Naughty Melody...เมโลดี้วุ่นลุ้นรัก

ตอนที่ 38 : ตอนที่ 37

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,421
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    17 ก.ค. 53




          เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับจรวดมิสซายน์เผลอแผล็บเดียวศิลปินเบอร์ล่าสุดอย่างเชอร์รี่ก็กลายเป็นนักร้องขวัญใจแฟนเพลงทั่วประเทศ เพลงกว่าครึ่งค่อนอัลบั้มติดชาร์ตท็อปโหลดสลับกันแต่ละสัปดาห์ผมเห็นข้อมูลครั้งใดก็ยิ้มหน้าบานทุกทีแต่คงจะน้อยกว่าลูกน้องคนดีโปรดิวเซอร์มือใหม่หัดขับ...อินรินทร์

          อินรินทร์ลุ้นผลตอบรับอัลบั้มเชอร์รี่ยังกับตัวเองเป็นนักร้องเสียเอง ทุกวันกิจกรรมแรกก่อนเริ่มงานคือเปิดเช็คกระแสความนิยมจากอินเตอร์เน็ต หนังสือพิมพ์ และได้ข่าวว่าคอยฟังรายการวิทยุเป็นประจำทั้งที่ข้อมูลพวกนี้จะถูกส่งกลับมาที่ต้นสังกัดอยู่แล้ว

          กระแสตอบรับที่หากเขียนเป็นกราฟคงเป็นเส้นเฉียงสูงขึ้น ๆ ของอัลบั้มเชอร์รี่ตีคู่ไปกับกราฟความสัมพันธ์ระหว่างผมกับอินรินทร์ ระหว่างผมกับหล่อนภายนอกดูจะเป็นหัวหน้าลูกน้องคู่กัดไม่เปลี่ยนแปลงหากแต่เราสองคนเท่านั้นที่รู้ดีว่านับจากวันเปิดใจ

          ...ไม่มีอะไรในหัวใจที่เหมือนเดิม...

          หวัดดีครับพี่

          โต้วงคิลที่หายหน้าไปเพราะยุ่งกับอัลบั้มใหม่ของวงตัวเองพักใหญ่โผล่หน้าเข้ามาทักทาย สายตาที่เหลือบมองโต๊ะฝั่งตรงข้ามผมขณะที่ปากทักทายนั้นเหมือนหนามเล็ก ๆ ตำเนื้อให้ได้เจ็บ ๆ คัน ๆ พิลึก

          อืม เป็นไงวันนี้โผล่มาได้

          โต้หัวเราะ หน้าตาไอ้เจ้านี่ถึงดูดิบเถื่อนแต่ดูดีสมกับที่สาว ๆ ค่อนประเทศรวมทั้งลูกน้องคนดีของผมหลงใหล ข้อนั้นผมเข้าใจดีแต่ยังตงิด ๆ ขัดใจเพราะเจ้าโต้ชอบป้วนเปี้ยนมาอยู่ใกล้อินรินทร์เรื่อย

          น่าเตะจริง ๆ!

          มาแสดงความยินดีกับบั๊ดดี้โปรดิวเซอร์มือทองน่ะสิครับ เห็นกระแสอัลบั้มเชอร์รี่แล้วดีใจแทนเชอร์รี่และทีมงานจริง ๆ นี่หนูอินไปไหนล่ะครับ

          ถ้อยคำที่เรียกอินรินทร์อย่างสนิทสนมทำเอาอารมณ์ผมชักขุ่นอดคิดไม่ได้ว่าหรือไอ้เจ้านี่จะชอบอินรินทร์ขึ้นมาอีกคน ก่อนผมทันค้นหาความจริงด้วยการมองเข้าไปในดวงตาอีกฝ่ายแบบประเมินความรู้สึกผู้ชายด้วยกันบุคคลที่สามที่เรากำลังพูดถึงก็เปิดประตูเข้ามา เสียงใส ๆ ส่งนำมาก่อน    

          พี่ต้นฝนขากาแฟร้อน ๆ ยามบ่ายมาแล้ว ค...

