<เรียงราวชาวประชา, 3> - จ้าวดวงใจนายกุมภัณฑ์

ตอนที่ 7 : ตอนที่๖ การเปลี่ยนที่ใครก็เอะใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 105
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    4 ต.ค. 59

ชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งเดินเข้ามา เขาอาจจะไม่ได้หล่อเหลาโดดเด่น แล้วยังรูปร่างหนักไปทางท้วม แต่ก็มีผิวขาวและดูผู้ดีมีตระกูล สายตาหรือก็เป็นมิตรอบอุ่นแบบคนใจดี

“มาแล้วเหรอท่านมิโนรุ”

“ขอโทษนะครับที่ให้รอ ข้าเพิ่งทำธุระเสร็จมา” มิโนรุเอ่ยอย่างนอบน้อมพลางส่งสายตาหวานซึ้งมาทางร่างสูงโปร่งบอบบางที่นั่งอยู่ เล่นเอาเฮียคุถึงกับขนลุกวาบในสายตานั้น เขาชักจะรู้สึกหวั่นๆ กับผู้ชายที่เขาเพิ่งพบ ถ้าให้เดาคงเป็นคนที่มาติดพันเจ้าของร่างที่เขาอาศัยอยู่นี้

“ไม่เป็นไรหรอกน่า เรามาทานอาหารกันดีกว่า”

เฮียคุฟังดังนั้นก็ตาสว่างทันที เขาหิวพอสมควรแล้วยิ่งมาเห็นอาหารน่ากินๆ เรียงรายตามโต๊ะก็ทำให้อยากกินขึ้นไปอีก เห็นแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้ามีเหล้ามากินด้วยคงจะดีไม่น้อย ทุกคนนั่งลงพร้อมหน้าและเตรียมรับประทานอาหาร ผู้เป็นประธานเอ่ยปากขึ้นตามธรรมเนียม

“ทานแล้วนะครับ”

“ทานแล้วนะคะ”

กล่าวเสร็จก็ได้เวลากินที่รอคอยมาเนิ่นนาน เฮียคุใช้ตะเกียบคีบอาหารเข้าปากอย่างรวดเร็วอย่างไม่สนมารยาทใดๆ เพราะเขาหิวจนไส้จะขาด ทุกคนถึงกับมองตาค้างเพราะปกติคิโยมิจะรับประทานอาหารช้าๆ เนือยๆ คุณท่านเห็นแล้วก็รีบปราม

“กินช้าหน่อยก็ได้คิโยมิ”

“ก็ได้... ค่ะ” มือเรียวชะงักแล้วตักกินช้าลง ด้านมิโนรุก็มองหญิงสาวด้วยสายตาเพ้อฝัน แน่นอนว่าเฮียคุเกลียดสายตาเช่นนี้นัก มันทำให้เขารู้สึกเหมือนจะถูกกลืนลงไปทั้งตัวอย่างไรก็บอกไม่ถูก เขารู้แค่ว่าเขาไม่ใช่อาหารบนโต๊ะที่จะรอให้คนมาคีบกินก็เท่านั้น

“คิโยมิ ข้าเข้าเมืองไปซื้อสีมาให้เจ้าด้วย”

“ขอบคุณค่ะ”

“ไว้วันไหนเจ้าวาดรูปมาให้ข้าบ้างนะ”

“ให้ข้าเนี่ยนะวาดรูป!?” เฮียคุใจหายวาบพลางวกนิ้วชี้เข้าจมูกตัวเอง อย่างว่า ถึงฝีมือฆาตกรรมเขาจะลือชื่อ แต่ใช่ว่าจะเคยฝึกปรือศิลปะด้วย ทักษะในการวาดรูปของเฮียคุต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนน่าสงสาร ชนิดที่เด็กเล็กๆ หลายคนยังวาดสวยกว่า แค่คิดก็สะพรึงแล้ว มิโนรุขมวดคิ้วกับกิริยานั้น

“ก็ใช่น่ะสิ”

“ท่านแน่ใจเรอะ!?”

