BTS | CLOSED TERRARIUM (KOOKGA)

ตอนที่ 24 : PROCESS 21

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,391
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 83 ครั้ง
    19 มิ.ย. 60













PROCESS 21










 

 











“ฮัลโหลมึง อยู่ไหนเนี่ย?”

 



ยุนกิพยักหน้าให้จองกุกเล็กน้อยในขณะที่มือก็ถือโทรศัพท์แนบหู เขากำลังยืนอยู่ที่ใต้ตึกคณะถาปัตย์ มือก็กดโทรศัพท์โทรหาเพื่อนสนิทอย่างจองโฮซอกที่เพิ่งกลับมาจากเที่ยวญี่ปุ่นกับที่บ้านถึงเรื่องธีสิสของแต่ละคนที่จะต้องเริ่มเข้าไปคุยกับอาจารย์ได้แล้ว ร่างสูงในชุดถูกระเบียบตั้งแต่หัวจรดเท้าเดินหายไปไหนสักที่ซึ่งยุนกิก็ไม่ได้ทันที่จะสนใจนัก ตอนนี้เป็นเวลาสี่โมงเย็นและจองกุกมีกิจกรรมเข้าห้องเชียร์ เขาที่เพิ่งคุยกับอาจารย์เสร็จพอดีเลยตั้งใจว่าจะมารอที่นี่เพื่อกลับคอนโดพร้อมกัน



 

“มึงรีบเข้ามาคุยกับจารย์เรื่องธีสิสเลย อาจารย์เขาจะบินวันศุกร์นี้ละ เดี๋ยวมึงก็ไม่ทันคุยหรอก” เขาเหลือบเห็นเด็กปีหนึ่งเดินเข้ามาในกรอบสายตาอีกครั้ง น้องนั่งลงข้างๆ และไม่ได้พูดอะไร “เออๆ แค่นี้นะมึง”


“พี่โฮซอกกลับมาแล้วเหรอครับ?”


“อื้อ เครื่องเพิ่งแลนฯ เลย แล้วนี่จะเข้าห้องเชียร์ยังอ่ะ?”


“ใกล้แล้วครับ”


“วันนี้แต่งตัวถูกระเบียบเป๊ะเชียวน้า” มือเรียวเอื้อมไปปัดตรงไหล่ของอีกฝ่าย ทำหน้าล้อเลียนคนที่ยังต้องอยู่ในระเบียบ “เดี๋ยวจะไปบอกให้พวกพี่ว้ากทำโทษหนักๆ เลย”


“หึ” จองกุกหัวเราะขึ้นจมูกเบาๆ ก่อนจะขยับมาจับมือเขาไปเล่นอย่างที่ชอบทำ “พี่จะรอที่นี่เหรอครับ?”


“อื้ม เดี๋ยวทำงานรอ” ร่างเล็กพยักพเยิดไปทางแลปท็อปที่หิ้วมาด้วย “คงไม่นานมากหรอกมั้ง”


“เดี๋ยวฝากนี่หน่อยนะครับ” จองกุกเลื่อนมือไปถอดต่างหูที่ใส่อยู่ออกแล้วส่งมาให้เขาทีละอัน


“กลัวโดนยึดอ่ะดิ” ยุนกิรับมาก่อนจะใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อนักศึกษาของตัวเอง มันเป็นต่างหูบาร์เบลล์วงกลมแบนๆ สีดำ กะจากสายตาแล้วก็ประมาณสิบหรือสิบสองมิลลิเมตรได้ มันเป็นคู่ที่น้องใส่ติดหูอยู่ตลอด ตอนที่เขาเจออีกคนครั้งแรกก็เห็นได้มันแล้ว


“อ่า ครับ มันแพงน่ะ แล้วผมก็ชอบมากด้วย”


“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวพี่ยุนกิจะดูแลให้เอง ไว้ใจเราได้” แขนเรียวกอดคอคนที่นั่งข้างๆ ก่อนจะตบลงที่ไหล่กว้างแปะๆ จองกุกส่ายหน้ายิ้มๆ แล้วขยับเข้ามาหาเล็กน้อย


“ไว้ใจอยู่แล้วครับ”


“พอละ เขยิบออกไปเลย” ยุนกิเอาแขนออกจากคอของอีกฝ่ายทันทีที่เริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะเสียเปรียบ “ไปได้แล้วไป รุ่นพี่เขาเรียกแล้วนะ”



 

ร่างสูงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปรวมกับกลุ่มเพื่อนที่เริ่มทยอยเข้าไปด้านใน ยุนกิเห็นแล้วล่ะว่าเพื่อนน้องตั้งใจจะเรียกหลายรอบแล้วแต่ไม่กล้าเพราะเห็นว่ายังนั่งอยู่กับเขา มือขาวหยิบแลปท็อปออกจากซอฟต์เคสพร้อมกับหมุนตัวหันเข้าหาโต๊ะเพื่อที่จะนั่งดีๆ เขายังต้องรีเสิร์ชข้อมูลอีกมาเพื่อจะนำไปคุยกับอาจารย์ก่อนการนัดแนะครั้งหน้า ยุนกิหยิบหูฟังขึ้นมาเสียบก่อนจะเปิดเพลงจากยูทูปฟังไปพลางๆ แก้เบื่อ แม้ว่าธีสิสมันจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการตลาดของ Co-Working Space ที่เขาสนใจ แต่ลมที่พัดเย็นๆ เหมือนว่าฝนใกล้จะตกในเวลาแบบนี้มันก็ทำให้เขาง่วงได้เหมือนกัน ยุนกิเก็บข้อมูลที่พอจะใช้ได้จากอินเตอร์เน็ตรวบรวมไว้ในไฟล์งาน แล้วเดี๋ยวหลังจากนี้เขาต้องลงพื้นที่อีกจนไม่มีเวลาว่างแน่นอน เขากะว่าจะรีบทำเก็บไว้ก่อนเพราะกลัวว่าตัวเองจะขี้เกียจทำเพราะมัวแต่ยุ่งเรื่องอื่น อย่างเช่น เรื่องที่ร้าน เรื่องที่บ้าน หรือเรื่องของเด็กปีหนึ่งที่ชื่อจอนจองกุก เป็นต้น



 

“เชี่ย!” ร่างเล็กสะดุ้งเบาๆ เมื่อรับรู้ได้ถึงมือของใครบางคนแตะลงที่ไหล่ เขาเผลอสบถออกมาก่อนจะหันไปมองหน้าตัวต้นเหตุด้านหลัง “อ้าว ชานยอล”


“แค่นี้ไม่เห็นต้องด่าเลย”


“เออ ปากร้ายจัง” อีกเสียงหนึ่งเสริมขึ้น เขาหันไปมองก็พบว่าไม่ใช่ใครที่ไหน ก็เพื่อนเขาคนที่มันกำลังจีบน้องจีมินนั่นแหล่ะ


“แหม มึงก็ปากดีจังเลยน้า คิมจงอิน” ยุนกิกลอกตาใส่เพื่อนตัวสูงสองคนที่กำลังนั่งลงที่โต๊ะเดียวกัน เขาถอดหูฟังออกก่อนจะพับแลปท็อปลง


“ทำไรวะ ธีสิสเหรอ?”


“เออ เพิ่งเริ่มอยู่ ไม่สาหัสเท่าไหร่”


“เราก็เพิ่งเริ่มเหมือนกัน แต่ยังไม่รู้จะทำเรื่องไรดีเนี่ย เดี๋ยวต้องคุยกับจารย์อาทิตย์หน้าละ” ชานยอลว่าพลางกดโทรศัพท์ไปด้วย ช่วงนี้เจ้าตัวดูติดมือถือนิดหน่อย ไม่ว่าจะที่มอหรือที่ร้านเหล้าก็จะเห็นว่ากดโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา ไม่รู้ว่ากำลังคุยกับสาวที่ไหนหรือเปล่า


“ลองถามแบคฮยอนดิ รายนั้นคิดอะไรดีๆ ออกตลอดแหล่ะ”


“อ่า ก็จริงนะ แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอ แบคมันเรียนยุ่ง”


“ว่าละ หายไปเลย”


“นี่กูคิดได้ละ กูกะว่าจะทำเกี่ยวกับปัญหาสังคมอะไรสักอย่าง เดี๋ยวต้องหาประเด็นที่น่าสนใจก่อน”


“โห ง่ายเลยดิมึง ใกล้ตัวมาก” ยุนกิหันไปทำตาโตใส่จงอินที่นั่งอยู่ข้างๆ ซึ่งอีกคนก็ทำหน้างงๆ กลับมากับปฏิกิริยาตอบรับอันดูเกินจริงของเขา


“หะ เหรอวะ?”


“เออดิ เพราะมึงมันปัญหาสังคมไง” เขาตอบยิ้มๆ ก่อนจะเอี้ยวตัวหลบมือใหญ่ที่ทำท่าเหมือนจะตีเขา


“ไอ้เหี้ย” ถึงแม้ว่าคิมจงอินจะด่าแต่กลับหัวเราะ นั่นเป็นเรื่องปกติของพวกเขาไปแล้ว ขอให้ได้ตีกันสักหน่อยเป็นอันว่ามีความสุข “มึง ดูดหรี่ป่ะ?”


“เออไปดิ” คนตัวขาวพยักหน้ารัวๆ ก่อนจะลุกขึ้นทันที “ชานยอลไปป่ะ?”


