[os/sf seventeen] Coffee, Tears, Moonlight

ตอนที่ 17 : [os] พี่เจ้าสัวของน้องเสือ || soonhoon

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 608
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    12 ก.ค. 62





ซูนยอง as เสือ

จีฮุน as เจ้าสัว











ตึ๊ด! ตึ๊ด! ตึ๊ด!



เจ้าสัวไม่รู้ว่าจะคิดยังไงดีกับคนที่คว้ามือถือโทรมาหาเขาก่อนนาฬิกาปลุกได้ทุกเช้า


"...ว่า?"


"เจ้าสัวๆ ปกติซีเรียลกับนมเนี่ยต้องใส่อันไหนก่อนเหรอ คือไปถามเพื่อนมาแล้วบางคนก็บอกใส่นมก่อน บางคนก็บอกใส่ซีเรียลก่อน คือปกติก็ใส่ซีเรียลก่อนนะแต่ถ้าอันไหนถูกต้องก็อยากทำให้ถูกอะ"


"...แดกๆ เข้าไป"


"ไม่ได้นะ! เรื่องนี้มันส่งผลต่อรสชาติด้วยแน่ๆ เค้าว่าเค้าจะลองกินสองแบบอะ แบบไหนอร่อยกว่าก็ให้ชนะไป เจ้าสัวจะลองด้วยมั้ย? เดี๋ยวเค้าเอาไปให้ลองที่คณะ..."


"มึงจะหอบชามมาด้วยหรือไง!? จะแดกก็แดกไป!"


"อ้ะ เดี๋ยว..."


ตึ๊ด!


คือ...บทสนทนาข้างต้นไม่ใช่แค่วันนี้ แต่เป็นทุกวัน ทุกเรื่อง ทุกประเด็นที่สารพัดจะสรรหามาถามให้เจ้าสัวได้ขบคิดเชาว์ปัญญาแบบไม่รู้ว่ามึงจะรู้ไปทำไม ถามตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ เป็นเจ้าหนูจำไม ถามจริงว่ากูจีบมึงมาเป็นแฟน หรือจีบมาเป็นลูกกันแน่วะ!


เกือบครึ่งปีแล้วที่เจ้าสัวตกลงคบกับไอ้เด็กบ้า ติ๊งต๊อง เลือดร้อน แถมยังชอบพูดพล่ามเป็นต่อยหอย เขาสอบติดมหาวิทยาลัยรัฐชื่อดังที่ไกลบ้านพอสมควรจึงต้องพักอยู่หอ ส่วนมันอยู่บ้าน ส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยได้ใช้เวลาร่วมกันเท่าไหร่ ที่บอกว่า 'เกือบ' ครึ่งปีเป็นเพราะช่วงแรกหลังจากโดนเพื่อนหลอกพาไปสารภาพรัก เจ้าสัวก็เอาแต่หลบหน้าลูกเดียว เจอเพื่อนหว่านล้อมไปเจอคนเด็กกว่ายังไงก็ชิ่งหนีเอาซึ่งๆ หน้า ถึงขั้นตะกายปีนกำแพงหลังบ้านเพราะโดนดักรอหน้าบ้านก็เคยมาแล้ว



ตอนนี้ก็เป็นแฟนกันแล้ว ก็...ดีนะ



แต่จะรู้สึกพลาดก็ตอนได้รับเสียงเรียกเข้าทุกวัน วันละสามเวลาหลังอาหาร เปิดมาด้วยประโยคเดิมๆ ตามด้วยสารพัดเรื่องเท่าที่คิดออก จนจากใจเต้นเมื่อเห็นชื่ออีกฝ่ายบนหน้าจอมือถือก็กลายเป็นเฉยๆ นานเข้าก็เริ่มรำคาญ อายุก็ไม่ได้ห่างกันเท่าไหร่ ทำไมมีแฟนเด็กมันต้องเด็กน้อยขนาดนี้วะ เดินออกจากบ้านสามเมตรยังต้องโทรมาถามทาง แบบอีกนิดเดียวมึงก็เอากูขึ้นหิ้งไปไหว้รวมกับอากงอาม่ามึงได้เลยอะ


"เจ้าสัวๆ สมัครออลเมมเบอร์ยัง? เมื่อวานเค้าจะกดเบอร์สะสมแต้มแต่ว่ากดผิดปุ่มเลยโดนพี่พนักงานมองแรงใส่ด้วยอะ ฮะๆๆๆ เจ้าสัวจะใช้รหัสเค้าสะสมแต้มก็ได้นะ ถ้าอยากแลกอะไรก็ใช้เบอร์เค้าเอา"


"เจ้าสัวๆ เวลาเปิดพัดลมเอาเท้าเหยียบปะ? คือเมื่อวานอาม่าดุเค้าอะ ถ้าไม่ใช้เท้าเหยียบแล้วทำไมปุ่มมันต้องอยู่ตรงนั้นเนอะคิดดู"


"เจ้าสัวๆ เห็ดที่อยู่ในต้มยำเรียกว่าอะไรอะ? เห็ดนางฟ้า? เห็ดฟาง?"


มือถือมีปุ่มโทรออก ทำไมไม่มีกูเกิ้ลวะ! บางวันเหนื่อยๆ กลับหอมาเขาก็อยากจะทิ้งตัวลงกับเตียงไม่พูดไม่จา ติดแค่ชีทเรียนที่ต้องขุดตัวเองขึ้นมาอ่านกับคอยรับสายจากไอ้ตัวกวนวันๆ ไม่มีอะไรทำ!




เจ้าสัวก็สงสัยเหมือนกันนะ ว่าไอ้เด็กนี่เขาจับฉลากได้มาเป็นแฟนหรือไง




"เจ้าสัวววว บีทีเอสเสีย..."


"รู้แล้ว! บอกกูทำไม!?"




