KHR : Tale of Love – Reminiscence of the Olden Times [1896]

ตอนที่ 4 : Chapter 4 : หัวขโมยจำเป็น ฮีโร่ของเด็กๆ อยู่ที่นี่แล้ว!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 475
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    20 เม.ย. 55

 บนถนนริมแม่น้ำสายหนึ่งกลางเกียวโตเมืองใหญ่ ชายหญิงคู่หนึ่งเดินทอดน่องเลียบไปกับร้านค้าที่เรียงกันเป็นแถว
 
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ วันที่ฮิบาริไม่มีภาระต้องเรียนต้องฝึกอะไรทั้งสิ้น ปกติแล้วเขาจะแค่นั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องตัวเอง แต่วันนี้เขาตัดสินใจพาเด็กสาวในความดูแลออกมาเดินเที่ยวข้างนอก
 
นางิเหลียวมองดูโน่นดูนี่ บางครั้งก็เดินไปดูใกล้ๆ สาเหตุที่เธอกล้าเดินไปไหนมาไหนเองตามใจชอบเป็นเพราะฮิบาริอนุญาตแล้ว เขาแค่คอยตามเธอ ทำหน้าที่มัคคุเทศก์บ้างตามโอกาส
 
ตั้งแต่เธออยู่ในคฤหาสน์ฮิบาริมาได้สองอาทิตย์กว่านี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ออกมาเดินร่อนข้างนอก เธอจึงเพลิดเพลินกับบรรยากาศภายในเมืองอย่างเต็มที่
 
ฮิบาริมองดูเด็กสาวที่กำลังตื่นเต้นเป็นเด็กๆ สายตาเขาจับจ้องอยู่ที่แหวนเงินวงเล็กที่นิ้วนางมือซ้ายของเธอ
 
แน่นอนว่าเขาต้องรู้นิสัยของชายหนุ่มผมเงินผู้มีศักดิ์เป็นพี่ชายคนนั้นอยู่แล้ว แต่เขาก็อดที่จะรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้ กับเด็กสาวคนนี้ผู้ที่เขาเลือกด้วยตัวเอง
 
‘อย่าคิดว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามที่แกคาดนะ ฮิบาริ นาโอกิ’  คำแทนตัวที่เขาใช้คิดในใจแสดงถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีระหว่างพี่กับน้อง
 
ในบรรดาข้าวของที่วางแผงตามร้านค้าริมทาง มีสิ่งหนึ่งที่สะดุดตาเด็กสาวเข้า มันเป็นดอกทัดหูอันเล็กๆ รูปดอกกุหลาบสีแดงสดทำด้วยผ้าประดับด้วยลูกปัดโลหะสีเงิน
 
ชายหนุ่มเห็นนางิจ้องตาเป็นมันก็เดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมา
 
“อันนี้เท่าไร?” เขาถามคุณป้าเจ้าของร้าน
 
“สิบเยนจ้ะ” (หมายเหตุ* เช่นเดียวกับเงินบาท สมัยก่อนเงินเยนก็มีค่ามากกว่าปัจจุบันหลายเท่า)
 
ฮิบาริควักกระเป๋าเงินออกมาจากยูคาตะเทาที่สวมอยู่ นางิเห็นก็รีบห้ามไว้
 
“อย่าเลยเจ้าค่ะ! เดี๋ยวข้าน้อยจ่ายเองเจ้าค่ะ!” เธอร้องบอกพร้อมกับควักกระเป๋าเงินสีเหลืองอ่อนลายดอกไม้ออกมา
 
จากในฝูงชน ใครคนหนึ่งจ้องมองนางิตอนที่เธอหยิบกระเป๋าเงินออกมาด้วยตาลุกวาว ร่างนั้นกระโจนผ่านหลังเด็กสาว มือซ้ายฉกเอากระเป๋าเงินในมือเล็กไปต่อหน้าต่อตา
 
“อ๊ะ! เดี๋ยวก่อน!” นางิออกวิ่งตามไปโดยอัตโนมัติ
 
หัวขโมยแม้จะร่างสูงใหญ่แต่ก็วิ่งซอกแซกไปมาผ่านฝูงชนอย่างคล่องแคล่ว ผิดกับเด็กสาวที่สวมฟุริโซเดะทำให้ทั้งวิ่งช้าและลำบากกว่ามาก จนกระทั่งมาถึงสะพานที่ห่างไกลจากผู้คนและเด็กสาวอยู่ล้าหลังไปจนมองไม่เห็น ร่างสูงจึงชะลอความเร็วลง
 
