เสน่หาหวนรัก - REUP (ทำมือ)

ตอนที่ 3 : บทที่ 2 เสียวหนึ่งของความทรงจำ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,263
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    25 เม.ย. 61

ธุรกิจซึ่งขึ้นชื่อเรื่องผลิตน้ำเมาและกินส่วนแบ่งตลาดใหญ่ของประเทศ ได้แต่งตั้งผู้บริหารคนใหม่เข้ามาทำงานเกือบหนึ่งสัปดาห์แล้ว แต่จนป่านนี้พนักงานหลายคนยังไม่ได้ข่าวว่าเจ้านายคนใหม่จะเข้ามาทำงานเมื่อใด

ยิ่งไม่มีระยะเวลากำหนดพวกเขาก็เอาไปผนวกกับข่าวลือที่เคยมีคนกล่าวไว้ว่าทายาทของ 'อัศวเศวตรกุล' หรือผู้บริหารคนใหม่ที่เพิ่งได้รับตำแหน่งหมาดๆ แท้จริงเขาเหมาะสมกับตำแหน่งนี้แล้วหรือ

“เห็นว่าประธานคนใหม่ยังอายุน้อยอยู่เลยนะ ทำไมเจ้าสัวถึงได้แต่งตั้งปุบปับขึ้นเลยล่ะ หรือว่าเพราะเป็นหลานคนโต อยากให้เรียนรู้งานเร็วๆ” พนักงานหญิงคนหนึ่งที่เดินเข้ามาชงกาแฟเปิดประเด็นคุยกับเพื่อนร่วมงานซึ่งนำขนมมาอุ่นไมโครเวฟในห้องแพนทรี

“หลานคนโตที่ไหนกัน คนรองต่างหาก ไม่เคยได้ยินข่าวหรือไงที่ทายาทคนโตของอัศวเศวตรกุลเสียชีวิตไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน โอ๊ยย เกือบๆ จะยี่สิบแล้วมั้ง ข่าวดังจะตาย” เพื่อนที่ทำงานมาก่อนเล่าให้คู่สนทนาฟัง

“จริงเหรอ? งั้นก็แปลว่าถ้าคนพี่ไม่ตาย น้องก็ไม่ได้ขึ้นแทนสิ เออ ว่าแต่ตายยังไงล่ะ?

“เห็นว่าเกิดอุบัติเหตุรถชนอะไรเนี่ยแหละ เคยได้ยินว่าตอนนั้นเขากำลังเทรนงานเพื่อเตรียมก้าวขึ้นเป็นผู้นำแทนพ่อเลยนะ ได้ยินว่ารุ่นพี่หลายๆ คนที่เคยทำงานด้วยก็ทั้งรักทั้งเคารพเขาอยู่ เห็นว่าเก่งมากๆ เลยละ”

“แล้วคนน้องล่ะ ก็ได้ยินว่าเก่งไม่แพ้กันเลยนี่ ถึงพวกผู้จัดการ คนที่ทำงานด้วยจะไม่ชอบเท่าไร แต่ผลงานก็ออกมาดีเกินคาดเลย” ด้วยความเพลิดเพลินจึงอาจพูดในเรื่องที่เป็นการละลาบละล้วงเจ้านาย แต่จะเป็นไรไปในเมื่อท่านไม่ได้ยิน

“เท่าที่เคยได้ยินมาก็แจ่มเอาเรื่องอยู่นะ แต่เรื่องเคี่ยวก็โหดพอตัวเหมือนกัน อย่างตอนที่ดูแลฝ่ายผลิตที่อยุธยาก็พาคนที่นั่นวุ่นวายกันทั้งฝ่าย เพราะสั่งให้จัดการรื้อระบบใหม่หมด ทำเอาคนที่โน่นหัวหมุนกันไป แต่ว่ายอด KPI ของที่นั่นพุ่งสูงปรี๊ด ถือว่าได้ผลมาก”

