{ BEAST } Undesigned Love #DOOSEOB

ตอนที่ 9 : ✎ A christmas story

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 65
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    28 มี.ค. 59


All I want for Christmas is you

คริสมาสปีนี้ สิ่งที่ผมอยากได้เป็นของขวัญก็คือคุณ




YOSEOB’s View


Q: คุณคิดยังไงกับวันคริสต์มาส?


A: อ้อเทศกาลน่าเบื่อนั้นน่ะหรอ ก็แค่วันๆ หนึ่งเท่านั้นแหละ


เฮ้อคริสต์มาสหรอปีใหม่หรอ? …เทศกาลบ้าพวกนี้มันคืออะไร ทำไมคนถึงได้ชื่นชอบมันนัก ยังโยซอบคนนี้ไม่เข้าใจเลย!!


โยซอบอา ปีนี้นายก็จะไม่ไปฉลองที่ไหนจริงๆ น่ะหรอ?” อีกีกวัง เพื่อนสนิทของผมเอ่ยถาม เมื่อออดหมดเวลาเรียนคาบสุดท้ายของวันดังขึ้น


นายไม่เบื่อรึไงที่ถามคำถามฉันแบบนี้ปีแล้วปีเล่าน่ะ ทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว เจ้าบ้า!” ผมเอ็ดเข้าให้กับเพื่อนเจ้าปัญหา ชอบสร้างเรื่องปวดหัวให้ผมไม่เว้นแต่ละวัน ไม่รู้ว่าไอ้หล่อซนดงอุนหลงเสน่ห์อะไรหมอนี่เข้า ถึงได้ทั้งรักทั้งหวง ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม จนคนโสดแบบผมหมั่นไส้


ก็ไม่รู้อะ เผื่อนายจะเปลี่ยนใจ ฉันก็ชวนตามประสาเพื่อนที่ดีไง กลัวว่ายังโยจะเหงาก็แค่นั้น!” แขนยาวๆของกีกวังโอบรอบคอของผมไว้ โยกไปมาเป็นเชิงหยอกล้อ เชื่อเขาเลย!


ถ้าไม่อยากให้ฉันรู้สึกเหงา ปีนี้นายกับดงอุนช่วยไปสวีทกันไกลๆ จะขอบใจมาก!” ผมว่าแล้วยกแขนหนักๆ นั้นออกจากไหล่ ก่อนจะบอกลาเพื่อนสนิทหัวใจประถมของผม สะพายเป้ขึ้นพาดบ่าแล้วเดินออกจากห้องมาโดยมีเสียงร่าเริงของหมอนั้นไล่หลัง


บ๊ายบาย โยซอบอา เจอกันปีหน้าน้าผมไหวไหล่พร้อมยกมือให้สัญญาณว่าได้ยินแล้วนะเพราะถ้าผมไม่ทำแบบนี้ละก็ หมอนั้นจะไม่เลิกตะโกนแล้วคนก็จะเริ่มสนใจจนต้องอับอายไปสามวันเจ็ดวันเลยละ เริ่มเห็นความร้ายกาจของเขารึยังครับ?


วันนี้เป็นวันที่ 24 พฤศจิกายน พรุ่งนี้ก็จะเป็นวันที่ 25 สำหรับผมมันก็แค่วันธรรมดาเท่านั้นครับ ออกจะเป็นวันที่ไม่ดีเสียด้วย แต่กลับกันเพราะกับใครหลายคน วันพรุ่งนี้เป็นวันที่สำคัญมากๆ วันหนึ่งเลย


ผมค่อยๆ เดินกลับบ้านทางที่ผมเดินประจำ แสงไฟประดับประดาเต็มไปหมดตั้งแต่ต้นเดือนแล้ว ความสว่างสไวเหล่านั้นดูสวยก็จริง แต่ผมก็ยังไม่ปลื้มวันนี้เท่าไหร่ เสียงเพลงเทศกาลที่เกี่ยวกับซานต้าครอสเปิดคลอไปตลอดทั้งถนน ช่างเป็นเดือนที่คนผลุกพล่านเสียจริง ว่าไหม?


