[os/sf seventeen] Coffee, Tears, Moonlight

ตอนที่ 18 : [os] Roommate || soonhoon

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 624
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    14 ส.ค. 62


Photo by kevin laminto on Unsplash



Pairing : soonhoon ( Hoshi x Woozi )


Rate : PG - 13


Warning : อนึ่ง เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่เขียนขึ้นเพื่อความบันเทิง ไม่มีเจตนาให้ความรู้ใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน












นี่มันฉิบหายชัดๆ...




นี่มันฉิบหาย...โคตรซวย ประโยคนี้วนอยู่ในหัวเจเจประมาณพันล้านรอบ ยิ่งกว่าวันที่ตื่นสายเกือบไปสอบไม่ทัน หรือลืมซื้อของฝากจากกระบี่กลับมาให้คุณย่าขี้งอนของเขาที่ขึ้นชื่อว่าตัดลูกหลานออกจากกองมรดกเป็นว่าเล่น ร่างกายร้อนผ่าว จนเหมือนไอร้อนจับแว่นกรอบหนาขึ้นฝ้า ฝ่ามือลูบไล้ไปตามเนื้อตัวในร่มผ้าอย่างไม่ได้สติ นี่มันบ้ามากๆ


เขาเสิร์ชกูเกิ้ลมาดีแล้วนะว่า 'ยา' พวกนี้ไม่มีสรรพคุณตามที่อวดอ้างไว้ข้างซอง ถึงแม้ว่าตอนไปเจอกล่องยาแอบอยู่ด้านในข้างเตียงของผู้เป็นพี่ชายแท้ๆ เขาจะตกใจมากจนแอบหยิบใส่กระเป๋าออกมา เจเจไม่เคยรู้เลยว่าพี่ชายก็มีด้านนี้อยู่ กระทั่งทำใจได้เขาจึงเริ่มรู้สึกผิดและตั้งใจจะเอาไปคืน


...ถ้าไม่ใช่เพราะเกิดอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาว่า 'ยา' ที่ปกติเขาคงไม่มีทางสั่งมาใช้เองหน้าตาเป็นอย่างไร พอแกะออกมาผสมน้ำซองนึงก็ลองดมๆ ดู อาจจะเป็นเพราะเขาเพิ่งหายป่วย จมูกเลยไม่ได้กลิ่นอะไร และเขาก็ไม่ใจกล้าพอจะดื่มลงไปด้วย เจเจจึงวางลืมทิ้งไว้ก่อนเดินไปอาบน้ำและกลับมาเปิดไฟนั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบ


อ่านไปสักพักก็เริ่มรู้สึกร้อนๆ เขาเหลือบตามองรีโมทแอร์อย่างกระสับกระส่าย อุณหภูมิถูกปรับไว้เย็นฉ่ำแต่กลับไม่รู้สึกเย็นแม้แต่น้อย กำลังสงสัยอย่างจริงจังว่าน่าจะเรียกช่างมาล้างแอร์ ก็พอดีกับที่สายตาเลื่อนไปปะทะกับน้ำที่พร่องไปครึ่งแก้ว


ภาพแฟลชแบ็กย้อนเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ อย่างกับฉายหนัง เผลอยกดื่มเพราะคอแห้งแถมยังซัดเข้าไปเกือบครึ่งเพราะมัวแต่คิดถึงแม่ที่ชอบบ่นว่าเขากินน้ำน้อย ดันมาเป็นเด็กดีอะไรตอนนี้นะ! ไอ้เจ! ไอ้ตัวซวย!!


นาฬิกาบนผนังบอกเวลากว่าห้าทุ่ม เขาลูบต้นคอตัวเองซ้ำๆ จนขึ้นเป็นรอยแดง โชคดีที่รูมเมตเขาออกไปค้างห้องเพื่อนเพื่อทำงาน ไม่อย่างนั้นคงมองหน้ากันไม่ติดแน่ๆ


จัดการด้วยตัวเองก็คงกินเวลาไม่มากเท่าไหร่...มั้ง?


แกร๊ก...


"เจเจ นอนยัง?”


เสียงกุกกักที่ประตูตามด้วยใบหน้าเจ้าของเสียงยื่นเข้ามา กวาดตามองไปทั่วห้องที่มืดสนิทจนไม่เห็นอะไรเลย ทั้งๆ ที่เสี้ยววินาทีที่แล้วเหมือนจะเห็นเงาใครบางคนตวัดร่างขึ้นเตียงและกดปิดโคมไฟที่โต๊ะอ่านหนังสือด้วยความไวเหนือเสียงจนไม่แน่ใจว่าตาฝาดไปเองหรือไม่ เสียงกดนิ้วลงบนสวิตช์ไฟดังแกร๊ก ทำให้แสงขาวสว่างไปทั้งห้องและเล็ดลอดเข้ามาใต้เปลือกตาที่ปิดแน่นสนิท ตามด้วยเสียงวางกระเป๋า


