KHR : Tale of Love – Reminiscence of the Olden Times [1896]

ตอนที่ 6 : Chapter 6 : เด็กหลงกับสองพี่น้องผู้เต็มไปด้วยปริศนา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 376
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    20 เม.ย. 55

1 มกราคม วันปีใหม่สากลของทั่วโลก ประเทศญี่ปุ่นเองก็เช่นกัน ในวันนี้ผู้คนก็จะมีกิจกรรมต่างๆ ตามประเพณี ที่ทำกันเป็นประจำและเห็นได้ทั่วไปก็คือการแขวนเครื่องรางนำโชคชนิดต่างๆ ที่ประตูบ้านเพื่อนำโชคดีและขจัดปัดเป่าภัยร้าย
 
แต่เรามาที่นี่ก็เพื่อรับรู้เรื่องราวของเด็กสาวผมม่วงกับตระกูลฮิบาริ ไม่ใช่สารคดีวันหยุด เพราะฉะนั้น เริ่มเรื่องกันเลย
 
มันเป็นวันปีใหม่อีกวันหนึ่งเช่นเดียวกับที่ผ่านๆ มา เข้าเดือนที่สามตั้งแต่ฟูจิยูกิ นางิได้เข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ฮิบาริ และวันนี้ก็เป็นครั้งแรกที่เธอจะได้ออกไปเดินเที่ยวในวันปีใหม่ ...เป็นเพราะในอดีตนั้นเธอถูกกักบริเวณไม่ให้ออกไปไหน แต่วันนี้เป็นวันดีเราไม่ควรพูดถึงเรื่องเลวร้ายในอดีต!
 
ขณะนี้ใกล้จะถึงเวลาเที่ยงตรง หลังจากแต่งตัวในกิโมโนสีชมพูม่วง เธอพร้อมด้วยชายหนุ่มผมดำผู้เป็นนายและชายหนุ่มผมรีเจ้นท์องครักษ์ร่วมนายเดียวกัน ทั้งคู่สวมยูคาตะสีเทาพิมพ์เดียวกันเด๊ะ และพวกเธอก็กำลังจะออกไปที่วัดเพื่ออธิษฐานขอพรปีใหม่ตามประเพณีที่สืบต่อกันมา
 
“คนเยอะแยะเลย...” นางิกวาดสายตามองดูฝูงชนที่หลั่งไหลกันมาที่วัด เธอไม่เคยเห็นภาพฝูงชนที่แออัดอย่างนี้มาก่อน
 
“ฮึ มีแต่พวกสุมหัวน่ารำคาญ” ฮิบาริเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ เป็นคำพูดที่สมกับเป็นเขามาก แต่นางิก็ยิ้มหน้าบานเพราะรู้ว่าชายหนุ่มแค่บ่นไปอย่างนั้นเอง
 
“คุณนางิระวังอย่าให้หลงล่ะครับ คนเยอะแบบนี้อันตราย” คุซาคาเบะเตือนขณะที่ทั้งสามเดินฝ่าฝูงชนเข้าไป
 
นางิตั้งสติเตรียมระวังตัวเองไม่ให้หลง เธออุตส่าห์ได้ออกมาข้างนอกกับท่านเคียวยะ...และคุณคุซาคาเบะทั้งที ก่อนหน้านี้เธอเกือบถูกลูกชายคนโตของตระกูลฮิบาริชวนแกมบังคับให้ออกมากับเขา แต่นายของเธอเข้ามาขัดและลากเธอออกมาโท่งๆ เธออุตส่าห์สวมดอกกุหลายทัดหูที่เขาซื้อให้เธอมาในวันนี้ด้วย เรื่องอะไรเธอจะยอมเสียช่วงเวลาอันมีค่าไปด้วยเหตุผลไม่เข้าท่าอย่างพลัดหลงกัน
 
...แล้วเธอก็หลง...
 
ไม่เชิงว่าหลง แต่เธอที่พยายามตามหลังชายหนุ่มทั้งสองไปติดๆ ถูกฝูงชนบีบตัวและแยกเธอออกจากพวกเขา จากนั้นเมื่อเธอรู้ตัวอีกทีก็อยู่ตรงหน้าแท่นอธิษฐานโดยไม่เห็นพวกเขาที่ไหนเลย ได้แต่หันรีหันขวางทำอะไรไม่ถูกเหมือนลูกแกะที่ร้องหาคนเลี้ยง
 
“หลงกับคนอื่นเหรอคะ?”
 