ผมเดินมาถึงหน้าบ้านหลังเล็กของตัวเอง สายตาก็เหลือบมองบ้านอีกสองหลังที่ขนาบข้าง ฝั่งหนึ่งตบแต่งด้วยไฟหลากสีตัดกับหิมะสีขาว อีกฝั่งก็ประดับไปด้วยธงสีต่างๆ ถุงเท้ายักษ์ที่ห้อยเอาไว้รอของขวัญจากซานต้า หรือแม้แต่ลูกกวาดที่วางไว้เกลื่อนกลาดดูแล้วก็เหมือนบ้านขนมของแม่มดในเรื่องกรเทลกับฮนเซลเลย


ผมเลือกที่จะไม่สนใจบ้านหลังอื่นๆ แล้วจดจ่อกับการไขกุญแจเข้าบ้านของตัวเองบ้านของผมไม่เหมือนบ้านของใคร เพราะมันไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากทุกๆ วันของปีเลย พูดง่ายๆ ว่า ผมไม่ได้ทำอะไรพิเศษให้สมกับเทศกาลที่หลายคนคิดว่าพิเศษนี่เลยมากกว่า


หลายคนอาจจะคิดว่าผมแปลกแยก แตกต่าง ขวางโลก เอาเถอะ ใครจะคิดยังไงก็ชั่ง ผมมีเหตุผลของผมก็แล้วกัน

 

DOOJUN’s View


Q: คุณคิดยังไงกับวันคริสต์มาส?     


A: ผมชอบนะ อบอุ่นดี เวลามองรอยยิ้มของคนรอบข้างน่ะครับ มันคงจะดีไม่น้อยเลยถ้ามีคนพิเศษอยู่ด้วย ในเทศกาลพิเศษแบบนี้


ผมตอบคำถามตามที่ตัวเองคิดอืมไม่รู้หรอกว่ามาจากนิตยสารเล่มไหน อะไรดลใจให้มาถามคนอย่างผม แต่ในเมื่อเขาถามมา ผมก็ตอบไป วันคริสต์มาสหรอ? ก็คงจะดีถ้ามีคนรู้ใจอยู่ด้วยกันใกล้ๆ อย่างที่ว่านั้นแหละนะ


ยุนดูจุนคิดว่าอย่างนั้นนะ


ผมเดินเตร็ดเตร่ไปตามท้องถนนที่คราคร่ำไปด้วยผู้คนที่ออกมาจับจ่ายซื้อของขวัญในเทศกาลสำคัญอย่างวันคริสต์มาส ผมรู้สึกดีที่ได้เห็นใบหน้ายิ้มแย้มของผู้คน รู้สึกอบอุ่นทุกครั้งยามเมื่อช่วงเทศกาลส่งท้ายปีนี้เวียนมาถึง ผมใช้เวลาค่อนข้างมากไปกับการเดินชมวิวโดยรอบ เพราะอีกหลายชั่วโมงเลยทีเดียวกว่าจะถึงเวลาเข้างานของผม


ผมทำงานเป็นนักดนตรีอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง มันรู้สึกดีมากนะครับที่เห็นผู้คนชื่นชอบในสิ่งที่เราทำ มีความสุขกับสิ่งที่พวกเขาได้ยินเพราะเสียงดนตรีของผม รู้แบบนี้คงจะคิดว่าผมเป็นผู้ชายโรแมรติกอะไรเถือกนั้นใช่ไหม? อันที่จริงก็นิดนึงน่ะนะ แต่ถ้าจะพูดให้ถูกผมเป็นคนขี้เหงามากต่างหาก


นั้นแหละ เหตุผลที่ผมเลือกกีต้าเป็นเพื่อน เพราะเขาสามารถทำให้สิ่งรอบตัวกลับมามีชีวิตได้เพียงเพราะผมดีด แถมผมยังพกเขาไปไหนมาไหนด้วยได้ทุกที่อีกต่างหาก เจ๋งไปเลยใช่ป่ะ


อืมผมว่าได้เวลาเข้างานแล้ว ขอตัวครับ

 

A Christmas Story

 

ขณะนี้เวลาสามทุ่มสิบห้า ยังโยซอบไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้เขาตัดสินใจออกมาเดินเล่นนอกบ้าน ในคืนที่อากาศหนาวแถมยังคราคร่ำไปด้วยผู้คนมากมายที่กำลังเฉลิมฉลองสองขาเล็กเดินทอดยาวไปตามทาง เขาเลือกใช้เส้นทางที่ต่างจากทุกวัน เผื่อจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ มุมมองใหม่ๆ


หิมะสีขาวโปรยปราย ร่างโปร่งย่ำเท้าลงบนถนนเบียดเสียดกับผู้คนที่กำลังสนุกสนาน เขาต้องบ้าแน่ๆที่ออกมาในวันแบบนี้! แน่นอน ยังโยซอบบ้าไปแล้วที่เอาตัวเองเข้ามามีส่วนร่วมในงานเทศกาลบ้าๆ นี่!...


