ราคา ≠ มูลค่า

ตอนที่ 5 : Chapter 4 --- ❝ ความเผ็ดไม่ใช่รสชาติ ❞

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43,143
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,096 ครั้ง
    27 ก.ค. 61



Chapter 4


::

❝ ความเผ็ดไม่ใช่รสชาติ ❞


✂ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐










คนเรากินเผ็ดได้ไม่เท่ากัน เพราะทนกับระดับความเจ็บปวดได้ต่างกัน
คล้ายกันกับความรัก










ไหนบอกกินได้ไง...


ปิญชาน์กลั้นยิ้มตอนมองอีกฝ่ายสูดลมเข้าด้วยปากที่บวมแดงจากความเผ็ด แล้วใครใช้ให้วางท่าพูดแบบนั้นกับเขาล่ะ


‘ผมเอา เส้นเล็กหมูแซ่บต้มยำครับ’

‘…’

‘คุณเอาอะไร’

‘…เอาเหมือนคุณ’



ไม่เคยเข้าร้านแบบนี้ สั่งไม่เป็น ไม่รู้เมนู หรืออะไรก็ถามสิ กินเผ็ดไม่ได้แล้วยังดันทุรังสั่งเหมือนกันอีก

คนเด็กกว่าส่ายหน้าตอนเอื้อมมือไปหยิบน้ำมาเปิดเป็นขวดที่สาม เดี่ยวได้เข้าห้องน้ำถี่แน่ๆ กินเข้าไปเยอะขนาดนี้

“ข้างหน้ามีเซเว่น เดี๋ยวกินเสร็จไปซื้อนมนะครับ”

“อิ่มแล้ว”

ชัวร์เหอะ อิ่มน้ำอะสิ “กินแล้วจะได้หายเผ็ด”

“...” คนตัวโตเงียบไป จะบอกว่าไม่เผ็ดก็คงไม่ทันแล้ว

ปิญชาน์มองคนที่ยังคงปากแดงแจ๋เพราะพริกต้มยำแล้วก็สงสาร เอาจริงแล้วเขาก็รู้แก่ใจด้วยแหละว่าอีกฝ่ายกินเผ็ดไม่ได้
ที่ไม่ท้วงนี่ไม่ได้อยากแกล้งอะไรขนาดนั้นหรอก แต่ก็ยอมรับว่าหมั่นไส้นิดๆ

เฮ้อ...

ปิญชาน์ยกมือขึ้น เด็กเสิร์ฟก็เดินมาหา เขาคิดจะสั่งของหวานเมนูเด็ดประจำร้านให้อีกฝ่ายเป็นการไถ่โทษ คงแทนนมได้แหละมั้ง “บัวลอยไข่หวานสองที่ครับ”

เอเชียหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดปาก หัวคิ้วย่นเหมือนขัดใจ
จนกระทั่งถ้วยแก้วที่มีบัวลอยหลากสีเม็ดเล็กกับ ไข่หวานเนื้อนวลราดด้วยน้ำกะทิมาวางตรงหน้าก็เลิกคิ้วขึ้น

เห็นแววตาสงสัยแบบนั้นแล้วก็อดขำไม่ได้

“ผมสั่งมาให้ เจ้านี้อร่อยมาก โชคดีเรามาเร็วคนยังไม่เยอะ ปกติเลยหัวค่ำไปแป๊บเดียวก็หมดหม้อแล้วนะ”

“…”

“อร่อยจริงๆ ไม่ได้หลอก”

เอเชียลังเล แต่ไม่นานก็ยอมหยิบช้อนขึ้น เขี่ยๆ บัวลอยไปมาก่อนจะตักเข้าปากสองสามลูกแล้วเลิกคิ้วขึ้นข้างนึง

“อร่อยใช่ไหม” ปิญชาน์ที่สังเกตอาการของอีกฝ่ายอยู่เอ่ยปากถาม เขาหัวเราะทั้งที่เจ้าตัวยังไม่ตอบ

ไม่ต้องถามแล้วมั้ง

ตักเข้าปากไม่หยุดแบบนี้









“ทั้งหมดร้อยสามสิบ” เด็กเสิร์ฟใช้นิ้วนับจานแล้วคิดในใจก่อนจะบอกราคา

ปิญชาน์หันไปเห็นคนตรงข้ามกำลังหยิบแบงค์พันออกจากกระเป๋าเงินแล้วก็ชะงัก

‘ผมไม่เก็บเงินทอน’

ประโยคที่เคยได้ยินดังขึ้นเหมือนหนังเล่นซ้ำ

คนเด็กกว่าก็รีบหยิบแบงค์ร้อยหนึ่งใบกับแบงค์ยี่สิบสองใบส่งให้คนเก็บเงินก่อนทันที “นี่ครับ”

“รอสักครู่นะครับ” ฝ่ายนั้นรับเงินไป แล้วเดินไปที่ลิ้นชักเพื่อหยิบเงินทอนมาส่งให้ “ขอบคุณมากครับ”

ปิญชาน์ผงกหัว รับเงินมาใส่กระเป๋าแล้วหันไปสบตากับคนที่ยังจับแบงค์สีเทาค้างแล้วทำหน้างง เกิดมาเพิ่งมีคนเลี้ยงข้าวก็ครั้งนี้

“จ่ายให้ทำไม”

“ก็คุณเล่นจะใช้แบงค์พันจ่าย มันแค่ร้อยสามสิบ”

“แล้วทำไม”

“ก็คุณไม่เก็บเงินทอนไม่ใช่เหรอ บ้าอะไรไม่รู้”

เอเชียเลิกคิ้ว หยุดคิดไปนิดก่อนจะอมยิ้ม ทำให้คนมองถึงกับระแวง

อยู่ๆ ยิ้มอะไรขึ้นมา

“งั้นคุณเอาแบงค์พันของผมไป”

“ผมมีเงินไม่พอทอนคุณหรอกครับ ไว้คราวหน้าคุณค่อยให้ผมแล้วกัน” ปิญชาน์เอ่ยปาก “แล้วเดี๋ยวผมเดินไปเองก็ได้ สองป้ายรถเมล์เอง”