นางิหันหลังกลับไปตามเสียงเรียกด้วยความตกใจ และพบกับเด็กสาววัยใกล้เคียงกับเธอ ผมสีน้ำตาลอ่อนระต้นคอกับกิโมโนสีชมพูลายดอกไม้ทำให้ใบหน้าที่น่ารักอยู่แล้วของเธอดูสวยขึ้นไปอีก จนแม้แต่ผู้หญิงด้วยกันอย่างนางิยังยอมซูฮกให้
 
“ว่ายังไงคะ?” เด็กสาวปริศนาถามอีก นางิพยักหน้าตอบเบาๆ
 
“ถ้าไม่รังเกียจฉันจะช่วยหาเองนะคะ แต่ตอนนี้อธิษฐานกันก่อนเถอะค่ะ” เธอชักชวน
 
นางิกับเด็กสาวปริศนาหันหน้าเข้าหาแท่นบูชา หย่อนเหรียญบริจาคและประนมมืออธิษฐาน ใครจะคาดคิดว่าคำอธิษฐานแรกในปีใหม่ของเด็กสาวผมม่วงจะต้องเสียไปกับคำขอฉุกเฉิน ‘ขอให้เจอท่านเคียวยะด้วยเถอะค่ะ’
 
เด็กสาวทั้งสองกลับออกมาจากฝูงชนได้และยืนคุยอยู่ที่หน้าซุ้มประตูวัด
 
“คิดว่าเจ้านายกับเพื่อนผมทรงรีเจ้นท์ของคุณคงยังไม่ไปไหนไกลหรอกค่ะ ฉันจะช่วยหาเป็นเพื่อนนะคะ” เด็กสาวผมสีน้ำตาลอ่อนเอ่ยพลางยิ้มอย่างมีเมตตา
 
“ม—ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” นางิเป็นคนขี้เกรงใจก็พยายามปฏิเสธ
 
“ฉันเองก็หลงกับพี่ชายเหมือนกัน ถ้าทางฉันเจอก่อนก็จะให้พี่ชายช่วยตามหานะ มาเถอะค่ะ! ^ ^”
 
ยังไม่ทันที่สองสาวจะได้ออกผจญภัย(?) ชายฉกรรจ์ท่าทางไม่เป็นมิตรกลุ่มหนึ่งก็เข้ามาในวัด โดยเฉพาะคนหน้าสุดถือดาบคาตานะไม้อยู่ในมือขวาด้วยท่าทางซ่าสุดขีด
 
ไปกันเถอะค่ะ” เด็กสาวผมสีน้ำตาลกระตุกข้อมือนางิให้ตามเธอมาอย่างเงียบเชียบ แต่ด้วยความที่ทั้งคู่อยู่ติดซุ้มประตูวัด ห่างจากกลุ่มชายอันตรายไม่ถึงสองเมตร จึงเป็นไม่ได้ที่เด็กสาวสองคนอย่างเธอจะหลุดรอดจากสายตาไปได้
 
แขนใหญ่หนาของผู้ใหญ่พาดไหล่ของนางิกะทันหันจากด้านหลัง ชายหน้าเหี้ยมคนหนึ่งกอดคอดึงเธอเข้าไปใกล้ เด็กสาวที่เดินนำหน้าเธอเองก็ประสบชะตากรรมเดียวกัน
 
“คุณหนูจะรีบหนีไปไหนล่ะจ๊ะ หน้าผิวพรรณดีทั้งคู่แบบนี้แสดงว่าเป็นลูกคนมีตังค์ จะเรียกค่าไถ่หรือขายลงตลาดก็คงได้เยอะ” ชายผู้เป็นหัวหน้าพ่นเจตนาชั่วร้ายออกมาแบบไม่แอบแฝง
 
เด็กสาวทั้งสองถูกชายสูงใหญ่ถึงหกคนล้อมเอาไว้ก็ได้แต่ยืนนิ่งด้วยความหวาดกลัว เด็กสาวผมสีน้ำตาลอ้าปากจะตะโกนร้องให้คนช่วยก็ถูกมือปิดปากเอาไว้ก่อน
 
