look in my Eyes ไม่จำเป็นต้องบอกรักฉันก็ได้

ตอนที่ 4 : ครับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    29 มี.ค. 62


ครับ

 

อิ่มดี Resterant

11:01

สุดท้ายก็ตามมาจนได้สินี่โชคดีนะที่ฉันไม่มีคลาสเช้าวันนี้น่ะ

ว่าแต่นายไม่มีเรียนเหรอดล

วันนี้ผมไม่มีเรียนน่ะ คุณล่ะ

ฉันก็เหมือนกันฉันเบนสายตาไปทางอื่นสักพักก่อนจะเผลอหันหน้าไปมองใบหน้าของผู้ชายคนข้างหน้าอีกครั้งอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้

มองยังไงก็เหมือนสมชายทุกอย่างเลยจริงๆ ถ้าเป็นน้องชายจริงๆ ก็ควรจะมีอะไรที่แตกต่างกันหน่อยสิ

คุณ…”

ทั้งสีผม สีตา สีผิว โครงหน้า หรืออะไรก็ตาม มันเหมือนกันทุกอย่างเลย เป็นฝาดแฝดกันรึไงนะ?

คุณ!!”

หะห๊ะ!! อะไร

อาหารมาเสิร์ฟแล้ว คุณไม่กินรึไงร่างสูงชี้จานอาหารตรงหน้าฉัน

กินสิ!! ฉันแค่…”

แค่?”

แค่ปวดหัวนิดหน่อยน่ะจะให้ตอบว่าฉันคิดเรื่องเกี่ยวกับนายอยู่ได้ไงล่ะ เสียฟอร์มหมด

ฉันตักสลัดผักใส่ช้อนแล้วค่อยๆ ละเมียดละไมกินทีละเล็กทีละน้อย

ผมเพิ่งรู้ว่าสลัดช่วยแก้เมาค้างได้ด้วย

มันไม่ช่วยหรอก ฉันแค่ไดเอทอยู่น่ะ

ก็ไม่เห็นจะอ้วนตรงไหนเลยนี่นาอีกฝ่ายพูดพลางมองมาทางฉัน

หัวใจของฉันเต้นระรัวเพียงคำพูดแค่นั้น อาจเป็นเพราะใบหน้าบ้าบอนั่นก็ได้ ท่องไว้แวนด้า คนตรงหน้าเธอไม่ใช่สมชาย ไม่ใช่สมชาย! ไม่ใช่สมชาย!!!!!

อีกอย่างฉันไม่ได้ชอบอิตานั่นแล้วซะหน่อยออกจะเกลียดด้วยซ้ำมั้ง

ถึงไม่อ้วนก็ต้องคอยรักษาหุ่นไว้ให้ไม่อ้วนขึ้นไง นายนี่ไม่เข้าใจผู้หญิงเอาซะเลยฉันเบ๊ะปากพลางใช้ส้อมเขี่ยผักตรงหน้าตัวเองเล่น แบบนี้คงยังไม่เคยมีแฟนล่ะสิท่า ฮิฮิฉันช้อนตามองอีกฝ่าย

มีสิ…” อีกฝ่ายชายตามองขึ้นไปข้างบนเอียงซ้ายเล็กน้อย อิตานี่พูดความจริงสินะ แต่ตอนนี้เลิกกันไปแล้วล่ะ ผมรักเธอมากเลยนะ แต่ผมก็ต้องปล่อยเธอไป

ถ้านายรักหล่อนแล้วนายจะปล่อยหล่อนไปทำไมล่ะ

“…” ชายตรงข้ามฉันไม่ตอบอะไรเพียงแต่มองลงไปบนจานข้าวผัดธรรมดาๆ ของเขา

เขาคงจะมีความทรงจำที่ไม่ดีกับเธอคนนั้นสินะ

ถ้านายไม่อยากตอบ ก็ไม่จำเป็นต้องตอบล่ะ ฉันเข้าใจนายน่า J

ทันใดนั้นสายตาของเราสองคนก็สอดประสานกัน เหมือนความรู้สึกของเขาได้ถูกโอนย้ายมายังตัวของฉันเหมือนกัน ความรู้สึกคิดถึงรักเกลียดจริงๆ แล้วเราไม่อาจจะปฎิเสธได้เลยว่า ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ เราก็ยังคงคิดถึงและเป็นห่วงเขาเสมอ เราไม่อาจจะโกหกตัวของเราเองได้เลยว่าเราเกลียดคนๆ นั้น เพราะในใจของเรานั้นเองก็รู้ดีว่าเรารักเขามากถึงเพียงใด เราก็แค่เสแสร้งแกล้งทำเป็นว่าเกลียดคนๆ นั้น เพียงเพื่อนำมาเป็นข้ออ้างว่าเรากำลังคิดถึงเขาอยู่แค่นั้นเอง