“ไอ้ชานมันเลิกแล้ว เมียมันท้อง


“ไอ้ควาย เมียห่าไรล่ะ รีบไปเลยมึงอ่ะ” เขาอดขำตามจงอินที่กำลังหัวเราะจนตัวงอไม่ได้ ยุนกิคิดว่าเพื่อนเขาคนนี้ต้องชอบความรุนแรงแน่ๆ ถึงได้ชอบพูดจาอ้อนมืออ้อนเท้าชาวบ้านเขาแบบนี้อยู่บ่อยๆ


“งั้นฝากของแป๊บนะ เดี๋ยวมา”



 

ร่างเล็กหันไปบอกชานยอลก่อนจะเดินออกมา จงอินพาเขาเดินอ้อมมาทางด้านหลังตึกใกล้ๆ ซึ่งเป็นที่เก็บของต่างๆ ของคณะ เขาเห็นเศษขี้บุหรี่กับก้นกรองเต็มพื้นไปหมด ร่างสูงหยิบซองบุหรี่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อพร้อมไฟแช็กก่อนส่งให้เขามวนหนึ่ง จงอินจุดไฟของตัวเองก่อนจะส่งไฟแช็กมาให้เขา ต่างกับชานยอลหรือโฮซอก ถ้าเป็นพวกนั้นก็จะชอบจุดให้เลย พวกเขาไม่ได้คุยอะไรกันมากนัก ต่างคนต่างยืนเล่นโทรศัพท์กันไป เขาให้จงอินมันยกยิ้มบ่อยๆ คงไม่พ้นคุยกับเพื่อนสนิทแฟนเขานั่นแหล่ะ



 

“มึงไปไหนต่อ?” ยุนกิถามขึ้นตอนที่บุหรี่ใกล้หมดมวนแล้ว คนข้างๆ กดล็อกโทรศัพท์เก็บในกระเป๋ากางเกงเหมือนเดิมก่อนจะทิ้งก้นกรองทิ้งลงบนพื้นแถวนั้นแล้วหันมาตอบเขา


“ไปรับแฟน”


“ห๊ะ มึงคบกับน้องเขาแล้วเหรอวะ?”


“ก็เออ”


“เชี่ย ตอนไหนไม่เห็นบอกเลย” ยุนกิสูดควันเข้าปอดครั้งสุดท้าย ก่อนจะทิ้งมันลงบนพื้นเหมือนคนข้างๆ โดยที่ไม่ลืมเหยียบให้ดับสนิทด้วย


“เอ้า แล้วทำไมกูต้องรายงานมึงล่ะคร้าบ”


“ควาย น้องก็น้องกู” เขาผลักศีรษะจงอินเบาๆ ก่อนจะเดินนำออกมา


“ก็อาทิตย์ก่อนนี่แหล่ะ ตอนพาไปกินข้าว”


“เออๆ ไม่ต้องเล่าละไม่อยากรู้ ดูแลดีๆ ละกัน” ยุนกิปรายตามองเพื่อนตัวสูงเล็กน้อย เขาล่ะห่วงน้องมันจริงๆ แต่จงอินมันก็ดูพร้อมหยุดที่จีมินเหมือนกัน เขาเลยไม่อยากจะไปตัดสินอะไร


“คร้าบๆ รับทราบครับพี่”

 

 

 












คิมจงอินเดินแยกจากปาร์คชานยอลมาทางตึกวิศวกรรมที่อยู่ทางตะวันออกของมหาวิทยาลัย เขามาที่นี่อยู่บ่อยครั้ง เพราะว่ามีเพื่อนหลายคนที่เรียนคณะนี้ แถมมันยังอยู่ใกล้กับทางลงลานจอดรถอีกด้วย ขายาวก้าวเข้ามายังใต้ตึกคณะ มือกดโทรศัพท์พิมแชทหาใครบางคนด้วยประโยคสั้นๆ อย่าง พี่ถึงแล้วนะ แต่ไม่ทันที่อีกฝ่ายจะพิมพ์ตอบกลับมา เขาก็ได้ยินเสียงของนักศึกษาชายบางคนแถวนั้นพูดขึ้นเสียงดังเสียก่อน



 

“ไอ้จีมิน! แฟนมึงมาแล้วน่ะ”


“ห๊ะ ไหนอ่ะ”



 

จงอินอดยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นท่าทางเหลอหลาของคนที่เขาตั้งใจมารับถึงที่ ก่อนที่คนตัวเล็กจะกวาดสายตามาเจอเขาอย่างพอดิบพอดี เขาโบกมือให้อีกคนเล็กน้อย จีมินยิ้มกว้างกลับมาจนตากลายเป็นสระอิแล้วรีบหยิบกระเป๋าเป้ขึ้นมาสะพายพร้อมกับบอกลาเพื่อนๆ ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะเดียวกัน เขาพยักหน้ารับไหว้น้องปีหนึ่งกลุ่มนั้น ทีแรกที่เขาเห็นเพื่อนของจีมินก็แอบรู้สึกตงิดใจนิดหน่อย เพราะมีแต่พวกเด็กปีหนึ่งตัวเด็ดๆ ทั้งนั้น สายของเขาบอกมาว่า กลุ่มของจีมินอยู่กันอยู่ประมาณห้าหกคน หนึ่งในนั้นถูกเลือกเป็นเดือนภาค อีกคนเป็นพวกมือไว อีกคนก็ชอบหยอดคนอื่นไปทั่ว ไม่มีใครน่าไว้ใจเลยสักคน แถมจีมินยังอยู่หอเดียวกันกันพวกนี้อีก ทำเอาเขาเป็นห่วงแทบแย่ ถึงเด็กพวกนั้นจะชอบผู้หญิงแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมาชอบแฟนเขาไม่ได้เสียหน่อย ก็ปาร์คจีมินน่ารักซะขนาดนี้ เขาก็เลยขอให้เพื่อนมันช่วยดูให้อยู่ห่างๆ เพราะตอนนี้ยังอยู่ในช่วงการรับน้อง เพราะฉะนั้นรุ่นพี่จะยังเจอรุ่นน้องได้อยู่บ่อยๆ แต่หลังจากที่สังเกตมาสักพักก็พบว่าไอ้เด็กพวกนี้ออกจะดูแลจีมินดีเกินไปเสียอีก แล้วยังเหมือนเป็นพวกหวงเพื่อน ใครจะมาจีบจีมินก็เอาแต่กันท่าลูกเดียว อาจจะด้วยความน่ารักหรืออะไรก็ตามแต่ มีครั้งหนึ่งที่เขาไปกินเหล้าที่ร้านแถวมอกับพวกวิดวะแล้วเจอพวกนั้น จงอินเลยเลี้ยงเหล้าเป็นการติดสินบนเสียเลย จนตอนนี้เริ่มสนิทกันบ้างแล้วเพราะเจอกันหลายครั้ง ดังนั้นเขารู้สึกวางใจนิดหน่อยว่าจีมินของเขาจะปลอดภัยจากคนอื่นๆ



 

“โทษทีครับ ผมทำงานอยู่เลยไม่ได้เช็กโทรศัพท์เลย”


“ไม่เป็นไร” เขาลูบศีรษะจีมินก่อนจะยกแขนกอดคออย่างเคยชิน น้องตัวเล็กกว่าเขาเกือบสิบเซนติเมตรเลยทำให้วางมือได้อย่างพอเหมาะพอดี


“รีบไปดีกว่า เดี๋ยวรถติด พี่เดาว่าจีมินต้องหิวแล้วแน่ๆ เลย”


“พี่จงอินรู้ได้ไงเนี่ย” มือเล็กยกขึ้นจับท้องโดยอัตโนมัติ ตาชั้นเดียวคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย “ได้ยินเสียงท้องผมร้องเหรอ?”


“ไหนฟังหน่อย” เขาก้มลงไปตั้งใจจะแนบหูกับหน้าท้องแบนๆ ของอีกฝ่าย แต่ก็โดนดันออกเสียก่อน


“ตลกละครับ ถอยไปเลย”



 

เขาหัวเราะเมื่อเห็นใบหน้ารู้ทันของจีมิน ถึงเจ้าตัวจะเป็นคนน่ารัก แต่ก็ไม่ได้น่ารำคาญแบบคนอื่นๆ ที่เขาเคยเจอ จีมินน่ารักได้อย่างเป็นธรรมชาติมากๆ น่ารักจากตัวตนของเขาจริงๆ โดยเฉพาะสีหน้าที่หลากหลายกับดวงตาสระอิตอนยิ้มนั่นคือสิ่งที่จงอินคิดว่ามันน่ารักที่สุด จีมินว่าง่าย แต่ไม่หัวอ่อน เป็นตัวของตัวเองและกล้าที่จะพูดความคิดเห็นที่แท้จริง อะไรที่ไม่ดีก็บอกว่าไม่ดี อะไรที่ดีก็บอกว่าดี ทำให้น้องไม่ได้ดูเป็นเด็กไปเสียทีเดียว จงอินเลยชอบที่จะพูดคุยด้วยและถามความเห็นอยู่บ่อยๆ ติดอย่างเดียวที่พวกเขาเข้ากันไม่ได้ นั่นก็คือปาร์คจีมินแทบไม่ดูหนังพวกซูเปอร์ฮีโร่เลย แต่เขาเป็นแฟนมาร์เวลตัวยง เวลาเลือกหนังที่จะดูด้วยกันก็เลยลำบากนิดหน่อย พวกเขาเลยตกลงกันว่าจะสลับกันเลือก ค่อยๆ เรียนรู้กันไปก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไร เพราะยังไงจงอินก็ไม่รีบกับคนนี้อยู่แล้ว



 

พอคุยกันมาได้ประมาณสามเดือน เขาก็ตัดสินใจขอน้องเป็นแฟน ตอนนั้นเขาพอจะรู้มาบ้างว่าจีมินยังฝังใจกับคนเก่านิดหน่อย แต่มันก็อยากเสี่ยงดู ซึ่งแน่นอนว่าอีกฝ่ายปฏิเสธ เขานี่แทบถอดใจไปเลย แต่พอหลังจากนั้นประมาณสองเดือนถัดมาเขาก็ตัดสินใจลองดูอีกครั้ง ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณห้าทุ่มกว่าๆ จงอินพาจีมินไปกินข้าวที่ร้านเจ๊โอวเพราะว่าน้องอยากกินมาม่าหม้อไฟเอามากๆ เขาจำได้ว่าตัวเองแทบจะวิ่งออกจากมิวส์แล้วขับรถไปรับเจ้าตัวบ้าน ก่อนจะวนกลับเข้าเมืองมาอีกครั้งโดยที่ไม่รู้สึกเปลืองน้ำมันแต่อย่างใด ที่น่าตลกคือตอนที่เขาพูดว่า เป็นแฟนกันนะ ตอนนั้นน้องยังคีบเส้นบะหมี่เข้าปากอยู่เลย แต่จงอินคิดว่าถ้าไม่พูดตอนนั้นเขาก็คงไม่กล้าพูดอีกแล้วเพราะกลัวโดนปฏิเสธกลับมาอีก จีมินถึงกับสำลักจนเขาต้องรีบส่งน้ำให้ดื่ม พอคิดย้อนกลับไปแล้วก็ได้แต่ขำตัวเองที่กล้าพูดไปในสถานที่และบรรยากาศแบบนั้น




พี่มาขอผมเป็นแฟนหน้าหม้อมาม่าเนี่ยนะ?