“เดี๋ยวไปส่ง”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ขี้เกียจขึ้นรถแล้ว” นั่งรถหรูแบบนี้ไม่สะดวกใจเท่าไหร่

“แค่ขึ้นไปนั่ง เดี๋ยวขับไปส่ง”

“ผมเดินแล้วสบายใจกว่า”

“ยังไง” เจ้าของรถถึงกับขมวดคิ้ว รถเขานั่งแล้วไม่สบายยังไง “คันนี้ขับนิ่มมากแล้วนะ”

“ไม่เกี่ยวหรอก ผมไม่ชินเอง ไปก่อนนะครับ สิ้นเดือนผมจะรีบเอาเงินมาคืน”

เมื่ออีกฝ่ายยืนยันแบบนั้น เอเชียก็พยักหน้ารับ แล้วเดินอ้อมไปขึ้นรถ
เหลือบตามองคนที่เริ่มเดินไปตามฟุตปาธแล้วยิ่งไม่เข้าใจ จะเดินไปให้ลำบากทำไม แต่ก็ช่างเถอะ

คิดแล้วเขาก็กดปุ่มสตาร์ทเครื่องแล้วขับแซงเด็กรั้นนั่นไป







“ไงคุณชาย”

ชายหนุ่มตัวสูงย้อมผมสีบลอนด์เทาโผล่หน้าออกมาหลังประตู ยิ้มมุมปากเมื่อสบตาคนมาเยือน

“ไง”

“ไม่ได้เจอนานยังเหมือนเดิม”

“แล้วจะให้มีอะไรเปลี่ยนล่ะ”

กุมภาหัวเราะ ขยับให้เพื่อนสนิทเดินเข้ามาด้านใน มองตามอีกฝ่ายที่ตรงไปนั่งที่โซฟา “ว่าแต่มาช้าจังวะ ไหนมึงไลน์บอกกูว่าเลิกตั้งแต่สี่โมง”

“มีไรไปทำนิดหน่อย”

“ก็นึกว่ากรุงเทพฯรถติดหนักกว่าเดิมอีก”

“ก็เดิมๆ”

“เออ รองเท้ามึงอยู่หน้าทีวีอะ ของมึงสองคู่ ของไอ้โทนี่สองคู่ หยิบถุงไหนก็ได้เหมือนกัน”

“อ่าฮะ เดี๋ยวโอนเงินให้ บัญชีเดิม?”

“เออ เมื่อไหรก็ได้ ไม่รีบ”

“เอามือถือไปโอนเองเลยแล้วกัน” เอเชียว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์เครื่องใหม่ส่งให้ “รหัสโทรศัพท์1234 รหัสโอนเงิน 123456”

กุมภาส่ายหน้า รหัสมักง่ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน “ความยากของรหัสกับจำนวนเงินในบัญชีไม่ไปด้วยกันเลย” เขารับมือถือมา เดี๋ยวจะเปลี่ยนรหัสให้ อย่างน้อยเป็นวันเกิดก็ยังดีวะ

ตึ๊ง!

กุมภาเลิกคิ้วเมื่อมีแจ้งเตือนข้อความเด้งขึ้นมา นิ้วโป้งไปกดเปิดพอดี

‘ชำระ 41,400บ บัตร X-47X2@PARAGON 18:12น’

แจ้งเตือนใช้บัตรเครดิต?

เขาเอียงคอ เหลือบตามองเจ้าของโทรศัพท์ที่กำลังหยิบขนมบนโต๊ะแกะกินแล้วขมวดคิ้ว ก็ในเมื่อมันนั่งอยู่นี่ แล้วบัตรจะรูดได้ไง

ใครรูดวะ

“เอเชีย บัตรเครดิตมึงอยู่ที่ใคร”

“ใบไหน”

“ทุกใบ”

“อยู่กับกู” เจ้าตัวเว้นจังหวะ กลืนขนมลงคอ “มีใบนึงอยู่กับนา”

“นา? ใครวะ”

“คนที่คุยอยู่”

“นี่มึงให้บัตรเขาไว้เลยเหรอ”

“ใช่ ทำไม”

“ก็เหี้ยแล้ว วงเงินบัตรแต่ละใบมึงน้อยที่ไหน”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า”

“เป็นสิวะ”

ตึ๊ง!


เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์เครื่องเดิมเรียกความสนใจจากกุมภาอีกครั้ง เขาก้มลงมองแล้วยิ่งหงุดหงิด

‘ชำระ 36,050บ บัตร X-47X2@PARAGON 18:34น’

จะช็อปแม่งวันเดียวครึ่งล้านเลยไหมล่ะ!

“มึงไปเอาบัตรคืนเลยไอ้สัด”

“แค่ใบเดียว”

“ใบเดียวก็ไม่ได้ กูเคยเตือนมึงแล้วนะ เพื่อนมึงก็เหมือนกันเลิกเลี้ยงแม่งทุกอย่างได้แล้ว”

“มันเสียหายตรงไหน”

“เสียเงินไปเป็นล้านแล้ว”

“มีก็ใช้ เก็บไว้ทำไม”

กุมภาหัวร้อน แต่ไม่อยากโวยใส่เพื่อนนัก นิสัยนี้แก้ไม่เคยหาย บ่นให้ปากฉีกก็เหมือนเดิม “มึงนี่แม่ง”

พ่อแม่เขาเป็นเพื่อนกัน ทำธุรกิจด้วยกันอยู่อย่างสองอย่าง ไม่เถียงว่าเป็นลูกคนมีเงินทั้งคู่ รวมถึงโทนี่ด้วย
เรียกได้เลยว่าคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดกันทั้งนั้น อยากได้อะไรไม่เคยไม่ได้ ใช้เงินกันไม่คิด

แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่เคยโยนไปให้คนอื่นใช้ด้วยขนาดนี้ เงินตัวเองก็ใช้เองสิวะ ถึงจะมีเยอะแค่ไหนก็เถอะ

“มึงมันไม่เห็นค่าของเงิน”

