<เรียงราวชาวประชา, 3> - จ้าวดวงใจนายกุมภัณฑ์

ตอนที่ 28 : ตอนที่๒๗ การถอนพิษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    27 ธ.ค. 59

“เจ้ารู้วิชาสิงสาราสัตว์!?”

“ฉลาดดีนี่”

“ถ้าเดาไม่ผิดมันคือวิชาเม่นที่ขึ้นชื่อของเลอนา?

“ถูกต้อง ข้ามีวิชาของเลอนา ผู้หญิงธรรมดาอย่างเจ้าเจ้ามีอะไรสู้ข้าได้บ้างล่ะ?”

“เหอะ”

แทนคำตอบ เฮียคุค่อยๆ ยกขลุ่ยขึ้นมาเป่าต่อ เขาทราบดีว่าวิชาเลียนแบบสัตว์นี้แม้จะเป็นคัมภีร์ที่ตกทอดมากว่าพันปี แต่ตัวบทเรียนในนั้นก็พื้นเพธรรมดา จะเก่งมากน้อยขึ้นอยู่กับความสามารถในการประยุกต์มากกว่า และการเป่าขลุ่ยลูกดอกของเขาก็ไม่น้อยหน้าใครเหมือนกัน

เสียงขลุ่ยของเฮียคุครั้งนี้เกรี้ยวกราดและชวนปวดหู ชายชราเสียจังหวะใช้มืออุดหู เฮียคุยิงลูกดอกเข้าไปแต่มันก็กลิ้งไปหลบใต้โขดหินทัน และในเลาเดียวกันนั้น ขนเม่นก็ถูกปาออกมาโดนเข้าที่แขนเรียวยาวโดยไม่ทันตั้งตัว

จากการไม่สิ้นสติเพราะเสียงขลุ่ยทำให้ทราบว่าชายชรามีจิตใจหนักแน่นพอสมควร ให้พูดตามตรง ถ้าให้เฮียคุสู้กับชายคนนี้ในสภาพที่เขาเป็นเฮียคุ เขากล้าพูดเลยว่าสามารถจัดการมันได้ในเวลาไม่เกินสิบนาที แต่พอเขาอยู่ในร่างคิโยมิ ข้อจำกัดของความว่องไวมันมีขีดจำกัดอยู่

ชายชราคล้ายทราบว่าจุดอ่อนของเขาคือการสู้ระยะประชิด มันจึงดีดเข็มขนเม่นเข้าที่ข้อมือจนเฮียคุเกือบทำขลุ่ยตก ชายคนนั้นไม่รอช้า ยื่นมือสองข้างมาประกบกันคล้ายฟันสัตว์แล้วออกแรงตะปบทันที แรงกระแทกนั้นทำให้ร่างสูงโปร่งถลาไปเพราะเสียการทรงตัว

การรุกหน้าของชายแก่ยังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ มือที่ทำเหมือนฟันสัตว์ส่งพลังกัดจนเป็นแผล พอมันซัดขนเม่นมาเขาก็ใช้ขลุ่ยดันออก เฮียคุสำรวจลูกดอกที่เหลืออยู่ ลูกดอกของเขาเล็กบางแต่คมและอานุภาพรุนแรง เขาเล็งไปที่ทางตรงทำให้มันรีบเบี่ยงตัวหลบ แต่เฮียคุก็ไวพอที่จะเบี่ยงเป้าหมายตามแล้วยิงเข้าไปที่เข่าจนทรุด

ถึงอย่างนั้นเฮียคุก็ยังยิงต่อไปไม่ได้

ความเจ็บปวดที่ช่องท้องทำให้เขาล้มลง มือเล็กกำลงไปพร้อมกับกัดฟันกรอดอยู่ตรงพื้น ชายชราตั้งใจฉวยโอกาสฟาดใส่ให้หมดสภาพ แต่เฮียคุก็ร้องขึ้นมาก่อน

“อย่าเพิ่ง!!”

