็มาสไตล์เค้าอะ อบอุ่นงี้ตลอด คืออ่านแล้วมันอิ่มอะ รู้สึกอิ่มใจ รู้สึกได้ถึงความรักของเค้าอะ คือคู่นี้เค้าจะมาเรียบๆ อารมณ์แบบเค้าคบกันมาตั้งแต่เปิดเรื่องเลยอะเนอะ เหมือนแบบเวลาอยู่ในกลุ่มแล้วมีเพื่อนที่คบกันมานานมากกกแล้วเงี้ย มันจะเป็นความหวานที่แบบไม่ได้หวือหวา แต่ก็คือเค้ารักกันเงี้ย อ่านละอิ่มใจมากเวอร์ 555555555555555

    ก็เราเข้าใจไรท์นะคะที่แบบถ้าไม่อินมันก็ไม่อยากแต่งงี้ เราไม่อะไรเลยที่จะมาอัพช้าหรืออะไรเพราะเรื่องแบบนี้ ขอบคุณไรท์มากที่ใส่ใจ และก็เคารพในงานตัวเอง เพราะว่าแต่งไปพร้อมกับพาสชั่น งานมันถึงออกมาดีแบบนี้ จริงๆนะ คือสวนขวดเป็นอะไรที่เราชอบมากกก ชอบฟีลของเรื่องด้วยอะ มันอ่านแล้วคือรู้สึกดีทุกครั้งเลย
    เป็นกำลังใจให้นะคะ ทั้งเรื่องงานเรื่องอะไรต่างๆ
    สุดท้ายนี้จะพยายามไม่ดองสวนขวดไว้นะคะ 5555555555555
    #2788
    0
  5. #2395 KONYBANG (@runrara) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 01:58
    ขอบคุณที่มีฟิคดีๆแบบนี้อยู่บนโลกนะคะ ทำไมเราเพิ่งมาเจอแล้วคือชอบยุนกิโหมดอยู่กับแฟนมาก ดูงุ้ยๆน่ารัก แต่จริงๆก็โหดเอาเรื่อง ฮรืออ เรื่องนี้ดีมากกก ถ้ามี 100 ตอนก็อ่าน 100 ตอน
    #2395
    0
  6. #2346 ZAYO_O (@ZAYO_O) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 22:12
    ตอนนี้เราชอบตอนพี่ยุนกิไปหาจองกุกที่ค่ายมากกกๆๆๆๆ ตอนจองกุกบอกว่าอยากได้ยินเสียงนี่เหมือนต่อมความเขินระเบิดตัวเองไปแล้ว เด็กอะไรทำไมดีต่อใจขนาดนี่หื้ม แล้วพี่ยุนกิเหมือนเริ่มกลายร่างเป็นเด็กขึ้นเรื่อยๆเลยตอนอยู่กับจองกุก จูงมือพาคุยจ้อแบบ แงน่ารัก เป็นนี่ก็อยากมองเขาเงียบๆเหมือนกันแหละTT

    อันนี้ช่วงพีค ไม่พูดไม่ได้5555555555555 ขอขำก่อนเลย คือตอนพี่ยุนกิต่อยกับเขาเสร็จใช่มั้ย แล้วไปหาจองกุกเนี่ย จากเสือเหลือเท่าลูกแมว โอ้ยคุณน่ารักมากๆ555555555 เข้าใจเลยว่าร่างน้องยุนกิจะโผล่มาแค่เวลาอยู่กับจองกุก ไปต่อยกับเขาแบบ โอโห้แมนมากฮือ ชอบที่บอกปกติไม่ต่อยแล้วเพราะต้องคีพความเป็นผู้ใหญ่ แต่ตอนนี้เมา เลยไม่นับถูกไหม555555

    สู้ๆนะคะ เราว่าเรื่องนี้เป็นสัจธรรมไปแล้วว่าจะอัพแบบสโลว์ไลฟ์และมาแบบ20-50%เรียกน้ำย่อยก่อน5555555 ชินจนไม่ทวงอะไรทั้งนั้นแต่ยังคิดถึงตลอดเลยน้า รอมาจนขนาดนี้แล้ว รอต่อไปไม่เห็นยากเลย เออล้อเล่น จริงๆยากนะ5555555TT

