นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

[Bleach] Let it out ดอกไม้บนกำแพง (IchiRuki)

โดย A.pirirn

ยอดวิวรวม

886

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


886

ความคิดเห็น


15

คนติดตาม


18
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  7 ต.ค. 57 / 18:23 น.
นิยาย [Bleach] Let it out ͡麹ᾧ (IchiRuki)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
สวัสดีขอรับ!
ขอต้อนรับเข้าสู่เรื่องสั้นเรื่องที่ 5 ของข้าพเจ้า
(ไวมาก)
ตั้งแต่มีคอมเม้นต์ก็เลยดี๊ด๊าทั้งวัน (...)

เรื่องนี้ออกแนวบอกว่า
ถ้าทุกๆ คนใน Bleach เป็นคนจริงๆ ขึ้นมา
จะทำอาชีพอะไรกันบ้าง?
ตัวละครเลยเยอะหน่อย
ดำเนินเรื่องไวหน่อย
ฉากกุ๊กกิ๊กน้อยหน่อย (แต่มันส์มือคนเขียนดี)

หมายเหตุ.
ที่พวกควินซี่ เอสปาด้า หัวหน้าอิชิมารุ หัวหน้าโทเซ็น ไอเซ็น ไม่มาปรากฎในเรื่องเลย
เพราะ
ก) มันฟังประหลาดถ้ามีคนชื่อต่างชาติมาอยู่เยอะ และ
ข) ตัวละครเยอะไปแล้วเฟ้ย


ขอบคุณสำหรับการอ่านนะขอรับ!

ปล. มาเขียนเรื่องนี้เลยนึกขึ้นได้ ชื่อข้ามันอ่านว่า "พรหมพิริยะ" ต่างหาก หรือเรียกว่า "พิริณ" ได้มั้ง?
ปล.2 นึกขึ้นมาได้อีกแล้วขอรับ! มีใครสงสัยไหมว่าทำไมชื่อเรื่อง let it out ดอกไม้บนกำแพง ใครเคยดูเรื่อง fullmetal Alchemist ก็น่าจะรู้จักนี่หน่า มันเป็นเพลงปิดที่ 2 ของแขนกลคนแปรธาตุนั่นแหละ นักร้อง ฟุกุฮาระ มิโฮ แบบว่าเนื้อเพลงมันเข้ากับเรื่องดีก็เลยใช้เอี่ยวกันซะเลยนะขอรับ ใครอยากฟังบ้าง
ขอขอบคุณ
:) Shalunla

เนื้อเรื่อง อัปเดต 7 ต.ค. 57 / 18:23


            อิจิโกะ! ตื่นได้แล้วเจ้าหน้าโง่!”

            “โอ๊ย อะไรของเธอนะลูเคีย

            คุโรซากิ อิจิโกะ ชายหนุ่มผมส้มบาดตาอันน่าหมั่นไส้ในสายตาของทุกๆ คน ปรือตาโวยวายและบิดตัวหลบฝ่าเท้าหญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนขย่มอยู่ปลายเตียง หญิงสาวคนนั้นตัวเล็กบาง ผมดำขลับยาวระต้นคอ หน้าตาเฮี้ยวเอาเรื่องและกำลังใช้เท้าสะกิด(?) ปลุกคนขี้เซาไม่หยุดหย่อน

            จะได้เวลาเปิดคลินิกแล้ว ตื่นระเฮ้ย!”

            มือแข็งแรงของคนนอนรวบเข้าที่เข่าหล่อน ทำเอาหญิงสาวเซล้ม ตามด้วยอ้อมแขนแน่นหนารัดรอบกาย

            อิจิโกะ! ปล่อยนะตาบ้า! ฮึ่ย!”

            หล่อนดิ้นสุดแรง จะทุบอกคู่กรณีก็ทำไม่ได้เพราะแขนถูกล็อกติดไปกับตัวเขาแล้ว ทั้งๆ ที่หลับตา อิจิโกะก็พูดเหมือนละเมอ

            คุโรซากิ ลูเคีย พอได้เป็นเมียแล้วได้ใจใหญ่เลยนะ

            “คะใครเป็นเมียเจ้า!” ลูเคียหยุดดิ้น เปลี่ยนมาเถียงแทน หน้ากลายเป็นสีแดงก่ำไปแล้ว

            อ้าว ก็ใครล่ะจู่ๆ มาใช้นามสกุลชั้น

            “จะไปรู้เรอะ! รีบไปเปิดคลินิกซะ

            “เดี๋ยว กระโดดขึ้นเตียงชั้นแล้วคิดว่าจะได้ไปง่ายๆ เหรอน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ปนหัวเราะ

            เฮ้ย! อย่านะอิจิโกะ อี๋! ปากเหม็นไปไกลๆ เลยไป๊!”

            เสียงเอ็ดตะโรนั้นหยุดชายหนุ่มไม่ได้สักนิด อิจิโกะก้มหน้าลงหมายจะหอมแก้มคนตัวเล็กให้หนำใจ แต่สิ่งที่หน้าเขาไปชนมันคือ

            อะไรนิ่มๆ และเต็มไปด้วยขน?

            อิจิโกะลืมตาโพลนทันที ร้องจ๊ากเมื่อสิ่งที่ได้เห็นเต็มสองตาคือบั้นท้ายใหญ่ของแมวสีส้มตัวกลม

            ไอ้กอน! ไอ้แมวผี! ไอ้แมวทุเรศ! จะไปไหนก็ป๊าย~~~!”

            กอนร้องครางเบาๆ ท่ายืนปักหลักมั่นคงบอกให้รู้ว่าไม่ว่าอิจิโกะจะจูบก้นมันอีกกี่ทีมันก็ไม่ยอมให้แตะต้องนายหญิงของมันแน่นอน

            ลูเคียหัวเราะเสียงลั่น ฉวยโอกาสกระโจนแผล็วไปที่ช่องประตู

            ตื่นซะก็ดี! ชั้นไปทำงานก่อนล่ะนายยักษ์ แล้วเจอกัน!”

            เสียงประตูปิดลง พร้อมกับที่ชายหนุ่มทิ้งร่างลงบนที่นอน เตะเจ้าแมวตกพื้นอย่างเซ็งๆ

 

            ชั้นชื่อ คุโรซากิ อิจิโกะ อายุ 28 ปี อาชีพ เจ้าของคลินิก

            ชั้นมองไม่เห็นวิญญาณ

            ก็เออน่ะสิ คนบ้าที่ไหนมันจะมองเห็นวิญญาณกันฟะ! ชั้นน่ะสุขภาพจิตสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์จะไปเห็นของพรรค์นั้นได้ยังไง!

            แล้วทำไมถึงมีแต่คนลือกันว่าชั้นเห็นวิญญาณน่ะเรอะ

            สาเหตุมันก็มาจากไอ้คุณนักเขียนการ์ตูนนั่นไง

            (จากนักเขียน พิริณ: พ่อแก้วแม่แก้วและนักอ่านที่น่ารักทุกท่านขอรับ ข้าพเจ้าไม่ได้จงใจลบหลู่ดูหมิ่นผู้ใดเป็นอันขาดเลยนะขอรับ ถ้าจะโทษก็ต้องโทษปากสุนัขๆ ของอิจิโกะนะขอรับ)

            (อิจิโกะ: เฮ้ยๆ)

            เรื่องมันมีอยู่ว่า

            ชั้นเคยพบนักเขียนคนนั้นเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ตอนนั้นยังเป็นเด็ก ม.ปลายหัวเกรียน(ซะเมื่อไหร่) อยู่เลย หลังจากพบกันไม่นานชั้นก็พบว่าชื่อตัวเองกำลังโด่งดังในฐานะตัวการ์ตูนยอดนิยม ตัวแทนยมบาลหรืออะไรเทือกนี้ () อีกทั้งยังกลายเป็นไอดอลของไอ้พวกรุ่นเล็กแถวบ้านไปหมดแล้ว

            ถ้าไม่โดนห้าม น่าจะฟ้องร้องค่าชื่อสักหน่อย

            แต่มีแปลกอยู่อย่าง คือในหนังสือการ์ตูนเรื่องนั้น (ฟังเด็กมันเล่ามา) กลับระบุรายละเอียดเกี่ยวกับตัวชั้นและคนรอบข้างได้แม่นยำเหมือนตาเห็น แปลกชะมัดเพราะชั้นไม่เคยเล่าให้นายคนนั้นฟังตลอดเวลาสั้นๆ ที่เคยพบกันแน่

            หรือมันสะกดรอยตามชั้นกันฟะ

            กริ๊ง

            อิ-จิ-โก่!!!”

