look in my Eyes ไม่จำเป็นต้องบอกรักฉันก็ได้

ตอนที่ 6 : ส้มตำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    2 เม.ย. 62

บทที่ 5

ส้มตำ

 

สวัสดีครับน้องแวนด้า~” รุ่นพี่คนหนึ่งที่เหมือนฉันเคยจะรู้จักเดินเข้ามาทักฉันหลังจากที่ออกมาจากห้องเรียนแล้ว

สวัสดีค่ะฉันตอบสวัสดีรุ่นพี่หนุ่มสุดหล่อที่ฉันจำชื่อไม่ได้ด้วยซ้ำว่าชื่ออะไร=_=

เดี๋ยวว่างรึเปล่าครับเนี้ย ทานข้าวเที่ยงกับพี่มั้ย

อ๋อไม่ว่างค่ะ หนูมีนัดแล้ว

อ่าวนัดกับใครอ่ะครับ พี่ไปด้วยได้รึเปล่า

อีตานี่หน้าหม้อชะมัด ขนาดฉันบอกว่ามีนัดยังคิดจะตามมาอีกเร๊อะ

อ๋อแวนนัดรุ่นพี่คนนึงที่รู้จักไว้อ่ะค่ะฉันนัดพี่แชมเปญเอาไว้น่ะว่าจะไปร้านหนังสือด้วยกันตอนเที่ยง เกรงว่ารุ่นพี่คงจะไปด้วยไม่ได้หรอกค่ะ

ถ้าเป็นแค่รุ่นพี่ พี่ก็ไปด้วยได้นี่นา

ดูสีหน้าท่าทางกวนโอ๊ยแบบนี้แล้วคงจะตื้อต่อไม่เลิกแน่ๆ ตัดใจซะเถอะย่ะ

ใกล้ถึงเวลานัดแล้วแวนไปก่อนนะคะฉันแกล้งบอกนาฬิกาข้อมือเล็กน้อยก่อนจะเดินหนีฉับๆ ให้พ้นหน้า

คนพวกนี้นี่ไม่เข้าใจรึไงว่าเราไม่อยากคุยด้วยน่ะ เฮ้อ~ เกิดมาสวยมันก็แบบนี้แหละ#ผิด

อ้าวไงครับพี่คนสวย จะไปไหนอ่อครับเดินก้าวขายาวเชียว สงสัยจะรีบมากนะครับนั่น

เออ ก็รู้หนิว่ารีบ แล้วจะทักทำซากมะเขืออะไรยะ อ๋อพี่มีนัดน่ะไปก่อนนะ

ฉันรีบก้าวจ้ำอ้าวลากขายาวๆ จะได้พ้นหน้ารุ่นน้องคนที่นั่งอยู่ที่ม้าหินอ่อน ไม่ว่าจะใครฉันก็ไม่รู้จักทั้งนั้นแหละ ไม่ต้องมาทัก!!!

ทำไมฉันต้องมาลงเรียนเซคนี้ด้วยนะ เพื่อนฉันซักคนก็ไม่มี เฮ้อออออออ อยากจะถอนหายใจยาวไปจนถึงปากแม่น้ำไนล์แต่กลัวว่าจะหมดลมหายใจตายซะก่อน

ฉันเรียกแท็กซี่หน้ามหาลัยก่อนจะบอกจุดหมาย

ไปไหนครับน้องคนสวย

ไปตายมั้ยคะ อ๋อร้านThumpingค่ะ

“…” ลุงแกเงียบไปเหมือนกับไม่รู้จักร้าน

ร้านหนังสือใกล้ๆ HappyMall อ่ะค่ะ

อ๋อครับๆลุงแกพยักหน้าก่อนออกรถ

ฉันมองถุงกระดาษใบใหญ่ข้างตัวฉันที่ฉันถือมาด้วย ข้างในคือเสื้อที่ฉันต้องเอาไปส่งร้านซํกแล้วเอามาคืนดล หลังจากนั้นเราก็จะไม่มีอะไรติดข้างกันอีกแล้วล่ะนะ คิดแล้วก็ใจหายนิดๆ หน่อยๆ แฮะ ที่จะไม่ได้ติดต่อกับดลน่ะ นายนี่นิสัยดีจะตาย แถมไม่เคยกวนหรือตามฉันเหมือนกับไอ้พวกขยะที่ตามแซวฉันเวลาเจอกันในมหาลัยเลยน่ะสิ