มันอาจจะไม่โรแมนติกหรอก แต่ว่า ของที่จีมินชอบกินก็อยู่ตรงหน้าแล้ว ก็เลยหวังว่าคนที่จีมินชอบจะอยู่ตรงหน้าบ้าง ก็เลยอยากลองดูอีกสักทีไง




จีมินนั่งเท้าคางมองเขา ริมฝีปากอิ่มสวยยกยิ้มน้อยๆ เขาไม่รู้ว่าเจ้าตัวคิดอะไรอยู่ ด้วยความสัตย์จริง ตั้งแต่เขาเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นและมีความรัก เขาไม่เคยประหม่ากับการสานสัมพันธ์กับใครเท่าคนคนนี้มาก่อน ปาร์คจีมินทำให้เขารู้สึกอยากจู่โจมและโดนจู่โจมไปในเวลาเดียวกัน ทั้งๆ ที่อีกคนแทบไม่ได้ขยับตัวเลยซ้ำ แต่ทำไมจงอินถึงได้รู้สึกว่าตัวเองพ่ายแพ้ขนาดนี้นะ



 

ขอบคุณที่พามากินข้าวนะครับ เช็คบิลล์กันเถอะครับจะได้กลับ



 





อ่า นี่เขากำลังจะถูกปฏิเสธอีกแล้วสินะ



 






ผมไม่อยากให้แฟนผมขับรถตอนดึกมากๆ นะ มันอันตราย

 

 

















มินยุนกิเก็บแลปท็อปอีกครั้งเมื่อเห็นเด็กปีหนึ่งเดินออกมาจากห้องเชียร์ แต่ละคนนี่อาการดูไม่ค่อยจะดีเท่าไร เห็นว่าวันนี้มีลงว้ากด้วยเพราะว่าได้ยินเสียงออกมาถึงข้างนอกเลย เขาพยายามมองหาจองกุกแต่ว่าก็ไม่เจอ สักพักถึงจะเห็นกลุ่มของคิมยูคยอมเดินออกมา เขาไม่ได้เดินเข้าไปหาแต่ว่ายังนั่งอยู่ที่เดิม เพราะยังไม่สนิทกับเพื่อนๆ ของจองกุกเท่าไร ก็เกรงใจที่จะเดินไปถาม แถมสภาพแต่ละคนก็ดูเหนื่อยมากด้วย น่าจะโดนทำโทษมาแน่ๆ ตาเรียวยังคงชะเง้อมอง แต่ยังไงก็ไม่เห็นแฟนตัวเองสักที ยุนกิเก็บโทรศัพท์ที่ในทีแรกตั้งใจจะกดโทรหา กะว่าจะรออีกสักพักเพราะน้องอาจจะเข้าห้องน้ำอยู่ก็ได้



 

“หาจองกุกอยู่เหรอพี่” เป็นพวกยูคยอมเองนั่นแหล่ะที่เดินเข้ามาหาเขาก่อน อีกฝ่ายนั่งลงฝั่งตรงข้างพร้อมกับเพื่อนคนอื่นๆ อีกสองคน รวมถึงเอมี่ด้วย


“อื้อ ไปเข้าห้องน้ำเหรอ?”


“เปล่าหรอก มันโดนเรียกไว้ก่อนอ่ะ เห็นเขาจะคัดเดือนกัน”


“จริงดิ จองกุกก็โดนเหรอ?”


“โห! มันหล่อจะตายพี่ พี่ลืมป่ะเนี้ย?” ยูคยอมพูดใส่อารมณ์แบบที่ทำประจำ ทำเอาเขาเผลอหัวเราะออกมาเสียงดัง


“พี่ยุนกิ” เสียงของบุคคลอื่นที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังพร้อมกับรุ่นนี้องที่ยกมือไหว้คนมาใหม่ทำให้เขาต้องหันไปมอง


“อ้าว แจฮยอน”


“มารอจองกุกเหรอครับ? โอ๊ย ไม่อยากถามเลยอ่ะ ปวดใจ”


“ไอ้น้องคนนี้” เขาส่ายหน้ายิ้มๆ ให้กับท่าทางเศร้าเสียใจที่จองแจฮยอนทำเป็นแกล้งแสดงออกมา “ว่าแต่มาทำไรเนี่ย?”


“มาคัดเดือนไงครับ นี่ผมเดือนปีที่แล้วนะเนี่ย พี่ลืมได้ไงอ่ะ ตอนนั้นยังชมผมหล่ออยู่เลย”


“โอ๊ยแจฮยอนพี่รู้สึกว่าแกพูดมากกว่าเดิมป่ะวะ พูดไร้สาระเนี่ย”


“เอ้า โดนด่าเฉย” คนตัวสูงหัวเราะออกมาก่อนจะยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา “พี่เข้าไปด้วยกันมั้ยครับ? ใกล้เวลาแล้ว”


“เราเข้าได้เหรอ?”


“ได้ดิพี่ มากับผม ไม่เป็นไรหรอก ใครถามก็บอกว่าแฟน โอเคๆ ล้อเล่นนะ”


“เฮ้อ” ยุนกิส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะหันมาหยิบซอฟต์เคสกับของอื่นๆ ที่ว่างอยู่บนโต๊ะแล้วบอกลาพวกน้องๆ ที่นั่งฟังกันตาแป๋ว “งั้นเราเข้าไปก่อนนะ”


 

 

ร่างเล็กเดินตามแจฮยอนเข้าไปในห้องที่ใช้ทำกิจกรรมเชียร์ ซึ่งตอนนี้นักศึกษาปีหนึ่งออกไปหมดแล้ว เหลือแต่พวกรุ่นพี่หลากหลายชั้นปีกับเด็กที่เข้าตาพวกเขาที่ยังคงอยู่ ยุนกิเห็นจองกุกยืนอยู่เป็นคนที่สามนับจากซ้ายถัดจากน้องผู้หญิงผมยาว อีกฝ่ายหันมาเห็นเขาก็ยกยิ้มให้เล็กน้อย ยุนกิสะกิดบอกแจฮยอนว่าจะนั่งอยู่รอบนอกแทน เพราะไม่ได้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลยไม่อยากจะไปวุ่นวาย ซึ่งอีกคนก็พยักหน้าตกลงแล้วเดินเข้าไปหาเพื่อนและรุ่นพี่ของตัวเอง ตาเรียวกวาดมองก็พบว่าคณะนี้มีน้องๆ หน้าตาดีหลายคน อาจจะไม่ได้หล่อหน้าเป๊ะเหมือนพวกนิเทศฯ แต่ว่าก็ดูมีเสน่ห์ดี เขาเห็นรุ่นพี่เริ่มให้น้องแต่ละคนแนะนำตัว ซึ่งจองกุกก็แนะนำตัวแบบนิ่งๆ ตามสไตล์เขานั่นแหล่ะ



 

“ต่อไป น้องจองกุกนะ” เจ้าของชื่อขยับออกมายืนข้างหน้าเล็กน้อย “เมื่อกี้เห็นตอนแนะนำตัวไปแล้วก็บุคลิกดีอยู่นะ สูงเท่าไหร่เหรอ?”


“ร้อยเจ็ดสิบแปดครับ”


“มีค่ายหรือต้นสังกัดรึเปล่า?”



 

อ่า ข้อนี้ยุนกิเข้าใจดีเลยล่ะ เพราะบางคนติดสัญญากับต้นสังกัดอยู่ทำให้เกิดปัญหาตอนทำกิจกรรม แล้วบางคนก็เป็นดาราหรือคนมีชื่อเสียงอีกก็เลยจะเหมือนเป็นการเอาเปรียบคนอื่น ซึ่งของคิมแทฮยองก็เห็นว่าโดนข้อนี้เหมือนกันทั้งๆ ที่ไม่มีสังกัด ไม่งั้นน้องคงได้เป็นเดือนไปแล้ว แต่ก็ช่วยไม่ได้นี่นะ เป็นน้องดารานี่นา



 

“ไม่มีครับ ส่วนใหญ่ผมรับงานเองครับ”


“แล้วมีความสามารถอะไรมั้ยคะ? พวกดนตรี กีฬา การแสดง อะไรแบบนี้”


“ผมเล่นเปียโน กีตาร์ แล้วก็กลองได้ครับ ส่วนกีฬาก็เล่นได้หมด แต่ถนัดฟุตบอลที่สุดครับ”






หืม กีตาร์กับกลองงั้นเหรอ?





ยุนกิไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าน้องเล่นกีตาร์ได้ด้วย เขาเคยเห็นเปียโนหลังใหญ่ที่บ้านของน้อง เลยลองขอให้จองกุกเล่นดู ซึ่งอีกฝ่ายก็เล่นออกมาได้เพราะมากๆ อาจจะติดๆ ขัดๆ นิดหน่อยเพราะไมได้เล่นมานานแล้ว จองกุกบอกว่าตอนเด็กๆ คุณแม่กลัวว่าจะเป็นเด็กที่ไม่มีสมาธิเลยส่งไปเรียนเปียโน ก็เลยพอเล่นได้บ้าง แต่กีตาร์นี่สิ เขาไม่เคยเห็นอีกคนจับมันมาก่อนเลย ที่ห้องนอนก็ไม่มีด้วยเนี่ยสิ ยิ่งกลองยิ่งแล้วใหญ่



 

“ร้องเพลงได้มั้ยคะ?”


“อ่า ไม่ได้เลยครับ ไม่เคยร้องเลย”


“งั้นเดี๋ยวลองเล่นกีตาร์ให้ดูหน่อยนะ”



 

เจ้าตัวพยักหน้าก่อนจะรับกีตาร์ที่รุ่นพี่ส่งให้ จองกุกนั่งไขว่ห้าง วางกีตาร์โปร่งไว้บนหน้าขา ก่อนจะเริ่มเล่นเพลงของ Seal Pillow ที่เขาจำได้ดีว่าเคยฟังด้วยกันอยู่บ่อยๆ แม้จองกุกจะไม่ได้ร้องเพลงออกมาสักโน้ตเดียว ทว่าท่าทางตอนเล่นดนตรีนั้นก็ดูมีเสน่ห์เกินกว่าที่จะพูดออกมาได้ นิ้วเรียวยาวที่คอยสอดประสานกับมือของเขาตอนนี้กำลังกดคอร์ดอย่างแม่นยำและดูมั่นใจเหมือนกับว่าเล่นอยู่บ่อยครั้ง ใบหน้าคมคายที่ก้มอยู่เงยขึ้นมองคนด้านหน้า ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนสายตามาทางเขาและส่งยิ้มบางๆ มาให้





 


ให้ตายเถอะ นี่ใช่จอนจองกุกที่เขารู้จักแน่ใช่ไหม? นี่แฟนเขาแน่เหรอ?