            ฟื่บ!

            อิจิโกะเบี่ยงตัวหลบ ใช้มือกดศีรษะผู้มาเยือน (มาประทุษร้าย?) ลงกับโต๊ะดังโครม!

            โอ๊ส! ป๋า

            “หืม! ช่างร้ายกาจนัก! ใช้มือเดียวหยุดป๊ะป๋าสไลดิ้งได้!”

            นั่นล่ะ พ่อของชั้น

            ไม่เห็นได้เรื่องเหมือนในการ์ตูนเลย!

            ป๋ามาผลัดเวรใช่ป่าวอิจิโกะพูดอย่างนึกขึ้นได้ รีบลุกขึ้นถอดเสื้อกาวน์และชำเลืองมองนาฬิกาซึ่งเข็มสั้นอยู่ที่เลข 12 งั้นผมไปล่ะ

            “อ๊ะเดี๋ยวไอ้ลูกรัก! จะออกไปหากิ๊กที่ไหนห๊ะ!”

            “จะออกสัญจรเฟ้ยชายหนุ่มตอบห้วนๆ คว้ากล่องอุปกรณ์ใบย่อมแล้วจากไปไม่เหลียวหลัง

 

            กิ๊ง-ก่อง

            เสียงกริ่งแว่วกังวาน และเกือบจะพร้อมกันมีเสียงสองเสียงทะเลาะกันดังออกมาจากในรั้วบ้านไม้ทรงโบราณแต่โอ่อ่า รายล้อมด้วยสวนสวยสดชื่น

            หล่อนเป็นผู้หญิง ถอยไปนะ คิโยเนะ!”

            “ฉันเป็นผู้หญิงผิดตรงไหนฮึ! ใครเห็นหน้าเจ้าก็เตลิดพอดี เซ็นทาโร่!”

            เจ้าของเสียงหยุดทะเลาะกันทันทีที่เห็นหน้าแขก

            อ๋อ แกเองเรอะคุโรซากิ

            “เออ ผิดหวังมากหรือไง

            “เข้ามาๆ เกะกะหน้าบ้าน

            เซ็นทาโร่รีบเปิดประตูรับชายหนุ่มในชุดลำลองเสื้อมีฮู้ดกางเกงยีนอย่างรวดเร็ว ด้วยความคุ้นหน้าทำให้รู้วัตถุประสงค์ของอาคันตุกะคนนี้โดยไม่ต้องบอกกล่าว

            เข้าไปเลย หัวหน้าอยู่ในห้องทำงาน

            คิโยเนะและเซ็นทาโร่ คู่กัดประจำบ้านเปิดศึกแย่งกันพาอิจิโกะเข้าไปอีก(ต่างคนต่างเอาหน้าว่างั้นเหอะ) สุดท้ายเลยไปกันหมดทั้งสามคน

            หัวหน้าครับ/คะ! นพ.คุโรซากิมาตรวจครับ/ค่ะ!”

            ทั้งคู่ส่งเสียงรายงานพร้อมๆ กัน แล้วเลื่อนบานประตูออกเมื่อได้รับคำอนุญาต

            คนที่คู่กัดเรียกว่าหัวหน้าคือชายวัยอาวุโส ผมสีขาวสลวยดูนุ่มแต่มีใบหน้าอ่อนเยาว์ กำลังนั่งขีดเขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็ก เขาเงยหน้าทักอย่างใจดี

            อ้าว อิจิโกะคุง มาแล้วเหรอ

            “สวัสดีครับคุณอุคิทาเกะ

            “ดีดี ช่วงนี้ผมอาการดีขึ้นนะ…”

            อิจิโกะทรุดตัวลงนั่ง และเปิดกล่องอุปกรณ์

            ใช่แล้ว นี่คือ อุคิทาเกะ จูชิโร่ หนึ่งในบุคคลที่มีชื่อในหนังสือการ์ตูนเรื่องนั้น ตัวจริงแล้วเป็นนักเขียนนิยายเจ้าของนามปากกา โซเกียวโนะโคโตวาริอันโด่งดัง แต่ด้วยความที่เจ้าตัวสุขภาพไม่ค่อยดีจึงไม่ค่อยออกงาน อยู่แต่ในบ้านกับลูกศิษย์ 2 คนคอยติดตาม นั่นคือคิโยเนะกับเซ็นทาโร่ อิจิโกะรู้จักกับคุณอุคิทาเกะเนื่องจากเคยมีลูกพี่ลูกน้องเป็นศิษย์ของคุณอุคิทาเกะและปัจจุบันตนเองก็กลายเป็นแพทย์ประจำตัวเจ้าของบ้านนี้ไปด้วย

            เสร็จแล้วครับชายหนุ่มว่าหลังจากจดบันทึกลงในแฟ้มเรียบร้อย

            ขอบใจมากนะ อ้อ อิจิโกะคุงทานข้าวมาหรือยังล่ะ?

            “เดี๋ยวไปทานที่ร้านซากุระ ดีกว่าครับ ผมจะแวะหาเร็นจิ

            “อือ ฝากทักทายอาบาราอิคุงด้วยนะ

            “ครับ ลาก่อนครับ

            อิจิโกะถอยฉากออกมา พลางยิ้มกริ่มเมื่อนึกขึ้นได้ว่า คนที่ทำให้เขากับลูเคียได้มารู้จักกันก็คือคุณอุคิทาเกะนี่แหล่ะ ตอนนั้นเขารู้จักเธอในฐานะหลานสาวของคนไข้ของพ่อ (และเป็นยัยจอมเฮี้ยวที่โรงเรียน) สานสัมพันธ์กับเธอจนได้แต่งงานกันในที่สุด แม้จะมีอาการเลือดสาดบ้าง

            คุณอุคิทาเกะนี่ก็คล้ายๆ พ่อตาเขานั่นล่ะเนอะ

            อิจิโกะยังอารมณ์ดีไปตลอดทางจนกระทั่งถึงร้านอาหารใหญ่ที่ตกแต่งแนวโมเดิร์นผสมศิลปะโบราณ ร้านซากุระ

            “ยินดีต้อนรับคร้าบ!” เสียงทักจากพนักงานผู้กำลังถูพื้นอยู่คล้ายเสียงเครื่องเล่นเทปที่เปิดซ้ำไปมา เปลี่ยนเป็นเสียงทักอย่างคุ้นเคยทันทีที่จำได้ คุณอิจิโกะ!”

            “โอ๊ส! ริคิจิ

            เด็กหนุ่มชื่อริคิจิวางไม้ถูพื้นพิงผนังไว้ก่อนเข้ามาเช็ดโต๊ะที่เขานั่งอย่างกระตือรือร้น

            เฮ้ยๆ ใครพูดชื่ออิจิโกะวะ บอกให้มันกลับไปได้เลยท่านประธานไม่อยู่เฟ้ย

            “เร็นจิ โผล่หัวเน่าๆ ของแกออกมาซิ

            ไวปานจรวด เจ้าของทรงผมสีแดงแสบตาก็โผล่ออกมาจากหลังเคาน์เตอร์

            เอ็งว่าใครหัวเน่าวะ อิจิโกะ!”

