ราคา ≠ มูลค่า

ตอนที่ 4 : Chapter 3 --- ❝ ปิญชาน์ ❞

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44,160
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,644 ครั้ง
    26 ก.พ. 61




Chapter 3


::

❝ ปิญชาน์ ❞

✂ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐













ปิญชาน์ แปลว่า ทองคำ
พี่ชายบอกเขาเสมอว่าความหมายของทองคำแท้จริงไม่ใช่ชื่อ
ไม่ใช่แม้แต่จำนวนทรัพย์ที่เขามี แต่คือปิญชาน์
คือตัวเขามาตลอด







นาฬิการ่างกายปลุกเขาตื่นขึ้นตอนตีห้าครึ่งเหมือนทุกๆ วัน

น้องคนเล็กของบ้านบิดเอวไปมาไล่ตัวขี้เกียจ เขาลุกจากเตียงเดินไปเข้าห้องน้ำและล้างหน้าแปรงฟัน
ติดนิสัยไม่อาบน้ำตอนเช้ามาตั้งแต่เด็ก จำได้ว่าเถียงกับพี่ชายประจำเพราะเขารู้สึกว่าก่อนนอนก็เพิ่งอาบ
อาบเสร็จก็ขึ้นเตียงแล้วนอนเลย ไม่ได้ไปสกปรกที่ไหนสักหน่อย

อาบทำไมให้เปลืองน้ำเล่า

คนเข้าข้างตัวเองส่ายหน้าไปมา เปลี่ยนชุดนักเรียนแล้วเปิดประตูออกไปข้างนอก เห็นพี่ชายเดินเข้าบ้านมาพอดี

“อ้าว ไปไหนมาอะพี่เชนทร์”

คเชนทร์ยิ้ม ชูถุงพลาสติกในมือขึ้น “ซื้อหมูปิ้งให้ชาน์ไง”

“โหย เดี๋ยวชาน์ก็ไปหาไรกินเองนั่นแหละ”

“ชอบไม่ใช่หรือไง เห็นบ่นว่าร้านนี้คนเยอะแล้วก็ตัดใจไม่กินทุกที”

คนชอบกินหมูปิ้งยิ้มกว้าง “ขอบคุณครับ”

คเชนทร์ส่งถุงให้น้องชาย “เดี๋ยวไปเรียนเลยใช่ไหม”

“ครับ พี่เชนทร์จะไปทำงานหรือยัง”

“เดี๋ยวไปแล้ว วันนี้พี่น่าจะกลับดึกหน่อยนะ ต้องไปดูความเรียบร้อยที่งาน อาจจะเช้าเลยด้วย”

“โอเค เดินทางดีๆ นะครับ”

“ปิดบ้านดีๆ ด้วยนะชาน์ อย่าลืมกุญแจบ้านอีกล่ะ”

“รู้แล้วน่า ไม่ลืมแล้ว” คนเด็กกว่ามุ่ยหน้า ล้อไม่เลิกเลยเรื่องนี้

ปิญชาน์มองพี่ชายตัวเองโบกมือแล้วเดินออกจากบ้านไป มีคนบอกบ่อยๆ ว่าเขาทั้งสองคนเป็นพี่น้องที่ไม่เหมือนกันเสียเลย
คเชนทร์ตาเฉี่ยวแหลม ผิวแทนและตัวใหญ่ กล้ามเยอะเพราะยกของหนักบ่อย
ต่างกันกับปิญชาน์ที่ตากลมโต ผิวคล้ำแดดบ้างเล็กน้อยประสาเด็ก แต่พอยืนกับพี่ทีไรก็ดูขาวขึ้นมาเสียอย่างนั้น

เขาสวมรองเท้าผ้าใบสีดำ เคาะปลายเท้าเล็กน้อยให้ส้นเข้าที่ หยิบหมูปิ้งมาคาบหนึ่งไม้ แล้วล็อกประตู
บ้านที่เขาอยู่ตอนนี้เป็นบ้านเช่าชั้นเดียว เปิดเข้ามาจะเจอพื้นที่นั่งเล่นเล็กๆ มีห้องนอนสองห้องประกบซ้ายขวา
ห้องน้ำข้างนอกหนึ่ง ข้างๆ ห้องน้ำเป็นประตูเปิดไปหลังบ้าน มีเคาน์เตอร์ครัว กับลานซักล้าง

