look in my Eyes ไม่จำเป็นต้องบอกรักฉันก็ได้

ตอนที่ 5 : เข็มโบว์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    31 มี.ค. 62

บทที่ 4

เข็มโบว์

 

          18:42

            บ้านของแวนด้า

เมื่อฉันเปิดประตูบ้านเข้าไปก็พบกับความว่างเปล่า เพราะอะไรน่ะเหรอ พ่อกับแม่ของไม่ค่อยจะมีเวลาว่างติดอยู่กับบ้านสักเท่าไหร่น่ะสิ พ่อน่ะเป็นศัลยแพทย์มีคิวผ่าตัดตอนดึก ๆ ค่อนข้างบ่อย ส่วนแม่ก็เป็นถึงผู้บริหารของมหาวิทยาลัยชื่อดังมักถูกเรียนเชิญไปสัมมนาที่ต่างจังหวัดบ่อยมาก ๆ และน้องสาวของฉัน เข็มโบว์ก็เป็นเด็กเรี๊ยนเด็กเรียน ไม่รู้จะเรียนอะไรไม่รู้เยอะแยะ วันๆ เอาแต่อ่านหนังสือ ใส่แว่นหนาเต๊อะ เวลานี้ก็คงอยู่ที่เรียนพิเศษล่ะมั้ง แต่ปกติเวลานี้ก็กลับถึงบ้านมานั่งอ่านหนังสือรอกินข้าวแล้วนี่นา ช่างมันเถอะ ทำอาหารรอยัยเข็มโบว์กลับมาดีกว่า

ฉันเดินไปค้นตู้เย็นว่ามีอะไรบ้าง ผักทูน่าทำสลัดทูน่าดีกว่า~

ฉันจัดการล้างและหั่นผักและปรุงน้ำสลัดรอน้องสาวสุดที่รักของฉันกลับบ้าน ฉันว่าวันนี้มันต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ ยัยโบว์ถึงได้กลับบ้านช้าแบบนี้ ปกติเวลานางเรียนพิเศษเสร็จก็จะตรงดิ่งกลับบ้านทันทีเพราะนางกลัวเสียเวลาอ่านหนังสือ

แอ๊ดดดดดดเสียงประตูบ้านดังขึ้น คงกลับมาแล้วล่ะ

พี่แวนด้า โบว์กลับมาแล้วค่ะ~”  เสียงใสๆ ของน้องสาวของฉันพูดพร้อมกับเปิดประตู

 กลับมาแล้วเหรอ อ้าว! แล้วนี่ตาไปโดนอะไรมายะบวมเป่งเชียว แอบไปร้องไห้มาใช่มั้ย!” ฉันพูดพลางเดินเข้าไปดึงแก้มยัยเด็กน้อย อืม… ” ฉันวางมือจับคางพลางใช้ความคิดสักนิดก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบนอกจากแกจะร้องไห้แล้วแกกำลังมีความรักใช่มั้ยโบว์

          แก้มของคุณน้องแดงเป็นมะเขือเทศพร้อมกับพูดเสียงสูงขึ้นมาว่า ปะป๊าวววว

          ตายจริง~ นี่น้องของฉันโตเป็นสาวแล้วเหรอเนี้ยฉันยิ้มและหัวเราะ เด็กๆ นี่ก็ดีแบบนี้แหละน้า ถึงแม้ว่าเราจะอายุห่างกันแค่สองปีก็เถอะ

          พะ พี่แวนด้า เย็นนี้กินอะไรเหรอ แหะ ๆ

          มีความเปลี่ยนเรื่องนะยะฉันเบะปากมองบน แต่สุดท้ายก็ยอมเปลี่ยนหัวข้อสนทนาตามที่น้องของฉันตั้งใจ ก็สงสารอ่ะนะ ไม่อยากจะแซวให้มาก วันนี้สลัดทูน่าน่ะ

          อะ อะไรนะ! สลัดทูน่า!! สลัดอีกแล้ว!!!” ยัยโบว์ตกใจตาแทบทะลุแว่นเมื่อได้ยินว่าวันนี้กินสลัด

