<เรียงราวชาวประชา, 3> - จ้าวดวงใจนายกุมภัณฑ์

ตอนที่ 31 : ตอนที่๓๐ ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 47
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    9 ม.ค. 60

ไอโกะกับโฮชิเก็บความสงสัยไว้ในหัว นางจะต้องจับผิดให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ค่ำคืนนั้นอิจิมิโฮะหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน เหลือแค่เฮียคุที่กำลังเครียดจึงออกมาจิบสาเกชมจันทร์อยู่เพียงคนเดียว เขาครุ่นคิดถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตและความรู้สึกที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป สักพักจึงรู้สึกได้ว่ามีคนมานั่งอยู่ข้างเคียง

“คุณหนูคะ”

“เอ้า ว่าไงไอโกะ?”

“ข้า... มีเรื่องจะพูดด้วยหน่อยค่ะ”

สีหน้าจริงจังนั้นทำให้เฮียคุชะงักไปอึดใจหนึ่ง เขาพอทราบได้จากสัญชาตญาณว่าเรื่องที่จะตามมาคงไม่พ้นเป็นเรื่องส่วนตัวของคิโยมิ... ผู้หญิงที่เขารำคาญจนไม่รู้จะเทียบกับอะไรดี

“พระจันทร์สวยดีนะ” เฮียคุรีบเปลี่ยนเรื่องเพราะกลัวคำถามพิสดารจะตามมาถึงตัว บัดนี้คนตัวเล็กอย่างไอโกะกลับดูน่ากลัวราวอสูรร้าย หัวใจดวงน้อยเต้นรัวแรงอย่างคนที่ไม่รู้จะทำอย่างไรกับชีวิต ด้านไอโกะคล้ายสังเกตเห็นเหงื่อที่ผุดซึมตามไรผมยิ่งกว่าอยู่หน้าเตาไฟ

“ไม่สบายเหรอคะ?”

“ใช่ ข้าขอตัวไปนอนก่อนนะ”

“เดี๋ยวค่ะ!!”

“เอ่อ...”

“ข้าขอชมพระจันทร์กับคุณหนูแป๊บเดียวนะคะ”

“ดูสิ เจ้าเคยได้ยินตำนานไหม?” เฮียคุตั้งใจจะใช้นิทานหลอกเด็ก “จักรพรรดินีปีศาจมานสเกนได้ชื่อว่าเป็นเทพีแห่งจันทรา เป็นเหมือนราชินีของหมู่ดาว แต่อุปนิสัยนางขัดแย้งกับยศศักดิ์ที่นางเป็น นางทั้งโผงผาง ใจร้อน ชั่วร้าย ใช้กำลังทำร้ายคนอื่น ไม่พอใจใครก็สั่งเผาไฟหน้าตาเฉย ผู้คนในอาณาจักรนางก็ถูกหลอกหลอนอยู่กับเรื่องเล่าไร้สาระอย่างโฉมทรามกับเจ้าชายอสูรทั้งนั้นแหละ”

“ปกติคุณหนูชอบอ่านนิยายเรื่องนั้นมากนะ ขนาดเป็นของต้องห้ามในไฮโดรเมด้ายังแอบท่านพ่ออ่านเลย” ไอโกะกระพริบตาปริบๆ เฮียคุยิ้มแห้งเหือด

“ก็ชอบไง แต่นิยายมันไร้สาระ พ่อแง่แม่งอนแค่นี้เอง”

“คุณหนูเป็นคนอ่อนไหวนะคะ”

“ก็แน่นอนอยู่แล้ว บางเรื่องข้าอ่านไปร้องไห้เลยยังมี”

“แล้วอย่างเรื่องเถ้าชีวิตล่ะ”

“เถ้าชีวิตเหรอ? อืม…” เฮียคุพึมพำกับตัวเอง ในเวลาว่างเขามักจะเข้าไปหาความรู้ในห้องสมุดขององค์กรอยู่เสมอ แม้จะเป็นนิยายหวานแหววขายฝันอย่างโฉมทรามกับเจ้าชายอสูรก็เคยผ่านตามาบ้าง นับประสาอะไรกับนิยายแนวโศกอย่างเรื่องเถ้าชีวิตล่ะ “ข้าก็เคยอ่านนะ”

“แล้วชอบไหมคะ?”