“จุ๊ๆ อย่าส่งเสียงไปสิ ข้าไม่อยากมีปัญหา ตามพวกข้ามาเงียบๆ ก็แล้วกัน...ถ้าไม่อยากเป็นศพ!” ส่วนสุดท้ายของประโยคคนพูดถลึงตาใส่พวกเธออย่างน่ากลัว
 
ชายร่างสูงใหญ่หกคนเดินบังเอาไว้ไม่ให้คนภายนอกเห็น เด็กสาวทั้งสองถูกพาไปที่ป่าไผ่ใกล้ๆ เพื่อรอตัดสินใจว่าจะทำยังไง
 
“เฮ้ย เจ้าว่าระหว่างขายกับเรียกค่าไถ่ อันไหนเงินดีกว่ากัน?” มีการประชุมยุทธการทางเศรษฐกิจกันในกลุ่ม
 
“ถ้าปกติก็ต้องขาย มันง่ายกว่า แต่ถ้าเป็นลูกคนมีตังค์ก็เรียกค่าไถ่ เพราะเราจะเรียกตังค์เท่าไรก็ได้” คนหนึ่งเสนอความคิด ที่เหลือก็เห็นดีด้วย
 
“โอเคตามนั้น แต่ถ้าไหนๆ จะเป็นแหล่งเงินแหล่งทองให้แล้ว ก็ขอเล่นสนุกซะหน่อยละกัน” ผู้เป็นหัวหน้าปรายตามองดูเด็กสาวที่ถูกมัดอยู่ทั้งสองคนด้วยสายตาที่ส่อแววอันตรายต่อผู้หญิง(โดยเฉพาะที่หน้าตาดี)เป็นที่สุด
 
คนอื่นรอบๆ ก็ยิ้มมีเลศนัยพร้อมทั้งขยับเข้ามาใกล้เด็กสาวทั้งสองอย่างช้าๆ ด้วยย่างก้าวที่ชวนให้เสียวสันหลัง
 
เด็กสาวผมสีน้ำตาลเห็นว่าอันตรายอยู่แค่ปลายจมูกจึงเดิมพันกับความหวังสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่
 
“พี่คะ!! ช่วยด้วย~!!”
 
“ร้องไปเถอะคุณหนู ในป่าไผ่แบบนี้เสียงมันจะไปถึงไหนกันเชียว”
 
สองมือหนาจับลงที่ไหล่ของนางิ ความกลัวของเธอพุ่งถึงขีดสุด และในตอนนั้นเอง...
 
ขวาตรงสุดหูรูด!!
 
ร่างของชายหน้าเหี้ยมปลิวกระแทกต้นไผ่หักไปเป็นแถบ ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเธอคือชายหนุ่มผมสั้นสีขาวในยูคาตะสีเทาและพลาสเตอร์ยาพาดปิดจมูกในแนวนอน
 
“เจ้าเป็นใคร!?” คำถามเบสิคที่ตัวร้ายต้องถามพระเอกที่โผล่มาในเวลาคับขัน
 
“พวกแกทำอะไรน้องสาวฉัน หา!?” ชายหนุ่มผู้รับบทพระเอก(ชั่วคราว)เอ่ยอย่างเดือดดาล
 
“หุบปาก! เล่นมันเลย!?”
 
การต่อสู้ของลูกผู้ชายแบบห้าต่อหนึ่งเริ่มขึ้น...
 
“หมัดรัวสุดหูรูด!!”
 
ผัวะ! ผัวะ! ผลัก! โครม! ตึง!
 
...แล้วก็จบลง
 
ชายปริศนา(รึเปล่า?)แก้มัดให้เด็กสาวทั้งสองคน นางิจึงได้รู้ความจริงที่น่าตกใจ(ตรงไหน)ว่าทั้งเขากับเด็กสาวผมสีน้ำตาลเป็นพี่น้องกัน
 
“ขอบคุณมากนะคะที่มาช่วย” นางิก้มหัวคำนับขอบคุณ
 
“โอ๊ส! โดคุโร่มาทำอะไรที่นี่!?”
 
...
 
...เฮ้ยๆ...ลืม(สุดขั้ว!!)อีกแล้วใช่มั้ยเนี่ย...คัตๆ...
 