          นี่! แกก็รู้ว่าตอนนี้พี่กำลังลดความอ้วนอยู่ ไม่เห็นรึไงกันว่าตอนนี้รอบเอวของพี่มันใหญ่ขึ้นตั้งสองมิลลิเมตรน่ะ ฉันหมุนตัวหนึ่งสเต็ปให้น้องของฉันเห็นว่าหุ่นของฉันมันเปลี่ยนไปมากแค่ไหน แต่ก็ช่างเถอะ หิวแล้วอ่ะ มะ ๆ กินข้าวกันดีกว่า พี่จัดจานจัดโต๊ะไว้รอแกนานแล้วเนี้ย

          คนน้องเดินไปยังโซฟาเพื่อเอากระเป๋าเป้ที่เต็มไปด้วยสมุดหนังสือไปวางไว้แล้วจึงเดินตามมานั่งที่โต๊ะ

          นี่ถามจริง พี่คิดจะกินสลัดแบบนี้ไปทั้งเดือนเลยเหรอ สามวันก่อนก็กินสลัดอกไก่ วันก็ต่อมาก็สลัดไก่อบ เมื่อวานนี้ก็สลัดเนื้อย่าง พี่จะให้ฉันผอมแห้งเหลือแต่ซี่โครงเลยเหรอไง T^T”

          ก็ฉันโดนทักว่าอ้วนขึ้นน่ะสิ-3-” ไม่มีใครทักหรอกฉันคดไปเองล้วนๆ อิ_อิ

          พี่ก็ไปฟังคำเค้าทำไมล่ะ พี่น่ะหุ่นนางแบบสุด ๆ อยู่แล้วแบบนี้จะเรียกอ้วนได้ยังไง~ อีกอย่างนะ ปกติพี่มั่นใจในตัวเองจะตายไป ไหงวันนี้มาห่วงองห่วงอ้วนได้ล่ะ

          แหมยัยโบว์ ผู้หญิงอย่างเรา ๆ อ่ะนะมันก็ต้องหัดดูแลตัวเองซะมั่งสิ ใครจะไปเหมือนแกกันยะ ครีมก็ไม่ทาวัน ๆ เอาแต่นั่งอ่านหนังสือท่องตำรา สังสัยฉันต้องสอนวิชาให้กับน้องคนนี้ซะแล้วล่ะ

          ดูแลตัวเองเหรอ…”

          ใช่ พี่ว่าแกควรจะหันมาดูแลตัวเองให้มากขึ้นกว่านี้ได้ละนะ เผื่อนายคนนั้นจะหันมาชอบแกไง~” ฉันแซวน้องของฉันไม่หยุด แกล้งแบบนี้ก็สนุกเหมือนกันแฮะ

          ยะ อย่างโบว์เนี่ยนะ!” น้องของฉันพูดพร้อมกับชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

          ใช่แล้ว ผู้หญิงน่ะทำทุกอย่างได้เพื่อความรักนะจ้ะเด็กน้อย~” ฉันพูดพร้อมกับยัดผักเข้าปาก

          พูดอย่างกับพี่ก็มีความรักงั้นแหละ-3-”

            เพ้อเจ้อย่ะ อิหนู!!

          นี่! ฉันเคยมีก็แล้วกันย่ะ อีกทั้งที่ฉันยังโสดยังซิงอยู่แบบนี้ก็เพราะว่าฉันอยากให้ผู้ชายเสียดายเล่นไง พูดเสร็จฉันก็รีบหยิบจานของเราสองคนที่ว่างเปล่าไปที่อ่างล้างจานเพราะขี้เกียจพูดเรื่องน่าเบื่อๆ นี่แล้ว มา ๆ วันนี้พี่ล้างเอง

          วันนี้นางฟ้าเข้าสิงพี่เหรอเนี้ย!” น้องฉันตกใจเพราะปกตินางต้องเป็นคนล้างจานน่ะสิ

          ปกติก็นางฟ้าอยู่แล้วย่ะ แกเอาเวลาไปอาบน้ำทาครีมเถอะ นี่ฉันไม่ได้สั่งนะแค่บังคับ

          ตะแต่ปกติแล้วฉันไม่ทา---”

