KHR : Tale of Love – Reminiscence of the Olden Times [1896]

ตอนที่ 5 : Chapter 5 : ศึกเดือดวิถีลูกผู้ชาย และการปรากฏตัวของสัตว์ร้ายที่น่าสะพรึงกลัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 387
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    20 เม.ย. 55

ที่หน้ากระท่อมไม้ขนาดกลางหลังซอมซ่อ ฮิบาริกับนางิยืนมองครอบครัวเด็กกำพร้าอันอบอุ่นล่ำลากัน
 
“พี่คุซาคาเบะ! ฮือ!~” “พี่ชายมาด้วยกันสิ!~”
 
เสียงร้องไห้ดังระงมขณะที่คุซาคาเบะยืนบอกลากับเด็กๆ บนเกวียนเทียมม้า
 
“เสียงดังหนวกหูจริงๆ” ชายหนุ่มผมดำพึมพำเบาๆ แต่ดังพอจะทำให้เด็กสาวข้างตัวยิ้มแห้งๆ อย่างน้อยเขาก็เข้าใจความสำคัญพอจะไม่พูดออกมาดังๆ
 
“ทุกคนเข้มแข็งเอาไว้ อย่าร้องไห้! ไปแล้วพวกนายต้องทำตัวดีๆ อย่างอแงนะ!”
 
เกวียนเคลื่อนตัวออกไป ชายหนุ่มผมรีเจ้นท์และเด็กๆ โบกมือให้กันอย่างโศกเศร้า จนกระทั่งลับสายตาไป
 
คุซาคาเบะทิ้งแขนลงข้างลำตัว รอยยิ้มแฝงไปด้วยความเศร้าและความโล่งใจ
 
“ขอบคุณพวกคุณทั้งสองคนมาก เท่านี้ผมก็หมดห่วงเรื่องเด็กๆ แล้ว” เขาพูดโดยไม่หันหลังกลับไปมอง เพราะอายที่จะให้ทั้งสองคนเห็นตาที่แดงก่ำและปริ่มน้ำ
 
“แล้วคุณล่ะคะ จะทำยังไงต่อ?” นางิถาม แน่นอนว่าชายหนุ่มผมรีเจ้นท์คนนี้อายุมากเกินคำว่า ‘เด็กกำพร้า’ แล้ว
 
“ผมไม่มีความรู้แต่พอมีเรี่ยวมีแรงบ้าง คิดว่าคงจะหางานใช้กำลังทำเลี้ยงตัวเองเก็บเงิน แล้วซักวันนึงก็หวังว่าจะมีฐานะพอรับเด็กกำพร้าได้โดยไม่ต้องลำบากแบบนี้อีก” คุซาคาเบะตอบตามความจริง
 
เด็กสาวยิ้มบางๆ อย่างอ่อนโยนกับความมุ่งมั่นของชายหนุ่ม แต่ก็อดสงสารไม่ได้ที่เขาจะต้องอยู่อย่างลำบากต่อไป
 
“คงรู้สินะว่าบ้านฉันมีฐานะ” ฮิบาริเอ่ยตัดบรรยากาศขึ้นมาดื้อๆ
 
“? ก็พอเดาได้ครับ” ชายหนุ่มผมรีเจ้นท์ทำหน้างงๆ “แต่แค่นี้ผมก็รู้สึกขอบคุณมากแล้วครับ มากกว่านี้ผมไม่อยากรบกวน”
 
“ฐานะถึงขนาดมีองครักษ์ส่วนตัว” ฮิบาริไม่สนใจและพูดต่อไป “แต่ฉันยังไม่มี”
 
...หยุดทำการประมวลผลสามวินาที...
 