“แน่ใจสิ เจ้าวาดรูปได้ทั้งสวยทั้งเหมือนนะคิโยมิ ไม่รู้ล่ะ พรุ่งนี้ข้าจะมารับรูป” มิโนรุยังส่งสายตาเคลิบเคลิ้มมายังร่างสูงโปร่ง เฮียคุกลืนน้ำลายลงคอ

“ท่านจะให้... ข้าวาดรูปอะไรให้ท่าน?”

“นกก็ได้ หมาแมวอะไรที่เจ้าวาดก็ได้”

“แต่ข้า...”

“อย่าถ่อมตัวน่าคิโยมิ รูปเก่าที่เจ้าวาดให้ข้าว่ามันสวยจะตาย เจ้ารู้ไหมว่าข้าเก็บไว้ติดตบแต่งบ้านอย่างดีใครผ่านมาเห็นก็ต้องยกนิ้วให้?” มิโนรุชื่นชมไม่หยุดจนเฮียคุหนักใจ เขาเกิดมาไม่เคยมีอารมณ์มานั่งวาดรูป การโดนบังคับให้วาดรูปแล้วส่งพรุ่งนี้จึงเป็นงานหินประการหนึ่ง เขาอยากจะบ้าตายจริงๆ มาอยู่ในร่างผู้หญิงก็แย่พออยู่แล้ว สวรรค์ยังกลั่นแกล้งให้ผู้หญิงที่มีวิถีชีวิตต่างจากเขาอย่างชัดเจนอีก แล้วอย่างนี้เขาจะหาทางวาดรูปไปให้ได้ด้วยวิธีไหน ปัญหาเก่ายังไม่ทันสะสางเรื่องใหม่ก็มาอีกแล้วหรือนี่

“ตกลงค่ะ เดี๋ยวข้าจะลองวาดให้นะ”

“ขอบใจมากนะคิโยมิ ว่าแต่วันนี้เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า?

“เป็นอะไร? ไม่มี!!”

“ข้าว่ามีนะ”

“บอกว่าไม่มีก็ไม่มีไงเล่า ทำไมทุกคนต้องทำเหมือนข้าแปลกไปมากด้วย” เฮียคุหลุดโวยออกมาอีกครั้งจนทุกคนตาเบิกกว้างตะลึง กระทั่งคุณท่านยังทำหน้าอึ้ง เฮียคุลอบกลืนน้ำลายลงคอแล้วถามด้วยความไม่แน่ใจ “ข้า... ข้าแปลกไปมากเหรอท่านพ่อ?”

“มาก”

ทุกคนในโต๊ะอาหารเห็นพ้องต้องกัน คิโยมิแปลกไปมากราวพลิกฝ่ามือ

......................................................................................................................................................

“เจ้าวาดรูปเป็นไหม?”

นับเป็นคำถามที่เฮียคุใช้เวลาร่วมชั่วโมงในการตัดสินใจถาม มือเรียวกำพู่กันแน่นจะแดงก่ำ ไหสาเกยังอยู่ข้างๆ ในขณะที่สายตาของเขาเต็มไปด้วยความวิตกกังวล เขามีความเป็น เพชฌฆาตร้อยปรลัยสูงเกินไปจนใช้ชีวิตแบบผู้หญิงธรรมดาไม่ได้

“ถามข้าเหรอคะ?”

“ทั้งห้องก็มีแค่เราสองคน ไม่ถามเจ้าแล้วเจ้าจะให้ข้าถามเสาบ้านหรือยังไง?” เฮียคุบ่นอุบอิบขณะยืดเส้นยืดสาย แต่ละวันของการมาอยู่ร่างสตรีนางนี้สร้างปัญหาเล็กใหญ่ได้น่าปวดเศียรเวียนเกล้า วูบหนึ่งเฮียคุนึกอยากคารวะคิโยมิตัวจริงที่ทรหดอดทนกับชีวิตได้ แต่วูบต่อมาก็ต้องสมเพชว่าเหตุใดจึงยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำตลอดเวลา ไม่เคยคิดจะฮึดสู้หรือทำอะไรให้ชีวิตดีขึ้น

“แหม คุณหนูก็”

“ตกลงวาดเป็นไหม?”

“จะเป็นได้ยังไงล่ะคะ?

“แล้วมีใครวาดเป็นบ้าง?”