          ใช้ครีมในห้องฉันได้เลยนะฉันรีบตัดบทก่อนน้องของฉันจะได้ทันปฏิเสธ ฮิฮิ ถ้าแกยังไม่ห่วงสวยแบบนี้ผู้ก็วิ่งหนีกันหมดหรอกเด็กน้อยเอ้ย~ การเรียนน่ะพักก่อน~ ห่วงสวยบ้าง~”

“0_0” น้องของฉันทำหน้าอึ้งเหมือนกับกำลังคิดว่าฉันอ่านใจนางได้ว่า ฉลาดน่ะดีกว่าสวยเป็นไหนๆ

ฉันไม่ได้อ่านใจได้ แต่ร่างกายของแกมันฟ้องฉันเองตางหาก นั่นยังทำหน้างงได้อีก ใช่แล้วร่างกายของแกมันฟ้องฉันเองนะยัยโบว์ ถึงแกจะโกหกฉันได้ แต่ร่างกายของแกโกหกฉันไม่ได้หรอก

“…” ยัยโบว์ถึงกับอึ้งกิมกี่ไปเลยทีเดียว

ฉันหันหลังกลับไปล้างจานให้สะอาดเอี่ยมอ่องก่อนที่จะเดินขึ้นไปชั้น2 นั่นยัยโบว์นี่นา กำลังแอบเดินย่องเข้าห้องของฉันอยู่ สงสัยจะมาแอบเอาครีมไปทาล่ะมั้ง คือแค่จะทาครีมไม่จำเป็นต้องขนาดแอบย่องเหมือนนักสืบขนาดนี้ก็ได้มั้งน้องฉัน ฮ่าๆๆๆ

ฮั่นแน่!!!” ฉันเปิดประตูพรวดพราด ตั้งใจให้ยัยน้องตัวแสบตกใจเล่น สุดท้ายก็มาจนได้ พี่ว่าแล้วว่าแกต้องมาเวลานี้แน่ ๆฉันหันไปมองโต๊ะเครื่องแป้งกับคนเป็นน้องสลับไปมา นี่เธอยังไม่ได้ทาครีมอะไรเลยใช่มั้ย ให้พี่ทายนะแกไม่รู้จักครีมสักตัวล่ะสิ แถมทาไม่เป็นอีกต่างหาก นั่งสิ เดี๋ยวพี่ทาให้ไม่ต้องห่วง ฉันเดินไปหาน้องสาวที่โต๊ะเครื่องแป้ง หลับตาลงนะ

ฉันละเลงไนท์ครีมลงบนใบหน้าของน้องสาวสุดที่รัก ทันใดนั้นเองภาพความทรงจำเก่าของฉันก็ปรากฏออกมา

 

นี่ชายหลับตาลงสิ เดี๋ยวแวนทาครีมให้

ไม่เอาอ่ะ เป็นผู้ชายจะทาครีมทำไม

เอาหน่า~ ก็แวนอยากทาให้นี่นา นะๆๆๆ

‘…’

กะก็ได้ ไม่ทาให้แล้วก็ได้ ._.’

โอ๋ๆ ขอโทษนะตัวเอง มาๆ มาทาให้หนำใจเลย

ฮิฮิ เล่นแกล้งสำออยนิดหน่อยก็ติดกับซะแล้ว นี่แหน่ะ~’

 

ฉันรีบสลัดความคิดบ้าๆ นั่นออกจากหัวก่อนจะเปลี่ยนเป็นเอาสลีปปิ้งมาส์กชนิดครีมทาลงไปให้น้องของฉัน

 มันยี๋มากเลยอ่ะพี่แวนด้าT.T” น้องของฉันบ่นออกมา

นี่ทน ๆ หน่อยเถอะน่า ทาไปบ่อย ๆ เดี๋ยวก็ชินแล้วน้องสาวของฉันหลับทาปี๋แต่ก็ไม่มีอาการต่อต้านไหนๆ ออกมาอีกเลย ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงจะวิ่งหนีไปแล้วล่ะ นี่แกชอบอิตานั่นขนาดนี้เลยเหรอเนี้ย

