ยิ้มนี้เป็นของพี่ RE-UP(E-Book ออกแล้วค่ะ)

ตอนที่ 119 : บทที่ 16 มารตัวเดิม (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 948
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    22 ม.ค. 62

หลังจากเกิดเหตุปัณฑ์ธรก็ย้ายตัวเองมาอยู่คอนโดฯ ได้สองวันแล้ว และก็ยังไม่มีกำหนดกลับบ้าน ตราบใดที่เขายังไม่มั่นใจว่าโยษิตาจะหายโกรธ

ที่สำคัญตัวเขาเองละอายเกินไปกับความผิดที่เข้าไปหาเรื่องเธอถึงห้อง ขัดกับภาพที่ผ่านมาที่เขาอุตส่าห์พยายามทำตัวเป็นพี่ชายที่ดีมาตลอด แต่สุดท้ายกลับเก็บความรู้สึกไม่อยู่จนระเบิดมันออกมา

ทั้งที่สัญญากับตัวเองแล้วว่าจะไม่ล่วงเกินเธอ แม้กระทั่งเผลอ แต่เขาก็ทำลงไปจนได้

ปัณฑ์ธรก็นึกอยากทำตามหัวใจตัวเองเหมือนกัน ถ้าหากเธอไม่ได้มีความทรงจำอันเลวร้ายเกี่ยวกับการถูกคุกคามทางเพศ โดยที่เขาเองก็อยู่ร่วมเหตุการณ์นั้นและที่สำคัญที่สุดก็คือเขาฆ่าคนต่อหน้าเธอ

ปัณฑ์ธรยอมรับว่าเขาเป็นคนที่เห็นแก่ตัว ทั้งที่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับคนธวัลย์ แต่กลับดึงหล่อนเข้ามาเอี่ยว ใช้หล่อนเป็นไม้กันความรู้สึกผิดของตัวเองที่มีต่อโยษิตา ใช้หล่อนเป็นเครื่องมือหลอกฐานะตัวเองเพื่อที่จะได้เข้าใกล้โยษิตาได้เหมือนเดิม โดยใช้คำว่า ‘พี่’ เข้ามาอ้าง แต่สุดท้ายแล้วก็เป็นเขาเองที่ทำทุกอย่างพังทลายลง

ทั้งในคืนนั้นด้วย ในคืนที่เขาเมา…มันเกิดอะไรขึ้นและลึกซึ้งถึงขนาดไหน เขาเผลอไปทำอะไรโยษิตารึเปล่า

ครืดดด!…โทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงสั่นขึ้น

พอหยิบมาดูก็เห็นว่าสายที่โทร.เข้ามาเป็นคนธวัลย์ ไม่ใช่ใครบางคนอย่างที่นึกวาดฝันไว้ ซึ่งคนคนนั้นไม่ได้ติดต่อเขามาเลย ทั้งที่ปกติโกรธกันมากแค่ไหนอย่างน้อยเธอก็มักจะส่งข้อความหา

“มีอะไรเหรอคิต”
“พี่ปัณฑ์อยู่ที่คอนโดฯ รึเปล่า ตอนนี้คิตอยู่ที่หน้าคอนโดฯ ของพี่แล้ว”

“มาทำอะไร”

“คิตซื้อผลไม้มาฝากพี่ คิตจอดรถหน้าคอนโดฯ พอเปิดประตูรถลงมาฝนก็ตกเลย คิตไม่มีร่มด้วย ตอนนี้คิตก็เลยตัวเปียกหมดแล้ว”

“…”

“พี่ปัณฑ์อยู่ที่คอนโดฯ ใช่ไหม ถ้างั้นรีบลงมารับนะคะ ตอนนี้คนเริ่มมองคิตกันใหญ่แล้ว คิตอาย”

ปัณฑ์ธรพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด เรื่องที่เขาอยู่ที่นี่ อดีตแฟนสาวต้องรู้จากป้าหน่อยที่ยังไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขาและคนธวัลย์จบลงแล้วแน่