“ก็ได้นะ แต่เศร้าไปหน่อย อ่านแล้วน้ำตาเปื้อนหนังสือหมด”

“ข้าชอบนางเอกมากเลย ท่านชอบโดโลเรสหรือวอลลิสมากกว่า?”

เฮียคุประมวลผลอยู่ชั่วขณะหนึ่ง โดโลเรสเป็นนางเอกที่น่าสงสารของเรื่องในขณะที่วอลลิสเป็นนางร้ายที่น่าหมั่นไส้ เมื่อพิจารณาดูแล้วคิโยมิเป็นคนอ่อนแอ ก็น่าจะชอบตัวละครอ่อนแอและโดนโชคชะตากลั่นแกล้งเหมือนกัน แล้วยิ่งเป็นนางเอกอีกจึงตอบกลับไป

“ก็ต้องชอบโดโลเรสสิ”

“ปกติคุณหนูจะชอบวอลลิส เพราะคุณหนูบอกว่าโดโลเรสชีวิตเศร้าเหมือนคุณหนูเกินไป” เสียงใสแจ๋วนั้นทำเอาเฮียคุก่ายหน้าผาก ยิ่งเขาพูดก็ยิ่งเข้าตัว มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเดาใจคนที่ตัวเองไม่เคยคุยด้วยแม้แต่ครั้งเดียว “เอานิยายกอรี่กอรี่ต่อดีกว่าเนอะ”

“ข้าว่าเราพักเรื่องนิยายแล้วมาคุยเรื่องสัพเพเหระกันดีกว่านะ”

“ได้สิคะ งั้นเอาเป็นว่า... วันเกิดปีนี้คุณหนูจะให้อะไรเป็นของขวัญวันเกิดข้าคะ?” ไอโกะเริ่มประเด็นอย่างแนบเนียนด้วยรอยยิ้มหวานหยด ทว่าในความคิดของเฮียคุเขากลัวมันเหมือนกับเป็นคมดาบ เขาค่อยๆ ฉีกยิ้มให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วทำทีเหมือนคนอารมณ์ดีอย่างที่ควร

“เจ้าอยากได้อะไรล่ะ?

“ข้าอยากได้ปิ่นปักผมค่ะ คุณหนูคงจำได้นะคะว่าข้าเกิดวันไหน?

“ช่วงนี้ข้าจำไม่ค่อยได้น่ะ เจ้าเกิดวันไหนเหรอ?

“วันเดียวกับคุณหนูไงคะ”

คำตอบนั้นทำให้สาเกแทบพุ่งออกจากปาก เขาปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่มออกไปแล้ว ถ้าไม่นับกรณีผู้ป่วยความจำเสื่อมหรือสติไม่ดี มันจะเป็นไปได้อย่างไรที่คนๆ หนึ่งจะลืมวันเกิดตัวเอง ไอโกะมองเขาด้วยสายตาคาดคั้น เฮียคุกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ลงในลำคอ

“ฮะๆ ข้านี่ใช้ไม่ได้เลยแหะ วันเกิดตัวเองก็ลืมซะได้”

“ข้าล้อเล่น ข้าเกิดวันเดียวกับแม่คุณหนูต่างหาก”

คราวนี้สาเกพุ่งออกจากปากจริงๆ

“คือ... ไอโกะ”

“มีอะไรจะอธิบายไหมคะ?”