จะว่าคบกันแล้วแย่ก็ไม่ใช่ ช่วงแรกที่คบกันน้ำต้มผักก็ว่าหวานไปหมด เขายังจำความรู้สึกใจเต้นตึกตักเหมือนจะพลัดหลุดได้ตอนที่ฝ่ายนั้นโทรมากระซิบบอกฝันดี ใบหูจั๊กจี๊เหมือนถูกเป่าลมใส่เบาๆ...จั๊กจี๊ไปถึงหัวใจ จนวางสายไปนานแล้วก็ยังนั่งหน้าแดงอยู่ในความมืด อมยิ้มกับหมอนข้างเหมือนคนบ้า


ส่วนตอนนี้...กูปิดมือถือใส่


"เจ้าสัว เมื่อไหร่จะมาบ้านเค้าอีกอะ แม่เค้าบ่นคิดถึง เจ้าสัวเบื่อข้าวมันไก่ไม่หนังร้านเราแล้วเหรอ"


คิดถึงสายตาแฝงเลศนัยจากผู้เป็นมารดาของฝ่ายนั้นแล้วได้แต่รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ตอนนั้นเจ้าสัวถูกหลอกว่าจะแวะไปเอาของที่บ้าน รู้ตัวอีกทีคือโดนเสือหลอกพาไปเปิดตัวแฟนต่อหน้าแม่แบบแกรนด์โอเพนนิ่งยิ่งใหญ่ ต่อหน้าเขียงสับไก่และหม้อหุงข้าวที่โรแมนติกเสียเต็มประดา คนก่อเรื่องยิ้มน้อยยิ่งใหญ่ขณะที่เขาอ้าปากพะงาบๆ คนเป็นแม่ก็ไม่เบา หันไปบอกลูกชายตัวเองว่าไปเก็บเงินค่าสินสอดเอาเอง แต่ถ้าเป็นคนนี้แม่ชอบ เดี๋ยวแม่ช่วยออกหมื่นนึง ทำเอาเขาขนลุกซู่ไปถึงตาตุ่ม


ไม่เอา! ไม่เอาโว้ย!!


จากนั้นนั่นเป็นคืนเดียวที่เราค้างด้วยกัน ส่วนมีอะไรเกิดขึ้นบ้างนั้น...เอาเป็นว่าเขาถูกจูบจนหัวหมุนตาลาย ริมฝีปากบวมเจ่อ มีรอยแดงเป็นจ้ำเพิ่มขึ้นที่ลำคอและหน้าอกได้ยังไงไม่รู้ พอไปถามไอ้เด็กนั่นก็ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้น่าถีบใส่ อีกนิดก็จะช่างหัวคำว่าแฟนแล้วเปลี่ยนเป็นความสัมพันธ์แบบกระสอบทรายแล้ว ไอ้เด็กเวร


"เจ้าสัว เจ้าสัวไม่ให้เค้าไปหานานแล้วนะ คิดถึงอะ เมื่อไหร่จะได้เจอกันบ้าง"


เสียงงอแงของคนเด็กกว่าแว่วมาตามสาย ตามด้วยเสียงตุบเหมือนทิ้งตัวบนเตียง ตัดภาพมาที่เจ้าของชื่อซึ่งเสียบหูฟังไว้กับโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะ มือนึงตวัดเขียนอักษรที่ประกอบไปด้วยสัญลักษณ์และตัวเลขมากมาย อีกมือนึงจิ้มเครื่องคิดเลขยิกๆ ไม่ให้ขาดช่วง ตาเพ่งมองหน้ากระดาษใต้แสงจ้าของโคมไฟยามค่ำคืน


"เจ้าสัว..."


เสียงเจ้าตัวเริ่มบ่งบอกว่าจะงอนในไม่ช้า เขาพรูลมหายใจใส่ปลายสาย "กูบอกกูไม่ว่างไง"


อีกฝ่ายเงียบไปครู่นึง "ก็รู้ว่าไม่ว่าง แต่ให้เค้าไปหาไม่ได้เหรอ ขอแค่นั่งข้างๆ ไม่ต้องคุยกันก็ได้"


"ตลกละ อย่างมึงน่ะเหรอจะนั่งเงียบๆ เป็น" คนฟังส่งเสียงฮึเหมือนถูกขัดใจ "เดี๋ยวสอบเสร็จค่อยเจอกันไง กูบอกแล้วนี่ว่าติดสอบ เดี๋ยวปีใหม่กูกลับบ้านก็ได้เจอกันทุกวันแล้วไง จะรีบร้อนทำไม"


"อะไรอะ!? ตั้งนาน! ไม่เอา!" เสียงพรืดเหมือนเจ้าตัวเอาหัวมุดผ้าห่มแล้วกลิ้งไถล "ไม่เจอกันเป็นเดือนได้ยังไง ไม่เอาหรอก เค้าตายแน่ๆ"


"จะเจออะไรนักหนา นี่กูไม่ใช่สายออกซิเจนนะไม่เจอถึงจะตาย"


"ทำไมอะ เค้าอยากเจอแฟนบ้างไม่ได้เหรอ เราเป็นแฟนกันนะ!"


"ก็รู้" เขาสบถเมื่อเพิ่งรู้ตัวว่าใส่ค่าตัวเลขคำนวณผิดข้อมาตั้งนาน "มึงแม่งพูดไม่รู้เรื่องว่ะ เอาไว้คุยกันวันหลังนะ แค่นี้"


"เฮ้ย เดี๋ยว--"


—ตู๊ด


เจ้าสัวกดตัดสายแล้วคว่ำหน้าโทรศัพท์ลงบนโต๊ะทันที พยายามเรียกสมาธิกลับมายังงานตรงหน้า ตอนนี้เขาหงุดหงิดเกินกว่าจะใส่ใจความรู้สึกของอีกฝ่าย ในเมื่อบอกไปไม่รู้กี่หนต่อกี่หนว่าเขายุ่งและมีเวลาให้ตามตารางที่ส่งให้ดู แต่อีกฝ่ายก็ยังเซ้าซี้ไม่เลิก ไม่รู้ชาติก่อนเกิดเป็นปลิงเกาะหน้าแข้งเขาหรือไง จนบางครั้งเขาก็รู้สึกลังเลว่าตัวเองหงุดหงิดจนเผลอพูดแรงเกินไปหรือเปล่า แต่ก็ปัดความคิดนั้นทิ้งไปอย่างรวดเร็ว




ช่างเถอะ ขี้ตื้อเอาปานนั้น ต่อให้พูดอะไรไปก็คงไม่รู้สึกหรอกมั้ง












"เจ้าสัวๆ อาทิตย์นี้มาบ้านเค้าไหม แม่ไม่อยู่อะ เดี๋ยวเค้าจะได้โชว์ฝีมือทำข้าวเช้าให้กินบ้าง! บอกเลยว่าแล้วจะติดใจ!"