เจเจหลับตาปี๋ใต้ผ้าห่มที่คลุมโปง แม่งเอ๊ย...หมอนั่นจะกลับมาทำไมนะ รูมเมตของเขาชื่อซุนที่มาจากคัมมิ่งซูน (อันนี้เขาเดาให้เองเพราะมันก็ไม่รู้ว่าแม่ตั้งชื่อมันตามอะไร) อยู่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ด้วยความว่าเขาไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ส่วนหมอนั่นก็งานยุ่งตลอดเวลา กว่าจะสนิทกันก็ปาเข้าไปปีกว่าเห็นจะได้ แต่ถึงสนิทกันแล้วก็ใช่ว่าจะคุยเปิดอกเรื่องแบบนี้ได้โดยไม่รู้สึกอะไรเสียหน่อย เขาไม่ได้ถูกปลูกฝังมาให้พูดเรื่องแบบนี้โจ่งแจ้งนะ!


"ไอ้เจ...ห่มผ้าทำไม หนาวหรอ เดี๋ยวก็หายใจไม่ออกหรอก"


แม่งๆๆๆๆๆ!! ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดีที่มันอุตส่าห์มาเอาใจใส่ ร้อยวันพันปีไม่เห็นเคยมายุ่ง!


ผ้าห่มถูกตลบออกให้ แสงจ้ากระทบประสาทไวทำให้เปลือกตาเขากระตุก ดูเหมือนอีกฝ่ายจะจับสังเกตได้แล้วว่าเขาไม่ได้หลับจริง


"อื้อ...ซุน ไหนว่าจะไม่กลับวะ?”


"ไอ้เป๊กเทงานกูไปแดกเหล้า" มันทำหน้ายุ่ง "มึงเป็นอะไรเปล่าเนี่ยเจ หน้าแดงๆ เปิดแอร์ซะอย่างกับอยู่ขั้วโลกเหนือ"


"ไม่ได้เป็น — ฮึ่ย! ออกไป!”


หลังมือเย็นเฉียบทาบลงมาตามพวงแก้มและซอกคอ อุณหภูมิที่ตัดกันชัดเจนทำเอาเขาสะดุ้งสุดตัว สัมผัสจากอีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกตะครั่นตะครอแปลกๆ บางอย่างในกายก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว


"ตัวร้อนนี่? หยุดเลยนะ ไม่ต้องมางอแงเลยนะ เดี๋ยวกูไปเอายามาให้"


"ไม่ต้อง ยุ่ง!”


เจเจสะบัดมือใส่เพื่อนที่กำลังจะผละไปหยิบยาลดไข้ ความอึดอัดที่ผลักดันอยู่ภายในทำให้เขาตัดสินใจกระโจนลงจากเตียง ก้าวสองสามพรวดถึงประตูห้องน้ำ กระแทกกลอนขังตัวเองไว้ภายในก่อนทรุดลงไปขดตัวงอกับบานประตูพลาสติก


"เจ เป็นไรวะ!?”


"กูปวดขี้!”


เขาตะโกนสวนพลางเลื่อนมือลงไปบรรเทาอาการปวดหนึบของตัวเอง อารมณ์อ่อนไหวถูกเร้าเร่งด้วยสองมือจนพลุ่งพล่าน เสียงครางน่าอายหลุดออกมาผะแผ่วทำให้เขาต้องรีบตะปบปากตัวเอง บ้าเอ๊ย...เขาเคยนอนฟังซุนแหกปากร้องเพลงบัวลอยในห้องน้ำไม่รู้ตั้งกี่หน ทำไมจะไม่รู้ว่าผนังมันไม่เก็บเสียง! เสียงคนข้างนอกดูจะเงียบไปสักพัก แต่ไม่รู้ว่ายังอยู่หรือไปแล้วกันแน่


เจเจค่อยๆ จัดเสื้อผ้า เปิดประตูแง้มหน้าออกไปดู มันยังยืนอยู่ที่เดิม แถมมีสีหน้าพิพักพิพ่วนเหมือนไม่รู้จะทำตัวอย่างไร


"อ้อ ถ้ามึงไม่โอเคเดี๋ยวกูลงไปซื้ออะไรกินนะ แต่ว่าไม่เป็นไร..." สายตามันเลื่อนลงไปยังจุดที่ทำให้เขาหน้าร้อนวาบ "มันเรื่องปกติ กูเข้าใจ"


ปกติอะไรล่ะ!? ตอนนี้มันไม่ปกติโว้ย! แต่เขาขี้เกียจต่อล้อต่อเถียง รีบพยักหน้าแล้วดันมันไปทางประตู ความรู้สึกยามแตะต้องแผ่นหลังแน่นหนั่นใต้เสื้อยืดสีเข้มของเพื่อนโบยตีความต้องการที่เผาผลาญร่างเขาอยู่ทุกอณู


อันตราย...