“ทำไมจะไม่เห็น” เอเชียเอียงคอ “ก็เอาค่าของมันไปแลกของมานั่นไง”

“แล้วมึงได้อะไรมาบ้างล่ะ”

“มีเงินอยากได้อะไรก็ได้ทุกอย่างนั่นแหละ”

“แล้ววันนึงมึงจะรู้”

หนุ่มผมบลอนด์ถอนหายใจ รู้ว่าพูดไปก็ไม่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง แต่เห็นทีไรก็อดพูดไม่ได้

“ว่าเงินซื้อไม่ได้ทุกอย่าง”

“อืม กูรอ”

ก็เห็นซื้อได้ทุกอย่าง ซื้อได้มาตลอด แค่มีเงิน อย่างอื่นก็ไม่จำเป็น

‘วันเกิดปีนี้แม่ไม่ว่างอยู่ด้วย เอเชียจัดปาร์ตี้ที่บ้านแล้วชวนเพื่อนมานะคะ’

‘อยากได้รถรุ่นไหนบอกเลขาพ่อไว้ ของขวัญสอบติด’

‘อยากได้อะไรซื้อได้เต็มที่เลยนะลูก’

‘ของขวัญเปิดดูในบัญชี’


ไม่จำเป็นเลย













✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗













ปิญชาน์กลับมาถึงบ้านเกือบเที่ยงคืน กะเสิร์ฟที่ร้านข้าวต้มโต้รุ่งของเขาเลิกห้าทุ่ม ความจริงอยากทำหลายชั่วโมงกว่านี้
แต่เพราะว่าการเรียนก็สำคัญ นอนวันละห้าหกชั่วโมงก็แทบจะไม่พอแล้ว

“อ้าวพี่เชนทร์” วันนี้กลับก่อนแฮะ

“กลับมาแล้วเหรอตัวแสบ หิวไหม”

“กินมาเรียบร้อยแล้วครับ” โชคดีที่เจ๊เจ้าของร้านข้าวต้มแกใจดี เป็นคนรู้จักของเพื่อนที่โรงเรียน เลยรักเขาเหมือนลูกเหมือนหลาน ได้กินข้าวฟรีประจำ “พี่เชนทร์มาถึงนานแล้วเหรอ”

“ชั่วโมงนึงได้ วันนี้เคลียร์งานเสร็จเร็ว”

“ไปอาบน้ำนอนสิครับ พรุ่งนี้ต้องตื่นตีสี่ไม่ใช่เหรอ”

“พรุ่งนี้ชาน์เลิกเรียนกี่โมง”

“ชาน์ทำงาน เลิกปกตินะ”

“โทรไปลาหยุดสักวันไหม”

“ทำไมอะพี่”

คเชนทร์ยิ้มบาง น้องชายคนเก่งของเขาลืมวันสำคัญอีกแล้ว
เจ้าตัวหันมองนาฬิกาข้างผนังที่ได้จากการจับสลากปีใหม่ที่ออฟฟิศปีก่อน เข็มยาวมาทับเข็มสั้นที่เลขสิบสองพอดี

“สุขสันต์วันเกิดครบสิบเจ็ดปีนะชาน์”

ปิญชาน์เลิกคิ้ว มองพี่ชายตาค้างไปอึดใจก่อนจะหัวเราะร่า “โอ๊ย ลืมสนิทเลย”

“โทรไปลาเจ๊แกนะ พี่จะพาไปกินข้าว”

“โหย ไม่เป็นไรหรอกพี่เชนทร์ วันธรรมดานั่นแหละ”

“ไปเถอะน่า พรุ่งนี้พี่เลิกเร็วด้วย เดี๋ยวชวนผิงไปด้วยกัน”

“พี่ผิงกลับมาจากภูเก็ตแล้วเหรอ”

“กำลังเดินทางอยู่ บอกว่าจะถึงหกโมงเช้า”

“แล้วพี่เชนทร์ไปรับไหม”

“รับได้ยังไงล่ะ ต้องทำงานนี่นา”

“เดี๋ยวก็โดนแฟนทิ้งหรอก”

คเชนทร์ส่ายหน้ายิ้มๆ “เป็นแฟนคนจนต้องทนหน่อยน้อง”

“พี่นี้ไม่มีเงินทอง”

น้องชายเล่นด้วยแบบนี้ก็ยิ่งขำ “ตกลงไปนะ”

“อืมมม” โทรไปลาเจ๊หลี่ก็ได้ แต่ขอไปช่วยอาจารย์หน่อยเถอะนะ อย่างน้อยก็ยังได้เงิน “งั้นสักหกโมงครึ่งได้ไหม”

“ทำไมเลิกช้าจัง”

“เผื่อไปกินขนมกับเพื่อนก่อนไง”

“อ๋อ โอเค” คเชนทร์ยิ้มรับ ดีใจที่น้องพูดถึงเพื่อน เขาอยากให้ปิญชาน์มีเพื่อนเยอะๆ มีเวลาเที่ยวสนุกเหมือนเด็กทั่วไป “แล้วเงินพอไหม เอาเงินไปกินอะไรอร่อยๆ กับเพื่อน” พูดพลางขยับตัวจะล้วงหยิบเงิน

“ไม่เป็นไรพี่เชนทร์ ชาน์มีเงินอยู่”

“หืม เราเพิ่งจ่ายค่าอุปกรณ์ทำรายงานไปไม่ใช่เหรอ” ตั้งแต่ขึ้นมัธยม นอกจากเงินค่าขนมรายวัน กับค่าเทอมที่เขาต้องดูแล น้องชายคนดีก็ไม่เคยขอเงินเพิ่มอีกเลย

“ยังมีเหลืออยู่ พี่เชนทร์ไม่ต้องเป็นห่วง”

คเชนทร์พรูลมหายใจออก พยักหน้า “งั้นไปอาบน้ำนอนไป เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปเรียนไม่ไหว”

“พี่เชนทร์ด้วย”

“รู้แล้วน่า พรุ่งนี้หกโมงครึ่งไปหาพี่ที่ทำงานแล้วกันนะ”