เสียงขี้จ้อน้ำไหลไฟดับของบุคคลที่ถูกบันทึกชื่อในโทรศัพท์ของเจ้าสัวไว้ว่า 'ไอ้เด็กบ้า' ระยะหลังได้ยินเพียงผ่านสัญญาณไร้ความอบอุ่นของโทรศัพท์เท่านั้น


เขาเองก็ยอมรับว่าคิดถึงเจ้าของเสียงอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่ในเวลาที่เขากำลังรั้งกระเป๋ากระหืดกระหอบเข้าห้องเรียน เสียงเปิดประตูดังเอี๊ยดทำให้เพื่อนในห้องหันมามอง แล้วก็ส่งสายตาล้อเลียนมาให้เมื่อเห็นว่าเขากำลังหนีบโทรศัพท์มือถือไว้กับบ่า เจ้าสัวปลดกระเป๋าวางข้างๆ เก้าอี้ที่ประจำ พยายามหย่อนตัวลงบนที่นั่งและยักคิ้วทักทายเพื่อนอย่างเงียบเชียบไม่ให้รบกวนอาจารย์ที่เริ่มบรรยายไปได้สองสามหน้า ดึงไอแพดออกมาเพื่อกดอัดเสียงการสอนของอาจารย์พลางกระซิบใส่โทรศัพท์


"กูก็บอกว่ากูไม่ว่างไง"


เสียงขยับยุกยิกแว่วมาตามสาย เดาว่าเจ้าตัวเพิ่งนึกออกเรื่องที่เขามีเรียนชดเชยในวันเสาร์ เวลานี้เด็กมัธยมปลายที่ได้ที่เรียนแล้วอย่างเสือคงใช้วันหยุดสุดสัปดาห์ไปกับการเที่ยวเล่นหรือนอนกลิ้งอยู่บ้านมั้ง วินาทีนั้นเจ้าสัวนึกคิดถึงวันเวลาเหล่านั้นจับใจ


"เจ้าสัวเลิกคลาสเที่ยงใช่หรือเปล่า เค้าไปรับได้นะ นี่มาช่วยงานครูที่โรงเรียนพอดีเลย เพื่อนก็ทิ้งหนีไปกินข้าวเที่ยงกับคนอื่นกันหมด" ให้เดาก็คงเป็นข้ออ้าง เพราะคนอย่างเสือ ต่อให้เพื่อนกินข้าวกับแฟนก็คงเสนอหน้าไปนั่งแป้นแล้นด้วย "ไอ้วันก็ไม่มา นะๆ เค้าอยากเจอ เจ้าสัวก็เอาหนังสือมานั่งอ่านบ้านเค้าเลยสิ ค้างสักคืนแล้วพรุ่งนี้ค่อยกลับ"


"เสือ" เขาเริ่มเสียงเข้ม ไม่ใช่เพราะทำไม่ได้ เขาใช้แค่ไอแพดเครื่องเดียวก็สามารถทบทวนเนื้อหาที่ไหนก็ได้ แต่เพราะการนั่งอ่านกับเสือทำให้เขาไม่มีสมาธิต่างหาก "ตกลงกันไว้แล้วว่าไง? เลิกดื้อสักทีได้ไหมวะ"


เสียงขยับครูดคราดจากฝั่งนั้นดังอีกระลอก ก่อนจะตามด้วยเสียงถอนหายใจ "ครูเรียกแล้วอะ เค้าไปช่วยครูก่อนนะ"


เจ้าสัวพยักหน้าส่งๆ โดยไม่สนว่าอีกฝ่ายจะรับรู้หรือไม่ก่อนกดตัดสายทันที สมาธิเขาเริ่มไปจดจ่ออยู่กับเนื้อหาบนจอเรียบร้อย จะให้มาสนเรื่องส่วนตัวตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด เจ้าสัวมีขีดแบ่งเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวอยู่และต้องยอมรับว่าเขาค่อนข้างกดดันตัวเอง ยิ่งในช่วงสอบที่ตารางการอ่านทบทวนถูกจัดไว้เคร่งครัดจนพลาดไม่ได้แม้แต่เรื่องเดียว


เที่ยงสิบห้านาที เจ้าของร่างเล็กเก็บของทยอยออกจากห้องตามเพื่อน ในหัวยังคงเต็มไปด้วยชื่อสารเคมีต่างๆ หมุนวนไปมาจนเริ่มรู้สึกมึนๆ น่าจะเพราะแสงไฟสว่างจ้าที่สะท้อนเข้าตาเป็นเวลาหลายชั่วโมงไม่ได้พักตั้งแต่เช้าด้วย เขาถอดแว่นแล้วคลึงหัวตาเบาๆ กลับไปต้องรีบอ่านทบทวนอีกครั้ง...


"ไอ้สัว มีน้องมาหาว่ะ"


เขากะพริบตา ยังนึกไม่ออกในแวบแรกว่า 'น้อง' ที่เพื่อนพูดถึงนั้นหมายถึงใคร ทว่าพอมองข้ามไหล่เพื่อนไปเห็นร่างโปร่งของเสือในชุดนักเรียน เสื้อแขนสั้นสีขาวปักตราโรงเรียนและกางเกงขาสั้นสีดำ นั่งชะเง้อชะแง้อยู่บนม้านั่งใต้ตึก ท่าทางเหมือนเด็กรอผู้ปกครองมารับไม่มีผิด เจ้าสัวแทบกลอกตาขึ้นฟ้ากระทั่งเห็นว่าเพื่อนส่งสายตากรุ้มกริ่มล้อเลียนมาให้อย่างมีเลศนัย เขาชักสีหน้าแล้วรีบตรงดิ่งไปหาคนที่ผุดลุกขึ้นรับอย่างดีอกดีใจ


"เจ้าสัว! เค้ามารับแหละ"


"ก็บอกว่าไม่ต้องมาไง"


สีหน้าอีกฝ่ายเจื่อนไปชั่วครู่ก่อนจะเปลี่ยนไปทำหน้ามุ่ย ท่าทางสะดิ้งจนน่าหยิกแรงๆ


"ก็ถ้าไม่มาเดี๋ยวเจ้าสัวก็ไม่ยอมมาหาเค้าอีกอะ" ปากมู่ๆ ยื่นออกมาอย่างน่าหมั่นไส้ ก่อนจะรู้ตัวเขาก็เผลอตีลงไปบนริมฝีปากนั้นจนเจ้าตัวร้องโอ๊ย "เค้าเจ็บนะ! เนี่ยคือที่บ้านเพิ่งได้มะม่วงมาโลนึงเลยว่าจะทำมะม่วงน้ำปลาหวานไง เจ้าสัวไปบ้านเค้าหน่อยนะ เดี๋ยวทำให้กิน"


