ยิ้มนี้เป็นของพี่ RE-UP(E-Book ออกแล้วค่ะ)

ตอนที่ 118 : บทที่ 16 มารตัวเดิม (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 920
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    21 ม.ค. 62

เมื่อท้องร้องปุณกันต์ก็เดินลงมาที่ชั้นล่างเพื่อหาอะไรรับประทาน ระหว่างเดินไปห้องครัวเขาก็เหลือบเห็นใครบางคนผ่านหน้าต่างกระจกบานใส ร่างสูงนอนทอดตัวบนเก้าอี้ริมสระพร้อมทั้งดื่มเบียร์

“มานั่งดื่มตรงนี้เดี๋ยวก็ได้หัวทิ่มลงสระหรอกพี่ปัณฑ์” ปุณกันต์เดินเข้าไปหาแล้วทรุดตัวนั่งบนเก้าอี้ริมสระตัวข้างๆ

ปัณฑ์ธรปรายตามองผู้มาใหม่ที่ตอนนี้สมควรจะทำงานอยู่โรงพยาบาลที่เชียงใหม่ ก่อนจะยกกระป๋องเบียร์ขึ้นกระดกดื่มเหมือนคนจมอยู่กับทุกข์และอยากเมาให้เต็มที่เพื่อลืมความเจ็บปวด

“หนีมาอย่างนี้คนไข้ไม่ล้นโรงพยาบาลแล้วรึไง” สายตาของพี่ชายมองหน้าน้องอย่างไม่สบอารมณ์

“โอ้โฮ! นี่รักน้องมากเลยสินะ คนอื่นเขามีแต่อยากให้กลับมาบ่อยๆ แต่พี่ชายนี่ไล่น้องอยู่ท่าเดียว อีกหน่อยปุณณ์กลับมาคงต้องโดนไล่ให้ไปอยู่ที่คอนโดฯ แน่ๆ นี่แค่เยี่ยมบ้านนะ พี่ชายยังไม่ต้อนรับเลย ไม่รู้ว่าเหม็นขี้หน้าหรือเพราะแอบหวงใครรึเปล่าน้า...”

ปุณกันต์แกล้งหยอก แต่พี่ชายกลับไม่มีทีท่าว่าจะเล่นด้วย เขาจึงถอนหายใจ “ปุณณ์มาถึงเมื่อบ่ายนี้เอง กลับเช้าพรุ่งนี้ นี่ถ้าไม่ติดว่าน้ายุ้ยโทร.บอกว่าพ่อคิดถึงปุณณ์มากจนกินข้าวไม่ค่อยลง ปุณณ์ก็ไม่รีบกลับมาหรอกนะ”

ปัณฑ์ธรยกยิ้มเมื่อฟังคำที่น้องชายบอกว่า ‘พ่อกินข้าวไม่ค่อยลง’ สงสัยเขาคงจะเห็นต่างจากน้ายุ้ย

เขาเห็นออกจะชัดว่าพ่อยังคงเจริญอาหารอย่างที่เป็นมาตลอด แต่กระนั้นชายหนุ่มก็ไม่ได้พูดออกไปเป็นการหักหน้าพ่อ เขาวางกระป๋องเบียร์ที่หมดแล้วลง ก่อนจะหยิบกระป๋องใหม่ขึ้นมาเปิดอีก ดื่มอั้กๆ อย่างกับเป็นน้ำเปล่า

“นี่ทะเลาะกับยิ้มมาใช่ไหม” ทุกครั้งที่มีปัญหากับโยษิตา ปัณฑ์ธรมักจะเป็นอย่างนี้เสมอ หงุดหงิด ทำท่าทางซังกะตาย หมดอาลัยตายอยาก จนบางทีก็แอบพาลมาถึงเขา

“…”

“เงียบอย่างนี้แสดงว่าชัวร์” ปุณกันต์ถอนหายใจ เขายกขาขึ้นมานอนทอดตัวเหยียดยาวเหมือนคนข้างๆ “แล้วนี่ไปทำอะไรเข้าล่ะ ถึงได้ทะเลาะกับน้องได้…คงไม่ใช่ว่าเอาแฟนมาอวดให้น้องต้องช้ำใจอีกนะ”

เรื่องความรู้สึกของโยษิตาที่มีต่อปัณฑ์ธร ปุณกันต์รู้ดี และพี่ชายของเขาเองก็รู้มานานแล้วเช่นกัน แต่ปัณฑ์ธรพยายามหนีมันมาตลอด ไม่ใช่แค่หนีเพียงความรู้สึกของน้อง แต่หนีแม้กระทั่งหัวใจตัวเองด้วย

“เปล่า”

“หรือว่าไปหึงน้องมันจนออกนอกหน้า?