ปิญชาน์ตะเบ๊ะรับ “ได้เลย”

“ฝันดีนะ”

“ฝันดีครับ”

“ชาน์”

เสียงเรียกชื่อของพี่ทำให้ปิญชาน์ชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวไปทางห้องนอนตัวเอง แล้วเอี้ยวตัวกลับมาอีกครั้งพลางเลิกคิ้วเป็นการตอบรับ

“ขอบคุณนะที่เกิดมา”

ปิญชาน์ยิ้มกว้าง พยักหน้าอย่างมีความสุข “ขอบคุณเหมือนกันที่เกิดมารอชาน์”

คเชนทร์หัวเราะเบาๆ มองรอยยิ้มของน้องชาย แล้วรอส่งอีกฝ่ายเดินหายเข้าห้องไป
เขาทรุดตัวนั่งลงโซฟาหนังสีดำที่เริ่มถลอกบาดขาแล้วหยิบกระเป๋าเงินขึ้นมา
ดึงเอาแบงค์พันที่อยู่ด้านในสอดลงไปในซองจดหมายสีขาวที่วางเตรียมไว้
พลิกด้านหลังแล้วคว้าเอาดินสอไม้ที่กลิ้งไปมาอยู่บนโต๊ะมาเขียน

‘ซื้อของที่อยากได้นะ’


คเชนทร์มองตัวอักษรที่ตัวเองเขียนเรียงต่อกันเป็นประโยคพลางอมยิ้ม ทั้งที่รู้แก่ใจว่าคนที่ได้รับคงไม่ทำตาม

คเชนทร์ถอนหายใจ

“ทำตัวให้เหมือนเด็กวัยเดียวกันบ้างนะชาน์”

เขาจะได้รู้สึกสักทีว่าตัวเองดูแลน้องชายที่รัก ดูแลครอบครัวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่...ได้อย่างดีแล้วจริงๆ






สาวน้อยผมยาวมัดหางม้าด้านหลังผูกด้วยโบสีน้ำเงินดูอ่อนหวานสมวัย
ใบหน้าก้มลงเล็กน้อยตอนที่ของขวัญกล่องเล็กสีชมพูดถูกยื่นออกมาด้วยมือทั้งสองขาง
พวงแก้มขาวแต้มสีระเรื่อจางๆ ริมฝีปากสีธรรมชาติเป็นมันวาววับเหมือนถูกเคลือบด้วยลิปมัน
ตามประสาเด็กมัธยมที่อยากจะสวยต่อหน้าคนที่ชอบ

ปิญชาน์ทำหน้าฉงนตอนที่มองตามโบสีหวานบนกล่องของขวัญที่ปลิวไปมาเพราะแรงลม

“ให้เรา?”

“อื้ม” เธอพยักหน้าเหมือนเด็ก

“เอ่อ...”

คนไม่รู้จักให้ของขวัญเรา

ไม่ใช่เพราะมารยาท แต่เป็นเพราะ...

“สุขสันต์วันเกิดนะ”

ปิญชาน์ยิ้ม เขาไม่รู้จักเธอ พอๆ กับที่ไม่รู้จักความรัก รู้เพียงแค่อยากรักใครสักคนให้ดีเหมือนที่พี่เชนทร์รักพี่ผิง

หากแต่คงไม่ใช่เวลานี้

“ขอบคุณมากนะ”

“อื้ม มีความสุขมากๆ นะ”

“ขอบคุณอีกครั้งนะ” เขารับมาถือ “เธอชื่อ...”

“เค้าชื่ออิง อยู่ห้องเก้า”

“โอเค ขอบคุณนะอิง” เขาพูดขอบคุณเป็นครั้งที่สาม แต่ความเกรงใจก็ยังไม่น้อยลง

“ไม่เป็นไรเลย หวังว่าจะชอบนะ”

ปิญชาน์ยิ้มบาง พยักหน้าลงเล็กน้อย มองเธอเม้มปากด้วยความขัดเขิน ก่อนที่อีกฝ่ายจะบอกลาแล้วหมุนตัวเดินจากไปเร็วๆ

เขาเดินกลับมาที่ห้อง ไม่วายโดนเพื่อนสนิทในกลุ่มหรี่ตามองแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มกันใหญ่

“ฮั่นเหนาะ กลับมาพร้อมของขวัญว่ะ” กล้าเป็นคนเริ่ม “สีชมพูซะโด้ยยยย”

“เออออ อะไรๆ ก็สีชมพู” ตองเสริม แล้วหันไปหาคนข้างๆ “ไอ้แว่น เอาไม้บรรทัดมายืมดิ๊”

“เลอะเทอะจริงพวกมึง”

“กูบอกให้เลิกเรียกกูแว่นไงไอ้สัด” โอม เพื่อนในกลุ่มอีกคนหันไปส่งไม้บรรทัดให้ตองพลางเอ่ยปากด่า

“ก็มึงใส่แว่น”

“เดี๋ยวกูเอาแว่นตีหน้ามึง” โอมแยกเขี้ยวใส่คนล้อก่อนหันมาถามปิญชาน์ “แล้วใครให้มาอะมึง ใช่น้อยหน่าห้องสองปะ ที่ตอนนั้นเอาคุกกี้วิชาคหกรรมมาให้”

กล้าหัวเราะ “ไอ้ที่แข็งจนไอ้ชาน์ปวดฟันอะนะ”

ปิญชาน์ส่ายหน้า “อย่าพูดน่า เดี๋ยวน้อยหน่าได้ยินแล้วเสียใจ” ถึงจะแข็งยังไง เขาก็ดูออกว่าเธอตั้งใจทำแค่ไหน “อร่อยดี”

“ยังจะอร่อยอีก” กล้าส่ายหน้าตาม “คนดีจริงๆ”

“ชู่” ปิญชาน์เอากล่องของขวัญใส่เป้ พลางส่งเสียงเตือนเพื่อน “ครูมาแล้ว เรียนก่อน”

