เงื่อนรัก...เงื่อนหัวใจ

ตอนที่ 4 : นีนนารา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,029
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    24 มี.ค. 51






นี่!!!”

หญิงสาวเต้นเป็นเจ้าเข้า ถ้ามีขีปนาวุธจะยิงใส่ผู้ชายคนนี้ให้สิ้นซากแน่ ๆ

อัคนีถอนใจหลายทีซ้อนราวกับหมาหอบแดด ผู้หญิงขี้โวยวายกำลังทำเขาหัวปั่น แต่พอนึกย้อนทบทวน ก็เขานี่นะที่ดันปากมอมพูดออกไปแบบนั้น

ผมขอโทษ

- กึก -

สาวหน้าใสหยุดตีโพยตีพายกลบเกลื่อนความเขิน นี่เขาคงไม่รู้หรอกว่าใบหน้าแดงก่ำไม่ใช่เกิดเพราะโกรธ อายต่างหากหนักหนากว่า หญิงสาวแหงนคอให้พอกับส่วนสูงของอีกฝ่าย พอเขาพูดสุภาพมันช่างเข้ากับหน้าตาหล่อไม่บันยะบันยังนี่เหลือเกิน

ผมยาวปรกหน้าถูกสะบัดให้พ้นดวงตาทีหนึ่ง กิริยาง่าย ๆ นั้นยิ่งดูยิ่งเท่ห์ หากหญิงสาวก็รีบปัดมันทิ้งเพราะยังไม่ลืมข้อกังขาที่ว่า...เหตุไฉนตะขอชั้นในจึงหลุดอย่างนั้น

ผมมีงานต้องทำ เขาเอ่ยเสียงเรียบ หมุนกายเดินไปยังครัวเล็ก ๆ ในบริเวณใกล้เคียง เสียบปลั๊กเครื่องต้มกาแฟ หยิบแก้วเซรามิคออกจากตู้สองใบ คุณอาบน้ำก่อนค่อยไปก็ได้นะ รับรองผมไม่แอบดู

อื้อหือ ปาก

ขอบคุณค่ะ ถ้าสิ่งที่คุณเล่ามาเป็นความจริง ถือว่าคุณมีบุญคุณกับชั้นมาก น้ำเสียงสะบัดกำลังทำให้คนฟังรู้ว่าอย่างไรหล่อนก็ไม่เชื่อถือคำพูดเขา ชั้นรบกวนคุณมามากแล้ว คงต้องกลับเสียที

เฮ้ หนุ่มหล่อตะโกนเรียกคนเดินถึงประตู ชั้นน่ะชื่ออะไรครับ ผมว่าผมควรรู้ชื่อคุณไว้บ้างนะ

จำเป็นเหรอคะ

ดวงตาเย้ายวนมองอย่างท้าทาย

ชายหนุ่มต้องรีบเสมองอย่างอื่น นัยน์ตาสวยคู่นั้นอันตรายนัก มองครั้งไหนพาให้ใจสั่นทุกทีสิเล่า

ผมบอกคุณก่อนก็ได้ คนถามถอยให้ก้าวหนึ่ง ผม...อัคนี ทีนี้ตาคุณ

หญิงสาวยิ้มตายิบหยี ความเป็นมิตรจากชายหนุ่มช่วยผ่อนคลายความระแวงลง

นีนนาราค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะคุณอัคนี

 

พ้นจากคอนโดหรูกลางกรุงราคาคงสูงลิบลิ่วดังกล่าว นีนนาราพาร่างกระปลกกระเปลี้ยเพราะใจอันบอบช้ำกลับมายังคอนโดของตัวเองด้วยเวลาเกือบสองชั่วโมง พิษจราจรคงทำหล่อนหัวปั่นเหมือนทุกทีหากยามนี้หล่อนปล่อยใจ อิงศีรษะพิงขอบหน้าต่างรถเมล์ มองดูผู้คนสองข้างทาง ชายหญิงหลายคู่เดินเคียงข้างกัน มือต่อมือเกาะเกี่ยว

เมื่อหลายวันก่อน หล่อนยังมีความสุขแบบนั้น แต่วันนี้...ไม่มีแล้ว

ศัสตรา

เสียงหวานพึมพำชื่อหนึ่ง น้ำตาพาลไหลออกมาดื้อ ๆ ไม่สนว่าคนบนรถเมล์จะมองด้วยสายตาใคร่รู้เพียงใด