 





 

ตอนนี้เขากำลังยืนกดโทรศัพท์เล่นรอจองกุกอยู่ที่ด้านนอกห้องกับพวกยูคยอม เห็นว่าพอเสร็จแล้วเจ้าตัวกับน้องปีหนึ่งผู้ชายอีกคนกำลังคุยอะไรบางอย่างอยู่กับรุ่นพี่ ไม่นานนักร่างสูงก็เดินออกมาหาพวกเขา สิ่งแรกที่ทำไม่ใช่การทักทาย แต่กลับวางมือบนหัวเขาก่อนเลยนี่แหล่ะ อะไรของจองกุกก็ไม่รู้



 

“เป็นไงมึง? ได้ป่ะ?”


“ได้”


“เชี่ยยยยยยยยย เพื่อนกูเป็นเดือน”


“แต่กูปฏิเสธไปอ่ะ”


“อ้าว” ยุนกิหลุดขำทันทีที่เห็นยูคยอมที่กำลังกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจกลับชะงักแล้วยืนหน้าตึงเหมือนเดิม “โหย ไมไม่เอาว้า เดือนเลยนะมึง สาวกรี๊ดเพียบ”


“มันวุ่นวายอ่ะ กูไม่ค่อยอยากทำ พอเป็นแล้วก็ต้องไปทำกิจกรรมนู่นนี่เยอะแยะไปหมด ไหนจะเรียนอีก แล้วพี่เขาก็ลังเลระหว่างกูกับอึนอูอยู่แล้วด้วย ก็เลยบอกเขาไปตามนั้น”


“แล้วเธอไม่รีบบอกเขาแต่แรกอ่ะ ตั้งแต่ก่อนคัด”


“ก็ผมเกรงใจนี่ครับ จะให้มาบอกตอนนั้นเลยก็ดูจะหักหน้าพวกพี่เขาเกินไป เพราะยังไงพี่เขาจะถามความสมัครใจในตอนหลังอยู่แล้ว”


“อ๋อ โอเคๆ ดีแล้วล่ะ ถ้าไม่อยากทำก็บอกไปเลย ดีกว่าเรามาลำบากใจเองนะ” จองกุกพยักหน้าเป็นเชิงว่าเห็นด้วย ก่อนจะหันไปบอกลาพวกเพื่อนๆ ที่อุตส่าห์รออยู่ตั้งนาน


“งั้นกูกลับก่อนนะมึง ขอบคุณมากที่รอ”


“เออๆ ไม่เป็นไร พวกกูว่างอยู่ละ” ยูคยอมตบไหล่อีกคนเล็กน้อยพลางกระชับสายกระเป๋าเป้ที่สะพายอยู่ “ขับรถดีๆ นะมึง ฝนเหมือนจะตก”


“เออ ไว้พรุ่งนี้เจอกัน เอ้อ มี่ อย่าลืมส่งตัวอย่างงานมาให้ด้วยนะ”


“อื้อๆ ได้” หญิงสาวเจ้าของชื่อตอบมาแค่สั้นๆ ยุนกิส่งยิ้มให้เธอ ก่อนที่เธอจะส่งยิ้มกลับมา ให้ตายสิ เด็กคนนี้นิ่งมากจริงๆ  เป็นผู้หญิงที่เท่ชะมัด



 

พวกเขาเดินออกมาจากตรงนั้นกันก่อน มือขาวหยิบต่างหูคู่โปรดส่งคืนให้น้อง ร่างสูงรับมันไปใส่ทีละข้างแบบเดิม ถ้าเขาเจออีกฝ่ายก่อนที่จะเจาะหูก็คงแอบคิดว่ามันไม่น่าจะเข้ากับจองกุก เพราะมันดูเป็นต่างหูแบบผู้ชายแบดบอยเอามากๆ คือถ้าไม่รู้ว่ามันเป็นต่างหูแบบบาร์เบลล์ธรรมดาเขาคงนึกว่าเจ้าตัวระเบิดหูไปแล้ว เสียงฟ้าร้องทำเอายุนกิใจไม่ค่อยดีเท่าไร เพราะมันแสดงให้เห็นว่าฝนกำลังจะตกในไม่ช้านี้แล้ว เขารีบเดินไวกว่าเดิมเล็กน้อยเพราะมีเหตุผลจำเป็นและสำคัญมากๆ เลยทีเดียวที่จะเปียกฝนไม่ได้



 

“พี่เข้ามาในห้องได้ยังไงน่ะครับ?”


“อ๋อ เราเจอแจฮยอนหน้าตึกอ่ะ น้องมันเลยพาเข้าไป”


“อ่า พี่แจฮยอน” คนตัวขาวเงยหน้ามองท้องฟ้าที่กำลังดำมืดด้วยกลุ่มเมฆอย่างกังวล ได้แต่ภาวนาขอให้เดินไปถึงลานจอดรถก่อนแล้วค่อยตก


“เชี่ย! ฝนตก!” แต่ดูเหมือนว่าฟ้าจะไม่ค่อยเข้าข้างเขาเท่าไร “จองกุกรีบเดินเร็ว”


“แต่มันเพิ่งจะตกนิดเดียวเองนะครับ ไม่เปียกหรอก”


“โอ๊ยไม่ได้อ่ะน้องงง คือวันนี้เราใส่ยีนส์ตัวนี้มา มันห้ามโดนน้ำ”



 

มินยุนกิรู้สึกอยากจะร้องไห้ มือเรียวรีบดึงมือเด็กปีหนึ่งที่มัวแต่หัวเราะตัวงอให้วิ่งตามมา อีกไม่กี่เมตรเขาจะถึงทางลงลานจอดรถแล้ว เพราะฉะนั้นเขาจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด เขาเข้าใจนะว่าคนอื่นอาจจะคิดว่ามันดูโอเวอร์ อย่างโฮซอกนี่มันก็โดนด่าบ่อยเรื่องที่หวงกางเกงยีนส์มาก แต่คนไม่ได้รักยีนส์อย่างพวกเขาคงไม่เข้าใจหรอก อย่างยีนส์บางตัวนี่มันโดนน้ำไม่ได้จริงๆ ซักยังซักไม่ได้เลย แถมกางเกงยีนส์ตัวนี้ยุนกิซื้อมาเกือบหมื่น ดังนั้น มันจะพังไม่ได้!



 







“จองกุกเดินเร็วๆ หน่อย จะเปียกแล้ววว!


 

 

 

 


































มือขาวเก็บกล่องบุหรี่ใส่กระเป๋าเป้พร้อมกับหยิบแก้วกาแฟของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะติดมือมาด้วย เขาอาศัยช่วงที่ว่างๆ ออกไปสูบบุหรี่แล้วก็เข้าห้องน้ำไปล้างมือฉีดน้ำหอมดับกลิ่น เพราะวันนี้มาทำงานกับคนที่ไม่สนิท ยุนกิก็เกรงใจที่จะต้องให้คนอื่นได้กลิ่นที่ติดตัวเขา เขายกมือของตัวเองขึ้นมาดมก่อนพบว่ากลิ่นบุหรี่จางไปแล้ว ก่อนจะเลื่อนไปลูบศีรษะของจองกุกที่กำลังนั่งกอดอกหลับอยู่เบาๆ แล้วเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ ตอนนี้เขากำลังอยู่ในสตูดิโอถ่ายภาพของคณะศิลปกรรมศาสตร์ มาช่วยถ่ายงานให้เด็กปีหนึ่ง เอกแฟชั่น ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน ก็ลีฮันราเพื่อนสนิทของจองกุกนั่นแหล่ะ เจ้าตัวทำหน้าที่ฝ่ายเมคอัพและผม ส่วนเพื่อนอีกคนทำฝ่ายคอสตูม เห็นว่าเป็นงานคู่ที่ลองทำก่อนเริ่มเรียนหรือยังไงนี่แหล่ะ



 

ฮันราเดินเข้ามาหายุนกิ เธอเปิดตลับแป้งก่อนจะใช้มันปัดๆ ลงบนหน้าเขาอีกครั้ง ไม่เจอกันแค่แป๊บเดียวแต่ฮันราดูเป็นสาวขึ้นมาก ทั้งๆ ที่ใส่แค่ชุดสบายๆ อย่างเสื้อยืดกางเกงขายาว อาจจะเป็นออร่าของเด็กสาวที่กำลังขึ้นมหาวิทยาลัยล่ะมั้ง เธอยิ้มให้เขานิดหน่อยก่อนจะเดินออกไป ยุนกิแอบแปลกใจเหมือนกันที่เพื่อนผู้หญิงของจองกุกแต่ละคนดูจะพูดน้อยกันทั้งนั้น ทั้งฮันรา ทั้งเอมี่ สงสัยว่าน้องจะเข้ากันได้กับผู้ประเภทนี้ล่ะมั้ง เด็กปีหนึ่งอีกคนที่ทำเรื่องชุดเดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับขอให้ลุกขึ้นยืน ชุดวันนี้ที่เขาใส่มันค่อนข้างจะทำให้เขาอึดอัดใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่กล้าที่จะพูดออกไปเพราะยังไงก็ตกลงแล้วว่าจะมาช่วย แถมได้เห็นชุดก่อนแล้วด้วย เสื้อเป็นแจ็กเก็ตผ้าลื่นสีดำจัมป์ข้อมือและเอว ส่วนกางเกงเป็นกางเกงขาสั้นสีเดียวกัน เครื่องประดับเป็นโช้กเกอร์ที่มีห่วงกลมๆ ห้อยอยู่ แต่สิ่งที่ทำให้ยุนกิรู้สึกแปลกๆ คงเป็นถุงน่องตาข่ายที่กำลังสวมนี่ล่ะ ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยใส่อะไรที่ดูเป็นผู้หญิงจ๋าแบบนี้มาก่อน มันเลยทำให้รู้สึกเขินอายอย่างบอกไม่ถูกจนต้องออกไปสูบบุหรี่ลดความประหม่าอยู่หลายมวน



 

“เดี๋ยวจะเริ่มถ่ายแล้ว วานพี่ยุนกิช่วยปลุกจองกุกทีนะคะ” ฮันราเดินเข้ามาบอกเขา ร่างเล็กพยักหน้ารับแล้วลุกไปเก็บโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋าเป้ ก่อนจะเดินย้อนกลับมาปลุกจองกุกที่ยังคงหลับอยู่


“จองกุก ตื่นได้แล้วนะ” เขาเขย่าตัวอีกฝ่ายอยู่สองสามครั้งร่างสูงก็ลืมตาขึ้น โชคดีที่น้องไม่ใช่คนหลับลึกอยู่แล้วเลยปลุกง่ายหน่อย


“จะถ่ายแล้วเหรอครับ?”