            “ชั้นหมายความว่า ใครหัวเน่าก็ให้ออกมาต่างหาก

            “หนอย! ปากดีนักนะแก…”

            เร็นจิคงปีนข้ามเคาน์เตอร์มาต่อยปากอิจิโกะไปแล้ว ถ้าไม่นึกถึงมาดผู้จัดการร้านในสายตาพนักงานคนหนึ่งที่ยืนตาแป๋วขึ้นมาได้ ชายหนุ่มผมแดงกระแอมกระไอพลางขยับเนกไท

            มาทางไหนก็กลับไปทางนั้นเหอะ อิจิโกะ วันนี้ท่านประธานไม่…”

            “ชั้นไม่ได้มาหาเบียคุยะท่านประธานพันล้านของนายสักหน่อย ชั้นมากินข้าวเที่ยงต่างหาก

            “ราคาเต็ม ไม่ลดไม่แถม

            “เออ น่ารำคาญจริง เอาอย่างเดิมนะ

            เร็นจิสบถแบบไร้เสียงใส่คนสั่งคำหนึ่งก่อนจัดการส่งออร์เดอร์ไปให้พ่อครัว และไม่โผล่หัว(เน่าๆ?)ออกมาอีกเลย

            ทุกท่านครับ ขอแนะนำให้รู้จัก อาบาราอิ เร็นจิ ตัวจริงเสียงจริง ชายหนุ่มผู้มีภาพลักษณ์เป็นผู้จัดการร้านอาหาร หล่อ เนี้ยบ สะอาด ปากสุนัข() อดีตเป็นนักเลงหัวไม้ที่ยกพวกตีกันไม่เว้นวัน แต่น้อยคนที่จะรู้ว่า เขาคือมือขวาของนักธุรกิจพันล้านมาตั้งแต่ยังแต่งชุดนักเรียนม.ปลาย และคุณนักธุรกิจคนนั้นที่ทั้งอิจิโกะและเร็นจิเรียกว่า ท่านประธานจริงๆ แล้วเป็นเจ้าของร้านอาหารตัวจริง/เจ้าของแฟรนไชน์ร้านซากุระทั่วประเทศและหุ้นส่วนใหญ่บริษัทอุปโภคบริโภคระดับประเทศ ผู้มีนามว่า คุจิกิ เบียคุยะ พี่เขยเขาเอง

            ตรงนี้มันค่อนข้างจะซับซ้อนหน่อย

            คือเดิม อุคิทาเกะ จูชิโร่ เป็นผู้ใหญ่ที่พี่เขยเขานับถือ และเบียคุยะก็มีคนสนิทคือเร็นจินายปากสุนัขคนนี้  เร็นจิจึงไปสนิทกับลูเคีย หลานสาวคุณอุคิทาเกะ(ตั้งแต่จำความได้เร็นจิยืนยัน แต่คนฟังไม่สามารถจินตนาการภาพคนพูดในวัยเด็กที่ปราศจากรอยสักเต็มตัวได้เลย) พอเบียคุยะจบปริญญาจากต่างประเทศก็แต่งงานกับฮิซานะ พี่สาวของลูเคียในทันทีและรับเอาลูเคียไปอยู่ด้วย และนั่นเป็นก่อนที่เขาจะฝ่าด่านอรหันต์ขอแต่งงานลูเคียได้สำเร็จ

            สรุปคือ เบียคุยะไม่ใช่พี่เขยเขา แต่เป็นพี่เขยของลูเคียต่างหาก

            ชามอาหารควันฉุยเลื่อนมาอยู่ใต้คางชายหนุ่ม อิจิโกะเงยหน้าทักหนุ่มน้อย

            ไง ฮานาทาโร่

            “วะหวัดดีครับ ยามาดะ ฮานาทาโร่ ส่งยิ้มหวาดๆ มาให้ ฮานาทาโร่เป็นนักศึกษาฝึกงานและเป็นคนที่โดนคนทั้งเมืองแกล้งมากที่สุด แต่เห็นเด็กหนุ่มอ่อนแอแบบนี้น่ะมีดีกรีเป็นญาติผู้น้องของคุณอุโนะฮานะ เร็ตสึ แพทย์หญิงที่อาวุโสที่สุดในโรงพยาบาลเชียวนา

            อิจิโกะรีบหยุดความคิดฟุ้งซ่าน ฉีกตระเกียบจัดการอาหารตรงหน้าอย่างหิวโหย

 

            สถานที่ที่ชายหนุ่มไปต่อจากนั้นคือ

            โรงศิลปะ VIZARD

            แอ๊ด~~~

            บานประตูเก่าๆ ก่อให้เกิดเสียงลากยาวกังวาน และเสียงหนึ่งลอยมาทักทาย

            ใครน่ะ

            “ชั้นเอง

            “อิจิโกะรึ เข้ามาเร็วๆ เกะกะประตู

            ทำไมมันต้องพูดประโยคเดียวกันด้วยฟะ อิจิโกะนึกเขม่นอยู่ในใจ แต่ยอมกระแทกประตูปิดแล้วเดินตามเสียงตุบๆ ที่ดังเป็นจังหวะ จนกระทั่งเจ้าของเสียงปรากฏแก่สายตาเมื่อเขาลงมาถึงบันไดขั้นสุดท้าย

            มาจี้งานหรือไง

            “ร้อนตัวไปได้ ชั้นมาเยี่ยมเฉยๆ

            ชายหนุ่มคู่สนทนาผละออกจากกระสอบทรายเดินไปสั่งอะไรที่เคาน์เตอร์เครื่องดื่มที่ดูสะอาดสะอ้าน เคาะนิ้วเรียกให้อิจิโกะไปหา

            ที่นี่คือที่ทำการของชมรมศิลปะ VIZARD

            แม้จะดูเหมือนโรงยิมมากกว่าโรงศิลปะ แต่โรงศิลปะแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นจากความสนใจในศิลปะของสมาชิกชมรมทั้ง 8 รายได้มาจากการขายภาพและทำงานอีกสารพัด อาทิ วาดภาพเหมือน ออกแบบตกแต่งภายใน เล่นดนตรีเปิดหมวก สอนศิลปะให้เด็กๆ ไปจนถึงวาดจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของสมาชิก แหล่งสำรองเงินฉุกเฉินของพวกเขาก็คือกระเป๋าตังค์ส่วนบุคคลนั่นเอง

            ถ้าคุณเคยอ่านการ์ตูนเรื่องนั้นคุณคงจะเดาได้ ชายคนที่กำลังถอดผ้าพันออกจากมือนี้คือ มุกุรุม่า เค็นเซย์ ตัวจริงเป็นนักมวยตัวยง สู้เก่งไม่เป็นรองใคร(จะแข่งจริงๆ จังๆ ก็ต่อเมื่อกระเป๋าแห้ง) บทจะเป็น Artist พ่อคุณก็เล่นวาดรูปข้ามวันข้ามคืนไม่มีเหนื่อยไม่มีหิว ภาพของเค็นเซย์นั้นสวยคม แสดงออกถึงรายละเอียดอย่างตรงไปตรงมาจึงวาดภาพเหมือนได้ดีที่สุด

            ส่วนคนอื่น

            แล้วคนอื่นๆ ล่ะ?