“แล้วทำไมไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องน้ำข้างล่าง”

“คิตไม่มีชุดในรถติดมาเลย ถ้าจำไม่ผิดคิตเคยทิ้งชุดไว้ที่ห้องพี่ปัณฑ์นี่…ขอเข้าไปเปลี่ยนชุดหน่อยได้ไหม”

“…”

“นะ พี่ปัณฑ์นะ พี่ปัณฑ์จะใจร้ายปล่อยให้คิตเป็นปอดบวมเลยเหรอคะ หนาวก็หนาว จะใจร้ายกับคนที่อุตส่าห์ซื้อของมาฝากไปหน่อยไหม”

ปัณฑ์ธรหมดความอดทนที่จะรับฟังคำตัดพ้อ “อืม เดี๋ยวลงไปรับ”

เขาตัดบทด้วยการอนุญาต เพราะถ้าขืนปล่อยให้หล่อนรอนานกว่านี้ คงไม่พ้นที่คนจะเห็นแล้วเอาไปลือกันจนเป็นข่าวดังแน่ๆ

วันนี้กว่าโยษิตาจะเลิกงานก็ปาเข้าไปสามทุ่มกว่าแล้ว ทันทีที่ออกจากที่ทำงานเธอก็มุ่งหน้ามายังคอนโดฯ ของปัณฑ์ธร เธอเดินมาตามทางที่ทอดยาวไปยังหน้าห้องของคนที่หนีหน้าเธอมากว่าสองวัน

กว่าจะมาที่นี่ได้เธอต้องรีบเคลียร์งานที่บริษัทมือเป็นระวิง ทำเอาเหนื่อยเลือดตาแทบกระเด็น

จริงๆ แล้วเธอไม่ได้ตั้งใจจะมาที่นี่แต่เมื่อวันก่อนปุณกันต์ไม่ได้เล่าให้ฟังว่าปัณฑ์ธรไปพร่ำเพ้ออะไรให้เขาฟัง ชายหนุ่มกลัวว่าตัวเองจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอลืมอดีตไม่ได้ ทำให้เธอนึกถึงบาดแผลเมื่อสิบกว่าปีก่อน เหมือนเป็นการตอกย้ำซ้ำเติมเธอ

ปัณฑ์ธรคิดอย่างนั้นทั้งที่ความจริงแล้วเขาต่างหากที่ทำให้เธอไม่กลัวเหตุการณ์เลวร้ายนั่น ถ้าหากเธอไม่ได้เขาช่วยชีวิตเอาไว้ป่านนี้ก็คงไม่มีชีวิตอยู่ หรือถ้ารอดไปได้ก็คงหาทางฆ่าตัวตายเพราะมีตราบาปติดตัว เนื่องจากโดนไอ้แก่ตัณหากลับที่ได้ชื่อว่าเป็นลุงแท้ๆ ข่มขืน

โยษิตากดออดหน้าประตูสามครั้ง เธอยืนรอด้วยความตื่นเต้น คิดสะระตะว่าถ้าเขามาเปิดประตูแล้วเธอจะทำหน้าอย่างไรดี จะยิ้มรับด้วยความยินดีแล้วบอกว่า ‘พี่ปัณฑ์...คิดถึงจังเลย’ หรือปั้นหน้านิ่งแล้วอ้างว่าคุณลุงกับแม่เป็นห่วง เธอเลยมาเยี่ยมเขาแทนพวกเขา

ทว่าโยษิตารอสักพักก็ยังไม่มีวี่แววว่าเจ้าของห้องจะมาเปิดประตูให้

หรือเขาจะไม่อยู่…

แต่ครั้นจะให้โทร.ไปโยษิตาก็ยังถือทิฐิ เดี๋ยวจะหาว่าเธอเป็นฝ่ายง้องอน ซึ่งก็เท่ากับยอมรับว่าเธอเป็นคนผิด ถ้าเป็นอย่างนั้นสู้หน้ากันตรงๆ เลยดีกว่า