"นี่คิดว่ากูเป็นคนล่อได้ด้วยของกินเหรอวะ" ทำเสียงแข็งใส่มันไปแล้วก็ตัดสินใจเปลี่ยนประเด็น เพราะมันดันเป็นเรื่องจริง "มาได้ไงวะ กูเคยอนุญาตให้มึงมาหาที่คณะด้วยหรือไง"


"น่า เค้าไม่ได้บอกใครเลยนะว่าเค้าเป็นแฟนเจ้าสัว เป็นไง เก่งมะ" คนถูกถามได้แต่เงียบเพราะก่อนหน้านี้เคยเล่นเกมหมุนขวดกับเพื่อนในคณะแล้วโดนสั่งให้เล่าเรื่องแฟนคนปัจจุบัน แค่มีเด็กม.ปลายตัวสูง ตาขีด ใส่ชุดนักเรียนโรงเรียนเดียวกับเจ้าสัวมาหา ป่านนี้คงถูกแซวไปไม่รู้ถึงไหนต่อไหนแล้วมั้ง “ปะ ไปอ่านหนังสือที่บ้านเค้าดีกว่า เปลี่ยนบรรยากาศจะได้ไม่ง่วงไง"


"เดี๋ยวสิ!" เจ้าสัวรีบกระชากกระเป๋ากลับเมื่อคนกระตือรือร้นแย่งไปถือให้แล้วทำท่าจะตบเท้าหน้าเดิน "ใครบอกว่ากูจะไปบ้านมึง ก็บอกว่าไม่ว่างไง ไม่ - ว่าง พูดแค่นี้ไม่เข้าใจหรือไง"


"ทำไมจะไม่ได้อะ เค้าสัญญาจริงๆ ว่าจะไม่กวนเจ้าสัวเลย"


"ประเด็นคือมึงพูดไม่รู้เรื่องเปล่าวะ"


"เค้าก็คิดดีแล้วไง เดี๋ยวพรุ่งนี้เค้าจะรีบมาส่งที่หอสมุด ให้เจ้าสัวมาติวกับพวกพี่แพทไง เค้าไม่ได้ลืมสักหน่อย"


"แต่มึงไม่ทำตามที่กูบอก!"


"แล้วเจ้าสัวมีเหตุผลอะไรที่ไม่ให้เค้ามาหาล่ะ!"


"โว้ย!!"


เสียงโวยลั่นทำเอาเสือสะดุ้ง ทว่า ประกายแน่วแน่ในดวงตายังคงไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเจ้าตัวคว้ามือเขาไปกุมแน่น ความหัวรั้นของคนเป็นแฟนแทบทำให้เขาหมดความอดทนแล้วสบถออกมาดังๆ


"แค่วันนี้วันเดียวนะ ไปกินมะม่วงน้ำปลาหวานให้อารมณ์ดีๆ จะได้กลับมาพร้อมสู้งานต่อเนอะ เสือขอเวลาจากเจ้าสัววันเดียวเองนะ...นะครับ"




เจ้าสัวรู้ว่าเขาแพ้...แพ้คนที่เด็กกว่าคนนี้มาโดยตลอด เพียงแต่เขาไม่ชอบใจเอามากๆ เสียเลย











ห้องของเสือค่อนข้างเป็นระเบียบสะอาดเรียบร้อยกว่าเด็กผู้ชายทั่วไป ทว่า ความคิดก็ต้องปราศไปทันทีเมื่อเจ้าสัวเหลือบไปเห็นเสื้อกันหนาววางพาดไว้ส่งๆ ปลายเตียงกับถุงขนมกินค้างไว้บนโต๊ะ เสือรีบตรงเข้าไปคว้าเสื้อกันหนาว โยนมันเข้าไปในตู้เสื้อผ้า เขาเสมองไปทางอื่นทันทีเมื่อเห็นผนังเหนือโต๊ะเขียนหนังสือของเสือแปะไว้ด้วยโพสท์อิตสีชมพูจำนวนมหาศาล กับลายมือตัวโตที่เขาจำได้ว่าเป็นของเขาเอง ตอนนั้นทำลงไปได้ยังไงนะ โอ๊ย! ถ้ารู้ว่าสักวันจะได้เป็นแฟนกันจะไม่ทำแบบนั้นเด็ดขาด! เขาวางกระเป๋าลงข้างเตียงพร้อมกับที่ผู้เป็นแฟนกางโต๊ะเล็กและวางเบาะรองนั่งให้ทันที


"เจ้าสัวนั่งนี่นะ โต๊ะเค้ารกไปหน่อย น่าจะเขียนไม่ถนัด เดี๋ยวเค้าต่อโคมไฟให้" เขาพยักหน้าให้กับท่าทีกุลีกุจอเอาใจของมัน “ถ้าเหนื่อยอยากพักก็เรียกเค้านะ เดี๋ยวเค้าลงไปข้างล่างแปบนึง จะไปปอกมะม่วงให้ แอร์ถ้าเย็นไปก็หรี่ได้นะ ผ้าห่มจะเอาไปคลุมตักก็ได้ เค้าซักใหม่ๆ เลย”


“เออๆ” เขาตอบแล้วเปิดกระเป๋าหยิบไอแพดกับชีทเรียนสองสามชุดออกมาเตรียมประจำการ


วันนี้เสือสงบเสงี่ยมได้อย่างที่บอกจริงๆ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าร่างของอีกฝ่ายที่เดี๋ยวก็เดินเข้าออก เดี๋ยวก็มาชวนกินนู่นนี่ หยิบหนังสือเตรียมสอบมาอ่านบ้าง ไถลไปกับเตียงเล่นโทรศัพท์ไปบ้าง ออกจะเกะกะลูกตาเขาไม่น้อย พอขว้างหมอนใส่แล้วไล่ให้ลงไปข้างล่างเจ้าตัวก็หายไปสักพักก่อนกลับมาพร้อมข้าวผัดปูควันกรุ่นหอมฉุยโปะหน้าด้วยหมูทอดน้ำปลาแบบหนังกรอบและเนื้อยังขาวชุ่มฉ่ำ ยอมลงไปกินข้าวข้างล่างกับมันสักพักเขาก็กลับขึ้นมาอ่านหนังสือต่อจนกระทั่งโดนมันไล่ไปอาบน้ำแล้วกลับมาจดสรุปเรื่องที่อ่านไปแล้ว