            “เลิฟไปซื้อจั๊มป์ ปากซอยเค็นเซย์แจกแจง ริสะไปส่งงาน บก. โรสไปหาแรงบันดาลใจหลายวันแล้ว ส่วนชินจิกับฮิโยริยังไม่มา

            อิจิโกะหันไปขอบคุณฮัตช์ที่ส่งน้ำให้ทั้งคู่ เค็นเซย์ตระโกนไล่เด็กสาวตัวเล็กที่วิ่งซุกซนตามกระสอบทราย

คงต้องเล่าแบบย่อๆ หน่อยล่ะ เลิฟหรือไอคาว่า เลิฟ เจ้าของทรงผมแอฟโฟร่และแว่นตาทรงแปลก (พอทักแว่นตาว่าแปลก เลิฟไม่ว่าอะไร แต่ถ้าไปทักต่างหูเค็นเซย์ว่าแปลก เจ้าตัวคงเอาสว่านมาเจาะหูคุณให้แปลกพอกัน) นี้เป็นสมาชิกหนึ่งในไม่กี่คนที่มีรายได้มั่นคง คือการเขียนการ์ตูนแนวแฟนตาซีขำขันพิมพ์เป็นตอนๆ ในนิตยสารชื่อดัง (ทำให้พื้นที่ส่วนหนึ่งของโรงศิลปะอุทิศให้กองนิตยสารการ์ตูนขนาดย่อม) ได้รับเสียงตอบรับจากแฟนๆ ทั้งในและนอกประเทศดีไม่น้อย แม้สมาชิกในชมรมจะไม่เคยอ่านงานของเลิฟให้มันรู้เรื่องสักครั้ง

คนต่อมา ยาโดมารุ ริสะ หญิงสาวหน้าคมแต่งตัวเหมือนเด็กแก่เรียน มีรสนิยมชื่นชอบการวาดภาพแนว และทำงานเป็นคอลัมนิสต์สอนการวาดภาพในฉาก

(อิจิโกะ: เซ็นเซอร์ไว้เพื่อให้เหมาะกับเด็กและเยาวชน!)

(พิริณ: มันไม่เหมาะตั้งแต่ฉากแรกของนายแล้วโว้ย)

โรสหรือโอโทริบาชิ โรจูโร่ สมาชิกชมรมผู้มีความเป็น Artist ที่สุด ทั้งยังสามารถเล่นดนตรีได้ไพเราะ โรสมักพูดเสมอว่างานของเขาขาดอะไรไปบางอย่าง แต่ไม่มีเพื่อนร่วมชมรมคนไหนตอบได้เพราะดูไม่รู้เรื่อง

ฮิราโกะ ชินจิ ชายหนุ่มเจ้าของผมบ็อบหน้าม้า(อิจิโกะอนุมานได้ว่าเป็นอย่างนั้น) เป็นคล้ายๆ หัวหน้าชมรม ทั้งๆที่ฝีมือในการวาดภาพ ดาษๆในสายตาของอิจิโกะ แต่ฮิราโกะก็บริหารชมรมได้ดีและเป็นคนเดียวที่เข้าใจภาพของโรส

ซารุงาคิ ฮิโยริ เด็กสาวจอมป่วน วัยไล่เลี่ยกับคุนะ มาชิโระ น้องสาวเค็นเซย์(แต่คนละนามสกุลด้วยเหตุผลที่เค็นเซย์ไม่เคยบอก) ฮิโยริอาศัยอยู่กับฮิราโกะโดยอ้างว่าเป็น ญาติกัน แม้ทั้งชมรมจะดูออกว่า แหลเพราะหน้าตาที่ไม่คล้ายกันแม้แต่ลายฝ่าเท้า (อันนี้อิจิโกะพิสูจน์มาเอง) ฮิโยริยังอยู่ในวัยเรียนและสมาชิกชมรมทุกคนถือเป็นหน้าที่อย่างหนึ่งในการจ่ายค่าเทอมให้ฮิโยริและมาชิโระ

คนสุดท้าย คนที่เพิ่งส่งแก้วน้ำให้อิจิโกะนั่นแหละ โชดะ ฮาจิเง็นหรือฮัตช์ ชายร่างกลมไม่ปรากฏอายุ มีความสามารถในการวาดภาพได้ประณีตและแยกแยะเสียงเครื่องดนตรีได้ดีมาก แม้จะไม่มีใครเคยเห็นเขาเล่นดนตรีเองก็ตาม

ทั้งอิจิโกะและลูเคียสนิทสนมกับคนในชมรมและหมั่นแวะมาที่นี่บ่อย เพราะลูเคียเพิ่งเปิดร้าน VIZARD ที่รวบรวมผลงานของสมาชิกชมรมไปขายและจัดแสดงในศูนย์การค้า แรกๆ สมาชิกชมรมก็คัดค้านด้วยเหตุผลอะไรร้อยแปด (ที่ฟังไม่ขึ้นสักอย่าง) แต่พอได้เงินก้อนแรกจากภาพของเค็นเซย์แล้วก็ไม่บ่นกันอีกเลย

ช่วงนี้ใครมีงานบ้างอิจิโกะถามเป็นเชิงชวนคุย

มาชิโระน่ะ ถ้าขายได้

เมินซะเถอะ

ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นทันทีที่นาฬิกาบอกเวลาบ่ายสองโมง

ไปไหนเค็นเซย์ถามโดยไม่ละสายตาจากสมุดสเกตซ์

ชั้นจะไปหาลูเคีย

ไม่รอเจอชินจิเรอะ

รอเดทกับผู้ชายมันน่ารื่นรมย์ตรงไหนฟะ

อิจิโกะวิ่งแท็กๆ ออกไปจากโรงศิลปะ สวนกับฮิราโกะและฮิโยริแถวปากซอย

อ้าวอิจิโกะ มาทำไมฮึ?

สายขนาดนี้อย่ามาเลยดีกว่า!”อิจิโกะด่าสวน พลางคิดในใจว่า

ว่าแต่ เลิฟมันไปซื้อจั๊มป์ปากซอยดาวไหนฟะ นานหยั่งกะตกส้วมตายไปแล้ว

 

ไม่นาน อิจิโกะก็มายืนอยู่ที่ศูนย์การค้าที่ลูเคียทำงานอยู่

ที่สำคัญ มันเป็นกิจการในบริษัทของคุจิกิ เบียคุยะ ลูเคียจึงไม่ต้องเสียตังค์สักแดงเดียวเพื่อเช่าร้าน ฟังดูสะดวกจนเขาหมั่นไส้ยัยลูเคียไปหลายรอบตอนตั้งร้าน

อิจิโกะขึ้นบันไดเลื่อนไปถึงชั้น 2(ร้านอยู่ชั้น 5) ในตอนที่เขาเห็นคนคุ้นหน้าคนหนึ่ง

เฮ้! ชูเฮย์!”

ตระโกนเรียกจบชายหนุ่มก็แอบมั่นใจเล็กๆ ว่าเสียงตนดังไปทั่วศูนย์แน่ๆ

เจ้าของชื่อสะดุ้งเฮือกเหมือนถูกน้ำร้อนลวกก่อนเร่งรีบสาวเท้าเข้ามาหา จากสีหน้าขรึมของเจ้าตัว ถ้าไม่สนิทกันอาจโดนฆ่าปาดคอได้ นิสัยอย่างนี้มาจากเจ้านายล่ะสิ อ้อ เจ้านายหมอนี่ก็คือเบียคุยะไง

(อิจิโกะ: ทำไม้ทำไมทุกอย่างมันต้องเอี่ยวกับนายหมดเลยฮึ เบียคุยะ)

(เบียคุยะ: …(ปรายตามองอย่างเย็นชา))

อ้าว สวัสดี คุโรซากิ” …และคงยินดีที่ได้พบ ถ้านายไม่ตระโกนบอกชื่อชั้นให้คนทั้งห้างรู้น่ะนะ ชูเฮย์ต่อในใจ

เออ หวัดดี มากับใครล่ะเนี่ย เบียคุยะ หรือว่าโทชิโร่

นายน้อย

อิจิโกะทำเสียงในคอเชิงรับรู้

มาตามนายน้อยเนี่ยได้ของแถมหรือเปล่า?

