BTS | CLOSED TERRARIUM (KOOKGA)

ตอนที่ 26 : PROCESS 23

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,066
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    21 ธ.ค. 60













PROCESS 23

 






























“มึงไปไหนต่อ?” จองโฮซอกก้มดูนาฬิกาข้อมือพร้อมถามขึ้นในขณะที่พวกเขาสามคนกำลังเดินลงจากตึกคณะ


“กูคงกลับเลยว่ะ เหนื่อยมาก จะตายละ”


“กูด้วย เออยุนกิ มึงมีไรให้พวกกูช่วยก็บอกอ่ะ อย่าเอาไปเครียดคนเดียว” คิมนัมจุนเงยหน้าจากการกดโทรศัพท์มือถือก่อนจะยื่นมือขอแล็ปท็อปของตัวเองที่ฝากเขาถือเมื่อกี้


“ได้คร้าบเพื่อน จะบอกทุกอย่างเลย แบบที่มึงทำแทนได้เลยอ่ะไม่ต้องห่วงๆ”


“สัด” ร่างสูงหัวเราะเบาๆ พร้อมกับยกมือผลักหัวยุนกิอย่างเคยชิน นัมจุนกับโฮซอกชอบทำแบบนี้ในเวลาที่โดนเขาตอบกลับแบบกวนประสาท ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน “ไปละ ต้องไปรับจิน เจอกันพรุ่งนี้”


“เออๆ”

 


 

ร่างเล็กแยกกับเพื่อนทั้งสองคนที่ลานจอดรถใต้ดินเพราะว่ารถจอดคนละโซนกัน วันนี้เป็นวันที่เขาไม่ได้กลับบ้านและนอนที่คอนโดจองกุก ซึ่งเป็นอะไรที่ดีมากๆ เพราะว่ายุนกิเพิ่งโดนอาจารย์คอมเมนต์ธีสิสมาซะยับเยิน เขาไม่มีแรงแม้แต่จะโทรชวนน้องออกมากินข้าวข้างนอกด้วยซ้ำ ความต้องการในตอนนี้คืออยากจะกลับไปกอดน้องแล้วสั่งอะไรง่ายๆ มากินกันที่ห้อง ดูจากเวลาแล้วตอนนี้อีกคนคงทำการบ้านอยู่ห้องนั่นแหล่ะ เห็นเจ้าตัวทักแชทมาบอกว่าเลิกเรียนแล้วตั้งแต่บ่ายสาม ซึ่งก็คือสองชั่วโมงก่อน ส่วนตัวเขาต้องอยู่คุยกับอาจารย์ (ที่ไม่รู้ว่าจะยาวนานไปถึงเมื่อไร) แล้วแถมวันนี้น้องไม่มีซ้อมบอลคณะด้วย เขาก็ตัดสินใจเลยบอกให้น้องกลับห้องไปพักก่อนเลย ไม่ต้องมานั่งเฉยๆ เสียเวลารอเขา





 















มือขาวแตะคีย์การ์ดอีกใบที่จองกุกให้มาที่ประตูหน้าคอนโดหลังจากจอดรถในที่จอดอัตโนมัติเรียบร้อยแล้ว ในหัวคิดวุ่นวายเรื่องธีสิสไม่หยุด แต่พอเห็นเลขชั้นลิฟต์ที่ใกล้จะถึงชั้นที่ต้องการแล้วก็ได้แต่พยายามฝืนยิ้ม ถึงเขาจะเหนื่อยแต่ก็ไม่อยากหน้านิ่วคิ้วขมวดกลับมาเจอน้องหรอก ตอนนี้ถ้าจองกุกไม่ทำงานอยู่ในห้องก็คงขึ้นไปฟิตเนสที่ชั้นบนของคอนโด เห็นน้องเลิกยกเลิกเมมเบอร์ฟิตเนสที่เคยไปประจำแล้ว เพราะที่คอนโดก็มีแถมยังไม่เสียค่าบริการต่างหาก ก็แน่ล่ะนะ ขายห้องราคาแพงหูฉี่ขนาดนี้ถ้าจะคิดค่าบริการก็เกินไปแล้วล่ะ ยุนกิกดรหัสเข้าห้องก่อนจะต้องชะงักเท้าเมื่อเปิดประตูมาพบกับสายตาหลายคู่ที่หันมามองเขาโดยพร้อมเพรียง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีเจ้าของห้องอยู่ด้วยนี่แหล่ะ เขาพยักหน้ายิ้มๆ รับไหว้จากเด็กปีหนึ่งเพื่อนๆ ของจองกุกพร้อมกับถอดรองเท้าไว้บนชั้นวางรองเท้า ขณะร่างสูงที่ยังอยู่ในชุดนักศึกษาลุกมาหาเขา



 

“คุยธีสิสเป็นไงบ้างครับ?”


“ยับเลยอ่ะน้อง” ร่างเล็กเผลอเบ้ปาก แต่ก็ส่งยิ้มให้คนตรงหน้าในที่สุด ความรู้สึกอยากอ้อนลดหายไปเมื่อพบว่ามีใครหลายคนอยู่ด้วยกันตรงนี้


“พี่ดูเหนื่อยๆ นะครับ” มือหนาเลื่อนมาจับแก้มเขา มันให้ความรู้สึกที่ดีจนยุนกิอยากงอแงออกมาเดี๋ยวนั้น แต่เขาก็ทำได้แค่อดทนเก็บมันเอาไว้ข้างใน ถึงยังไงก็ต้องรออยู่กันสองคนก่อน เพราะตอนนี้คงไม่เหมาะเท่าไรนักหรอก


“โห ดูออกด้วยเหรอ” เขาค่อยๆ ดึงมือจองกุกออก “งั้นเราอยู่ในห้องนะ เธอมีอะไรก็เรียกละกัน”


“ครับ” เมื่ออีกฝ่ายพยักหน้ารับยุนกิจึงเดินเลี่ยงไปทางห้องนอน แต่ก็ต้องหันมากลับมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงของยูคยอมที่ตะโกนมา


“ขอโทษทีนะคร้าบ พวกผมมารบกวนกันเยอะแยะเลย”


“เฮ้ยไม่เป็นไร ตามสบายเลยนะน้องๆ” เขาฉีกยิ้มกว้างให้เพื่อนสนิทของจองกุก ก่อนจะพยักหน้าให้เอมี่ที่กำลังมองมาเล็กน้อยแล้วเปิดประตูเข้าห้องนอนไป

 




ร่างเล็กทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างหมดแรง เขานอนนิ่งอยู่แบบนั้นหลายนาที หัวสมองมีอะไรวิ่งวุ่นอยู่เต็มไปหมด แต่เขาก็พยายามที่จะไม่ได้คิดอะไรนอกจากงานที่จะต้องแก้เท่านั้น ยุนกิแปลกใจที่จองกุกไม่ได้บอกเขาก่อนว่าเพื่อนจะมาที่ห้อง อันที่จริงเขาก็เข้าใจดีว่าน้องเพิ่งเข้าปีหนึ่ง ยังต้องปรับตัวกับสังคมใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆ สมัยเขาเข้ามหาลัยแรกๆ ติดเพื่อนยิ่งกว่านี้เสียอีก สำหรับเรื่องนี้คงเป็นเขาเองที่ยังไม่ชินกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปของจองกุก ยุนกิถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสบายๆ เพราะจะให้ออกไปอาบน้ำตอนนี้ก็คงไม่เหมาะเท่าไร เขาหยิบซองบุหรี่แล้วเปิดประตูระเบียงออกไป ใช้เวลาอยู่กับแท่งสีขาวนั่นสักพัก ไม่กี่นาทีก็กลับเข้ามาก่อนจะเดินไปหยิบแล็ปท็อปของตัวเองออกมาวางบนโต๊ะเขียนหนังสือของน้อง แล้วหยิบสมุดจดของตัวเองขึ้นมาดูคอมเมนต์ของอาจารย์ว่ามีอะไรที่ต้องแก้และหาเพิ่มบ้าง



 
















ในที่สุดยุนกิก็หยุดการกระทำทุกอย่างหลังจากที่เขาพิมพ์ๆ ลบๆ อยู่หลายครั้ง ตาเรียวเหลือบมองนาฬิกาก็พบว่าเพิ่งผ่านไปแค่ชั่วโมงเดียว เสียงหัวเราะจากด้านนอกที่ดังเข้ามาเป็นระยะเป็นสิ่งที่ยุนกิไม่คุ้นชินสักเท่าไรนัก ในที่สุดมือขาวก็เลื่อนไปพับหน้าจอลงแล้วเดินกลับมานอนกลิ้งบนเตียงอีกครั้ง พอไม่สมาธิทำงานก็เลยไม่อยากจะฝืนทำต่อ เขาเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือมาปลดล็อก ไถหน้าจอเล่นนั่นเล่นนี่ไปเรื่อยเปื่อย ก่อนจะตัดสินใจกดออกจากอินสตาแกรมแล้วกดเบอร์ที่จำได้ขึ้นใจพร้อมกดโทรออกอย่างไม่ลังเล รอแค่ไม่นานปลายสายก็รับ