ถึงจะคิดอย่างนั้นเขาก็ยังเดินต่อไป ไม่คิดจะหันหลังกลับ หลังจากคืนนี้ยังมีเวลาอีกมากให้เขากลับไปใช้ชีวิตเดิมๆ ที่บ้าน เพราะฉะนั้นเขาคงต้องใช้คืนนี้ให้คุ้ม


โยซอบเลือกไปสถานที่ที่ห่างจากแม่น้ำฮันมากที่สุด! ไม่ใช่เพราะไม่อยากเห็นภาพบาดใจเป็นคู่รักหลายสิบคู่พลอดรักกันหรอก สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการเห็นไอ้เพื่อนตัวดีกับเพื่อนของเพื่อนอย่างดงอุนสวีทกันต่างหาก แค่พูดยังรู้สึกเฉาเลย

 

เสียงริงโทนของผมดังขึ้น ทั้งที่ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีใครโทรมาหาตอนนี้ อดแปลกใจไม่น้อย


ฮัลโหล ยังโยซอบพูดฮะผมกรอกเสียงไม่ตามสายให้กับเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย


( โยซอบๆ นี่จุนฮยองนะ นายอยู่ข้างนอกรึเปล่า ) เจ้าของโทรศัพท์ร้องอ๋อขึ้นทันทีที่รู้ว่าปลายสายเป็นใคร ( นายช่วยมาที่ร้าน x หน่อยได้ไหม กลองชุดฉันมีปัญหาน่ะ )


เอ๋!?” ร่างโปร่งแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่จู่ๆ ก็ได้รับโทรศัพท์ประหลาดจากยงจุนฮยอง แถมยังเรียกเขาให้ไปซ่อมกลองเนี่ยนะ!


( น่านะๆ ฉันรู้ว่านอกจากนายจะเล่นคียน์บอร์ดเก่ง นายก็เล่นดนตรีเป็นทุกอย่าง เพราะงั้น นะนะ มาดูให้หน่อย แค่นี้นะ! )


ติ๊ด!


แล้วจุนฮยองก็ตัดสายไป คนอะไรเอาแต่ใจชะมัด! โยซอบนึกพลางหาทางไปร้านอาหารที่เพื่อนอีกคนของเขาบอก จะถือว่าเพราะวันนี้อยู่นอกบ้านก็แล้วกัน แถมร้านนั้นก็ยังอยู่ใกล้ๆ แถวนี้ ถ้าไม่อย่างนั้นละก็ ให้ตายฉันก็ไม่ออกมาแน่!


ใช้เวลาสักพักร่างบางก็มาถึงร้านอาหารที่ตัวปัญหานัมเบอร์ทู! ยงจุนฮยองบอก ว่าแต่ หมอนั้นจะให้เขามาดูกลองที่ไหนอะ


จุนฮยอง ฉันอยู่ที่ร้านแล้ว นายอยู่ไหนน่ะ ผมต่อสายหาเขาทันที


( อ่อ ๆ ๆ เดินตรงไปถามพนักงานเลย อ๊า! จริงๆ เลยนะ ฉันโทรไปนานแล้วทำไมนายเพิ่งมาละ ) จุนฮยองบ่นกระปอดกระแปด หมอนี่ชักจะมากไปแล้วนะ!!