“เออ เรียนก่อน” ได้ยินแบบนั้นแล้วโอม เด็กเรียนประจำกลุ่มก็รีบเอ่ยปากเห็นด้วย แต่เหมือนอีกสองคนจะไม่ให้ความร่วมมือเพราะทันทีที่คนอื่นๆ หยิบหนังสือบทเรียนขึ้นมาเตรียมตัว ตองกับกล้าก็จับโทรศัพท์มือถือมากดเข้าเกมกันเรียบร้อย







ปิญชาน์ชอบมาช่วยงานอาจารย์วิมล

มันยิ่งทำให้รู้ว่าเขาอยากเรียนคณะนี้มากแค่ไหน

“งั้นผมกลับแล้วนะครับอาจารย์”

“จ้ะ วันนี้ขอบใจมากนะ”

“วันศุกร์เลิกแล้วผมจะรีบมานะครับ” ปิญชาน์ยิ้ม พุ่มมือไหว้ “สวัสดีครับ”

อาจารย์วิมลยิ้มเอ็นดู รับไหว้ แล้วมองอีกฝ่ายเปิดประตูออกจากห้องไป

ปิญชาน์เดินลงบันไดมาถึงชั้นล่าง ดูเวลาในมือถือเครื่องเล็กแล้วคำนวณในใจ นั่งรถเมล์สองต่อน่าจะดีกว่า นั่งมอไซค์ไม่น่าคุ้ม

เขาเดินออกจากคณะตรงไปเรื่อยๆ เห็นป้ายบริหารอยู่ไกลๆ
เผลอคิดถึงคนที่เพิ่งรู้เมื่อวันก่อนว่าเรียนคณะนี้แล้วก็ส่ายหน้า แบบฉบับของลูกคนรวยที่แท้จริง

“น้องชาน์!”

ปิญชาน์สะดุ้งตอนที่มีเสียงตะโกนเรียกชื่อเขาดังขึ้น หันมองซ้ายขวาก่อนจะสบตาเข้ากับเพื่อนของคนที่เพิ่งนินทาไปในใจ “พี่มาร์ค”

เจ้าของชื่อเดินเร็วๆ เข้ามาหา “เจอกันอีกแล้ว มาหาไอ้เอเชียเหรอ”

“อ่า เปล่าหรอกครับ”

“มันอยู่ใต้ตึกคณะอะ ไปเจอปะ วันนี้พวกพี่จะไปฉลองกัน ไปด้วยกันสิ”

“เอ่อ...”

“ไปเถอะ เอเชียเลี้ยงหมดเลย”

ปิญชาน์เลิกคิ้วขึ้น ทำไมต้องเลี้ยงหมดด้วย วันเกิดเหรอ เกิดวันเดียวกับเขา?

“วันเกิดเหรอครับ”

“หืม” อีกฝ่ายครางเสียง ทำสีหน้าไม่เข้าใจ

“ก็เลี้ยงฉลองวันเกิดเขาเหรอครับ”

“อ๋อ ฉลองส่งงานน่ะ” มาร์คหัวเราะ “หาเรื่องกินกันก็ว่าได้”

“แล้วเขาจะเลี้ยงผมทำไมล่ะครับ ไม่ได้เกี่ยวด้วยสักหน่อย”

“ไม่ต้องเกรงใจหรอกน่า มันก็เลี้ยงทุกคนทุกมื้อเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เราก็รู้จักมันไม่ใช่เหรอ”

“…”

“ไปนะ”

“พอดีผมมีนัดแล้วน่ะครับ ขอบคุณมากเลยนะครับที่ชวน”

“เสียดายเลย งั้นไว้คราวหน้าละกันนะ”

ปิญชาน์พยักหน้า “งั้นผมไปก่อนนะครับ”

เขาเดินหลบออกมา ขมวดคิ้วอย่างไม่รู้ตัว หงุดหงิดยังไงไม่รู้ คนเราจะเที่ยวเลี้ยงคนอื่นจนเป็นเรื่องปกติได้ด้วยเหรอ
จะมีเงินได้ก็ต้องทำงานไม่ใช่หรือไง เงินที่เขาใช้อยู่ก็ต้องมีคนหามาให้
ใช้ฟุ่มเฟือยเองก็ว่าไม่ดีแล้ว เล่นให้คนอื่นใช้ไปทั่วแบบนี้ก็แย่ใหญ่สิ



.

.

.



“สุขสันต์วันเกิดนะน้องชาน์ มีความสุขมากๆ นะครับ”

“ขอบคุณมากเลยนะครับพี่ผิง”

“ยินดีมากเลยครับ กินเค้กให้หมดด้วยนะ”

หญิงสาวผิวแทนตัวเล็ก ใบหน้ามีกระเล็กน้อยเหมือนคนโดนแดดมาก
เอ่ยปากอย่างอารมณ์ดี ตากลมหรี่เล็กลงตอนขยับมุมปากยกขึ้น

เธอเรียกเขาว่าน้องชาน์ และพูดครับด้วยเหมือนเขาเป็นเด็กตัวเล็ก

“เดี๋ยวชาน์จะกินคนเดียวให้หมดเลย ไม่แบ่งพี่เชนทร์ด้วย”

คนถูกพาดพิงหัวเราะ “เอ้า ไม่แบ่งพี่สักนิดเหรอ นี่แฟนพี่ทำนะ”

“ของขวัญของชาน์นี่”

ผิงหัวเราะตาม เอื้อมมือไปจับแขนคนรัก “เชนท์อย่าไปแย่งน้องสิ ไว้เดี๋ยวผิงทำมาให้ใหม่ก็ได้”

ปิญชาน์มองพี่ชายตัวเองอ้อนแฟนแล้วอมยิ้ม ก้มลงมองเค้กช็อกโกแลตก้อนเล็ก
ที่มีคำอวยพรน่ารักเขียนอยู่ด้านบน ก่อนจะแอบมองคนที่เพิ่งตีแขนคเชนทร์เบาๆ