หน้าของชูเฮย์ขึ้นสีจัด

ไม่เธอไม่ได้มาด้วย

ชั้นยังไม่ได้หมายถึงอะไรสักหน่อย ชายหนุ่มฉีกยิ้มยียวน

หน้าคนฟังกลายเป็นสีแดงปื้นๆ และดูเหมือนจะกระโจนเข้าขย้ำคนพูดได้ทุกเมื่อ

เฮ้ยๆ แล้วนายน้อยของแกอยู่ไหนอิจิโกะรีบเปลี่ยนเรื่อง(เดี๋ยวตรูซวย) ชูเฮย์กัดฟันตอบ

ทางโน้น

อิจิโกะเดาะลิ้นอย่างประหลาดใจ แล้วตบหลังขอบคุณคนตอบด้วยลีลากวนเส้นประสาท(เท้า?) ก่อนเดินไปหาคนที่ชูเฮย์ชี้

ความสัมพันธ์ตรงนี้ ชั้นคงต้องอธิบายอีกแล้ว

ครับ คนที่ฮิซางิ ชูเฮย์เรียกว่า นายน้อยนั่นคือ ฮิซึกายะ โทชิโร่ เด็กหนุ่มวัยม.ปลายที่เบียคุยะอุปการะไว้ ฉลาดเข้าขั้นอัจฉริยะจนมีคนคิดว่าได้อยู่ม.ปลายเพราะข้ามชั้นบ่อยๆ อันที่จริงเพราะสมองเกินอายุ แต่ส่วนสูงไม่ยืดตามต่างหาก

อิจิโกะนึกดีใจที่โทชิโร่อ่านใจไม่ได้ และไม่มีพลังเหมือนในการ์ตูน ไม่งั้นเขาคงถูกแช่แข็งไปพันปีข้อหาคิดว่า ส่วนสูงไม่ยืด

ถึงโทชิโร่จะไม่มีพ่อแม่ แต่ก็มีญาติเพียงคนเดียวเหลืออยู่ เป็นคุณน้าสาวสวยจนดูเหมือนพี่สาวมากกว่า ถึงหน้าตาจะไม่ค่อยเหมือนกันแต่สีผมประหลาดพอกัน ชื่อว่า มัตสึโมโตะ รันงิคุ และเป็นหญิงสาวคนเดียวที่ชูเฮย์หลงใหลได้ปลื้ม ชะเง้อชะแง้หาทุกทียามได้รับคำสั่งให้อารักขานายน้อย

ช่างหัวมันเถอะ

ไง! โทชิโร่

คนถูกทักมองเขาด้วยหางตา

ฮิซึกายะต่างหาก

ว่าไงฟะ ผู้ใหญ่ทักไม่ทักตอบหรือไง

ผู้ใหญ่ที่อายุสมองไม่ถึงขั้น ผมไม่สนหรอก

เปรี๊ยะ

ระหว่างที่ชายหนุ่มหน้ามืดจะเข้าไปซัดผู้อ่อนวัยกว่า(แต่อายุสมองมากกว่า)อยู่รอมร่อ การปรากฏกายของบุคคลคนหนึ่งก็ดึงความสนใจไปเสียก่อน

คุณคุโรซากิ! สวัสดีค่ะ มาอยู่กับฮิซึกายะคุงได้ไงเนี่ย

ฮินาโมริทั้งอิจิโกะและโทชิโร่พูดขึ้นพร้อมกัน

ฮินาโมริ โมโมะ เด็กสาวหน้าหวาน เพื่อนร่วมชั้นและเพื่อนสมัยเด็กของโทชิโร่ จริงๆ ก่อนหน้านี้ฮินาโมริเรียกโทชิโร่ว่า ชิโร่จัง(อิจิโกะฟังครั้งแรกยังขำแทบตาย) แต่ไปแพ้พนันอะไรสักอย่างจึงต้องยอมเรียกนามสกุลของเจ้าตัวจนถึงทุกวันนี้

วันนี้เด็กสาวอยู่ในชุดสีขาวยาวเท่าเข่าดูสวยบอบบางน่ารัก

นี่แหนะ คุณคุจิกิ* ให้ฉันใส่วันงานปีนี้ไง ดีไหมจ้ะฮินาโมริพูดยิ้มๆ

ก็งั้นๆโทชิโร่ตอบปัดๆ (อิจิโกะเห็นรอยสีเรื่อๆ บนแก้มขาวซีดของเด็กหนุ่มเรียบร้อยแล้ว) แต่พูดจบก็รู้ตัวว่าพลาดถนัดเมื่อสีหน้าคนฟังสลดวูบ

นะนั่นสินะ ฉันไม่สวย ไม่พูดเก่งเหมือนคุณรันงิคุนี่หน่า ไปออกงานก็อายเขาเปล่าๆ ฮิซึกายะคุงไปกับคุณรันงิคุดีกว่านะจ้ะ

เฮ้ย ผมไม่ได้หมายความว่างั้นนะ ฮินาโมริ

เด็กหนุ่มตาโต กระโจนเข้าไปบีบมือเพื่อนสาวอย่างทะนุถนอม อิจิโกะหลุดขำก๊าก(ปล่อยเต็มที่แบบนี้ไม่ได้เรียกว่าหลุดแล้วมั้ง?) โทชิโร่หันมาตาเขียวปั้ดใส่ทั้งๆ ที่ตาเป็นสีเขียวอยู่แล้ว

เออ ชั้นไปดีกว่า ไม่อยากอยู่เป็น กขค.”

รู้ตัวก็ดีเด็กหนุ่มเหน็บเรียบๆ อิจิโกะยังขำไม่หยุดจนขึ้นบันไดเลื่อนมาถึงชั้น 5

 

นี่แหล่ะคือร้าน VIZARD

กริ๊ง

เสียงกระดิ่งกังวานเมื่ออิจิโกะผลักประตูเข้าไป

คุณคุโรซากิสวัสดีคร้าบ~~~”

ชายหนุ่มสบถทันทีเมื่อเห็นหน้าชายรุ่นพ่อแทนที่จะเป็นภรรยาสุดเลิฟ อุราฮาร่า คิสึเกะ เสนอหน้าออกมายิ้มแต้

มาทำมาย

แหม~ ทำไมต้องทำเสียงซึมกะทือแบบนั้นด้วยล่ะคร้าบ บุคคลไม่พึงปราถนาของอิจิโกะตีหน้าระรื่น เห็นว่า คุณซุยฟง อยากมาดูร้าน ก็เลยชวนคุณโยรุอิจิมา พ้ม~~~ ก็เลยต้องมาด้วยไงคร้าบ

อย่าทำเสียงเลี่ยนได้มะ จะอ้วก

ประโยคนั้นไม่ได้ทำให้สีหน้าคนฟังจืดเจื่อนลงไปแม้แต่น้อย

อุราฮาร่า คิสึเกะ เจ้าของร้านขายของชำแถวบ้านอิจิโกะ ดูเผินๆ ก็แค่ร้านธรรมดาๆ(ไม่ยักทันสมัยเหมือนเซเว่นฯ) แต่ประหลาดเอาการเพราะแค่เอ่ยปากถามก็มีขายทุกอย่างตั้งแต่ไม้จิ้มฟันฟาโรห์ยันเครื่องบินเจ็ต นอกจากตัวผู้จัดการร้านแล้วในร้านยังมีชายวัยกลางคนที่ชื่อเท็ตไซ เด็กๆ สองคนคือจินตะกับอุรุรุ และนักศึกษาฝึกงานพิเศษอีกคน เป็นเด็กสาวผมดำหน้าตาจริงจังและมีเชื้อสายต่างประเทศ นามว่า ซุยฟง เจ้าหล่อนเข้ากันได้ดีกับชิโฮอิน โยรุอิจิ เพื่อนสนิทคุณอุราฮาร่าอย่างกับปี่ขลุ่ยกลับชาติมาเกิด

อิจิโกะทิ้งความคิดทุกอย่างทันทีที่เห็นร่างบางของงภรรยาเดินออกมาจากหลังร้าน

ลูเคีย! ชั้นมารอเธออยู่ตั้งนาน

ชายหนุ่มจัดการถลึงตาใส่คุณอุราฮาร่าที่ทำท่าจะแย้งหลังจากได้ยินประโยคนั้น

อิจิโกะ? มีอะไร?