ถ้าไม่เจอก็แสดงว่าไม่อยู่ แต่ถ้าเจอ…จะได้รู้ไปเลยว่าเขาอยู่กับใครรึเปล่า ไม่ใช่ว่าตลอดเวลาที่มาพักที่นี่พาผู้หญิงมาอยู่ด้วยหรอกนะ

โยษิตาพยายามไม่คิดอะไรมากให้ปวดหัว เธอสแกนลายนิ้วมือพร้อมกับกดรหัสผ่านที่เขาเคยบอกเพื่อใช้เปิดเข้าไป

ร่างบางเดินเข้ามาถึงห้องโถงรับแขกซึ่งเปิดไฟไว้…เป็นสัญญาณว่าเขากลับมาแล้ว

เธอได้ยินเสียงก๊อกๆ แก๊กๆ จากห้องที่เชื่อมกันกับห้องโถง ทว่ามองเห็นไม่ชัดว่าเป็นเขาแน่รึเปล่า เธอจึงเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ซึ่งขณะนั้นเธอได้ยินบทสนทนาของหนุ่มสาวดังขึ้น

“อยากกินสลัดที่ใส่มายองเนสอะ แต่ช่วงนี้ต้องระวังเรื่องน้ำหนัก เลยไม่ค่อยได้กินอะไรเลย”

แล้วก็ได้ยินเสียงหัวเราะหวานๆ ใสๆ ของคนที่เธอรู้ดีว่าเป็นใคร...ดาราสาวดาวรุ่งคนนั้น

“อื้อ แล้วนี่เอาอะไรมา”

เสียงทุ้มของคนคุ้นเคยที่เธอได้ยินช่างเสียดแทงหัวใจ ปวดร้าวราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

นี่น่ะเหรอที่บอกว่ารู้สึกผิดต่อเธอ รู้สึกผิดมากจนต้องมาอยู่กับแฟน…มันก็แค่ข้ออ้างที่บอกกับปุณกันต์เท่านั้น ไม่ใช่ความจริง

“แต่วันนี้คิตจะยอมตามใจพี่ปัณฑ์เลยนะ คิตเอาไก่อบพริกไทยอย่างที่พี่ปัณฑ์ชอบมาด้วย ลองแกะดูสิคะ”

วาจาหวานๆ ว่าระคายหูแล้ว ยังเทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดที่พอเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วเธอเห็นว่าหล่อนอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำ ส่วนฝ่ายชายแม้จะสวมเสื้อเชิ้ตทำงาน ทว่าดูไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไร ชายเสื้อถูกดึงออกมาจากกางเกง และกระดุมเสื้อถูกปลดออกบางส่วน

ดูแล้วช่าง…พวกเขาก็คือคู่รักดีๆ กันนี่เอง

คนธวัลย์คลุกสลัดให้เข้ากัน ตักเข้าปากตัวเองหนึ่งคำแล้วตักคำใหม่ก่อนยื่นเข้าปากเขา

แม้ปัณฑ์ธรจะพยายามปฏิเสธอยู่หลายที แต่หล่อนก็ตื๊อด้วยการเอาช้อนประชิดปากตรงกับช่วงเวลาที่คนที่ถือวิสาสะเข้าห้องนี้มาเห็นพอดี

ภาพมันบาดตาบาดใจจนเธอทนไม่ไหว โยษิตาถอยหลังร่นออกไปอย่างลนลาน กระทั่งเผลอไปชนเข้ากับแจกัน

เพล้ง!

ทั้งสองคนในห้องครัวจึงหันมา ปัณฑ์ธรที่เห็นร่างแน่งน้อยที่คิดถึงสุดหัวใจก็ไม่ช้าที่จะเดินเข้าไปหาเธอ “ยิ้ม!”