    เหมือนเดิมค่ะ ขอบคุณที่เขียนฟิคดีๆมานะคะ ภาษาการบรรยายยังสวยเหมือนเดิมเลยค่ะ ขอยคุณนะคะ
    #2346
    0
  7. #2331 Mintarisreal (@Mintarisreal) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 22:01
    อยากอ้อนแฟนโว้ย... จ่ะ ยุนกิ เลาเข้าใจ....
    #2331
    0
  8. #2306 gabbabe (@namdew) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 09:03
    โอ้ยยยยอัพแล้ววววว รอได้เสมอค่ะเพราะเข้าใจว่าไรท์คงไม่อยากเขียนแบบส่งๆมาให้พวกเราอ่านคือตอนนี้ครบมากได้อ่านทุกคู่เลยดีมากกๆค่ะบรรยายก็ดีเรียงลำดับอ่านแล้วไม่งงเลยค่ะ/พี่กิตัวเล็กเชียวนะคะเวลาอยู่กับน้องกุกเนี่ยย55555 จงอินกับจีมก็น่ารักจังโว้ยยชอบๆๆๆ
    #2306
    0
  9. #2305 chubbyjk (@byyebua) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 00:25
    คิดถึงมากๆ คิดถึงที่สุดเลยแง้ คิดถึงไรท์ คิดถึงพี่ยุนกิ น้องจองกุก เหมือนเดิมที่เม้นไว้ทุกตอนนะคะ รอได้เสมอค่า สู้ๆนะคะ
    #2305
    0
  10. #2304 ...Mint... (@mint-rrr) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 22:29
    คิดถึงงงง นึกว่าจะไม่มาต่อแล้ว รออยู่ตลอดนนะคะ
    #2304
    0
  11. #2303 somjai123 (@somjai123) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 12:57
    แงงงง คิดถึงไรท์มากๆเลย จะรอเสมอนะคะ น้องกุกอบอุ่นมากกก ฮืออออ อยากได้แบบนี้สักคน
    #2303
    0
  12. #2302 lillilly (@lilploy) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 10:15
    คิดถึงเรื่องนี้มากๆเลย ?________?
    ขอบคุณไรต์ที่กลับมาอัพนะคะ นานหน่อยไม่เป็นไรหรอก เรารอเก่ง 5555 เราอยากอ่านความเรื่อยๆของพี่ยุนกิกับน้องจองกุกอีก เราชอบอ่ะไม่หวือหวา แต่เขินดี 555 เพราะงั้นไรต์ก้อสู้ๆนะคะ รอตอนต่อไปอยู่น้าาาาาา
    #2302
    0
  13. #2301 AimAim1A (@AimAim1A) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 09:52
    รออัพตลอดนะคะ คิดถึงมากพอมาอ่านเราก็อินเหมือนเดิม
    #2301
    0
  14. #2300 민민🍑 (@choimean) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 01:17
    งืออออ คิดถึงแอดมากๆเลย ขอบคุณที่กลับมาอัพนะคะ
    #2300
    1
    • #2300-1 민민🍑 (@choimean) (จากตอนที่ 25)
      28 ตุลาคม 2560 / 01:18
      ไรท์สิ ไม่ใช่แอด55555
      #2300-1
  15. #2299 APEANGS (@chaaimm) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 23:02
    แงงงงงงงคิดถึงงขอบคุณที่กลับมาอัพนะคะ ภาษาดีมากๆๆๆๆๆๆกลับมาอ่านยังไงก็ยังอินอยู่ดี ฮรืออออ เราชอบเรื่องนี้มากๆๆๆๆๆแค่ไรท์สัญญาว่าไม่ทิ้งเราก็รอได้เสมอค่ะ:) เห็นว่าไรท์งานเยอะในทวิตเราอยากเมนชั่นไปให้กำลังใจมากเลยแต่...เก๊าเขินอะ55555 งั้นบอกในนี้ละกันอยากบอกว่าเป็นกำลังใจให้นะคะสู้ๆๆๆๆค่ะ
    ตอนนี้น่ารักมากกกกกมีความอ้อนแฟนกันทุกคนเลย รอต่อนะคะ <3
    #2299
    0
  16. #2298 othic-ethnic (@othic-ethnic) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 22:44
    ไรต์ขาำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลยยย
    #2298
    0
  17. #2297 Koo_Toon (@Koo_Toon) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 19:56
    ขอบคุณที่มาอัพต่อนะคะ เราติดตามเรื่องนร้มาตั้งแต่แรกๆแล้ว จนตอนนี้ที่อ่านไปก็ยังสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากตัวอักษรไม่ต่างจากเมื่อก่อนเลยค่ะ เราชอบการบรรยายของไรท์นะคะ เพราะมันทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ในเตาอบ ไมโครเวฟ 5555 ยังไงก็รอต่อนะคะ สู้ๆค่ะ
    #2297
    0
  18. #2296 SVTJH (@SVTJH) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 19:27
    ไรท์กลับมาเเล้วรุ้สึกดีวววว
    #2296
    0
  19. #2295 Capriccioso (@june-j) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 19:16
    คิดถึงฟิคเรื่องนี้มากๆๆๆ ขอบคุณที่มาอัพนะคะ ไรท์สู้ๆน้าาา
    #2295
    0
  20. #2294 Tankwaa (@Tankwaa) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 14:12
    แงงง ไรท์อัพละดีใจ อ่านกุกก้าก็เยอะนะแต่อินเรื่องนี้ที่สุดเลย ไม่เคยเม้นแต่ตามตลอดเลย อ่านสวนขวดละอบอุ่นใจแปลกแบบกูเขิลกูอบอุ่นอยู่คนเดียวอะ55555 ไรท์สู้ๆนะค่าา
    #2294
    0
  21. #2293 Seobbie Chubbie (@05011990) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 01:41
    เรายังคงเชื่อในไรท์ค่ะ รับรู้ได้ถึงความใส่ใจของฟิคที่ไรื์แต่งแต่ละเรื่อง และเราก็ชอบฟิคเรื่องนี้มาก สู้ๆนะคะ

