Naughty Melody...เมโลดี้วุ่นลุ้นรัก

ตอนที่ 44 : ตอนที่ 43

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,354
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    22 ต.ค. 53




          ฉันเผลอปล่อยมือจากผนังแล้วถอยหลังออกห่างโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกบางอย่างแล่นปรี่ขึ้นมาจุกที่หน้าอกจนแทบหายใจไม่ออกเมื่อมือของเชอรี่ยังคงเกาะกุมอยู่กับมือของนายฆนากรอยู่อย่างนั้น รู้สึกอยากจะวิ่งออกไปให้พ้นจากตรงนี้ แต่สิ่งที่ฉันทำกลับเป็นการเดินตรงเข้าไปหาคนทั้งคู่แทน

          “มีอะไรกันเหรอเปล่าคะ” ประโยคแสนธรรมดา แต่น้ำเสียงฉันนั้นสั่นอย่างที่อยากจะระงับ ทั้งสองคนหันมามองฉัน เชอรี่ตกใจจนสะดุ้งรีบปล่อยมือจากนายฆนากรทันที ในขณะที่เจ้าตัวหันมามองฉันด้วยสายตาเรียบสนิทไม่ได้มีแววหวั่นไหวอื่นใดอยู่ในดวงตาคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย

          “คือ...” เชอรี่ตะกุกตะกัก ใบหน้าซีดเผือดมองฉันสลับกับนายฆนากร จนฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนางมารร้ายที่แสนจะเห็นแก่ตัว

          และเห็นแก่หัวใจตัวเองเหลือเกิน...

          พยายามข่มสิ่งที่หัวใจตัวเองรู้สึกเอาไว้อย่างแน่นหนาขณะมองหน้าเชอรี่แล้วยิ้ม พลางพูดด้วยน้ำเสียงรื่นเริงที่แสนจะฝืดเฝื่อนว่า “ขอตัวไปต่อก่อนนะคะ ในวงกำลังสนุกเชียว”

          พูดเสร็จก็รีบสาวเท้าเดินออกห่าง แต่กลับไม่สามารถทำได้อย่างที่คิด เมื่อมือของฉันถูกคว้าเอาไว้ด้วยมือแข็งแรงของคนที่ยืนนิ่งมาตั้งแต่เมื่อครู่

          “อย่าเพิ่งไปหนูอิน”

          เสียงที่เอ่ยออกมานั้นเรียบจนฉันรู้สึกขนลุกไปทั่วทั้งร่าง พยายามบิดมือออกเมื่อเห็นเชอรี่หน้าเสียขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิ่งที่ฉันได้ยินต่อมาก็ทำให้เลือดภายในกายเย็นเฉียบเป็นน้ำแข็งในทันที

          “ขอโทษด้วยนะเชอรี่ แต่คนที่พี่ชอบคือหนูอิน”

          “คุณฆนากร!

          ฉันจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความตกตะลึง ความรู้สึกภายในปะปนกันวุ่น ส่วนหนึ่งนั้นดีใจเหลือเกินที่ได้ยินคำตอบชัดเจน แต่อีกส่วนหนึ่งก็ไม่อยากให้นายฆนากรพูดมันออกมาในเวลานี้เลย

          “พี่ไม่อยากให้เชอรี่เข้าใจผิด แล้วก็ไม่อยากให้ความหวังที่ไม่มีทางเป็นจริงกับเชอรี่ด้วย” ถ้อยคำปฏิเสธยังคงพร่างพรูต่อ ฉันจ้องมองนายฆนากรด้วยแววตาร้องขอ เพราะไม่อยากให้เชอรี่ต้องผิดหวังมากไปกว่านี้ สีหน้านักร้องสาวแสดงความเสียใจออกมาอย่างชัดแจ้ง นัยน์ตาคู่สวยที่เมื่อครู่ก่อนยังเปล่งประกายเจิดจรัสมั่นใจบนเวทีเวลานี้แทบไม่มีหลงเหลืออยู่เลยแม้เพียงเสี้ยว

          “เชอรี่ พี่...พี่” อยากจะพูดปลอบ แต่เท่าไรฉันก็นึกคำพูดใดไม่ออก เชอรี่มองหน้าฉันสลับกับนายฆนากรขณะที่ถอยหลังออกห่าง จากนั้นก็ยิ้มทั้งที่นัยน์ตานั้นคลอคลองด้วยหยาดน้ำ เอ่ยตะกุกตะกักด้วยน้ำเสียงสั่นว่า