"เดี๋ยว! กระเป๋าตังค์กูๆ " แทนที่มันจะว่าง่ายแต่กลับขืนตัวไว้แล้วหมุนกลับมาเผชิญหน้า เสี้ยววินาทีนั้นเขาที่ออกแรงผลักสุดตัวกลับเสียหลักเซล้มเข้าหามัน สองแขนของมันโอบรอบตัวเขา ร่างของมันเบียดอยู่กับร่างเขา


ผิวเนื้อที่เสียดสีกันเย็นรื่น กลิ่นเหงื่อบนปลายจมูกคละเคล้าจางชวนให้ซุกไซ้หา กล้ามเนื้อในฝ่ามือเขาชวนให้บีบขยำเป็นบ้า... ฤทธิ์ของยายังทำหน้าที่ได้ดีกว่าเขาต้องการ นาทีนี้เจเจแทบไม่เหลือสติยับยั้งใดๆ พอเห็นผิวเปลือยช่วงแนวกระดูกไหปลาร้าขาวสะอ้านก็อ้าปากกัดลงไปทันที


"โอ๊ย! เจ..."


สองมือปัดป่ายลูบคลำ จิตใต้สำนึกเขาคงกลัวมันปฏิเสธถึงได้ดึงมือมันให้สอดเข้าไปใต้เสื้อตัวเอง มืออีกข้างบีบคางคนตัวสูงกว่าแล้วเขย่งเท้าส่งริมฝีปากตัวเองขึ้นไปประกบ ขบกัดไปทั่วอย่างไม่รู้ประสา แขนทั้งสองโอบรอบคอมันพลางโถมน้ำหนักใส่จนอีกฝ่ายเซไปชิดกำแพง


"เจ เดี๋ยว —"


เขาบดริมฝีปากลงไป ขยี้อย่างไม่มีศิลปะจนได้กลิ่นคาวเลือด สองเท้าเริ่มเมื่อยจากการเขย่งเป็นเวลานาน ทั้งยังหงุดหงิดที่ความอึดอัดคับแน่นไม่หายไปเสียที ประจวบกับที่อีกฝ่ายโอบรั้งเอวเขา ก้มลงจูบกลีบปากที่บวมแดงช้ำเหมือนหมดความอดทน


หัวใจเขาเต้นผิดจังหวะ แม่ง...โคตรจูบเก่ง แค่ขยับนิดเดียวสติเขาก็แตกซ่านปราศจากความคิดใดๆ ขยับครอบครองและดูดเม้มอย่างเอาแต่ใจ เหมือนจะตักตวงเอาจากเขาอย่างไรก็ได้ ทว่าอึดใจต่อมากลับเปลี่ยนเป็นอ่อนหวานเสียจนแทบหลอมละลาย มือหนาดึงแว่นตาที่เกะกะทิ้งแล้วประกบริมฝีปากรุกรานเข้าหา ให้ตายเถอะ...ให้ตายยังไงเขาก็เดาไม่ออกว่าผู้เป็นรูมเมตจะสามารถมอบสัมผัสเร่าร้อนที่เหมือนจะกลืนกินกันเข้าไปทั้งตัวได้แบบนี้ กางเกงนอนถูกถกขึ้นสูง รอยสัมผัสที่แตะแต้มลงบนต้นขาอ่อนนุ่มทำให้เขาหลุดเสียงครางครือ มือนั้นลูบไล้และฟอนเฟ้นเพียงไม่กี่อึดใจก็จับตัวเขาอุ้มขึ้นกับเอว เขากอดคอมันแน่น ในหัวเต็มไปด้วยความปรารถนา...อยากให้มันสัมผัสให้มากกว่านี้...ให้เข้ามาลึกกว่านี้...ลึกเข้าไปอีก


มาได้สติอีกทีก็ตอนที่แผ่นหลังเขาชิดผนังกระเบื้องห้องน้ำ และอีกฝ่ายเอื้อมมือไปเปิดน้ำฝักบัวเย็นเฉียบใส่หัวเขาดังซู่


"เชี่ย! ไอ้ซุน หนาวโว๊ยยยยยยยย!!”


เขาสะดุ้งเฮือก ขนลุกเกรียวไปหมด กอดบ่ามันเหมือนแมวตะกายหนีน้ำแต่กลับถูกมันจับให้นั่งบนเก้าอี้เตี้ยสำหรับซักผ้าแล้วเอาฝักบัวจ่อ


"สัส! หนาว! ออกไป!!”


ปกติมันแพ้แรงเขานะ แต่ไม่รู้เป็นเพราะฤทธิ์ยาที่ผลาญพลังงานในร่างกายไปหรือเปล่าเขาถึงต่อกรกับมันไม่ได้เลย ดิ้นเป็นเจ้าเข้าได้สักพักนึงก็ถูกมันกดข้อมือไว้กับอกทั้งสองข้าง เอาฝักบัวจ่อวนๆ กับใบหน้าจนหัวเปียกชุ่มไปหมด พอเขาเริ่มสงบก็ปล่อย แต่พอมือไม้เขาเริ่มอยู่ไม่สุขอีกก็จับตรึงแล้วเปิดน้ำใส่อีกรอบ เป็นแบบนี้อยู่เกือบชั่วโมง