ฉันสลัดสายตาของเขาคนนั้นทิ้งก่อนที่ของเหลวอุ่นจะเริ่มเคลือบบนดวงตา ฉันไม่อยากจะมองสายตาที่ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็คือสายตาของคนๆ นั้นได้อีกสมชาย

ฉันสะกดจิตตัวเองให้มองบนผักสลัดในจานเหล่านั้นและค่อยๆ ยัดมันเข้าปากทีละคำ ทีละคำจนแทบจะเคี้ยวไม่ไหว น้ำตาของฉันไหลออกมาขณะที่ฉันกำลังเคี้ยวผักกรอบๆ เหล่านั้นในปากของฉัน

ฮึก…” ฉันสะอื้นออกมาอย่างไม่รู้ตัว เมื่อเงยหน้าขึ้นมา ก็พบกับมือนวลขาวที่หยิบยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ ฉันรับมันมาอย่างช้าๆ นำมันมาซับน้ำตาที่กำลังไหลรินออกมาอย่างไม่สามารถหยุดได้

ร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินไปที่ล็อบบี้จ่ายเงิน แล้วเดินกลับมาประคองไหล่สองข้างของฉันให้ลุกยืนขึ้นการที่เขาทำแบบนี้มันทำให้หัวใจของฉันอบอุ่นขึ้นอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกับตอนเด็กที่หกล้มหรือของหายแล้วก็มีคนๆ หนึ่งเข้ามาช่วย ในขณะที่คนอื่นๆ เองก็เห็นแต่กลับมองด้วยความเฉยเมย

เราสองคนเดินออกมาจากร้านอาหารแห่งนั้น เขาพาฉันไปเดินเล่นบนถนนสายการค้า ร่างสูงเดินเคียงข้างฉันโดยที่ไม่ปริปากพูดคำใดออกมาปล่อยให้ฉันได้ปลดปล่อยความรู้สึกออกมาโถ่เอ้ยผักในปากฉันยังเคี้ยวไม่หมดเลยด้วยซ้ำ

เขาประสานมือหนาอุ่นของเขาเอาไว้กับมือของฉันอย่างช้าๆ ฉันเงยหน้ามองใบหน้าของเขาและยิ้มออกมาพร้อมกับน้ำตา

ขอบคุณนะ…”

พี่ผมคงทำอะไรไว้ให้คุณเยอะงั้นให้ผมชดเชยให้ก็แล้วกันนะครับเขายิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนและจริงใจ

ฉันผ่านคนมาเยอะ นอกจากเพื่อนๆ และครอบครัวของฉันแล้วฉันก็เพิ่งมาเห็นที่ยิ้มออกมาจากหัวใจแบบนี้เป็นครั้งแรก

อึ้ม^^”

จะว่าไปชุดของคุณนี่มันโชว์เนื้อหนังเกินไปรึเล่าเนี้ยเขาถอดคาร์ดิแกนสีเทาออกมาแล้วคลุมไหล่ไว้ให้ฉันเหมือนกับตอนที่เราอยู่ที่ผับ

เอ่อขอบใจนะ…” ฉันขอบคุณพลางกระชับเสื้อสีเทานี้ให้เข้าที่ เสื้อแจ็คเก็ตนายที่เอาให้ฉันเมื่อตอนอยู่ที่ผับน่ะเดี๋ยวฉันซักแล้วจะเอามาคืนให้นะ

ครับ J

เขาจูงมือฉันเดินเล่นบนถนนที่พื้นถูกสร้างขึ้นมาจากอิฐหลายๆ ชิ้นปูเอาไว้ด้วยกัน ดูมั่นคงและแข็งแรง

เขาค่อยๆ คลายมือของเขาออกจากมือของฉัน

แอบแต๊ะอั๋งฉันเหรอ~” ฉันแซวเขาเล่น แต่เขาแอบหน้าแดงขึ้นมาซะงั้น ก็แหงล่ะสิ ฉันออกจะสวยขนาดนี้ อิอิ

จะว่าไปก็แอบแสบเท้าอยู่เหมือนกันนะเนี้ยออกมาเดินแบบนี้ รองเท้าส้นสูงคู่นี้ก็ไม่ค่อยได้ใส่ซะด้วยสิ แถมแดดก็ร้อนด้วย

นี่เราเข้าไปนั่งในร้าน….กรี๊ด!! มันเย็นนะ!” ฉันกำลังจะพูดชวนเขากลับเข้าไปนั่งในร้านกาแฟใกล้ๆ แต่เขากลับเอากระป๋องน้ำอัดลมเย็นๆ มาแตะบนแก้มฉันซะก่อน