          พอเห็นว่ามีใครอีกคนอยู่ในห้องเสียงแจ้วเงียบลงกลายเป็นพูดติดอ่างซึ่งไม่ได้ช่วยให้โต้หายจากอาการอ้าปากค้างเพราะเสียงหวานแกมอ้อนเมื่อครู่อันแสดงให้เห็นถึงความสนิทชิดเชื้อระหว่างผมกับอินรินทร์

...ผมจะชงให้คุณทุกวัน แลกกับต่อไปนี้หนูอินจะต้องเรียกผมว่า พี่ต้นฝน...

          ผมเผลอยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงข้อแลกเปลี่ยนหวาน ๆ ระหว่างผมกับหล่อนที่ว่าผมจะชงกาแฟให้ทุกวันโดยที่อีกฝ่ายต้องเปลี่ยนสรรพนามในการเรียกผมเสียใหม่ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีโอกาสทำอย่างตั้งใจได้จริง ๆ เพราะอินรินทร์ชิงตัดหน้าชงให้ก่อนทุกครั้งไป พอผมท้วง ไม่ทำเฉไฉก็จะอุบอิบเถียงประกอบกับแก้มแดง ส่วนคำขอแกมบังคับอีกข้อไม่เคยได้รับการตอบสนองยกเว้นฝ่ายนั้นนึกครึ้มหรืออยากแกล้งเท่านั้นจึงออกปากเรียกผมว่าพี่ต้นฝน หล่อนช่างเลือกเวลาแกล้งผมได้เหมาะเจาะดีแท้ หน้าสวยใสแดงสลับซีด ส่วนโต้หน้าเหวอ ผมทั้งขำและสะใจไปพร้อมกัน

          พ...พี่โต้ หวัดดีค่ะ

          คงจะอายจนเสียศูนย์มือบางจึงวางแก้วกาแฟลายคิตตี้ลงบนโต๊ะผมแทนที่จะเป็นแก้วกาแฟลายดอกทานตะวันอีกใบ

          หวัดดีครับ ไม่เจอกันตั้งนานพี่พลาดอะไรไปหรือเปล่า

          โต้ถาม มองหน้าอินรินทร์กับผมสลับกัน ผมทำเป็นยิ้มเฉยรอดูอินรินทร์ว่าจะตอบอย่างไรต่อหน้าศิลปินคนโปรด ถ้าแค่ปลื้มกันในฐานะแฟนเพลงกับนักร้องจริงคงไม่มีเหตุต้องปิดบังความรู้สึก แล้วอินรินทร์ก็เจ้าเล่ห์อีกครั้งด้วยการเสจิบกาแฟต่อด้วยการนิ่วหน้ารู้สึกตัวเนื่องจากรสชาติของมันไม่ใช่ในแบบที่ตัวเองชอบ

          นั่นมันแก้วของผม

          ผมว่ายิ้ม ๆ มองดูแก้มระเรื่อแดงเพิ่มความเข้มขึ้นอีก หล่อนรีบวางแล้วฉวยแก้วตัวเองถือไว้แทนผมเลยยกแก้วที่เพิ่งถูกวางลงมาขึ้นแตะริมฝีปากในตำแหน่งที่มีรอยลิปสติกติดอยู่จาง ๆ ทำให้เจ้าของรอยตาลุกหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก

          หมายความว่า

          จากเห็นเหตุการณ์สั้น ๆ รวมถึงปฏิกิริยาของเราทั้งคู่คงช่วยให้เริ่มมองออกว่าอะไรเป็นอะไรถือว่าความรู้สึกโต้ไวใช้ได้ ผมขยิบตาส่งสัญญาณ Top secret กรุณาเหยียบความลับนี้ไว้ให้มิด หนุ่มขาร็อคดูอึ้งไปเหมือนไม่คิดว่าผมจะยอมรับออกมาตรง ๆ

          อย่าอึงไป หนูอินเขาเขิน

         

          คุณ!” อินรินทร์ลุกพรวดพราดก้าวข้ามห้องมาทุบไหล่ผม โวยวายทั้งแก้มระเรื่อเหมือนถูกป้ายด้วยสีชมพูเข้ม บอกพี่โต้อย่างนั้นได้ไงน่ะ

          ทำไม หรือกลัวเขาเข้าใจผิด

          ผมยึดข้อมือจอมดื้อไว้ อินรินทร์ขู่ฟ่อ

          พูดบ้า ๆ ปล่อยเลยนะคุณ

          ปล่อยแล้วจะได้พูดกันดี ๆ ไหม

          ได้

          แน่ใจนะ จากประสบการณ์หลายครั้งที่ผ่านมาอินรินทร์คงรู้ว่าถ้าเอาเข้าจริงย่อมสู้แรงผมไม่ได้หล่อนจึงพยักหน้าแรง ๆ อย่างเสียไม่ได้ ผมปล่อยมือถามจริงจัง งั้นบอกมาสิผมพูดอะไรผิด

          อินรินทร์นิ่งพูดไม่ออก หน้าตาเหมือนอยากกระโจนเข้ากัดคอแล้วดูดเลือดผมให้หายแค้น

          ก็...