“ม—หมายความว่า...?” คุซาคาเบะเข้าใจแต่ไม่กล้าพูดออกมา
 
“ก็แค่เสนองานที่ต้องใช้แรงให้” ฮิบาริตอบแบบอ้อมๆ
 
“ต—แต่ว่าคนอย่างผม—“
 
“นายจะเหมาะสมหรือไม่ ตามมาเดี๋ยวก็รู้เอง”
 
ว่าจบ เขากับเด็กสาวข้างตัวก็ออกเดินไปโดยไม่รอคำตอบ คุซาคาเบะไม่รู้จะทำยังไงก็ได้แต่ตามไปเงียบๆ
 
นางิที่ได้ฟังการประกาศแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยของฮิบาริก็ตกใจนิดหน่อย แต่ไม่ประหลาดใจ เพราะเธอเห็นความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ในความเย็นชาของเขามาตั้งนานแล้ว
 
เป้าหมายของพวกเขาทั้งสามก็คือ คฤหาสน์ฮิบาริ
 
--
 
“ไม่ได้ ข้าไม่อนุญาต” ชายสูงวัยผู้เป็นหัวหน้าตระกูลฮิบาริเอ่ยเสียงแข็ง “จะให้คนไม่รู้หัวนอนปลายเท้ามาเป็นองครักษ์ของเจ้าได้ยังไง เคียวยะ”
 
คุซาคาเบะซึ่งใจฝ่อตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาตอนนี้ตัวลีบลงเหลือเท่าเมล็ดข้าว
 
แต่ฮิบาริไม่สะทกสะท้าน แน่นอนว่าเขาต้องคาดการณ์เรื่องนี้เอาไว้ก่อนแล้ว
 
“ถ้าอย่างนั้น อาเคซากะมีหัวนอนปลายเท้าแบบไหนล่ะ?” เขาถามกลับนิ่มๆ ทำให้ได้สายตาจากองครักษ์หนุ่มที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆ นาย
 
โกซาบุโร่มีท่าทีกระอักกระอ่วนขึ้นมาแม้จะไม่ชัดเจนมาก
 
“...ก็ได้ ข้าจะให้โอกาสชายคนนี้ แต่ข้าขอทดสอบความสามารถซะก่อน”
 
ชายหนุ่มผมรีเจ้นท์กับเด็กสาวมีสีหน้าประหลาดใจ แต่ชายหนุ่มผู้ทำหน้าที่เจรจานั้นไม่สะทกสะท้าน
 
“ถ้าหากมีความสามารถพอข้าก็จะยอมอนุญาต จะต้องประมือกับอาเคซากะและยืนหยัดอยู่ได้อย่างน้อยห้านาที เตรียมตัวเสร็จแล้วให้ไปที่สวนข้างๆ นี่ แต่อย่านานนักล่ะ”
 
โกซาบุโร่และองครักษ์เดินออกจากห้องไป คุซาคาเบะรู้สึกกังวลไม่น้อยจึงขอคำแนะนำจากฮิบาริ
 
“เอ่อ...คนที่ชื่ออาเคซากะเนี่ย เก่งมากมั้ยครับ?”
 
“เหนือกว่าฉันมาก” ชายหนุ่มตอบอย่างใจเย็นราวกับไม่ใช่เรื่องของตัวเอง ซึ่งผิดกับคาแร็คเตอร์ของเจ้าตัวมากจนน่าสงสัย
 
“ง—งั้นก็แย่น่ะสิครับ...” เพราะเขาแพ้ชายหนุ่มผมดำในพริบตา
 
“ไม่ต้องกังวลไปหรอก ทำตามที่ฉันบอกก็พอ” ฮิบาริไม่แสดงท่าทีเป็นห่วงแม้แต่น้อย เพราะเขาเตรียมการมาดีแล้ว
 
--
 
ที่สวนกว้างในคฤหาสน์ฮิบาริ ชายหนุ่มสองคนยืนประจันหน้ากันในการดวลหนึ่งต่อหนึ่ง
 
จากระเบียงทางเดินข้างสวน ชายสูงวัยทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินให้สัญญาณเริ่มการทดสอบ
 
“เริ่มได้!”
 
คุซาคาเบะวิ่งบุกเข้าไปหาอีกฝ่ายที่ยืนนิ่งอย่างไร้ดาบและท่วงท่า
 
วืด!
 