น้องครับถึงแล้วครับ

เท่าไหร่คะ

เท่าไหร่ก็ได้ครับตามใจคนสวยเลย

-_-

ฉันยื่นแบงค์ยี่สิบก่อนจะเดินออกรถมาก่อนจะปิดประตูด้วยความอารมณ์เสีย ฉันเดินตรงเข้าไปยังร้านหนังสือ ‘Thumpimg’ ก็พบเจอกับพี่แชมเปญ ชายหนุ่มที่ดูดีมากถึงขั้นมากที่สุด

ไงคะพี่

เป็นไรมาน่ะ หน้าบึ้งเชียวฮ่าๆๆๆ

ไม่มีไรหรอกค่ะพี่ แค่เจออะไรเดิมๆ ฉันพูดก่อนจะสะบัดผมเล็กน้อย

ร้านหนังสือร้านนี้คือร้านที่ฉันชอบมาสมัยเรียนม.6บ่อยๆ น่ะ เป็นร้านที่คลาสสิค ดูดี เรียบหรู เมื่อก่อนฉันชอบมากับยัยน้ำตาลบ่อยๆ แต่เดี่ยวนี้เวลาไม่ตรงกัน ก็เลยมากับคนอื่นแทนน่ะ อย่างพี่แชมเปญนี่เคยเจอที่นี่ครั้งนึงก็เลยนัดเจอกันอีกครั้งนี่แหละ

แล้ววันนี้มาดูหนังสืออะไรล่ะ

ก็จิตวิทยาเหมือนเดิมนั่นแหละพี่ฉันพูดพลางหยิบหนังสือออกจากหมวดจิตวิทยามาเล่มหนึ่ง

จิตวิทยาความรักเหรอ

ฉันมองหนังสือในมือ เหอะไม่มีทางอ่ะฉันวาหนังสือเล่มสีชมพูกลับเข้าชั้นก่อนจะหาเล่มอื่นๆ มาแทน แล้วพี่ล่ะ หนังสือเรื่องเหล้าเหมือนเดิมรึไงคะ ฮ่าๆๆๆฉันแซวก่อนจะหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมาเปิดมองผ่านๆ

โหย ทายเก่งนะเราอ่ะพี่เปญเดินไปหาหนังสือในหมวดอาหารก่อนจะหันหน้ามามองถุงกระดาษใบยักษ์ที่ฉันห้อยไว้บริเวณข้อศอก นั่นถุงอะไรน่ะ ใบใหญ่จัง

อ๋อเสื้อน่ะสิ ฉันต้องเอาไปส่งซัก

อ๋อ…” ชายร่างสูงหันไปเช็คหนังสือสักพักก็เดินไปหาหนังสือที่หมวดอื่นต่อ

นั่นพี่ไปทำอะไรที่โซนความรักน่ะ

ปะป๊าวววพี่เขาทำเสียงสูงก่อนจะรีบซ่อนหนังสือเล่มหนึ่งไว้ใต้หนังสือทำอาหาร

เดี่ยวนี้มีความรักเหรอจ๊ะ พี่ชายสุดหล่อ~” ฉันแซวเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรขนาดนั้นหรอก แกล้งทำเป็นไม่เห็นดีกว่า พี่แกจะได้สบายใจ