"หนาว...มึง...ไม่เอาแล้ว บอกว่าไม่เอาแล้วไง" เขาหนาวจนปากสั่น พูดวนไปมาแทบฟังไม่รู้เรื่อง และแน่นอนว่าไม่ได้นำพาต่อคนตรงหน้าที่เอาแต่มองอย่างพินิจพิจารณา


"โดนไอ้นี่เนี่ยแหละแก้ผีเข้าได้ดีที่สุดละ เชี่ย...เส้นเลือดในสมองจะแตกตายเปล่าวะ" อีกฝ่ายก็ดูเหมือนบ่นพึมพำกับตัวเองมากกว่าพูดด้วย นิ้วร้อนเกลี่ยแก้มเขาเพื่อวัดอุณหภูมิ ในขณะที่เขาหายใจหอบ เหนื่อยแทบซบสลบไสล ผ่านไปนานสองนานกว่าซุนจะเชื่อว่าเขาหาย 'ผีเข้า' แล้วจริงๆ จึงปิดน้ำ เดินออกไปสักพักก็กลับมาคลี่ผ้าขนหนูห่อตัวเขาไว้


"ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่กูวางไว้ที่อ่างล้างมือแล้วออกมา เร็วๆ ด้วย ตัวเปียกนานเดี๋ยวจะไม่สบาย"


"อือ" เขารับคำเสียงเบาหวิว เสื้อผ้าของมันก็พลอยเปียกไปด้วย ตอนนี้เราสองคนไม่ต่างอะไรกับลูกหมาตัวโตๆ ที่ไปฟัดกันข้างสปริงเกอร์รดน้ำต้นไม้ เขาง่วงจนตาแทบปิดแต่ไม่วายคว้าชายเสื้อไว้ก่อนมันจะออกไป


"อะไรหืม —"




"มึงไม่ชอบกูขนาดนั้นเลยเหรอซุน...”




แม่ง...เขาพูดอะไรออกไปวะ


อายจนแทบจะเอาหน้าแทรกธรณี โอเค ก็รู้ว่าตัวเองกำลังงี่เง่า รู้ดีด้วยว่าควรขอบคุณมันที่หาวิธีจัดการเขาโดยที่ทั้งคู่ยังมองหน้ากันติด เขาแค่...เหมือนเสียความมั่นใจนิดๆ แต่เป็นความมั่นใจส่วนไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน ที่โดนขัดขวางไม่ให้ไปถึงฝั่งฝันนั่นก็ถูก แต่เขาไม่มีอะไรให้มั่นใจเลยว่าอีกฝ่ายจะยอมให้เขากอด...นั่นสิ อันที่จริงก็ตรงกันข้ามด้วยซ้ำ ซุนไม่มีวันยอมให้เขาทำอะไรๆ ด้วย ถึงจะหน้ามืดแค่ไหนก็ตาม


ซุนที่คบแต่คนที่ดูดีมีสไตล์ มีโลกที่เขาไม่มีวันเข้าถึง ซุนที่รู้จักว่าน้ำหอมแต่ละชนิดต่างกันอย่างไร ไม่เหมือนเขาที่เป็นแค่เด็กกะโปโล แต่งตัวก็ไม่เป็น ใส่แว่นหนาเตอะ อยู่ด้วยกันก็ไม่เคยจะคิดว่าต้องดูดีต่อหน้ากัน กินเลอะหรือปารองเท้าใส่กันก็ทำมาแล้ว ยิ่งดูตอนนี้สิ...น้ำหยดติ๋งๆ จากปลายผม ชุดนอนเปียกชุ่มแนบเนื้อ ใบหน้าเลอะเทอะดูไม่ได้และหนาวจนตัวสั่น...เขาก้มหน้างุด ไม่กล้ามองว่ามันทำหน้าแบบไหนแต่กลับถูกฉวยข้อมือไว้


"มึงอย่ามาลองใจกูด้วยวิธีนี้นะเจ"


"..."


มือของมันร้อนเหมือนลวก...ร้อนเสียจนเขาช้อนตามองด้วยความงุนงงแต่มันปล่อยข้อมือเขาทันทีแล้วเดินออกจากห้องน้ำไป เขาขยับลุกไปแต่งตัว พยายามปาดหยดน้ำออกจากหน้า ภาพที่เห็นพร่ามัว คงเพราะไม่ได้ใส่แว่นตา


มันจะคิดหรือเปล่าว่าทั้งหมดนี้เขาวางแผนจัดฉาก?