ก๊อกแก๊ก...ก๊อกแก๊ก...ก๊อกแก๊ก


เสียงปากกากระทบหน้าจอเป็นจังหวะคล้ายจะกลืนกินกาลเวลาในความรู้สึกของเจ้าสัวไปเสียหมด กระทั่งเสียงตุบตับคล้ายคนกลิ้งบนเตียงก็ไม่ได้ดึงสมาธิของเขาออกจากตัวอักษรเรียงรายเป็นพรืดตรงหน้า เขากะพริบตาถี่ๆ รู้สึกว่าตาล้าจากการจ้องหน้าจอนานๆ ทว่ายังไม่คิดจะฟุบหลับ


"เจ้าสัว นอนได้แล้วนะ นี่มันจะตีสามแล้ว"


เขาแสร้งทำเป็นหูทวนลม กดเครื่องคิดเลขสักพักก็จดอะไรยุกยิกลงไปใหม่ ได้ยินเสียงกลิ้งตัวของคนบนเตียงมาหยุดลงข้างตัวเขาก่อนเจ้าตัวจะยื่นหน้ามาเรียกร้องความสนใจ


“เจ้าสัว ไว้อ่านพรุ่งนี้เถอะนะ สมองล้าแล้วอ่านไปก็ไม่เข้าหัวเต็มที่หรอก นอนก่อนเถอะ”


“ออกไป” เขาดันแก้มอ้วนของคนเป็นแฟนให้พ้นทาง “แค่นี้กูโต้รุ่งไหว มึงอย่ามารู้ดีไปหน่อยเถอะ”


“ฮึ” อีกฝ่ายทำเสียงขึ้นจมูกน้อยๆ เหมือนทุกทีที่กำลังงอนแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะรู้ว่าแฟนไม่ง้อ กลิ้งตัวลงจากเตียงแล้วเดินหายไปข้างนอกพักใหญ่ด้วยเหตุผลอะไรที่เจ้าสัวไม่ได้สนใจก่อนกลับมาพร้อมน้ำแก้วใหญ่


“เจ้าสัว นอนได้แล้ว”


“…”


แก้วน้ำนั้นถูกวางลงตรงหน้า พร้อมกับร่างสันทัดในชุดนอนง่ายๆ อย่างเสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้นทรุดตัวลงนั่งตรงหน้าเขาโดยมีโต๊ะคั่น ตาชั้นเดียวเรียวเล็กจับจ้องตรงมากำลังทำให้เขาเสียสมาธิ


“เจ้าสัว นอนดึกมันไม่ดีนา”


“…”


“หนังสือค่อยอ่านพรุ่งนี้ก็ได้ปะ ให้เค้าปลุกเจ้าสัวเอง”


“…”


“เดี๋ยวพรุ่งนี้ง่วงตอนเช้าแล้วก็ติวกับเพื่อนไม่ไหวหรอก ดูสิ นอนดึกเดี๋ยวหน้าเหี่ยว ใต้ตาดำเป็นหมีแพนด้า รวมๆ กันแล้วเค้าว่า…”




"งั้นก็หาแฟนใหม่ไปเลยสิ!"




เสือชะงัก เหลือบตามองคนตรงหน้าเหมือนไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต


เจ้าสัวก็ไม่รู้ว่าพูดออกไปได้อย่างไร เพียงแต่ตอนนี้เขาหงุดหงิดรำคาญเสียจนไม่สนใจอะไรแล้ว


"เรียนเหนื่อยก็เหนื่อย จะงอแงอะไรนักหนาวะ!"


ตวาดออกไปเสียงดังก็รู้สึกได้ถึงความเงียบที่เข้าปกคลุมเฉียบพลัน ความรู้สึกผิดบางประการแผ่ขึ้นมาทำให้เขาแสร้งทำเป็นใส่หูฟังเพื่อตัดบทสนทนา เขียนอะไรไปเหมือนไม่สนใจสักพักก็รู้สึกตัวว่าไม่ได้เขียนออกมาเป็นตัวอักษรด้วยซ้ำ


ไม่สิ…ทำไมเขาต้องรู้สึกผิดวะ มันต่างหากที่ควรสำนึกผิดที่มากวนเขา ใช่ มันที่นั่งนิ่งเงียบอยู่เหมือนเดิมนี่แหละ ฉับพลันเจ้าสัวทบทวนคำพูดตัวเองแล้วขนลุกวาบ ถ้ามันตอบมาว่าเลิกก็ดีล่ะ…เดี๋ยว ไม่เอานะ


ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ได้พูดอะไรแบบที่เขาคิด ร่างเงาตรงหน้าวูบไหวใต้แสงโคมไฟเพียงขยับตัวเล็กน้อยแล้วนิ่งไป เขาแอบเหลือบตามอง หัวใจหล่นวูบเพียงคิดว่าในใจอีกฝ่ายคงโกรธเกลียดเขามากแค่ไหน แต่แล้วเสือก็เอ่ยเสียงนุ่มเรียบๆ ราวกับคิดว่าเขาไม่ได้ยิน ซึ่งความจริงคือมือถือเขาเปิดเพลงเสียที่ไหน


“ขอโทษนะ”


“…”


"เค้ารู้ว่าเค้างอแงใส่เจ้าสัวมากไปหน่อย อือ เค้าก็อยากอยู่ด้วยแหละ อยากได้ยินเสียง อยากเห็นหน้า เค้าก็รู้ว่าเจ้าสัวไม่ว่าง แต่ที่งอแงเพราะไม่รู้ว่าต้องทำยังไงดีถึงจะหายคิดถึง เจ้าสัวให้เวลาเค้าอีกนิดนะครับ ให้เราหาจุดลงตัวของกันและกันเจอก่อน จนถึงวันนั้นล่ะก็...อย่าเพิ่งเลิกกันเลยนะครับ"


น้ำเสียงราบเรียบราวผิวน้ำสงบ ทว่า กลับสัมผัสได้ถึงความน้อยใจที่แฝงซุกซ่อนมิดเม้นราวกับไม่ต้องการให้คนฟังเป็นกังวล ร่างของคนตรงหน้านั่งนิ่งอยู่อึดใจหนึ่งก็ขยับลุก ชั่วเสี้ยววินาทีนั้นเจ้าสัวอยากยื่นมือออกไป อยากดึงชายเสื้ออีกฝ่ายไว้แล้วเอ่ยคำแก้ตัวอะไรก็ได้ที่จะทำให้ความเปล่าเปลี่ยวเดียวดายในน้ำเสียงนั้นมลายหายไป แต่มีเพียงทิฐิที่ยับยั้งตัวเขาไว้ ปล่อยให้อีกฝ่ายลุกออกไปโดยที่เจ้าสัวไม่อาจคว้าจับไว้ได้