แล้วกินข้าวมายังล่ะ

ยังเลยค่ะ ว่าจะกินหลังจากเอาเสื้อไปส่งแล้วอ่ะ

โอเคงั้นเดี๋ยวไปกับพี่มั้ยล่ะพี่แชมเปญเดินหลบหายไปยังอีกชั้นหนึ่งไอ้กี้ก็มาด้วยนะ

ไอ้กี้ที่ว่าน่ะคือ วิสกี้เด็กเสิร์ฟหนุ่มน้อยในผับเก๋ๆ นั่นแหละ บ้านของพี่แชมเปญรับมาเลี้ยง

อ๋องั้นไปก็ได้ค่ะ แวนก็เบื่อๆ หาเพื่อนทานข้าวไม่ได้อยู่พอดี

เดี๋ยวพี่ไปหาหนังสือตรงนู้นก่อนนะพี่แชมเปญพูดก่อนจะหันหลังลาลับ

เล่มนั้นสวยจังแฮะฉันหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมาพร้อมกับที่คนฝั่งตรงข้ามหยิบพอดี สายตาของเราจ้องมองผ่านกันทางช่องแคบเพียงไม่กี่เซน ดวงตาแบบนี้คุ้นจังเลยแฮะฉันเผลอจ้องมองดวงตาดวงนั้นอยู่นาน เหมือนเวลาจะหยุดหมุดไปสองสามวินาทีก่อนคนฝั่งตรงข้ามจะผละตัวเองออกทำให้ฉันเห็นเพียงส่วนลำตัวของเขาซะแล้ว

ไงครับคุณเสียงดังมาจากทางขวา ทำเอาฉันสะดุ้งนิดหน่อย

อ้าวไงจ๊ะดลไม่แปลกที่ฉันคิดว่าดวงตาคู่นั้นช่างคุ้นเคยซะเหลือเกิน เพราะมันคือดวงตาของน้องชายแฟนเก่าฉันนี่เอง

อีกฝ่ายมองมายังหนังสือในมือของฉันที่เพิ่งหยิบออกมาตะกี้ ทำเอาฉันก็ต้องมองตามเพราะตอนหยิบออกมาไม่ได้อ่านชื่อน่ะสิ

ใช้จิตวิทยามัดใจ ให้ความสัมพันธ์ของคุณยืนยาว

“…”

“…”

เงียบกินบรรยากาศไปแล้วจ้า ถ้ามีอีกาบินมานะ แม่จะจับไปต้มกินซะเลย

เอ่อคือฉัน

ฉันกำลังจะอธิบาย ทันใดนั้นเองเสียงทุ้มของอีกคนหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ก็โผล่ขึ้นมาซะก่อน เลือกเสร็จรึยังแวนด้า

พี่แชทเปญนั่นเอง

อะอึ้ม! เสร็จแล้วล่ะฉันเลิกลั่กนิดหน่อยก่อนเก็บหนังสือนั่นให้เข้าชั้นแล้วแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน พี่แชมเปญคะ นี่ดลรุ่นน้องที่มหาลัยฉันค่ะ เอ่อดลจ๊ะ นี่พี่แชมเปญเป็นรุ่นพี่ฉันน่ะ

ยินดีที่ได้รู้จักครับน้องดล ^^” พี่แชมเปญพูดพร้อมกับยื่นมือไปข้างหน้า

เช่นกันครับดลเองก็ยื่นมือมาเชคแฮนด์กันเหมือนลืมว่าฉันยืนอยู่ตรงกลาง

อ่ะ เอาเข้าไปค่ะ จับมือกันยังไม่เลิก จับกันจนจะรวมร่างกันเลยมั้ยคะ -_-;

เอ่อจะปล่อยมือได้ยังครับพี่แชมเปญมองหน้าอีกฝ่ายที่กำลังจับมือด้วยรอยยิ้มและสายตาเย็นชา

