ด้วยรักดุจหทัย

ตอนที่ 21 : ความลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,612
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    12 ก.พ. 61








ว่างเปล่าสินะ ความรู้สึกองครักษ์หนุ่มคงเป็นอย่างนั้น เป็นความรู้สึกที่น่าสงสารเหลือเกิน พระดำริคงแสดงออกทางสายพระเนตรโดยไม่รู้พระองค์จนเมื่อทรงเห็นองครักษ์หนุ่มทำหน้าแปลก ๆ ทรงรีบปรับสีพระพักตร์เสียใหม่ไม่ให้กลายเป็นว่ากำลังสมเพชเวทนาอีกฝ่าย

“ถ้างั้นเล่าให้ฟังได้ไหม เธอเป็นองครักษ์ได้อย่างไร”

ไม่แน่พระทัยนักว่าใคร่จะทรงทราบประวัติองครักษ์หรือเรื่องราวเกี่ยวข้องกับราชาวัณณุวรรธน์

“กระหม่อมเป็นเด็กเร่ร่อนพระเจ้าค่ะ ตายายคู่หนึ่งก็บกระหม่อมไปเลี้ยงถึงอายุเก้าขวบก็ตายทั้งคู่ กระหม่อมยังเด็กมากตัวผอมนิดเดียว พอไม่มีตายายก็เที่ยวได้หางานทำ ที่รับไว้ก็ทำได้ไม่นานเพราะเรี่ยวแรงสู้ผู้ใหญ่ไม่ได้เขาเลยไล่ออก บางที่ไล่ตะเพิดไม่รับตั้งแต่แรกบอกว่าผอมกะหร่องแค่นี้จะทำงานอะไรให้เขาได้ สุดท้ายด้วยความอดอยากกระหม่อม...กลายเป็นพวกลักเล็กขโมยน้อย แต่กระหม่อมขโมยเฉพาะอาหารนะพระเจ้าค่ะ” รีบทูลแก้ความเข้าใจผิด “แต่แล้ววันหนึ่งถูกจับได้ เจ้าของร้านจับกระหม่อมส่งทหาร วันนั้นองค์ราชาที่ยังดำรงพระยศเจ้าชายเสด็จเยี่ยมราษฎร ทรงเห็นความวุ่นวายแล้วเสด็จเข้าไต่สวนด้วยพระองค์เอง กระหม่อมกราบทูลเหมือนทูลฝ่าบาท องค์ราชามีพระบัญชาให้รับโทษตามกฏแต่หลังรับโทษแทนที่ทหารจะปล่อยตัว กระหม่อมถูกพาเข้าวังอยู่ในหน่วยทหารฝึกหัด”

“เธอจึงเข้ารับราชการตั้งแต่นั้นมา”

“พระเจ้าค่ะ”

“พะเจ้า...ค่ะ”

วายุออกเสียงตาม เจ้าหญิงธิษณามตีทรงหยิกแก้ม

        “พูดเก่งใหญ่แล้วนะ”

        ประวัติโดยย่อของราชองครักษ์โภคินจบลงแค่นั้น โลกนอกกำแพงวังคงมีเรื่องน่าสะเทือนใจอีกมาก ทรงเห็นใจราชองครักษ์ขึ้นอีก

“ทางนี้พระเจ้าค่ะ”

ผายมือเชิญเสด็จลงบันได วกออกสวนขนาดย่อมอยู่ท่ามกลางวงล้อมของพระราชวัง กลางสวนคือศาลาหกเหลี่ยมทรงโปร่งตั้งโต๊ะเก้าอี้หินอ่อนเข้าชุดไว้ตรงกลาง ที่นี่คงไม่ใช่ห้องเสวย

“ใกล้เวลาเสวยแล้ว พาฉันมาที่นี่ทำไม”

เสด็จช้าประเดี๋ยวจะทรงถูกว่าเอาได้

“องค์ราชามีรับสั่งให้เชิญเสด็จที่นี่พระเจ้าค่ะ ปกติเวลาเสวยเครื่องว่างโปรดให้ตั้งถวายที่ห้องทรงงานไม่เคยเสด็จกลางสวน”

คงจะทรงเบื่อ ไม่ใช่ทำเพื่อเอาพระทัยพระองค์แน่ คนไม่มีหัวใจเลือกชายาด้วยเหตุผล...ฝ่าบาทท่าทางเข้าใจง่าย คงไม่ทำให้หม่อมฉันยุ่งยาก คงยากหวังถึงความละเอียดอ่อน