ย๊า! ฉันก็มาแล้วนี่ไง นายจะเอาอะไรอีกเล่า เดินมาไม่ได้เหาะมาจะได้เร็วแบบนั้นนะสงครามน้ำลายกำลังเกิดขึ้นผ่านโทรศัพท์เครื่องจิ๋ว ดูท่ามันจะลุกลามไปกันใหญ่ถ้าไม่โดนใครบางคนขัดซะก่อน


เอ่อ……….. ขอโทษนะครับ คุณใช่ ยังโยซอบรึเปล่า?” ผู้ชายตากลมโตพร้อมกับใบหน้าคมคายคนหนึ่งส่งยิ้มมาให้ด้วยความเป็นมิตร รอยยิ้มอันหล่อเหลาของเขาทำให้คนเผลอยิ้มตามได้ไม่ยากเลย


อ่าใช่ครับร่างบางตอบกลับ รู้สึกไม่ค่อยคุ้นเคยนักที่มีคนแปลกหน้ามาทักด้วยภาษาสุภาพแบบนี้


ผมชื่อ ยุนดูจุน เป็นเพื่อนกับจุนฮยองนะเราเล่นดนตรีด้วยกัน พอดีจุนฮยองรีบออกไปหาแฟนน่ะ ฮยอนซึงคุณรู้จักใช่ไหม ก็เลยให้ผมมารับหน้าแทนน่ะร่างสูงอธิบายเรื่องราวทั้งหมด โยซอบอยากจะตะโกนใส่หน้าไอ้เพื่อนบ้าที่ดูเหมือนจะทำให้เขาเสียเวลาเปล่า


“……แล้ว ผมยังต้องดูกลองให้หมอนั้นอยู่ไหมครับโยซอบพยายามไม่ใส่อารมณ์กับคนแปลกหน้าถึงแม้จะเดือดได้ที่แล้วก็ตามที


คงจะไม่แล้วละครับ ตอนนี้ห้าทุ่มนิดๆ แล้ว ร้านก็ปิดแล้ว จุนฮยองเลยบอกจะซ่อมพรุ่งนี้น่ะ แหะๆดูจุนได้แต่ส่งยิ้มเจื่อนไปให้เพื่อนใหม่ของเพื่อนเขาอีกที ไม่งงหรอกใช่ไหม?


อ๊า!!! จริงๆเลยนะนายคนนี้ ฉันอยากจะฟาดเขาสักทีจริงๆ!” ยังโยซอบบ่นเป็นหมีกินผึ้ง เสียเวลา เสียเวลาชะมัดเลย


เอ่อมันอาจจะฟังดูแปลกไปสักหน่อยสำหรับคนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกนะครับ แต่ถ้าคุณไม่อยากเสียเวลาเปล่า สนใจไปนั่งจิบกาแฟร้อนดูพลุตอนเที่ยงคืนนี้ไหมครับ?” ไม่รู้ว่าอะไรดลใจทำให้ดูจุนพูดไปแบบนั้น แต่ที่แปลกกว่าคือ ไม่รู้อะไรต่างหากที่ทำให้ยังโยซอบตอบรับคำชวนนั้นง่ายดาย


อืม……………………. ไปสิ


ดูจุนพาโยซอบไปยังร้านคอฟฟี่ช็อป ร้านโปรดของเขา ร้านที่เขามักจะมาประจำหลังเลิกงาน และยังเป็นร้านที่เขามานั่งดูพลุวันคริสมาสทุกปีด้วย


คุณเล่นกีต้าหรอ?” โยซอบถามหลังจากที่ทั้งสองคนสั่งเครื่องดื่มเรียบร้อย ดูจุนมองกีต้าโปร่งที่อยู่ข้างตัวเขาก่อนจะพยักหน้า


ครับผมเล่นกีต้าแล้วก็เบสได้ แต่ว่าชอบเล่นกีต้ามากกว่า เพราะจะพามันไปไหนด้วยก็ได้ร่างสูงตอบพร้อมกับรอยยิ้มเช่นเคย ได้ยินมาว่าคุณก็เล่นดนตรี


เจ้าจุนฮยองไปโม้ไว้ละสิ ก็เล่นนะ คีย์บอร์ดคือสิ่งที่ผมถนัดที่สุด แต่ถ้าพูดตรงๆ ก็เล่นเป็นทุกอย่างแต่ก็ไม่ได้เก่งอะไรนะครับอีกคนรีบแก้ต่าง เมื่อดูเหมือนเขาจะพูดอวยตัวเองเกินพอดี ดูจุนหัวเราะน้อยๆ