พี่ผิงไม่ใช่คนสวยจนต้องเหลียวหลัง แต่มีรอยยิ้มน่ามองที่สุดเท่าที่เคยเห็น

“น้องชาน์ กินเยอะๆ นะ” ผิงเอื้อมมือไปตักเนื้อปลาทอดใส่จานให้เจ้าของวันเกิด

ปิญชาน์ผงกหัวขอบคุณแล้วตักข้าวเข้าปาก

ร้านที่มากินป็นร้านอาหารเล็กๆ ไม่ใหญ่มาก ราคาไม่ได้แรงขนาดนั้น
แค่พวกเขาไม่สามารถมากินได้เป็นประจำ เลยมักจะมาในวันสำคัญหรือวันพิเศษ
ซึ่งต้องสั่งปลากระพงทอดน้ำปลาทุกครั้ง เป็นเมนูโปรดของสองพี่น้อง
และเมื่อคเชนทร์คบกับผิง จากที่เคยมากันแค่สองคนก็กลายเป็นสาม อบอุ่นขึ้นกว่าเดิมอีก

วันเกิดเขาไม่ได้ต้องการอะไรมาก แค่มื้ออาหารง่ายๆ กับคนที่รัก แค่นี้ก็พอแล้ว

“กินบ้างเถอะผิง มัวแต่ตักให้ผมกับชาน์อยู่นั่นแหละ” คเชนทร์เอ่ยปากด้วยรอยยิ้ม ตักกับข้าวหลายอย่างใส่จานให้คนรัก แล้วดึงจมูกเธอเบาๆ อย่างรักใคร่

ปิญชาน์มองภาพตรงหน้าแล้วแอบยิ้ม ถ้าหากมีคนถามว่าคู่รักที่น่ารักที่สุดในความคิดคุณคือใคร

เขาคงตอบได้ทันทีโดยไม่ต้องคิดเลย







“ขอบคุณที่มาส่งนะสองหนุ่ม” ผิงยิ้มกว้างตอนที่เดินมาถึงรั้วบ้าน หลังลงจากรถเมล์ที่หน้าปากซอย

“เข้าบ้านแล้วล็อกประตูดีๆ นะ” เสียงของพี่ชายเขาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด

“จ้า กลับกันดีๆ นะ” หญิงสาวหันไปหาปิญชาน์ “สุขสันต์วันเกิดอีกครั้งนะครับน้องชาน์”

“ขอบคุณพี่ผิงอีกครั้งเหมือนกันครับ”

เธอลูบหัวน้องด้วยความเอ็นดู หยิกแก้มอีกทีก่อนจะหันหลังเดินเข้าบ้าน

“ปะ” คเชนทร์เอ่ยปาก แตะไหล่น้องเบาๆ

เขาสองคนเดินเคียงกันออกจากซอย แสงไฟริมทางส่องลงพื้นเป็นระยะ พักหลังมาเขาไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับพี่ชายมากเท่าไหร่
การที่ได้มาเดินกลับบ้านด้วยกันแบบนี้ก็ทำให้คิดถึงตอนที่อีกฝ่ายยังไปรับไปส่งเขาหลังเลิกเรียนทุกเย็นอยู่

“พี่เชนทร์”

“หืม” ชายหนุ่มหันมาส่งยิ้มให้

“มีความสุขหรือเปล่า”

“อะไรเนี่ย” เขาหัวเราะ “พี่ต้องเป็นคนถามสิ วันนี้วันเกิดชาน์นะ”

“ชาน์ไม่ได้หมายถึงวันนี้วันเดียวสักหน่อย”

“อืมมม” คเชนทร์ทำท่าคิด ก่อนจะหลุดหัวเราะ “แค่มีชาน์ พี่ก็มีความสุขแล้ว”

“ปากหวาน” ปิญชาน์ยิ้มมุมปาก “ไม่มีชื่อพี่ผิง เดี๋ยวก็ฟ้องเลย”

“เป็นเด็กขี้ฟ้องตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ไม่รู้แหละ”

“ทั้งชาน์ทั้งผิง ก็เป็นความสุขของพี่ทั้งคู่นั่นแหละ” คเชนทร์ลูบหัวน้อง “แต่สำหรับพี่ ใครก็มาแทนชาน์ไม่ได้ รู้ใช่ไหม”

“รู้สิ” ปิญชาน์ยิ้ม สบตากับพี่ชายที่ห่างกันหลายปีของตัวเอง “แต่ถ้าวันนึงชาน์มีแฟน ชาน์ไม่รับปากนาว่าจะรักมากกว่าพี่เชนทร์หรือเปล่า”

“เอ้า เจ้าเด็กนี่”

คนเป็นน้องหัวเราะ รีบเอ่ยปากตอนถูกยีหัว “โอ๊ยๆ ล้อเล่นๆ มือหนักชะมัดเลยอะพี่เชนทร์”

“คิดจะมีแฟนแล้วหรือไง แก่แดดจริงๆ”

“ผมสิบเจ็ดแล้วนะ ไม่เด็กแล้ว”

“ครับๆ ปิญชาน์ไม่เด็กแล้ว”

คนที่เพิ่งอายุสิบเจ็ดเต็มตัวได้ไม่ถึงวันยักคิ้ว ก่อนจะถูกยีหัวอีกครั้งส่งท้าย
ปิญชาน์มุ่ยหน้ามองคนที่หัวเราะพอใจที่แกล้งเขาได้เดินนำไปก้าวนึงแล้วอมยิ้ม







“ชาน์ๆ”

ปิญชาน์ที่กำลังก้มมองพื้นก้าวเท้าซ้ายขวาสลับไปตามเส้นถนน และเพราะละสายตาเขาเลยเซซ้ายไปนิด “หือ”

“มีโรตีขายอะ กินปะ” คเชนทร์ชี้นิ้วไปทางรถเข็นริมทางเดิน มีคนนั่งกินอยู่ที่เก้าอี้ข้างๆ จำนวนนึงและต่อคิวหน้าร้านอีกสามสี่คน บรรยากาศดูคึกคักจนไม่อยากเดินผ่าน

“ดึกแล้วนะพี่”

“วันเดียวเองน่า กินเถอะ”

“พี่อยากกินแล้วจะถามผมทำไมเนี่ย”