          ก็เรา

          ผมต่อคำพูดไม่ทันจบฝ่ายนั้นรีบตะโกนกลบปากคอสั่น

          หยุดเดี๋ยวนี้นะ ก่อนพูดอุบอิบแทบไม่ได้ยิน ไม่เห็นต้องโพนทะนาเลยนี่

          ยังไม่ได้ทำสักหน่อย ก็แค่ ผมยักไหล่ ผมบวชเรียนมาแล้วนะคุณ ซึ้งในรสพระธรรมสุด ๆ ศีลง่าย ๆ อย่างมุสาวาทานี่ผมไม่อยากผิดหรอก ความจริงเป็นยังไงก็ตอบไปตามนั้นเท่านั้นเอง

          บ้า คนเจ้าเล่ห์

          คำพูดไม่เต็มเสียงแม้จะพยายามทำเสียงแข็งบอกว่าอินรินทร์ไม่โกรธจริงจังนักหากทั้งหมดก็เพียงเพราะเขินสถานเดียว

          น่ารัก...แทบอยากจะให้รางวัล

          ผมดึงมือบาง ไล้หลังมือเย็นเฉียบเบา ๆ อินรินทร์ทำเมินมองทางอื่นแต่ไม่ได้ดึงมือออก เวลาหล่อนเขินจนทำอะไรไม่ถูกทำเอาใจผมสั่น ๆ อยากดึงตัวเข้ามากอดทุกที

          บางทีก็จำเป็นโดยเฉพาะกับโต้

          ฉันไม่เข้าใจ

          อินรินทร์หันกลับมาแทบพร้อมกับที่ผมยืนขึ้น ตอบก่อนปัดปลายจมูกผ่านแก้มใสแล้วก้าวเร็ว ๆ หนีออกจากห้องก่อนโดนหมัดพิฆาตที่เหวี่ยงเฉี่ยวหน้าแค่เส้นยาแดงผ่าแปด

          ก็มันชอบมาเจ๊าะแจ๊ะกับหนูอินของผม เลยต้องประกาศศักดาเตะโด่งมันออกไปน่ะสิ

         

          หลบหมัดเพชฌฆาตอินรินรทร์ออกมาได้ผมสวมวิญญาณโปรดิวเซอร์ผู้ร่อนเร่คนเดิม รอเวลาอีกเพียงสี่สิบกว่านาทีถึงเวลาเลิกงานค่อยกลับไปล็อคตัวอินรินทร์อีกครั้ง หวังว่าคงไม่มีใครมีธุระต้องเข้าห้องทำงานในตอนนี้เพราะคงปั้นหน้ายากสักหน่อยถ้าได้เห็นอินรินทร์กำลังออกฤทธิ์อยู่คนเดียว

          ฮัดชิ่ว!

          นั่นไง หล่อนสวดให้พรไล่หลังผมชัวร์

 

          ห้าโมงสิบห้านาทีผมกลับจากปลีกวิเวกไปหามุมเหมาะนั่งแต่งเพลง Heart Rhythm คึกคักขึ้นด้วยเสียงพูดคุย มีหลายคนจับกลุ่มย่อย ๆ ซุบซิบเรื่องต่าง ๆ มีทั้งกลุ่มชายหญิง หัวข้อสนทนาก็เดิม ๆ ฟากผู้หญิงไม่พ้นเรื่องสวย ๆ งาม ๆ ลากไปจนถึงศิลปินใหม่ในค่ายคนไหนถูกตาต้องใจเป็นได้ถูกยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ ส่วนผู้ชายถ้าไม่นัดกินเหล้าก็เรื่องบอลแมทช์ล่าสุด ใครหน้าแห้งหน้าเหี่ยวผิดปกติก็แทบสรุปได้เลยว่าเชียร์กีฬาผิดประเภทเพราะคงทุ่มเงินพนันลงไปเยอะ