ถ้าจะคิดก็ไม่แปลก ใครมันจะโง่กินยาพรรค์นั้นลงไปโดยไม่มีจุดประสงค์แอบแฝงกันล่ะ ยิ่งตระหนักใจเขายิ่งห่อเหี่ยวยิ่งกว่าลูกโป่งถูกเจาะลม พังหมดแล้ว...ความเชื่อใจที่สั่งสมมาเป็นปีๆ ภาพลักษณ์ของเขาในสายตาอีกฝ่ายคงป่นปี้ไม่มีชิ้นดี วินาทีนั้นเขาอยากจะอาละวาดเก็บข้าวของย้ายออกไปเดี๋ยวนี้เลยด้วยซ้ำ เปิดก๊อกแล้ววักน้ำขึ้นมาลูบหน้าซ้ำๆ พยายามตั้งสติ ยังไงเขาก็บริสุทธิ์ใจ เขาไม่ผิด ถ้าอีกฝ่ายไม่เชื่อก็แล้วแต่เถอะ เขาจนปัญญาแล้ว


เมื่อก้าวเท้าออกจากห้องน้ำก็สัมผัสได้ว่าห้องอุ่นขึ้นมาก สัญญาณไฟบนเครื่องปรับอากาศดับไปแล้ว หันซ้ายแลขวากว่าจะเจอซุนลุกจากเก้าอี้มาหา คนแก้วกระเบื้องด้วยช้อนชาไปพลางก่อนยื่นแก้วโกโก้ควันฉุยให้


"ดื่มหน่อย จะได้รู้สึกดีขึ้น"


เจเจรับมาจิบเงียบๆ มันยังถือแว่นตาเขาที่เคยตกอยู่แถวๆ นั้น กางขาแว่นออกแล้วสวมลงบนใบหน้าเขาอย่างเบามือ เขาเพิ่งนึกได้หันขวับไปมองแก้วบนโต๊ะตัวเอง แล้วก็ต้องกลั้นหายใจเมื่อเห็นว่ามันยังอยู่ที่เดิม


"กูเห็นซองแล้ว" เขากลั้นหายใจอีกรอบเมื่อมันพูดช้าๆ "รู้ใช่ไหมว่ามันอันตราย ถ้ากูไม่อยู่แล้วมึงช็อกตายคาห้องจะทำยังไง"


"กูไม่ได้ตั้งใจกิน" เขาเถียง แต่พอสบตาอันสงบนิ่งของมันแล้วพลันเกิดความรู้สึกอยากท้าทาย "คิดว่ากูอ่อยมึงปะ? "


มันมองเขา ส่ายศีรษะเบาๆ


"กูไม่ได้บอกมึงนี่ว่าจะกลับมา"


เขาสะอึก แต่ยังไม่ยอมแพ้ "งั้นกูคงไปอ่อยไอ้ธีร์ห้องข้างๆ "


"มึงไม่ชอบคนสูบบุหรี่"


"มะ...มั่ว ไม่ได้ไม่ชอบขนาดนั้นเถอะ"


"ทำหน้าย่นทุกครั้งนี่ไม่ได้ไม่ชอบเลยเนอะ" มันดึงมือเขาไปที่เตียง ทำท่าบังคับกลายๆ ให้เขาขึ้นไปนอน "เลิกเถียงกูแล้วนอนเถอะ ตามึงจะปิดแล้ว"


"ยุ่งน่ะ! " เขาปัดมือมันออกเมื่อมันทำท่าจะยุ่มย่ามกับแว่นเขา อยากจะมองหน้ามันชัดๆ ว่าทำหน้ายังไงตอนตอบ


อยากจะรู้...ความรู้สึกที่มีให้กัน เพราะทุกอย่างที่ทำให้กันเสมอมามันทำให้เขาหวั่นไหว แต่ไม่กล้ามอบใจให้ทั้งดวง ถึงจะรู้ทั้งรู้ว่าอีกฝ่ายทำไปเพราะความหวังดี แต่ความเปลี่ยวเหงาก่อตัวขึ้นในใจอย่างรวดเร็วยากระงับเมื่อซุนเลือกที่จะปล่อยมือจากเขาแทนที่จะตอบสนอง


"เจเจ" มันหลับตาลงคล้ายข่มใจ ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างเขาไว้ถึงบั้นเอว "ขอโทษนะที่เมื่อกี้พูดไม่ดีด้วย"


"ไม่ดีอะไรวะ" เขาพยายามยิ้ม แต่คงเป็นยิ้มบิดๆ เบี้ยวๆ เสียมากกว่า "ที่บอกว่ากูลองใจมึงเหรอ ก็ไม่แปลกนี่ มันก็เหมือนกูจงใจปล้ำมึงปะ"


"ไม่ได้หมายถึงลองใจแบบนั้น"


"แล้วไงอะ มึงขำปะที่กูทำตัวแบบนี้ ตลกปะ หน้าอย่างกูอะนะมึงคงทำลงหรอก" เขาพยายามพูดกลั้วหัวเราะ แต่กลับฟังเหมือนตัดพ้อมากกว่า จึงโบกมือปัดรัวๆ "ไปนอนเหอะ กูโอเคแล้ว จะไปทำอะไรก็ไปทำ"


"หยุดฟังกูสักนิดไม่ได้หรือไงวะ"