ปะเปล่านะ!!! กะก็แค่ชอบนิด ๆ หน่อย ๆ

แกไม่มีทางโกหกพี่ได้หรอกยัยโบว์ ยังไงซะวันหลังก็พามาที่บ้านด้วยนะ มาให้พี่ดูตัวหน่อย แกยิ่งไม่รู้ประสีประสาอะไรกับเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ แบบนี้ด้วย ระวังโดนหลอกน้า~”

พะพี่แวนด้า o///o!” น้องของฉันทนเขินไม่ไหวก็รีบวิ่งกลับห้องตัวเองไปซะแล้ว

เด็กน้อยเอ้ย~

อาบน้ำดีกว่า อ๊ะฉันคลายปมเสื้อคาร์ดิแกนสีเทาที่มัดเอวของฉันไว้ออก เดี๋ยวคงต้องเอาไปซํกรีดกับแจ๊คเก็ตนั่นซะแล้วล่ะ

เหมือนจะลืมอะไรไปแฮะ

 

กลับถึงบ้านแล้วติดต่อผมมาด้วยนะครับดลเปิดประตูแท็กซี่แล้วพยุงฉันขึ้นรถไป

แล้วฉันจะติดต่อนายยังไงล่ะ ฉันมีแค่ไลน์พี่นายนะ

ทักผมมาที่ไลน์พี่ผมนั่นแหละตอนนี้ผมใช้โทรศัพท์พี่ผมน่ะร่างสูงพูดจบก็ปิดประตูรถให้อย่างอ่อนโยน ก่อนจะโบกมือบ๊ายบายให้ฉันผ่านของกลางสีขุ่น ฉันโบกมือกลับจนลาลับ

 

แล้วอิตานี่ทำไมต้องใช้โทรศัพท์พี่ตัวเองด้วยนะช่างเถอะ ยังไงก็ทักไปก่อนก็แล้วกัน

[นี่ ฉันถึงบ้านแล้วนะ]

ไปอาบน้ำรอดีกว่า อีกนานล่ะมั้งกว่าจะตอบน่ะ

[ครับ] เอ๊ะตอบเร็วกว่าที่คิดแฮะ [อย่าลืมนะครับ อีกสองอาทิตย์ค่ายจะเริ่มแล้ว]

[ไม่ลืมหรอกย่ะ] อ๊ะจริงสินัดเจอกันเอาเสื้อไปคืนดีกว่า [นี่..เรื่องเสื้อน่ะ]

[อ๋อครับ]

[เดี๋ยวฉันจะเอาไปส่งร้านซักรีดแล้วเอาไปให้นะ อีกสองวันเจอกัน]

[ที่ไหนดีครับ]

[งั้นเราไปเจอกันที่มอก็ได้ ไหนๆ เราก็อยู่มอเดียวกันน่ะนะ]

[โอเคครับ ว่าแต่คุณทานอาหารเย็นรึยัง]

[เรียบร้อยย่ะ]

[งั้นผมไปก่อนนะฝันดีนะครับ]

[ฝันดีเช่นกันจ้ะ]

ฉันกอดโทรศัพท์ไว้กับอกก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่าง จันทร์เสี้ยวแสนงดงามเรืองรองอยู่ท่ามกลางความมืดมิด เราไม่อาจรู้ได้เลยว่าพระจันทร์แสนสวยนั้นซ่อนอะไรไว้ในข้างแรมเหมือนกับตัวฉันที่คนอื่นๆ มองว่าชีวิตดี๋ดีแต่จริงๆ แล้วก็มีสิ่งที่อยากจะซ่อนเอาไว้เหมือนกัน ฉันพลิกตัวนอนตะแคงเพื่อลบความคิดโง่ๆ นั่นทิ้งไป ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน และเดินเข้าห้องน้ำไปตามปกติของทุกวัน

วันนี้มันก็แค่เป็นวันที่เหน็ดเหนื่อยแสนธรรมดาเป็นวันที่แสนธรรมดา

จริงๆ นะ

J

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น