          จริงเหรอคะ

          เสียงใสคุ้นหูเรียกสายตาผมตามติดไปถึงเจ้าของ อินรินทร์ยืนไม่ไกลจากหน้าห้องทำงาน ท่าทางเตรียมพร้อมกลับบ้านคงกะชิ่งหนีกลับก่อนผมแต่ถูกกลุ่มขาเมาท์ดึงไว้ ผมเขยิบเข้าไปใกล้อีกหน่อยหวังสอดแนมพวกสาว ๆ ว่าคุยอะไรกันอินรินทร์ถึงหน้าบานเท่ากระด้ง

          จริงสิคะ ตอนนี้แฟชั่นเสื้อผ้าสไตล์เชอร์รี่กำลังมานะคะ เดินตลาดงี้มีขายให้เต็ม ต้องชมคนออกความคิดนะคะเนี่ย

          อินรินทร์ผู้ออกไอเดียคอสตูมเชอร์รี่ยิ้มเขินบิดมือไปมาท่ามกลางเสียงสนับสนุนจากในกลุ่ม ผมกอดอกมองอยู่สักพักปล่อยให้คุยพอหอมปากหอมคอค่อยเดินเข้าไปหาเพราะปล่อยนานอินรินทร์คงลอยติดเพดานข้าวปลาไม่กินเพราะอิ่มลูกยอ

          หนูอินกลับบ้านกันเถอะ

          เหมือนผมพูดอะไรผิด สายตาทุกคู่จึงเลื่อนขวับมาโฟกัสด้วยแววตื่นตะลึงแกมอยากรู้อยากเห็น ผมนึกว่าตัวเองเข้ามาขัดจังหวะจึงถูกเขม่นเข้าให้เลยรีบคว้าข้อมืออินรินทร์เดินตัวปลิวตามมาไม่ทันสังเกตดวงหน้าซับสีระเรื่อของคนถูกลากตาม

          การจราจรบนท้องถนนค่อนข้างโล่งติดขัดมากกว่าทุกวัน ข้างหน้าคงเกิดอุบัติเหตุขึ้น ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงหงุดหงิดน่าดูแต่เมื่อข้างตัวมีอินรินทร์นั่งอยู่ผมกลับคิดตาลปัตรอยากให้มันติดหนักกว่านี้อีกสองเท่า ชำเลืองมองอินรินทร์ ตั้งแต่ขึ้นนั่งบนรถได้หล่อนไม่พูดกับผมสักคำทั้งที่ทุกวันมักหาเรื่องปวดหัวแกล้งผมระหว่างขับรถจนแทบเสียสมาธิไม่ก็เล่าอะไรเรื่อยเปื่อยจนถึงบ้าน

          หิวเหรอ

          ผมถามอินรินทร์ที่นั่งหน้ามุ่ยเหมือนท้องผูก จะว่าไม่พอใจเรื่องต้องไปกลับกับผมทุกวันก็ไม่น่าใช่เพราะตั้งแต่ผมยื่นคำขาดแกมอ้อนให้จอดรถไว้บ้านเพื่อผมจะได้รับหน้าที่สารถีหล่อนออกฤทธิ์อยู่สามวันจากนั้นก็เหนื่อยไม่อาละวาดอีก นอกจากเวลางานเราจึงใกล้กันอีกก้าวในช่วงเวลาเช้าและเย็น

          เปล่า คุณ ไฟเขียวแล้ว

          หรือที่ถูกขโมยหอมแก้ม ผมคิดไปตลอดทางเพราะอีกฝ่ายไม่ตอบ

          บ้านผมและอินรินทร์อยู่เส้นทางเดียวกันจึงเป็นเรื่องสะดวกและเต็มใจอย่างยิ่งสำหรับผมที่จะรับส่งนอกจากอิ่มใจยังอิ่มบุญได้ช่วยชาติประหยัดพลังงานอีกต่อ

          กลับบ้านไปได้แล้ว

          ถึงบ้านปุ๊บอินรินทร์ไล่ปั๊บ ผมชักน้อยใจขึ้นมาหน่อย ๆ แต่ถือคติตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก เมื่อยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถูกงอนเรื่องอะไรก็ต้องง้อจนกว่าจะรู้ความ