          “นั่นสินะคะ เชอรี่ก็พอรู้อยู่ แต่ก็ยังฝืนบอกพี่ต้นฝนทั้งๆ ที่รู้ แย่จัง รู้สึกเหมือนจะอกหักดังเป๊าะซะแล้ว”

          “เชอรี่...” รู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองถูกกระตุกตามไปด้วย ฉันพยายามจะเดินเข้าไปหาเชอรี่ แต่มือหนากลับจับฉันเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยจนกระทั่งเชอรี่วิ่งหนีไป

          “ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ ฉันต้องรีบตามไป!” ฉันตะโกนใส่คนที่ยังคงจับฉันเอาไว้ด้วยความร้อนรน สะบัดหนีเท่าไรก็ไม่หลุด ซ้ำยังถูกมือหนาอีกข้างจับเข้าที่ไหล่บังคับให้ต้องสบตาด้วย

          “ใจเย็นแล้วฟังผมก่อนนะหนูอิน” นายฆนากรพยายามอธิบาย แต่ฉันร้อนใจจนไม่อยากฟังเรื่องอะไรทั้งนั้น

          “ฉันเย็นไม่ไหวหรอก ทำไมคุณบอกเชอรี่ไปแบบนั้นล่ะ รู้ไหมว่าเชอรี่เสียใจขนาดไหนที่ถูกปฏิเสธน่ะ”

          “ผมรู้ แต่คุณจะให้ผมหลอกเชอรี่ หลอกคุณ แล้วก็หลอกทั้งตัวเองอย่างนั้นหรือ!

          ฉันเม้มปากตัวเองจนแน่นเพราะไม่อาจปฏิเสธความจริงที่นายฆนากรพูดออกมาได้ ก่อนจะทิ้งสองแขนลงข้างลำตัวอย่างหมดแรงด้วยความจำนน

          “ฉันทำร้ายเชอรี่”

          “ความรู้สึกในหัวใจคน เราห้ามมันไม่ได้หรอกนะหนูอิน”

          “แต่มันไม่น่าเป็นแบบนี้นี่นา” ฉันก้มหน้าบอกนายฆนากรด้วยน้ำเสียงอู้อี้ น้ำตาเจ้ากรรมเริ่มเอ่อล้นขึ้นมาเต็มสองตา ทั้งที่วันนี้เป็นวันที่ทำให้ฉันดีใจมากที่สุด แต่เวลานี้มันกลับเป็นวันที่ทำให้ฉันต้องเสียใจมากที่สุดเช่นกัน

          “ออกไปข้างนอกกันสักพักนะหนูอิน” เสียงอ่อนโยนของนายฆนากรดังขึ้นข้างหู โดยไม่รอให้ฉันตอบ มือหนาก็จับจูงพาฉันเดินออกจากร้านไปอย่างเงียบๆ โดยไม่มีใครทันสังเกต

          ฉันรู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นพร้อมกับที่รถยนต์เริ่มเคลื่อนตัวออกจากลานจอดหน้าร้าน ฉันลดกระจกลงปล่อยให้ลมเย็นปะทะใบหน้าขณะมองแสงไฟพร่าพรายหลากสีสัน บริเวณริมถนนยังคงมีผู้คนและร้านค้าตั้งอยู่เป็นระยะ รถเข็นตรงนั้นเป็นร้านข้าวต้มโต้รุ่ง ถัดมาเป็นร้านบะหมี่แฟรนด์ชายด์ชื่อดังที่พบเห็นได้ทั่วประเทศ และรถเข็นคันเล็กที่มีกระทะควันกรุ่นนั่นคงเป็นร้านขายลูกชิ้นทอด

        Life goes on…ชีวิตต้องดำเนินต่อไป

          “สบายใจขึ้นบ้างไหม” คนขับรถที่เงียบมาตลอดเอ่ยถาม น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเป็นห่วงจนฉันสัมผัสถึงมันได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว

          “ดีขึ้นหน่อยแล้วล่ะ” ฉันตอบโดยที่ยังไม่ได้ละสายตาจากริมทางที่รถยนต์แล่นผ่าน ดูเหมือนเรื่องราวจะเกิดขึ้นมากมายและรวดเร็วเหลือเกินจนเหมือนความฝัน แล้วต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นอีกบ้าง เรื่องราวจะเป็นแบบไหน จะดีหรือจะร้าย จะทำให้เสียใจหรือดีใจ ฉันก็ไม่สามารถจะรู้ได้เลย