“มีอะไร?”

“เจ้าจะฆ่าข้าก็ฆ่าไป แต่อย่าทำอะไรโฮชิ นางยังเด็ก นางไม่รู้เรื่อง”

พูดถึงเท่านั้นเลือดกองหนึ่งก็ทะลักออกจากปากจนเปื้อนไปหมด มันมีสีแดงคล้ำ ชายชรามองครู่เดียวก็ทราบว่าสาวสวยที่ตนสู้ด้วยโดนพิษมา

“อย่าบอกนะว่าเจ้าเป็นพวกเดียวกับโฮชิ?”

“ใช่” เฮียคุบอกตามตรง “เจ้าจะฆ่าหรือไม่ฆ่าข้าก็เท่านั้น ยังไงซะวันนี้ข้าก็ต้องตายอยู่แล้ว ทำตามที่ท่านต้องการเถอะ ปล่อยโฮชิไปก็พอ”

“โอ้... ข้าขอโทษด้วย เข้าใจผิดนิดหน่อย”

“นี่หมายความว่า...?”

“ข้าเข้าใจว่าเจ้าเป็นพวกของไดซึเกะจะมาทำร้ายนาง ตอนนี้นางหนีออกไปได้แล้ว” ชายแก่เล่าให้ฟังตามจริง “ว่าแต่เจ้าโดนพิษมาเหรอ?”

“ใช่ ถ้าไม่ได้ยาถอนพิษ ข้ากับเพื่อนข้าต้องตายในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า”

“เจ้าพอรู้ไหมว่าเจ้าโดนพิษชนิดไหน?”

“ข้าไม่รู้ ข้ารู้แต่ว่ายาถอนพิษหมดแล้ว สูตรแก้พิษก็ไม่มีด้วย”

“เจ้าอย่าคิดมากไปเลย”

“ไม่ให้คิดมากได้อย่างไร ข้ายังไม่อยากตาย ถ้าไม่มียาถอนพิษ ข้าก็ต้องตาย”

“หึ เจ้ารู้ไหมว่าฉายาข้าคืออะไร?” ชายแก่ยิ้มอย่างมั่นอกมั่นใจในความสามารถของตน “ข้าคือเฒ่าปราบพิษ อดีตแฟนธ่อมเฟสของเลอนา ข้าสามารถแก้พิษได้เกือบทุกชนิดบนโลก เท่าที่ข้าสำรวจมาเลือดของเจ้าแม้จะโดนพิษร้ายแต่ไม่ได้ถึงขั้นที่รักษาไม่ได้”

“แล้วท่านจะรักษายังไง?”

“ข้ามีวิชาโอพอสซัม สัตว์ชนิดนี้สามารถสู้กับพิษได้ ถ้าเจ้าได้ฝึกฝนเจ้าจะขับพิษออกมาได้เอง ไปเรียกเพื่อนเจ้าลงมาสิ ข้าจะได้สอนรอบเดียวแล้วกำจัดพิษไปพร้อมกัน”

“ขอบคุณท่านผู้เฒ่ามาก ข้าจะไปเรียกนางเดี๋ยวนี้แหละ”

เฮียคุตะโกนเรียกอิจิมิโฮะที่ยืนอยู่ด้านบนให้เดินลงมายังห้องคุมขัง เฒ่าปราบพิษมองหญิงสาวทั้งสองแล้วก็อดชื่นชมในความงามไม่ได้ แม้จะอยู่ในสภาพใกล้ตาย หน้าโทรม ปากซีด ยังสวยถึงเพียงนี้ ถ้าเจอในเวลาปกติอดคิดไม่ได้ว่าจะสวยถึงเพียงไหน

“ท่านมีวิธีกำจัดพิษจริงๆ เหรอ?”

