คำสัญญาของกุหลาบ

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 8 องค์กรไร้นาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 ก.ย. 54

 *************************************************************

มาอีกครั้งแล้วนะคะ วันนี้คุณพ่อคุณแม่ไปโรงพยาบาลกันหมด 

ผมเลยอยู่คนเดียว ว๊างว่าง เฮ้ออออ แอบเหงานิดๆ จังเลยค่ะ

ตอนนี้เป็นฉากที่เป็นความเป็นจริงมากขึ้นค่ะ แบบว่าจะอิงแนวอดีตมากเกินไปคงไม่ดี

ก็เลยขอแอบมีมุมทันสมัยสักนิดนะคะ



----------------------------------------------------------------------------



ตอนที่ 8 องค์กรไร้นาม



-----------------------------------------------------------------------------



         กลับมาที่ใจกลางเมืองมหานคร ตึกสูงระฟ้าแห่งหนึ่งประดับไปด้วยรูปปั้นแบบเดียวกันทั้งตึก 
ลำตัวแข็งแกร่ง แผงคอปลิวไสว พร้อมกับปีกนกที่สยายออกอยู่กลางหลัง ชวนให้ทุกคนที่เดินผ่านไปมาอด
ที่จะยำเกรงไม่ได้ ป้ายด้านหน้าเขียนด้วยตัวอักษรโบราณที่มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษาต่างแปลกันไปคนละ
ความหมาย จนเกิดความวุ่นวายไปทั่ว เจ้าของบริษัทจึงออกมาแถลงอย่างเป็นทางการ

“จากที่กระแสได้ออกมาว่าบริษัทของผมนั้นไม่อาจแปลความหมายได้ จริงๆแล้วตัวอักษรพวกนี้คนที่อ่านได้
ถูกต้องมีเพียงคนเพียงคนเดียวเท่านั้นครับ” ชายวัยกลางคนหน้าตาภูมิฐานกำลังให้สัมภาสน์กับกองทัพ
นักข่าวที่ส่งเสียงรัวคำถามกันอย่างต่อเนื่อง เขาเพียงแค่ยกมือให้เงียบเท่านั้น เสียงวุ่นวายก็หายไปทันที

“ผมไม่สามารถบอกอะไรเพิ่มเติมได้อีกนอกจากที่พูดไปแล้ว แต่ผมมีความยินดีที่จะบอกกับผู้ที่อ่านได้ว่า
ผมยินดีจะเสนอสิ่งที่พิเศษที่สุดที่ผมจะหาให้ได้แก่คนคนนั้นครับ” เสร็จแล้วเขาก็เดินกลับเข้าไปในตึก
พร้อมกับบอดี้การ์ดร่างยักษ์
4-5 คนเป็นอย่างต่ำ แล้วประตูเหล็กก็ปิดลงทันที

“ให้ตายสิ พูดอะไรลับลมคมนัยชะมัด” นักข่าวที่ดูหน้าก็รู้ว่ามือใหม่เอ่ยขึ้นยังทนไม่ได้

“จะบ้าเหรอ อยากตายหรือไง แค่เขาออกมาพูดก็ดีเท่าไรแล้ว นายน่ะระวังปากคำสะบ้างเถอะ”
สาวผมบรอนท์เอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิด ที่จริงแล้วเธอก็คันปากอยากจะพูดบ้างเหมือนกันแหละ แต่ติดที่ว่า
คนพูดเนี่ยสิไม่ธรรมดาเลย เมื่อชายหนุ่มตั้งถ้าจะพูดอะไรแรงๆอีก เธอจึงรีบลากเขาออกมาก่อนจะกลายเป็น
ฝุ่นผงหน้าบริษัทนี้ไป

         บริษัทไร้นาม นี่คือชื่อที่ใช้เรียกของตึกสูงระฟ้าแห่งนี้ ภายในนั้นเป็นความลับอย่างยิ่งยวด แม้แต่
นายกรัฐมนตรีของประเทศก็ไม่อาจเข้าได้ ถ้าไม่แจ้งล่วงหน้าก่อนเป็นเดือนๆ คนขี้สงสัยจึงวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนาๆ แต่บริษัทนี้ก็ไม่ได้ทำผิดกฎหมายข้อไหน ซ้ำยังช่วยเหลือและบริจาคข้าวของเป็นจำนวนมากเสียอีก
ชาวบ้านส่วนใหญ่เลยเลิกใส่ใจว่าที่จริงแล้วบริษัทนี้ทำงานทำการอะไร