ซอยเข้าออกก็เล็กจนรถสวนกันไม่ได้ โชคดีที่ไม่ได้มีเข้ามาบ่อย
แต่ถ้าวันไหนบังเอิญมีรถเข้าออกพร้อมกันทีนึงก็จะถอยหลังยาววุ่นวาย

เขามองนั่นมองนี่ไปเรื่อย มือซ้ายถือถุงข้าวเหนียว มือขวาถือไม้หมูปิ้ง ร้านชำซ้ายมือเยื้องกับร้านตัดผมเริ่มตั้งร้านแล้ว
ทำให้รู้ได้ทันทีว่าตอนนี้ใกล้จะหกโมงครึ่ง เพราะป้าเจ้าของแกเปิดร้านตรงเวลาแทบทุกวัน
โรงเรียนเข้าเจ็ดโมงสามสิบ แต่เขาต้องตื่นตีห้า เพราะกว่าจะเดินเท้าออกจากซอยที่โคตรลึกแล้ว
ยังต้องไปยืนรอรถเมล์ที่ชั่วโมงนึงจะมีมาสักคันและดันตัวเองเบียดคนขึ้นเพื่อไปเข้าเรียนให้ทันเวลา

กว่าจะถึงประตูโรงเรียนช่วงแรกๆ เขาแทบหมดแรง แต่พอผ่านมาหลายปีร่างกายก็เริ่มชิน
ขึ้นรถลงเรืออัดกับคนเยอะๆ ได้สบาย แน่นเป็นปลากระป๋องก็ยังไหว
เทียบกับเงินที่พี่ชายหามาอย่างยากลำบากด้วยน้ำพักน้ำแรงเพื่อส่งเขาเรียนแล้วล่ะก็ ทุกอย่างที่ทำอยู่มันเบาไปเลย



“ทำการบ้านอังกฤษมายังวะชาน์” ไอ้กล้า เพื่อนสนิทในกลุ่มเอ่ยปากขึ้นทันทีที่เขาทิ้งก้นนั่งลงบนม้าหินใต้ต้นก้ามปู ที่ประจำของพวกเขาตั้งแต่เข้าโรงเรียนมา จนปีสุดท้ายในรั้วมัธยมก็ยังมารากงอกกันตรงนี้ทั้งก่อนเข้าแถว พักเที่ยง และเลิกเรียน

“ทำแล้วดิ”

“เร็วตลอด”

“เออ มันแค่หน้าเดียวเองปะ นั่งทำระหว่างรอลูกค้าหลังร้านยังทันเลย”

“เชี่ย กูยังไม่แตะ” คนผิวเข้มเกาหัวตัวเองไปมา “เมื่อคืนแม่งติดพันไปหน่อย”

“เล่นเกมอีกอะดิ”

“เออ เกมที่เพิ่งโหลดมาเมื่อวันก่อนนั่นแหละ พวกห้องสองแม่งชวน ไม่เล่นก็จะเสียหมา”

ปิญชาน์หัวเราะ เขาไม่มีเกมอะไรพวกนั้นเล่นหรอก ถ้าไม่ทำการบ้านมาก็คือลูกค้าเยอะต้องทำงานจนไม่มีเวลามากกว่า

“เอามาลอกหน่อยสิครับท่านชาน์”

คนทำการบ้านเสร็จทีได้เลื่อนขั้นเป็นท่านหัวเราะ “เรื่อง”

“โธ่ เดี๋ยวเลี้ยงน้ำแก้วนึง”

ปิญชาน์ส่ายหน้า “จะลอกก็ลอก อยู่ในกระเป๋า”

ได้ยินแบบนั้นคนที่เพิ่งติดสินบนก็ยิ้มร่า เอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าเป้ของเพื่อนสนิทมาเปิดหยิบเอาสมุดเล่มบางสีฟ้าขึ้นมาทันที

“แล้วนี่ไอ้ตองไปไหน”

“หนามบาส”

“เล่นบาสแต่เช้าอีกแล้วไอ้นี่”

“เปล่าหรอก มันไปเฝ้าสาว”

“เฝ้าสาวที่สนามบาส?” ไปหลงสาวนักกีฬาห้องไหนกันรอบนี้ คิดภาพไม่ออกเลย

“เปล่าๆ” กล้าเอ่ยปาก มือก็ลอกการบ้านยิกๆ “กลุ่มน้องจูน ม.4 อะมึง ที่นั่งอยู่โต๊ะข้างประตูสนามบาส”