หมัดของเขาถูกหลบได้ ไม่ใช่แค่นั้น อีกฝ่ายยังจับแขนที่ชกออกไปและทุ่มเขาลงกับพื้นดังตุ้บ
 
นางิหายใจเฮือกด้วยความตกใจ เธออาจจะเป็นคนที่ตื่นเต้นและลุ้นที่สุดในที่นี้แล้วก็ได้ ยิ่งกว่านายของเธอที่นั่งคุกเข่ามองดูอยู่ข้างๆ ด้วยท่าทีสงบ
 
ยอดชายแห่งปี(?)ไม่จอดง่ายๆ ลุกขึ้นมาด้วยท่าทางแสดงอาการเจ็บเพียงน้อยนิด ก่อนจะบุกเข้าไปอีกครั้ง คราวนี้ชกสั้นๆ ไม่ยอมให้ถูกจับทุ่มเหมือนครั้งแรก
 
อาเคซากะหลบหลีกอย่างคล่องแคล่วและง่ายดายราวกับไม่ได้พยายามเลยแม้แต่น้อย เมื่อเห็นจังหวะจึงปล่อยมัดสวนเข้าที่ท้องของอีกฝ่ายจนจุก
 
คุซาคาเบะเจ็บจนต้องหยุดชะงักไป เป็นโอกาสให้อีกฝ่ายแทรกตัวเข้ามา และทุ่มเขาลงกับพื้นอีกครั้งดังตุ้บ ตามด้วยเสียงหายใจเฮือกจากที่นั่งคนดู
 
ถึงจะลุกขึ้นมาได้แต่ก็โซซัดโซเซเต็มที นี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้าย ชายหนุ่มผมรีเจ้นท์โถมตัวเข้าใส่อีกฝ่าย สองแขนโอบเข้าจะจับตัวอีกฝ่ายเอาไว้ แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นผล
 
ด้วยแรงที่เหนือกว่า สองมือขององครักษ์ยันแขนทั้งสองข้างเอาไว้พร้อมกับใช้เข่ากระทุ้งที่ท้องของอีกฝ่ายอย่างรุนแรงจนกระเด็นล้มลงไปนอนจุกอยู่กับพื้น ลุกขึ้นมาไม่ได้อีก
 
นางิลนลานหันไปมองทางผู้ตัดสินด้วยความร้อนใจ
 
โกซาบุโร่ยกนาฬิกาพกเรือนทองขึ้นตรงหน้าและเอ่ยออกมาช้าๆ
 
“...สามนาที...”
 
ใจของเด็กสาวตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม เพราะเวลาในเงื่อนไขคือห้านาที
 
“...ทว่า การจะให้ดวลตัวต่อตัวกับอาเคซากะที่มีฝีมือสูงที่สุดในคฤหาสน์หลังนี้ถึงห้านทีนั้นอาจจะเกินไปหน่อย และถ้าหากเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีความสามารถอะไรก็คงจะจบไปตั้งแต่ทีแรก ฉะนั้น...”
 
นางิตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อ เช่นเดียวกันกับชายหนุ่มผมรีเจ้นท์ที่ลุกขึ้นนั่งกับพื้น
 
“ข้าขอยอมรับในพลังกายที่เหนือคนธรรมดาของเจ้า ขอให้เจ้าทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ต่อตระกูลฮิบาริล่ะ”
 
--
 
“ดีใจด้วยนะคะ คุณคุซาคาเบะ! ^ ^” เด็กสาวพูดกับชายหนุ่มผมรีเจ้นท์หลังจากที่ทั้งสามกลับสู่ห้องแล้ว
 
“ขอบคุณครับ แล้วก็คุณฮิบาริ ผมทำตามที่คุณบอกทุกอย่าง ถึงจะเป็นคำสั่งที่แปลกซักหน่อย แต่เพราะเป็นคุณผมถึงเชื่อ” คุซาคาเบะเอ่ยกับผู้เป็นนาย
 
“ทำตามคำสั่งของฉันโดยไม่ตั้งข้อสงสัยใดๆ ทำได้ดีมาก” ฮิบาริเอ่ยชม แม้จะด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ แต่ก็เป็นคำชมแท้ๆ ที่ทำให้อีกฝ่ายเป็นปลื้ม
 
“แต่นายเลิกเรียกฉันด้วยนามสกุลซะ ที่นี่มี ‘ฮิบาริ’ หลายคน”
 
“งั้นจะให้ผมเรียกว่าอะไรดีครับ?”
 
“ฉันตัดสินใจเอาไว้แล้ว ต่อไปนี้ นายจะต้องเรียกฉันว่า ‘ประธาน’ ” ฮิบาริตัดสินใจเด็ดขาด...หา?
 