เถอะน่า มากับชั้น คุณอุราฮาร่าฝากปิดร้านด้วยนะครับ

ไหงโบ้ยงานดื้อๆ ล่ะครับคุณคุโรซากิ~”

อิจิโกะ! ยังไม่ได้เวลาปิดร้านเลยนะ แล้วไปรบกวนคนอื่นทำไม?!”

อิจิโกะไม่สนใจเสียงประท้วงสองเสียงกึ่งจูงกึ่งลากลูเคียออกไปจากร้านจนได้

 

เจ้าบ้าอิจิโกะ จู่ๆ ก็ให้ชั้นทิ้งงานทิ้งการมาเดินเล่น!”

หญิงสาวยังบ่นกระปอดกระแปด หลังจากที่อิจิโกะลากหล่อนออกมาแล้ว เขาก็เลี้ยงน้ำเลี้ยงขนมปลอบใจเหมือนหล่อนเป็นเด็กๆ พาไปเดินเล่นแผนกตุ๊กตาและซื้อจั๊ปปี้(ตุ๊กตากระต่ายยี่ห้อกำลังนิยม)ตัวขนาดเท่าเจ้ากอนให้ตัวหนึ่ง เนื่องจาก

เห็นเธอทำตาวิ้งๆ หยั่งกะจะงาบเข้าไปทั้งตัว

ไม่จริงสักหน่อย!

ลูเคียหันไปค้อนคนตัวโตหนึ่งขวับแต่สองมือยังกอดตุ๊กตาแน่นอย่างหวงแหน

อะไรของเธอ ยังไม่หายโกรธอีกหรือไง อิจิโกะพึมพำ แล้วคว้าข้อมือบาง มาทางนี้

เดี๋ยวสิ! อิจิโกะ เดี๋ยวจั๊ปปี้หล่นนะ!”

หาได้กระทบกระเทือนหูคนฟังไม่

สถานที่ที่เขาพาหล่อนมาคือริมฝั่งแม่น้ำที่ดูเงียบๆ นานๆ ทีจะมีรถยนต์วิ่งผ่าน อิจิโกะกดไหล่ให้หล่อนนั่งบนพรมหญ้านุ่ม ลมเย็นพัดโชยบรรยากาศหอมหวานยามเย็นจนลูเคียต้องสูดเข้าไปเต็มปอด แม้จะยังมองชายหนุ่มอย่างระแวดระวังก็ตาม

พาชั้นมาที่นี่ทำไม?

ถามเซ้าซี้อยู่ได้ น่ารำคาญอิจิโกะว่าเรียบๆ เป็นสัญญาณให้หล่อนสงบปากสงบคำ

ลูเคียนั่งกอดเข่าเงียบๆ ได้พักหนึ่ง เงาชายหญิงคู่หนึ่งเดินเลียบแม่น้ำใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ดูคล้ายคู่รักที่ออกมาเดินเล่นในวันที่อากาศดี แต่เมื่อเงานั้นเข้ามาใกล้ก็เห็นว่าคืออิชิดะกับอิโนะอุเอะ เพื่อนของหล่อนนั่นเอง

คุโรซากิคุง! คุณคุจิกิ!” อิโนะอุเอะโบกมือให้อย่างร่าเริงและเรียกลูเคียด้วยนามสกุลเดิมที่ติดปาก

ไงอิชิดะทักสั้นๆ ทอดมองออกไปยังผิวน้ำสะท้อนแสงสีส้มเป็นประกายจับตา

มาสายไปตั้งห้านาทีเชียวนะนายอิจิโกะทำเป็นยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู

หนวกหูน่า งานชั้นยุ่งไม่ได้รับคนไข้วันละคนอย่างนายนะ

ว่าไงน้า…”

หลังจากที่อิจิโกะ อิชิดะ ลูเคีย และอิโนะอุเอะจบมัธยมปลายที่เดียวกัน อิโนะอุเอะเลือกเรียนพยาบาลตามความใฝ่ฝันทันที อิชิดะเลือกแพทย์เพื่อสืบทอดโรงพยาบาลของบิดา อิจิโกะเลือกแพทย์เช่นกันเพราะผูกพันกับงานที่คลินิก ส่วนลูเคียเลือกอักษรศาสตร์ซึ่งเป็นวิชาที่เธอถนัดที่สุด พอจบมาอิชิดะและอิโนะอุเอะได้ทำงานที่โรงพยาบาลเอกชนของอิชิดะ ริวเค็น ผู้พ่อ

เดี๋ยว นี่พวกเจ้านัดกันมาเหรอลูเคียมองหน้าเพื่อนสลับไปมาอย่างงุนงง

อ้าว คุโรซากิคุงไม่ได้บอกคุณคุจิกิเหรออิโนะอุเอะงงตาม

กำลังจะบอกเดี๋ยวนี้ล่ะอิจิโกะตอบ วางมือบนไหล่ลูเคียทั้งสองข้าง ลูเคีย ฟังชั้นดีๆ นะ

หญิงสาวมองตอบด้วยแววตาคำถาม

            “ชั้นสอบเข้าโครงการ X-Doctor ได้แล้ว ต้องไปอยู่อเมริกาสิบเดือน
             เงียบกันไปครู่ใหญ่

ลูเคียมองข้ามบ่าอิจิโกะไปแวบหนึ่ง มือเล็กยกขึ้นช้าๆ เหมือนอยากจะสัมผัสใบหน้าผู้เป็นสามีอย่างอาวร

ก่อนจะฟาดเปรี้ยงเข้าให้ที่ซีกหน้าอิจิโกะจังๆ

แอ๊ฟ!”

เจ้าหน้าโง่!”

ทำอะไรของหล่อนฟะ!!!”

คุโรซากิคุง!”

หล่อนกระชากคอเสื้อเขาด้วยลีลานักเลงไม่มีผิด

เรื่องใหญ่ขนาดนี้อุบไว้ได้ยังไงยะ! เจ้าตั้งใจอยากไปเรียนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ติดทั้งทีตีหน้าให้มันสมกับที่อ่านหนังสือสอบได้ไหมห๊ะ! หรือถ้าเรียนไม่ไหวเพราะทึ่มเกินเยียวยาชั้นก็ไม่ว่าอะไรหรอกย่ะ!”

คิ้วเข้มของอิจิโกะขมวดเข้าหากัน ลูเคียรีบปล่อยมือเป็นจังหวะเดียวกับที่อิโนะอุเอะปล่อยเสียงกึ่งสะอื้นกึ่งหัวเราะโล่งอกออกมา

อื้อ อื้อ ดีจังที่คุณคุจิกิว่าอย่างนี้นะจ้ะ ชั้นกลัวว่าคุณคุจิกิจะโกรธเสียอีก

ทำไมต้องโกรธด้วยล่ะ อิชิดะ แกเองก็ติดใช่ไหม

ครับดวงตาคนตอบยังจับนิ่งที่พื้นน้ำ

ไม่ต้องห่วงนะจ้ะคุโรซากิคุง อิชิดะคุง ชั้นจะมาอยู่เป็นเพื่อนคุณคุจิกิทุกวันเลยจากประโยคนี้ลูเคียเดาได้ว่า อิโนะอุเอะยังเข้าใจผิดว่าอิชิดะชอบลูเคียมาตั้งแต่สมัยม.ปลายไม่หาย

ทุกคนจำต้องอพยพย้ายถิ่นเมื่อลูเคียประกาศว่า

เรื่องนี้ต้องฉลอง! อิจิโกะ! ยูซึกับคารินรู้หรือยังเนี่ย?!”