“อ๋อ หมวยๆ อะนะ”

“นั่นแหละ”

“ไม่เห็นรู้ว่ามันเลิกคุยกับฝ้ายห้องเจ็ดแล้ว”

“เลิกคุยเมื่อวาน มันบอกว่าคุยไม่รู้เรื่อง”

“คุยมาได้ตั้งสองเดือน เพิ่งไม่รู้เรื่องเหรอวะ”

“เออ ชวนมันคุยแต่ละครหลังข่าว ทนไม่ไหวบอกเลิกเขาไปเมื่อวาน”

ปิญชาน์หัวเราะกับเหตุผลของการเลิกกันที่ดูเล็กน้อย

แต่ก็นะ อาจจะยิ่งใหญ่สำหรับตองเพื่อนเขาก็ได้

“เออ เย็นนี้พวกห้องไอ้เป้ห้องสี่มันชวนไปกินหมูทะหลังโรงเรียน ไปปะ”

“คงไม่ได้อะ”

“ทำไมวะ วันนี้มึงไม่มีงานตอนเย็นไม่ใช่เหรอ” กล้าเงยหน้าขึ้นมองเพื่อน “มึงเริ่มงานตั้งทุ่ม กินสักชั่วโมงค่อยไปดิ”

“กูหางานเพิ่มแล้วว่ะ”

ได้ยินแบบนั้นลูกคนมีเงินที่ไม่เคยลำบากก็ตาโต “หาเพิ่มอีกแล้ว มึงจะขยันไปไหนวะ เหนื่อยตายห่า”

ปิญชาน์ยิ้มรับ ไม่ได้อธิบายอะไรต่อ ก็ใครจะไปกล้าบอกล่ะว่าเพิ่งสร้างหนี้มาเพราะไปทำโทรศัพท์คนอื่นหน้าจอแตก
ขนาดพี่ชายแท้ๆ เขายังไม่กล้าเล่าเลย

ไม่อยากให้พี่มีภาระเพิ่มอีก

สร้างเองก็ต้องแก้เอง

“เออน่า ไม่เหนื่อยหรอก”

“เออๆ ไว้คราวหน้าก็ได้”

ปิญชาน์พยักหน้า มองเพื่อนสนิทที่เร่งมือลอกงานเงียบๆ

เขารู้ดีว่าคราวหน้าไม่มีทางมาถึงในเร็ววันนี้หรอก
เพราะตั้งแต่รู้จักกันมาแทบนับได้เลยว่าเขาตกปากรับคำไปเที่ยวเล่นด้วยกี่ครั้ง
แต่จะทำยังไงได้ คนเราเกิดมามีไม่เท่ากัน

‘ถึงเราจะไม่มีเงิน ไม่มีบ้าน และไม่มีพ่อแม่เหมือนคนอื่น แต่เรื่องพวกนี้ไม่ใช่ข้ออ้างในการไม่รับผิดชอบ ไม่ใช่เหตุผลสำหรับการขอความเห็นใจหรือเรียกร้องอะไรจากใคร’

‘เรามีมือมีเท้า มีอวัยวะครบสามสิบสองเหมือนคนทั่วไป เราทำทุกอย่างได้เท่าๆ กับคนอื่น เข้าใจไหมชาน์’


พี่ชายของเขาพูดถูก มันเป็นจริงแบบนั้นเสมอ

ถ้ามีน้อยกว่าก็ต้องพยายามให้มากกว่า


มันก็เท่านั้นเอง













✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗













หลังเลิกเรียนปิญชาน์ตรงออกจากโรงเรียนขึ้นรถเมล์ไปที่มหา‘ลัยดังย่านกลางเมือง
หลังจากเกิดเรื่องเขาก็ถามพี่ที่รู้จักว่ามีงานอะไรแนะนำบ้างไหม อีกฝ่ายให้มาหาอาจารย์แฟชั่นที่คณะศิลปกรรม
ได้ยินแบบนั้นแล้วคนอยากเรียนดีไซน์ก็หูตั้ง รีบขอบคุณแล้วตกลงแทบไม่ทัน