“อื้อ”



 

จองกุกพยักหน้านิดหน่อยเป็นเชิงรับรู้ ก่อนจะลุกขึ้นนั่งให้มันดีๆ เขาผละออกให้ฮันราเข้ามาเติมเครื่องสำอางของน้องที่เริ่มหลุดไป ปกติเขาไม่เคยเห็นอีกคนหลับนอกสถานที่แบบนี้เลยสักครั้ง แต่เหมือนว่าปีหนึ่งจะกิจกรรมเยอะมากเพราะช่วงนี้เพิ่งเปิดเทอมได้ไม่นาน ไหนจะเรียน ไหนจะรับน้อง ไหนจะงานมหาลัย ไหนจะต้องปรับตัวกับสังคมใหม่อีกล่ะ จองกุกเมื่อวานก็ทำงานทั้งคืน กว่าจะนอนก็ตีสองตีสาม มันอาจจะไม่ดึกสำหรับยุนกิแต่มันก็ดึกสำหรับน้อง แถมเจ้าตัวยังเหนื่อยจากกิจกรรมที่ทำมาทั้งวันแล้วด้วย เขาล่ะสงสารจองกุกชะมัด



 

พวกเขาทั้งคู่ออกไปยืนประจำที่หน้าเซ็ต ซึ่งมีโซฟาสีดำตัวใหญ่ตั้งอยู่ เขากับร่างสูงที่ตอนนี้ตื่นเต็มตาแล้วกำลังฟังบรีฟงานจากเพื่อนของฮันรา คอนเซ็ปต์คือความรู้สึกในช่วงเที่ยงคืน ซึ่งไม่ยากมากนักเพราะส่วนใหญ่จะเป็นโพสนิ่งๆ กับโซฟามากกว่า สีหน้าก็ไม่ต้องแสดงออกอะไรมากมาย ไม่เหมือนกับงานที่เขาเคยถ่ายเมื่อปีก่อนที่ต้องทั้งเต้นทั้งกระโดด แถมยังต้องทำสีหน้าสดชื่นอยู่ตลอดสิบกว่าชั่วโมง เกือบตายแหน่ะ ทั้งเขาและจองกุกเปลี่ยนท่าโพสไปเรื่อยๆ ตามที่ตากล้องบอก ท่าโพสมันจะมีกลิ่นคู่รักหน่อยๆ แต่ไม่เน้นจุดนี้มากนัก และเขาก็เพิ่งรู้วันนี้เองว่าจองกุกเป็นมืออาชีพมาก อาจเพราะเคยผ่านงานพวกนี้มากเยอะแล้วล่ะมั้ง เพราะดูเข้าใจคอนเซ็ปต์และเข้าถึงอารมณ์ได้ไว มิน่าล่ะ เพราะแบบนี้นี่เองซอกจินถึงดึงตัวไปถ่ายงานให้ตลอด

 


 








“ขอบคุณนะคะที่มาช่วย ขอบใจนะจองกุก” ฮันรากับเพื่อนเดินเข้ามาหาพวกเขาที่กำลังเตรียมตัวจะกลับ


“อือ” จองกุกพยักหน้าพลางตอบรับในลำคอ “ไปนะ”


“อื้ม ขับรถดีๆ”



 

เขายิ้มให้ฮันราเล็กน้อยก่อนจะเดินตามจองกุกออกจากสตูดิโอ ด้วยความที่เป็นงานแรกเลยไม่ใช่งานใหญ่อะไรมากนัก มีแค่ชุดเดียวถ่ายไม่นานก็เสร็จเรียบร้อยดี มันไปใช้เวลาตอนแต่งหน้าทำผมอะไรก่อนถ่ายเสียมากกว่า ตอนนี้เป็นเวลาหนึ่งทุ่มกับอีกสี่สิบนาที ยุนกิคุยกับน้องไว้ว่าเราจะแวะซื้ออาหารเข้าไปกินที่คอนโดแทนที่จะกินที่ร้าน เพราะพวกเขาทั้งคู่ต่างก็อยากจะพักผ่อนแล้ว

 

 



















“เข้าค่ายวันไหนนะ?” ยุนกิเอ่ยถามพลางยื่นมือรับจานที่ล้างน้ำเปล่าเรียบร้อยแล้วจากจองกุกมาเช็ดด้วยผ้าให้แห้ง


“อาทิตย์หน้าครับ”


“อ้อกี่วันนะ ห้าป่ะ?”


“ใช่ครับ”


“โอ๊ยนาน” เขาแหวขึ้นมาทันทีในขณะที่คนข้างๆ หลุดหัวเราะเสียงดังเมื่อเห็นเขาโยนผ้าทิ้งไป






 

น้องไม่อยู่ห้าวันเนี่ยนะ ให้ตายเถอะ






 

“กลัวคิดถึงผมเหรอ?”


“ยังจะถาม” ร่างเล็กกลอกตาก่อนจะหันหลังยืนกอดอกพิงเคานต์เตอร์หินอ่อน มองอีกคนที่กำลังเช็ดมือกับผ้าสะอาดอีกผืน


“เดี๋ยวก็กลับมาแล้วครับ”


“ไม่ไปไม่ได้อีกสินะ” ยุนกิบ่นอุบอิบพลางย้อนนึกไปถึงตอนตัวปีหนึ่งแล้วได้ไปค่ายบังคับของมหาวิทยาลัย ตอนนั้นมันทั้งสนุกทั้งเหนื่อย แถมยังได้ความทรงจำดีๆ กับเพื่อนกลับไปอีกเยอะแยะ พอคิดได้แบบนั้นก็ “ไปเถอะ คิดซะว่าเธอได้ไปสนุกกับเพื่อน ห้าวันเอ๊ง จิ๊บๆ”


“เขาไม่ยึดโทรศัพท์นี่ครับ เดี๋ยวผมโทรหา”


“ตอนก่อนจะนอนก็ได้นะ ตอนนั้นน่าจะใช้โทรศัพท์ได้ ไม่โดนว่าด้วย”


“ครับ” ร่างสูงกอดคอเขาเดินออกจากห้องครัวแล้วนั่งลงที่โซฟา


“เอ้อ นี่เราเห็นว่าเพจคิวท์บอยเอารูปเธอไปลงด้วยอ่ะ” มือขาวหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกตัวเตี้ยขึ้นมากดเข้าแอพพลิเคชั่นอินสตาแกรม


“หืม จริงเหรอครับ?”


“อื้อ ทั้งในเฟสทั้งไอจีเลยนะ ยังไม่เห็นเหรอ เพื่อนจองกุกน่าแท็กมาบ้างนะ”


“ผมไม่ค่อยได้เข้าไปเช็กน่ะครับ”


“นี่ไง” ยุนกิยื่นมือถือให้อีกฝ่ายรับไปดู “เลือกรูปมาซะหล่อเลยนะ ว้าว เป็นคนดังแล้วสิเนี่ย”


“ไม่หรอกครับ”


“ไม่อะไรเล่า เขาแชร์กันไปถึงไหนต่อแล้วพี่จองกุกกกกก โอ๊ย” มือหนาเอื้อมมาดึงจมูกเขาอย่างมันเขี้ยว


“พี่จะอาบน้ำเลยมั้ยครับ? หรือให้ผมอาบก่อน”


“เราอาบก่อนแล้วกัน”

 

 




ยุนกิสวมชุดนอนออกมาจากห้องน้ำ เดินสวนกับจองกุกที่ถือผ้าเช็ดตัวเข้าไป เขาเปิดประตูระเบียงออกไปตากผ้าเช็ดตัวของตัวเองกับราวเหล็ก ก่อนจะพบว่าวันนี้อากาศค่อนข้างดี มีลม และไม่ร้อนอบอ้าวเท่าไรนัก ร่างเล็กเดินกลับไปหยิบกล่องบุหรี่ ไฟแช็ก สมุด และปากกา ก่อนจะออกมาทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นต่างระดับระหว่างห้องนอนกับระเบียง เขากดโทรศัพท์หาหม่าม้า แต่คุยได้ไม่กี่นาทีก็ต้องวางเพราะว่าหม่าม้าจะไปดูละครต่อ คือเขาโทรมาขัดเองนั่นแหล่ะ มือขาวหยิบมาร์ลโบโร่ไอซ์บลาสต์ที่จิ๊กมาจากโฮซอกออกจากซอง จุดไฟอย่างเคยชิน เขาคาบมันเอาไว้ก่อนจะเปิดสมุดบันทึกขนาดกลางแล้วหยิบปากกาขึ้นมาขึ้นจดบันทึกรายรับรายจ่ายคร่าวๆ ที่ใช้ไปในสัปดาห์ที่ผ่านมา ยุนกิทำมันมาตั้งแต่ตอนโดนป๊าดัดนิสัยตอนม.ปลายเลยติดเป็นนิสัยมาจนทุกวันนี้ เขาพลิกสมุดกลับหลังและเปิดไปยังหน้าที่จดเกี่ยวกับเดย์เบด ส่วนใหญ่มันจะเกี่ยวกับเงินส่วนที่ผู้จัดการโทรมาขอเบิกจากเขา ไม่ว่าจะเป็นค่าของ ค่าจ้างพนักงานที่ขอเบิกล่วงหน้า หรือรายจ่ายจิปาถะอื่นๆ เขาจดมันเอาไว้กันลืมก่อนที่จะเอาไปทำบัญชีในคอมให้เรียบร้อยอีกทีแล้วส่งให้ป๊าดูทุกสิ้นเดือน



 