“เข้าใจแล้วครับ! ประธาน!” คุซาคาเบะตอบรับอย่างเชื่อฟัง...เฮ่ย?
 
“ฉันไว้วางใจหน้าที่นี้กับนายนะ ‘รองประธาน’ ” ประธานฯหนุ่มพูด...
 
“วางใจได้เลยครับประธาน! ผมจะปกป้องคุณด้วยชีวิต!” รองประธานฯเอ่ยอย่างมีสปิริต...เอ่อ คือว่า...
 
‘...พวกเขาพูดเรื่องอะไรกัน ‘ประธาน’ กับ ‘รองประธาน’ คืออะไรเหรอ?’ ...นั่นแหละที่คนเขียนพยายามจะบอกล่ะ นางิ...ยังงี้มันทำลายกำแพงมิติที่สี่แล้ว...
 
ขณะที่ทั้งสามกำลังชื่นชมกับความสำเร็จอย่างข้ามเรื่องข้ามราวอยู่นั้น ทางประตูที่เชื่อมต่อกับสวนภายนอกซึ่งเปิดรับลมเอาไว้ ไม่มีใครรู้สึกตัวเลยว่าอะไรบางอย่างกำลังใกล้เข้ามา มันทั้งดุร้ายและน่าสะพรึงกลัว ชายหนุ่มผมดำเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นแต่ก็สายไป ด้วยปีกที่ตัดผ่านได้แม้เวหาและสายลม มันลอยอยู่ตรงหน้าเขาในระยะเพียงไม่กี่เซนฯ
 
...ก้อนขนสีเหลือง...ไม่ใช่สิ มันเป็นนกขมิ้นสีเหลืองอ่อนตัวกลมขนปุยที่มีจะงอยปากแบนสีส้มและตาสองจุด...น่าสะพรึงกลัวเป็นที่สุด...
 
“อ๊ะ! เจ้านี่...” คุซาคาเบะทำท่าประหลาดใจ
 
“นกของคุณเหรอคะ?” นางิถามพร้อมทั้งยื่นมือเข้าไปหานกน้อยที่ส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้ว
 
“เปล่าหรอกครับ แต่บางทีมันก็มาเกาะอยู่ข้างหน้าต่างที่บ้านเด็กกำพร้าจนพวกเราคุ้นเคยกับมัน”
 
ฮิบาริจ้องมองขณะที่นกเหลืองขนปุยร่อนลงเกาะที่ไหล่ขวาของเขาพร้อมกับส่งเสียงร้อง
 
“ฮิบาริ! ฮิบาริ!”
 
ทั้งสามต่างก็ตกใจกันยกใหญ่ แต่เจ้าของชื่อไม่แสดงออกมากเนื่องจากอิมเมจมันค้ำคอ
 
“นกตัวนี้รู้ชิ่อท่านเคียวยะด้วย!” นางิเอ่ยด้วยความทึ่ง อาจเป็นเพราะสายสัมพันธ์ที่มีต่อกันระหว่างสัตว์เลี้ยงกับเจ้านายถึงขนาดข้ามมิติกันทีเดียว
 
ในระหว่างที่กำลังตกอกตกใจกันอยู่ นกน้อยก็เริ่มร้องเพลงอันโด่งดัง
 
“เขียวขจี~ นามิโมริ~...”
 
...
 
.....
 
(R:...ฉันผิดเองสินะที่คิดว่าจะเอานกมาเข้าบทโดยไม่มีปัญหาได้ แล้วไอ้คนฝึกนกที่มันพล่ามรับประกัน 100% มันไปไหนแล้วฟะ?] DX:ไม่รู้ดิ มัน ‘คุฟุฟุ’ ทีนึงแล้วก็หายหัวไปเลย] R:...)
 
.....
 
...
 
“หืม นกนี่น่าสนใจ ต่อไปนี้นายชื่อว่า ‘ฮิเบิร์ด’ ก็แล้วกัน”
 
ในคืนนั้นที่ทุกคนหลับใหลกันจนหมด ฮิบารินั่งอยู่ที่ระเบียงทางเดินติดสวนคนเดียว ดื่มด่ำบรรยากาศอันแสนสงบยามค่ำคืน
 
‘มีตัวละครเพิ่มขึ้นมาแบบไม่คาดคิดหนึ่งคน...กับอีกหนึ่งตัว...ถ้าเป็นแบบนี้ คงอีกไม่นาน...’
 