มาถึงที่หมายนักเรียนสายศิลป์ก็ตรงไปห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดไปรเวท ปกติเวลาไปทำงานเขาจะเปลี่ยนชุดก่อนทุกครั้ง
การใส่ชุดนักเรียนทำงานคงไม่ดีเท่าไหร่ เสร็จเรียบร้อยเขาก็ขึ้นรถบัสของมหา‘ลัยตามคำบอกของพี่นักศึกษาที่เดินเจอ
ลงจากรถเมื่อเห็นป้ายคณะศิลปกรรมตั้งเด่นอยู่ข้างบันได ติดต่อแลกบัตรที่ยามแล้วเดินขึ้นไปชั้นสาม
ตรงไปห้องด้านในสุดเห็นเขียนว่าอาจารย์แฟชั่นก็เคาะประตู ก่อนจะโผล่หน้าเข้าไปเมื่อได้ยินเสียงอนุญาต

“มาหาอาจารย์วิมลครับ”

“อ้าว” ในห้องมีผู้หญิงที่ดูจากสายตาแล้วไม่น่าเกินสามสิบกลางๆ นั่งอยู่เพียงคนเดียว อีกฝ่ายหันมามองปิญชาน์แล้วเลิกคิ้วเหมือนประหลาดใจก่อนจะลุกขึ้นยืนเดินเข้ามาใกล้ เธอผมน้ำตาลอ่อนมัดเป็นหางม้า ใส่เสื้อสูทพอดีตัว กับกางเกงขายาวทรงกระบอก ส้นสูงหลายนิ้วดูเปรี้ยวสมกับภาควิชา “ปิญชาน์ใช่ไหม”

“ครับ ผมปิญชาน์ น้องของพี่ยุทธ”

“ยุทธโทรมาบอกแล้วล่ะ” อาจารย์วิมลยิ้มบาง “มานั่งก่อนมา คุยกันก่อนว่าเราทำอะไรได้บ้าง”

ปิญชาน์พยักหน้าอย่างกระตือรือร้น เดินตามไปนั่งที่โต๊ะกลมด้านในกับอาจารย์สาว

“เราเรียนอยู่ม.6ใช่ไหม” อีกฝ่ายเริ่มถามหลังจากนั่งเรียบร้อยแล้ว

“ครับ”

“สายอะไร”

“ศิลป์คำนวณครับ”

“เหรอ อยากเรียนคณะอะไรล่ะ คิดแล้วหรือยัง”

คนถูกถามพยักหน้าอย่างไม่ลังเล เขาคิดไว้นานมากแล้ว

“อยากเรียนแฟชั่นดีไซน์ครับ”

อาจารย์วิมลยิ้ม “จริงเหรอ”

“ครับ”

“แปลกนะ ตั้งแต่อาจารย์สอนมามีผู้ชายอยากเรียนแฟชั่นน้อยมากๆ”

“ผมชอบวาดรูปครับ แล้วสักวันก็อยากออกแบบชุดเอง” อยากให้คนที่เขารักได้ใส่เสื้อที่เขาออกแบบ คิดทุกอย่าง ทำทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง

“แล้วติวถึงไหนแล้ว สอบตรงกลางปีหน้าแล้วนะ”

“ผมไม่ได้ติวหรอกครับ ใช้วิธีศึกษาเอาจากรุ่นพี่ที่รู้จัก ฝึกวาดๆ ตามไป” ปิญชาน์ยิ้มแห้ง “พวกค่าคอร์สเรียนมันค่อนข้างแพง ผมคิดว่าพยายามเองก็น่าจะพอไหว”

อาจารย์สาวเลิกคิ้ว มองหน้าหนุ่มน้อยแล้วนิ่งคิดไป

ยังเด็กอยู่แท้ๆ แต่คำพูดคำจาดูเหมือนผ่านอะไรมาเยอะกว่าผู้ใหญ่บางคนเสียอีก ท่าทางและการวางตัวก็ดูน่ารัก

แบบนี้ล่ะมั้งที่เรียกว่าน่าเอ็นดู ไม่เหมือนพวกลูกศิษย์ตัวแสบของเธอเลยสักนิด

“มาทำอาทิตย์ละสามวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เราเลิกเรียนแล้วก็ตรงมาที่ห้องนี้นะ เวลาเลิกจะอยู่ที่ประมาณหกโมงใช่ไหม ตามที่ยุทธบอก”

เด็กหนุ่มพยักหน้า “ครับ พอดีว่าผมมีทำงานต่ออีกที่ตอนทุ่มนึง นั่งรถเมล์ไปประมาณชั่วโมง”

“ทำงานต่ออีกเหรอ”