“อืม ก็เจ๋งดีนะ แต่ที่นี่เป็นสำนักงานใหญ่ ระบบการทำงานก็ดีอยู่แล้ว คงไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงอะไรหรอกมั้ง” หล่อนเพิ่งเข้ามาสองปีกว่า ที่นี่ยังมีระบบการทำงานค่อนข้างดี ทั้งยังให้สิทธิกับพนักงานมากกว่าที่อื่นเช่นกัน ถ้าเทียบกับบริษัทเก่าที่เคยอยู่แล้วถือว่าดีกว่ามาก

“ก็ไม่แน่ เพราะเคยได้ยินมาว่าตอนเป็นวัยรุ่นก็เฮี้ยวไม่ใช่น้อย บางทีอาจจะเกิดอารมณ์แปรปรวนขึ้นมาอีกก็ได้!” เคยได้ยินรุ่นพี่คนเก่าหลายคนบ่นมาเช่นกัน

“ตอนวัยรุ่น? เฮี้ยวยังไง” ทั้งที่หล่อนชงกาแฟเสร็จแล้ว แต่ก็ยังประวิงเวลาโดยการคนกาแฟรอฟังเรื่องที่อยากรู้ต่อ

“ก็ซ่ามีเรื่องมีราวเกเรทะเลาะกับชาวบ้านเขาน่ะสิ หนักถึงขนาดพาเพื่อนไปตายด้วยกันเลยนะ!” หล่อนหยิบขนมที่อุ่นจากไมโครเวฟเสร็จใส่จาน แล้วหยิบช้อนตักกินพลางสนทนานินทาเรื่องของเจ้านาย

“จริงเหรอ!? เฮ้ย แต่เห็นว่าหน้าตาดีมากเลยนะ จะเคยเป็นอันธพาลได้ยังไง นึกภาพไม่ออกอ่ะ” ถึงกิตติศัพท์ความโหดร้ายจะมาก ทว่ารูปลักษณ์ก็มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน

“ฉันเคยเห็นแต่ในรูปเหมือนเธอนั่นแหละ ออร่าเบอร์แรงทะลุทะลวงไส้พุงยิ่งกว่าดาราฮ่องกงในยุคก่อนอีก แต่น่าเสียดาย ได้ยินว่าหมั้นกับหม่อมหลวงที่เป็นทายาทคนเล็กของราชสกุลภูวไนยไปแล้ว รู้จักไหม”

พนักงานทั้งสองเมาท์กันอย่างเมามันในห้องแพนทรี จนไม่ได้สังเกตว่ามีส่วนเกินยืนรับฟังพวกหล่อนอยู่

“กาแฟเย็นไปหมดแล้วมั้ง” เสียงทุ้มเต็มไปด้วยอำนาจไม่ได้ถูกเอ่ยดังมาก หากกลับก้องเหมือนระเบิดแก้วหูจอมนินทา ที่พอได้หันมามองต้นเสียงแขนขาก็แทบอ่อนแรง

“ทะ ท่านประธาน...” หญิงทั้งสองน่าซีดเผือด ปากสั่นมือสั่นจนทำอะไรไม่ถูก เห็นทีว่ากลับไปเย็นนี้เธอจะต้องรีบหางานใหม่แล้ว

ใครบ้างจะไม่เคยได้ยินว่าหากผู้ใดที่ทำให้ท่านประธานหนุ่มไม่พอใจ ก็มีอันต้องโยกย้ายหรือเด้งออกจากตำแหน่งกันไปเสียหมด

ธนเศรษฐ์ อัศวเศวตรกุล!