ฮ่าๆ ขอโทษครับร่างสูงหัวเราะอย่างร่าเริง ว่าแต่ตะกี้คุณจะพูดอะไรนะครับ

อ๋อเราไปนั่งร้านกาแฟร้านนั้นกันมั้ย ตอนนี้มันเพิ่งบ่าย แดดมันร้อนน่ะ เดี๋ยวก็ได้เป็นลมกันทั้งคู่หรอก

แล้วเราก็เดินเข้ามาในร้านกาแฟ

เอาอะเมริกา…”

วันนี้คุณดื่มกาแฟไปแล้วนะ เดี๋ยวก็นอนไม่หลับหรอก ขอเป็นบลูฮาวายสองแก้วครับ

อะเอ๊ะ!!” ว่าแล้วเขาก็จูงมือของฉันไปนั่งที่โต๊ะทันที

รอสักพักเครื่องดื่มสีฟ้าสดใสก็ถูกนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะ

ขอบคุณนะฉันขอบคุณพร้อมกับหยิบเครื่องดื่มสีฟ้าขึ้นมาดื่ม

ไม่เป็นไรครับแล้วเรื่องค่าเสียหายของผมล่ะ

พรวด!! น้ำในปากของฉันแทบพุ่งเมื่อนึกได้ว่าฉันยังมีอะไรที่ติดค้างเอาไว้

แล้วฉันต้องจ่ายค่าอะไรเท่าไหร่ล่ะ T_T”

อีกฝ่ายยิ้มมุมปาก และหยิบกระดาษอะไรสักอย่างออกมาจากกระเป๋าเป้ของเขา สงสัยจะเป็นใบเสร็จล่ะมั้งน่ะ T_T

นี่ครับเขายื่นกระดาษนั่นมาให้ฉัน

เมื่อฉันรับมาก็รีบอ่านเลยทันที ค่ายเพื่อความสำเร็จในการทำงานเป็นทีมครั้งที่ 2 ของคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยH’ เดี๋ยวนะ

ผมอยากให้คุณไปเข้าค่ายนี้กับผมน่ะ ผมอยู่ปีหนึ่งมหาลัยH รุ่นพี่บอกให้พวกผมช่วยกันชวนคนเข้าค่ายด้วยกัน

มหาลัยH…งั้นนายก็เรียนที่เดียวกับฉันน่ะสิ แถมนายยังเป็นรุ่นน้องฉันด้วยนะ ฮ่าๆ ฉันเรียนปีสองน่ะ เอกจิตวิทยาพอได้ยินว่าไม่ใช่อะไรที่เสียเงินขึ้นมาก็ยิ้มร่าเลยจ้าฉัน

            อันที่จริงฉันก็เลยได้รับไอ้ใบปลิวนี่มาแล้วครั้งนึงนะ แต่คนให้มันดูหน้าหม้อเกินฉันก็เลยเอาไปห่อผ้าอนามัยแล้วน่ะสิ -_-;

งั้นรุ่นพี่จะไปเข้าค่ายนี้ด้วยใช่มั้ยคร้บ ค่ายนี้เข้าได้ทั้งคนในและคนนอกเลย พี่สามารถชวนเพื่อนๆ ของพี่มาเข้าค่ายนี้ด้วยกันก็ได้นะครับ

ฉันทั้งตบทั้งตีนายขนาดนั้นฉันคงกล้าปฏิเสธหรอกมั้ง ได้สิแค่นี้เองสบายมาก

และแล้วสายตาของฉันก็เผลอไปเห็นอะไรตลกๆ เข้า นี่ปากนายน่ะ ม่วงหมดแล้วนะ ฮ่าๆๆๆ

ก็เป็นปกติเวลาดื่มบลูฮาวายนี่ครับ ปากรุ่นพี่เองยังม่วงเลย

ฉะฉันก็ด้วยเหรอ!!” ฉันรีบหยิบกระจกในกระเปาออกมาดูตายแล้วม่วงจริงๆ ด้วยอ่ะ ดูป่วยมาก ไม่ได้ละ ฉันไปห้องน้ำแป๊บนะฉันลุกขึ้นพร้อมกับไม่ลืมหยิบกระเป๋าติดมือไปด้วย

เมื่อมาถึงห้องน้ำฉันไม่ได้เข้ามาทำธุระอย่างว่าหรอกนะ เติมหน้าสิคะคุณ ฉันปะแป้งเพิ่มพร้อมทาลิปสติกสีแดงสดลงบนริมฝีปาก พร้อมกับเช็คเสื้อผ้าหน้าผมว่าเข้าที่เข้าทางรึยังก่อนจะเดินกลับออกไปหาชายผู้ที่นั่งรอฉันอยู่ที่โต๊ะ

สายตาของเขามองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนกับเมื่อเช้าที่เราเจอกันที่คาเฟ่ เป็นสายตาที่ดูแล้วคงจะคิดถึงสาวคนนั้นแน่ๆ