“ครับ”

“เหนื่อยแย่เลยนะ” เธอผ่อนลมหายใจออก “แต่มาช่วยงานอาจารย์ก็ดีแล้ว จะได้เรียนรู้ไปด้วย เห็นงานเยอะๆ จะได้ซึมซับ มีอะไรก็ปรึกษาอาจารย์ได้”

ปิญชาน์เม้มปาก รู้สึกโชคดีเหลือเกินที่ทำโทรศัพท์คนนั้นพัง เลยได้มาเจออาจารย์วิมล

โชคดีจริงๆ

“ขอบคุณมากเลยนะครับ ผมจะตั้งใจช่วยอาจารย์เต็มที่เลยครับ”

“ขอบใจมากจ้ะ” เธอยิ้ม “งานอาจารย์ก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่ช่วยจัดเอกสาร เคลียร์แฟ้มงาน คีย์คะแนน ไม่ได้ยากแต่อาจจะเยอะสักหน่อย”

“ได้เลยครับ”

“หลังเสร็จงานแล้ว ถ้าอยากจะเอางานรุ่นพี่ที่เรียนอยู่หรือข้อสอบเก่าๆ มานั่งศึกษาก็ตามสบายเลย มีอะไรให้ช่วยดูก็ได้ตลอด จนกว่าจะกลับนั่นแหละ”

“ได้เหรอครับ” ปิญชาน์ถามกลับ ตาลุกวาว

“ได้สิ ส่วนมากตึกที่ติวสอบเข้าก็ใช้ข้อสอบเก่าๆ จากมหา‘ลัยนี่แหละ พวกนักศึกษาที่ไปเป็นพี่ติวก็เอาออกไปแชร์กัน ไม่ผิดอะไร”

“ขอบคุณมากเลยนะครับ”

อาจารย์วิมลพยักหน้ารับ

ทั้งที่แค่จะแบ่งข้อสอบเก่าๆ ให้ศึกษาเท่านั้นเองแต่กลับดูดีใจได้ขนาดนี้
ย้อนกลับไปคิดถึงลูกตัวเองที่มีทุกอย่างป้อนให้ถึงปาก ทั้งที่พูดอยากเรียนเองแท้ๆ
แต่พอถึงทีจริงดันทำหน้าเหมือนถูกบังคับให้เรียนแล้วคนละเรื่องเลย

เธอมองเด็กมัธยมตรงหน้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างมีความสุขแล้วก็ยิ้มบาง

สู้เขานะลูก

รางวัลมักจะเป็นของคนที่พยายามเสมอ






ปิญชาน์เดินอารมณ์ดีลงมาจากตึก ดูเวลาแล้วยังไม่ห้าโมงเลย
จากที่ตอนแรกจะตรงขึ้นรถบัสแล้วไปรอรถเมล์ที่หน้ามหา‘ลัยเลย ก็เปลี่ยนใจเดินแทน
จะได้ถือโอกาสดูสถานที่รอบๆ ด้วย เผื่ออนาคตฝันจะเป็นจริงได้มาเรียนที่นี่

เขาเดินมาเรื่อยๆ ตามฟุตปาธ บรรยากาศร่มรื่น ต้นไม้เยอะทำให้ไม่ร้อน
ถ้าเรียนที่นี่เขาก็อยากจะเก็บเงินซื้อจักรยานเพราะมันไม่ได้ไกลจากบ้านเช่าเท่าไหร่ พอจะปั่นได้
แม้จะเหนื่อยสักหน่อยแต่พี่เชนทร์จะให้ไหมก็อีกเรื่อง ปิญชาน์ยกมือเกาขมับตัวเอง เขินหน่อยๆ ที่ถูกมองบ่อย
เพราะเหมือนว่าเวลานี้จะเลิกเรียนกันเกือบทุกคณะ เด็กอย่างเขาใส่ชุดนอกมาเดินแบบนี้ก็คงตกเป็นเป้าสายตาอยู่แล้ว

“อ๊ะ!” ปิญชาน์หลุดร้องตอนเดินชนกับใครสักคน เพราะมัวแต่เขินจนลืมตัวก้มหน้านี่แหละ “ขอโทษครับ”

“…”

คนที่จับหน้าผากตัวเองเพราะถูกกระแทกเบิกตากว้างเล็กน้อย “คุณ...”