ในตอนที่หัวขโมยคิดว่าหนีพ้นแล้วนั่นเอง สีเงินวาบก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าพร้อมกับเสียงดัง ผลัก! ตัวเองลงไปนอนหงายหน้ากับพื้น แก้มช้ำเลือดซึม กระเป๋าเงินกระเด็นหลุดจากมือไป
 
ที่ยืนขวางเขาอยู่เป็นชายหนุ่มร่างสูงผมสีดำสนิทกับแววตาที่คมกริบในยูคาตะสีเทา มือขวากำด้ามทอนฟาโลหะสีเงิน
 
‘จ—เจ้านี่...! มาอยู่ข้างหน้าเราได้ยังไง!?’
 
นางิตามมาถึงหยุดยืนค้ำเข่าหอบหายใจด้วยความเหนื่อย ก่อนจะสังเกตเห็นกระเป๋าเงินของตัวเองอยู่บนพื้นและหยิบมันขึ้นมา
 
หัวขโมยหนุ่มลุกพรวดขึ้นกระโจนเข้าใส่เด็กสาวที่ไม่ทันระวัง สายตาเล็งไปที่กระเป๋าเงิน
 
ผลัก!
 
เสียงโลหะกระแทกที่กลางหลัง คราวนี้เจ้าของทอนฟาสีเงินล็อกแขนกดเขาลงกับพื้นไม่ให้หนีไปไหน
 
“ขโมยของผิดกฎหมาย ต้องถูกจับส่งสันติบาล” ชายหนุ่มผมดำเอ่ยเสียงเรียบ
 
หัวขโมยดิ้นสุดแรง
 
“ปล่อยฉัน!!”
 
ฮิบาริตกใจกับพละกำลังที่เหนือคนธรรมดาของหัวขโมยหนุ่มจนต้องเพิ่มแรงกด ไม่อย่างนั้นอาจจะถูกสะบัดหลุดเอาง่ายๆ
 
การดิ้นยังคงมีต่อไปอีกสักพัก จนกระทั่งรู้ว่าดิ้นยังไงก็ไม่มีทางรอด หัวขโมยหนุ่มก็เงยหน้าขึ้นวิงวอน
 
“ปล่อยฉันไปเถอะ...ฉันผิดไปแล้ว...”
 
แน่นอนว่าคนอย่างฮิบาริไม่มีทางหวั่นไหวกับคำขอร้องที่น่าสมเพช...แต่อีกคนหนึ่งไม่ใช่...
 
นางิเดินเข้ามาอย่างช้าๆ ก่อนจะนั่งยองๆ ลงตรงหน้าหัวขโมย
 
“ได้โปรดเถอะ...” เสียงวิงวอนอีกครั้ง
 
เด็กสาวสบตากับชายหนุ่มบนพื้น ก่อนจะวางกระเป๋าเงินสีเหลืองลงตรงหน้าเขา
 
“ท่านเคียวยะ ปล่อยเขาไปเถอะเจ้าค่ะ...”
 
ชายหนุ่มทั้งสองตกใจกับคำพูดของเด็กสาวผมม่วง
 
ฮิบาริก้มลงมองดูผู้ที่อยู่ใต้เขา หัวขโมยแหงนหน้าขึ้นมองตาเขาพร้อมกับเอ่ยวิงวอนอีกครั้ง
 
“ได้โปรดเถอะ...”
 
น่าแปลก แต่ฮิบาริไม่รู้สึกถึงความน่าสมเพชจากหัวขโมยเท่าที่ควรจะเป็น ซ้ำแววตาของชายหนุ่มบนพื้นยังบอกอะไรบางอย่าง เขาปล่อยแขนและถอยออกมาให้หัวขโมยลุกขึ้นเป็นอิสระ
 
“ขอบคุณ! ขอบคุณมากจริงๆ ครับ!” เสียงขอบคุณและก้มคำนับส่งไปที่เด็กสาวไม่หยุด มือขวาของเขากำกระเป๋าเงินสีเหลืองไว้แน่น
 