“สวยนะ คนละแบบกับอุทยานใหญ่” ทรงชมแล้วรีบสาวพระบาทตามจอมยุ่งที่วิ่งปร๋อไปปีนป่ายโต๊ะหินทำท่าจะข้ามไปโหนระเบียงศาลา “วายุ! ถ้าพลัดตกคราวนี้รับรองได้แผลแน่”

“ให้เป็นหน้าที่กระหม่อมเถอะพระเจ้าค่ะ”

องครักษ์หนุ่มรับอาสา อุ้มวายุลงจากโต๊ะ ทีแรกเด็กน้อยดิ้นรนไม่ยอมแต่พอเห็นเหรียญตราวาววับก็เลิกสนใจปีนป่าย ดึงทึ้งเหรียญเหล่านั้นเล่น ราชองครักษ์โภคินทำสีหน้าขึงขังดุด้วยสายตา วายุชะงักมือป้อมนิดเดียวก่อนยิ้มหวานประจบเหมือนขออนุญาต เจ้าหญิงธิษณามตีทรงพระสรวล พระอารมณ์ดีเสมอยามทอดพระเนตรความไร้เดียงสาระคนขี้อ้อนของวายุ

เสียงสรวลใส ภาพวรองค์อ้อนแอ้นประทับบนเก้าอี้หินอ่อนมีราชองครักษ์หน้าเครียดอุ้มเด็กซนเหมือนลูกลิงจุดรอยแย้มสรวลบนดวงพักตร์เจ้าชายหรรษธรแต่จุดไฟในพระหทัยราชาวัณณุวรรธน์ ถึงจะยังไม่มีพิธีแต่งตั้งก็นับได้ว่าพระองค์มีฐานะพระสวามี ไฉนพระชายาไม่เคยแย้มสรวลสดใสถวายกลับสนิทกับองครักษ์มากกว่าทั้งที่เพิ่งรู้จัก

“ทรงเป็นแม่ลูกอ่อนหรือไงถึงต้องกระเตงเด็กไปด้วยทุกที่”

ทรงแขวะระบายพระอารมณ์กริ้ว ไม่โปรดภาพความสุขระหว่างสามคนดูคล้ายพ่อแม่ลูก ราชองครักษ์โภคินทำความเคารพแล้วรีบก้าวถอยอย่างรวดเร็วโดยอุ้มวายุไว้ไม่ยอมปล่อยเกรงจะซุกซนเกินเหตุ

เจ้าหญิงธิษณามตีทรงผุดลุก พักตร์บึ้งขณะย่อพระองค์ลง

“หม่อมฉันไม่ชอบทำอะไรครึ่ง ๆ กลาง ๆ เมื่อรับว่าจะดูแลก็ทำเต็มที่เพคะ”

เจ้าชายหรรษธรทรงตะลึงในความกล้าหาญของเจ้าหญิงพระชายาไม่ทันไรต้องมีอันชะงักอีกคำรบด้วยถ้อยรับสั่งพระเชษฐา

“คนแบบนี้หม่อมฉันชอบ” แย้มสรวลแต่พระเนตรดุ “ขอให้เต็มที่ทุกหน้าที่ อย่าทรงลืมเสียล่ะ”

ก่อนเกิดศึก เจ้าชายหรรษธรรีบขยับพระองค์ แนะนำองค์เองอย่างเป็นทางการ

“หรรษธรพระเจ้าค่ะ ขอประทานอภัยด้วยที่หม่อมฉันไม่อยู่ต้อนรับตั้งแต่เมื่อคืน”

เจ้าชายหรรษธร...พระอนุชาในองค์ราชาวัณณุวรรธน์ เค้าพระพักตร์ประพิมพ์ประพายคล้ายองค์ราชาเพียงแต่พระจริยวัตรนุ่มนวลกว่า แววพระเนตรอ่อนโยนกว่า...มาก

“ธิษณามตีเพคะ”

ไม่ต้องเสวยเพียงลำพังสองพระองค์กับองค์ราชา น่ายินดีอย่างยิ่ง!

“พอพบฝ่าบาท หม่อมฉันหายสงสัยทันทีว่าเหตุใดเจ้าพี่ถึง...”