“ข้า...” เฮียคุนึกได้ว่าตอนที่เขามาอยู่ในร่างบอบบางนี้ ในวันนั้นเขาถูกรุมทำร้ายจนไม่รู้เรื่องรู้ราว พอฟื้นขึ้นมาก็ทราบว่ามีคนบอกว่าคิโยมิสลบไป นึกได้เท่านั้นเขาก็รีบตีหน้าเศร้าทันที เขาจะบอกความจริงตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด “ไอโกะ ข้าไม่รู้ว่าเจ้าจะเชื่อข้าหรือเปล่า แต่ว่าวันนั้นข้าถูกใครไม่รู้เอาไม้ฟาดหัว หลังจากนั้นข้าก็สติไม่ค่อยดี จำอะไรไม่ค่อยได้ บางทีข้ายังควบคุมตัวเองไม่ได้เลย เจ้าอย่าถือสาข้าเลยนะ”

 คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อย

“เจ้าไม่ได้สังเกตเหรอ บางทีข้าก็ปวดหัว ปวดท้อง ปวดแขน ปวดขา...”

“มันเป็นเพราะเหล้าที่คุณหนูกินต่างหาก”

“ไม่เกี่ยวนา ไม่กินข้าก็เป็น”

“ปกติคุณหนูเกลียดเหล้ามาก แค่ดมกลิ่นก็อ้วกออกมาแล้ว”

“เจ้าไม่เคยอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองบ้างหรือไง ข้าเกิดมาจะยี่สิบปี โดนแต่ชาวบ้านกลั่นแกล้งรังแก ข้าก็อยากดื่มเหล้าประชดชีวิต แล้วก็มีความกล้าต่อสู้ป้องกันตัว ข้าผิดมากใช่ไหมไอโกะ? ข้าถามว่าการที่ข้าต้องทำแบบนี้เพราะไม่อยากให้ตัวเองกับเจ้าถูกรังแกนี่ผิดมากใช่ไหม!?

“มันไม่ผิด แต่ว่า...”

“ไม่ต้องมีแต่ ข้าตั้งใจปรับปรุงตัวเองเพื่อเจ้า ไม่อยากให้เจ้าเป็นห่วง อยากช่วยปกป้องเจ้า” เฮียคุแสร้งเกรี้ยวกราดบดบังความร้อนลนภายใน “แล้วดูสิ่งที่เจ้าทำกับข้าสิ หวาดระแวง ไล่ถามจับผิดข้า จุกจิกจู้จี้ พูดไม่รู้จักฟัง ไล่ต้อนซะเหมือนข้าเป็นนักโทษเลวร้าย ข้าผิดตรงไหนก็พูดมาสิ”

“ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าก็แค่...”

“ขอร้องเถอะไอโกะ ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว วันนี้พอแค่นี้เถอะ” พอโวยเสร็จก็ทำตาขวางหันไปหาอีกทาง “เจ้าก็เหมือนกันโฮชิ ไม่ต้องแอบฟัง”

“แหงะ พี่ใหญ่จับได้อีกแล้ว”

“ไปได้แล้ว ทั้งคู่เลย ชักจะบ้าขึ้นทุกวัน”

พูดจบก็เอนตัวลงนอน พอเฮียคุหลับได้สักพักอิจิมิโฮะก็ลืมตาขึ้น นางไม่ได้ขี้เซาถึงขั้นที่คนทะเลาะกันแล้วจะไม่ตื่น ดวงตาคู่งามจับจ้องร่างของหญิงสาวที่นอนข้างๆ ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกว่ามันคืออะไร รู้เพียงแต่ว่านับว่าความรู้สึกที่นางมีต่ออีกฝ่ายมันก็ยิ่งรวนเรจนจับต้นชนปลายไม่ถูก

คิโยมิเหมือนไม่ใช่คิโยมิอีกต่อไป...

“พี่ใหญ่ เจ้าเป็นใครกันแน่?”

......................................................................................................................................................

เช้าต่อไปก็ไม่สดใสเหมือนดังที่คิด

พอเฮียคุเห็นท่าทีเศร้าสลดของบรรดาสองสาว จากที่เขาถูกก็ต้องกลายเป็นผิด ต้องหาทางง้อให้มีรอยยิ้มกลับมาอีกครั้งไม่อย่างนั้นจะหม่นหมองไปทั้งวันเปล่าๆ

“เอ่อ... เมื่อวานข้า...”