 

((ว่าไงลูก))


“หม่าม๊า


((เสียงอ้อนเชียว เป็นอะไรหืม))


“เหนื่อยอ่ะม๊า จารย์คอมเมนต์ธีสิสเละเลย ต้องแก้ใหม่เยอะมากๆ”


((เหนื่อยก็พักนะลูก ฝืนทำไปก็เท่านั้น แล้วน้องล่ะ? อยู่ด้วยกันมั้ย ชวนน้องไปเดินเล่น หาอะไรอร่อยๆ กินกันสิลูก))


“น้องอยู่ครับ แต่วันนี้เพื่อนน้องมาที่ห้องอ่ะ ผมไม่อยากกวนเด็กๆ เลยปล่อยเขาคุยกันไป”


((เหงาล่ะสิ ไม่งั้นไม่โทรหาม๊าหรอกเนี่ย))


“โหม๊าอ่ะ เปล่าซะหน่อย ปกติก็โทรเหอะ แล้วม๊ากินข้าวยัง?”


((เรียบร้อยแล้วล่ะจ้ะ วันนี้ป๊าเขาไปประชุมที่โรงแรมเลยเหมาอาหารจากภัตตาคารที่นั่นมาเยอะแยะเลย เสียดายยุนกิไม่ได้มากินด้วยกัน))


“ไว้วันศุกร์เจอกันนะครับ อยากกอดม๊าจะแย่”


((จ้า อย่าลืมกินข้าวด้วยนะลูก พักผ่อนเยอะๆ ล่ะ อย่าหักโหม))


“คร้าบ จะพยายามนะ”


((งั้นม๊าวางก่อนนะลูก จะพาเจ้าทองหล่อไปเดินเล่นกับพี่จูเขา ออกกำลังซะหน่อย))


“โอเคครับ คิดถึงม๊าน้า”


((เหมือนกันลูก แค่นี้นะจ๊ะ))



 

ยุนกิกดวางสายก่อนจะถอนหายใจเบาๆ เขาไม่รู้ว่าการที่โทรหาหม่าม๊าแบบนี้มันทำให้เขารู้สึกดีขึ้นจริงๆ หรือเปล่า เพราะยิ่งได้ฟังเสียงก็ยิ่งอยากกลับบ้านไปงอแงใส่ พองอแงเสร็จแล้วม๊าก็จะพาออกไปกินอะไรอร่อยๆ ไม่ใช่เพราะอยากเอาใจอย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นเพราะว่าม๊าน่ะทำอาหารไม่เป็นด้วยต่างหาก เขาเผลออมยิ้มออกมาเมื่อคิดถึงเรื่องราวที่บ้าน ก่อนจะเด้งตัวขึ้นจากเตียงเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ก็ใกล้จะทุ่มแล้ว และพวกน้องๆ คงยังไม่ได้กินอะไรกัน เขาค่อยๆ เปิดประตูแล้วชะโงกหน้าออกไป ซึ่งเด็กปีหนึ่งก็ค่อยๆ หันมามองทีละคนสองคน ส่วนจองกุกก็ทำท่าว่าจะลุกมาหา ซึ่งยุนกิก็ส่งยิ้มกว้างกลับไปให้พร้อมเอ่ยถาม








 

“น้องๆ หิวกันมั้ย? กินพิซซ่ากัน!

 

 










































“เอ้า ใครครับเนี่ย หน้าคุ้นๆ”

 



มินยุนกิเงยหน้าจากแล็ปท็อปเมื่อได้ยินเสียงของใครบางคนลอดหูฟังเข้ามา พอเงยหน้ามองก็พบว่าไม่ใช่ใครที่ไหนนอกเสียจากคิมจงอินที่กำลังเดินมานั่งลงตรงที่ว่างข้างๆ และปาร์คชานยอลที่นั่งลงฝั่งตรงข้าม วันนี้เขาเลิกเร็วกว่าจองกุกเลยมานั่งทำงานรอน้องที่โต๊ะใต้คณะสถาปัตยฯ เพราะว่าวันนี้เขากับอีกฝ่ายคุยกันว่าจะไปกินราเมงที่ร้านแถวๆ พร้อมพงษ์ ซึ่งเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีคราฟต์เบียร์ดีมากๆ ซ่อนอยู่ แน่นอนว่าคอเบียร์อย่างยุนกิย่อมไม่พลาดที่จะไปลอง



 

“อะไรของมึงจงอิน”


“เจอบ่อยจังเลยนะเดี๋ยวนี้ ซิ่วจากสังคมมาเรียนถาปัตย์แล้วเหรอครับ” จงอินพูดติดหัวเราะ ซึ่งอีกคนตรงข้ามก็ได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ ให้กับความไร้สาระของเพื่อนสนิท


“กูมารอแฟน จบป่ะ? พูดมากจัง”


“โอ้โห เต็มปากเต็มคำวุ้ย พี่ชานยอลว่าไงครับๆ”


“เสือกครับ” ชานยอลยกนิ้วกลางให้คนข้างๆ เขาที่ยังคงหัวเราะร่าและไม่ได้ดูรู้สึกรู้สาอะไรสักนิด


“อ่ะ ปากดี พออยู่กับน้องจีมินทำหงอเลยนะมึง”


“โห ก็นั่นแฟนป่ะว้า เออ แล้ววันนี้จองกุกมันไม่ซ้อมบอลเหรอ? มึงถึงมารอเนี่ย”


“ไม่อ่ะ ถามละ”



 

ซ้อมบอลที่จงอินมันว่าก็คืองานบอลของมหาวิทยาลัยที่จะจัดการแข่งขันในช่วงนี้ของทุกปี ส่วนใหญ่ก็เป็นนักศึกษาปีหนึ่งที่ลงเล่น แต่ชั้นปีอื่นๆ ก็มาคัดตัวได้ด้วยเหมือนกัน แล้วเมื่ออาทิตย์ก่อนจองกุกก็มาบอกว่าตัวเองไปคัดมาแล้วติดเลยต้องซ้อมแทบทุกเย็น เห็นว่าจะแข่งสัปดาห์หน้าแล้วด้วย ซึ่งเขาเองก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะกำลังยุ่งๆ กับธีสิสเหมือนกัน



 

“ดีว่ะ นี่จีมินซ้อมทุกวัน ซ้อมหนักจนไม่มีเวลาจะเจอกู โคตรเซ็ง ถ้าวิดวะไม่ชนะนะกูจะไปหัวเราะดังๆ หน้าตึกแม่ง”


“ปากดีตลอด ระวังเขาพาพวกมารุม จีมินก็ช่วยอะไรมึงไม่ได้นะพูดเลย”


“โธ่ ชิลล์เว้ย ไม่ต้องห่วงกูหรอกครับ ห่วงนู่นเหอะ แฟนเด็กมึงมาละ”



 

ตาเรียวมองตามที่คิมจงอินพยักพเยิด ก่อนจะพบร่างสูงกำลังเดินออกจากลิฟต์มาพร้อมกลุ่มเพื่อนของตัวเอง อดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวกำลังหัวเราะให้กับคำพูดอะไรสักอย่างของเพื่อนคนหนึ่งที่เขาจำได้ว่าคนนี้คือคนที่ถูกคัดเป็นเดือนแทนจองกุก แต่สิ่งที่ผิดปกติไปนั่นก็คือบนใบหน้าคมคายไม่มีแว่นสวมไว้อย่างที่ควรจะเป็น เขาจำได้ว่าเมื่อเช้าน้องใส่แว่นมาเรียนเพราะคอนแทคเลนส์หมด แต่แล้วก็ต้องอ๋อในใจเมื่อเห็นร่างเล็กของเอมี่ที่โดนยูคยอมบังอยู่ในทีแรกกำลังเดินตามมา เธอสวมแว่นของจองกุกอยู่ มือจับชายเสื้อของร่างสูงไว้เพราะเหมือนว่าจะมองทางไม่ชัด ก็แน่ล่ะ ค่าสายตาของอีกคนไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยนี่นา ยุนกิเผลอหลุดหัวเราะอย่างเอ็นดูเมื่อเห็นว่าเอมี่เดินสะดุดทาง ซึ่งในที่สุดเธอก็ต้องยอมคืนแว่นให้กับน้องจนได้




“น้องเอมี่น่ารักว่ะ วันก่อนกูเอาไอจีไอ้ชานไปฟอลดูรูปน้องเขา งานดีสัดๆ”


“ไอ้จงอิน เดี๋ยวกูจะฟ้องน้องจีมิน”