น้ำเสียงแข็งกร้าวทำเอาเขานิ่งงัน ปลายนิ้วจิ้มลงมาบนหน้าผากแรงๆ เหมือนเขาเป็นเด็กดื้อที่ต้องให้เอือมระอา ซุนนิ่งไปเมื่อเผลอขึ้นเสียงใส่ สักพักก็เริ่มจัดหมอนดึงร่างเขาให้นอน ยืดตัวขึ้นจัดผ้าห่มให้เรียบร้อยแล้วตลบขอบบนลงมาอยู่ใต้คางเขา


"กูไม่รัก กูทำมึงไปนานแล้วเหอะ ไม่ต้องมานั่งห่วงความรู้สึกมึงอยู่แบบนี้" ประโยคท้ายๆ เหมือนบ่นพึมพำกับตัวเอง คำพูดนั้นคล้ายทิ้งร่องรอยเป็นประกายไว้ในห้วงคำนึงของเขา ดุจเกล็ดดาวที่โปรยปรายจากฟากฟ้าอันแสนเหงา เขาดึงเสื้อมันไว้เบาๆ ความรู้สึกในใจอ่อนไหวเหมือนต้นหญ้าปลิวล้อลู่ลม


"ซุน กูถามได้เปล่า"


และใช่...เขางี่เง่า ถึงตอนนี้ห้ามตัวเองไม่ไหวแล้ว ของี่เง่าให้มันสุดๆ แล้วกัน จะเป็นยังไงให้ตัวเขาในวันพรุ่งนี้รับผิดชอบเอาแล้วกัน เจเจเม้มปากกลั้นใจพูดทั้งยังสบตาตรงๆ




"เมื่อกี้มึงบอกว่ารัก...รักแบบไหนหรอ? "




ประโยคที่แทบจะลอกมาจากภาพยนตร์ดัง หนังเรื่องที่เขาลากมันไปดูตอนวันวาเลนไทน์ด้วยกัน โธ่เอ๊ย...ไม่น่านึกถึงคำตอบของตัวละครในเรื่องขึ้นมาเลย ถ้ามันเสือกตอบเหมือนกันเขาจะทำยังไง... เจเจรู้สึกว่าน้ำตาปริ่มจะร่วงอยู่รอมร่อ ถ้าไม่ได้ถูกดึงความสนใจด้วยสัมผัสร้อนผ่าวที่เคลื่อนมากดจูบริมฝีปากเขาหนักๆ ไม่มีการล่วงล้ำ ไม่มีการปลุกเร้าใดๆ เพิ่ม มีแต่ลมหายใจอ่อนโยนที่รินรดบนผิวแก้มนวลบางใส และปลายนิ้วที่แตะชิดมุมปากอย่างนุ่มนวล




"ชัดพอยัง? "




อื้อ...จะตอบได้ยังไงว่าที่ชัดที่สุดไม่ใช่จูบอุ่นๆ นั่นหรอก แต่เป็นสายตาแกมหยอกแกมเอ็นดูที่จ้องตรงมาโดยไม่ปิดบัง กระแสในนั้นทำให้ผิวแก้มเขาร้อนวาบขึ้นมาอีกระลอก ไอ้บ้า...เก็บอาการมากกว่านี้ไม่เป็นหรือไง ทำไมต้องทำหน้าอย่างนั้นด้วย! เจเจพยักหน้ารัวๆ รีบดันอีกฝ่ายออกแล้วเอาผ้าห่มคลุมหัวไว้ ได้ยินเสียงหัวเราะเจ้าเล่ห์ดังไล่หลังมาเบาๆ อย่างมีความสุข ก่อนไฟเหนือศีรษะจะดับลง


"ถ้ายังไม่ชัดพรุ่งนี้ค่อยมาถาม นอนไปเลย ไอ้เด็กโข่ง"


ชัดกว่านี้ก็แดกกูลงไปเลยไหม...เขาคิดอย่างดื้อรั้นก่อนผล็อยหลับไป วันนี้ช่างเป็นวันที่ยาวนานสำหรับเจเจจริงๆ
















เสียงกุกกักดังแผ่วราวกับกลัวว่าจะปลุกใครสักคนให้ตื่นจากนิทรา โคมไฟเหนือโต๊ะเขียนหนังสือสว่างจ้า ส่องแสงไปในรัศมีแคบๆ โดยไม่รบกวนคนที่นอนหลับปุ๋ยหายใจสม่ำเสมอไปเรียบร้อยแล้ว ซุนปิดตู้เสื้อผ้า หยิบผ้าขนหนู ตั้งใจจะไปอาบน้ำต่อหลังจากเล่นสงครามกับเพื่อนร่วมห้องจนต่างฝ่ายต่างเปียกจนต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าชั่วคราว


เขาเองก็ไม่คิดไม่ฝันหรอกว่าจะกลับมาเจอเจเจอยู่ในสภาพไร้สติแบบนี้ ถึงเขาจะมองออกแต่แรกว่ามีบางอย่างผิดปกติ...อีกฝ่ายเก็บสีหน้าไม่เป็นเอาเสียเลย แวบเดียวก็รู้ว่าคนที่ชอบทำหน้าเฉยเมยมีบางอย่างร้อนรนในใจ