          เข้ามาเลยคุณน้องเขย

          ตัวช่วยซ้ายขวาของผมยืนยิ้มกว้างอยู่ข้างประตูรั้วเปิดกว้างรอรับให้รถผมผ่านเข้าไป อินรินทร์ค้อนพี่ชายตัวเองตากลับทำเสียงขึ้นจมูกที่ดังติดกันอีกหลายครั้งเมื่อเสียงแม่และป๊าทักผมดังลั่นออกมาจากด้านใน

          นอกจากยัดเยียดตำแหน่งสารถีให้อินรินทร์ ผมยังยัดเยียดตัวเองเข้ามาเป็นสมาชิกครอบครัวติยะวินิจกุลด้วยการมาขออาศัยข้าวเย็นที่นี่กินบ่อยครั้ง ป๊ากับแม่ใจดีต้อนรับอย่างอบอุ่นอย่างกับผมเป็นลูกชายอีกคน ส่วนพี่ชายฝาแฝดเข้ากับผมดีเยี่ยมเพราะมีกาวสมานชั้นดีที่ชื่อน้ำเมาเป็นตัวกลาง

          น้องขงน้องเขยอะไรกันเฮีย

          อินรินทร์ลงจากรถได้ว้ากใส่คู่แฝด เฮียเอกและเฮียอิทมองข้ามไหล่น้องสาวมายังผมถามขึ้น

          ลืมให้อาหารเหรอน้องผมถึงงอนตุบป่องแบบนี้

          เฮีย!”

          ผมหัวเราะที่อินรินทร์กลายเป็นน้องหนูน่ารักที่ผมต้องให้อาหารตรงเวลา ฝ่ายนั้นแว้ดลั่นตามด้วยไล่ทุบตีพี่ชายอุตลุดทำท่าจะไล่ต้อนกันเข้าไปข้างใน ผมรีบสาวเท้าดักหน้าคว้าแขนแต่ปากพูดกับสองเฮีย

          ผมขอคุยกับหนูอินเดี๋ยวเดียวจะตามเข้าไป

          สองหนุ่มพยักหน้า เดินเข้าบ้านโดยดีทั้งที่ผมนึกรู้อยู่ว่าคงเข้าไปแอบดูไม่ยอมพลาดแน่ ๆ เห็นเข้าข้างผมอย่างนั้นขืนแตะต้องน้องสาวเข้านิดเชื่อขนมกินได้เลยว่าคงออกงิ้วออกโขนรีบกางปีกปกป้อง

          มีอะไรคะ...พี่ต้นฝน

          เสียงแบบนี้ประชดกันชัด ๆ

          เป็นอะไรไหนบอกซิ งอนผมตั้งแต่ขึ้นมาแล้วนะ อินรินทร์เม้มปาก ผมจับปลายคางถามคาดคั้น ไม่บอกจะจูบ ยอมโดนคู่แฝดต่อยสักทีสองทีดีไหม

          บ้า! วันนี้กินอาหารไอ้ด่างเข้าไปหรือไงสมองถึงกลับไปหมดพูดเรื่องเราต่อหน้าพี่โต้ไม่พอยังลากฉันกลับบ้านต่อหน้าคนในออฟฟิศอีก พูดว่ากลับบ้านกันเถอะน่ะรู้มั้ยว่าคนเขาจะคิดยังไง มีหวังคิดว่าฉันอยู่บ้านเดียวกับคุณแน่ ๆ

          ตอนนี้ยังแต่อีกหน่อยก็ใช่ ผมว่าพลางสังเกตผิวแก้มใสเริ่มแดงเรื่อขึ้นอย่างครึ้มใจก่อนจะพูดจริงจัง คิดมากน่ะ สาว ๆ ชอบซุบซิบก็จริงแต่ไม่มีใครคิดแง่ร้าย เลิกใส่ใจเรื่องพวกนี้ได้แล้ว

          ผมวางมือบนศีรษะเล็ก โยกไปมา สิ่งที่ผมพูดมันคือวัฒนธรรมของ Heart Rhythm ที่นี่ทุกคนเป็นหนึ่งเดียว อยู่ร่วมกันฉันเพื่อนพี่น้องที่เมาท์เรื่องคนนั้นคนนี้เป็นไปอย่างเย้าแหย่มากกว่านินทาว่าร้าย อินรินทร์อยู่มาคงพอจะเห็นจริงถึงได้ไม่เถียงสักคำแต่ไม่วายหาเรื่องค่อน