“…”

ทุกประโยคที่ฟังน้องชายพูดจี้ใจดำ ทำให้ใบหน้าของคนเป็นพี่เริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนั่นเป็นคำตอบให้น้องชายอย่างเขาเข้าใจทันที

“โธ่ พี่ปัณฑ์ พยายามปัดน้องมันไปให้ห่างๆ แต่ตัวเองกลับไปหึงเขาเนี่ยนะ” ปุณกันต์ถอนหายใจ ก่อนหันมองพี่ชายแล้วเบิกตากว้างเมื่อนึกไปว่าอาจเกิดเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น “แล้วนี่พี่ไปทำอะไรน้องมันรึเปล่า!? ถึงเรื่องนี้จะไม่เกี่ยวกับปุณณ์ แต่ในฐานะพี่ชาย ปุณณ์รับไม่ได้นะ”

“…”

ปัณฑ์ธรยกมือขยี้ผมตัวเองอย่างแรงจนแทบจะเป็นทึ้งหัว ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิดเต็มที “ฉันห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้ว่ะ มันไม่ไหวแล้ว”

ชายหนุ่มที่ดูสมาร์ต มั่นใจ มีความเป็นผู้นำ และไม่เคยง้อใครตอนนี้กลับตกอยู่ในสภาพหมาหลงทางอย่างไม่เคยเป็นราวกับถูกเจ้าของทิ้งถึงกับอึ้ง จากที่ตั้งใจจะด่ากราดพี่ชายที่เผลอไปล่วงเกินน้องสาวเข้า เขาก็พยายามสงบจิตสงบใจแล้วยอมรับฟังพี่ชายที่สิ้นหนทางถึงขนาดต้องพึ่งแอลกอฮอล์

“ทั้งที่รู้ว่ามันไม่ควร แต่ฉันก็ห้ามตัวเองไม่ได้ ทั้งที่ฉันรู้ว่าเราควรอยู่ในสถานะพี่น้อง แต่กลายเป็นฉันเองที่ทนเห็นยิ้มสนิทกับคนอื่นไม่ได้ ฉันหึงหวงเขา…เพราะกลัวว่าเขาจะคบกัน ทั้งที่ฉันไม่มีสิทธิ์ แต่ก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้ ฉันมันเห็นแก่ตัวว่ะ”

ถ้าตาไม่ฝาด เขารู้สึกว่าดวงตาของพี่ชายดูเงาๆ เยิ้มๆ แปลกๆ นี่ไม่ใช่ว่าถึงกับร้องไห้หรอกนะ

“ฉันรู้สึกน้อยใจจนทนไม่ได้ แกรู้ไหมว่าเขายังบอกอีกนะว่ามีแกเป็นพี่ชายคนเดียวก็พอ…ตอนนั้นฉันฟังแล้วทนไม่ไหว” ศีรษะของคนพร่ำรำพันออกมาด้วยอาการคนอกหักเอนพิงพนักเก้าอี้ไม่เบานัก ก่อนจะหลับตา ดูเหมือนว่าเบียร์จะออกฤทธิ์เสียแล้ว ซึ่งเขาเองก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากพูดปลอบพี่ชายให้ใจเย็นลง ไม่เสียใจฟูมฟายจนโดดลงไปในสระ

“ก็น้องมันไม่อยากให้พี่เป็นแค่พี่ชายไง มันอยากให้พี่เป็นมากกว่านั้น”

“…”

“ส่วนความคิดบ้าๆ ของพี่เองก็พอเถอะ พี่กับยิ้มไม่ใช่สายเลือดเดียวกันสักหน่อย จะรักจะชอบกันมันก็ย่อมได้ อย่าหนีหัวใจตัวเองอีกเลย” คนเป็นน้องสอน แล้วก็อดไม่ได้ที่จะหยิบกระป๋องเบียร์ที่เหลือเพียงกระป๋องเดียวเปิดฝาแล้วยกดื่มด้วย

“แต่ฉันเป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์แย่ๆ นั้น เหตุการณ์ที่ทำให้ยิ้มฝันร้ายและกลัวมันมาตลอด ทุกวันนี้ฉันก็ยังไม่แน่ใจว่ายิ้มหายกลัวมันรึยัง…ฉันกลัวว่าถ้าฉันกับยิ้มลงเอยกัน ยิ้มก็จะจำเรื่องนั้นได้ เพราะเหมือนฉันเป็นเครื่องย้ำเตือน แม้ว่าทุกอย่างฉันทำเพื่อปกป้องยิ้ม แต่ยังไงก็หนีความจริงที่ฉันเป็นฆาตกรไม่พ้น ฉันฆ่าคนต่อหน้าเขา ถึงจะทำไปเพราะช่วยก็เถอะ” ปัณฑ์ธรเพ้อออกมาด้วยความเจ็บปวด

เขารับไม่ได้ที่จะให้โยษิตาจำภาพของเขาที่เต็มไปด้วยเลือดทั้งตัวจากการฆ่าคนเมื่อครั้งตอนนั้น เธอจะต้องหวาดระแวงไปตลอดชีวิต

“โห...พี่ปัณฑ์ ช้าไปไหมวะ พี่ผูกพันกับน้องมันมาตั้งนานแล้ว และทุกวันนี้ที่มานั่งรำพึงรำพันก็เพราะตัดมันไม่ขาด จากชีวิตไม่ใช่เหรอ…ที่สำคัญพี่ไม่ใช่ฆาตกร แต่พี่เป็นคนช่วยชีวิตน้องไว้ หยุดโทษตัวเองแล้วเดินหน้าได้แล้ว เชื่อเถอะว่าถ้าน้องมันจะเกลียด จะโกรธพี่จริงๆ ก็มีเรื่องเดียว…คือพี่ทิ้งมันไปมีคนอื่น”

ปัณฑ์ธรเงียบ ไม่ได้ตอบกลับ เช่นเดียวกับปุณณกันต์ที่ไม่ซ้ำเติมคนที่อยากใช้ความเงียบ เหตุผล และทางที่เขาควรจะตัดสินในการพิจารณาตัวเองเพื่อเขาและผู้หญิงที่เขารักที่สุด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

223 ความคิดเห็น