--
 
เนื่องจากชายหนุ่มจำเป็นต้องสงบสติอารมณ์และทำความเข้าใจใหม่โดยมีน้องสาวเป็นผู้ช่วย นางิจึงต้องกลับมาอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกครั้ง
 
มือสัมผัสไหล่เธอจากด้านหลังอีกครั้ง เธอสะบัดหลุดและหันกลับไปมองด้วยความตกใจ
 
“หายไปไหนมา” ฮิบาริพูดเสียงเรียบเป็นเชิงดุ ข้างๆ เขาคือคุซาคาเบะที่อยู่กันพร้อมหน้า
 
“ขออภัยด้วยเจ้าค่ะ ข้าน้อยไม่ทันระวังเองเจ้าค่ะ” เธอขอโทษแม้ว่ามันจะไม่ใช่ความผิดของเธอทั้งหมด
 
“ยังไงก็หาเจอแล้ว อย่าว่าคุณนางิเลยครับประธาน(ไม่เลิก) วันนี้คนเยอะจริงๆ”
 
“แต่ก็ควรจะระวังตัวเอง ถ้าโดนพวกสัตว์กินพืชมันทำอะไรเอาจะว่ายังไง” ฮิบาริหรี่ตาลงดูน่ากลัว
 
นางิเข้าใจในวินาทีนั้นเองว่าชายหนุ่มตรงหน้าก็แค่เป็นห่วงเธอแต่ไม่ยอมแสดงออก
 
“ขอบคุณที่เป็นห่วงเจ้าค่ะ เมื่อกี้ก็เกือบไปเหมือนกัน แต่มีคนใจดีช่วยเอาไว้เจ้าค่ะ”
 
“ใคร?” ฮิบาริเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ เขาไม่คิดว่าพวกสัตว์กินพืชแถวนี้จะมีความกล้าพอ
 
นางินึกได้ตอนนั้นเองว่าเธอไม่ได้ถามชื่อผู้มีพระคุณทั้งสองคนนั้นเลย
 
“เอ่อ...คนนึงเป็นเด็กผู้หญิงผมสีน้ำตาลอายุประมาณข้าน้อย ส่วนอีกคนเป็นผู้ชายผมสั้นที่ชอบพูดคำว่า ‘สุดหูรูด’ เจ้าค่ะ”
 
ฮิบาริได้ฟังก็เงียบไป ก่อนจะเอ่ยชวนเธอกลับคฤหาสน์
 
“วันนี้พอแค่นี้ก่อน ได้เวลามื้อกลางวันแล้ว”
 
เขาหันหลังออกเดิน เด็กสาวก็ตามไป
 
หมับ
 
นางิมองมือที่กุมมือของเธอ และเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม
 
“แค่กันไม่ให้หลงอีก” ฮิบาริเอ่ยโดยไม่หันมาสบตา
 
เด็กสาวยิ้ม อีกครั้งที่เขาไม่ยอมแสดงความอ่อนโยนออกมา แต่ถ้าเขาไม่อยากก็ไม่เป็นไร เพราะเธอรับรู้ได้ ไม่ต้องมีคำพูดใดๆ
 
ทั้งสามเดินกลับคฤหาสน์ไปด้วยกัน เด็กสาวและชายหนุ่มผมรีเจ้นท์ไม่รู้เลยว่านายของพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่
 
‘ดูเหมือนว่าตัวแสดงใกล้จะมาครบแล้ว...เหลือแค่ต้องรอโอกาส...’
 
--
 
แนะนำตัวละคร
 
 
 
??? ???
เผ่าพันธุ์ : มนุษย์
เพศ : หญิง
อายุ : 17 ปี
ส่วนสูง : 160 เซนติเมตร
น้ำหนัก : 46 กิโลกรัม
ชอบ : ของหวานหลายชนิด,???
เกลียด : การต่อสู้
 
ข้อมูล : เพราะตัวจริงยังไม่ถูกเปิดเผย(เหรอ?) จึงไม่สามารถให้ข้อมูลอะไรได้มาก เป็นเด็กสาวที่จิตใจดี โกรธยากหายง่าย แต่ไม่ได้หัวทึบหัวทื่ออย่างที่ใครหลายคนเดา เธอค่อนข้างมีไหวพริบทีเดียว...
 