“ก็คุณหนูไงคะ”

“ข้า... ข้าขี้เกียจวาดน่า” นับเป็นคำตอบที่ง่ายเท่าที่จะคิดออก เฮียคุพอประมวลผลได้ว่าคิโยมิน่าจะวาดรูปเก่งพอตัว แต่ทักษะเหล่านั้นมันไม่ได้สถิตอยู่ในร่างตอนปัจจุบันเช่นเดียวกับตัวเขาที่ถึงแม้จะจำท่าหมัดมวยได้ แต่ก็ไร้เรี่ยวแรงที่จะใช้ในร่างนี้เช่นกัน

“คุณหนูทะเลาะอะไรกับท่านมิโนรุหรือเปล่าคะ?”

“เปล่า ทำไมเหรอ?”

“ปกติคุณหนูต้องรีบวาดรูปให้เลยนะคะ”

“ก็ตอนนั้นข้าขยัน แต่ตอนนี้ข้าขี้เกียจ... อยากนอน”

“ท่านมิโนรุได้ยินเข้าน้อยใจแน่”

“จะน้อยใจเรื่องแค่นี้ก็ให้น้อยใจไปสิ เป็นผู้ชายซะเปล่า เหตุใดมาแง่งอนเรื่องไม่เป็นเรื่อง” เฮียคุพูดประสาคนง่ายๆ ที่ไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดชีวิตนัก ระหว่างที่อยู่ในองค์กรเพชฌฆาตร้อยปรลัยไม่เคยมีเรื่องให้เขางอนใครหรือใครงอนเขา ถ้าจะมีก็เป็นไม่พอใจเล็กๆ น้อยๆ แล้วลืมไปเองหรือไม่ก็โกรธเคืองรุนแรงไปเลย แล้วก็จะถูกเรียกตัวไปเจรจาให้คืนดีกันและกลับมาทำงานให้องค์กรเหมือนเดิม

“คุณหนูพูดเหมือนไม่สนใจความรู้สึกท่านมิโนรุแล้วนะคะ เลิกชอบแล้วเหรอ?”

เป็นอีกเรื่องที่เฮียคุเดาถูก คิโยมิคงชอบมิโนรุอยู่ไม่น้อยเมื่อดูบริบทรอบข้างอย่างไอโกะ กับผู้ชายคนอื่นไอโกะมักจะเฉื่อยชา แต่พอเป็นมิโนรุ หญิงสาวจะรีบแต่งเนื้อแต่งตัวให้เขาเป็นพิเศษแล้วยังคอยย้ำว่าเขาจะต้องดีใจอยู่บ่อยๆ ไหนจะนิสัยของตัวมิโนรุเองก็ด้วย

คนที่แวะเวียนมาที่นี่ไม่ใช่มีแค่มิโนรุ ผู้ชายคนอื่นก็มีไม่น้อย แต่เท่าที่ดูจากสายตาแล้วมันคล้ายจะหวังเพียงเรือนร่างของคิโยมิมากกว่า มิโนรุเป็นคนเดียวที่ดูจะหลงรักคิโยมิแบบจริงจัง และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เฮียคุไม่อยากจะพูดจาหักหน้าหรือทำอะไรที่เกินไปเพราะความเห็นใจ

แต่ครั้นจะให้เล่นละครอ่อนไหว เขาก็ทำไม่ได้เช่นกัน

“ชอบอยู่ แต่ข้าก็อยากเป็นตัวของตัวเองบ้าง เจ้านี่ถามมากจัง”

“ข้าก็ไม่อยากจะถามมากหรอกค่ะ แต่จะไม่ให้พูดเลยก็ไม่ได้” ไอโกะส่ายศีรษะอย่างเหนื่อยหน่าย นางก็ไม่ใช่ว่าอยากจะพูดให้มากความน่ารำคาญ ทว่าวาจาและพฤติกรรมหลายต่อหลายอย่างของคิโยมิเองก็เปลี่ยนแปลงไปมากจนนางไม่เข้าใจ

คุณท่านเองก็ไม่เข้าใจ

“ไอโกะ”

เสียงของคนใช้อีกคนในคฤหาสน์ดังแว่วมาจากด้านนอก ไอโกะยังเพลิดเพลินกับการมองคิโยมินอนหลับตาพริ้ม นางดูสวยน่ารักน่าทะนุถนอมเหมือนตุ๊กตากระเบื้องนัก

“ได้ยินไหมไอโกะ?”