ส่วนฉันน่ะเหรอเดินหนีมาจ่ายตังเรียบร้อยจ้า

สัพพักทั้งสองคนก็เดินออกมาตาม ฉันก็เลยหันหน้าไปถามดลตามมารยาทว่า เสร็จนี่เธอจะไปที่ไหนต่อเหรอ

“…แล้วคุณแวนด้าจะไปไหนล่ะครับ

เดี๋ยวฉันว่าจะไปทานข้าวต่อน่ะ…”

ผมเองก็เหมือนกันครับ

งั้นไปทานด้วยกันเลยมั้ยครับพี่แชมเปญเชินชวน คือพี่จะเชิญทุกคนที่เจอกันในวันนี้ไม่ด๊ายยย ดีแค่ไหนแล้วที่ไม่ไปเชิญเจ้าของร้านหนังสือไปด้วยกันน่ะฮะๆๆๆ

มันจะรบกวนรึเปล่าครับ

ไม่เลยพี่แชมเปญพูดก่อนจะเดินไปที่รถยนต์ของพี่แก มาเร็ว

อ๊ะ เดี๋ยวฉันเอานี่ไปส่งซักก่อนนะ

ได้สิ รีบตามมานะพี่แชมเปญพูดก่อนจะเข้าไปนั่งรอในรถ

ส่วนดลเดินตามฉันมา

นายจะเดินตามฉันมาทำไมน่ะฉันหันหลังไปถามคนที่เดินตามมา

ไปคนเดียวมันอันตรายนะครับ

ขอบใจที่เป็นห่วงนะจ๊ะ แต่ไม่ต้องก็ได้ Jฉันสะบัดตัวแล้วเดินต่อ และอีกคนก็เดินตามมาเช่นเดิม นายไปรอบนรถกับพี่เปญก็ได้

ไม่ผมอยากไปส่งคุณ

ฉันจ้องตาอีกฝ่าย สายตานั่นช่างดูจริงจังเกินเรื่องจริงๆ

โอเคๆฉันพูดแล้วก็เดินต่อ ไม่นานก็ถึงร้านซักรีดใกล้ๆ นายรอฉันอยู่นี่แหละฉันเดินเข้าไปฝากเสื้อของเขาแล้วก็เดินออกมา

เสร็จแล้วเหรอครับ

ถ้าไม่เสร็จคงไม่เดินออกมาอ่ะ J

เราสองคนเดินกลับไปยังรถของพี่แชมเปญก่อนจะเปิดประตูเข้าไปนั่ง ฉันนั่งข้างคนขับส่วนดลไปนั่งที่เบาะหลังแทน

เดี๋ยวพี่ไปรับไอ้กี้ก่อนละกันนะพี่แชมเปญพูดพร้อมกกับออกรถ

ได้เลยค่ะพี่ฉันพูดพลางคาดเข็มขัดนิรภัย

รถเดินไปตามถนน ผ่านตึกอาคารบ้านช่อง ระหว่างทางฉันกับพี่แชมเปญพูดคุยกันสนุกสนานออกรถ แต่แปลกที่คนข้างหลังไม่ยอมพูดอะไรเลย จนกระทั่งไปจอดที่หน้าบ้านของพี่แชมเปญ ก่อนที่ชายร่างเล็กที่ยืนจ้องมือถือจะเงยหน้าขึ้นมาเห็นรถแล้วค่อยเดินขึ้นรถมนั่งเบาะหลังข้างๆ ดล

ไงกี้ รอนานมั้ยพี่แชมเปญเอ่ยถามน้องบุญธรรมที่หลังรถ

ไม่นานไม่นานก็บ้าแล้ว ผมรอตั้งแต่สิบเอ็ดโมง นี่มันบ่ายแล้วนะ

ฮ่าๆๆๆ ใจเย็นๆสิกี้

เฮ้อ Lชายตัวเล็กถอนหายใจเหมือนเด็กๆ อยู่หลังรถ

อ้อวิสกี้ นั่นดล เพื่อนพี่เองฉันหันหลังไปแนะนำน้องชายให้รู้จักกับชายร่างสูงที่นั่งข้างๆ