ไม่ต้องร้อนรนขนาดนั้นก็ได้ครับ ผมไม่ได้คิดอะไร


สุขสันต์วันคริสมาสอีฟค่ะ กาแฟที่สั่งสองแก้วได้แล้วค่าพนักงานสาวในชุดซานต้าครอสหญิงดูน่ารักมากทีเดียว เสียงหวานร้องบอกพลางวางแก้วทั้งสองไว้ตรงหน้าลูกค้าหนุ่ม โยซอบและดูจุนกล่าวขอบคุณพร้อมกัน


ทั้งสองจิบกาแฟไปพลางคุยเรื่องสัพเพเหระกันไปพลาง โยซอบจึงได้รู้ว่า ดูจุนอายุมากกว่าเขาสองปี กำลังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยปีสองคณะบริหารธุรกิจ แต่ชายหนุ่มชอบเล่นดนตรีมาก จึงจับมือกับจุนฮยองที่รู้จักกันผ่านเพื่อนอีกทีมาทำดนตรี เล่นดนตรีหาเงินด้วยกัน เพราะมีความชอบอะไรที่เหมือนๆ กัน ทำให้โยซอบและดูจุนไม่รู้สักอึดอัดเลยสักนิด


แล้วยิ่งโยซอบเป็นคนช่างพูดด้วยแล้ว ทำให้ทั้งสองเริ่มทำความสนิทสนมกันได้ไม่ยาก


คุณชอบคริสต์มาสไหมโยซอบเริ่มประโยคสนทนาใหม่ เมื่อเห็นร่างสูงมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม


ผมชอบนะ ทุกคนดูมีความสุขดีเมื่อเวลานี้ของปีมาถึง พวกเขายิ้ม หัวเราะ แล้วก็เริ่มต้นกับสิ่งใหม่ในปีถัดไปอย่างเข้มแข็งผมชอบคริสต์มาส ถึงแม้จะรู้สึกเหงาเล็กๆ ก็ตามที ดูจุนเลือกที่จะตอบออกไปไม่หมดในสิ่งที่เขาคิด แล้วคุณละ?”


ไม่ผมไม่ชอบคริสต์มาสหรอกอีกคนตอบ เขาตอบเหมือนทุกครั้งที่ทุกคนถาม แล้วก็เดาได้เลยประโยคต่อมาจะเป็นคำว่า


ทำไมละ?” ไม่ผิดไปจากที่คาด


มันก็มีหลายเหตุผลนะแต่เหตุผลหลักเลยก็คือ พวกคุณไม่รู้สึกกันหรือไงว่าเทศกาลนี้มันเป็นเทศกาลที่เงียบเหงา มันน่าเศร้ามากเลยรู้รึเปล่าดูจุนขมวดคิ้วเป็นปมกับคำตอบที่เขาได้ยิน


“…ลองคิดดูสิ ทั้งๆ ที่วันนี้ทุกคนมีความสุขมาก ยิ้มให้แก่กัน มีเสียงหัวเราะให้แก่กัน แต่ว่าวันพรุ่งนี้พอผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไป เพียงแค่ข้ามคืนทุกอย่างก็หายไป ทุกอย่างก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม เหมือนเดิมอย่างที่มันเคยเป็น คุณไม่คิดว่ามันน่าเศร้าบ้างหรอ?” คนตัวเล็กกว่าพูดในสิ่งที่เขาคิด นี่คือเหตุผลว่าทำไมยังโยซอบถึงไม่ชอบวันคริสต์มาส และเลือกที่จะไม่ตื่นเต้นกับมัน เลือกที่จะไม่ทำอะไรพิเศษๆ เพราะวันต่อมามันก็จะหายไป ฟังแล้วก็รู้สึกเศร้าพิกลว่าไหม


ถ้าพรุ่งนี้ต้องตื่นมา แล้วพบว่าทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิม เหมือนอย่างที่เคยเหมือนมาทั้งปี ไม่มีแสงสีที่ประดับประดาสว่างสไว ไม่มีความรื่นเริง ไม่มีเสียงเพลงแห่งความสุข ไม่มีผู้คนรอบกาย ถ้าพรุ่งนี้ต้องตื่นมาแล้วพบเจอกับเรื่องนั้น ผมขออยู่กับสิ่งเดิมๆ มาทั้งปี ดีกว่าถูกหลอกด้วยเทศกาลนี่แล้วทำให้เศร้ายิ่งกว่าเดิมโยซอบว่าแล้วยกกาแฟขึ้นจิบ


อาจจะฟังดูเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายหรือเห็นแก่ตัวไปสักหน่อย แต่คนเราไม่เหมือนกันจริงไหม คุณไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความคิดใครได้หรอก


“…แล้วถ้าผมบอกว่า ถ้าพรุ่งนี้ตื่นมาแล้วคุณจะไม่ได้อยู่คนเดียว คุณอยากจะลองมีความสุขกับมันดูสักครั้งไหม?” เป็นอีกครั้งที่ไม่มีใครรู้เหตุผล คำถามที่ฟังดูประหลาดสำหรับคนรู้จักที่เพิ่งเคยพบหน้า


แต่บางสิ่งบางอย่างบอกยุนดูจุนว่าเขาควรจะทำให้หนุ่มน้อยตรงหน้านี้ยิ้ม แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็ยังดี


“……………………” คราวนี้โยซอบไม่ได้ตอบตกลงง่ายๆ เหมือนอย่างเดิม ดวงตาเรียวเล็กจ้องลึกเข้าไปในตาของอีกคนที่ก็เล็กไม่แพ้กัน แต่แววตาสีดำสนิทนั้นกลับแฝงไปด้วยความจริงใจอย่างเต็มเปี่ยม “…..ก็ได้ จะลองดูสักครั้งก็ได้คนตัวเล็กกว่าว่า ดูจุนเผยยิ้มกว้างทันทีที่ได้ยินคำตอบ ตายิ้มของคนตัวสูงทำให้โยซอบเผลอยิ้มตามได้ไม่ยาก


แล้วก็เป็นอย่างที่สัญชาตญาณของเขาบอกยังโยซอบคนนี้ ยิ้มสวยกว่าใครที่เขาเคยรู้จักจริงๆ


ไปกันเถอะจะใกล้เวลาแล้วร่างสูงถือวิสาสะ คว้ามือเล็กมากุมไว้ ก่อนจะพาเดินไปด้านนอกเพื่อนับเวลาถอยหลัง

 

5

4

3

2

1

 

ฟิ้วววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว โป้ง!


พลุอีกหลายสิบดังขึ้นติดๆ กัน แสงสีที่สลับกันไปมา สวยเสียจนโยซอบไม่สามารถละสายตาจากมันไปไหนได้


ทั้งที่แต่ก่อนเขาก็เคยนอนดูพลุที่บ้าน แต่ก็ไม่ยักจะสวยเท่านี้มาก่อน อาจเป็นเพราะมือของผู้ชายคนนี้ ที่กำลังกุมมือของเขาอยู่ อาจเป็นเพราะความอบอุ่นจากฝ่ามือนั้น ที่ถ่ายทอดมาให้เขา อาจเป็นเพราะดวงตารอยยิ้ม ที่ตั้งแต่รู้จักก็ทำให้ยิ้มตามได้ตลอด อาจเป็นเพราะ


 เช่นเดียวกันกับดูจุนเขามาดูพลุที่นี่ทุกปี แต่ปีนี้กลับเป็นปีที่เขารู้สึกว่าพลุสวยมากที่สุด อาจเป็นเพราะมือของผู้ชายคนข้างๆ ที่เขากำลังกุมอยู่ อาจเป็นเพราะความบังเอิญของโชคชะตา การเล่นตลกจากฟ้าที่จู่ๆ ก็ส่งผู้ชายคนนี้มายืนดูพลุกับเขา อาจเป็นเพราะความหน้าด้านของเขาเองที่เอ่ยคำชวนแปลกประหลาดออกไป และก็อาจเป็นเพราะความบ้าจี้ของยังโยซอบที่ตอบตกลงยุนดูจุนคนนี้อย่างง่ายดาย อาจเป็นเพราะ


และไม่ว่าจะอาจเป็นเพราะอะไรที่ทำให้คนขี้เหงากับคนขี้กลัวมาเจอกัน


ก็คงต้องขอบคุณสิ่งนั้นผลของการหว่านเมล็ดต้นรักของคุณนั้น ประสบผลสำเร็จแล้ว


 

………….เมอร์รี่คริสต์มาส แล้วก็ สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้านะครับทุกคน…………

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

19 ความคิดเห็น

  1. #16 qwerty (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 11:56
    อบอุ่นหัวใจดีจัง
    #16
    0