--
 
แนะนำตัวละคร
 
 
 
ฮิเบิร์ด
เผ่าพันธุ์ : มนุ—เอ๊ย! นกขมิ้น! (พิมพ์เพลิน)
เพศ : ตัวเหลืองขนปุย(?)
อายุ : นกน้อยตาใสแป๋ว(?)
ส่วนสูง : กระจิริดน่ารัก(?)
น้ำหนัก : ทั้งเบาทั้งนุ่ม(?)
ชอบ : ฮิบาริ, ร้องเพลง, สถานที่อบอุ่นปลอดภัยน่าเกาะ
เกลียด : สิ่งที่เป็นอันตราย, สถานที่ไม่น่าเกาะ
 
ข้อมูล : อดีตเป็นนกของนักโทษคุกวินดีเช่ที่เป็นตาลุงโรคจิตชื่อเบิร์ส หลังจากนั้นก็ถูกฮิบาริฝึกให้เรียกเชื่องเรียกชื่อและร้องเพลงโรงเรียนนามิโมริได้ เจ้าของปัจจุบันคือฮิบาริ เคียวยะ ประธานกรรมการรักษาระเบียบของโรงเรียนนามิโมริ...
 
...ก็นกมันไม่ทำตามบทง่ะ ประวัติก็ใช้ของเดิมไปละกัน จบข่าว!
 
--
 
(นี่อาจจะเป็นสวรรค์?)
 
  
R:”ฮะๆๆ ฮิเบิร์ดเต็มไปหมดเลย~"
 
DX:..."
 
R:”ฮะๆๆๆ!"
 
DX:”..."
 
(อะไรหว่า?)
 
R:”ในที่สุด...ก็ลงโค้ดแบคกราวด์เป็นแล้ว ฟิคเรามีฟีลออฟฟิลด์ในที่สุด T^T!”
 
DX:”...ที่จริงหาง่ายจะตาย ที่ผ่านมาก็แค่ขี้เกียจเท่านั้นล่ะว้า..."
 
--

*ชิบเป๋ง! โพสต์ทีแรกใส่โค้ดตกแต่งผิด!*
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

187 ความคิดเห็น

  1. #174 Euretrit (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2555 / 23:53
    ฮิเบิร์ดมาแล้ว คิคิ
    #174
    0
  2. #157 นมเย็นสีฟ้า (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2555 / 16:48
    ข้ามยุกแล้ววววว 
    #157
    0
  3. #47 001 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 เมษายน 2555 / 09:03
    คิกๆๆ "ประธานเหรอ" (น่ารักดีนะ ^^)
    #47
    0
  4. #46 MillLz (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 เมษายน 2555 / 23:55

    ลงไปกรี๊ดด ><

    ฮิเบิร์ดหลุดบทท 555

    ชอบจัง "อิมเมจมันค้ำคอ"

    #46
    0
  5. #45 นักมายากลจากนรก (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 เมษายน 2555 / 07:38
    ฮิเบิร์ดหลงยุคมาอยู่ด้วยซะแล้วสิ!!
    #45
    0
  6. #44 tiyada (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 เมษายน 2555 / 23:49
     ฮิเบิร์ดมาแว้ว > <
    ปล.หนุกมากๆค่า > <
    #44
    0
  7. #43 ++TuNazZ++ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 เมษายน 2555 / 14:56
     ฮิเบิร์ดออกมาแบบไม่เข้ากับยุคเล๊ยยยยยย 555555'
    #43
    0
  8. #42 Shion Eliphas Levi (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 เมษายน 2555 / 12:30
    ใครเป็นคนฝึกนกก๊านนนนนน =[]=
    #42
    0
  9. #41 Mafia principessa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 เมษายน 2555 / 01:22
     (นั่งอึ่ง)
    #41
    0
  10. #40 1896 บันไซ!! (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2555 / 21:36
    ท่านฮิน่าร้าก อ่อนโยน รักสัตว์ >___<
    สเป็คอ้ะ! 
    #40
    0
  11. #39 furomi (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2555 / 20:15
    ฮิเบิร์ดออกมาแล้ว!!!
    #39
    0