“พี่ปุณณ์เล่าให้ยิ้มฟังเรื่องที่พี่ปัณฑ์ไปเพ้อให้เขาฟัง แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่อย่างที่พี่ปุณณ์บอกยิ้มเลยสักนิด…อาหารที่ยิ้มซื้อมานี่ดูเหมือนว่าบางคนจะไม่ต้องการแล้ว ยิ้มจะเอาไปให้พี่ยามข้างล่างแทนละกัน!” เธอกำถุงที่ใส่กล่องข้าวซึ่งซื้อมาให้เขาแน่น ก่อนจะรีบหมุนตัวกลับแล้วก้าวเร็วๆ เพื่อจะหนีไปให้พ้นจากห้องนี้

“ยิ้ม! มันไม่ใช่อย่างที่ยิ้มคิดนะ!” ปัณฑ์ธรวิ่งเข้ามารั้งแขนเธอไว้ โยษิตาจึงสะบัดมันออกอย่างแรง แต่ก็ไม่เป็นผล

“อะไรคืออย่างที่ยิ้มคิด พี่ปัณฑ์รู้เหรอว่ายิ้มคิดอะไร พวกพี่จะทำอะไรก็เชิญเถอะค่ะ แต่วันหลังไม่ต้องมาบ่นอะไรให้พี่ปุณณ์ฟังอีก อย่าเล่นกับความรู้สึกคนอื่น ปล่อยค่ะ!” โยษิตายังคงพยายามสลัดพันธนาการออก ทว่าเธอสะบัดเท่าไรก็ไม่หลุด

คนธวัลย์ที่เห็นความวุ่นวายรีบออกมาแก้ตัวเป็นพัลวัน “พี่กับพี่ปัณฑ์ไม่ได้มีอะไรอย่างที่ยิ้มคิดนะ เผอิญว่าฝนตก พี่เลยขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้า…” ภายใต้ใบหน้าสวยหวาน แต่โยษิตารู้ดีว่าที่จริงแล้วหล่อนกำลังเย้ยหยันเธออยู่

“ที่ห้องของพี่ปัณฑ์?” เธอจ้องหน้าผู้หญิงของเขาแล้วหันกลับมามองคนต้นเหตุอย่างตัดพ้อ ซึ่งคนธวัลย์ก็ไม่วายที่จะเข้ามาขยี้ความรู้สึกของเธอต่อด้วยการสอดแขนควงปัณฑ์ธรอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ

“ใช่ค่ะ พี่ก็แค่มาเปลี่ยนเสื้อผ้า…ที่ทิ้งไว้ที่นี่”

โยษิตามองดาราสาวข้างๆ ตาขวาง ซึ่งหล่อนเองก็แสดงแววตาเยาะเย้ยเธอกลับมา

“ค่ะ จะทำอะไรก็เชิญตามสบาย ยิ้มขอตัวก่อน!” จากนั้นก็ไม่รู้ว่าเธอรวบรวมเรี่ยวแรงมาจากไหน สามารถสะบัดแขนออกจากการกอบกุมของคนเลวได้สำเร็จ

โชคดีว่ากว่าน้ำตาจะไหลพรากลงมาราวกับเขื่อนแตกทะลักหลังจากออกมาจากห้องของปัณฑ์ธรแล้ว…ไม่ปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นสมเพศเธอไปมากกว่านี้

เห็นเธอเป็นของตายรึไง มาจูบมาหอม มาบ่นอย่างกับว่าเธอสำคัญ สุดท้ายเขาก็ไปมีความสุขกับผู้หญิงคนนั้น

ดี…ได้เห็นอย่างนี้ก็ดี คืนนั้นที่เสียไปให้เขายิ้มจะถือว่าให้ทาน ต่อจากนี้ยิ้มจะได้ตัดใจจากพี่ง่ายขึ้น และพี่เองก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะรั้งยิ้มไว้ได้อีกแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

223 ความคิดเห็น