          เลิกก็ได้ว่าแต่คุณเถอะข้าวบ้านไม่มีกินหรือไงถึงมาอาศัยบ้านฉันได้ทุกวี่ทุกวัน

          มี

          แล้วทำไมไม่ไปล่ะแม่ฉันต้องเหนื่อยทำกับข้าวเตรียมต้อนรับคุณทุกวันน่ะรู้บ้างมั้ย

          มีแต่อินรินทร์เดือดร้อนคนเดียว ผมไม่เห็นใครในบ้านรังเกียจเดียดฉันท์สักนิด ป๊าและคู่แฝดเข้ากับผมดีมากตามประสาผู้ชายด้วยกันส่วนแม่ก็ดูสนุกที่ได้คิดเมนูใหม่ ๆ ทำไว้รอท่าผมพร้อมกับให้เหตุผลว่า

        ลูกพวกนี้ลิ้นจรเข้ แม่ทำอะไรกินกันเฉยไม่เคยติชมสักคำสู้ต้นฝนไม่ได้แม่ทำอะไรก็บอกว่าอร่อย

          งั้นผมกลับก็ได้

          ลองหยั่งเชิง ดูซิคราวนี้จะใจร้ายไล่กันอีกหรือเปล่า ผมแกล้งหันหลังช้า ๆ เพื่อเหลือบตาดูอินรินทร์ก็เห็นยืนหน้าเสียเรียกเสียงอ่อย

          ค...พี่ต้นฝน ผมกลั้นยิ้ม หันกลับไปพร้อมเก๊กหน้าเคร่ง วันนี้มาแล้วก็กินข้าวก่อนสิ

          ไม่เป็นไร ผมรบกวนคุณมากไปแล้วนี่

          อีตาบ้า! อย่ามาแกล้งงอนเลยนะ ฉันให้วันนี้วันเดียวเท่านั้นแหละ

          จะว่างอนจริงก็ไม่ใช่แกล้งงอนก็ไม่เชิง

          หนูอิน คนรักษาฟอร์มที่กำลังเดินนำเข้าบ้านหยุดชะงัก ผมเอามือซุกกระเป๋าอยากให้หล่อนซึมซับคำพูดของผมไว้ทุกคำจึงสบตาหล่อนนิ่ง ไม่สงสัยเหรอว่าทำไมต้องทำอย่างนี้ ทำไมถึงต้องรับส่ง ทำไมถึงต้องขอกินข้าวด้วย ไม่อยากรู้เหตุผลสักนิดหรือครับ

          อาจเพราะคำถามมันให้คำตอบด้วยตัวเองหมดสิ้นแล้ว ดวงหน้าอินรินทร์เปลี่ยนเป็นสีชมพูเข้ม หลบสายตา

          ว่าไงครับ

          หล่อนมองผม คงข่มใจน่าดูถึงสบตากันตรง ๆ แบบนี้ได้

          ทำไม บอกมาสิ

          เพราะอยากอยู่ใกล้ ๆ อยากรู้จักหนูอินให้มากขึ้น และเพราะเวลาที่ผมมีความสุขที่สุดก็คือเวลาที่มีคุณอยู่ข้าง ๆ ยังไงล่ะ


.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,138 ความคิดเห็น

  1. #1117 saber (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2553 / 16:16
    หวานซะ มดขึ้นแล้ว
    #1,117
    0
  2. #1061 nunpanu (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2553 / 13:04
    ปากหวานนะค้า
    #1,061
    0
  3. #992 ๐MomonarA๐ (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2553 / 20:38

    หวานนนนนนนนนนนเกิ๊นนนนนนนนนนนนนนนน เขินนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

    #992
    0
  4. #913 Princess moon (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 7 กันยายน 2553 / 19:12
    กรี๊ดดดดดดดดดด =/////= พี่ต้นฝนน่ารักอ่ะ >< อิจฉาหนูอินอ่าาาา การี๊ดดดดด -////-
    #913
    0
  5. #847 nozomisan (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2553 / 23:45
    *O*
    =* v *=
    #847
    0
  6. #845 hatchi (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2553 / 18:14
    โฮกกกก ระดับน้ำตาลในเลือดคนอ่านขึ้นสูง ปี๊ป่อ ปี๊๊ป่ออ
    #845
    0
  7. #834 กางเกงยีนส์ขาสั้น ^^ (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2553 / 23:47
    >_____________________________<