“หา?” ไอโกะลุกขึ้นไปยังประตู เปิดออกมาเป็นเพื่อนคนใช้ด้วยกันที่ดูร้อนรนไม่น้อยจนนางต้องเป็นฝ่ายถามกลับ “ดึกดื่นแบบนี้มีอะไรหรือเปล่าถึงมาหาข้า?

“คุณท่านเรียกพบน่ะสิ”

“เรียกพบข้าเหรอ?”

“ใช่ ด่วนเลยแหละ”

“มีอะไรหรือเปล่า?”

“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เจ้ารีบไปเถอะ ดูท่าคุณท่านจะเร่งด้วย” คนใช้คนนั้นเอ่ยเสร็จก็เดินผ่านไปอีกทาง ไอโกะมองกลับเข้าไปที่ห้องสลับกับนอกห้อง นางเองก็ไม่อยากจะทิ้งคิโยมิไว้คนเดียวเพราะมีหลายครั้งที่คิโยมิมักจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะฝันร้ายและร้องไห้งอแงให้ปลอบ

แต่ถ้าเจ้านายใหญ่เรียกไม่ไปก็คงไม่ดี

“มีอะไรให้ข้ารับใช้คะคุณท่าน?”

“ไอโกะ ข้าถามอะไรแล้วเจ้าต้องตอบมาตามความจริงนะ”

“ได้ค่ะ คุณท่าน”

“เกิดอะไรขึ้นกับคิโยมิ? นางยังเป็นคิโยมิลูกสาวข้าจริงไหม?” คุณท่านถามคนใช้ที่ดูจะสนิทสนมกับลูกสาวคนเล็กของตัวเองกว่าใคร ไอโกะอึกอัก ไม่รู้จะเริ่มต้นพูดที่ตรงไหน ระหว่างนั้นเองก็มีเสียงดังมาจากห้องของเจ้าตัว และเสียงนั้นก็ทำให้คนทั้งสองต้องหันไปทั้งตาเบิกโพลง

“แย่แล้วค่ะ! เกิดเรื่องแล้วค่ะ!

“มีอะไรเหรอ?”

“คุณหนู... คุณหนูใหญ่กับคุณหนูรองกำลัง... กำลัง...” 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

137 ความคิดเห็น

  1. #130 นักโทษหมายเลข0 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 17:44
    ตบเลย!
    #130
    1
    • #130-1 albaflorecitych(จากตอนที่ 7)
      24 พฤศจิกายน 2560 / 23:40
      เฮียคุไม่ตบผู้หญิงค่ะ พี่แกเป็นสุภาพบุรุษ 5555
      #130-1
  2. #49 หิมะกลางทะเลทราย (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 00:28
    ตบกันเลย ตบ ชอบความรุนแรง ซาดิสม์ (ล้อเล่น ความรุนแรงเป็นสิ่งที่ไม่ดี อย่าลอกเลียนแบบ)
    #49
    0
  3. #33 ลูกชุบ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 10:04
    สมควรเอะใจ
    #33
    0
  4. #12 *lจ้าxญิJกุxลาUน้ำแข็J* (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 17:14
    เฮียมาเหนือแบบทำเอาคนในบ้านอึ้งไปเลย ขนาดพ่อยังสงสัย
    #12
    1
    • #12-1 albaflorecitych(จากตอนที่ 7)
      29 กรกฎาคม 2559 / 19:08
      แน่นอนค่ะ พระเอกนิยายเราต้องมาเหนืออยู่แล้ว 5555
      #12-1
  5. วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 08:41
    เฮียที่บ้าๆบอๆแบบนี้สนุกดีแต่ขออย่าให้ดราม่ามากเกิดไปเดี๋ยวตับพัง
    #11
    1
    • #11-1 albaflorecitych(จากตอนที่ 7)
      29 กรกฎาคม 2559 / 19:08
      เรื่องนี้อาจจะมีปมปัญหาบ้างแต่ไม่เครียดแน่นอนค่ะ
      #11-1