“เชี่ยใจเย็นนนน” จงอินรีบเอื้อมมือมาห้ามมือเขาที่กำลังแกล้งเลื่อนหาเบอร์ของเด็กวิดวะปีหนึ่งเพื่อนสนิทแฟนตัวเอง “กูแค่ชมเองป่ะวะยุนกิ น้องจีมินของกูน่ารักสุดแล้วโว้ย”


“อย่าให้กูรู้นะว่ามึงนอกใจน้องกู ไม่งั้นกูเอาตายเลยน้า”


“โอ้ย ไม่มีวันครับ ทุกวันนี้กลัวน้องเบื่อกูจะแย่”


“หงอสัด” ชานยอลพูดติดหัวเราะ ก่อนจะลุกขึ้นยืนตามคิมจงอินที่ยังบ่นกระปอดกระแปดอยู่คนเดียว


“กูไปละ จะไปรอจีมินซ้อมบอล ยุนกิมึงอย่าลืมนะ มิวส์ศุกร์นี้ สามทุ่ม พวกพี่ๆ น้องๆ มากันหมดเลยนะเว้ย”


“โหใครจะลืม ไว้เจอกันมึงๆ”



 

เขาโบกมือกลับไปเล็กน้อยก่อนจะเก็บของบนโต๊ะให้เรียบร้อย ลุกเอาแก้วกาแฟไปทิ้งที่ถังขยะใกล้ๆ แล้วเดินไปหาจองกุกที่กำลังยังยืนอยู่กับกลุ่มเพื่อน อีกคนที่เห็นเขาอยู่ก่อนแล้วก็ยื่นมือมาวางบนศีรษะของเขาทันที ยุนกิพยักหน้ารับไหว้จากเพื่อนๆ ของจองกุกในขณะที่มือใหญ่เอื้อมมาจับมือเขาเอาไว้อย่างเคยชิน มือขาวกระชับมือกลับไปอย่างไม่รู้ตัว ยุนกิคิดว่ามันคล้ายๆ กับการยืนยันว่าพวกเขาทั้งคู่ยังอยู่ตรงนี้ด้วยกันล่ะมั้ง



 

“กูไปละ” จองกุกเอ่ยก่อนจะหันหลังพาเขาเดินไปอีกทาง แต่ยังไม่ทันจะก้าวเท้า เสียงของเอมี่ก็เรียกพวกเขาไว้เสียก่อน


“จองกุก! เดี๋ยวคืนให้พรุ่งนี้นะ” มือเล็กโบกปากกาลามี่ไปมา ซึ่งเขาจำได้ทันทีว่าด้ามนี้ตัวเองเป็นคนซื้อให้จองกุกเป็นของขวัญ ร่างสูงพยักหน้ารับก่อนจะหันหลังอีกครั้ง












 

 

มินยุนกิเคาะนิ้วบนพวงมาลัยเป็นจังหวะ ในหัวของเขาตอนนี้มีความคิดวนอยู่เต็มไปหมด ทั้งเรื่องที่เป็นเหตุเป็นผลหรือเรื่องความรู้สึกที่ตัวเองยังไม่ค่อยเข้าใจ เขาปล่อยใจให้ลอยไปกับเพลงที่จองกุกเป็นคนเปิด มันเป็นเพลงช้าเพลงหนึ่งของ My Life as Ali Thomas ที่เขาจำชื่อไม่ได้ ถนนเส้นสุขุมวิทในเวลาหัวค่ำแบบนี้ยังคงเส้นคงวาในเรื่องรถติด ยุนกิไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองติดไฟแดงนี่มานานเท่าไรแล้ว หรือว่าไฟเขียวมันผ่านหน้าเขาไปกี่รอบแล้วเช่นกัน หูของเขาได้ยินเสียงคนข้างๆ กดล็อกโทรศัพท์ ก่อนที่เจ้าตัวจะดึงมือของซ้ายของเขาที่วางอยู่บนตักไปจับเอาไว้



 

“คิดอะไรอยู่ครับ?” ร่างเล็กเห็นไปมองหน้าคนเด็กกว่า ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาบางๆ เมื่ออีกฝ่ายใช้มือข้างที่ว่างมาจิ้มตรงกลางระหว่างคิ้วของเขา “ขมวดคิ้วตลอดเวลาเลยนะ”


“ไม่รู้สิ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องคิดอะไร มันเยอะไปหมด”


“ตอนนี้พี่อยู่กับผม คิดถึงแต่ผมก็พอแล้ว”


“หืม” ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้นยุนกิก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว ปกติจองกุกไม่พูดอะไรแบบนี้นักหรอก


“จริงๆ” จองกุกพูดยิ้มๆ ปลายนิ้วยาวๆ ไล้ไปมาบนหลังมือของเขาอย่างเคยชิน


“ก็ไม่ได้ไม่เชื่อซะหน่อยเอ้อ ศุกร์นี้เรากลับบ้านนะ คิดถึงม๊าอ่ะ คิดถึงทองหล่อด้วย เธอก็กลับใช่มั้ย?”


“ครับ” อีกคนพยักหน้า สายตายังไม่ละไปจากเขา “อดกอดพี่ตั้งสามวัน”


“เห้ย! พูดไรเนี้ย


“นอนกอดไง พี่ยุนกินั่นแหล่ะ คิดอะไร”






 


เขาเกลียดจองกุกโหมดนี้จัง ให้ตายเถอะ!







 

“ไม่ได้คิดอะไรเลย!


“จริงเหรอออ” แล้วใครสั่งใครสอนให้ลากเสียงล้อเลียนเขาแบบนี้กัน เดี๋ยวเถอะนะจองกุก!


“เออ!” ร่างสูงหัวเราะเบาๆ มือหนาเอื้อมมาขยี้ผมเขาแรงๆ หนึ่งที ก่อนจะถอนหายใจยิ้มๆ แล้วรีบหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง


“เป็นไรถอนหายใจ?”


“เปล่าครับ” เจ้าตัวตอบทั้งๆ ที่ยังมองไปทางอื่นอยู่แบบนั้น ยุนกิกระชับมือที่ยังจับกันอยู่ก่อนจะพยายามโน้มตัวจากที่นั่งคนขับไปมองหน้าจองกุก


“น้องเป็นอารายยย หันหน้าหนีพี่ยุนกิทำไม” เขาชะงักคำพูดเมื่ออีกคนหันกลับมาทันที ยุนกิเผลอหยุดหายใจเมื่อรู้สึกว่าตัวเองอยู่ใกล้กับอีกฝ่ายมากเกินความจำเป็น


“ก็พี่น่ารัก” จองกุกยกยิ้มมุมปาก ยิ้มแบบที่ยุนกิรับรู้ได้เลยว่าตัวจะต้องแพ้




 

ตาเรียวปิดลงพร้อมกับมือขาวที่บีบมืออีกคนแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัวขณะที่ริมฝีปากของเด็กปีหนึ่งทาบทับลงมา มือหนาเลื่อนมาประคองที่ข้างแก้มของเขา ยุนกิรู้สึกถึงแรงฟันที่กดลงมาในบางทีสลับกับการย้ำริมฝีปากหลายๆ ครั้ง จองกุกชอบทำแบบนี้ถ้ากำลังรู้สึกมันเขี้ยวอะไรเขาสักอย่างซึ่งไม่เคยรู้เหตุผลเสียที เพราะอีกฝ่ายรู้อยู่แล้วว่าเขาในตอนนี้หรือหลังจากนี้ก็ไม่มีสติจะคิดหาคำตอบหรอก คนตรงหน้าค่อยๆ ผละออก ยุนกิปล่อยมือจากเสื้อนักศึกษาของน้อง ไม่รู้ตัวว่าตัวเองกลับมานั่งหลังพิงเบาะตั้งแต่ตอนไหน เขาลืมด้วยซ้ำเถอะว่าตอนนี้ตัวเองกำลังอยู่บนรถ จองกุกใช้นิ้วดันแว่นของตัวเองให้เขาที่ก่อนจะยกหลังมือขึ้นเช็ดคราบน้ำลายบนริมฝีปากให้เขาเบาๆ




 

“ไฟเขียวแล้วครับ”





ตาเรียวรีบหันไปมองถนนด้านหน้า ก่อนจะปลดเบรกมือแล้วรีบเปลี่ยนเกียร์เพื่อจะเคลื่อนรถ เพราะมันดันเป็นจังหวะที่รถของเขาสามารถผ่านไฟแดงนี้ไปได้พอดีหลังจากติดมาเป็นชั่วโมง ยุนกิทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ตอนที่ได้ยินเสียงแตรจากรถคันหลังที่บีบไล่มา







 

ทำไมเขาจะต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยนะ เพราะจองกุกคนเดียวเลยเนี่ย!