“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ ข้าผิดเอง”

“ใช่ ข้าก็ผิดเอง”

“คือข้าอาจจะพูดแรงไปบ้าง แต่ข้าก็...”

“อันนี้ก็ไม่ต้องบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ”

“เราสองคนไม่ได้โกรธพี่ใหญ่เลยสักนิด” โฮชิสะบัดเสียงใส่แล้วฉวยข้อมือไอโกะเดินไปอีกทาง ทิ้งให้เฮียคุต้องยืนอยู่ท่ามกลางความรู้สึกผิด เขาไม่ได้อยากจะตะคอกขึ้นเสียงอะไรเลยสักนิด สำหรับเฮียคุแล้วพวกนางก็เป็นเหมือนแก้วเปราะบางที่ต้องทะนุถนอมดูแลอย่างดี ไม่เคยมีความคิดอยากทำร้ายกายใจเลย

“ข้าควรทำไงดีมิโฮะซัง?

“ทีตอนทำไม่รู้จักคิด พอทำผิดก็ค่อยคิดขอโทษ”

“เอ้า ข้าไม่ได้ไม่คิดนะ” เขาอยากบอกเหลือเกินว่าที่เขาทำก็เพราะเขาคิด แม้จะไม่อยากพูดให้ไอโกะเสียใจ แต่เมื่อจวนตัวเฮียคุก็ต้องหาทางแก้ที่ง่ายที่สุดซึ่งนั่นก็คือแกล้งโมโหกลบเกลื่อน

“เมื่อคืนเจ้าพูดไปอย่างนั้น เป็นข้าๆ ตบไปแล้ว”

“เจ้ารู้เรื่องด้วยเหรอ?

“ข้าไม่ได้หูหนวกนะจะได้ไม่ได้ยิน” อิจิมิโฮะหลบสายตา แท้จริงไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้ว่านางรู้ แต่พอคุยกันก็หลุดปากจนได้ ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังคุยกัน อยู่ๆ ก็มีหญิงสาวร่างอ้วนคนหนึ่งวิ่งเข้ามากอดไอโกะไว้พร้อมกับทิ้งศีรษะลงที่บ่านั้นแล้วร้องไห้อย่างเอาเป็นเอาตาย

“ไอโกะ... ช่วยข้าด้วย...”

เสียงนั้นสั่นไหวพร้อมกับส่งสายตาเว้าวอน เฮียคุยืนตัวเกร็ง สัญชาตญาณบ่งบอกว่าเจ้าของร่างกำลังจะกลับมาทวงร่างกายคืนแล้ว

โทษทีนะคะที่หายไปนาน เพิ่งเปิดเทอมเลยวุ่นวายไปหมด ตอนนี้จะมีการพูดถึงนิยายเรื่องอื่นๆ เพราะอย่างที่บอกไปว่านิยายของผู้เขียนทุกเรื่องจะมีจุดเชื่อมต่อกัน ตอนนี้กำลังเริ่มตอนใหม่ของเถ้าชีวิต เป็นนิยายเศร้า รันทด หดหู่ ถ้าอยากเปลี่ยนแนวก็ไปอ่านกันได้นะคะ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

137 ความคิดเห็น

  1. #104 ลูกชุบ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 11:01
    คราวนี้ของจริง
    #104
    1
    • #104-1 albaflorecitych(จากตอนที่ 31)
      18 มกราคม 2560 / 16:54
      มาเอาใจช่วยเฮียคุกันเนอะ
      #104-1
  2. #96 *lจ้าxญิJกุxลาUน้ำแข็J* (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 22:44
    เอาละสิเฮียคุความวัวยังไม่ทันหายเลย มีเรื่องใหม่ใก้ปวดหัวอีกแล้ว
    #96
    1
    • #96-1 albaflorecitych(จากตอนที่ 31)
      18 มกราคม 2560 / 16:54
      เฮียคุมาสายซวยบัดซบ 5555
      #96-1