ไขว่คว้าไว้ไม่ได้เลย











เจ้าสัวตื่นเช้าขึ้นมา แทนที่จะเห็นไอแพดกับกองชีทกระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบบนโต๊ะหนังสือซึ่งเป็นภาพสุดท้ายที่เห็นก่อนภาพตัด เขากลับเห็นเพดานขาวนวลของห้องแทน พอตะเกียกตะกายลุกขึ้น ผ้าห่มลายดวงดาวก็หล่นลงไปกองที่เอว


เขาลุกขึ้นนั่งอย่างมึนงง พร้อมๆ กับที่ความรู้สึกอ่อนไหวจู่โจมจนรู้สึกเหมือนอยากจะร้องไห้ ร่างเล็กโซซัดโซเซออกจากห้องซึ่งเปิดเครื่องปรับอากาศไว้เบาๆ ลงไปชั้นล่างของบ้าน ริมฝีปากสีระเรื่อเบะออกทันทีเมื่อเห็นแผ่นหลังคนที่ตามหากำลังก้มๆ เงยๆ อยู่ที่เตาแก๊สในห้องครัว


"เสือ"


"อ้าว เจ้าสัว ตื่นแล้วเหรอ มากินข้าวเช้ากัน" เสียงทักทายสดใสราวกับเสียงประกาศในสวนสาธารณะยามเช้าสะดุดทันควันเมื่อเจ้าสัวเดินแซ่ดๆ เข้าไปกอดเอว สองแขนรัดแน่นขณะมุดหน้าเก็บกลั้นความรู้สึกที่ล้นทะลักจนเขารับมันไม่ไหวอีกต่อไป




ไม่ไหวแล้ว...




คนถูกจู่โจมนิ่งอึ้งไปพักนึง ก่อนจะยกมือขึ้นกอดตอบโดยอัตโนมัติ ลูบศีรษะที่ปกคลุมด้วยกลุ่มผมนุ่มสีอ่อนอย่างทะนุถนอม หน้าเขาซุกอยู่กับอกอีกฝ่ายมิด ซ่อนสีหน้าเหนื่อยล้าของตนที่เขาเกลียดสุดหัวใจ


และคงจะเป็นคนตรงหน้าเท่านั้นที่เขายอมฝากด้านอ่อนแอไว้ด้วย


"เสือ เหนื่อย..."


"อื้อ เห็น"


"ขอโทษนะ..."


"หืม?"


"ที่เหวี่ยง ที่ไม่ยอมเข้าใจเสือบ้างเลย" เขาเงยหน้า กะพริบตาถี่เพื่อไล่หยาดน้ำที่เอ่อคลอบดบังคลองจักษุ "พี่รู้ว่าพี่เป็นแฟนที่แย่ แต่...แต่พี่ก็ไม่อยากเลิกกับเสือเหมือนกัน พี่ขอโทษที่ไม่มีเวลาให้เรานะ แต่มะ...ไม่ใช่ว่าพี่ไม่อยากอยู่กับเรา แต่เวลาอยู่กับเราแล้วพี่ไม่มีสมาธิกับงานเลย พี่เห็นแก่ตัวมากใช่ไหม เสือ…”


"ไม่เป็นไรนะ...เค้าเข้าใจทุกอย่างเลย"


ถ้อยคำที่เรียบง่ายหยุดยั้งเสียงละล่ำละลักของเจ้าสัวไว้ได้ชะงัด


ดวงตาเล็กรีของอีกฝ่ายที่เบิกกว้างในแวบแรก แปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนเมื่อได้ยินประโยคยาวๆ ไม่มีหยุดพักของเจ้าสัวเอง ฝ่ามืออุ่นลูบทั้งศีรษะและแผ่นหลัง พร้อมกับที่เขาเห็นริมฝีปากบางคลี่ยิ้มใจดีพร่าเลือนไปเพราะน้ำตา


“เค้ารู้ เค้าก็เห็นเจ้าสัวพยายามทำทุกอย่างมามากเหมือนกัน แต่ยังไงเจ้าสัวก็ยังมีเค้าอยู่ข้างเดียวกันเสมอนะ เค้าไม่อยากทำให้เจ้าสัวเหนื่อยใจเพราะเค้า อยากเป็นความสบายใจของเจ้าสัวบ้าง เพราะอย่างนั้นเค้าจะพยายามสังเกตเยอะๆ จะเป็นแฟนที่ดีให้ได้ เจ้าสัวก็ตามใจเค้าบ้างนิดนึงก็พอ เพราะงั้นมาพยายามไปด้วยกันเนอะ"


ปาดน้ำตาจากแก้มใสด้วยนิ้วโป้ง ยิ้มแฉ่งสดใสยิ่งกว่าพระอาทิตย์ให้ ก่อนเอียงหน้าจุ๊บหน้าผากเขาเร็วๆ แล้วดึงเข้าไปกอด โยกตัวไปมาเหมือนกล่อมเด็ก




"เจ้าสัวของเสือเก่งที่สุดในโลกเลยครับ"




แขนที่โอบอยู่รอบเอวอีกฝ่ายแทบอ่อนแรง แต่แล้วก็กอดรัดแน่นขึ้น เพียงแค่ไม่กี่ประโยคที่ปัดเป่าความขุ่นข้องหมองมัวในใจปราศไปอย่างง่ายดายราวกับลมหอบนึง วินาทีนั้นเขารู้สึกอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ มันก็แค่นี้เอง แม้จะพยายามจดจ่ออยู่กับเนื้อหาบทเรียนเสียจนลืมใส่ใจอะไรหลายๆ ในชีวิต ทว่าวินาทีนี้เจ้าสัวรู้ตัวแล้วว่าคนตรงหน้าสำคัญเพียงใด และการได้อยู่ด้วยกันนั้นช่างล้ำค่าเสียจนเขาไม่อาจปล่อยให้หลุดมือไป


เอาเถอะ มันก็ยอมรับผิด เขาก็ยอมรับผิดเหมือนกัน ถ้าต่อจากนี้ไปเราผ่านเรื่องต่างๆ มามากขึ้นและโตเป็นผู้ใหญ่ไปพร้อมกัน จนกว่าจะถึงจุดลงตัวนั้นเขาจะไม่มีวันปล่อยมือเสือไปแน่ๆ ยกเว้นตอนมันงอแงหนักก็อาจจะยกขึ้นมาฟาดสักที…อืม แต่ถ้าเป็นตัวเขาเองที่งี่เง่าคงต้องขอให้มันเตือนสติเสียแล้ว จะทิฐิ โทสะ หรือจะอะไรก็ตาม เขาจะไม่ยอมปล่อยให้มาครอบงำจิตใจจนเผลอคลายมือข้างนี้ไปอีกแล้ว






ยังไงคนคนนี้ก็คือคนที่เขาชอบมากที่สุดในโลกนี่นา


เพราะงั้นเจ้าสัวถึงรู้สึกโชคดีที่จีบมาเป็นแฟนไม่ผิดคนจริงๆ











"เจ้าสัวๆ คือแบบ...มีอารมณ์ทางเพศ"


"ไปเตะบอลไป๊!!"