เขาใช้มือซ้ายลากที่เขี่ยบุหรี่ที่วางอยู่ข้างๆ ให้เข้ามาใกล้โดยที่สายตายังไม่ละไปจากสมุด เอะใจเล็กน้อยที่มวนสีขาวมันสั้นลงไวกว่าที่ควรจะเป็น ก่อนจะต้องร้องอ๋อขึ้นมาในใจเมื่อรับรู้ได้ว่ากำลังนั่งอยู่ตรงที่ถูกลมพัดโดยตรง ยุนกิหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเข้าเครื่องคิดเลขคำนวณเปอร์เซ็นต์ในขณะที่ร่างของใครบางคนนั่งลงข้างๆ ตาเรียวเหลือบมองอีกคนเล็กน้อยก่อนจะอัดควันเข้าปอดยาวๆ แล้วขยี้ก้นบุหรี่กับที่เขี่ย จองกุกอยู่ในชุดนอนสีดำตัวที่เคยให้เขาสวม คนตัวขาวแอบเบ้ปากในใจเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายสวมใส่มันได้อย่างพอดีราวกับถูกสร้างมาเพื่อจองกุกอะไรแบบนั้น คนข้างๆ ไม่ได้พูดอะไร ทำเพียงแค่พิงตัวไปกับกำแพงแล้วเปิดหนังสือที่หยิบติดมาด้วยออกอ่านเท่านั้น ส่วนเขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้งเพื่อเข้าแอพเช็กหุ้นที่ต้องทำเป็นประจำทุกวัน พวกเขาทั้งคู่นั่งกันอยู่แบบนั้นเงียบๆ ไม่ได้มีใครพูดอะไรขึ้นมา ต่างคนต่างทำกิจกรรมของตัวเอง เพียงแต่นั่งอยู่ข้างกันเท่านั้น



 

ยุนกิชะงักมือที่กำลังหยิบกล่องบุหรี่ขึ้นมาอีกครั้ง เขาวางมันลงที่เดิม พยายามหายใจเข้าออกยาวๆ ลิ้นแลบเลียริมฝีปากที่เริ่มแห้งพลางกลืนน้ำลาย เขาตั้งใจไว้ว่าถ้ามาที่คอนโดน้องจะไม่สูบเยอะเด็ดขาด ลองอยู่บ้านเหรอ ได้นั่งสูบกับป๊ามวนต่อมวนริมสระว่ายน้ำแทบทุกวัน ตอนนี้เขาพยายามลดจำนวนลงอยู่ แต่มันดันติดไปแล้วก็แอบรู้สึกทรมานอยู่เหมือนกัน เขาหันไปมองเมื่อได้ยินเสียงจองกุกปิดหนังสือแล้ววางไว้ข้างตัว ก่อนที่อีกฝ่ายจะโน้มตัวเอื้อมมือผ่านตัวเขาเพื่อหยิบกล่องสี่เหลี่ยมสีฟ้าไปพร้อมไฟแช็ก อีกคนหยิบมันออกมามวนหนึ่งก่อนจะคาบเอาไว้แล้วจุดไฟ ยุนกิไม่ได้ถามอะไร เขาคิดว่าน้องคงอยากจะสูบ ทว่ากลับต้องพับความคิดนั้นไปเมื่อมือหนายื่นบุหรี่มวนนั้นกลับมาให้



 

“ไม่ต้องฝืนหรอกครับ”


“โธ่จองกุก แทนที่จะช่วยเราอ่ะ มาส่งเสริมงี้ใช้ได้ที่ไหน” ริมฝีปากบางขยับบ่นพึมพำแต่ก็รับแท่งสีขาวมาจากน้อง


“ค่อยๆ ทำไปก็ได้นี่ครับ”


“ถามจริงนะ ไม่อยากให้เราเลิกเหรอ? ทำไมไม่ห้ามเลย”



 

ร่างเล็กชันขาขึ้นนั่งกอดเข่า หันหน้าไปอีกฝ่ายที่มองตรงมาที่เขาอยู่ก่อนแล้ว นึกถึงคำพูดของแบคฮยอนที่เคยถามว่าทำไมจองกุกถึงไม่ห้ามเขาเรื่องบุหรี่บ้าง น้องไม่รักเขารึเปล่าถึงได้ไม่เป็นห่วง อันที่จริงเขาไม่เคยคิดอะไรอย่างนั้นเลยเพราะรู้แก่ใจดีอยู่แล้วว่าจองกุกรักเขา แต่พอได้ยินผ่านหูมามันก็อดเก็บมาคิดไม่ได้ แต่ถึงยังไงเขาก็อยากถามเหตุผลจากปากของเจ้าตัวมากกว่า เพราะยุนกิรู้สึกว่าการคิดเองเออเองมันคือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการทะเลาะของคู่รัก



 

“เป็นห่วงสิครับ เป็นห่วงมากด้วย แต่ผมเคารพการตัดสินใจของพี่ ผมคิดว่ามันเป็นสิทธิ์ของพี่ที่จะทำอะไรก็ได้ตามใจ แล้วพี่ก็โตแล้ว คงตัดสินใจมาดีแล้วที่เลือกทำแบบนี้ พี่กินเหล้าสูบบุหรี่ก่อนที่จะมีผมในชีวิตอีก ผมจะไปห้ามได้ยังไงล่ะครับ”


“แต่เราว่าจะลดแล้วล่ะ เพราะจองกุกต้องมานั่งดมควันงี้ด้วยเราไม่สบายใจอ่ะ แล้วก็กลัวไม่ได้อยู่กับเธอไปนานๆ ด้วย” อีกคนหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาลูบผมเขาเล็กน้อย


“ค่อยๆ ลดไปนะครับ ผมไม่เป็นไร”



 

ยุนกิบึนปากใส่คนข้างๆ ด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะยกมือขึ้นปิดจมูกของน้องตอนที่ยกบุหรี่ขึ้นมาสูบ เขาพยายามพ่นควันไปอีกทาง โชคดีที่ลมไมได้พัดมาทางที่อีกฝ่ายนั่งอยู่ ร่างเล็กสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจองกุกดึงมือของเขาที่ปิดอยู่ตรงจมูกของตัวเองมาจูบเบาๆ แล้วกุมเอาไว้ เจ้าตัวยกยิ้มเหมือนว่าเมื่อกี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งๆ ที่เขาทำได้แค่นั่งนิ่งๆ ปล่อยให้ใบหน้าเห่อร้อนอยู่อย่างนั้น แม้ว่าจะสัมผัสกันอยู่ตลอด แต่มันก็ไม่เคยชินได้เลยจริงๆ



 

“แผลเริ่มแห้งแล้วนี่ครับ”



 

มือหนาข้างที่ว่างจับลงบนข้อเท้าของเขาก่อนจะยกมันขึ้นมาเล็กน้อย แผลที่จองกุกว่าคงหมายถึงรอยสักที่เขาเพิ่งไปได้มาใหม่เมื่อสัปดาห์ก่อน มันเป็นรูปกล่องบุหรี่เปิดอยู่ขนาดเท่านิ้วโป้ง เขาเลือกสักตรงด้านในของข้อเท้าขวาเพราะคิดว่ามันน่าจะเข้ากับลายเล็กๆ แบบนี้ แล้วก็ปิดง่ายด้วยถ้ามีเหตุจำเป็น



 

“อื้อ เริ่มดีขึ้นละล่ะ” เขาขยี้ก้นกรองอันที่สองลงกับที่เขี่ยบุหรี่อีกครั้ง แม้ว่ามันจะเหลือตั้งเกือบครึ่งมวนก็เถอะ


“สวยดีนะครับ”


“แหม ก็เธอเป็นคนวาดเองป่ะล่ะ ชมตัวเองก็ได้อ่ะคนเรา”



 

จองกุกหัวเราะเบาๆ ก่อนจะดึงเขาให้เข้าไปนั่งพิงอกแล้วกอดเอาไว้จนรับรู้ได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายที่เป่ารดอยู่ใกล้ใบหู ใช่แล้วล่ะ รอยสักรูปกล่องบุหรี่นี่ยุนกิเป็นคนขอให้จองกุกวาดให้เองแล้วค่อยเอาไปให้ที่ร้านสักตาม เพราะเขาได้เห็นลายเส้นของน้องตอนที่อีกฝ่ายกำลังวาดรูปทำงาน แล้วมันดันเป็นเส้นมินิมอลแบบที่เขาชอบพอดี



 

“ผมรักพี่”


“ห๊ะ อารมณ์ไหนเนี้ย” ยุนกิหันไปมองหน้าคนข้างหลังตัวเองทันที จู่ๆ เกิดนึกครึ้มอกครึ้มใจอะไรถึงได้พูดออกมาล่ะนั่น


“ก็แค่อยากบอกน่ะครับ”


“โอเค้” ร่างเล็กพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ก่อนจะขยับไปกดจมูกลงบนแก้มของน้องแล้วส่งยิ้มให้ “รักเหมือนกัน”



 

จองกุกขยับมือมาเกลี่ยผมหน้าของเขาก่อนจะเลื่อนมาจับที่กรอบหน้า ยุนกิถอดแว่นขของน้องออกวางบนพื้นข้างตัวขณะที่อีกคนประทับริมฝีปากลงมา สัมผัสนุ่มนวลคุ้นชินทำให้เขาโอนอ่อนอย่างง่ายดายไปเสียทุกครั้ง มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนมาประคองที่แผ่นหลังพร้อมๆ กับดันให้แนบชิดกว่าเดิม ราวกับว่ากำลังปกป้องและจู่โจมเข้ามาในคราวเดียวกัน มือขาวลูบผ่านเส้นผมเลื่อนลงไปตามลำคอหนาโดยไม่รู้ตัวก่อนจะเปลี่ยนมายึดไว้ที่บ่ากว้างของอีกฝ่าย พวกเขาละออกจากกันแค่เพียงวิแล้วขยับเข้าหากันอีกครั้ง ไม่ว่าจะมากเท่าไหร่ก็ไม่พอนี่คือความรู้สึกที่ทั้งคู่กำลังเผชิญ จมูกโด่งกดลงที่กลุ่มผมนิ่มที่มีกลิ่นแชมพูติดอยู่ ไล่ไปตามข้างแก้มขาวลงไปยังลำคออย่างหยุดไม่ได้ ไม่สิ ต้องใช้คำว่า ไม่อยากจะหยุด เสียมากกว่า ยุนกิรับรู้ได้ทันทีว่ามันคงไม่หยุดเพียงแค่นี้แน่เพราะร่างกายของพวกเขาที่เริ่มขยับเข้าเบียดชิดกันมากกว่าเก่า เขาเม้มริมฝีปาก กดปลายนิ้วลงบนลาดไหล่กว้างอย่างพยายามอดทน แต่สุดท้ายเขาก็ไม่สามารถทำมันได้