“ไม่พูดต่อล่ะ กำลังสนุกเลย” คนน่าเกรงขามยิ้มเย็นเยือก ซึ่งคนเห็นมองว่าเขาไม่ต่างจากมัจจุราชที่กำลังกุมอนาคตของพวกเธอไว้

ท่านประธานหนุ่มไม่สนใจท่าทีตื่นกลัว ผู้มีอำนาจกวาดตามองทั้งสองก่อนจะพูดออกมา “นี่กี่โมงแล้ว ทำไมเพิ่งจะมาชงกาแฟกินกัน ง่วง?

พนักงานใต้บังคับบัญชาตัวเล็กๆ ทั้งสองได้แต่ยืนเกร็ง ไม่กล้าสบตาคนตรงหน้าที่มีสิทธิ์ขาดสามารถชี้เป็นชี้ตายได้แทบทุกคนในบริษัท

“ถ้าที่นี่มันไม่สะดวกจะพูดคุยกันไปต่อที่บ้านก็ได้นะ จะชงกาแฟตอนไหนก็ได้ หรือว่า...อยากจะนินทาเจ้านายตอนไหนก็ไม่มีใครได้ยิน” เสียงเหี้ยมของเจ้านายทำเอาคนทั้งสองขนลุกซู่

แม้ว่าในตอนนี้เขาจะอายุเพียงยี่สิบเก้าปี ทว่าภาพลักษณ์และตำแหน่งของเขาก็ทรงอิทธิพลมากกว่าคนอายุสี่สิบห้าสิบปีในที่นี้หลายเท่า

ยิ่งทายาทหนุ่มอยู่ในชุดสูทสีดำสง่าเรียบกริบ ร่างสูงใหญ่ก็ยิ่งดูน่าเกรงขาม ซ้ำพอเหลือบมองใบหน้าหล่อเหลาที่เห็นแม้เพียงน้อยนิดก็ยิ่งส่งผลให้เขาดูเหมือนเทพบุตรที่มาจากความมืด

เห็นทีที่พูดกันว่าผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรงที่สาวๆ ก็ต่างคลั่งไคล้จะไม่ได้มีเสน่ห์อย่างที่ใครๆ ว่ากันจริงๆ...เพราะเธอทั้งสองคนได้พิสูจน์แล้วว่าไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นเลยสักนิด!

“มะ ไม่ค่ะ” เสียงคนตอบเบาหวิว หล่อนพูดต่างจากเมื่อครู่ที่นินทาเจ้านายเสียงดัง

“งั้นก็เลิกทำตัวเหมือนว่างได้แล้ว” ร่างสูงกล่าวจบก็ผินหน้าออกไป ทว่าจู่ๆ ก็อุตส่าห์หันมาให้สองสาวหัวใจหงายคว่ำจนเกือบจะวาย “หรืองานที่มีอยู่คงน้อยเกินไปพวกคุณก็เลยว่าง”

“...” ทั้งสองคนหน้าเหวอแต่ก็ส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน

ทว่าเจ้านายใหญ่ไม่สนใจ เขาหันไปบอกกับเลขาฯ หนุ่มซึ่งคอยเดินตามหลังประกบอยู่ไม่ห่าง “สั่งให้หัวหน้าแผนกประเมินลูกน้องของตัวเองด้วย แล้วก็อย่าลืมเพิ่มงานให้พวกเธออีกเท่าตัว…ได้ยินว่าบางตำแหน่งในแผนกนี้ยังว่างอยู่ยังหาคนมารับช่วงต่อไม่ได้ ก็ยกภาระนี้ให้พวกเธอรับต่อไปด้วย” จบคำสั่งไร้ปรานี ผู้บริหารหนุ่มก็เดินออกห่างไปโดยไม่แลมา

“โอ๊ยยย ซวยแล้วไหมล่ะ งานที่มีอยู่ยังไม่เสร็จเลย แล้วนี่จะทำยังไง เบิกค่าโอทีได้ไหมเนี่ย!” หนึ่งในสองวางจานขนมลงทันทีหลังจากที่เนื้อตัวชาวาบ “ก็ใครจะไปรู้ว่าท่านประธานจะเดินมาทางนี้เล่า!”