“ไหน” ราชาวัณณุวรรธน์รับสั่งสุรเสียงดังกว่าปกติเหมือนไม่ตั้งพระทัยแต่กลบทับสุรเสียงเจ้าชายหรรษธรสนิท พยักพระพักตร์ให้ราชองครักษ์โภคิน “พามานี่ซิ”

เจ้าชายหรรษธรทอดพระเนตรพระเชษฐาอุ้มเด็กน้อยได้คล่องแคล่วแต่ดูยังไงก็คล้ายท่าอุ้มสุนัขมากกว่าอุ้มเด็กด้วยรอยพระเนตรขบขัน

ทรงแปลกไป คงวางพระองค์ไม่ถูกเวลาอยู่ต่อหน้าพระชายา เจ้าพี่นะเจ้าพี่สายพระเนตรเจือรอยขันแปรมายังวงพักตร์ผุดผ่อง พระสิริโฉมงามสะดุดตาอย่างนี้เองพระเชษฐาของพระองค์ถึงได้

“เรื่องของพี่ พี่จัดการเอง”

นั่นคือคำตอบหลังจากทรงเงียบอยู่นาน เป็นการยอมรับในทีว่าทรงเหนี่ยวรั้งเจ้าหญิงพระชายาไว้จริงดังทรงคาด ท่าทางความรู้สึกพิเศษบางอย่างคงเริ่มเผยตัวในพระหทัยพระเชษฐา ที่ไม่เข้าพระทัยมีอย่างเดียวคือเมื่อประทับกับเจ้าหญิงทำไมต่างฝ่ายต่างทำท่าเหมือนพร้อมทำสงครามกันตลอดเวลา

...อย่างนี้แล้ว ชีวิตสมรสจะเป็นอย่างไรเล่าหนอ...

เจ้าชายหรรษธรแทบทอดถอนพระทัย

“ดูท่าทรงรักเด็กมากนะพระเจ้าค่ะ”

ระหว่างองค์ราชาทรงหยอกเอินวายุโดยไม่สนพระทัยใคร เจ้าชายหรรษธรทรงชวนเจ้าหญิงคุยไม่ให้ทรงรู้สึกอึดอัดนัก

“เพิ่งรู้ตัวตอนมีวายุอยู่ใกล้ตัวนี่ล่ะเพคะ” สายพระเนตรยามทอดมองเด็กชายเปี่ยมรักและเอ็นดู “เด็กเหมือนน้ำใส สะอาดบริสุทธิ์ให้ความสดชื่นกับทุกคน ฝ่าบาทว่าจริงไหมเพคะ”

“น่าจะจริงพระเจ้าค่ะ” อาจไม่ทรงละเอียดอ่อนเท่าเจ้าหญิง แต่เสียงหัวเราะใส ๆ ก็ทำให้สิ่งรอบตัวสว่างขึ้นจริงดังรับสั่ง แม้แต่พักตร์เคร่งขององค์ราชายังเริ่มประดับรอยแย้มพระโอษฐ์เมื่อวายุเลิกเกร็งและซุกซนตามปกติ มือเล็กจับพระนาสิกแล้วต้องหัวเราะคิกเพราะถูกไรพระมัสสุเพิ่งโกนใหม่เข้า

ราชองครักษ์โภคินถอยออกไป ส่งสัญญาณให้เชิญเครื่องว่าง ไม่นานพระสุธารสชาอุ่นกำลังพอดีพร้อมเครื่องว่างหอมหวานถูกเชิญขึ้นถวาย

เจ้าหญิงธิษณามตีทรงเห็นความดีข้อเดียวของราชาวัณณุวรรธน์ในยามนี้ได้แก่การไม่ทรงรังเกียจเด็กซ้ำดูท่าจะโปรดจอมซนมากเสียด้วย ทรงจับวายุนั่งบนพระเพลา ปล่อยให้คว้าขนมเข้าปากตามใจชอบ ทรงพระสรวลเหมือนเยาะเย้ยเมื่อเจ้าตัวเล็กตะกละกินเร็วเกือบติดคอ

“ฝ่าบาท” เจ้าหญิงทรงเผลอเอ็ดองค์ราชา “อย่ามัวแต่หัวเราะสิเพคะ วายุ...ดื่มน้ำนี่เร็วเข้า”

ทรงเลื่อนถ้วยพระสุธารสชา แต่เพราะประทับฝั่งตรงข้ามป้อนไม่ถนัด ราชาวัณณุวรรธน์จึงต้องทรงรับมาทำหน้าที่ด้วยพระองค์เอง จังหวะทรงรับถ้วยพระสุธารสชา สองพระหัตถ์ต้องกันต่างทรงชะงักสบพระเนตรแล้วเบือนพักตร์หนีคนละทาง เจ้าชายหรรษธรกลั้นสรวลจนปวดพระปราง

