คำสัญญาของกุหลาบ

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 9 ชีวิตที่เปลี่ยนไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 ก.ย. 54

 *****************************************************

มาอัพด้วยความอ่อนล้าค่ะ เมื่อวานฝนตก วันนี้กลับแดดออกสะงั้น

ผู้เขียนเลยงอมแงมเล็กน้อย เอ๋ออออออออออ



------------------------------------------------------------------------



ตอนที่ 9 ชีวิตที่เปลี่ยนไป



---------------------------------------------------------------------------

“อ๋าาาาาาาาา ไม่ไหวแล้วน๊าาาาาาาา”
        ร่างบางหงายหลังไปกับพื้นอย่างหมดแรง ที่เดี๋ยวนี้เธอลองเปลี่ยนมานั่งบนพื้นบ้าง สองแขนกางออกเพื่อคลายความปวดเมื่อย หลายเดือนแล้วที่เธอเก็บตัวอยู่ที่นี่ ไวโอลินไม่รู้กี่สิบตัวผ่านมือเธอไปจนนับไม่ถ้วน ท่วงทำนองที่สีแล้วสีอีก แต่ก็ยังไม่จบเพลงเสียที คิ้วเล็กขมวดมุ่น เราคิดผิดเธอหรือเปล่านะที่รับงานนี้น่ะ ตอนแรกนึกว่าจะใช้เวลาแค่ไม่กี่อาทิตย์แต่นี่ตั้งนานแล้วเธอยังไปไม่ถึงไหนเลย

“เฮ้ออออออออ ออกไปรับลมหน่อยดีกว่า”

“เมี๊ยว!

“อ้าวชาร์ อยากไปกับฉันเหรอ มานี่สิ” ขนปุยสีขาวหรือเจ้าชาร์ที่เธอตั้งให้มันกระโดดขึ้นมาประจำที่บนตักของเธอ หลังจากที่เธอมาอยู่ที่นี่ได้ 3 วัน คุณเมลสันก็มาเยี่ยมเธอพร้อมกับบรรดาแม่แมวลูกแมว เขาบอกว่าไม่มีเวลาดูแลมัน เขาจึงเอามาให้เธอดูแลต่อ เขายื่นกรงใส่แมวกับถุงกระดาษที่ใส่ของใช้จำเป็นให้เธอ เขาถามแค่ว่าเจ้านายดูแลดีไหม พอเธอตอบว่าดีมากดเขาก็พยักหน้าแล้วกลับไปทันที ตอนแรกเธอกังวลว่านายท่านจะว่าหรือเปล่าที่เอาแมวมาเลี้ยง แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรเธอ เพียงแค่บอกว่าอย่าให้มันไปรบกวนตอนเขาทำงาน และแล้วครอบครัวแมวเหมียวจึงได้มาอยู่ที่คฤหาสน์ร่วมกับเธอ

“คุณหนูจะไปที่เรือนกระจกเหรอคะ” เสียงแม่บ้านอาวุโสเดินมาช่วยเข็ญรถให้เธอ นางคอยดูแลเธอเหมือนลูกสาวคนนึง ของใช้ต่างๆนางจัดหามาให้เธอทั้งหมด ยิ่งเรื่องเสื้อผ้าของเธอนี่ดูจะกระตือรือร้นเป็นพิเศษ นางมักจะให้เธอลองชุดกระโปรงบานสีหวานที่นางตัดเองอย่างมีความสุขเสมอ เธอจึงรักแม่บ้านคนนี้ราวกับเป็นคุณยายแท้ๆเลยทีเดียว

“โธ่ คุณรีนาค่ะ หนูบอกแล้วอย่าเรียกหนูว่าคุณหนู เรียกแอนเซลก็พอเถอะค่ะ” เด็กสาวเอ่ยขึ้นทุกครั้งที่แม่บ้านเรียกเธอว่าคุณหนู แต่ดูเหมือนเธอจะเปลี่ยนใจแม่บ้านคนเก่งไม่ได้เสียที เมื่อรถเข็ญมาหยุดที่หน้าเรือนกระจก เธอกล่าวขอบคุณที่ช่วยเปิดประตูให้ ภายในเป็นสวนพฤกศาสตร์ที่รวบรวมพันธุ์ไม้หายากหลายชนิด แสงแดดรำไรกับต้นไม้ครึ้มทำให้อากาศเย็นสบาย กลิ่นหอมของดอกไม้ทำให้สมองปลอดโปร่ง เธอมักจะมาที่นี่ประจำเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด กินน้ำชารสเลิศของหัวหน้าแม่บ้าน หัวเราะเสียงดังเมื่อเจ้าชาร์เล่นไล่จับผีเสื้อไปมา ชีวิตแบบนี้เธอไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนเลยจริงๆ

        แต่ก่อนเธอทำงานทุกอย่าง ดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อเอาชีวิตรอด ความพิการทำให้เด็กสาวลำบากกว่าเด็กคนอื่นๆเป็นเท่าตัว เธอฟันฝ่ามาได้โดยใช้ความอดทนและคำสอนของมาดาม เธอมักจะคิดเสมอว่าเธอโชคดีแค่ไนที่ได้เจอมาดาม ได้เล่นตรีที่เธอรัก และได้มีที่พักเป็นหลักแหล่ง ถึงแม้ว่าจะจำเรื่องราวก่อน 3 ขวบไม่ได้หรือไม่มีครอบครัวก็ตาม เธอเติบโตเหมือนดอกไม้ในร่มเงาของตึกใหญ่ แต่ดอกไม้ดอกนี้ก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างไม่ยอมแพ้

        ผ่านไปราว 2 ชั่วโมงเมื่อสมองเข้าที่เข้าทาง ความเมื่อยล้าที่แขนเริ่มบรรเทา เธอก็ขอตัวกลับไปซ้อมที่ห้องดนตรีต่อทันที เธอไม่อยากให้เวลาผ่านไปสูญเปล่า ยิ่งนานวันนายท่านของเธอยิ่งดูเคร่งขรึมมากขึ้น คำพูดคำจาแทบจะนับคำได้เลยทีเดียว เขามักจะหาเครื่องดนตรีมาให้เธอทุกวันไม่เคยขาด แต่เธอก็ยังทำไม่สำเร็จสักที บทเพลงนั้นสำคัญกับเขามากมายขนาดไหนนะ เธอเคยลองถามคุณรีนา แต่ก็ได้รับคำตอบแค่เพียงว่า

“เรื่องนี้ดิฉันเล่าไม่ได้หรอกค่ะ ขอให้รู้แต่เพียงว่าเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับคุณท่านก็พอค่ะ” แล้วนางก็จะเปลี่ยนเรื่องคุยทันที จนแล้วจนรอดความสงสัยเธอก็ยังไม่ได้รับการคลี่คลาย

เมื่อเริ่มมืดร่างสูงก็เข้ามาอีกครั้งพร้อมกับเครื่องดนตรีหลายชิ้น เธอรีบเรียกเขาไว้ก่อนที่เขาจะเดินหายไปอีก วันนี้แหละเธอต้องรู้เรื่องให้ได้ ตาสีน้ำเงินเข้มมองอย่างแปลกใจเมื่อร่างเล็กตะโกนเรียกเข้าลั่นแถมยังใช้มือเข็ญรถแทนที่จะกดปุ่มอัตโนมัติเหมือนอย่างเคย

“คุณเอ่อ คือ วันนี้เอาเครื่องดนตรีมากี่ตัวเหรอคะ” เอาแล้วไงพอจะถามจริงๆก็ไม่กล้าพูด ขอเรื่องอื่นก่อนละกัน

“วันนี้ผมเอาไวโอลินของเมืองอานาดีนสามตัว เมืองรอสต้าสองตัว และเมืองไบฟานตอนใต้อีกหนึ่งตัวครับ” เสียงทุ้มอธิบายให้ร่างเล็กที่ดูเหมือนจะไม่ตั้งใจฟังเท่าไร เธอเอาแต่ก้มหน้าก้มตาบีบมือไปมา

“เป็นอะไรหรือเปล่า ไม่สบายเหรอครับ” เด็กหญิงส่ายหน้าไปมาแต่ก็ยังไม่ยอมพูด เขาจึงเข็ญรถของเธอมาที่โต๊ะรับแขก แล้วนั่งลงฝั่งตรงข้าม

“คือว่า ที่จริงๆแล้ว ฉันมีเรื่องอยากจะถามน่ะค่ะ” เขาเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นโดยถามทางสายตา เธอนิ่งไปสักพักก่อนจะหลุดปากถามออกไป

“บทเพลงนี้มีความสำคัญกับคุณมากแค่ไหนคะ ทำไมคุณต้องทุ่มเทให้มันขนาดนี้ แล้วแถมยังเฉพาะเจาะจงว่าต้องเป็นหนูอีก ทั้งๆที่มีคนเก่งๆกว่าหนูอีกมากมาย แล้ว แล้วยังดูแลหนูอย่างดีอีก แล้วที่นี่มันที่ไหนกันคะ ” ร่างเล็กหายใจหอบเล็กน้อย ความอัดอั้นความสงสัยทำให้เธอหยุดพูดกลางคันไม่ได้ แถมยังไม่กล้าสบตาคนตรงหน้าอีก เธอจึงทำได้แค่ก้มหน้ารอเขาต่อว่ากลับมา

                ชายหนุ่มเพียงแค่ถอนหายใจเล็กน้อย เขาลุกขึ้นเปิดม่านในห้องพร้อมกับเข็ญรถพาร่างเล็กไปรับลมที่ระเบียง แล้วถอดเสื้อคลุมมาคลุมให้กันความหนาว ก่อนที่จะมองเหม่อออกไปไกล เด็กหญิงเงยหน้ามองเขาแล้วมองไปตามสายตานั่น แต่แล้วเธอก็ตกใจเพราะภาพตรงหน้าไม่ใช่ทุ่งดอกกุหลาบอีกแล้ว แต่เป็นเมืองที่เธออยู่ เมืองโรสแซล!