        ก็ทำวันนี้ให้ดีที่สุดสิหนูอิน

          ประโยคหนึ่งดังขึ้นมาในความคิด ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกและปล่อยออกมาจนหมด ต่อจากนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด และสิ่งที่ฉันควรทำก็คือต้องทำทุกอย่างในวันนี้ให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง

          “เรากลับกันเถอะค่ะ” ฉันหันกลับมาบอกคนที่กำลังขับรถอยู่ สบตากันนิ่งอยู่ครู่ ก่อนที่นายฆนากรจะเลี้ยวรถยนต์กลับไปยังร้านเดิมที่เพิ่งออกมา

        กลับไปทำสิ่งที่ควรต้องทำ

 

          “หายไปไหนกันมาเอ่ย”

          เสียงพี่เหน่งกระเซ้าถามทันทีที่นายฆนากรกับฉันกลับมานั่งรวมกลุ่มกับทีมงามคนอื่นๆ นายฆนากรเพียงแค่ยิ้มไม่ยอมตอบ ส่วนฉันก็รีบหันไปถามพี่แบมที่นั่งอยู่ข้างๆ ทันที

          “พี่แบมเห็นน้องเชอรี่ไหมคะ” พยายามพูดด้วยน้ำเสียงปกติ ทั้งที่ใจสั่นสะท้านเจ็บแน่นหน้าอกอย่างบอกไม่ถูก เชอรี่จะทำใจรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นกะทันหันแบบนี้ได้หรือเปล่าก็ไม่รู้

          “เอ เห็นแว้บๆ นะ นั่นไงหนูอิน อยู่กับกลุ่มศิลปินในค่ายไง” ฉันรีบมองตามทางที่พี่แบมชี้ พอเห็นเชอรี่นั่งคุยด้วยหน้าตาสดชื่นก็ค่อยโล่งอกขึ้นมาอีกนิด นึกกังวลไปสารพัดว่าเชอรี่อาจจะหนีกลับไปแล้วก็ได้ กำลังหันไปจะบอกนายฆนากร ก็บังเอิญสบกับสายตาที่มองมาอย่างให้กำลังใจอยู่พอดี

          หลังจากนั้นฉันก็เฝ้ามองเชอรี่เป็นระยะ จนกระทั่งงานเลี้ยงฉลองเลิกบรรดาทีมงานต่างเริ่มทยอยกลับ ฉันจึงอาศัยโอกาสนี้เดินเข้าไปหาศิลปินในสังกัดของตัวเองทันที

          “เชอรี่” ฉันร้องเรียก เจ้าตัวหันมามองฉันก่อนจะส่งยิ้มหวานเช่นเคยจนฉันรู้สึกว่าตัวเองช่างร้ายเหลือเกินที่เป็นสาเหตุให้เจ้าตัวต้องเสียใจ

          “พี่อยากคุยกับเชอรี่ ขอเวลาสักครู่ได้ไหม” ฉันกลั้นใจบอก และจะไม่โกรธอีกฝ่ายเลยหากว่าเจ้าตัวนั้นปฏิเสธที่จะคุยกับฉัน เชอรี่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะให้คำตอบที่ทำให้ฉันมีกำลังใจขึ้นมาในทันทีว่า

          “เชอรี่ก็อยากจะคุยกับพี่หนูอินเหมือนกันค่ะ”

          ฉันกับเชอรี่เดินหลบไปอยู่มุมหนึ่งในร้าน เสียงเพลงจากแผ่นเสียงยังคงบรรเลงเพลงต่อไปเรื่อยๆ เนื่องจากยังไม่ถึงเวลาร้านปิดแต่ก็ใกล้เต็มแก่

          “คือพี่อยากจะขอ...” ยังไม่ทันได้พูดจนจบ มือเล็กของเชอรี่ก็เอื้อมมาปิดปากฉันเอาไว้ทันที

          “คำนั้นให้เชอรี่พูดดีกว่าค่ะ” ดวงตาโตของเชอรี่สบตาฉันด้วยแววตาแน่วแน่ ฉันรู้สึกว่าตัวเองมองเห็นความเข้มแข็งที่อยู่ในดวงตาคู่นั้นเต็มเปี่ยม

          “เชอรี่ต้องขอโทษพี่หนูอินด้วยนะคะที่ทำให้ลำบากใจ แล้วพี่หนูอินก็ไม่ต้องกังวลนะคะ ทุกอย่างจะเป็นเหมือนเดิมในวันพรุ่งนี้ เชอรี่จะเป็นน้องสาวของพี่หนูอินและพี่ต้นฝนเหมือนเดิม เราจะทำงานด้วยกัน เป็นพี่น้อง เป็นศิลปินกับโปรดิวเซอร์ที่รักกันแบบนี้ตลอดไป”