อีกฝ่ายมองเขานิ่ง “มาทำอะไร”

“มาทำธุระ” ปิญชาน์ตอบกลับ สบตากับเจ้าหนี้ตัวเองอย่างประหลาดใจ “คุณเรียนที่นี่เหรอ”

“อืม”

“งั้นผมขอตัวก่อน...”

“จะไปไหน”

ประโยคคำถามนั้นรั้งคนที่กำลังจะเลี่ยงออกไปไว้ เด็กมัธยมเลิกคิ้วขึ้น สบตากับคนที่ยังหน้านิ่งไม่เปลี่ยนตั้งแต่เจอกันครั้งแรก

“เดินไปขึ้นรถเมล์หน้ามหา‘ลัย” ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่หางเสียงหายไป

“ไปด้วยกัน รถจอดอยู่หลังตึก”

“เอ๊ะ ไม่ต้องก็ได้”

“จะไปทำงานไม่ใช่เหรอ”

ปิญชาน์ย่นหัวคิ้ว มองหน้าสงสัย อีกฝ่ายรู้ได้ยังไง

“วันนี้วันธรรมดา”


‘ทำงานที่นี่ทุกวันเลยเหรอ’

‘เฉพาะวันธรรมดา’



บทสนทนาเดิมถูกเรียกใช้งานอีกครั้ง คนที่ลืมสนิททั้งที่เคยท้วงเขาไว้เกาหัวตัวเองแกรกๆ


“เดี๋ยวไปส่ง”

“ไปส่งผม?”

“ใช่”

“เพื่ออะไรอะ” รู้จักกันเหรอก็ไม่ขนาดนั้น

“คอนโดเพื่อนอยู่แถวนั้น จะแวะไป” คนโตกว่าเอ่ยปาก “มีเพื่อนอีกคนไปด้วย ไม่ต้องกลัว”

เกี่ยวตรงไหนวะ จะไปกี่คนก็แปลกหน้าทั้งนั้นไหมล่ะ!

“ตามมาสิ”

ปิญชาน์อ้าปากเล็กน้อยอย่างเหลือเชื่อตอนที่อีกฝ่ายเดินนำไปก้าวนึงแล้วหันมาพยักหน้าพลางเอ่ยคำสั่งกระชับใจความ
แต่ในเมื่อคุณเจ้าหนี้เขาพูดขนาดนั้นแล้ว ประหยัดค่ารถเมล์ไปได้ก็ดีเหมือน

ทางเดียวกันไปด้วยกัน same way let's go together.

รักษ์โลกเนอะ







เพื่อนเขาดูจะแปลกใจอยู่มากตอนเห็นเด็กผู้ชายไม่คุ้นหน้านั่งอยู่เบาะหลัง

“สวัสดีครับ” ปิญชาน์ยกมือไหว้อย่างเด็กมารยาทดี “ผมปิญชาน์”

“อ้อ” มาร์คพยักหน้ารับ ส่งเสียงอ้อไปทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเข้าใจกว่าเดิมตรงไหน “พี่ชื่อมาร์คนะ เพื่อนเอเชีย”

“ครับ”

“แล้วเรา...”

ปิญชาน์ยิ้มแห้งตอนอีกฝ่ายเกริ่นเหมือนอยากให้อธิบายต่อ

ก็เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรแนะนำตัวเองในฐานะอะไร น้องก็ไม่ใช่ คนรู้จักก็ไม่เชิง จะบอกลูกหนี้ก็กลัวว่าจะต้องอธิบายกันยาว

“ญาติเหรอวะ” เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มคงไม่มีคำตอบให้ มาร์คก็หันมาถามเอเชียที่กำลังเคลื่อนรถออกจากที่จอดใต้ต้นไม้

“เปล่า”

“แล้วใครอะ”

“รุ่นน้อง มีธุระนิดหน่อย”

“เออๆ” มาร์คพยักหน้า เล่นพูดคำว่าธุระออกมาก็ไม่กล้าถามต่อแล้ว เขาเอี้ยวตัวหันกลับไปหาน้องที่นั่งอยู่เบาะหลัง “ว่าแต่ปิญชาน์เรียนอยู่ชั้นอะไรแล้วอะ ยังไม่ขึ้นมหา‘ลัยใช่ไหม”

“เรียกชาน์ก็ได้ครับ ผมอยู่ม.6”

“เอ้ย ปีสุดท้ายแล้วนี่ โรงเรียนอะไรถามได้ปะ”

