เสน่หาหวนรัก - REUP (ทำมือ)

ตอนที่ 15 : บทที่ 10 ตำแหน่งงานใหม่ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,571
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    16 มิ.ย. 61

ธนเศรษฐ์ละมือจากเอกสารตรงหน้าแล้วมองไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ มือหนาคีย์ทางลัดเข้าสู่การเรียกดูกล้องวงจรปิดชั้นล่าง แล้วเลือกตำแหน่งที่เห็นจุดประชาสัมพันธ์ได้ชัดมากที่สุด

ประธานบริหารหนุ่มเห็นผู้หญิงสองคนที่กำลังนั่งทำหน้าที่ประจำอยู่เคาน์เตอร์ คนหนึ่งเป็นพนักงานเก่าซึ่งเคยทำหน้าที่ก่อนอยู่แล้ว ส่วนอีกคนเป็นพนักงานใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจาก AS ทั้งที่ยังไม่ผ่านงาน

ชนกานต์อยู่ในชุดของพนักงานบริษัทซึ่งเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาว มีแถบแดงตรงแขนเสื้อตามสีประจำแผนกของบริษัท ส่วนกระโปรงก็เป็นสีดำขนาดเหนือเข่าเล็กน้อย ซึ่งเขาเป็นคนเลือกขนาดของชุดให้เธอเอง

ธนเศรษฐ์มองพนักงานที่เพิ่งเข้ามาทำใหม่ไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองได้กินเวลาที่มีจำกัดไปมาก กระทั่งเขาเห็นชนกานต์พูดคุยกับผู้มาเยือนคนหนึ่งซึ่งเป็นชาวต่างชาติที่ดูเหมือนจะสนอกสนใจเธอเป็นพิเศษ

ด้วยลักษณะของหญิงสาวเป็นคนที่สวยคมน่ามอง ไม่ได้เหมือนผู้หญิงสมัยใหม่ที่ดูออกขาวๆ เธอเป็นคนที่มีใบหน้าเอกลักษณ์ตามแบบไทย อีกทั้งผิวสีน้ำผึ้งอ่อนนวลเนียนชวนให้น่ามองและสัมผัส

คิดได้เท่านั้นคนที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ผู้บริหาร ก็ทนเฉยไม่ไหว เขากดโทรศัพท์สั่งให้คนของฝ่ายบุคคลเข้ามาพบทันที

 

อะไรนะ ย้ายงานอีกแล้วเหรอ ไหนแกบอกว่าเพิ่งย้ายไปอยู่ประชาสัมพันธ์ แล้วทำไมอยู่ได้ไม่กี่วันก็ถูกย้ายอีกแล้วล่ะ แล้วคราวนี้จะไปไหนอีกตรีรัตน์อุทานอย่างแปลกใจ ชนกานต์ทำงานยังไม่ทันได้ผ่านด้วยซ้ำ แต่กลับถูกโยกย้ายไปมาอย่างไม่มีเหตุผล

แผนกการเงินน่ะคนถูกถามตอบเสียงเบา เพราะเธอไม่มั่นใจกับคำตอบที่ได้ยินมาจากฝ่ายบุคคลเช่นกัน

ฮะ! การเงิน แกจะไปทำอะไรที่นั่นไม่ทราบ แกจบนิเทศนะข้าว ไม่ได้จบบริหารหรือบัญชี เขาจะเอาแกไปอยู่การเงินทำไม

ชนกานต์ไม่รู้จะตอบอย่างไรกับเพื่อนดี เพราะเธอก็ยังไม่เข้าใจฝ่ายบุคคลที่ทำการย้ายเธอเช่นกัน พอถามถึงเหตุผล เธอคนนั้นก็อ้างว่าต้องการหางานให้เหมาะสมกับเธอมากที่สุด ซึ่งหล่อนเชื่อว่าฝ่ายการเงินน่าจะเป็นคำตอบที่ใช่สำหรับเธอแล้ว

ข้าวก็ไม่รู้เหมือนกันแต่ข้าวชอบตรงที่เงินเดือนจะได้เพิ่มด้วยนะจุดนี้ชนกานต์ค่อนข้างพอใจ เพราะแม้งานจะหนัก หากเธอก็ยินดีกับค่าตอบแทนที่สูงขึ้นด้วย

ไม่มีเหตุผลอ่ะ ฉันไม่เข้าใจบริษัทใหญ่ๆ แบบนั้นเลยจริงๆตรีรัตน์บ่นอย่างเอือมระอากับระบบของบริษัทใหญ่ ก่อนจะนึกขึ้นได้ถึงบางเรื่องที่เธอฉุกคิดขึ้น เออ แล้วแกทำงานที่นั่น เจอพี่นายบ้างรึเปล่า เคยเห็นเขาบ้างไหม

คนถูกถามชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ ไม่นะ ไม่เห็น ผู้บริหารระดับเขาจะมาปรายตามองเราได้ยังไง แต่ถึงเห็นจริงๆ เขาก็คงจำข้าวไม่ได้หรอก เวลาผ่านไปตั้งหลายปีแล้ว ต่างคนต่างมีชีวิตใหม่…”

แน่นอนว่าเรื่องนี้เธอโกหก แม้ว่าจะผ่านไปหลายปีแต่เธอก็จำเขาได้ไม่เคยเปลี่ยนเช่นเดียวกับไม่กี่เดือนก่อนที่เธอพบเขาเข้าในร้านเสื้อผ้า

ฉันเห็นใจแกจริงๆ นะข้าว นี่แกยังรักเขาอยู่ใช่ไหมตรีรัตน์ถอนหายใจก่อนจะพูดเรื่องในอดีตต่อ เขาจะรู้บ้างไหมว่าแกก็มีเหตุผลจำเป็นในตอนนั้น แกไม่ได้ทิ้งเขาไปสักหน่อย ถ้าจะผิดก็ผิดที่แม่ของเขาเองต่างหากที่…”