 

“เธอ ไม่เอาแล้วนะเว้ย รถชนได้เลยนะรู้มั้ย ถ้าเราไม่มีสติทำไงเนี่ย” ร่างสูงเท้าแขนกับขอบหน้าต่างพลางเอียงหน้ามองเขาอย่างสบายอกสบายใจ เสียงหัวเราะในลำคอทำให้รู้ได้เลยว่าเจ้าตัวคงไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรนัก


“งั้นเอาไว้ตอนผมเป็นคนขับแล้วกันครับ


“จอนจองกุก!!

 



 

 





















 

















“จีมิน พี่ไม่เข้าใจจริงๆ นะ”


“ครับ?” ร่างเล็กเงยหน้าจากจอโทรศัพท์มือถือเมื่อได้ยินคนที่กำลังขับรถมาส่งเขาที่หอจู่ๆ ก็พูดขึ้นมา


“ก็ทำไมตอนนางเอกกลับมาต้องใส่ชุดไม่เหมือนกันด้วยอ่ะ แล้วทำไมพระเอกต้องใส่ชุดคาวบอยทุกวัน ทำไมเจ๊ที่เอาปาท่องโก๋มาให้ต้องใส่ชุดไทย


“พี่จงอิน ใจเย็นๆ เราตอบไม่ทันแล้ว” จีมินยกมือห้ามพลางหัวเราะเสียงดังเมื่อเห็นคิ้วที่ขมวดยุ่งของอีกฝ่าย วันนี้ที่มหาวิทยาลัยมีกิจกรรมฉายหนังแบบเอาท์ดอร์ คล้ายๆ กับหนังกลางแปลงนั่นล่ะ คนเป็นพี่ที่ว่างพอดีเลยรีบอาสามาดูเป็นเพื่อนทันทีเมื่อรู้ว่าเขาจะมาคนเดียว


“ก็พี่สงสัยอ่ะ หนูดูเข้าใจด้วยเหรอ เก่งจัง พี่งงมากเลยเนี่ย”


“ไม่เห็นเข้าใจยากเลย หนังเขาพูดถึงว่า การรอมันไม่มีเหตุผล ความรักก็เหมือนกัน ส่วนชุดที่เขาให้เป็นแบบนั้นก็เพราะจะเสริมให้ตัวละครมันชัดขึ้น อย่างพระเอกใส่ชุดคาวบอยทุกวันไม่เปลี่ยนก็จะสื่อว่าเป็นคนมั่นคง ยึดติดกับอะไรเดิมๆ ส่วนนางเอกที่เปลี่ยนชุดทุกครั้งที่กลับมาก็จะสื่อประมาณว่าเป็นคนที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ไม่อยู่กับที่ เปลี่ยนที่อยู่ไปเรื่อยก็เหมือนเปลี่ยนใจนั่นแหล่ะ ส่วนเจ๊ที่ใส่ชุดไทยตลอดเวลาก็เพราะเป็นชุดที่ตัวเองภูมิใจ ใส่แล้วมั่นใจว่าสวยที่สุด แล้วก็เป็นชุดที่ทำให้ได้มีอะไรกับพระเอกไง เข้าใจยางงง?”


“เข้าใจแล้วค่ะ” คิมจงอินยิ้มบางๆ ก่อนจะละมือจากเกียร์มาบีบแก้มเขาเบาๆ แล้วผละออกไป “เก่งจังเลยน้า”


“ไม่ได้เก่งอะไรเลยเหอะ พี่เข้าไม่ถึงเองมากกว่า”


“ก็ปกติดูแต่หนังแมสๆ ย่อยง่ายๆ นี่นา ใครจะไปติสท์เหมือนหนูล่ะ”


“เลิกเรียกว่าหนูได้แล้วน่า เราไม่ใช่ผู้หญิงนะ” จีมินบ่นอุบอิบถึงสรรพนามที่คิมจงอินชอบใช้เรียกเขา นี่คือขอไว้แล้วนะว่าให้เรียกตอนอยู่กันสองคนพอ ช่วงแรกๆ นี่เรียกทุกที่ทุกเวลา ทำไมถึงเป็นคนพูดจาเจ้าชู้แบบนี้ก็ไม่รู้


“น่ารักออก เข้ากับจีมินจะตาย”


“ไม่เข้าซะหน่อย”


“เข้าน่า”


“เฮ้อ พี่จงอินอ่ะ ไม่เถียงด้วยแล้ว”


“โอ๋ๆ หน้ามุ่ยเลย” ยิ่งเจ้าตัวพูดติดหัวเราะแบบนี้ยิ่งทำให้จีมินหน้ามุ่ยไปกันใหญ่ “เอ้อ วันนี้นอนห้องพี่นะคะ”


“ไม่เอา เราจะนอนหอ”


“น้า นะ ไม่ได้นอนกอดหนูนานแล้ว คิดถึง”


“อะไรมาคิดทงคิดถึง เนี่ยพอพี่พูดว่ากอดแบบนี้แล้วเรานึกถึงจองกุกเลยอ่ะ เวลาชวนไปไหนจองกุกชอบบอกไม่ว่าง เพราะต้องอยู่กอดพี่ยุนกิ คิดว่าเราไม่รู้รึไงว่าหมายถึงอะไร” ร่างเล็กเบ้ปากเมื่อได้ยินน้ำเสียงของเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันมาสักพักแล้วลอยเข้ามาในหัวโดยอัตโนมัติ


“แล้วกอดของเราต่างกับของจองกุกตรงไหนล่ะคะ”


“ตต่างสิ! กอดของเราก็คือกอดเฉยๆ ไง จะไปเหมือนได้ไงเล่า”


“อ๋อ ใช่ๆ เพราะอย่างหนูต้องหอมใช่ป่ะ ก็ทุกครั้งที่พี่


“พี่จงอิน! อย่าแกล้ง” เขาพยายามกดเสียงต่ำเพื่อให้อีกคนรู้ว่าเขาเริ่มไม่พอใจแล้วนะ แต่ก็ไม่เห็นคนข้างๆ จะสะทกสะท้านอะไรสักนิด


“หอมแก้มไงหอมแก้ม ดุพี่เฉยเลยอ่ะ”


“โอ๊ย คืนนี้ไม่ไปนอนด้วยแล้ว”


“เอ้า พี่ขอโทษ ไม่งอแงน้า” จงอินเอื้อมมือมาลูบหัวเขาโดยที่ตายังมองถนนด้านหน้า ก่อนจะเลื่อนมาอังหลังมือแถวๆ แก้ม “หน้าร้อนหมดแล้วครับ”


“ถ้าอยากให้ไปด้วยก็ขับรถไปดีๆ เลย ไม่ต้องมาวอแวแล้ว” ร่างสูงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับยกมือเป็นเชิงยอมแพ้ เพราะมัวแต่เถียงกับอีกคน รู้ตัวอีกทีรถก็เลี้ยวเข้าซอยหอของเขาเสียแล้ว


“จีมินพรุ่งนี้เลิกเรียนกี่โมง? ไปดู Justice League กัน”


“เราเลิกสี่โมงครึ่ง พี่ไม่มีคุยธีสิสกับอาจารย์เหรอ?”


“มีครับ เย็นๆ นี่แหล่ะ งั้นพี่จองรอบสองทุ่มนะ ไปกินข้าวกันก่อน”


“คราวนี้ไม่เอาโซฟาแล้วนะครับ อยากนั่งเบาะธรรมดาอ่ะ”


“ก็ได้ๆ พี่กลัวจีมินเมื่อยไง”


“ไม่เมื่อยๆ มันสบายเกินอ่ะ จะหลับทุกที” เขาว่าพลางปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยออก “ผมขึ้นไปเอาของก่อนนะ พี่จงอินจอดรอตรงนี้แหล่ะไม่ต้องไปเป็นเพื่อน แป๊บเดียว”


“ครับผม”




 

จีมินแตะคีย์การ์ดตรงประตูหน้าหอ ก่อนจะกดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้นหก เขาย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ก่อนเปิดเทอมสองสามอาทิตย์เพราะมีกิจกรรมรับน้อง โดยเช่าห้องใหญ่ที่อยู่ได้หลายคนแล้วหารกับเพื่อนอีกสามคนที่เรียนวิศวะภาคเดียวกัน แถมยังเป็นเพื่อนสนิทในกลุ่มอีกต่างหาก




 

“อยู่คนเดียวเหรอมึง คนอื่นอ่ะ?” จีมินเอ่ยทักฮาซองอุนในชุดบอลที่กำลังเดินถือถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมานั่งที่หน้าโทรทัศน์


“ไอ้สองคนนั้นมันไปเล่นเกมห้องพี่ปีสองข้างล่าง”


“อ่อ เออซองอุน วันนี้กูไม่นอนห้องนะ ฝากบอกพวกนั้นด้วย”


“นอนห้องพี่จงอินอีกอ่ะดิ”


“เออไง รู้แล้วถามไมเนี่ย” เขาตอบรับพลางหยิบกระเป๋าเป้คู่ใจออกมาหยิบชุดนักศึกษา ของใช้ส่วนตัว แล้วก็พวกชีทและหนังสือที่ใช้เรียนพรุ่งนี้ใส่กระเป๋า ส่วนของอย่างอื่นอยู่ในกระเป๋าในรถพี่จงอินแล้ว


“เออมึง พรุ่งนี้มึงยังจะไปดูหนังเยอรมันอิตาลีอะไรของมึงอยู่ป่ะวะ?” ซองอุนที่ยืนกอดอกพิงขอบประตูมองอยู่เอ่ยถามขึ้น จีมินหยุดมือที่กำลังพับเสื้อ ครุ่นคิดเล็กน้อย “พรุ่งนี้กูนัดเพื่อนกินข้าวแถวหอศิลป์ จะได้ไปพร้อมกัน”

 









 

พรุ่งนี้ที่หอศิลป์มีนิทรรศการหนังเยอรมัน…'



'…'



จีมินไปด้วยกันนะ

 









 

“ไม่ไปอ่ะ”


“อ้าว ไมวะ?”