แหมตอนแนะนำกับพี่ยังเป็นรุ่นน้องอยู่เลย ทำไมตอนนี้เป็นเพื่อนแล้วล่ะพี่แชมเปญพูดพลางหัวเราะเล็กๆ

มันก็ต้องตามสถานการณ์มั้ยคะคุณพี่

วิสกี้ยังทำหน้าบึ้งเหมือนเดิมก่อน

เอ่อดล นี่วิสกี้เป็นน้องของพี่แชมเปญเขาน่ะ

สวัสดีครับน้องวิสกี้ดลพูดก่อนจะยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับวิสกี้ ก่อนที่คนตัวเล็กจะยิ้มออกมาตาม

อ่าวบรรยากาศมาคุตะกี้หายไปไหนแล้วล่ะ O_O

พี่สมชายนิ่งเงียบหายไปกับสมาธิในการขับรถ สักพักฉันก็รู้สึกได้เลยว่ารถมันวิ่งเร็วขึ้นนิดหน่อย

เอ่อพี่เปญคะ…”

“…” อีกฝ่ายนิ่งเงียบไม่ตอบกลับมา

อ่ะจ้าตามใจละกัน รถล้มก็ตายกันหมดนี่แหละสี่คนไม่มีอะไรมาก -_-;

รถถูกเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ เร็วเหมือนกับขับรถแข่ง เร็วเหมือนกลัวรถคนอื่นแซงได้ เร็วเหมือนเป็นเจ้าของถนนเลยค่ะพี่เปญขา T_T

ถึงละ ป่ะลงรถพี่แชมเปญจอดรถที่โรงจอดรถในห้างแล้วรีบเดินลงรถเหมือนกลัวร้านอาหารปิด

เราสี่คนลงมาจากรถ และเดินกันไปยังร้านอาหาร

ร้านไหนดีคะฉันถาม

ร้านไหนก็ได้ครับเสียงดังมาจากข้างๆ ตัวฉัน ทำให้ฉันรู้ตัวว่าเขาเนมาอยู่ข้างฉัน มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี้ย

ร้านนั้นมั้ย ฉันชี้ที่ร้านส้มตำอยากกินอะไรเผ็ดๆ มานานแล้ว อิ_อิ

กี้มันกินเผ็ดได้ที่ไหนพี่แชมเปญพูดก่อนจะเดินเข้าไปในร้านพิซซ่า อยากกินพิซซ่าไม่ใช่เหรอเราอ่ะพี่แชมเปญพูดก่อนจะหันหน้าไปหาน้องชาย

ร่างเล็กพยักหน้าเล็กน้อยก่อนเราสี่คนจะเดินเข้าในร้านพิซซ่า โถ่หมดกันส้มตำฉัน ไว้เจอกันวันหน้านะลูกT_T

พี่แชมเปญสั่งพิซซ่าอะไรเสร็จสรรพหมดภายในไม่กี่นาที สมกับเป็นพี่ขายเลยนะเนี้ย ฉันนั่งอยู่ข้างๆ ดล ตรงข้ามกับพี่แชมเปญ และน้องวิสกี้ก็นั่งตรงข้ามพี่แชมเปญและตรงข้ามกับดล

แล้วกินเสร็จแล้วคุณจะไปไหนต่อเหรอครับดลเอามือเท้าคางหันหน้ามาทางฉัน

ไม่รู้สิฉันยังไม่มีแพลนไปไหนเลย พี่แชมเปญอ่ะคะ

เดี๋ยวพี่ต้องไปเตรียมเปิดร้านอ่ะ ใช่มั้ยกี้

อืม..”