“คุณท่านคะนี่มัน ที่นี่ เกิดอะไรขึ้นคะ” ชายหนุ่มอดที่จะอมยิ้มในใจไม่ได้ พออนุญาตให้ถามก็ถามเยอะจริงๆเลยนะ

“จะให้ตอบคำถามไหนก่อนดีล่ะ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น ทำให้เด็กสาวเริ่มหน้าแดงอย่างเขินๆ

“อ่า งั้นขอคำถามที่ว่า ที่นี่จริงๆแล้วคือที่ไหนคะ”

“ที่นี่อยู่ทางตอนเหนือห่างจากเมืองที่คุณอยู่ไกลมากครับ” เมื่อเธออ้าปากจะถามต่อเขาก็พูดราวกับตอบคำถามว่า

“เนื่องจากว่า มีบางอย่างทำให้คฤหาสน์แห่งนี้ต้องมาอยู่ที่นี่เฉพาะเวลากลางคืนน่ะครับ”

“อะไรบางอย่างนี่...คงไม่ใช่ เวทย์มนตร์หรอกนะคะ”

“เปล่าครับแต่มันเป็น คำสาป ต่างหาก” แววตาสีเข้มหันกลับไปมองแสงไฟที่เรียงรายราวกับดาวบนท้องฟ้า เสียงสูดหายใจลึกๆ ดังขึ้นก่อนที่เสียงทุ้มจะเอ่ยคำถาม

“คุณคงได้ฟังเรื่องตำนานของเมืองโรสแซลมาบ้างใช่ไหมครับ”

“ค่ะ เป็นเรื่องเล่าว่ามีคำสัญญาของหญิงสาวงดงามที่มีต่อชายหนุ่มคนรัก แต่ว่าเธอถูกบังคับจากพระราชาผู้ทรงอำนาจให้แต่งงานด้วยใช่ไหมคะ” เขาพยักหน้าที่เธอรู้เรื่องดีอยู่แล้ว

“แล้วถ้าผมจะบอกคุณว่าตำนานพวกนั้นมีความจริงที่ซ่อนอยู่คุณจะเชื่อไหมครับ”

“ความจริงเหรอคะ”

“ครับ ความจริงที่น่าเศร้าจากเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น และความเศร้านั้นอาจจะเกิดจาก ผม” สายลมวูบพัดผ่านเส้นผมยาวสีรัตติกาล นัยน์ตาสีเข้มสะท้อนเพียงความรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง


-------------------------------------------------------

อ๊าาาา ฉากกุ๊กกิ๊กเล็กๆ แย่ล่ะสิ สงสัยต้องเปลี่ยนแนวนิยายสะแล้วมั้งนี่

ฮ่าๆ ขอความเห็นว่าควรเปลี่ยนเป็นแนวรักโรแมนติกดีหรือไม่ด้วยนะคะ

7 ความคิดเห็น

  1. #4 ~mist~ (@chikachika) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กันยายน 2554 / 23:38
    ฮะๆ พอไรเตอร์ถามว่าควรเปลี่ยนแนวไหม รีบเลื่อนขึ้นไปอ่านแนวปัจจุบันทันทีเลยค่ะ เป็น รักเศร้าๆ เห็นแล้วตกใจนิดนึงเลยอ่ะ ปกติหาอ่านแต่พวกแฟนตาซี ไม่รู้มาโผล่หมวดนี้ได้ยังไง แต่ก็ดีแล้วอ่ะนะที่มาเจอเรื่องนี้ ส่วนเรื่องเปลี่ยนเป็นแนวรักโรแมนติกดีไหมนั่น น่าจะขึ้นอยู่กับแนวเนื้อเรื่องที่ไรเตอร์จะพิมพ์นะคะ สำหรับคนอื่นเราไม่ทราบ แต่ของเรานั้นไม่สามารถบอกได้ค่ะว่าเปลี่ยนดีไหม เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับไรเตอร์ แล้วเนื้อเรื่องตอนนี้นน่าจะยังไม่เข้าประเด็นเรื่องเรื่องสำคัญๆ(มั้ง)คะ รึเปล่าอ่ะ? ยังดูไม่ชัดเจนพอที่จะบอกว่าเป็นแนวไหน่ะค่ะ
    #4
    0