“แค่ถามให้รู้ว่าจะกินเฉยๆ”

เจ้าของวันเกิดหัวเราะ “มีงี้ด้วย”

“ชาน์เอาไร”

“โรตีก็ต้องกล้วยกับไข่สิ”

“อะงั้นสอง” คเชนทร์ยิ้ม เดินนำน้องชายไปยืนท้ายแถวเพื่อรอคิวสั่ง ไม่เกินสิบห้านาทีสองพี่น้องก็ยืนถือโรตีกล้วยกับไข่ที่ตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมพอดีคำวางเรียงในกล่องโฟมที่ตัดครึ่งคนละอัน

เห็นนมข้นที่ล้อกับแสงไฟเหนือศีรษะแล้วน้ำลายสอ

“ไม่ได้กินนานมากอะ” คเชนทร์ว่า ขยับนั่งลงที่เก้าอี้พลาสติก โดยมีน้องชายนั่งลงข้างๆ ตาม “ผิงชอบบ่นเวลาซื้อ บอกว่าน้ำมันเยอะไปไม่ดี”

“ก็จริง พี่เชนทร์ชอบกินแต่ของทอด”

“คนที่มีหมูปิ้งติดมันเป็นของโปรดอย่างชาน์มีสิทธิ์พูดด้วยเหรอ”

“เด็กกำลังโต กินแล้วออกกำลังไม่เป็นไรหรอก”

“นี่ว่าพี่แก่เหรอ” คนเป็นพี่ยีหัวน้องชายอย่างมันเขี้ยว

“ชาน์ยังไม่ได้พูดเลย แค่บอกว่าชาน์ยังเด็กเหอะ”

“เดี๋ยวก่อนๆ อายุเท่านี้ยังไม่แก่เว้ย อีกนาน”

ปิญชาน์อมยิ้ม แอบมองพี่ชายที่จิ้มโรตีเข้าปากอย่างอารมณ์ดี ความจริงทุกวันนี้เขาก็มีความสุขมากๆ แล้ว
ไม่เคยคิดว่าขาดอะไร บางครั้งยังอิจฉาตัวเองเลยด้วยซ้ำ และที่ทำให้เขารู้สึกได้ขนาดนี้ก็เพราะพี่เชนทร์เนี่ยแหละ

“พี่เชนทร์”

“หืม”

“พี่ผิงดีเนอะ”

คเชนทร์มองหน้าน้องชาย “ดีสิ” เลิกคิ้วขึ้นแล้วยิ้มกว้าง “ทำไมอยู่ๆ พูดขึ้นมาเนี่ย”

“เปล่า ชาน์แค่คิดว่าพี่เชนทร์ดูมีความสุขมากเลยเวลาอยู่กับพี่ผิง”

“อยู่กับชาน์พี่ก็มีความสุข”

“ไม่เหมือนกันสักหน่อย” ปิญชาน์ยิ้ม “ชาน์ชอบสายตาของพี่เชนทร์กับพี่ผิงเวลามองกัน”

“อะไรเนี่ย อยู่ๆ จะมาซึ้งอะไร”

“พูดจริงๆ เหอะ” คนเด็กกว่าถอนหายใจ “ชาน์ว่าความรักมันคงยิ่งใหญ่มาก แต่ชาน์ไม่รู้ว่าตัวเองจะสามารถมีรักที่ยิ่งใหญ่แบบนั้นเหมือนพี่เชนทร์ได้หรือเปล่า”

“ไม่เห็นต้องรีบเลย”

“ชาน์ก็ไม่ได้รีบ แค่สงสัยเฉยๆ ว่าตัวเองตอนมีความรักจะเป็นยังไง จะเข้าใจมันได้จริงๆ ไหม”

“ความรักจะว่ายิ่งใหญ่ก็ใช่ แต่จะบอกว่าเป็นเรื่องธรรมดามากๆ ก็ได้เหมือนกัน”

“…”

“ในความรักอาจจะต้องใช้ความพยายาม แต่การจะเริ่มรักใครไม่ต้องใช้อะไรเลย” คเชนทร์ยิ้มบาง วางมือลงที่หน้าอกอีกฝ่ายบริเวณเดียวกับตำแหน่งหัวใจ “ใช้แค่ตรงนี้”

ปิญชาน์ก้มลงมองมือที่วางอยู่บนหน้าอกตัวเองของพี่ชาย

เขายังไม่เข้าใจความรัก ยังไม่เคยได้เรียนรู้ที่จะมีมัน ไม่แน่ใจว่าจะสามารถมองใครด้วยสายตาแบบที่พี่ทั้งสองของเขามองกันได้
แต่เพราะเขาเห็นมาตลอด เห็นในสิ่งที่พี่ชายเขาทำ สัมผัสในสิ่งที่พี่ชายเขารู้สึก

ทำให้เขาอยากจะมีความรักที่ทำให้ยิ้มได้อย่างพี่เชนทร์ และอยากจะรักใครได้ดีแบบนั้นบ้าง

“สักวันนึงชาน์ก็จะมองใครสักคนด้วยสายตาที่ไม่เหมือนใคร” คเชนทร์ว่า ลูบหัวน้องชายคนเดียวของตัวเองอย่างรักใคร่ “ถึงวันนั้นชาน์จะเข้าใจความรักเอง”

หวังเพียงแค่จะเป็นอย่างที่พี่ชายเขาพูด


เมื่อวันนั้นมาถึง เขาคงจะเข้าใจความรัก















to be continued...