ดูหน้าพี่แชมเปญกับวิสกี้แล้วคงมีเรื่องอะไรกันแน่ๆ เลย -_-

งั้นเดี๋ยวแวนอยู่ที่นี่ต่อนะคะ ยังไม่อยากกลับเลย

เดี๋ยวผมอยู่ด้วยสิ ผมเองก็ไม่อยากกลับดลพูดในขณะที่พิซซ่ากำลังเสิร์ฟ

ได้สิฉันพูดก่อนจะเอื้อมมือไปตักพิซซ่าแต่ทว่าชายคนข้างๆ จัดการให้ก่อนแล้วน่ะสิ ขอบใจจ้ะ

ไม่เป็นไรครับดลพูดพร้อมกับตักให้น้องวิสกี้เหมือนกัน

ขอบคุณครับน้องวิสกี้พูดก่อนจะลงมือกินของโปรดอย่างออกรส

แสงไฟภายในร้านออกสีเหลืองนวลจนฉันมองแล้วเริ่มจะง่วง พิซซ่านี่ก็แคลเยอะจะตาย กินเสร็จฉันคงต้องไปออกกำลังกายซะแล้วล่ะ T_T ไม่ทันไรพิซซ่าในถาดใหญ่ๆ ก็หมดไปเพราะฝีมือหนุ่มน้อย เห็นตัวบางๆ แบบนั้นกินเยอะเชียวนะยะ อิจฉาจริงๆ เลยอิพวกกินอะไรก็ไม่อ้วนเนี้ย ดูฉันสิ แค่หายใจก็อ้วนแล้ว!!

เดี๋ยวมื้อนี้พี่เลี้ยงเอง ไหนๆ เจ้าตัวน้อยของพี่มันก็กินเยอะที่สุดแล้วนี่นะพี่แชมเปญหันไปยิ้มอบอุ่นให้กับน้องชายข้างกาย ก่อนอีกฝ่ายจะทำหน้าบุ้ยแก้เขิน

ขอบคุณค่ะพี่ฉันเอ่ยคำขอบคุณ ก่อนจะใช้ศอกทุ้งเอวคนข้างๆ ที่กำลังเหม่ออยู่

ขะขอบคุณครับดลพูดก่อนที่ทุกคนจะลุกจากโต๊ะเดินออกไปนอกร้าน

พวกเราแยกย้ายกันเหลือแค่ฉันกับคนหน้าคล้ายแฟนเก่าของฉัน เราเดินไปตามทางของห้างอย่างไร้จุดหมาย ระหว่างทางถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบ ฉันเดินนำหน้าเขาเพียงสองสามก้าว สักพักความเงียบก็ถูกทำลายลงด้วยคำถามหนึ่งจากร่างสูงใกล้ๆ ตัวฉัน

คุณกับพี่แชมเปญเป็นอะไรกันเหรอเขาก้มหน้าถาม

เอ๊ะนายถามแบบนี้ทำไม นายคิดว่าฉันกับพี่เขาเป็นแฟนกันใช่มั้ยฮ่าๆๆฉันเฉยๆ แล้วกับการถูกเข้าใจผิดกับพี่แชมเปญน่ะ เพราะเราค่อนข้างสนิทกันไง ฉันกับพี่เปญ เป็นแค่พี่น้องกัน คนอื่นเขาก็ชอบเข้าใจผิดแบบนายนี่แหละ ล่าสุดฉันโดนแฟนเก่าพี่เขามาถามตบด้วยนะฮ่าๆๆๆ

อีกฝ่ายยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินมาอยู่ข้างๆ ฉัน “’งั้นเย็นนี้กินส้มตำกันนะครับ J

มันเป็นคำถามที่ปกติสุดๆ แต่กลับมีสิ่งอื่นที่แฝงเอาไว้ข้างใน ความเป็นห่วง ความเอาใจใส่ เขาจำได้ว่ามื้อเที่ยงฉันอยากกินส้มตำแต่ก็ไม่ได้กิน เขาจดจำรายละเอียดที่ไม่จำเป็นต้องจำเหล่านั้นได้

“…ย่ะ J

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น