ใครจะคิดว่าระดับซีอีโอจะมายืนอยู่หน้าห้องแพนทรีในแผนกล่างๆ อย่างฝ่ายสวัสดิการของพนักงานได้

 

ร่างสูงของผู้มีอำนาจเดินผ่านทางระหว่างแผนกโดยไม่กลัวเสียเวลา ซึ่งผู้คนส่วนมากต่างรู้ว่าเขาเป็นใครแทบทั้งสิ้น ผู้ที่เดินสวนทางกันจึงยกมือไหว้สวัสดีทักทายเป็นการแสดงความเคารพ

แม้ว่าท่านประธานคนใหม่จะดูน่ากลัว แต่ในเรื่องภาพลักษณ์อันงดงามที่ดูหล่อเหลาอย่างทรงพลังก็ทำให้ทุกคนต้องแอบเหลือบมองท่านเป็นระยะๆ ถึงพวกหล่อนจะได้เห็นเพียงแค่เสี้ยวหน้าแต่ก็รู้สึกว่าเป็นบุญตามาก

ยิ่งพ่วงตำแหน่งทายาทคนโตของอัศวเศวตรกรุ๊ปซึ่งมีบริษัทในเครือจำนวนไม่น้อย ทั้งมีพนักงานจำนวนไม่ต่ำกว่าสองหมื่นชีวิตแล้ว การที่พนักงานตำแหน่งเล็กๆ ซึ่งเปรียบเหมือนอยู่ในซอกหลืบของตึกขนาดใหญ่โตได้พบกับผู้บริหารระดับสูงก็ถือว่าเป็นเรื่องที่หาได้ยาก เพราะโดยปกติแล้วผู้บริหารย่อมไม่เดินผ่านหรือเข้ามาแผนกชั้นล่างๆ ถ้าจะเข้ามาทำงาน ทุกคนย่อมต้องขึ้นลิฟต์ของผู้บริหารซึ่งมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า แต่ธนเศรษฐ์กลับแปลกเพราะเลือกเส้นทางที่อ้อมราวกับไม่มีอะไรจะทำ

“บริษัทมีกฎว่าห้ามกินขนมไม่ใช่เหรอ”

ผู้บริหารหนุ่มเหลือบมองไปยังกองขนมและมือของพนักงานคนหนึ่งที่กำลังจะหยิบทองม้วนเข้าปาก ซึ่งแน่นอนว่านี่ไม่ใช่เวลาพัก เมื่อท่านประธานมาเห็นคนที่ทำผิดคาตา กฎที่ดูหละหลวมไปก็ถูกนำมาใช้ใหม่อย่างเข้มงวด

“แจ้งหัวหน้าทุกแผนก ทุกฝ่ายให้ตรวจดูพฤติกรรมของลูกน้องตัวเองด้วย เพราะถ้าหากไม่ทำตามกฎ หัวหน้านั่นแหละที่จะโดนเอง”

ผู้บริหารหนุ่มพูดจบก็เดินหน้าต่อไปโดยไม่สนใจว่าใครจะรู้สึกชังมากแค่ไหน เลขาฯ หนุ่มได้แต่กลืนน้ำลายอย่างลำบากใจที่ต้องถ่ายทอดคำสั่งของเจ้านายให้ทุกคนปฏิบัติตาม โดยตัวเขาเองก็ไม่มีทางเลือก เขาหันไปบอกทุกคำพูดแก่ผู้จดคำสั่งเฉพาะกิจเพื่อแจ้งให้หัวหน้าแต่ละฝ่ายทราบทันที

 

“คุณแอล เดี๋ยวช่วยชงกาแฟให้คุณนายแก้วหนึ่งนะ กาแฟดำสองช้อนแล้วก็น้ำร้อนสามส่วนสี่ของแก้วพอ อ้อ แล้วก็ชานมหวานน้อยด้วยนะ”