    มดขึ้นๆๆ
    #834
    0
  8. #833 canim (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2553 / 18:44
    อ๊ายยยยยยยยยยยยย
    เขินนะเนี่ย
    ไรเตอร์เขียนมาได้ไงเนี่ย หวานน้ำตาลขึ้นจอเลย
    #833
    0
  9. #832 คนธรรมพ์ตัวจิ๋ว (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2553 / 14:06
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด



    นั่งอมยิ้มหน้าคอมเป็นคนบ้าอีกแย้ว เหอๆๆๆๆๆๆๆๆ (เค้าไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นหนูอินนะ แต่แบบว่าฟังแล้วเคลิ้มมมมม)
    #832
    0
  10. #831 NaVic (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2553 / 23:30
    เขินค่ะ หลงคิดว่าตัวเองเป็นหนูอิน
    #831
    0
  11. #829 namjai___-_ (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2553 / 17:57
    na rakk mak ka .....su su na ka
    #829
    0
  12. #822 กิ๊งก้อยแก้ว (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2553 / 14:20
    อ๊ายยยยยยยยยยยย รู้สึกว่าหน้าร้อน ตาร้อนไปหมดแล้ว
    #822
    0
  13. #821 ^moo^yui (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2553 / 13:50
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    เขินนนนนนนนนนนนนนนนนนน

    อ๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

    หวานมากไปแล้วววววววววววววววว
    #821
    0
  14. #820 N_นางมาร_N (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2553 / 10:21
     ++555+++

    เค้าเขินน่ะตัีวเอง


    หุหุ....สมมติว่าเป็นนู๋อิน
    #820
    0
  15. #818 นานะ (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2553 / 19:10
    น่ารักซะ
    #818
    0
  16. #817 a-lala-sorry (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2553 / 09:45
    พี่ต้นฝนน่ารักสุดๆ
    #817
    0
  17. #816 ม่านเมฆา (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2553 / 21:54

    พี่ต้นฝนน่ารักจังเลยค่า

    #816
    0
  18. #815 cha-mai (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2553 / 20:38
    กรี๊ด...พี่ต้นฝน อยากเป็นหนูอินจงเลยอ่ะ
    #815
    0
  19. #814 simonsea (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2553 / 20:12
    โอ๊ย หวานจิงจิงเลย แอบอิจฉานะเนี่ย
    #814
    0
  20. วันที่ 17 กรกฎาคม 2553 / 18:55
    บ้าีที่สุด พูดตรงอะไรขนาดนั้น
    เค้าเขินนะ
    #813
    0
  21. #812 ป้าหัวฟู (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2553 / 13:45
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    หวานมากไม่เกรงใจคนแก่เล้ย
    #812
    0
  22. #811 Chii_Elda (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2553 / 11:44

    โอ้ย  เขินแทนเลยวุ้ย

    #811
    0
  23. #810 kibkay (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2553 / 04:50
    ตอนที่พี่ต้นฝน พูดกะนู๋อินว่า "ไม่สงสัยเหรอว่าทำไมต้องทำอย่างนี้ ทำไมถึงต้องรับส่ง ทำไมถึงต้องขอข้าวกิน ไม่อยากรู้เหตุผลสักนิดหรือครับ" กิ๊บ กรี๊ดห้องแทบแตก แบบว่า โอ้ย !!!~ อิจฉาอยากมีคนมาพูดแบบเน้กับเรามั่งจังเยย
    #810
    0
  24. #809 Lek (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2553 / 01:17
    พี่เขียนสื่ออารมณ์ได้ดีมากเลยอะ แก้มหนูนี้แทบแดงเหมือนมะเขือเทศแล้วอะ



    น่ารักอะ อยากให้ตอนต่อไปมาไวๆๆจังเลยนะคะ
    #809
    0
  25. #808 XeNon_ParalleL (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2553 / 22:53
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด
    พี่ต้นฝนนี่ หวานได้ตลอดเลยนะเดี๋ยวนี้
    อ่านแล้วเขินแทน >_<
    #808
    0