“จริงสิ วิชาโอพอสซัมของข้าเป็นวิชาสำคัญของเลอนา ข้าจะถ่ายทอดให้เจ้าสองคน และต่อไปนี้ถ้าเจอพิษทั่วไปเจ้าก็ไม่ต้องกังวลอีก” เป็นดังว่า คนที่ศึกษาวิชาโอพอสซัมแม้จะไม่สามารถเอาชนะพิษได้ทุกชนิดบนโลกโดยเฉพาะพิษร้ายแรงของพวกเลอนา แต่ถ้าเป็นพิษธรรมดาย่อมรักษาได้แน่

“ว่าแต่เราจะฝึกทันหรือ?”

“ทันไม่ทันก็ต้องเสี่ยงดู เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า”

เฒ่าปราบพิษเอ่ยขึ้นแล้วสั่งให้หญิงสาวทั้งสองนั่งหันหน้าเข้ามากันในท่าที่กุมมือกันแนบชิด เคล็ดวิชาถูกพูดให้ปฏิบัติตาม พอทำไปหลายชั่วโมง เลือดลมโคจรไปตามทิศทางที่ควรไป แต่การปฏิบัตินี้ต้องไม่มีใครรบกวนไม่เช่นนั้นที่ฝึกมาจะไม่มีผลอะไร

นิ้วเหี่ยวย่นกดลงยังฝ่าเท้าคล้ายจี้จุดหลายครั้ง สักพักทั้งคู่ก็คายเลือดออกมา

“เป็นการดีแล้ว ร่างกายเจ้ากำลังขับพิษ”

“เฒ่าปราบพิษ ข้าปวดท้อง ข้าไม่ไหวแล้ว” อิจิมิโฮะปั่นป่วนในช่องท้องเป็นอย่างยิ่ง เหงื่อผุดเต็มร่างกาย มือที่ประสานไว้เริ่มจะหลุดลง เฮียคุจึงบีบมือนั้นแน่นกว่าเดิม

“อดทนไว้ก่อน เราต้องรอด มิโฮะซัง... เราสองคนต้องรอด”

“ข้าไม่ไหว... ข้าเจ็บ...”

“ไม่เอานะ เจ้าอย่าเพิ่งยอมแพ้มัน มองหน้าข้า ข้าบอกให้มองข้า”

ดวงตาคู่คมจับจ้องอีกฝ่ายอย่างเลื่อยลอย ความเจ็บปวดพลันแล่นมาอีกครั้ง เฮียคุรวบตัวนางเข้ามาและให้เฒ่าปราบพิษจิ้มจุดต่างๆ เร่งการคลายพิษ บัดนี้เสื้อผ้าของทั้งคู่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดเหม็นคาว อดีตนักฆ่ารูปหล่อเองยังทรมานกับความรู้สึกนี้ไม่น้อย

“ท่าสุดท้ายแล้ว”

“อั่ก!!”

และเมื่อท่าสุดท้ายมาถึง ทั้งคู่ก็คายเลือดออกมาเลอะเทอะไปหมด ร่างระหงเอนลงมาซบเฮียคุอย่างหมดแรง ด้านเฮียคุเองก็ลูบศีรษะนางเบาๆ แล้วหลับไปพร้อมกัน

......................................................................................................................................................

หลายชั่วโมงให้หลัง อิจิมิโฮะค่อยตื่นขึ้นมา นางรู้สึกดีขึ้นมากแล้วแม้จะยังเพลียๆ ส่วนคนที่นอนอยู่ข้างๆ ดูจะเหนื่อยพอตัวเหมือนกัน อย่างว่าแหละ โดนอย่างนั้นยังต้องต่อสู้กับผู้คน เฒ่าปราบพิษเดินมาพร้อมน้ำต้มสมุนไพร พอเห็นนางฟื้นแล้วก็ดูจะดีใจมาก

“เจ้าฟื้นนานหรือยัง?”