ความทรงจำหวนกลับสู่วันแรกพบกัน หล่อนและเขาต่างเป็นนายแบบนางแบบหน้าใหม่ที่รับงานถ่ายแบบตามนิตยสารหรือเดินแบบบ้างเป็นครั้งคราว

ศัสตราเป็นชายหนุ่มร่างสูง ผิวขาว หน้าตาหล่อตี๋สไตล์เกาหลีอย่างกำลังนิยมกันขณะนี้ เขาเป็นคนมีอัธยาศัยดีมากเรียกได้ว่าสามารถคุยกับทุกคนที่เพิ่งพบกันราวกับรู้จักกันมาร้อยปี นิสัยคุยสนุกเข้ากับคนง่ายทำให้หล่อนสนิทใจกับเขามากกว่าเพื่อนร่วมงานคนอื่น และดูท่าเขาก็สนใจหล่อนมากเกินเพื่อนตั้งแต่วันนั้น

สี่เดือนยาวนานเหมือนสี่ปี ศัสตราครอบครองหัวใจหล่อนหมดทุกอณูพื้นที่อย่างรวดเร็ว ความสัมพันธ์ก้าวกระโดดจากคนรู้จักเป็นคนรัก เขามาหาหล่อนแทบทุกวันราวกับเป็นเงาของกันและกัน

นีนนารากอดอกหนาวสั่นในอก โชคดีเท่าไหร่ที่ไม่ได้ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับคำหว่านล้อมแทบทุกครั้งยามอยู่กันตามลำพัง เขาพยายามรู้จักทั้งหมดของหล่อน

ทั้งหมด...ในร่างกาย

            นีนยังไม่พร้อม

            ดวงหน้าขาว ๆ แฝงอารมณ์ไม่พอใจ มันมากขึ้นทุกวันแต่หล่อนทำเป็นเฉย คิดว่าถ้าเขารักหล่อนจริงต้องยินยอมทะนุถนอมหล่อนไว้เพื่อเวลาอันเหมาะสม นับว่าความคิดนี้ถูกต้องเพราะคำตอบคือ

            ...ไม่เคยรัก...

            การทะเลาะกันรุนแรงครั้งล่าสุดจบลงด้วยเสียงประตูห้องหล่อนปิดดังปังราวกับบานประตูจะหลุดร่วงแหลกละเอียดลงกับพื้นคามือศัสตรา แอลกอฮอล์คงทำให้สติยับยั้งชายหนุ่มเคยสุภาพลดน้อยถอยลงเหลือแต่สันดานดิบของบุรุษเพศ

            ปัทโธ่โว้ย ไม่รู้จะหวงอะไรกันนักกันหนา!’

            เสียงคำรามสนั่นดังขึ้นในสมองราวกับเพิ่งสิ้นสุดลงเมื่อนาทีก่อน

            นีนนาราใช้หลังมือเช็ดน้ำตาแบบเด็ก ๆ ที่แท้ผู้ชายที่หล่อนรักเป็นคนแบบนี้ พอไม่ได้ดังใจก็สะบัดหนี แต่เพราะรักทำให้ผู้หญิงมองโลกในแง่ดีอย่างหล่อนตาบอดไม่เลิก อุตส่าห์ขอบคุณเขาในใจที่ไม่ใช้กำลังเอากับหล่อน

            หลังจากวันนั้น หล่อนพยายามโทร. หาทำทุกวิถีทางให้ได้ปรับความเข้าใจกัน ต้องมีสิหนทางที่เขาและหล่อนจะครองรักกันได้ต่อไปอย่างบริสุทธิ์ใจ สองวันก่อนจึงตัดสินใจไปหาเขา

            หน้าบานประตูอันคุ้นเคยมีรองเท้าชายหญิงวางคู่กัน มือเย็นอ่อนแรงเคาะเพียงสองสามครั้งชายหนุ่มร่างสูงก็เปิดประตู ผมเผ้ายุ่งเหยิง เหงื่อซึมพราวทั่วแผ่นอกเปลือย บนใบหน้าและข้างซอกคอเต็มไปด้วยรอยลิปสติก

            หัวใจหล่อนแตกสลายในพริบตาหนักหนาเกินกว่าหลอมขึ้นใหม่พร้อมคำถามเรียบ ๆ จากปากผู้ชายคนนั้น

            มาทำไม

            หมายความว่ายังไง

รู้ว่าโง่มากหากหล่อนยังกลั้นใจถาม

ริมฝีปากแดงตามธรรมชาติเหยียดเยาะ กวาดสายตามองเรือนร่างหล่อนขึ้น ๆ ลง ๆ

หวงตัวนักก็อยู่คนเดียวเถอะ

ศัตรา!’