“คุณ...คงจะมีเหตุผลอะไรอย่างนั้นสินะคะ” นางิเอ่ยอย่างมั่นใจ ทำให้ชายหนุ่มทั้งสองตกใจอีกครั้ง แต่ด้วยเหตุผลที่ต่างกัน
 
‘ผู้หญิงคนนี้...คมกว่าที่คิดเอาไว้...’ ฮิบารินึกทึ่งอยู่ในใจ
 
หัวขโมยหนุ่มเงียบไป แต่เด็กสาวขอร้องให้บอกออกมา รู้สึกเป็นหนี้เธอ ชายหนุ่มผมดำทรงรีเจ้นท์ยอมเปิดปาก
 
“ผมชื่อ [คุซาคาเบะ เท็ตสึยะ] ผมขอโทษจากใจจริงที่ทำเรื่องน่าละอายแบบนี้ แต่ถ้าไม่มีเงิน พวกเด็กๆ ก็จะ...” เขาไม่กล้าพูดไปมากกว่านั้น เพราะไม่อยากให้ ‘เด็กๆ’ ต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง
 
ทั้งสองที่ได้ฟังคำพูดเพียงประโยคเดียวของหัวขโมยจำเป็นคุซาคาเบะก็พอจะเข้าใจเรื่องราว
 
“คืนกระเป๋าเงินให้เจ้าของไปซะ” ฮิบาริเอ่ยขึ้นมาดื้อๆ
 
“ค—ครับ” ชายหนุ่มผมรีเจ้นท์ตกใจนิดหน่อย แต่ก็ทำตามอย่างเต็มใจ คนรับซะอีกทื่ไม่เต็มใจ
 
“ต—แต่ว่า...” นางิดูจะไม่อยากรับคืนเอามากๆ
 
“ทีนี้พาฉันไปหา ‘เด็กๆ’ ที่ว่าซิ” ฮิบาริเอ่ยตัดบท
 
ทั้งสองตามคุซาคาเบะไปที่ชายเมือง แถบที่อยู่อาศัยของคนที่ไม่ค่อยจะมีกิน ตรงหน้าพวกเขาเป็นกระท่อมไม้ซอมซ่อหลังขนาดปานกลาง ทั้งสามเปิดประตูเข้าไป พบกับเด็กเล็กต่างวัยทั้งชายและหญิงเจ็ดคน ทั้งหมดกรูกันเข้ามาหาชายหนุ่มผมรีเจ้นท์
 
“พี่คุซาคาเบะ!” “พี่กลับมาแล้วเหรอ!”
 
ชายหนุ่มผมดำและเด็กสาวยืนนิ่ง นางิมองครอบครัวเล็กๆ ที่ยากจนกอดกันกลมด้วยความรู้สึกหลายอย่างอัดแน่นอยู่เต็มอก
 
“ที่นี่เป็นบ้านเด็กกำพร้าที่ผมอยู่มาตั้งแต่เด็กๆ เมื่อก่อนเราได้รับเงินสนับสนุนจากตระกูลฮิบาริทำให้ที่นี่อยู่ได้ไม่ขัดสนอะไร” คุซาคาเบะเริ่มเล่าเมื่อทั้งหมดนั่งลงบนพื้นเสื่อเก่าๆ ในกระท่อมหลังเก่า
 
“เมื่อก่อน?” นางิย้ำคำที่เธอสงสัย
 
“ราวยี่สิบปีก่อน เงินสนับสนุนจากตระกูลฮิบาริก็ขาดหายไป ทำให้เรายากจนลงมาก คุณป้าที่ดูแลพวกเราต้องทำงานหนักมากเพื่อที่จะหาเลี้ยงเด็กอย่างพวกเรา บางคนที่โตแล้วก็ออกไปช่วย จนถึงเมื่อสองปีก่อนที่คุณป้าป่วยหนักจนเสียไป คนที่โตแล้วคนอื่นๆ ไม่ถูกรับเลี้ยงก็แยกไปตามทางของตัวเองจนหมด ผมจึงเลี้ยงเด็กพวกนี้มาจนถึงวันนี้” คุซาคาเบะหันกลับไปมองเด็กๆ ที่เล่นกันบ้างคุยกันบ้างอย่างสนุกสนานด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนและแววตาที่เอ็นดู
 