“พี่จงอินชวนไปดู Justice League ว่ะ”


“อ๋อ โอเคๆ กูถามดูเฉยๆ เห็นปกติไม่เคยพลาดนี่หว่า”


“อือ ลองเปลี่ยนแนวดูมั่ง” ปาร์คจีมินตอบกลับไปยิ้มๆ ก่อนจะหันกลับมาตั้งใจจัดของใส่กระเป๋าอีกครั้ง ทิ้งความคิดชั่ววูบพวกนั้นให้สลายหายไปกับอากาศ

 

 






































ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงครึ่งของวันศุกร์ ปาร์คจีมินยืนกดโทรศัพท์อย่างไม่มีอะไรทำอยู่ที่โรงอาหารใหม่ใกล้ๆ ตึกคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เสื้อช็อปสีแดงเลือดหมูดูโดดเด่นท่ามกลางชุดนักศึกษา ร่างเล็กได้แต่พิมพ์แชทเร่งเพื่อนสนิทให้รีบมาเสียที วันนี้เขามีนัดกินข้าวเที่ยงกับจอนจองกุก แล้วช่วงบ่ายที่ไม่มีเรียนกันทั้งคู่ก็เลยจะไปหาที่เดินเล่นไม่ก็ดูหนังด้วยกัน แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะไปไหนแน่ จริงๆ มันก็ไม่มีอะไรพิเศษมากนักหรอก พวกเขาแค่เพียงอยากหาเวลามาเจอมาคุยกันบ้างเฉยๆ หลังจากที่ไม่เจอกันมาเป็นเดือนก็เท่านั้นเอง



 

“อ้วน” จีมินเงยหน้าขึ้นอย่างไวเมื่อได้ยินเสียงอันคุ้นเคยของอีกคน จองกุกดันแว่นให้เข้าที่ขณะเดินเข้ามาหา


“มาสักที” เขาเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง ก่อนจะหันไปยิ้มให้เพื่อนในกลุ่มของจองกุกที่ยืนรออยู่และพยักหน้าเล็กน้อยให้กับคิมยูคยอม เพื่อนกลุ่มนี้เขาเคยเจออยู่หลายครั้ง โดยเฉพาะยูคยอมนี่ก็เคยไปเตะบอลด้วยกันบ่อยๆ

“มานานแล้วเหอะ”


“เอ้า ทำไมไม่เห็น”


“ก็ก้มหน้ากดแต่โทรศัพท์จะเห็นได้ไง มัวแต่เถียง เถียงหิวไม่ใช่เหรอ?”


“ก็ใช่น่ะสิ เลิกเรียนตั้งแต่สิบเอ็ดโมงแล้วเนี่ย”


“บ่นเก่ง”



 

มือเล็กทุบลงบนไหล่เพื่อนตัวสูงไปที ก่อนจะเดินตามอีกฝ่ายต้อยๆ เข้าแคนทีนไป ถึงจะหิวมากก็จริงแต่กลับไม่รู้ว่าจะกินอะไรดีเสียอย่างนั้น สุดท้ายก็ได้ข้าวตามสั่งมากันคนละจาน จองกุกเดินถือข้าวทั้งสองจานนำไปยังโต๊ะที่เพื่อนๆ จองไว้ให้ ส่วนจีมินก็ถือแก้วน้ำตามมานั่งลงข้างๆ ยูคยอมที่มาถึงโต๊ะก่อนแล้วชวนเขาคุยเรื่องเตะบอลที่สนามหญ้าเทียมครั้งก่อนที่พวกมินกยูมาด้วย เขาเลยรับปากว่าจะชวนพวกนั้นมาด้วยอีกในครั้งถัดไป แล้วจะชวนเพื่อนที่วิดวะมาเพิ่มด้วย



 

“มีไร” จีมินเอ่ยถามคนข้างๆ ที่ยังไม่แตะข้าวสักคำเพราะมัวแต่มองเขาอยู่นั่น จองกุกอมยิ้มน้อยๆ ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมมาดึงคอเสื้อยืดสีดำด้านหลังของเขาให้ขยับขึ้นไป


“ระวังหน่อย”


“อะไร” ร่างเล็กขมวดคิ้วมุ่นแต่ก็ยังตักข้าวใส่ปากต่อไป จองกุกชอบพูดไม่เคลียร์แบบนี้ประจำ เป็นตั้งแต่มัธยมยันมหาลัย แก้ไม่เคยได้


“เมื่อคืนไม่ได้กลับหอเหรอ?”


“อือ เห้ย!” จีมินที่ฉุกคิดอะไรได้บางอย่างรีบวางช้อนแล้วดึงคอเสื้อยืดออกมามองด้านใน ก่อนจะรีบติดกระดุมเสื้อช็อปทันทีจากที่ตอนแรกเพียงแค่สวมคลุมไว้เฉยๆ มันอาจจะช่วยอะไรไม่ได้มากแต่อย่างน้อยเสื้อยืดของคิมจงอินที่ตัวใหญ่เบ้อเร่อนี่ก็ไม่ขยับไปมา


“กว่าจะรู้ เขาเห็นกันทั้งมหาลัยแล้วมั้ง”


“ทำไมไม่รีบบอกเล่า” ทั้งๆ ที่อยากจะโวยวายเต็มแก่แต่ก็ทำได้แค่บ่นพึมพำออกมาเท่านั้นเพราะเพื่อนของจองกุกที่นั่งอยู่เต็มไปหมด “พี่จงอิน ไอ้บ้า บอกแล้วว่าอย่าทำๆ”


“เฮ้อ อ้วนเอ๊ย ใจแตกซะแล้ว” ร่างสูงส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะหยิบช้อนส้อมขึ้นมา


“ใจแตกไรวะ แล้วอ้วนบ้าไร จอนจองกุก ไอ้บ้า” กับเพื่อนคนนี้จีมินด่าได้แรงสุดแค่นี้แหละ เพราะไม่เคยพูดคำหยาบกันเลยตั้งแต่มัธยม มันก็จะรู้สึกแปลกๆ ถ้าจะต้องด่าแบบหยาบคายเหมือนเวลาพูดกับเพื่อนคนอื่น


“เอ้า ก็เรียกมาตั้งนานแล้วมั้ย มี่ๆ” จีมินเห็นจองกุกเอ่ยเรียกหญิงสาวคนเดียวในโต๊ะก่อนที่จะตักข้าวโพดอ่อนจากจานของตัวเองไปไว้ในจานของเอมี่ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาต้องขมวดคิ้ว


“ตลอด ทำไมแกไม่บอกป้าเขาอ่ะว่าไม่ใส่”


“บอกแล้ว เขาลืมมั้ง”


“จองกุกไม่กิน” ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยถามสิ่งที่ตัวเองสงสัย เสียงของอึนอู เพื่อนคนที่รับเป็นเดือนแทนจองกุกก็พูดขัดขึ้นมาเสียก่อน


“นั่นพี่ยุนกินี่ มาทำอะไรถึงแคนทีนใหม่วะ มึงนัดพี่เขาไว้เหรอ?” นั่นสิ จีมินก็สงสัยเหมือนกัน เพราะตึกคณะสังคมฯ อยู่ค่อนข้างไกลจากสถาปัตยฯ แถมแถวนั้นก็มีแคนทีนอยู่แล้วด้วย


“เปล่าอ่ะ”


“พี่ยุนกิ!” เขาตัดสินใจตะโกนเรียกคนเป็นพี่ แม้ว่าในกลุ่มนั้นจะมีใครบางคนที่เขาไม่สามารถรับมือก็ตาม มินยุนกิที่เกือบจะเดินผ่านไปหันมาตามเสียงเรียกแล้วรีบเดินไวๆ มาหาทันทีที่เห็น