“วิทยโยธินครับ”

“ก็ไม่ไกลจากนี้นี่น่า”

เด็กหนุ่มคิดในใจว่าควรถามกลับไปบ้างไหม ในเมื่อคู่สนทนาเล่นถามเสียเยอะแบบนี้

“พี่เรียนคณะอะไรเหรอครับ”

“บริหารอะ”

“อ๋อ”

“แล้วคิดยังจะเข้ามหา‘ลัยไหน”

“เล็งมหา‘ลัยนี้ กับPSUไว้ครับ”

“จริงปะ คณะไร”

“ศิลปกรรมครับ”

“สู้ๆ นะ เผื่อได้มาเป็นรุ่นน้องมหา‘ลัย” มาร์คยิ้มกว้าง “แต่ถึงตอนนั้นพี่คงจบแล้ว”

ปิญชาน์พยักหน้า เขาเพิ่งรู้ก็ตอนนี้ว่าเอเชียอยู่ปีสี่แล้ว







“ใจมากที่มาส่ง” มาร์คปลดเข็มขัดนิรภัยออก เอ่ยปากกับเจ้าของรถเมื่อถึงที่หมาย ก่อนจะหันไปหาคนที่นั่งอยู่เบาะหลัง “ไปก่อนนะน้องชาน์ ไว้เจอกันใหม่”

“สวัสดีครับพี่มาร์ค”

มาร์คยิ้มรับ เปิดประตูลงจากรถแล้วโบกมือให้ เอเชียพยักหน้ารอจนประตูปิดสนิทก็หันไปหาปิญชาน์

“มานั่งหน้า”

ได้ยินแบบนั้นอีกคนก็สะดุ้งเล็กน้อย รีบย้ายที่อย่างรวดเร็ว เกือบเสียมารยาทแล้วไหมล่ะ “ขอโทษทีครับ” เจ้าตัวเอ่ยปากเมื่อเปลี่ยนมานั่งข้างคนขับแล้ว

เอเชียพยักหน้า หยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างพวงมาลัยเมื่อมีสายเรียกเข้า
ดูไม่นานก็วางลงตรงที่วางแก้วที่คั่นอยู่ระหว่างตัวเองกับข้างคนขับ ปิญชาน์เหลือบตามอง

เปลี่ยนเครื่องใหม่เร็วสุดๆ เลยแฮะ

“เข้างานกี่โมง” เอเชียถาม

“ทุ่มนึงครับ”

ตอนนี้เพิ่งห้าโมงครึ่ง

“อีกชั่วโมงกว่า”

“เดี๋ยวผมไปหาที่นั่งรอแถวนั้นก็ได้ครับ”

เอเชีย เหลือบตามองคนข้างๆ “แวะห้างก่อน หิวข้าว”

“หมายถึงยังไง” คือให้เขาแวะด้วยงี้เหรอ

“อืม”

“งั้นผมขอลงหน้าห้างนะ”

“เข้าไปกินด้วยกันนั่นแหละ”

“ไม่ดีกว่าครับ” ดูจากที่ผ่านมาแล้วเขาคงไม่มีปัญญากินข้าวร้านเดียวกันหรอก

“เดี๋ยวเลี้ยง”

คนเด็กกว่าหัวคิ้วกระตุก เขาไม่ชอบเอาเสียเลย พูดขึ้นมาโต้งๆ แบบนี้เพราะอะไร
หน้าเขาดูไม่มีปัญญาจ่ายขนาดนั้นเลย ถึงมันจะเป็นความจริงก็เถอะ แต่ไม่ใช่เรื่องต้องมาเลี้ยงสักหน่อย

“ไม่เป็นไรครับ”

“ทำไม”

“ผมไม่สะดวกใจ”

“ไม่สะดวกใจอะไร แค่กินข้าว”

“ไม่มีความจำเป็นให้คุณมาเลี้ยงเลย”

“ก็บอกว่าหิวข้าวไง ไปกินด้วยกันมันจะยากอะไร”

“ถ้างั้นไปกินร้านที่ผมบอกไหมล่ะ”

เอเชียเลิกคิ้วขึ้นข้างนึง เหลือบตามองอีกฝ่าย “ที่ไหน’

“ก่อนถึงมีก๋วยเตี๋ยวอยู่เจ้านึง อร่อย”

“...”