แม่ของเขาต่างหากที่เป็นผู้มีพระคุณกับข้าวและพ่อ เพราะถ้าไม่มีเขา พ่ออาจจะตายไปแล้วก็ได้อย่าพูดถึงมันเลยเตย มันผ่านมาแล้ว

ตรีรัตน์เลือกที่จะไม่แสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ต่อ หล่อนชวนเพื่อนคุยเรื่องอื่นเพื่อผ่อนคลายความเครียด อีกทั้งคอยระบายปัญหาในที่ทำงานของหล่อนให้เธอฟัง

 

ชนกานต์เริ่มงานใหม่อย่างไม่ย่อท้อ ซึ่งแม้เธอจะไม่ได้จบทางด้านนี้มาโดยตรง แต่หญิงสาวเชื่อมั่นว่าความตั้งใจของเธอจะทำให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ ซึ่งก็เป็นเช่นนั้น เพราะทุกอย่างผ่านได้ด้วยความตั้งใจอันเต็มเปี่ยม อีกทั้งงานก็ไม่ได้เยอะเท่ากับที่ AS ซึ่งเธอเคยผ่านมาแล้ว แม้เนื้องานที่แผนกการเงินของอัศวเศวตรกรุ๊ปจะยากกว่ามาก

นอกจากปัญหาข้างต้น หญิงสาวก็ยังพบว่าผู้คนในแผนกดูมีรังสีบางอย่างที่ทำให้เธอไม่กล้าเข้าใกล้ พวกเขามักจะมองเธอด้วยสายตาไม่เป็นมิตรระคนการลอบสังเกตแบบแปลกๆ โดยเฉพาะเมื่อชนกานต์เกิดข้อสงสัยในเรื่องงานและตั้งท่าจะเข้าไปถาม พวกเขาก็จะทำทีเป็นยุ่ง บ้างก็ตอบ บ้างก็ไม่ตอบ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ชนกานต์อึดอัดที่สุด แต่ครั้นพอนึกถึงเงินเดือนและพ่อที่ไม่ค่อยสบายก็ทำให้หญิงสาวนึกสู้ เธอจึงตั้งใจทำงานในแต่ละวันให้ผ่านไปจนกินเวลาครบสามเดือน ซึ่งพรุ่งนี้จะเป็นวันที่เธอจะได้รับการประเมินงานจากหัวหน้า

ตื๊ดด ตื๊ดด

เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าดังขึ้น คนที่กำลังจะเดินออกจากบริษัทก็หยิบมันขึ้นมาพร้อมทั้งรับสายทันที

สวัสดีค่ะ

ข้าวอยู่ไหน เลิกหรือยัง ให้ผมไปรับไหมอาจารย์เมฆไถ่ถามอย่างเป็นห่วง

ตอนนี้ข้าวอยู่หน้าบริษัทค่ะ เดี๋ยวข้าวกลับเองดีกว่าค่ะ

งั้นก็ได้ แต่พรุ่งนี้สัญญามาก่อนว่าจะให้ผมพาไปเลี้ยงฉลองเนื่องในโอกาสที่ผ่านงาน

ชนกานต์อึกอักแต่ก็ตอบตกลง เพราะเธอผัดผ่อนเขามาหลายครั้งแล้ว ครั้นพอพูดคุยเสร็จ ชนกานต์ก็ขอวางสาย

หญิงสาวเดินมาเรื่อยๆ จนถึงป้ายรถเมล์หน้าบริษัทแล้วขึ้นรถเมล์สายประจำเพื่อเดินทางกลับบ้าน พอถึงที่หมาย รถเมล์ก็จอดที่ป้ายตรงซอยหน้าอพาร์ตเมนต์จากนั้นร่างบางก็เดินเข้าไปในซอยแคบๆ จนหายลับในตึกขนาดไม่กี่ชั้นที่ไม่เก่าไม่ใหม่

ห้องหนึ่งของที่นี่มีพื้นที่ไม่ใหญ่มาก ไม่เหมาะเท่าไรที่จะอยู่ด้วยกันสองคน มันเหมือนหอพักนักศึกษามากกว่าที่จะเป็นห้องเช่าหรือคอนโดฯ สำหรับวัยทำงานที่แต่งงานกันไปแล้ว

คุณนายจะกลับเลยไหมครับเสียงคนขับรถเอ่ยถาม เขาให้คนขับรถตามเธอมาตั้งแต่หน้าบริษัท

ชายหนุ่มกวาดสายตามองตึกนั้นและวิเคราะห์จนพอใจ ก่อนจะพยักหน้าอนุญาตให้คนขับออกรถไปได้ ธนเศรษฐ์เดาไม่ออกเลยว่าตอนนี้ชนกานต์มีความเป็นอยู่ยังไง อยู่กับใคร แล้วผู้ชายคนนั้นล่ะ ที่เธอเคยอ้างว่าแต่งงานด้วยกันแล้ว คนนั้นยังอยู่กับเธอหรือเปล่า

 

 

 แว๊กกก แวะมาอัพค่ะ >< หลังจากเสร็จเรื่อง Whisper Softly แล้ว ก็เลยแอบมาหย่อนซะหน่อย

ใครสนใจรูปเล่ม เสน่หาหวนรัก ติดต่อได้ที่เพจ : ฟ้าน้ำค้าง 369 บาท รวมส่ง ลทบ.

ส่วนสาย E-Book นี่เบยค่ะ :https://goo.gl/sVaQij

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

1,287 ความคิดเห็น