#ฟิคไม่มีเหตุผล

_________________________________________



ตอนเขียนน้องเสือของพี่เจ้าสัวก็มีความคิดไว้ในหัวทันทีเลยว่าภาคต่อต้องเป็น ‘พี่เจ้าสัวของน้องเสือ’ แน่ๆ55555555


คู่นี้ก็ยังตีกันอีกหลายอย่างแหละเพราะจู่ๆ ก็มาคบกันเลย แต่ก็อย่างที่บอกคือค่อยๆ ปรับกันไป เจ้าเด็กก็ง้องแง้งเก่ง เจ้าพี่ก็หัวดื้อ สมกันดี55555 สงสารแต่น้องเสืออะ พี่มันตัวเล็กๆ นิ่มๆ เนียนๆ มากอดมางุ้ยใส่อยู่ตรงอก ใครมันจะไปทนไหว55555



ปล.1 ฟิคเราเป็นฟิคกามแล้วนะ55555


ปล.2 รู้สึกว่าที่วันพุธแช่งไว้จะศักดิ์สิทธิ์มาก เป็นจริงทุกประการ ไปขอหวยกันได้นะครับ55555




.

.

.

.

.

.

.

.

.

.




แถม Special






"ไอ้พลๆ"


ช่วงนี้พลวัฒน์มีเรื่องกลุ้มใจ


สำหรับเด็กม. 5 อย่างเขา ส่วนใหญ่เรื่องกังวลในชีวิตก็คงหนีไม่พ้นเส้นทางชีวิตหลังจบม. 6 ในเวลาอีกหนึ่งปีข้างหน้า แต่เรื่องกลุ้มใจสำหรับเขาไม่ใช่อะไรเป็นงานเป็นการแบบนั้นหรอก แต่เป็นไอ้เพื่อนที่นั่งตาเยิ้มอยู่ข้างๆ นี่ต่างหาก


"เสือเลิกกับน้องปั้นแล้วว่ะ"


เออ…รู้แล้ว! มึงบอกกูมาสิบล้านรอบแล้ว! เขาหันไปจ้องหน้าเพื่อนสนิท พยายามเบ้ปากเหยียดหยามให้มันรู้ตัวสักที แต่ดูเหมือนมันจะหลุดเข้าไปอยู่ในโลกที่เขาเข้าไม่ถึงเสียแล้ว


เจ้าสัวในสายตาพลคือเพื่อนผู้ชายธรรมดาๆ อาจจะไม่ธรรมดาตรงที่ชอบทำหน้าตึง ตาขวางเสียจนรุ่นน้องผวา ถึงขั้นเป็นที่ร่ำลือในสายชั้นว่าพี่สัวน่ากลัวกว่าผี แต่แล้วไงอะ กับเพื่อนฝูงมันก็เป็นแค่ไอ้สุดหล่อ (มันตั้งให้ตัวเอง) พ่อรวย จริงจังไปเสียทุกเรื่อง แต่ก็ติ๊งต๊องได้อย่างคาดไม่ถึงทีเดียว


และพลก็ได้รู้เมื่อไม่นานมานี้เอง ว่ามันไม่ได้อยากเป็นนักรบ แต่มันอยากเป็นนักรัก (กรอกตาเป็นเลขแปด)


แม่งเอ๊ย...เพื่อนคนแมนของกู เจอไอ้หน้าอ่อนให้ยืมร่มวันปัจฉิมนิเทศที่มันพลัดหลงกับเพื่อนไปเปียกมะล่อกมะแล่กอยู่ป้ายรถเมล์ครั้งเดียว เท่านั้นแหละ เพ้อพกเป็นสาวน้อยแรกรุ่นเชียวมึ๊งงงงง เก็ทฟีลลิ่งตอนเปิดสมุดเคมีที่มันให้ยืมลอกแล้วเจอแต่ชื่อน้องเขาถูกเขียนเต็มหน้าหลังไปหมดปะ แม่ง ใครจะเก็ทไม่เก็ท แต่กูช็อกโว้ย!!


อเมซซิ่งใจจบไปสิบรอบแล้วไอ้เพื่อนตัวดีก็ยังเอาแต่หน้าแดง จ้องหน้าจอมือถือ แล้วก็ยิ้มกับจิ้งจกบนเพดาน เป็นเหี้ยไรมึ๊งงง


“มึงงงงง เขาเลิกกันแล้วอะ”


“เอออออออออออออ” พลลากเสียงยาวเมื่อมันหันมาจับแขนเขาแล้วเขย่าไปมาทั้งยังตาลอยๆ


“มึงว่ากูเอาไงดี ถึงขนาดนี้แล้วอะ”


"ก็เดินไปคุย"


"...ก็กูไม่กล้าอะ!"


แล้วมันจะได้เรื่องไหมวะ! ปรึกษากันมายี่สิบรอบมาล่มเอาตรงนี้ทุกที กูปวดหัวววววว


“ไม่กล้าก็เรื่องของมึ๊ง ต่อให้น้องเขามีแฟนใหม่ไปยี่สิบสามสิบคน ชาตินี้ไม่มีวันได้รู้ว่ามีคนชื่อเจ้าสัวอยู่บนโลกหรอก”


“สัส! ก็กูไม่กล้านี่ มีวิธีอื่นที่ทำให้น้องรู้จักกูแบบกูไม่ต้องไปคุยก่อนเปล่าวะ”


"จับกดแม่ง"


"จับกด? แบบเวลาตำรวจจับผู้ร้ายอะนะ เหมือนตีหัวลากเข้าถ้ำแบบโบราณงี้หรอ คนแย่ว่ะพล"


...คือถ้ามึงเข้าใจมึงจะด่ากูว่าอะไรวะ อยากรู้ 


“เป็นห่าไรนักหนาวะสัว มึงกล้าเถียงสมยศแต่มึงไม่กล้าไปคุยเด็กม. 4 เนี่ยนะ ไอ้กากเอ๊ย…” บ่นไปก็ไร้ความหมายเลยเปลี่ยนไปถาม “จะลังเลอะไรนักหนา รอพ่อมึงตัดริบบิ้นเหรอ?”