    ตอนนี้แบบโอ๊ยยย ยุนกิ อยากอ้อนน้องอะ น่ารักมาก555555 ความห่างแฟนนาน พอมีโอกาสก็ขอหน่อยละกัน ไรงี้
    แต่แบบ..เด็กวิทย์กีฬาอะ ยุนกิ๊ แค่ฟังก็รู้แล้วว่าเขาออกกำลังกายบ่อยกว่านายอะยุนกิ แต่โอ๊ย เข้าใจความเลือดขึ้นหน้า ทำเราได้แต่ทำเพื่อนเรา เราไม่ยอม
    ยุนกิรักเพื่อนมากจริงๆ ชอบตอนยุนกิคุยกับโฮซอกเรื่องจีมินด้วยค่ะ มันดูแบบเปิดอกคุยกันมากๆ สองคนนี้สนิทกันแบบเพื่อนที่พร้อมจะเล่าทุกสิ่งทุกอย่างให้กันฟังเสมอ ถึงจะมีเพื่อนหลายคน แต่มันก็ต้องมีเพื่อนที่เรารู้สึกสนิทใจมากที่สุดอยู่บ้างแหละเนอะ
    ติดตามต่อไปนะคะ ชอบบบ
    #2293
    0
  22. #2292 Yoongie93 (@Yoongie93) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 01:17
    คิดถึงมากๆเลยย ตอนเห็นว่าอัพนึกว่าเราตาฝาด55555 เข้าใจเลยค่ะว่าไม่มีเวลาจริงๆ เข้าใจมากๆ;-; //กลับมาอ่านนี่ก็ยังอินได้เหมือนเดิมนา 5555 เขินที่จองกุกบอกคิดถึง อยากฟังเสียง งุ้ยยยย //ฉากยุนกิต่อยกับเด็กวิทย์กีฯ นี่นึกภาพแมวเวลาเก้วกาดแล้วข่วนๆ55555555555
    #2292
    0
  23. #2291 remind me later (@pookke1112) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 00:47
    คิดถึงนะ
    #2291
    0
  24. #2290 Monstarx093 (@Monstarx093) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 00:19
    คิดถึงไรท์มากๆเลยคะ แต่งดีเหมือนเดิมม
    #2290
    0
  25. #2289 ladycoffeelatte (@ladycoffeelatte) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 00:18
    ชอบเรื่องนี้มาก!!! ฮือออออออออ ????????????????????
    #2289
    0