 

“จองกุก ไปไปที่เตียงกัน”





 

เจ้าของชื่อที่ถูกเรียกยิ้มออกมาบางๆ ก่อนที่ตัวเขาจะลอยหวือแล้วถูกปล่อยลงให้แผ่นหลังสัมผัสกับเตียงนุ่มๆ ในไม่กี่วินาทีถัดจากนั้น

 

 













#สวนขวดกุกก้า

 











TALK


ตอนนี้คือพวกพี่ๆเขาจะเรียนจบกันละเนอะ พี่ยุนกิปีสี่ จงอินปีสี่ ชานยอลปีห้า เพราะพิชานเรียนอินทีเรียเลยเรียนห้าปีจบ แต่จงอินเรียนคอมดีเลยเรียนแค่สี่ปีนะคะ มันต่างกัน แต่เขาอายุเท่ากันเพราะเราเคยบอกแล้วที่พิชานเขาเรียนไว้กว่าเพื่อนปีนึง นี่เรื่องเกงยีนส์นี่เราเจอมากับตัว เพื่อนเรามันชอบซื้อเกงยีนส์แพงๆ ตัวเป็นหมื่นงี้ล่ะค่ะ แต่พวกผู้ชายเขาชอบก็ชอบจริง แบบทุ่มเงินมากเวลาซื้อที พวกยีนส์ นาฬิกา รองเท้าไรงี้ ประเด็นคือไอ้เกงตัวเป็นหมื่นมันซักไม่ได้นี่แหล่ะ คือแบบ จ้ะ แล้วแต่เพื่อนเลย555555555 เอนจอยนะค้า คอมเม้นติชมได้ค่า ยังไมได้พรูฟเน้อ ปวดหลังมากๆ /เปิดโดเนทค่าคอร์สนวดให้ไร้เต้อค่ะ55555555




















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 83 ครั้ง

3,568 ความคิดเห็น

  1. #3445 crescent_moon2 (@Crescent_Moon) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 20:15
    อห.ความแฟนนี้ ทำไมต้องละมุนขนาดนี้ด้วยยย ;^;
    #3445
    0
  2. #3320 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 17:43
    ฮืออออ ชอบบบบ
    #3320
    0
  3. #3302 Nulaw (@Nulaw) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 23:13
    ฮือ ชอบการบรรยายมากเลยค่ะT_T
    #3302
    0
  4. #2643 `Youknowwho_ (@everytingforyou) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 00:40
    จองกุกเป็นคนที่เหมาะกับการพูดว่า น้องงงงงง ละร้องไห้ใส่มากกก ฮือออ ชอบอะ ชอบการนั่งเฉยๆ ต่างคนต่างทำกิจกรรมของตัวเอง แต่ก็นั่งอยู่ด้วยกันงี้มาก โครตจะเป็นพื้นที่ส่วนตัวในโลกใบเดียวกัน งี้เหรอ 55555555555 ชอบการที่อยู่ๆน้องก็บอกรักออกมาเฉยๆงั้นมาก ไม่รู้จะอธิบายคำไหนดี แต่เออ ชอบฟีลงี้โครตๆๆ แต่เอาจริงนะ น้องแอบร้ายอะ เรารู้หรอกว่ากะนัวพี่เค้าไปเรื่อย ละให้พี่พูดออกมาก่อนอะะ เราชอบความสัมพันธ์แบบน้องกับพี่ยุนกิมากๆ ทุกครั้งที่อ่านเราจะเป็นฟีลแบบ เออ อยากมีแฟนหวะ ทั้งๆที่ปกติเฉยๆกับการมีแฟนมาก คิดว่าแบบ ถ้ามีแฟนแล้วได้ฟีลแบบนี้คงดีอะ ฮวืออ
    ส่วนพี่จงอินกับจีมินนี่จะเป็นฟีลแบบ หวงจีมินตลอดเวลา 55555555555 คือเราเข้าใจว่าพี่จงอินนี่จีบน้องมาสักพักและ แต่ตั้งแต่วันแรกที่พี่เค้าจีบน้อง จนกระทั่งวันที่พี่เค้าเป็นแฟนกับน้องแล้ว เราหวงจีมินยังไง เราก็ยังคงหวงจีมินอยู่อย่างนั้น 55555555555 ตลกที่พี่เค้าขอน้องเป็นแฟนทั้งๆที่น้องคีบบะหมี่คาปากเงี้ย ดูไม่มีพิธีรีตองดี แต่ชอบคำพูดตอนขอเป็นแฟนมากเลยอะ มันทำให้การไม่มีพิธีรองตองอะไรนั่นพิเศษขึ้นมา ท่ามกลางชามบะหมี่เลย ฮืออ น้องอยากร้องไห้ ;___;

    ปล. เราดองสวนขวดไว้นานมากกกก นั้นแหละค่ะ ยิ่งชอบก็ยิ่งดอง 55555555 อยากค่อยๆอ่าน ค่อยๆซึมซับ ค่อยๆเก็บรายละเอียดของเรื่องไปเรื่อยๆ เป็นฟีลแบบ อยากอ่านแล้วเก็บทุกอย่างที่ไรท์ใส่มาให้ครบงะ ฮวืออ เราชอบเรื่องนี้มากจริงๆนะ ;__;
    #2643
    0
  5. #2345 ZAYO_O (@ZAYO_O) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 21:27
    ตอนจบบ!!!!! กรี้ดดกหฟ่ดรดทรก่แกืรห่แราอ้ากกกกกกกกกกอ้ากกกกกกกกกกกีร่อรกริากนรแดร

    อ่านจบแล้วนี่ต้องพักหายใจ โอ้ยเหมือนเป็นบ้า ทำไมถึง โอ้นยยยยยยยยยยยยยยยยโอ้ยยนนยยยยยยยยยยย พูดไม่ออก อยากจะกรี้ดยาวๆเลยไรท์เตอร์เข้าใจเราไหมTT ปล่อยระเบิดไว้ขนาดนี้ มีความสุขไหมเห็นรีดทรมานนนฮือออออออออ

    นี่พึ่งว่างอ่าน เราชอบเก็บเรื่องนี้มาอ่านตอนว่างจริงๆเพราะภาษาสวยแบบ สวยอ่ะ อยากอ่านให้ครบทุกคำจริงๆ แต่สงสัยเก็บนานเกินไปหน่อย55555555 แรกๆเราก็นึกว่าจะโอเค ที่ไหนได้ เหมือนวิ่งชิลๆในทุ่งดอกไม้ละเหยียบกับระเบิด ใจนี่ยุ่ยกว่ากระดาษเปียกน้ำอีกTT ให้ตายเถอะ แง

    เราชอบตอนจองกุกดีดกีต้าร์ด้วยยย นึกภาพตามละออลคิลไปค่า ชุดนศ.ดีดกีต้าร์กับหุ่นนายแบบแถมยังมองละยิ้มให้อี้ก ดี๊ดีบอกเลย5555555 แทบจะยกให้เป็นเบสออฟเดอะพาร์ทแล้วแต่เจอยุงกิพาร์ทไปที่เตียงเถอะก็แพ้ไปนะ อิ