“พวกเด็กๆ คงจะเสียใจมากถ้ารู้ว่าคุณต้องเป็นหัวขโมยเพราะพวกเขา” นางิพูด น้ำเสียงแฝงด้วยความเศร้าสลด ขณะที่อีกฝ่ายเงียบไม่พูดโต้ตอบ
 
ฮิบาริมองไปรอบๆ ขณะที่เงียบฟังบทสนทนา จนในที่สุดก็เอ่ยขึ้น
 
“ฉันมีคนที่รู้จักอยู่ หมอนั่นรับเลี้ยงเด็กกำพร้าไว้มาก แต่ก็ไม่เคยมีปัญหาเรื่องเงินทอง”
 
เด็กสาวกับชายหนุ่มผมรีเจ้นท์มองเขาอย่างอึ้งๆ
 
“ท่านเคียวยะหมายความว่า...”
 
“...เขาจะยอมรับเลี้ยงเด็กๆ ยังงั้นเหรอครับ?”
 
“แค่ไม่กี่คน ไม่ถึงหนึ่งในห้าที่อยู่กับหมอนั่นหรอก” ฮิบาริตอบแบบอ้อมๆ
 
แววตาของคุซาคาเบะส่องประกายขึ้นมา เขาก้มหัวขอบคุณชายหนุ่มครั้งแล้วครั้งเล่า
 
“ฉันจะส่งข่าวไป เตรียมตัวให้พร้อมในวันอาทิตย์หน้าก็แล้วกัน ระหว่างนี้ก็ห้ามขโมยของใครอีก” ฮิบาริเอ่ยเสียงเรียบราวกับไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่นางิมองเห็นความเมตตาในดวงตาสีเทาที่ดูเย็นชาของชายหนุ่ม แม้ว่าจะซ่อนอยู่อย่างมิดชิดมากก็ตาม โดยเฉพาะเมื่อเขาวางกระเป๋าเงินของตัวเองลงตรงหน้าของชายหนุ่มผมรีเจ้นท์ที่มองอย่างตกตะลึง
 
--
 
หลังจากล่ำลาครอบครัวบ้านเด็กกำพร้า ชายหนุ่มและเด็กสาวก็เดินทางกลับคฤหาสน์ ตะวันใกล้จะลับขอบฟ้า
 
“ท่านเคียวยะใจดีมากเลยนะเจ้าคะ” นางิเอ่ยขึ้นขณะที่ดวงตาข้างซ้ายมองชายหนุ่มข้างๆ พร้อมกับยิ้มบางๆ
 
“ฮึ อยากคิดยังไงก็ตามใจ” ฮิบาริพูดอย่างเฉยชา แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ
 
จู่ๆ เขาก็หยุดเดิน ทำให้เด็กสาวหยุดตาม
 
ฮิบาริล้วงเข้าไปในยูคาตะของตัวเอง ก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างออกมา
 
“ท่านเคียวยะ นั่น...” นางิจ้องมองมันด้วยความสับสน
 
ชายหนุ่มไม่พูดอะไร แต่เอื้อมมือเข้าไปหาเด็กสาวและปัดปอยผมที่หูข้างซ้ายของเธอออก
 
นางิยืนตัวเกร็งขณะที่ดอกกุหลาบผ้าสีแดงทัดลงบนหูซ้ายของเธอ แก้มขึ้นสีแดงระเรื่อ
 
ดอกทัดหูกุหลาบแดงที่เธอจ้องตาเป็นมันก่อนหน้า บัดนี้ประดับอยู่บนหูซ้ายของเธออย่างงดงาม
 
ฮิบาริจับมือซ้ายของเธอยกขึ้น ก่อนจะถอดแหวนเงินวงเล็กออกจากนิ้วนางซ้ายของเธอ
 
“ถ้านาโอกิถาม ก็บอกว่าฉันเป็นคนสั่งเธอทั้งสองอย่าง” เขาพูดจบก็ทำท่าจะออกเดินต่อไปดื้อๆ ทำให้เธอต้องวิ่งตามไปทั้งยังงงไม่หาย
 
“...ดอกกุหลาบ...เหมาะกับเธอดี...” ฮิบาริพูด แม้เสียงจะเบากว่าทุกทีแต่นางิก็ได้ยิน เธอยิ้มอย่างเบิกบาน
 