หมดธุระแล้วก็ไปซะ ผมกำลัง...

...เจ็บจัง...

นี่เหรออกหัก นี่หรือความรัก ไม่ว่าเขาเลวร้ายแค่ไหน หรือต่อให้เป็นซาตานจากขุมนรก ถ้าลองมอบความรู้สึกชนิดนั้นให้แล้ว ยากไถ่ถอนคืน ยิ่งบอกตัวเองให้ลืม ๆ มันยิ่งจำ พอพร่ำพูดว่าเกลียดวันวานเก่า ๆ ยามหวานชื่นหวนให้รำลึก

สาวสวยร่างเล็กโผเผลงจากรถเมล์ คอนโดที่หล่อนเช่าอยู่ติดถนนใหญ่การเดินทางสะดวก แดดเปรี้ยงเปล่งรัศมีเริงแรงเหมือนต้องการจุดทุกสิ่งให้กลายเป็นไฟแม้แต่พื้นผิวถนนยังเห็นเป็นเงาละเลื่อม แต่นีนนาราไม่รู้สึก

            เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรงทางเข้าออกฉีกยิ้มทักทายเหมือนทุกทีแล้วทำหน้าเหลอเพราะหญิงสาวเดินเหม่อลอยผ่านไปราวร่างไร้วิญญาณ วูบหนึ่งนีนนารานึกถึงผู้ชายชื่ออัคนี ความกวนประสาทปากร้ายทำให้หล่อนลืมความเศร้าได้ชั่วขณะ แล้วเพียงแค่ก้าวเดียวที่ต้องอยู่ลำพังความเจ็บปวดจากอกหักรักสลายก็ทับถมลงมาในใจอีก    

            ห้องชุดตกแต่งหวานแหววตามสไตล์ผู้หญิง มีของกระจุกกระจิกโดยเฉพาะตุ๊กตาวางตามมุมต่าง ๆ เต็มไปหมด ล้วนอยู่ในสภาพเรียบร้อยผิดกับเจ้าของห้อง เสื้อผ้ายับยู่ยี่อวลกลิ่นแอลกอฮอล์ หน้าตาเปรอะเปื้อน ขอบตาบวมดูไม่ได้

            นีนนาราหยุดมองตัวเองในกระจกแล้วตะลึงอยู่หลายนาที รีบสาวเท้าเข้าห้องน้ำล้างหน้าเป็นการด่วน อาชีพของหล่อนจำเป็นต้องดูแลสุขภาพรูปลักษณ์เป็นพิเศษ จะโทรมไม่ได้สักนิดเลย น้ำสะอาดเย็นช่วยให้สดชื่นขึ้น สองแขนยันขอบอ่าง ชะโงกหน้าใกล้กระจกบานสวยแล้วย่นหัวคิ้ว...ริมฝีปากหล่อนบวมเห่อ

            เป็นอะไรเนี่ย

            พลิกหน้าซ้ายขวากี่ครั้งก็ยังคิดไม่ออกถึงสาเหตุหากจู่ ๆ เสียงห้าวของคนเพิ่งรู้จักกลับดังขึ้นคล้ายช่วยคลี่คลายคำตอบ

            คุณต่างหากที่ปล้ำจูบผมก่อน

            ไม่จริง! โกหก ๆ

            นางแบบสาวตะโกนลั่นห้องน้ำวักน้ำสาดกระจกราวกับมันเป็นผู้ชายชื่ออัคนี กระทั่งเหนื่อยอ่อน กายเปียกชุ่มด้วยฝีมือตัวเองค่อยเดินออกมาตั้งใจจะเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ ออกจากห้องเปิดหูเปิดตาให้ลืมทุกอย่าง แลจะพยายามลืม...ศัสตรา

            ประตูห้องนอนแง้มไว้นิด ๆ เรียกรอยสงสัยในหน่วยตาผู้เป็นเจ้าของ จำได้ว่าหล่อนล็อคห้องเรียบร้อยก่อนออกไปข้างนอก แล้วทำไม...