ผู้ช่วยเลขาฯ ขมวดคิ้วไม่เข้าใจพฤติกรรมของเจ้านายใหม่ เพราะเธอก็เพิ่งมารับตำแหน่งนี้เช่นกัน “คุณนายดื่มทั้งสองอย่างเลยเหรอคะ”

เลขาฯ หนุ่มไม่รู้จะตอบยังไง เพราะเรื่องนี้เขาก็ไม่เข้าใจ แม้ว่าจะติดตามทำงานด้วยกันมานาน “ไม่รู้สิ แต่ปกติแล้วคุณนายจะดื่มกาแฟอย่างเดียว เพราะฉะนั้นรสชาติกาแฟต้องได้ตามที่บอกไว้เมื่อเช้าเลย ส่วนชานมแค่ทำให้สีสวยๆ ก็พอไม่ต้องซีเรียสมาก เพราะท่านไม่ค่อยดื่มมันเท่าไรหรอก”

วจีรัตน์ได้แต่ทำหน้างุนงง แม้ไม่ได้เอ่ยปากถาม แต่เลขาฯ หนุ่มกลับเดาออก

“แปลกใช่ไหมล่ะ ตั้งแต่ผมทำงานกับคุณนายมาก็ไม่เคยเห็นดื่มชานมเลยนะ แต่ถ้าเกิดวันไหนขาดขึ้นมาท่านอาละวาดใหญ่เลยละ”

“อ่ะ อ๋อ ค่ะ งั้นเดี๋ยวแอลจะรีบไปทำมาให้” เอ้อ แปลกคนดีเนอะ ให้ชงเข้าไปทุกครั้งแต่ไม่เคยดื่ม

วจีรัตน์ชงเสร็จก็เคาะประตูขออนุญาตนำเข้าไปเสิร์ฟ หล่อนวางแก้วทั้งสองลงบนโต๊ะด้วยอาการประหม่า เพราะนอกจากท่านประธานจะน่ากลัวแล้วท่านก็ยังดูหล่อมากๆ อีกด้วย

“มีอะไรอีกรึเปล่า” เจ้านายถามเสียงเรียบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมาจากเอกสารแฟ้มตรงหน้า หากแต่ทำราวกับว่ามีตาทิพย์เห็นคนกำลังแอบมองอยู่

“…ไม่มีค่ะ” การถามเช่นนี้ทุกคนย่อมรู้ดีว่าเป็นการไล่อยู่กลายๆ หล่อนจึงรีบขอตัวออกมาก่อนที่เจ้านายจะเอ่ยปากไล่จริงๆ

สายตาคมมองแก้วที่อยู่บนโต๊ะทั้งสองตรงหน้า มือหนายกหูแก้วกาแฟดำขึ้นดื่มขณะที่ปรายตามองไปอีกแก้วซึ่งมีน้ำสีส้มขุ่นอ่อน

แม้ว่าใจจะบอกว่าเกลียด ว่าลืมไปแล้ว เลิกรักไปแล้ว แต่ก็ไม่เคยมีสักวันที่ชายหนุ่มกล้าละทิ้งสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นเคยชอบได้

“ทำไมถึงชอบกินชานม รู้ไหมมันไม่ดีต่อสุขภาพ แถมยังอ้วนด้วย”

คนตัวโตม้วนกระดาษเอกสารการเรียนในมือตีบนศีรษะหญิงสาวเบาๆ ประหนึ่งว่าลงโทษ แม้เธอไม่โกรธ แต่ไม่ยอมถูกกล่าวหาอยู่ฝ่ายเดียว

“แล้วนายล่ะ ทั้งที่รู้ว่าสูบบุหรี่แล้วอันตราย ยังจะสูบอีกทำไม”

“อ่ะ งั้นเลิกก็ได้ แต่ข้าวก็ต้องเลิกกินไอ้ชานมนี่ด้วย”