 

ช่วงเวลาเสวยเครื่องว่างผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยไม่อึดอัดพระทัยแม้แต่น้อย เจ้าหญิงธิษณามตีทรงพบว่าเจ้าชายหรรษธรรับสั่งเก่งกว่าทรงคาด ไม่ได้รับสั่งจ้อพร่ำเพรื่อแต่สามารถเล่าเรื่องราวประทานได้เรื่อยจนเผลอทรงฟังเพลิน ราชาวัณณุวรรธน์รับสั่งกับพระองค์นับคำได้เพราะเล่นกับวายุเสียเป็นส่วนใหญ่ ทรงพอพระทัยแล้ว ดีกว่าคุยกันแล้วลุกลามเป็นทะเลาะ

“ที่ประทับส่วนพระองค์เป็นอย่างไรบ้าง ขาดเหลืออะไรไหม หม่อมฉันจะสั่งให้จัดถวายใหม่”

ราชาวัณณุวรรธน์ทรงถาม วายุหลับไปแล้วหลังจากกินอิ่ม ศีรษะเล็กซบห้อยอยู่บนบ่าราชองครักษ์โภคิน เจ้าชายหรรษธรทูลลากลับพระตำหนักส่วนพระองค์ แม้มีองครักษ์ตามเสด็จไม่ห่างแต่ยามนี้เหมือนประทับเพียงสองพระองค์

“สะดวกสบายทุกอย่างเพคะ หม่อมฉันอยู่ยังไงก็ได้”

แต่จะดีมากถ้าได้เสด็จกลับบ้าน ไม่ต้องทนประทับกับองค์ราชาประหลาดเลือกพระชายาด้วยเหตุผลไม่เข้าท่า

ราชาวัณณุวรรธน์ทอดพระเนตรวงพักตร์งามอย่างค้นคว้า พินิจว่าถ้อยกราบทูลเมื่อครู่จริงหรือประชดก็พบว่าเป็นจริง ที่ประทับรับรองนั้นเป็นการชั่วคราว ที่กำลังตระเตรียมก่อนพิธีแต่งตั้งคือพระตำหนักส่วนพระองค์พระชายาอันเป็นสัดส่วนฝ่ายในที่บุรุษผู้ใดล่วงผ่านไม่ได้ยกเว้นองค์ราชา...คงต้องเว้นวายุไว้อีกคน ราชาวัณณุวรรธน์ทรงคิด

และทั้งเหมือนจะรับสั่งบางอย่างแต่กลับทรงเลือกนิ่ง สองพระองค์แยกจาก ณ ส่วนระหว่างฝ่ายหน้ากับฝ่ายใน ราชองครักษ์โภคินเฝ้าเวรอยู่ส่วนนอก ก่อนเสด็จกลับองค์ราชาทรงย้ำ

“ถวายการดูแลให้ดี อย่าให้ทรงมีอันตรายซ้ำอีก”

“พระเจ้าค่ะ”

วรองค์สูงใหญ่เสด็จห่าง ราชองครักษ์โภคินมองตามพระปฤษฎางค์ เพราะเปลี่ยนแปลงตำแหน่งจึงไม่ได้ถวายรับใช้ใกล้ชิด องค์ราชาเสด็จลับเหลี่ยมเสาเห็นเพียงแต่เงาทอดยาวมาด้านหลัง องครักษ์หนุ่มมองเงานั้นนิ่ง

...แม้เหลือแค่เงาก็ยังอยากมอง...

มีสิ่งหนึ่งที่ราชองครักษ์โภคินเล่าถวายเจ้าหญิงธิษณามตีไม่หมด นั่นคือเหตุผลของการผลักดันตัวเองสุดความสามารถเพื่อตำแหน่งราชองครักษ์ประจำพระองค์องค์ราชา

เหตุผลที่ไม่มีใครรู้...นอกจากตัวเขาผู้เดียว



โปรดติดตามตอนต่อไป...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,147 ความคิดเห็น

  1. #1131 pretty-p (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:24
    เหมือนจะน่ากลัวไหมนั่น หรือว่าเป็นเรื่องดี เหตุผลนั้นน่ะค่ะ
    #1,131
    0
  2. #451 canim (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2553 / 09:01
    รักนิยายเรื่องนี้จังค่าาาาาา
    หวานๆๆๆ
    #451
    0