“จีมินนนน คิดถึงจัง ไม่เจอนานเลยเนี้ย มัวแต่อยู่กับไอ้จงอินนะ” อีกฝ่ายเดินเข้ามากอดเขาจากข้างหลังพร้อมกับขยี้ผมเขาอย่างมันเขี้ยวจนตัวเขาเองเผลอหัวเราะออกมา ก่อนจะพยักหน้ารับไหว้จากเพื่อนของจองกุก


“โธ่ ผมก็คิดถึงพี่เหมือนกันน้า พี่นัมจุน พี่โฮซอก สวัสดีครับ”  เจ้าของชื่อทั้งคู่พยักหน้ารับยิ้มๆ ก่อนที่จองโฮซอกจะพูดต่อขึ้นมาทันที


“ยุนกิ งั้นมึงตามมานะ พวกกูไปจองโต๊ะก่อน”


“เออๆ” ยุนกิตอบรับแบบส่งๆ จีมินขยับตัวไปทางขวาเล็กน้อยเพื่อให้รุ่นพี่นั่งลงตรงกลางระหว่างเขากับจองกุก “วันนี้มีนัดกันใช่มั้ย? เห็นจองกุกบอกพี่”


“ครับ ยืมตัวแป๊บนึงน้า เดี๋ยวเย็นๆ เอามาคืน”


“โห เอาไปเถ๊อะ ทั้งคืนเลยก็ได้”


“ทั้งคืนเลย? แน่นะครับ?” เป็นจองกุกที่ถามขึ้นมาเสียอย่างนั้น แถมยังมีสีหน้าล้อเลียนจนน่าหมั่นไส้


“อะไรๆ” มือขาวผลักหน้าของเพื่อนสนิทเขาเบาๆ สีหน้ามันเขี้ยวเต็มประดา ก่อนจะต้องจะชะงักเมื่อเห็นว่าจองกุกหยิบช้อนมาตักข้าวโพดอ่อนใส่จานเอมี่ “อ้าว เธอไม่กินข้าวโพดอ่อนเหรอ?”


“ครับ”


“ไม่เห็นรู้เลยอ่ะ” อย่าว่าแต่พี่ยุนกิไม่รู้เลย ขนาดจีมินที่รู้จักจองกุกมาหลายปีก็ยังเพิ่งรู้เหมือนกันนั่นแหละ


“อ่า ขอโทษครับที่ไม่ได้บอก”


“เดี๋ยว คือเธอแพ้ข้าวโพดหรือว่าแค่ไม่กิน? แล้วตอนไปกินข้าวกันทำไมไม่บอกอ่ะ” แม้ว่าเจ้าตัวจะพยายามพูดเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคนและไม่ได้แสดงท่าทีวีนเหวี่ยงอะไร แต่คิ้วที่ขมวดเป็นปมของคนตัวขาวก็ทำให้บรรยากาศก็มาคุขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาเองก็เพิ่งเคยเห็นพี่ยุนกิเป็นแบบนี้ครั้งแรก


“แค่ไม่กินเฉยๆ ครับ ไม่ได้แพ้”


“ค่อยยังชั่ว นึกว่าแพ้แล้วไม่บอก เราเป็นห่วง เข้าใจป่าว?”


“เข้าใจแล้วครับ ขอโทษนะ” จองกุกตอบกลับมายิ้มๆ พร้อมกับบีบมือคนเป็นพี่อยู่เรื่อยๆ อย่างพยายามจะทำให้อีกคนเย็นลง เพื่อนเขานี่มันเก่งเรื่องทำคนอื่นหัวเสียจริงๆ


“ไม่เป็นไร ขอโทษที่โวยวายเหมือนกัน”


“ก็น่ารักดี” เป็นอีกครั้งที่ยุนกิผลักหน้าของจองกุกให้ออกห่าง ก่อนที่เพื่อนเขามันจะขยับเข้ามากระซิบอะไรบางอย่างที่จีมินก็ก็ไม่ได้ยิน


“ไม่ๆ ไม่ใช่ตรงนี้เด็ดขาดจองกุก”


“รู้แล้ว” มือหนาเอื้อมมาบีบจมูกเล็กๆ ของพี่ปีสี่เบาๆ จนคนโตกว่าต้องยู่หน้าตาม “แล้วพี่มาทำอะไรถึงนี่ครับ?”


“มาหาชานยอลอ่ะดิ ไอ้จงอินด้วย มันจะมาเล่นเกมส์บ้านเรา เออจีมินรู้ป่ะเนี่ย?”


“ไม่รู้นะครับ..” เขาหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดู ก่อนจะพบข้อความแชทจากคิมจงอินแจ้งเตือนอยู่ “อ๋อ พี่เขาไลน์มาบอกแล้วแต่ผมไม่ได้เช็คโทรศัพท์ แหะๆ”


“ก็ว่าอยู่นะว่าอย่างไอ้จงอินน่ะเหรอจะไม่รายงาน” มินยุนกิยิ้มล้อ ก่อนจะหันไปหาเพื่อนสนิทเขาอีกครั้ง “พอไปกับจีมินเสร็จเธอก็กลับบ้านเลยใช่ป่ะ? หรือว่าเข้าไปเอารถที่คอนโดก่อน”


“น่าจะเข้าบ้านเลยครับ เดี๋ยวผมนั่งรถไฟฟ้าไป แล้วนี่พี่กินข้าวรึยัง?”


“ยังเลย จะมากินที่นี่เนี่ยแหล่ะ”


“แต่พี่ไม่ชอบกินข้าวที่แคนทีนไม่ใช่เหรอ?”


“ก็เพื่อนมันนัดเจอที่นี่อ่ะ แต่ไม่เป็นไรๆ แค่ไม่ชอบคนเยอะเฉยๆ อ่ะ ถ้างั้นเราไปก่อนนะ ถ้ามีไรก็โทรมา”


“ครับ” ถึงจะจบประโยคสนทนาแล้วแต่มือหนาก็ยังไม่ปล่อยมือของอีกฝ่ายเสียที จนยุนกิต้องดึงมือออกไปเองแทน ก่อนจะย้ายมันมาวางไว้บนไหล่กว้างแล้วหันมาพูดกับทุกคนในโต๊ะ


“เด็กๆ พี่ไปละน้า ว่างๆ ก็มาที่ร้านนะเดี๋ยวเลี้ยงหนม”


“โหขอบคุณคร้าบบ หวัดดีครับพี่”


“เย้ๆ พี่ยุนกิเลี้ยงหนม” จีมินเผลอตะโกนออกมาเสียงดังจนพี่ยุนกิเอื้อมมือมาขยี้ผมเขาอย่างมันเขี้ยวอีกครั้ง ก่อนจะบีบไหล่ของจองกุกเบาๆ แล้วหันหลังเดินไปยังโต๊ะที่พวกพี่โฮซอกจองเอาไว้


“เฮ้อ น่ารักว่ะ”


“ยูคยอมมึง ตลอดเลยนะ ชอบเคลมแฟนเพื่อนเหรอวะ จองกุกมึงระวังไว้เลยนะ อันตรายๆ”


“ยังไม่ได้คิดเลยไอ้เหี้ย แค่ชมเฉยๆ เหอะ กูมีคนที่เล็งไว้แล้วโว้ย” เขาแอบหัวเราะเมื่อเห็นท่าทางโหวกเหวกโวยวายของคิมยูคยอม


“ใครวะๆๆ คณะเราเหรอ มี่มึงรู้ป่ะ มึงสนิทกะมันสุดอ่ะ”


“ไม่ว่ะ” เอมี่ส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน “ไปเก็บจานนะ”


“อิ่มแล้วเหรอ?” จองกุกเอ่ยถามทันที คงเพราะว่าในจานของเธอยังเหลือข้าวอยู่เยอะมากๆ


“อื้อ เดี๋ยวจะไปซีร็อกซ์ชีทด้วย”


“เผื่อพวกกูด้วยนะๆๆ”


“เออๆ รู้แล้วน่า ก็ซีร็อกซ์ให้ทุกคนนั่นแหละ”


“รอด้วยดิ เดี๋ยวไปเป็นเพื่อน” ยูคยอมรีบยกขวดน้ำขึ้นดื่มแล้วรีบลุกตามเอมี่ไป จีมินหันมาเจอจองกุกที่ยังคงมองตามสองคนนั้นอยู่ ก่อนจะกลับมากินข้าวตามปกติในนาทีถัดมา เขาคิดว่าวันนี้เพื่อนสนิทเขามันคงมีอะไรที่ต้องอัพเดตให้ฟังเยอะแยะเลยล่ะ
























#สวนขวดกุกก้า 





















TALK

 