          “เชอรี่” น้ำตาฉันไหลซึมออกมาโดยที่ไม่รู้ตัวเมื่อฟังเชอรี่พูดจบ เจ้าตัวช่างเข้มแข็งเหลือเกินจนฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กเล็กๆ ฉันคว้าร่างของเชอรี่เข้ามากอดไว้จนแน่น เจ้าตัวเองก็กอดตอบ สักพักเชอรี่ก็หัวเราะเสียงใสแล้วพูดว่า

          “พี่หนูอินคะ เราสองคนกอดกันแบบนี้ถ้าใครมาเห็นมีหวังคิดว่าเรา...”

          “อ่ะ พี่ขอโทษ” ฉันรีบปล่อยมือจากเชอรี่ทันทีก่อนจะยืนยิ้มอย่างเขินๆ เพราะดีใจที่สามารถปรับความเข้าใจกับเชอรี่ได้จึงลืมตัวไปว่ากำลังอยู่ที่ไหนเสียอย่างนั้น

          “ถ้าอย่างนั้นเรากลับบ้านกันดีกว่านะจ๊ะเชอรี่” ฉันเอ่ยชวน ทว่าเชอรี่กลับยิ้มกว้างแล้วส่ายหน้า

          “วันนี้เชอรี่ขับรถมาเองค่ะพี่หนูอิน แล้วอีกอย่าง พี่หนูอินก็มีคนขับประจำตัวมารออยู่แล้ว” เจ้าตัวบอกด้วยรอยยิ้มกว้างก่อนจะพยักพเยิดไปด้านหลัง พอฉันหันไปมองก็เห็นร่างสูงของนายฆนากรยืนรออยู่ห่างออกไปไม่ไกล

          “เชอรี่ขอตัวก่อนนะคะพี่หนูอิน ไว้เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ” พูดจบเชอรี่ก็วิ่งปร๋อไปอีกทางทันที ฉันมองตามส่งแผ่นหลังเล็กๆ นั้นไปด้วยความโล่งใจที่ได้เห็นเจ้าตัวยิ้มด้วยแววตาสดใสอีกครั้ง

          พอหันกลับมา ร่างสูงที่เมื่อครู่ยังยืนอยู่ห่างออกไปก็เข้ามายืนอยู่ใกล้ๆ แล้ว พร้อมกับมือหนาที่สอดกระชับมือของฉันเอาไว้จนแน่นขณะที่บอกว่า

          “เราก็กลับบ้านกันเถอะ หนูอิน”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,138 ความคิดเห็น

  1. #1123 saber (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2553 / 16:57
    โอเคเชอร์รี่แฟร์ดีอ่ะ กู้ดมาก
    #1,123
    0
  2. #1067 nunpanu (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2553 / 15:02
    มันต้องอย่างนี้ ชัดเจน ยอดมากต้นฝน
    #1,067
    0
  3. #980 คนธรรมพ์ตัวจิ๋ว (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2553 / 16:02
    พี่ต้นฝน



    สุดยอด!!!~



    แมนมั่กมั่ก เทห์โคดโคด
    #980
    0
  4. #970 aoistar (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2553 / 21:34
    ให้เชอรี่คู่โต้งดีไหม ฮี่ๆ
    #970
    0
  5. #968 กางเกงยีนส์ขาสั้น ^^ (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2553 / 14:06
    เอาใจไปเลยทั้งสามคน > <
    #968
    0
  6. #967 Chii_Elda (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2553 / 11:57

    โอ้ว โดนใจ  ผู้ชายแบบนี้หาได้ที่ไหนคะ

    #967
    0
  7. #957 ป้าหัวฟู (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2553 / 16:46
    หนักแน่นมากพี่ต้นฝน
    #957
    0
  8. #954 ม่านเมฆา (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2553 / 23:43
    พี่ต้นฝนน่ารัก

    เชอร์รี่เข้มแข็งมากๆค่ะ
    #954
    0
  9. #953 Pim (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2553 / 19:40
    ชอบผู้ชายหนักแน่น และตรงไปตรงมาอย่างต้นฝน มากกกกกกกก
    #953
    0
  10. #952 Prim (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2553 / 18:19
    พี่ต้นฝนนนนนนนนนน...น่าร้ากกกกกกกกกกกก
    #952
    0