“ข้าฟื้นเมื่อกี้ค่ะ”

“เอาน้ำสมุนไพรไปดื่ม แล้วอาการจะดีขึ้น” ชายแก่ยื่นน้ำมาให้ อิจิมิโฮะรับไว้แล้วดื่มทันที โดยไม่ลืมเขย่าร่างสูงโปร่งให้ตื่นตามมาดื่มน้ำสมุนไพรด้วยกัน

“พี่ใหญ่ ตื่นได้แล้ว”

“อื้อ”

“ดื่มซะ”  

เฮียคุรับมายิ้มๆ แล้วดื่มลงไป รสชาติไม่แย่ไม่ขมอย่างที่คิด ด้านอิจิมิโฮะก็เอ่ยขอบคุณแม้จะไม่กล้ามองหน้าชายคนนี้ตรงๆ เพราะเห็นรอยบากที่หน้าแล้วอดนึกถึงความโหดร้ายของพวกเลอนาไม่ได้ แน่นอนว่าเขาเองก็พอจะดูออกว่านางคิดอย่างไร

“เจ้าไม่ต้องกลัวข้าหรอก เรื่องที่ข้ารับใช้พวกนั้นมันผ่านมานานแล้ว” พูดได้เท่านั้นน้ำตาก็รินไหลออกมา อิจิมิโฮะทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นความอ่อนแอของอีกฝ่าย

“ท่านผู้เฒ่า ถ้านึกถึงแล้วเศร้าใจท่านอย่านึกถึงเลย”

“ข้าไม่อยากนึกถึงหรอก แต่เรื่องนี้มันเป็นตราบาปในชีวิตข้าจริงๆ”

“ถ้าเล่าออกมาแล้วสบายใจข้าก็พร้อมรับฟัง แต่ถ้าไม่ท่านก็ไม่ต้องพูดออกมา”

บรรยากาศในห้องคุมขังเงียบไปอึดใจหนึ่ง

“สมัยที่ข้ายังหนุ่ม ข้ายังไม่ค่อยมีหัวคิด ติดสุรานารี อยากเป็นคนใหญ่คนโต ข้าอาศัยความฉลาดของข้าทำงานให้พวกเลอนาจนได้เลื่อนขั้น เอาพิษพวกนี้ไปฆ่าคน ทำร้ายคน ตายกันมาก็มาก แต่ตอนนั้นข้าเห็นแก่ทรัพย์สินเงินทอง และวันหนึ่งความชั่วร้ายนี้ก็เข้าตัวเอง”

“ยังไงคะ?”

“ข้าเคยปรุงยาพิษอยู่บ้าน เผลอไปแป๊บเดียวลูกชายที่วัยไม่กี่ขวบของข้าเดินเตาะแตะมา กลืนยาพิษลงไป ข้าถึงรู้ซึ้งถึงคำว่าสูญเสียเหมือนที่เคยทำกับคนอื่น”

“น่าสงสารนัก แล้วทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”

“ข้าหนีความจริง... หนีออกจากเลอนา หนีจนมาถึงที่นี่ จึงใช้คุกคุมขังตัวเอง”

“แล้วท่านจะจองจำตัวเองอีกกี่ปี?”

“จนกว่าข้าจะปลดปล่อยความผิดบาปในใจตัวเองได้”

“ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้าว่าท่านไม่จำเป็นต้องจองจำตัวเองในคุก เพราะไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใดในโลก ท่านก็ถูกจองจำอยู่ดี เพราะสิ่งที่จองจำท่านหาใช่ห้องขัง แต่มันเป็นจิตใจของท่านเอง”

ฟังเช่นนั้นเฒ่าปราบพิษก็นิ่งไปครู่หนึ่ง สักพักจึงลุกขึ้นมา

“ข้าพูดอะไรผิดไป?

“เจ้าไม่ได้พูดอะไรผิดไป เจ้าพูดถูกไป”

“ท่านจะทำอะไร?”

“ข้าจะไปจากห้องขังอันงมงาย” 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

137 ความคิดเห็น

  1. #101 ลูกชุบ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 10:58
    เฮียคุเป็นคนฉลาดพูด
    #101
    0