สาวน้อยรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรม ทั้งยังรู้สึกเสียเปรียบมาก

"ไม่ได้หรอก งั้นเราต่างคนต่างทำกันต่อนั่นแหละ ไม่มีใครต้องเลิกอะไรหรอก" คนชอบดื่มน้ำหวานดูดน้ำในแก้วต่อโดยไม่สนใจแฟนหนุ่มที่กำลังเบ้ปากนั่งหน้าบึ้ง

“อะไรกัน นี่ข้าวไม่คิดจะห่วงนายบ้างรึไง” ชายหนุ่มทำหน้ายู่ประหนึ่งเสียใจ เขาฟุบหน้าลงกับแขนที่วางซ้อนทับกันอยู่บนโต๊ะหินอ่อนสีขาวเพื่อเรียกร้องให้คนตัวเล็กละจากน้ำดื่มตรงหน้ามาง้อเขา

“โอ๋ๆ ก็นายอยากสูบเองนี่ จะให้ข้าวทำยังไงได้ล่ะ” ในเมื่อเธอเคยเตือนแล้วเขาไม่ฟัง หญิงสาวก็เลือกที่จะไม่ใส่ใจ

“แต่นายว่า…นายจะเลิกแล้วละ” คนที่แกล้งฟุบหน้าลงเงยขึ้นมามองแฟนสาวด้วยนัยน์ตาเป็นประกายวาววับ

“ฮึ จะทำได้รึเปล่า” สาวน้อยเลิกคิ้วมองคนเจ้าเล่ห์ที่มีข้อต่อรองเยอะอย่างแปลกใจ ซึ่งเธอเชื่อว่าเขาต้องเสนอข้อแลกเปลี่ยนอะไรมาอีกแน่ๆ

“ทำได้สิ ถ้ามีอะไรให้ขบเคี้ยวเล่นๆ แก้เบื่อนะ” พูดไปสายตาก็มองที่กลีบปากระเรื่อไปพลาง ซึ่งคนถูกมองก็เหมือนจะรู้ตัวดีว่าคนที่นั่งข้างๆ คิดอะไรอยู่ เธอจึงรีบยกมือขึ้นเตรียมปิดปากตัวเองแน่น แต่ก็ดูเหมือนจะช้าไปเสียแล้ว…

ธนเศรษฐ์ใช้ริมฝีปากเธอแทนหมากฝรั่งเลิกบุหรี่ พอเขาอยากสูบทีไรก็จำเป็นต้องวกวนกลับมาหาปากนุ่มๆ ทุกที…ใช้เวลาไม่นานคนที่ถูกบ่นเรื่องบุหรี่ก็เลิกสูบมันจนได้

 




 ขออนุญาตทำการ REUP นะคะ >< 

ตอนนี้ใครอยากอ่านเรื่องใหม่ จิ้มๆ ที่ >>>รูปเบย 

ตอนนี้เปิดจองเล่มด้วยนะคะ ><

 เรื่องนี้มี E-Book นะคะ (ด้านล่าง) รูปเล่มสามารถติดต่อไรท์ได้ที่เพจ ฟ้าน้ำค้าง ค่ะ 

https://goo.gl/bv85kT

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

1,287 ความคิดเห็น

  1. #1257 LuckyAwa (@LuckyAwa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 02:01
    ยังจำได้อยู่เรื่องนี้รอต่อน่ะค่ะเพราะอ่านอีกรอบก็ไม่เบื่อมันสนุกมากชอบความรักของคู่นี้มากๆรักแบบมั่งคงมากๆ
    #1257
    0
  2. #1195 AijaSolothurn (@AijaSolothurn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 17:40
    มาอ่านต่ออ่ะชอบบบบ
    #1195
    1
  3. #17 Loris. (@bahbarr-loris20) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กันยายน 2560 / 16:16
    มาต่ออีกนะคะ ... สนุกค่ะ :D
    #17
    1