"พ่อมึงสิ! ก็กูอยากปลอบน้องเค้าแต่กูไม่กล้าอะ ถ้ากูเข้าไปคุยตอนที่เขาเพิ่งเลิกกับแฟนเขาจะมองกูไม่ดีเปล่าวะ ทำไงดี หรือฝากของไปให้ดี? ฝากขนมแปะโพสต์อิทไปให้ดี เออ เข้าท่าๆ"


"มึงก็เดินไปสะกิด น้องๆ มาตื๊ดกับพี่ปะ แล้วมึงก็ขึ้นคร่อม ไซ้คอ..."


"ไอ้พล!"







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #172 youthisyours (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 00:18
    โอ้ย ตอนแรกแบบปวดใจตุ้บๆเลย แต่มันก็นะ ยังเด็กทั้งคู่ คบกันปุบปับอีก แต่แบบว่าตอนเข้าไปงอแงกับน้องคือเป็นน่ารักมาก ดีแล้วที่ยอมกัน แต่น้องเสือตอนจบคือ555555555
    #172
    0
  2. #145 fernfern_br (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:13
    เด็กแสนจะน่าเอ็นดู
    #145
    0
  3. #105 อองอองเอง (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 02:11
    โอ๊ยยยยยย เอ็นดูเจ้าสัวว เพื่อนพลไม่อ่อนโยนกับน้องสัวเลย!!! 555555555 ความละเมอเพ้อพกถึงน้องเสือของเจ้าสัวคือน่ารักไม่ไหวแช้วจริงๆ ค่ะ เป็นเอ็นดูแรง ในขณะที่นายเสือคืออุทานออกมาเป็นคำว่าเด็กเวx ตรงที่เรียกเจ้าสัวๆ มีอารมณ์ทางเพศคือลั่นมาก ก็ว่ามำไมเจ้าสัวด่าเอาด่าเอา มันน่าด่าจริงๆ นี่แหละ 555555555 ไรท์เขียนดีมากเลยค่ะ ซีนอารมณ์คือแปลบไปทั้งตัวเลย ยิ่งตอนเจ้าสัวตื่นมาเบะนี่แบบ แงงงง โอ๋เอ๋ค้าบคนเก่ง อยากหอมเหม่งปลอบใจสักสิบที ชอบที่เสือเอาใจใส่เจ้าสัวมากๆ ค่ะ แบบรู้ตัวว่าเด็กก็พยายามปรับตัวอะไรงี้ น่ารัก แบบนี้เจ้าสัวไปไหนไม่รอดหรอกเนี่ย จมปลักรักเสือตลอดไปแน่นอน ฮิ้ววววว
    #105
    0
  4. #79 16.1.13.1.9 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 07:59
    เด็กน้อเด็ก ก็อยากอยู่ด้วยแค่นั้นเอง เด็กมันขี้ตื๊อแต่ถ้าไม่ได้ระดับนี้ก็อยู่กับเจ้าสัวไม่ได้หรอก เหมาะสมกันที่สุดแล้วเนี่ย น่ารักมากเลยค่ะ ปล.คิดภาพพี่เจ้าสัวใส่ชุดนศสะพายกระเป๋าผ้าหนีบโทรศัพท์พะรุงพะรังเดินเข้าห้องเลคเชอร์แล้วมันแบบ เสือ แฟนนายหล่อมาก T - T
    #79
    0
  5. #78 hoshiscoco (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 14:28
    จะกระทบกระทั่งกันมันก็ธรรมดาของชีวิตคู่(?)ล่ะเนอะ ดีแล้วที่คืนดีกันได้ ฮือ

    มีแฟนเด็กก็งี้แหละค่ะพี่เจ้าสัว เด็กไม่พอ เป็นเด็กซน อยู่ไม่สุข พูดไม่หยุด แถมคิดถึงแฟนเก่งอีก555555 แต่ก็น้า น้องเสือเองก็ลำบากเหมือนกัน แฟนน่ารัก ห้ามใจก็ยาก!!
    #78
    0
  6. #76 pimchansfwok (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 06:18
    พี่สัว คือแบบ.. มีอารมณ์ทางเพศ555555555555 โอ้ยยยยย เด็กเสือออ เสือน่ารักมากๆๆๆ สัวจะด่าจะอารมณ์เสียใส่ยังไงก็ยังน่ารัก T—T เป็นเด็กที่น่ารักชะมัด
    #76
    0
  7. #75 E_choom80 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 23:17
    เราโคตรจะเข้าใจเจ้าสัวเลยคุณไรท์ เพราะเราเป็นมนุษย์แฟนที่ไทป์เดียวกับเสือเป๊ะ ๆ 55555555 ถ้าอยู่ด้วยกันแล้วไม่มีสมาธิก็ต้องแยกไปเลย ไม่งั้นหงุดหงิด แต่ไม่ได้บอกว่าเสือผิดนะ เข้าใจแหละ ดีแล้วที่ยอมขอโทษกันนะ แต่เสือน่ารักมากเลยค่ะ อยากหยิกแก้มย้วย -ย้วย !!!!!!
    #75
    1
    • #75-1 E_choom80(จากตอนที่ 17)
      12 กรกฎาคม 2562 / 23:20
      โถ่ อั้ยย้วย
      #75-1
  8. #74 Jib Jibjib (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 22:11
    เเอบเส้าเลยย เเต่ตอนจบนี่คือเข้าใจทั้งคู่เลยจริงๆ
    #74
    0
  9. #73 HamJy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 21:43
    ตอนแรกเราก็เศร้า น้อยใจแทนเสือเลย ฮือ ก็เข้าใจเจ้าสัวเค้านะตอนเรียนหนักๆนี่เครียดมากเลยอะไรก็ฉุดไม่อยู่ แต่เค้าปรับความเข้าใจกันได้~ดีแล้วน้าค่อยๆเรียนรู้กันไปทั้งสองคน ว่าเจ้าสัวชอบเสือมากแล้วนะ เสือนี่ชอบเจ้าสัวมากกว่าไปอี๊กกก
    #73
    0