“แต่ไม่รู้คุณจะกินได้หรือเปล่า”

เอเชียขมวดคิ้ว ภาพเมนูอาหารญี่ปุ่นร้านประจำสลายไปทันทีเมื่อได้ยินประโยคไม่เข้าหู

“กินได้”

“…”

“บอกทางแล้วกัน”












to be continued...

เอเชียคนเดิม เพิ่มเติมคือรักษ์โลก ฮาาา




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.644K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,276 ความคิดเห็น

  1. #4249 Choo_only (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 20:45
    เอเชียไม่ได้รักษ์โลก แต่รักน้องคนนั้น
    #4,249
    0
  2. #4239 similunkh (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 08:02
    คุณพี่จะกินเด็กเหรอค้าาาา
    #4,239
    0
  3. #4227 Wiwha (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 20:01
    คุณพี่ต้องหัดติดดินบ้างนะ จะได้เข้ากันได้ อิอิ
    #4,227
    0
  4. #4214 peerawatakarawan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 20:10
    น่ารักจัง ขนาดยังไม่จีบนะเนี้ย
    #4,214
    0
  5. #4202 PNBMteera (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 02:27
    แหนะๆ อยากินข้าวกับเขาอะดี๊
    #4,202
    0
  6. #4186 YWDF (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 09:47
    ็เงี้ยแหละ ก็เงี้ยอ่ะ 55555555555
    #4,186
    0
  7. #4162 Micky Petch (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 16:03
    เนี่ย อยากอยู่กับเขาก็บอก
    #4,162
    0
  8. #4154 pilin/พิลิน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 19:26
    ปินชาน์ อ่านว่า ปิน-ชา นะคะ
    #4,154
    0
  9. #4141 tt1122 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 15:15
    ปินชาน์ ออกเสียงเป็น ชา หรือชานคะ
    #4,141
    0
  10. #4133 nooriin_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 17:17
    พี่เอเชียเริ่มสนใจน้อนแล้วสิคะ
    #4,133
    0
  11. #4086 matchaoreo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 03:59

    งุ้ยย น่ารักอ่าาาา

    #4,086
    0
  12. #4082 ApingaSilatarat (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 11:42
    โอ้ย น่ารัก
    #4,082
    0
  13. #4023 Spices_smile (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 22:03
    พ่อก็เนียนมากอยู่นะ
    #4,023
    0
  14. #3998 Phichamon_2006 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 16:34
    เอเชียยย5555555
    #3,998
    0
  15. #3936 pommys (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 10:26
    เอเชียเป็นคนแบบซึนๆ
    #3,936
    0
  16. #3922 NJ NK (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 21:26
    กลัยมาอ่านอีกก็เอ็นดูน้องเหมือนเดิมมมมมม
    #3,922
    0
  17. #3878 galaxysecret🌈🌈 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:24
    สู้ๆนะคะน้องชาน์
    #3,878
    0
  18. #3778 rattanalak44 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 17:40
    คนละชั้นกันเลยอ่ะ...สนุกมากฏ
    #3,778
    0
  19. #3750 chaaimmeme (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 00:08
    น้องน่าเอ็นดู
    #3,750
    0
  20. #3726 mileyduchess (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 20:58
    น้องชาน์เป็นเด็กดีจังเลยลูก นี่ว่าคุณเอเชียคงไม่ชินกับนิสัยน้องแน่เลย เพราะปกติคนรอบตัวมีแต่คนเกาะเป็นปลิง แต่กับน้องชาน์แบบไม่ใช่เลย
    #3,726
    0
  21. #3688 jjtk (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 18:12
    พี่ชายน้องสอนดีมากๆน้องเลยเป็นเด้กดีแบบนี้สินะ
    #3,688
    0
  22. #3662 333Soraa333 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 23:21
    ชอบคำพูดพี่ชายมากเลย ดีมากๆปีะทับใจ
    #3,662
    0
  23. #3585 Jady_PC (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 00:37
    พี่เชนทร์สอนน้องมาดีมาก
    #3,585
    0
  24. #3558 หูยไรอ่ะ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 21:55
    เอเชียย น้องคนนี้แหละใช่เลย จัดไป!
    #3,558
    0
  25. #3513 cutieyou (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 13:05
    น้องน่ารักมากๆ เลยค่ะ พี่ชายก็สอนมาดีมากๆ อ่านแล้วอยากหอมหัวน้อง เอ็นดู
    #3,513
    0