    อีกอย่างที่เราชอบของฟิคไรท์เลยคือรายละเอียดแต่ละอย่าง หลายๆอย่างที่เราเห็นในฟิคแล้วไปเสิร์ชตาม ไม่รู้ดิเราชอบจุดนี้อ่ะ55555555
    #2345
    0
  6. #2159 Louboutin (@jooooopz) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 22:39
    แหม่ นี่มันชุดนอนไม่ได้นอนป่ะคะเนี่ย 5555555555 จองกุกนี่ร้ายจริงๆน้าาา
    #2159
    0
  7. #2158 Aum (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 17:17
    กิจ๋า คนอ่านอิจแกจัง😂😂
    #2158
    0
  8. #2156 ckbear! (@aomsinnykung) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 15:20
    น้องนี่ยิ่งโตยิ่งกร๊าวใจหนักเลยค่ะ เมื่อก่อนมีแต่อยู่เฉยๆให้พี่ยุนกิรุก เดี๋ยวนี้มีรุกพี่ยุนกิกลับแล้วนะคะ ร้ายมาก ร้ายมากจริงๆ ฮื่อออออออ นี่เขินจงอินจีมินมากเลยอะ เห็นในไอจีแล้วต้องงื้อตลอดเลย พี่จงอินดูแลน้องดีๆน้าาาา โห้ยตอนแรกนึกว่าจะไม่มีสตอรี่ของจงอินจีมินแล้ว จีมินน่ารักมากมากกกกกกกกกเลยยยยยยย แงงงงงงง ชอบความที่แบบ พี่จงอินเขาดูเจ้าชู้ใช่มั้ยล่า ก็จะดูแบดๆร้ายๆหน่อยในสายตาเรานะะะ แต่พอมาเจอน้องแล้วดันประหม่าดันไปไม่เป็นอะ เออ คือมันคือความน่ารักของพี่จงอินตรงนี้เลย ฮือออออ ชอบบบ แอบขำในความกล้าเสี่ยงได้ทุกที่ทุกสถานการณ์ ขอบคุณความอดทนของพี่ที่รอจนพาน้องไปกินมาม่าแล้วขอน้องเป็นแฟนได้สำเร็จนะคะ ดีใจด้วยจริงๆ น้องจีมินน่ารักมากๆคือนี่อิจฉาพี่จงอินเลยเนี่ยแงงงงงงงงงง ดีใจที่ในที่สุดน้องจีมินก็แบบ ยิ้มได้ซักทีเนอะ พี่จงอินก็จีบน้องติดได้เป็นแฟนด้วยเนอะ หมั่นเขี้ยวคู่นี้มาเยยยฮือๆๆๆ เกลียดแจฮยอนอะ55555555555เกลียดการไม่อยากถามเลยปวดใจจจ ตอนจองกุกเล่นกีต้าร์แล้วมองไปทางพี่ยุนกินี่แบบบบบบบบบบบบบบโอ้ยยยยยยยย คิดภาพตามแล้วเขินมากกกกกกกกกกกกกก จองกุกโคตรหล่อเลยอะหล่อแบบ หล่อมากหล่อมาย หล่อจริงๆพ่อคุณ แงงงงงง พี่ยุนกิมีความไปสูบบุหรี่แก้เขินนน5555555 มีความแซวน้องเรื่องคิ้วท์บอยเบาๆนะคะ อาาา เราชอบตอนที่ต่างคนต่างทำเรื่องของตัวเองแต่นั่งข้างๆกันจังเลยค่ะ มันดูมีสเปซแต่ก็แบบ ยังอยู่ข้างๆกันอะไรแบบนี้ ตอนน้องจุดบุหรี่ให้พี่ยุนกินี่ก็เห้อ หล่ออีกแล้วอะ ชมจนปากเปื่อยก็หยุดชมจองกุกสวนขวดว่าหล่อไม่ได้เลยจริงๆนะคะ จองกุกนี่ดูเข้าใจพี่ยุนกิทุกอย่างเลย ดีเนอะ แง พี่ยุนกิก็น่ารักมีปิดจมูกให้ เลยโดนน้องจูบมือเลย ฮืออออออออ พอจองกุกเปลี่ยนมารุกพี่ยุนกิรัวๆแบบนี้เราก็ทำใจลำบากนะคะ เหนื่อยอะ เหนื่อยจะต้องมาเขินกับความหล่อความดีงามของจองกุกมากๆ รอบนี้มาแบบนิ่มๆแล้วก็ไปแบบนิ่มๆนะคะ เขินมากกกกกก ขนาดจองกุกจะกอดพี่ยุนกิยังจะมายิ้มบางๆทิ้งให้เราใจสั่นอีกนะคะ เหนื่อยกับจองกุกสวนขวดมากจริงๆ เห้อ5555555555555 ไรท์เตอร์สู้ๆนะคะะะะะ
    #2156
    0
  9. #2155 Monstarx093 (@Monstarx093) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 08:08
    นั่งยิ้มคนเดียวจนจะเป็นบ้าแล้วจ้าาา จะมีต่อจากนั้นมั้ยคะ5555อารมณ์เหมือนตัดไปที่โคมไฟ
    #2155
    0
  10. #2153 turtle93 (@turtle93) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 17:04
    ต๊ายตายยย
    #2153
    1
    • #2153-1 Pcpxsugx (@Dream_pcp) (จากตอนที่ 24)
      31 กรกฎาคม 2560 / 14:38
      เป็นฟิคที่อบอุ่นใจ ไรท์ดองนานเท่าไกร่ก็จะรอนะคะ55555555
      #2153-1
  11. #2152 Flint (@v-v-vee) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 15:04
    /วิ่งย่องตามไปดู
    #2152
    0
  12. #2151 vii (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 10:34
    โอ้ยยยย หวานหยาดเยิ้มแต่ทำไมจบแต่ที่เตียงเเล้วตัดไปเลยอะ แงงงงงงงงง
    #2151
    0
  13. #2147 Myg-atty (@Myg-atty) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 01:28
    โอ้ยยย อะไรกันคะ มีไปที่ตงที่เตียงแล้วก็จบมันควรมีหลังจากนี้ด้วยสิ555555555 รอเรื่องนี้อัพทุกวัน ชอบมากๆ สู้ๆนะคะไรท์จะรอติดตามตอนต่อไปปปป
    #2147
    0
  14. #2146 Jony-Jeon (@Jony-Jeon) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 21:16
    โอ้ยยยยเขินกุก
    #2146
    0
  15. #2145 pinoci0 (@pinoci0) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 11:16
    เจ้ากิ กลับมาาาาา
    #2145
    0
  16. #2144 Jung Tien-In (@tienin) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 09:21
    งานถ่ายนั้นดีงาม ละแบบจองกุกกกกกก อะไรอยู่ดีดีบอกรักกันคะ เขินนนน
    #2144
    0
  17. #2143 Yes! SUGA (@kawpoonn) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 09:07
    ปะ..ไปที่เตียงแล้วยังไงต่อคะพี่ยุนกิ กลับมาก่อนนนนน 55555 ชอบเวลาที่ทั้งคู่นั่งทำนู่นนี่ของตัวเองไปข้างๆ กัน มันดีจังเลยค่ะ มีพื้นที่ให้กันอ่ะ ,, อยู่ๆ จองกุกก็เป็นอะไรขึ้นมาน้า บอกรักพี่เขาเฉยเลย หรือว่าาาา เป็นกับดักกกก พาพี่ไปที่เตียงแน่ๆ 555555

    สู้ๆ นะคะ แล้วเจอกันตอนหน้าน้า :)
    #2143
    0
  18. #2141 pufflyfluffy (@gbabyza) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 02:43
    โอ้ยเขินนนนนน อยู่ๆดีๆมาบอกรักกันงี้เลย ฮือออ คิดถึงเรื่องนี้มากๆ รอทุกวันเลยนะคะ
    #2141
    0
  19. #2140 secretgne98 (@secretgne98) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 02:27
    คิดถึงเหลือเกินนน นั่งส่องไอจีอยู่ตลอดเลยเนี่ยยยย นี่อ่านที่ต่อแล้วแบบ ขอแหนแบบกุกในกุกก้าสวนขวดหนึ่งอัตราค่ะ โคตรไทป์เลย ชอบคนแบบนี้ ไว้ใจไม่งี่เง่า ให้เกียรติการตัดสินใจ ถ้าเราเป็นยุนกินะจะยิ่งยากเลิกบุหรี่เลยพอเจอน้องตอบแบบนี้อะ งือออ มาต่อไวๆนะไรท์ คิดถึงมากๆๆๆๆๆ
    #2140
    0
  20. #2139 oHeartlesSo IceIris (@ohonesto28) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 00:25
    ไปค่ะ ไปกัน ลิ้งค์คัทอยู่ตอนหน้าปะคะ /ยิ้ม
    เนี่ยฉากเข้าพระ-นาง นัวเนียของกุกกับกิทีไรนะเป็นต้องเขินหนักมาก หงิกไปหมดแล้ว ฮ่อลล
    #2139
    0
  21. #2138 Thenameilove (@thenameilove) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 22:47
    โง้ยยย กำลังคิดถึงสวนขวดเลยยยยย ว่าจะไปงอแงในแท็กแต่ไม่ทันได้ทวิตไรท์ก็มาลงพอดีเหมือนรู้ใจเลยค่ะ55555 ฮือ คิดถึงน้องจองกุกพี่ยุนกิมาก ยุนกิทำบุญด้วยอะไรถึงได้แฟนเด็กน่ารักงี้คะ ยิ่งโตยิ่งแซ่บด้วยเนี่ยย น้องจะไปทำบ้าง55555 ชอบอะ ชอบความละมุนแบบมึนๆของคนพี่ รอยสักนี่เกี่ยวกับน้องมาสองอันละ ไหนจะลดบุหรี่อีก นี่มันความน่ารักแบบยุนกิๆชัดๆ หุหุ จบแบบนี้มารับผิดชอบเลยน้า ไหนคะลิ้งค์5555 ทำแบบนี้กับคนอ่านได้ยังไง ไรท์ใจร้ายยอะ55555 รอติดตามน้องกุกคนฮอต กะพี่ยุนกิคนติดน้องต่อไปนะคะ อิอิ คิดถึงน้องแน่เลยไปค่ายหลายวันเนี่ยยย สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ไรท์เสมอนะคะ สู้วววว ฮึบๆ ปล นี่อินจนไปทำสวนขวด(แบบเปิด)มาด้วย รดน้ำไปก็นึกถึง สวนขวดกุกก้าไปทุกวันเลยค่ะ5555
    #2138
    0
  22. #2137 amonrat32 (@amonrat32) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 22:43
    จองกุก ไปที่เตียงกัน อะไร๊!!!!!งื้อออออออ ฟกดเาวงงโง้ยยยยย เราว่าเรากำลังฟินตายยยย งื้อออออ คือมันดีย์เหลือเกิ้นนนนนน แง่มมมมมมมม

    งื้ออออ คุณยุนกินี่ติดบุหรี่มากอ้ะะะะ คือเราว่ามันติดเกินไปจริงๆนั่นแหละะะ อยากให้ยัยกิเพลาๆบ้างงงง แต่ก้น้ะ จองกุกยังไม่ห้ามเลยอ้ะะ แบบ จองกุกกับยัยนี่รักกันปานจะกลืนกินนน โอ้ยยย พูดแล้วก้เขิลอี้กกกก แง้ ฉากสุดท้ายนั้นนนนนนน

    ขอบคุณค่ะ^^
    #2137
    0
  23. #2136 Janeminzz (@Janeminzz) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 22:32
    จองกุกแบบ กาื ัดรกมหาก้หิสแยเจ่ไีไรยอยไาห้อัไยวๆพรพออสเ โอ้ยยยยยยยยย #จองกุกสวนขวดไม่ควรมีคนเดียวบนโลก พยกก็แบบ ดีเหลือเกินอ่ะ อยากได้ ทำไมฟิคเรื่องนี้ทำเราหลงรักคาแรกเตอร์ขนาดนี้อ่ะ แงงงงงงงงงง
    #2136
    1
    • #2136-1 Thenameilove (@thenameilove) (จากตอนที่ 24)
      19 มิถุนายน 2560 / 22:48
      จริงค่ะ ปกติไม่ได้อินคาแรกเตอร์พูดน้อยๆขนาดนั้น นี่อะโห น้องกุกสวนขวดหาได้ที่ไหนอีกคะ น้องจะไปตำ ฮือ
      #2136-1
  24. #2135 ladycoffeelatte (@ladycoffeelatte) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 21:24
    กรี๊ดดดดด จบแบบ ขนลุกซุ่ ดีใจมากค่ะที่เห็นว่า #สวนขวดกุกก้า อัพเดท ดีใจมากมากมากมากที่สุดในโลก ฟิคอันดับ 1 ในดวงใจเลย !! สนุกมาก ลุ้นมาก จบแบบลุ้นมากกกก เห็นตามเป็นฉากๆ อยากอ่านตอนต่อไปแล้ว >_<
    #2135
    0
  25. #2134 SVTJH (@SVTJH) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 21:07
    คือเเบบมีความเเบบเเบบพูดไม่ถูกอะอ้ายยยพิมถูกพิมผิดเลยยยย5555
    #2134
    0