รักสุดแสนวุ่นวายของยัยคุณหนู

ตอนที่ 9 : 08

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 183
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    29 ม.ค. 63

คำเตือน

เนื้อหาบางฉากในเรื่องนี้อาจจะไม่เหมาะสมในเรื่องของศีลธรรม

อาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่อายุต่ำกว่า 18+ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

**************************************************** 

 

Chapter 08

 

 

@ โรงเรียนสอนชงกาแฟ วาทานะเบะ

“วันนี้ผมขอเพิ่มเติมในส่วนของสายพันธุ์กาแฟนะครับ ทุกคนเปิดเอกสารตามที่ผมแจกด้วยนะครับ” เสียงของวาทานะเบะเซนเซย์ ดังขึ้นปลุกฉันจากภวังค์

“คุณหนูฮานะดูหน้าซีดๆ นะคะ ไม่สบายหรือเปล่า?” ยูเมะหันมาถามเมื่อเธอสังเกตดูอาการของฉันสักพักนึง

“อะ อื้ม เปล่าไม่มีอะไร” ฉันบอกแล้วก้มหน้าลงมองเอกสารเรียนของคลาสนี้

ฉันรู้สึกอึดอัดนิดหน่อยกับบรรยากาศในคลาสเรียนตอนนี้ อาจจะเป็นเพราะว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ก็ได้ มันเลยทำให้ฉันไม่มีความกล้ามากพอที่จะเจอหน้าเขาอีกครั้ง

“อ๊ะ!..” จังหวะที่ฉันเงยหน้าขึ้นมามองวาทานะเบะเซนเซย์ เพื่อฟังการบรรยายจากเขา กับตกใจกับสายตาของเขาที่มองมาทางฉันเหมือนคาดโทษ

“คุณหนูฮานะ รบกวนตั้งใจด้วยนะครับ” เสียงของเขาที่บอกนั้นดูตำหนิฉันที่ไม่สนใจในการฟัง

“เข้าใจแล้วค่ะ” ฉันตอบกลับเขาไป วาทานะเบะเซนเซย์ในโหมดนี้โหดชะมัดเลย หลังจากนั้นฉันก็ไม่กล้าละสายตาและการฟังการบรรยายจากเขาอีกเลย 

 

 

ช่วงพัก...

“นี่คุณหนูฮานะ ช่วงบ่ายฉันจะไม่ได้เข้าคลาสด้วยนะ เพราะว่าพอดีมีธุระต้องไปทำนะ” ยูเมะที่กำลังเก็บของกลับหันมาบอกฉัน

“อืม”

“แล้วคุณหนูฮานะจะกลับได้ไหมละเนี้ย?” เธอถามด้วยความเป็นห่วง

“อ่า... ฉันลืมบอกเธอเลยว่าตอนเย็นนัดกับรุ่นพี่เรียวเอาไว้นะ”

“กรี๊ด คุณหนูฮานะนัดกับรุ่นพี่สึบาราชิเอาไว้หรอคะ? >_< อิจฉาจัง”

“อื้ม...”

“งั้นโชคดีนะคะ ฉันไปก่อนนะ”

“อื้ม บ๊าย บาย ยูเมะ”

หลังจากที่ยูเมะไป ฉันก็นั่งในคลาสคนเดียวเหงามาก เพราะว่าฉันไม่ยอมคุยกับเพื่อนๆ ในคลาสเลยนอกจากยูเมะ แต่ก็พยายามที่จะเริ่มคุยกับเพื่อนๆนะ แต่พอเอาเข้าจริงๆ ฉันกลับไม่กล้าที่จะทำความรู้จักกับพวกเขา T^T

 

 

@ วาทานะเบะ คอฟฟี่

หลังจากที่เรียนจบคลาสแล้วฉันก็มานั่งรอรุ่นพี่เรียว ที่ร้านวาทานะเบะ คอฟฟี่

ครื้ด...