รีบมาอัพก่อนเลยค่า นิดนึงก็เอาเพราะอาทิตย์หน้าเรามีออกกองรัวๆเลยฮือ คงไม่มีเวลามาอัพ5555 งานยุ่งมากจริงค่ะ ขนาดทอล์คยังหมดแรง5555555 แต่พออ่านคอมเม้นกับสกรีมแท็กของทุกคนก็มีกำลังใจเลยยย ขอบคุณจริงๆนะคะที่ยังอยู่ด้วยกัน จะพยายามมาอัพบ่อยๆ น้า คอมเมนต์ติชมได้เลยนะคะ หรือใครมีอะไรก็ทักมาคุยกับเราในทวิตหรือ ask.fm ได้ค่ะ @sollyclntp เอนจอยค่า :D





TALK (2)


My Life as Ali Thomas – Winter’s Love 





TALK (3)

กลับมาแล้ววนิดนึง555555 ช่วงที่ผ่านโปรเจ็กต์ไฟนอลเราหนักหน่วงมากเลยค่ะ ออกกองกลับบ้านตีสี่ตีห้าทุกวันฮือออ ช่วงนี้ก็เริ่มว่างแล้วแต่คอมพังซะงั้น5555 ก็จะพยายามมาอัพนะค้า เนื้อเรื่องช้ากว่าในอินสตาแกรมนะอย่าลืมมม น้องจีมินน่ารักมากเยย เพิ่งเคยเห็นตอนเขาอยู่กับพี่หมีของเขาแบบจริงๆ จังๆ เนาะ น่ารักกว่าที่คิดไว้มาก คนที่งุ้งงิ้งสุดก็คนพี่นี่แหล่ะ น้องไม่เท่าไหร่555555 หวังว่าจะจับอะไรได้บ้างจากการอัพเพียงน้อยนิดนี้นะคะ พยายามใส่รายละเอียดอะไรเข้าไปเยอะเลย ชอบตอนน้องคุยกับเพื่อนด้วยนะ ดูปกติดี เป็นเพื่อนทั่วๆ ไปที่ไม่ใช่แบบจองกุก ได้เห็นจีมินได้มุมที่ไม่ใช่น้องน้อยบ้างนิดนึง55555 เอนจอยนะค้า อีก 25% เจอกันเร็วๆ นี้เน้ออออ




TALK (4)

แง ครบร้อยสักที นี่เราเสิร์ชกูเกิลแล้วไปเจอรูปจีมินวิดวะมา ดีงามมากๆๆ เลยแปะไว้ให้ดูสักหน่อย เครดิตใครทวงได้เลยน้า เอ้อ แล้วก็มีคนสับสนตอนที่มีบทสนทนาเรื่องชวนไปดูหนังเยอรมัน คือมันเป็นอดีตนะคะ มันเกิดขึ้นมาแล้ว เราว่าทุกคนคงลืมกันไปแล้วเพราะมันเป็นดีเทลเล็กๆ เนอะ ลองกลับไปหาดูกันนะคะว่าเคยเขียนไว้ในตอนไหน ใบ้ให้ว่าไม่เกินตอนที่สิบค่ะ55555555 คอมเม้นติชมได้เลยน้า เราห่างหายไปนานอยากรู้ว่ามีอะไรที่เปลี่ยนไปมั้ย จะได้เอาไปปรับปรุงเนอะ เอนจอยค่ะJ







 






























ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

3,568 ความคิดเห็น

  1. #3447 crescent_moon2 (@Crescent_Moon) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 01:54
    เอมี่ ใช่ใช่ไหม!!!
    #3447
    0
  2. #3343 lookpangg (@lookpangg) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 01:10
    คือจองกุปเป็นคนแคร์เพืทอนรักเพื่อนใข่มั้ยล่ะ เราเข้าใจ แล้วยิ่งมี่เป็นผญ.ด้วยเลยเทคแคร์เป็นพิเศษ แต่จองกุกกกกกก คนเป็นแฟนเขาไม่อยากเห็นแฟนไปเทคแคร์ผญ.อื่นหรอกป่าว ;----; ระวังเถอะ!
    #3343
    0
  3. #3322 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 19:11
    ยังไงอะกุก ถ้าทำยุนกิเสียใจนะจะโดนตี!
    #3322
    0
  4. #3308 Nulaw (@Nulaw) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 08:40
    นุจะร้องแล้วนะ
    #3308
    0
  5. #2804 `Youknowwho_ (@everytingforyou) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:07
    กุกกับมี่นี่คือตงิดใจเรามากอะ แบบดูมีอะไรเล็กๆน้อยๆกันหลายอย่างมาก
    นี่เราพยายามมองในมุมเพื่อนผู้หญิงเพื่อนผู้ชายที่สนิทกันมากๆแล้วนะ แต่เราว่ามันก็ดูเหมือนจะมีงะะะ โอ้ยย อย่ามีเลยนะ นี่เห็นสปอยตามแท็กงู้นงี้นี่ก็กลัวมากเวอร์ 55555555555555555
    ส่วนพี่ยุนกินี่เราเข้าใจฟีลพี่เค้าเลยอะว่าเวลาเหนื่อยๆแล้วอยากอ้อน อยากงองแงใส่ใครสักคน
    แล้วพี่ยุนกิก็คือมีน้องกุกให้ไว้อ้อนไง พอกลับมาเจอน้องอยู่กับเพื่อนงี้ พี่ก็เลยคงไม่อยากรบกวนน้องอะ ในความรู้สึกเรา เหมือนพี่เค้าฝืนตัวเองหน่อยๆ เพื่อทำให้น้องสบายใจอะ
    คือเหนื่อย แต่ต้องทำทุกอย่างให้ร่าเริงไว้เงี้ย แล้วแบบเราว่าพี่เค้ามีอะไรคิดในหัวหลายอย่างเรื่องเอมี่แต่พี่ก็ไม่อยากให้น้องต้องมาอึดอัดเพราะตัวเองงี้
    เพราะดูน้องก็ปกติดีตอนอยู่กับพี่เค้างะ กลัววันนึงพี่เค้าจะฝืนไม่ไหว ; ___ ;
    ส่วนคู่จีมินกับพี่จงอินน่ารักจริงๆ ถึงแม้เราจะยังหวงจีมินอยู่เรื่อยๆก็ตามเถอะ 55555555 คือดูพี่เค้าติดจีมินมากอะ ดูแพ้น้องไปซะทุกทาง แต่นะ จีมินก็ดูเป็นไทป์ที่น่าแพ้อยู่อะ แต่คืออะไร มีหงมีหอมมีอะไรงะ ทำไมรู้สึกหวงอีกแล้ว โอ้ยยยน 55555555555
    #2804
    0
  6. #2641 กริ๊งง (@krinigt88) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 11:30
    จีมินเลือกพี่จงอินจริงๆแล้วสินะ ฮืมมม~ ส่วนกุกมี่นี่อย่าเลย ทุกครั้งที่อ่านก็ผวาอยู่แล้วว่าจะทะเลาะกันตอนไหน แง นุ้งอิน ;^;
    #2641
    0
  7. #2553 Design (@sakolvan) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 14:58
    จะมีม่ามั้ยอ่ะ ฮืออออ จองกุก กับมี่นี่ยังไงอ่ะ
    #2553
    0
  8. #2551 Monstarx093 (@Monstarx093) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 01:04
    จองกุกกับเอมี่เปลี่ยนไปคะฮือออไม่เอาเด้ออ
    #2551
    0
  9. #2506 gabbabe (@namdew) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 21:17
    จะเม้นไงก่อนดีหลายฟีลเหลือเกิน55555 อะเริ่มจากความน่ารักของพี่กิฮืออออน่ารักมากกกถึงแชปนี้พี่จะไม่ค่อยได้อ้อนกุกเท่าไหร่ก็เถอะะะ นี่ตะหงิดๆเอมี่อ่ะกลัวเด้ออเริ่มแปลกๆหน่อยๆแล้ววฮืออๆๆๆๆๆๆละกุกจะมองตามสองคนนั้นทำไมรูกกก /จีมกับจงอินก็น่ารักมากกกๆๆๆงุ้ยยยชอบบๆๆๆๆ รอนะคะไรท์นี่เข้าใจมากๆเวลาหายไปนานแต่ก็รอเสมอค่ะะเพราะอัพทีมันอ่านแบบอิ่มเอมใจสุด
    #2506
    0
  10. #2478 suprw_ (@_suprw) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 12:24
    นี่อ่านไปก็กลัวใจเอมี่ไป สุดท้ายก็ยังไม่รู้ว่ายังไงกันแน่ แต่จองกุกก็ดูรักพี่ยุนกิดีอยู่เหมือนเดิม ซึ่งเราก็เบาใจขึ้นมาบ้าง แต่พี่ยุนกิอาจจะเป็นคนคิดมากไง คิดเล็กคิดน้อย เลยกังวล หงุดหงิด เล็กๆน้อยรึเปล่า แต่เราว่าจองกุกก็รักพี่ยุนกิเหมือนเดิมนะ ไม่ได้กลัวใจจองกุกเท่าไหร่ กลัวใจเพื่อนน้องมากกว่า ส่วนยูค เดาว่าชอบเอมี่ 555555 และก็เดาว่าเอมีก็อาจจะคิดๆอะไรกับจองกุกล่ะมั้ง แต่ด้วยความเป็นเพื่อนอ่ะ ไม่อยากเสียเพื่อน ก็เก็บอาการ เออ สรุปว่าเป็นเราที่คิดมากไปเอง จย้าาาาา 555555 เพิ่งเห็นจีมินงุ้งงิ้งกับพี่จงอิน -บ้าเอ้ยยยยยย น่ารักเว่อ ฮื่ออออ 55555. พี่ยุนกิอย่าคิดมากนะ เราว่ามันไม่มีอะไรหรอก เชื่อใจน้องๆ อิอิ 55555 ลากตัวเองเข้าแท็กคนคิดไปเอง2017 ถถถถถถถถถ สู้ๆนะคะไรท์ เป็นกำลังใจให้นะ :)
    #2478
    0
  11. #2477 Yes! SUGA (@kawpoonn) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 23:28
    จริงๆ แล้วเอมี่ชอบพี่ยุนกิใช่มั้ยคะ ผ่างงงงงง แล้วยูคก็ชอบมี่อีกที 555 เฮ้อออ ก็จองกุกน่ะ หล่อแล้วก็สุขุมมากบอกไม่ถูก ใครๆ ก็ต้องชอบจองกุกทั้งนั้นล่ะ ;____; พี่ยุนกิอย่าว่าน้องเลยน้า ที่น้องไม่บอกว่าไม่กินข้าวโพดอ่อน จองกุกน่ะรักพี่ยุนกิจะตาย เราอิจฉาพี่ยุนกิ มีแฟนแสดงออกชัดเจนมากเลยว่ารัก แงงงงง
    #2477
    0
  12. #2476 Pcpxsugx (@Dream_pcp) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 22:27
    ขอร้องล่ะ.. ไม่โอเคเลย
    #2476
    0
  13. #2475 MARSKTOKI (@matoki_ting) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 17:47
    เข้าใจความรู้สึกนี้นะ
    มันแบบคือเราก็อยู่กับกลุ่มเพื่อนเราทั้งวัน กินข้าวด้วยกัน เรียนด้วยกัน ก็ไม่แปลกที่จะรู้เกี่ยวกับชีวิตประจำวันอย่างละเอียดน่ะ
    อย่างแบบนี้คือแบบตอนกินข้าวกับพี่ยุนกิอาจจะไม่ได้มีข้าวโพดอ่อนในจานก็ได้งะ ก็เลยไม่รู้ว่าไม่กิน ถ้ามีก็อาจจะเขี่ยๆแล้วพี่เค้าก็ถามไปตั้งนานแล้ว
    เราไม่ได้รู้สึกว่ามี่จะมาทำลายความสัมพันธ์อะไรแบบนั้นเลยนะ
    แค่อาจจะแบบเป็นผญคนเดียวในกลุ่มแล้วทำให้เรารู้สึกไปเองแหละ
    แต่มี่กับยูคนี่ซัมติงนิดนึงละ
    พอยูคพูดงั้นมี่ก็หนีเลยแหนะ แถมตามไปด้วยอีกต่างหาก
    หู่ว รอดู
    เรายังคงรอพาร์ทขยายความรู้สึกของจีมิน
    ดูจีมินยังคงมีความรู้สึกดีๆอยู่น่ะ
    แบบจงอินอาจจะเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันมากขึ้น
    แต่ด้วยความที่ไลฟ์สไตล์ค่อนข้างต่างกัน เลยดูจะต้องมีการปรับตัว แล้วก็เข้าใจกันให้มากขึ้น
    แต่เราชอบตรงที่ถึงจีมินจะไปไหนมาไหนคนเดียวหรือไปกับเพื่อน แค่บอกกันก็โอเคแล้ว
    ดูจงอินให้ความเป็นส่วนตัวจีมินมากๆน่ะ แล้วจีมินก็ไม่ใช่ประเภทง้องแง้ง ดูแลตัวเองได้
    เห้อ ชอบจัง
    #2475
    0
  14. #2474 ARDS; (@babyshorttyrd) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 11:48
    ตั้งแต่เจอเอมี่...นี่ยังไม่เคยรู้สึกว่านางไว้ใจได้เลยนะ..😂
    #2474
    0
  15. #2473 Minju-Ch (@Minju-Ch) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 11:46
    กลัวมี่...
    #2473
    0
  16. #2472 hansolvn (@hansolandme) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 09:31
    อ่า คือเราว่าจองกุกต้องอธิบายแล้วแหละ ไม่อยากให้พี่ยุนกิเก็บเรื่องเล็กๆไว้ในใจจนวันนึงไม่ไหวอ่ะ เราคิดมากไปรึเปล่าไม่รู้55 ยังไว้ใจเอมี่ไม่ได้อ่ะ ยูคชอบเอมี่ใช่เปล่า คิดแง่ดีก็คือจองกุกช่วยยูค แต่กลัวใจเอมี่เนี่ย
    #2472
    0
  17. #2471 SNW ...Kya ing (@vasuntara-ink) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 00:21
    ฮว้ากกกกก ขอบคุณที่มาต่อเรื่องนี้นะคะ เราเพิ่งสอบไฟนอลเสร็จวันนี้เครียดมากๆๆๆเลย ขอบคุณเรื่องนี้ที่ฮีลเราเนอะ
    ประโยคอะไรเยอรมันๆนั่นพี่โฮซอกชวนจีมินไว้หรอ แต่จีมินวิศวะโคตรน่ารักถ้าพี่เป็นพี่หมีก็อดใจไม่ไหวหรอก หุหุ
    ส่วนน้องกุกกับพี่กิน่ารักเสมอๆเลย แงแงแงแง เราว่าจกุกกับเอมี่ไม่มีไรหรอก มหาลัยสนิทกับต่างเพศเยอะแยะ แต่ยูคยอมนี่ชอบมี่ใช่มั้ย กี้ดดดด รอจองกุกมาอัพเดตอยู่นะ
    #2471
    0
  18. #2470 maobavornluck (@maobavornluck) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 21:18
    ขอบคุนที่มาต้อน้าาาา
    #2470
    0
  19. #2469 Finger. (@bua123456789) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 20:55
    เดี๋ยวๆจองกุก
    นี่เดานะ เดาาาาาาา
    เดาในทางที่ดี คือมี่ชอบยูคยอม ยูคยอมชอบมี่ แต่ไม่ได้พูดกันเลยไม่ลงเอย จองกุกรู้เลยอยากช่วย(?)
    .
    แต่.... ถ้าเดาในทางที่ไม่ดี มี่กะจองกุกนี่มันทะแม่งๆนะ ซึ่งถ้าเป็นทางนี้พี่เตรียมต้มน้ำรอเลยเด้อ

    คิดถึงเรื่องนี้มากกกกกกกกกก ขอบคุณที่มาต่อน้าาา รอเสมอนะรู้มั้ย
    #2469
    0
  20. #2468 mamamamarkkkk (@dongkyo) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 15:37
    รอเธอมานานแสนนานฮืออออ
    #2468
    0
  21. #2467 lonely.com (@jiblonely) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 14:15
    .....จะดราม่าเหรอคะ 😭😭😭😭
    #2467
    0
  22. #2466 PandaPhung (@agisen4869) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 08:42
    จองกุกต้องเคลียร์แล้วแหละ ไม่งั้นยุนกิคงไม่สบายใจแบบนี้ไปเรื่อยๆ ตกตะกอนมากๆ ใจคนก็ไม่ได้แข็งเหมือนหินผานะ
    #2466
    0
  23. #2465 PandaPhung (@agisen4869) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 08:42
    จองกุกต้องเคลียร์แล้วแหละ ไม่งั้นยุนกิคงไม่สบายใจแบบนี้ไปเรื่อยๆ ตกตะกอนมากๆ ใจคนก็ไม่ได้แข็งเหมือนหินผานะ
    #2465
    0
  24. #2464 min'cartoon (@Cartoon_MinSuga) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 02:50
    เอมี่ นี่เธอหึงใช่ไหม!!!!!!!
    #2464
    0
  25. #2463 corns (@b3chick) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 02:05
    ข้าวโพดอ่อนน่ะ จองกุกไม่กิน หรือจริงๆแล้วเพราะเอมี่ชอบข้าวโพดอ่อน
    #2463
    0