  
??? ???
เผ่าพันธุ์ : มนุษย์
เพศ : ชาย
อายุ : 22 ปี
ส่วนสูง : 186 เซนติเมตร
น้ำหนัก : 72 กิโลกรัม
ชอบ : “สุดหูรูด!”—เอ๊ะ ไม่ใช่สิ..., มวย, คนเก่งๆ
เกลียด : เรื่องที่เข้าใจยากๆ (สำหรับไอคิวอย่างเขา ก็คงจะเป็นส่วนใหญ่), คนที่ทำให้น้องสาวต้องร้องไห้
 
ข้อมูล : เช่นเดียวกับกรณีด้านบน เนื่องจากไม่เป็นตัวตนที่ปริศนา(ม้ากมาก~) จึงไม่อาจให้ข้อมูลเชิงลึกใดๆ ได้
 
เป็นคนที่ “สุดขั้ว!” ตามที่เขาเรียกตัวเอง ทำอะไรก็เต็มร้อยเสมอ รักน้องสาวมาก แต่ชอบการดวลหนึ่งต่อหนึ่ง ในขณะที่น้องสาวเกลียดการต่อสู้ มันก็เลยมีประเด็นนิดหน่อย ถึงอย่างนั้นก็เป็นพี่น้องที่สนิทกันมาก
 
(มีการผิดพลาดเล็กน้อยในตอน จำเป็นต้องอธิบายให้เขาเข้าใจใหม่ จะได้ไม่ต้องคัตบ่อยๆ เล่นสด ไม่มีตัดต่อซะด้วย)
 
--
 
R:”ก่อนอื่นก็ขอโทษเลยที่อัพช้า ความจริงจะเสร็จตั้งแต่เมื่อวานซืนแล้ว แต่พอดีติดหนังการ์ตูน(เพิ่งหาเจอ หาอยู่นานหลายเดือน) ตอนนี้ดูจบแล้ว(54 ตอน ดูจนตาแฉะ) จึง “แบ็คอินแอ็คชั่น” อีกครั้ง!”
 
DX:”มันอู้น่ะแหละ”
 
R:”ตัวแสดงใกล้ครบแล้ว อีกแค่คนเดียว จากนั้นก็จะเข้าสู่ช่วงกลางของเรื่อง เป็นช่วงที่ความโรมานซ์จะผลิดอกระหว่างคู่หลัก”
 
DX:”แต่ก่อนอื่น เนื่องจากตอนนี้เป็นวันปีใหม่ไทย ฟิคนี้จึงได้เวลา...”
 
R&DX:”สงกรานต์สเปเชียล! รอดูตอนหน้านะคร้าบบบบ~!!”
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

187 ความคิดเห็น

  1. #175 Euretrit (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2555 / 23:56
    ปริศนาจริง
    #175
    0
  2. #158 นมเย็นสีฟ้า (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2555 / 16:52
    คัต!~ หลังๆนี้มีแต่รั่ว 555 5
    #158
    0
  3. #68 1896 บันไซ!! (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 เมษายน 2555 / 14:54
    สนุกๆ ติดตามจ้า >__<
    #68
    0
  4. #56 Mafia principessa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 เมษายน 2555 / 10:56
     ค้างงงงงงงง=[          ]= 
    อ๊ากอยากอ่านต่อเร็วๆ
    #56
    0
  5. #54 นักมายากลจากนรก (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 เมษายน 2555 / 09:11
    แอบฮาตรงช่วง"คัต"อ่ะค่ะ 55+ ^O^
    ไม่ว่าจะยุคไหนคุณพี่ก็ยังคงความ"สุดหูรูด"เหมือนเดิม
    #54
    0
  6. #53 ++TuNazZ++ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2555 / 22:26
     ตอนนี้ฮาอ้ะ 55555555'
    #53
    0
  7. #52 Orume (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2555 / 21:14
    คัท~~
    ฮาตรงนี้  >_< รออัพคะ
    #52
    0
  8. #51 MillLz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2555 / 14:32
    เรียวเฮฮาอ้ะ ตอนนี้เด่นขึ้นมาถนัดตา

    เป็นพระเอก(ชั่วคราว) ซะด้วยย

    รอตอนสเปเชียลน้า (:
    #51
    0
  9. #49 001 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2555 / 13:55
    ฮ่าๆ คุณเรียวเฮ้ อย่าหลุดบทบ่อยน่อ เดี๋ยวน้องสาวร้องไห้ (คิกๆๆๆ 55555+)
    #49
    0
  10. #48 furomi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2555 / 11:26
    เรียวเฮพูดผิดบทด้วย==
    #48
    0