และเขาก็ตั้งใจแกล้งมันเล่น...ก็ตั้งใจจะยั่วโมโหมันนั่นแหละ แต่พอได้ยินเสียงมันหลุดครางผะแผ่วผ่านผนังห้องน้ำบางๆ พลันหน้าร้อนวาบทันที มันไม่มีทางทำแบบจงใจให้เขารู้แน่ นี่เป็นเรื่องผิดปกติ สมองเขาปะติดปะต่อเหตุการณ์อย่างรวดเร็วจนไปถึงตอนที่มันเหมือนสติแตก...ดึงตัวเขาเข้าไปจูบ


ซุนเดินไปยังเตียงที่ตั้งอยู่อีกฟากของห้อง ก้มลงมองคนที่นอนกอดผ้าห่มไว้แน่นแล้วขยับผ้าห่มให้คลุมร่างมันอย่างเบามือ เว้นปลายเท้าเล็กกระจิดริดให้โผล่พ้นทั้งสองข้าง ตาปิดสนิท คิ้วขมวดแน่นจนเกิดรอยย่นเล็กๆ บริเวณหัวตาบ่งบอกถึงอุปนิสัยของเจ้าตัว มุมปากเขายกยิ้มน้อยๆ และเสมองไปทางอื่นทันทีเมื่อเผลอไผลไล่สายตาลงมายังริมฝีปากน้อยที่ขยับมุบมิบไปมาอย่างน่ารัก กลีบบวมแดงช้ำเตือนให้หวนนึกถึงรสจูบวาบหวามระหว่างพวกเขาสองคน


ยอมรับว่าสติหลุด...ไปไกลมากๆ ผิวอุ่นละมุนมือของมันและมือที่ทาบทับบังคับให้เขาสัมผัสร่างกายนุ่มนิ่มของตัวเอง... ยอมรับว่าเผลอโกรธมันจนหน้ามืด...โกรธที่มันมาหยอกล้อกับเส้นแบ่งความยับยั้งชั่งใจของเขา ความจริงแล้วเจเจไม่ได้เป็นคนลองใจเขาหรอก แต่เป็นกิเลสด้านมืดของตัวเองต่างหากที่กำลังลองใจเขาเอง


พวงแก้มยุ้ยนิ่มสองข้างย้อมด้วยสีเลือดฝาดแดงเถือก ดวงตาหรี่ปรือ...เหมือนจะมีเส้นเลือดฝอยแตกอยู่ภายใน ริมฝีปากบวมเจ่อเผยอนิดๆ อย่างเชิญชวนรับสัมผัส เสียงหอบเบาๆ ที่ชวนให้คิดดีไม่ได้ และผิวกายหอมอ่อนละมุนที่ขึ้นรอยแดงตัดกับความขาวผุดผาดบาดตาน่าทำรอยแรงๆ เขาแทบหยุดตัวเองไว้ไม่ได้...พอเปิดน้ำใส่ก็นึกว่าความเย็นเยียบดุจน้ำแข็งจะคืนสติให้ตัวเองและทำให้ดีกรีความเซ็กซี่ของคนตรงหน้าลดฮวบฮาบเหลือเพียงเจ้าลูกหมีขาวตกน้ำมะล่อกมะแล่ก กลับกลายเป็นว่าเสื้อนอนสีเหลืองอ่อนโปร่งบางเปียกชุ่มลู่แนบร่างกายจนเห็นร่องรอยกล้ามเนื้อสวยงาม ปลายลิ้นเล็กเลียปากตัวเองซ้ำๆ จนวาวฉ่ำ หยดน้ำกระเซ็น ไหลลงมาตามซอกคอร้อนระอุที่ขยับตามจังหวะการหายใจและนำสายตาเขาให้ต่ำลงมาเรื่อยๆ ...แม่งเอ๊ย อยากจะโยนศีลธรรมทิ้งแล้วจัดการฟัดคนตรงหน้าทั้งตัวให้ปริ่มเปรม จนกว่าจะครางชื่อเขาระงม อยากรู้จริงๆ ว่าเสียงเรียบเฉยของรูมเมตเขาคนนี้ เวลาอ้อนวอนอยากให้เขาทำแทบขาดใจนั้นจะหวานแว่วเพียงใด


โอเค...พอก่อน ซุนนั่งหายใจเข้าออกลึกๆ แผ่เมตตาให้ตัวเองพักใหญ่ก่อนเดินไปปิดไฟที่โต๊ะเขียนหนังสือ พอสติกลับมากอปรกับเห็นซองยาที่อยู่ในถังขยะโล่งๆ เขาก็พลันเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด แม้อาจจะฟังดูเป็นไปได้ยาก แต่ก็น่าเชื่อกว่าบอกว่าเจเจตั้งใจจะยั่วเขาหรือใครอื่น ยิ่งเห็นสีหน้าดื้อรั้นเล็กๆ ยามเถียงคำไม่ตกฟากเขายิ่งมั่นใจ กลบเกลื่อนความเด๋อของตัวเองชัดๆ ความเด๋อของมันทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้หมดนั่นแหละ


รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่ของพรรค์นั้นทำให้เขาต้องเอ่ยปากเรื่องความสัมพันธ์ของเราออกไปเร็วกว่าที่ตั้งใจไว้ แต่ก็รู้สึกขอบคุณตัวเองที่ไม่หน้ามืดทำอะไรๆ ลงไปก่อน แน่นอนว่าเขาอยากครอบครองอีกคนทั้งในสองนัยยะ...แต่ถ้าเขาทำอะไรรูมเมทคนนี้ลงไปโดยที่อีกฝ่ายไม่ได้ยินยอมพร้อมใจ เพียงแต่โอนอ่อนเพราะฤทธิ์ยา เขาต้องขยะแขยงตัวเองไปทั้งชีวิตแน่ๆ เจเจมาทำให้เขาหวั่นไหวเพราะแค่ดวงตากลมๆ น้ำตาคลอหน่วย กับมือขาวที่เยื้อยุดเขาไว้พร้อมกับคำว่า มึงไม่ชอบกูขนาดนั้นเลยเหรอ... ไอ้เพื่อนเลวเอ๊ย ถามมาได้ ไม่รู้อะไรเลยจริงๆ ขืนกูคิดว่ามึงสมยอมจะทำยังไงวะ แม่ง


เขาไม่เคยจัดการตัวเองเวลามันอยู่ห้องหรือใกล้จะกลับ เกรงใจคนหน้าบางจะด่าว่าเขาโรคจิตเสียก่อน เคยบ่นมันให้คนอื่นฟังแต่ก็เป็นเพราะความมันเขี้ยวล้วนๆ เออ ยังไงมันก็เป็นที่หนึ่งสำหรับเขา จะอะไรๆ ก็แล้วแต่มัน ให้มัน เพื่อมันทั้งนั้น เหลือแต่ว่ามันจะรู้ตัวเมื่อไหร่ว่าเขาเฝ้าเทียวไล้เทียวขื่อจีบเช้าจีบเย็นจนเพื่อนทั้งคณะมันจะจับมันใส่พานยกให้เขาอยู่แล้ว






อืม...แต่คืนนี้อยากเข้าห้องน้ำจังวะ










#ฟิคไม่มีเหตุผล

_____________________________


ตอนแรกคิดว่าจะลงเรื่องนี้ที่อื่นเพราะมันไม่ค่อยมีเนื้อหา

แต่ก็นะ555555555555555

ขอคะแนนสงสารให้ซุนหน่อยครับ55555555

TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #178 youthisyours (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 05:02
    โอ้ยยย ซุนดีที่สุด เก่งมากเลย ;-; อุแง ยัยน้องเจเจก็นะ อยากจะตี(ตัวเอง) ไม่ไหวเลย
    #178
    0
  2. #109 อองอองเอง (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 08:12
    //เทคะแนนหมดคันรถ พี่ซุนเอ๊ยยยยยย ทำบุญหน่อยมั้ยครับเผื่อแมวแถวนี้จะรู้ตัวบ้าง 5555555555 เอ็นดูหนูเจ น่ารักปุ๊กปิ๊กไปหมด ถึงว่านายเสือคนนั้นยอมเก็บเขี้ยวเล็บทะนุถนอมหนูอย่างดี น่าแกล้งให้ร้องแล้วโอ๋ขนาดนี้ ฮืออออ
    #109
    0
  3. #88 pimchansfwok (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 05:50
    แง!!!! ชอบมากเลย ซุนน่ะใจดีชะม้าดด
    #88
    0
  4. #87 PanKunMuMiEiEi (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 21:20

    ซูนเอ้น555555

    #87
    0
  5. #83 JjjjjB (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 02:58
    โอ้ยย หน่องซุนน น่ารักมากๆ 555555
    #83
    0
  6. #81 hoshiscoco (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 19:44
    เช้าตื่นมาจะยังมองหน้ากันติดรึเปล่าเถอะ (ในอีกความหมายนึง5555) เจเจในวันพรุ่งนี้จะบ่นเจเจคืนนี้ไหมนะ ว่าทำอะไรไม่คิดถึงกันบ้างเลย---

    แอบอยากเห็นพาร์ทใจดีเกินไปจนพาลจะทำให้ใจสั่นของคุณรูมเมทสักหน่อย 👀 แต่ทนไม่ฟัดเพื่อนไหวก็เก่งมากแล้วเจ้าซุน! อ้อนขนาดนั้นแล้วน่ะ ในหัวนี่วูบวาบๆ ขาวๆ แดงๆ เลยแง รู้สึกบาป55555555
    #81
    0
  7. #80 Grizzlyjh. (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 19:34
    เข้าใจซุนเลยอ่ะ จะพูดไปก็กลัวมองหน้ากันไม่ติด ถือว่าโชคยังเข้าข้างที่เจ้าเจยังมีใจให้อยู่ TT //คิดถึงไรท์ที่สุดเลยค่ะ .-.
    #80
    0