            นีนนาราเผ่นพรวดเข้าห้อง ข้าวของภายในกระจัดกระจายราวเกิดสงครามย่อย ๆ ลิ้นชักทุกชั้นเปิดค้างไว้อย่างไม่ไยดี หล่อนยืนแข็งทื่อลืมหายใจแทบหยุดงุนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า ขาเรียวค่อย ๆ ขยับพาร่างร้อนผ่าวด้วยความกังวลสุดขีดพุ่งไปยังลิ้นชักเก็บของมีค่าและเอกสารสำคัญ มือสั่นระริกกวาดสิ่งละอันพันละน้อยออกมาเรียงราย บางชิ้นแตกหักส่วนชิ้นอื่นเป็นแค่ของตั้งโชว์ราคาน้อยนิด นอกนั้น...เกลี้ยง!

            หญิงสาวทรุดฮวบนั่งแปะหมดสภาพ เงินสด ทอง บัญชีธนาคารที่มักเสียบบัตรเอทีเอ็มไว้ด้วยเนื่องจากมีนิสัยชอบช้อปปิ้งหล่อนจึงพยายามเอาบัตรเอทีเอ็มไว้ห่างตัวจะได้ช่วยประหยัดหากเจอของต้องใจแล้วเงินในกระเป๋าไม่พอ

            ดวงตาลอยกึ่งสติแตกกลอกไปมา สิ่งของในห้องด้านนอกไม่มีสิ่งใดสูญหายหรือเคลื่อนที่ ประตูห้องล็อคดีตามปกติ ยกเว้นห้องนี้ หญิงสาวกัดริมฝีปาก

            หล่อนนี่มันโง่จริง ๆ

            ยามรักก็รักจนไม่ลืมหูลืมตา ไว้เนื้อเชื่อใจอย่างไม่น่าให้อภัย มือสั่น ๆ กดโทรศัพท์หาเลขหมายอันคุ้นเคย กว่าปลายสายจะส่งเสียงตอบกลับน้ำตาก็ไหลลงมาอีกรอบ แล้วพอฝ่ายนั้นส่งเสียงหล่อนก็ปล่อยโฮอย่างสุดกลั้น

            เจ๊แบม นีน...นีนไม่เหลืออะไรแล้ว

            ว้ายตาย อะไรยะหล่อน ซ้อมบทละครหรือไง

            เสียงห้าวพยายามดัดให้แหลมวี้ดว้ายเย้าแหย่เพราะได้ข่าวว่าสาวน้อยนีนนารากำลังถูกทาบทามให้เป็นนักแสดงแม้ว่าเป็นบทตัวประกอบแต่ก็ถือเป็นบันไดขั้นสำคัญ

            นีนพูดจริง ๆ ไอ้ศัสมัน...มันเอาของมีค่านีนไปหมดเลย

            ตาบวมแต่เดิมยิ่งบวมเป่ง น้ำตาไหลบ่าราวก๊อกแตก

            ...ความรักมีไว้เพื่อเจ็บอย่างนี้เองน่ะหรือ...





เม้นท์ ๆ โหวต ๆ - โหวต ๆ เม้นท์ ๆ

- Mu se-
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,395 ความคิดเห็น

  1. #1547 pakarang (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2551 / 16:17
    เลวได้ใจจริง ๆ ผู้ชาย ....
    โชคดีนะ ยังมีผู้ชายดี ๆ เหลืออยู่ในโลก อย่างน้อย
    ก็พระเอกไง
    #1,547
    0
  2. #1546 ปุ้ม (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กันยายน 2551 / 12:58
    โดนมั่กๆค่ะ
    #1,546
    0
  3. #1545 พิชชาย์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กันยายน 2551 / 14:52
    สนุกดี เป็นกำลังใจให้นะ
    #1,545
    0
  4. #1544 เสี่ยวหลงเปา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กันยายน 2551 / 16:38
    น่าสงสารนางเอกจังเลย สมชื่อจริงๆเลย"ศัส"สมเป็นสัตว์จริงๆ ถือว่าทำทานแล้วกันนะหนูนินจ๋า
    #1,544
    0