ไปกันเถอะฉันชวนเขาออกจากร้าน พร้อมกับเดินไปจ่ายเงิน

 เดี๋ยวผมจ่ายเอง

ไม่ต้องหรอก เมื่อเช้านายก็เลี้ยงข้าวฉันแล้วนะฉันไม่พูดเปล่า ยื่นเงินในมือส่งไปให้พนักงานเลย ป่ะไปกันเถอะ

เราสองคนเดินบนถนนสายสีอิฐต่อ แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องใบหน้าของเราสองคน เป็นช่วงเวลาที่อบอุ่นหัวใจของฉันเหลือเกิน วันนี้ฉันเหนื่อยมากจริงๆ ฉันทั้งปวดหัว ร้องไห้ และยิ้มร่าเริงเหมือนกับตอนนี้ สมองของฉันทำงานหนักมากจนแทบจะลืมแผลที่เท้าของฉันที่เกิดจากอาการรองเท้ากัดซะสนิท

อยากทานอะไรก่อนกลับไหมครับเขาพูดพร้อมกับมองข้างทางที่ตอนนี้มีคนเอาโต๊ะมาวางเรียงรายพร้อมขายของ แสงไฟข้างทางส่องสะท้อนอยู่ในแววตาของเรา

ไม่ล่ะ ฉันบอกแล้วไงว่ารักษาหุ่นอยู่

งั้นรอผมตรงงนี้แป๊บนึงนะเขากึ่งวิ่งกึ่งเดินไปที่ร้านๆ หนึ่ง

ฉันมองข้างทางพลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย มีคนหนุ่มสาวออกมาเดินบนถนนสายนี้กันมากมาย บ้างก็มากับคนรัก บ้างก็มากับเพื่อนฝูง บ้างก็เดินมากันเป็นครอบครัวดูอบอุ่น ทุกๆ คนยิ้มร่าเริง ความอบอุ่นเหล่านั้นไหลซึมเข้ามาในร่างกายของฉัน

ไม่ทันไรร่างสูงก็เดินกลับมาพร้อมกับไอศกรีมโคนในมือสองโคน เขายื่นมาให้ฉันโคนหนึ่งพร้อมกับพูดว่า มีความสุขสักวันนะครับ J

ฉันเรามาพร้อมกับบ่นอุบอิบให้เป็นพิธีว่าอ้วนๆ ก่อนจะละเลงลิ้นเลียเข้าไอศรีมรสวนิลานี่ลงไป ว้าว อร่อยจัง~ ฉันไม่ได้กินไอศกรีมมาเป็นมีแล้วนะเนี้ย

เห็นมั้ยครับ อร่อยใช่มั้ยล่ะ

เราสองคนเดินเคียงคู่กันไปบนสายถนนแห่งความอบอุ่นเมื่อใกล้จะสิ้นสุดเส้นสายถนนี้แล้วก็ใจหายนิดหน่อยแฮะเพราะจะไม่มีแสงไฟอันอบอุ่นเหล่านี้แขวนเอาไว้แล้วน่ะสิ

ว๊าย!!!” จู่ๆ ฉันก็ล้มจากส้นสูงของตัวเอง คงเป็นเพราะความเจ็บจากที่ฉันเดินมาทั้งวันแน่ๆ

เป็นอะไรรึเปล่าครับรุ่นพี่!!” เขารีบทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างๆ ฉัน

มะไม่เป็นไรเขาถอดคาร์ดิแกนออกจากไหล่ฉันแล้วนำมันมามัดไว้ที่เอวฉันแทน

ทันใดนั้นร่างของฉันก็ลอยขึ้นสูงอย่างฉับพลัน เขาช้อนตัวฉันขึ้นอุ้มอย่างคล่องแคล่ว

ก็ไม่เห็นจะหนักตรงไหนนะครับ จะลดน้ำหนักทำไมกัน

นายยังไม่รู้จักผู้หญิงดีพอย่ะฉันพูดด้วยใบหน้าระเรือ

ใบหน้าของเขาที่คล้ายคลึงกับแฟนเก่าของฉันสะท้อนแสงไฟจากข้างทางมันทำให้ใจของฉันเต้นระรัว หวังว่าเขาจะกลับมาทำอะไรแบบนี้เหมือนที่น้องของเขากำลังทำอยู่ ร่างสูงออกเดินหน้าตรงไปยังจุดสิ้นสุดของถนนคนเดิน ให้ผมไปส่งบ้านนะครับ

ฉันฉันไปเองได้ แค่แค่เรียกแท็กซี่ให้ฉันก็พอแล้วล่ะ

“…” เขาครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะปริปากพูดคำที่เขาพูดมาตลอด ครับ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น