พวกเขาตกลงไปฉลองชัยหรืออันที่จริงคือกินข้าวเย็นธรรมดาๆ แต่ฝีมืออลังการจากลูเคียที่บ้านอิจิโกะ ชายหนุ่มเจ้าของบ้านมองตามแผ่นหลังบางของภรรยาที่คุยจ้อกับเพื่อนสาวอย่างครุ่นคิดติดใจ

คิดอะไรมากน่ะ คุโรซากิเสียงอิชิดะดังอยู่ข้างๆ เป้าสายตานายแพทย์หนุ่มเปลี่ยนเป็นเจ้าของเรือนผมสีส้มสยาย

ถ้านายคิดว่าดีก็ทำไป หนทางอีกยาวไกล จะมัวสนเรื่องหยุมหยิมอย่างนี้ทำไม

อิชิดะ นี่นาย…”

อิจิโกะหันขวับทันที สีหน้าอัดอั้นตันใจ

“…พูดอะไรเฉิ่มๆ แบบนั้นออกมาอีกแล้วนะ

 

งานเลี้ยงเล็กๆ(?) เริ่มขึ้นเย็นวันนั้น ลูเคียจัดการเข้าครัวลำเลียงอาหารจำนวนมากออกมา ส่วนอิโนะอุเอะรับหน้าที่โทรหาเพื่อนๆ (แต่อิชิดะสงสารโทรศัพท์เลยยื่นมือเข้าช่วยเหลือ) คนมาร่วม(กินฟรี)งานจึงเยอะเกินคาด ตั้งแต่ป๋า(แต่งตัวฟูฟ่าจนเหมือนกระบองเพชรพันสายรุ้งต้นยักษ์), ยูซึกับคารินที่อยู่หอพักมหาวิทยาลัย, เคย์โงะกับแฟนสาว (ไม่มีใครยอมเชื่อว่าใช่แฟนมัน), มิซึอิโระ (ยังโสดหน้าใส), ฮอนโช (มาเหล่สาวๆ), ทัตสึกิ (ห้าวเหมือนเคย แต่เรื่องความรักก็มีพัฒนากับเค้าบ้าง อิจิโกะถึงกับสาธุให้เจ้าหนุ่มที่จะได้ทัตสึกิเป็นแฟนว่ามันจะทำยังไงตอนเจ้าหล่อนโมโหขึ้น), คุณโยรุอิจิกับซุยฟง (แบกของขวัญชิ้นเบอเร่อจากคุณอุราฮาร่ามาให้ด้วย อิจิโกะตั้งใจเอาไปทิ้งทันทีที่มีโอกาส), เคียวราคุ ซุนซุย พันเอกเพื่อนสนิทคุณอุคิทาเกะ กับอิเสะ นานาโอะ ลูกน้องสาว (ฝากแสดงความยินดีจากคุณอุคิทาเกะ), ฮิราโกะกับฮิโยริ ตัวแทนจากกลุ่มไวเซิร์ด (พอมาถึงก็ตั้งหน้าตั้งตาทะเลาะกัน), โทชิโร่ที่ถูกน้าสาวคนสวยลากมา และชูเฮย์ตามอารักขาห่างๆ (พร้อมใบหน้าแดงแจ๋), อิคคาคุและคุณอิบะ (เพื่อนสมัยม.ปลายที่รู้จักกันเพราะเรื่องชกต่อย), คิระ อิซึรุ (ฝากข้อความมาจากเร็นจิระหว่างนั้นจะดูแลเมียแกให้อย่างดีทำเอาอิจิโกะฟิวส์ขาดไปรอบ), แช้ดที่ต่อวิดิโอคอนเฟอเรนซ์จากต่างประเทศ, เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยอีกหลายคน และบุคคลไม่ประสงค์ออกนามที่แฝงตัวเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง(กินฟรี) ไม่อาจระบุจำนวนได้

            พอผ่านเที่ยงคืนจึงค่อยๆ ทยอยกลับทีละคนสองคน จนในที่สุดอิจิโกะก็ขึ้นห้องไปอาบน้ำนอนกลิ้งรอลูเคียเก็บกวาดพวกสิ้นสภาพ(โดยการเอาผ้าขาวคลุมไม่ให้อุจาดตา)อาบน้ำแล้วเข้ามาในห้อง

            หญิงสาวชะงักเล็กน้อยเมื่อปะทะกับสายตาคมกล้าของเขา

            ยังไม่นอนอีกเรอะเจ้าน่ะ

            “ไม่มีหมอนข้างชายหนุ่มตอบเชิงกระเซ้า ลูเคียหลบตาเดินไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้งเพื่อสางเส้นผมหมาดๆ ให้สยายออก

            นี่อิจิโกะ พรุ่งนี้ชั้นไม่ไปที่ร้านนะ จะได้อยู่บ้านช่วยเจ้าจัดของ อื้อ แล้วจะไปเมื่อไหร่ล่ะ?

            “อีกสองวัน

            มือเรียวสะดุดแค่เสี้ยววินาทีก่อนทำงานต่อไป

            ตั้งสิบเดือน! สิบเดือนแหน่ะคิดดู ชั้นจะไปเที่ยวเตร่เหลวไหลยังไงไม่มีใครบ่น แหม โชคดีจริงๆ ไม่ต้องเห็นหน้ากวนโอ๊ยของเจ้าตั้งสิบเดือน…”

            จู่ๆ ลูเคียก็ลุกพรวดขึ้น เดินไปมองจั๊ปปี้ที่วางไว้บนชั้นก่อนเริ่มงานเลี้ยง

            “…อ้อ แล้วชั้นอาจจะพาอิโนะอุเอะหนีเที่ยวด้วยก็ได้นะ เจ้าไม่มีวันรู้หรอกเนอะ ชั้นก็คงไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้าทำอะไรอยู่อิจิโกะ

            อิจิโกะเด้งตัวจากเตียง ประชิดตัวหญิงสาวกดหัวเล็กๆ ให้ซุกกับอก ลูเคียดิ้นหนีแต่ยอมจำนนในไม่กี่วินาที

อย่าเศร้านะ ลูเคีย

ชั้นไม่ได้เศร้าสักหน่อย เจ้าโง่

คงงั้นมั้ง

เจ้ารู้ได้ไง

ภรรยาที่ไหนไม่เศร้าเวลาสามีไม่อยู่บ้านนานๆ?