#ทีมไม่กินเผ็ด #ทีมลิ้นบาง #ทีมทาสของหวาน ><







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.096K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,276 ความคิดเห็น

  1. #4271 Shinamonzsan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2563 / 21:16
    เหมือนจะอ่านเรื่อยๆได้ แต่มีหลายประโยคสะกิดเหมือนกันนะแอบทัชหลายจุด
    #4,271
    0
  2. #4250 Choo_only (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 20:58
    คนมีก็มีจนเหลือ คนไม่มีก็ไม่มีเลย
    #4,250
    0
  3. #4201 weannn09 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 22:58
    ตอนนี้ฉันร้องไห้อะไม่รู้เป็นไร
    #4,201
    0
  4. #4187 YWDF (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 10:31
    เหมือนง่ายแต่ก็ไม่ง่าย หยังหน่ออออ
    #4,187
    0
  5. #4155 pilin/พิลิน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 19:59
    ชอบกุมภา รวย แต่เห็นคุณค่าของเงิน
    #4,155
    0
  6. #4145 Nokcharuwan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 06:35
    น่ารัก❤
    #4,145
    0
  7. #4087 matchaoreo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 04:33

    ประโยคพี่เชนทัชใจมาก การที่เราจะเริ่มรักใครสักคนไม่ต้องใช้อะไรเลยจริงๆแค่ใจอย่างเดียว แต่พอจะเลิกรักมันยากมากเลย พยายามแค่ไหนก็ทำไม่ได้

    #4,087
    0
  8. #4056 PandaPuffycheeks (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 17:16
    พี่เชนกับน้องชาน์น่ารักมากTT
    #4,056
    0
  9. #4055 PandaPuffycheeks (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 16:33
    ทำไมชั้นเอ็นดูเอเชีย แงงงงงงงงงงงง เด่กน้อยม่าก
    #4,055
    0
  10. #4024 Spices_smile (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 22:15
    พี่เชนทำงานอะไรนะ

    เเต่ว่าครอบครัวนี้น่ารักมากเลย
    #4,024
    0
  11. #3937 pommys (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 10:40
    เป็นพี่น้องที่น่ารักมาก
    #3,937
    0
  12. #3879 galaxysecret🌈🌈 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:16
    เอ็นดูน้องชาน์จังงงงง
    #3,879
    0
  13. #3862 Soo Gass (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 14:12
    กุมภา คือเพื่อนที่ดีแล้ว ห้ามเพื่อนแต่คุณพี่แกไม่ฟังเลยโว้ยยยยย ตีตาแตก555
    #3,862
    0
  14. #3836 เขาเรียกฉันว่าเต่า (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 17:43
    โคตรเรียลๆสังคมตอนนี้เลย
    #3,836
    0
  15. #3751 chaaimmeme (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 00:17
    สงสารเอเชียนะคือมีเงินแต่มีความสุขได้ไม่เท่าชาด้วยซ้ำ
    #3,751
    0
  16. #3727 mileyduchess (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 21:46
    ยิ่งอ่านยิ่งหงุดหงิดปลิงรอบตัวเอเชีย อยากจะไปกระชากบัตรเครดิตจากชีบีนาด้วย ไหนจะมาร์คที่พูดออกมาแบบนั้นด้วย เพื่อนที่มหาลัยที่เอเชียคบด้วยมีแต่ปลิงทั้งนั้น เหมือนเอเชียเอาเงินซื้อเพื่อนอะ ไม่โอเคมากๆ กับการใช้เงินแบบนี้ ถึงจะรวยล้นฟ้าแค่ไหนก็ตาม แต่เอาเงินไปให้คนอื่นใช้ ไปเลี้ยงคนอื่นตะบี้ตะบันแบบนี้มันไม่ใช่ ไม่โอเคเลย เสียดายเงิน แต่อย่างน้อยเอเชียก็มีกุมภาล่ะเนอะ ที่ดูจะหวังดีด้วยที่สุดละ แล้วก็นะ แอบน้ำตาซึมตอนบรรยายถึงตอนน้องกลับมาจากทำงาน พี่คเชนทร์เอาเงินสองพันใส่ซองให้น้อง โครตสะท้อนสังคมทุกวันนี้เลย ในขณะที่คนนึงมีเงินล้นฟ้าใช้แบบไม่ต้องคิด แต่ก็มีคนอีกจำนวนนึงที่เขาไม่ได้อยู่ในสถานะแบบนั้น โครตจุกเลยตอนยอดบัตรเงินออกเป็นหมื่นๆ กับพี่คเชนทร์ให้เงินน้องเป็นของขวัญวันเกิดสองพัน ฮือ ;-;
    #3,727
    0
  17. #3711 miiiina (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 00:24
    หงุดหงิดทุกครั้งที่ เพื่อนเอาบัตรเชียไปรูดอ่ะ โว้ยยยย ขัดใจ
    #3,711
    0
  18. #3673 Masturdating¡¡¡ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 23:08
    ขอบคุณที่เกิดมา ทำน้ำตาร่วงเลย
    #3,673
    0
  19. #3667 min-issaree (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 17:11
    ขอเป็นทาสของสองพี่น้องคู่นี้ค่ะแงงงง น่ารักที่สุดเลย
    #3,667
    0
  20. #3627 canookss (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 19:32
    รู้สึกรักสองคนพี่น้องจังเลย ‘ขอบคุณนะที่เกิดมา’ อิมแพคกับใจเรามากๆ:)
    #3,627
    0
  21. #3612 Zarmile (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 00:36
    ‘ขอบคุณนะที่เกิดมา’ น้ำตาไหลพรากเลย ฮือออออออออออออออ อบอุ่นมากๆ ความรักของพี่น้อง ดีจัง
    #3,612
    0
  22. #3586 Jady_PC (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 01:04
    เพื่อนมหาลัยของเอเชียนี่ไม่น่าคบเลย
    #3,586
    0
  23. #3559 หูยไรอ่ะ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 22:06
    อยากให้เอเชียหลุดพ้นจากคนรอบตัวหลายๆ คนซักที อึดอัดอ่ะ
    #3,559
    0
  24. #3514 cutieyou (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 13:21
    ยังดีที่อย่างน้อยเอเชียก็มีเพื่อนดีๆ ที่คอยเตือนแบบกุมภา ส่วนสองพีาน้องคเชนทร์กับชาญ์น่ารักมากๆ ไม่ได้ร่ำรวยแต่เต็มไปด้วยความรักจริงๆ
    #3,514
    0
  25. #3479 whyis (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 10:56
    อยากกินโรตี​ //ทำไมฉันหิว?!!
    #3,479
    0