สำหรับเธอ ช่วงเวลานี้ช่างแสนสุขเหลือเกิน
 
--
 
แนะนำตัวละคร
 
  
คุซาคาเบะ เท็ตสึยะ
เผ่าพันธุ์ : มนุษย์
เพศ : ชาย
อายุ : 26 ปี
ส่วนสูง : 196 เซนติเมตร
น้ำหนัก : 84 กิโลกรัม
ชอบ : เด็กๆ, อาหารง่ายๆ, ซุปมิโสะ (สองอย่างหลังมั่วขึ้นมา)
เกลียด : คนเห็นแก่ตัว, คนที่ทำร้ายเด็กๆ
 
ข้อมูล : กำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก อาศัยอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแถบชานเมืองเกียวโตจนกระทั่งเมื่ออายุได้เก้าขวบ เงินสนับสนุนจากตระกูลฮิบาริขาดไปจึงต้องออกทำงานหาเงินเช่นเดียวกับเด็กที่โตแล้วคนอื่นๆ และคอยดูแลเด็กกำพร้าคนอื่นๆ มาตลอด เมื่อขัดสนอย่างหนักเขาจึงต้องแข็งใจออกวิ่งราวแต่แค่หนแรกก็ถูกฮิบาริจับได้ หลังจากที่เด็กๆ ได้ฮิบาริช่วยเหลือแล้วเขาก็...
 
เข้มแข็ง อดทน รักครอบครัวมาก ยกเอาไว้เหนือเกียรติและศักดิ์ศรีของตัวเอง รู้คุณคนเป็นที่สุด
 
--
 
R:”ออกมาแล้ว! ยอดชายแห่งปี คุซาคาเบะ!”
 
DX:”ยอดชายแห่งปี?”
 
R:”สังเกตดีๆ พี่แกเทพมากเลยนะ ไม่มีใครเข้าใกล้ฮิบาริ เคียวยะได้ขนาดนั้น แต่เรื่องนั้นช่างมันก่อน ต้องขออภัยอย่างแรงที่ในรูปคุซาคาเบะสวมสูท ความจริงต้องเป็นชุดผ้าซอมซ่อหรืออย่างน้อยก็ยูคาตะ แต่...หายังไงก็เจอแต่สูทกับชุดกรรมการรักษาระเบียบ...”
 
DX:”ว่าแต่ตัวละครไม่ใช่น้อยๆ เลยนะเนี่ย...”
 
R:”เลือกมาเฉพาะคนที่พอจะเอามาบิดบทได้น่ะ”
 
--
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

187 ความคิดเห็น

  1. #156 นมเย็นสีฟ้า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2555 / 16:43
    คุซาคาเบะ น่ารัก
    #156
    0
  2. #38 1896 บันไซ!! (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 เมษายน 2555 / 10:49
    อ้ากกกกก ท่านฮิเริ่มรุกแล้ววว ><
    เขินแทนหนูโคลม
    #38
    0
  3. #34 Mafia principessa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 เมษายน 2555 / 01:54
     ฮิบาริใจดีจังนะ><
    #34
    0
  4. #33 MillLz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 เมษายน 2555 / 23:49
    คุซาคาเบะ เป็นคนดีจังน้าา UU'
    #33
    0
  5. #29 ++TuNazZ++ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 เมษายน 2555 / 21:27
     คซาคาเบะ << ยอดชายแห่งปี ( เด็ดมาก! ) XD
    #29
    0
  6. #27 Shion Eliphas Levi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 เมษายน 2555 / 17:16
    ฮิบาริจังใจดีจัง =w=///
    #27
    0
  7. #26 Orume (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 เมษายน 2555 / 13:47
     55555 5 คุซาเบะยอดคน 
    -////////////////-
    ท่านฮิน่ารักจัง 

    #26
    0
  8. #25 นักมายากลจากนรก (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 เมษายน 2555 / 08:37
    คุซาคาเบะนายเป็นฮีโร่ของพวกเด็กๆ!!! 
    ฮิบาริเองก็ใจดีนะ...แต่ไม่แสดงออกจริงๆ =w=
    #25
    0
  9. #24 furomi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2555 / 23:59
    คุซาคาเบะนายนี้เป็นฮีโร่ของเด็กๆจริงๆT^T
    #24
    0