ลูเคียยกกำปั้นทุบชายหนุ่มอย่างไม่จริงจัง อิจิโกะจูบศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมนุ่มอย่างทะนุถนอมแล้วช้อนร่างบางขึ้นอุ้ม มือเล็กเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเขาแน่น

ชั้นไม่ได้เศร้านะ

ชั้นรู้ดีน่าใช่ไม่ได้เรียกว่าเศร้า แต่รู้ว่าลึกล้ำกว่านั้นมาก

นี่ ไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งอย่างนั้นก็ได้

อ้อมแขนกอดกระชับร่างนุ่ม หญิงสาวซุกใบหน้ากับอกผู้เป็นสามีซ่อนดวงตาแดงก่ำ อิจิโกะวางหล่อนบนเตียงอย่างนุ่มนวล ทันทีที่ปล่อยมือ ร่างเล็กก็ผวาหา ชายหนุ่มยกนิ้วจุ๊ปากติดริมฝีปากหล่อน กดไหล่ให้นอนลงแล้วทิ้งตัวนอนข้างๆ สองร่างขยับเข้าเบียดกัน

ทันทีที่ความเปล่าเปลี่ยวเข้ามาหา ก็มีวันที่ต้องร้องไห้

อิจิโกะจับมือน้อยที่จะขยี้ตาไว้ แล้วก้มลงจูบซับน้ำตาแทนจนแห้งเหือด ดวงหน้าขาวซุกเข้าหาจนกระทั่งหลับผล็อยไปเหมือนเด็กๆ ริมฝีปากอิ่มเผยอนิดๆ เหมือนจะเอ่ยบางอย่างก่อนสติจะหลุดลอย

ถึงจะไม่พอ แต่ถ้าได้พบเธอแล้ว ก็ไม่เป็นไรหรอกนะ

ชายหนุ่มคลี่ยิ้มอย่างเอ็นดู กอดหล่อนไว้ทั้งผ้าห่ม ขยับริมฝีปากเข้าใกล้ริมฝีปากหล่อนเรื่อยๆ

ปัง!

อิจิโกะ! ตื่นได้แล้วเจ้าหน้าโง่!”

            “โอ๊ย อะไรของเธอนะลูเคีย

คุโรซากิ อิจิโกะ นักเรียนม.ปลายผมส้มบาดตา ตำแหน่งตัวแทนยมทูตผู้บุกรุกโซล โซไซตี้ในฐานะเรียวกะไม่กี่วันก่อนได้รับตำแหน่ง ผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรำคาญ เจ้าของเสียงแปดหลอดเมื่อครู่ถอยกรูออกไปจากเตียงราวหนึ่งเมตรกอดอกอย่างพึงพอใจ

ดีมาก ยามศึกแบบนี้มัวนอนอยู่ได้อย่างไร พวกข้าอุตส่าห์ถ่อมาจากโซล โซไซตี้ก็ต้องดูแลกันให้สมเกียรติหน่อยสิ รีบๆ แต่งตัวไปโรงเรียนเข้าล่ะ ข้าสัมผัสได้ว่าพวกเราต้องถูกฝ่ายนั้นเล่นทีเผลอแน่ๆ ลุกเข้าสิยะ!”

หนวกหูน่าอิจิโกะบ่นอุบไม่ให้ลูเคียที่แล่นออกจากห้องไปได้ยิน บ่นหยั่งกะเป็นเมียแหน่ะ

พูดจบก็นึกอะไรขึ้นมาได้

เอ๊ะ เมื่อกี้ฝันอะไรหว่าสองมือเค้นกะโหลกเรียกความจำ แต่ยิ่งนึกก็ยิ่งลืม สงสัยโดนเสียงยัยลูเคียล้างสมอง

อิจิโกะละความสนใจจากความฝันนั่น จัดการทำกิจวัตรประจำวันตอนเช้าก่อนออกจากบ้านพร้อมเพื่อนสาว ระหว่างที่มองเสี้ยวหน้าของลูเคียเทศนาเรื่องการซ้อมรบ อิจิโกะก็นึกขึ้นมาได้อีกอย่าง

เพียงแค่สิ่งนี้เท่านั้น ที่จะไม่เปลี่ยนแปลงไป

                                                                                                                                       The End.
                 _____________________________________________

ขอบคุณสำหรับทุกการอ่าน ทุกยอดวิว ทุกการคอมเม้นต์เป็นอย่างสูงขอรับ
(ลับเฉพาะ: กว่าจะมาอัพตอนจบได้ต้องขอร้องแทบเป็นแทบตาย)
ยังไงก็จบแล้วนะขอรับ ขอบคุณที่อุตส่าห์ติดตามอ่านมาตลอด
(เวลาค้างทีไรรู้สึกไม่สบายใจทุกที)
หักมุมนิดๆ เป็นของถนัดของข้าอยู่แล้ว
ยังไงก็ขอบพระคุณสำหรับการอ่านฟิคเล็กๆ ของข้าด้วยนะขอรับ
(แอบนอกเรื่อง: ใครไปงานสัปดาห์หนังสือบ้าง ข้าไปวันที่ 6 กับ 7
วันที่หกใส่ขาวทั้งชุด ใส่ฮู้ดสีขาว
วันที่เจ็ดใส่ดำทั้งชุด ใส่ฮู้ดดำ เออ นอกเรื่องจริงๆ)
(นอกเรื่องอีกรอบ: เขียนจบมีความรู้สึกว่าเหมือนฟิค FMA มากกว่าฟิค Bleach ยังไงไม่รู้)
หวังว่าจะได้เจอกันเรื่องหน้านะขอรับ!

ตอบความเห็นคุณ Sono Chieri
-- เรื่องนี้มาจากแนวคิดว่า คนเรามักจะฝันถึงสิ่งที่เราหมกมุ่นนะคร้าบ
(อ้าก อิจิโกะ เอ็งหมกมุ่นเรื่อง...เนี่ยนะ!)


 

:) Shalunla

ผลงานอื่นๆ ของ A.pirirn

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

15 ความคิดเห็น

  1. #15 papermail
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 16:33
    ตัลร้ากกกกก เก็บไปฝัน >////< 
    #15
    0
  2. #14 darat5708 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 เมษายน 2559 / 23:33
    555555 ชอบฉากจบมากเลยค่ะ
    ขอบคุณที่แต่งฟิค อิจิลูให้อ่านนะคะ รักคู่นี้ฝุดๆ
    #14
    0
  3. วันที่ 6 กันยายน 2558 / 20:20
    ชอบมากกกกกกกกกก ให้ตายเถอะ 
    มันฟิน อิน ไรท์เยี่ยมมาก ♥♥♥
    #13
    0
  4. #12 Achalida
    วันที่ 4 มกราคม 2558 / 14:41
    เขียนเรื่องยาวเลยค่ะ เชียร์ ^ ^
    #12
    0
  5. วันที่ 26 กันยายน 2557 / 15:25
    ฝันซะได้แต่ก็สนุกนะ
    #11
    0
  6. วันที่ 20 เมษายน 2557 / 21:03
    รอเรื่องต่อไปอยู่นะค้าา ^^
    #10
    0
  7. วันที่ 18 เมษายน 2557 / 22:42
    อิจิโกะสรุปทั้งหมดนี้เองฝันไปหรอหรอกห่ะ เจ้าบ้า ตรูนึกว่าเรื่องจริงซะอีก
    #9
    0
  8. #8 eiei
    วันที่ 7 เมษายน 2557 / 00:13
    ติดตามคะ สู้ๆนะคะ
    #8
    0
  9. #7 bezam
    วันที่ 6 เมษายน 2557 / 12:23
    อยากให้แต่งเรื่องยาวบ้างจัง
    #7
    0
  10. วันที่ 6 เมษายน 2557 / 10:59
    รอต่อไปนะค้า ^^
    #6
    0
  11. #5 renre
    วันที่ 6 เมษายน 2557 / 08:59
    นั่นสิคะ แต่งเป็นเรื่องยาวเถอะค่ะ สนุกออก
    #5
    0
  12. วันที่ 4 เมษายน 2557 / 21:01
    แต่งเป็นเรื่องยาวเลยก้อดีนะค้า 5555 ติดตามค่าาา~~ ^0^
    #4
    0
  13. วันที่ 3 เมษายน 2557 / 11:55
    ชอบจัง น่าสนใจมาก
    #3
    0
  14. #2 วารีเทพี (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 เมษายน 2557 / 20:00
    รอนะค้าาา ^^
    #2
    0
  15. วันที่ 2 เมษายน 2557 / 14:05
    จะเป็นไงต่อนะ รอ
    #1
    0