          แน่นอนว่าในสมัยก่อนต้องมีพวกลองดีแอบเข้าบริษัทบ้าง บางคนเก่งกาจขนาดตำรวจหรือหน่วยพิเศษ
ยังจับตัวไม่ได้ แต่น่าแปลกก็คือ ถ้าคนที่ไม่ได้รับอนุญาตย่างเท้าเข้ามาล่ะก็ วันรุ่งขึ้นก็จะโผล่หน้าอ่วมโทรม
อยู่ที่ห้องขังพิเศษทันที แถมมีใบกระดาษลงตราสัญลักษณ์ของบริษัทอีกตั้งหาก นี่จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่
ไม่มีใครอยากจะยุ่งกะบริษัทนี้เท่าไร

          ดังนั้นวันนี้จึงเป็นวันพิเศษออกไปที่บริษัทนี้เปิดการให้สัมภาสน์กับนักข่าวทุกช่องทีวี และแน่นอนคำพูด
รวมถึงรูปของชายผู้นั้นต้องขึ้นหน้าหนึ่งทุกสำนักพิมพ์ แต่ชายที่พิเศษคนนั้น กำลังเหม่อมองท้องฟ้ายามค่ำคืน
ที่ห้องทำงานของเขา ชั้นที่สูงที่สุดเป็นทั้งที่ทำงานและบ้านพักของเขาไปในตัว สมัยเมื่อนานมาแล้ว
เขาไปกลับบ้านของเขาปกติจนกระทั่งโดนโจมตีจากบริษัทอื่นที่รวมหัวหันมาเล่นงานจนเขาเกือบ
เอาชีวิตไม่รอด ตั้งแต่นั้นมาเขาจึงเก็บตัวอยู่แต่ในนี้เท่านั้น

          ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะดังขึ้นพร้อมกับชายในชุดสูทสีเข้ม เขาเดินมานั่งที่โซฟาโดยไม่ขออนุญาต
แต่เจ้าของห้องก็ไม่ได้ว่าอะไร ที่จริงแล้วเขาว่าไม่ได้ตั้งหาก เพราะนี่คือประธานตัวจริงของบริษัท ที่อยู่
เบื้องหลังการบริหารทั้งหมดนี่เอง เขาเดินตรงไปทำความเคารพก่อนจะสรุปไตรมาสสุดท้ายให้ฟังอย่างคร่าวๆ
ชายคนนั้นรับฟังอย่างเงียบๆนานๆถึงจะตอบรับหรือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างคล่องแคล่ว เขานับถือ
คนๆนี้จริงๆ ไม่ว่าจะปัญหาอะไร แบบไหน คนตรงหน้าก็เหมือนจะรู้วิธีไปเสียหมด การรายงานจบลง
เขาทำความเคารพอีกครั้งก่อนจะเดินไปส่งด้านหน้าบริษัทด้วยตนเอง

“ได้ข่าวว่าท่านพบเธอแล้วหรือครับ” ชายผู้ที่กุมอำนาจทั้งหมดของบริษัทหันกลับมาสบตา ก่อนจะบอกว่า

“ยังตัดสินไม่ได้ว่าเป็นเธอจริงหรือเปล่า แต่มีแนวโน้มว่าน่าจะใช่” เขานั่งลงในรถคันหรูแล้วกดกระจกลง
เมื่ออีกคนเหมือนอยากจะพูดอะไรอีก

“ท่านรู้ประวัติเธอไหมครับ” เขาเลิกคิ้วขึ้นเป็นสัญญาณว่าให้พูดต่อไป

“ผมให้คนไปสืบมาแล้ว นอกจากบาร์ที่เธออาศัยอยู่น่ะครับ” ชายวัยกลางคนพูดพร้อมยื่นกล่องใส่การ์ด
เล็กจิ๋วให้คนในรถ เขากล่าวขอบคุณเบาๆให้ชายคนนั้นก่อนจะส่งสัญญาณให้รถเคลื่อนที่ไป

“ผมว่าคนนี้ท่านน่าจะตัดสินใจได้แล้วล่ะ ท่านเชน”


------------------------------------------------------------------------------

กรี๊ดด สงสัยกันบ้างหรือเปล่าเอ่ย ชายหนุ่มแสนเก่งคนนี้เป็นใครกันนะ

แล้วประวัติของสาวน้อยของเราจะเป็นอย่างไรกันเอ่ย

ติดตามตอนหน้านะคะ



7 ความคิดเห็น

  1. #7 จันทร์กะพ้อ (@tonggar) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2554 / 12:34
     

    เพิ่งได้แวบเข้ามาอ่านต่อ ดูน่าอ่านขึ้นจ้า ความยาว การบรรยาย ขนาดตัวอักษร


    จะเจอบ้างก็เป็นคำผิดจ้า
     

    ถือเสียว่าเป็นคนพิสูจน์อักษรก็แล้วกันเนาะ   สัมภาษณ์  ใช้ตัวนี้ค่ะ


    เป็นกำลังใจให้นะจ๊ะ

    #7
    0