ฉันที่นั่งเหมอมองไปข้างนอกอยู่นั้น จู่ๆเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามก็ถูกเลื่อนออกและวาทานะเบะเซนเซย์ก็นั่งลงฝั่งตรงข้ามฉัน เขาวางแก้วกาแฟของเขาและมองมาทางฉัน

“เอ๊..?” ฉันที่ยังคง งงกับท่าทีของเขา

“ไง...” เขาทักขึ้นมาก่อนจะหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบ

“คะ?” ตอนนี้ฉันทำตัวไม่ถูก เวลาเจอหน้าเขาทีไรทำให้ฉันนึกถึงเรื่องเมื่อเช้าทุกทีเลย พยายามจะสลัดภาพเหตุการณ์นั้นทิ้งไป แต่ก็ทำไม่ได้สักที T^T

“ทำไมคุณหนูฮานะมานั่งอยู่คนเดียวละครับ แล้วเพื่อนละ?” เขาถามขึ้น

“หนู เอ๊ย! ฉันนั่งรอคนมารับค่ะ เอ๊ะ...เดี๋ยวนะคะ แล้วทำไมวาทานะเบะเซนเซย์ต้องเรียกฉันแบบนั้นด้วย -*-“ ฉันเผลอย่นจมูกใส่เขากับการที่เขาเรียกฉันว่าคุณหนูเหมือนพวกเพื่อนๆฉัน แต่ฉันก็แอบเผลอแทนตัวเองว่าหนูเหมือนกัน ก็ฉันเคยชินแบบนี้อ่ะ เวลาคุยกับคนที่อายุมากกว่า

“แทนตัวเองว่าหนูก็ได้ฉันไม่ถือ และที่เรียกเธอว่าคุณหนูก็เพราะว่าฉันเห็นยูเมะจังเรียกแบบนั้น ฉันก็เลยเรียกตามทำไม เรียกแบบนั้นไม่ได้หรอครับ”

“แต่ว่าหนูไม่ใช่คุณหนูนะคะ -*-“ ฉันเถียงเขากลับไป

“ไม่ใช่ก็เหมือนใช่ คนปกติเวลาเลิกเรียนเขาไม่มีใครมารอรับกลับบ้านหรอกครับคุณหนู” เขานี้มันยียวนกวนประสาทจริงๆ เลย

“ไม่ใช่สักหน่อยค่ะ หนูแค่รอคนมารับไป...” ฉันหยุดไว้แค่นั้นเพราะว่าไม่จำเป็นต้องบอกกับวาทานะเบะเซนเซย์ ว่าฉันนั่งรอรุ่นพี่เรียว

“รอแฟนมารับสินะ”

“อ่ะ...ไม่สิคู่หมั้นต่างหาก :)” ฉันตกใจกับคำว่าคู่หมั่นของเขา แต่เก็บอาการตกใจเอาไว้ไม้ให้เขาเห็น นี่เขารู้ได้ไงว่ารุ่นพี่เรียวคือว่าที่คู่หมั้นของฉันน่ะ

“ไม่ใช่สักหน่อยค่ะ...” ฉันปฏิเสธออกไปได้ไม่เต็มเสียง แต่การที่เราคุยกันระหว่างฉันกับรุ่นพี่เรียวทางฝ่ายฉันและรุ่นพี่เรียนเองนั้นทุกคนเห็นด้วยยินดีกันมาก

แต่ฉันเองยังไม่ได้ตอบตกลงที่จะคบกับรุ่นพี่เรียว จึงขอเขาเอาไว้ว่าช่วงนี้ขอแค่คุยกันไปก่อนหากทุกอย่างดีขึ้นกว่านี้ฉันจะตอบตกลงในการคบกันเอง รุ่นพี่เรียวเองก็ไม่ได้บังคับอะไรและเขาเองก็เลือกที่จะรอคำตอบจากฉัน

“ถ้ามีคู่หมั้นแล้วจริงๆ งั้นก็แสดงว่าเรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้นเขาก็ไม่ควรจะรู้สินะ :)” ฉันหน้าชาทันทีเมื่อเจอวาทานะเบะเซนเซย์พูดแบบนั้น ถึงกับนั่งเงียบไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกไป

“แล้วถ้าเกิดเขารู้เรื่องนั้นละ...” เมื่อวาทานะเบะเซนเซย์พูดจบเขาก็นั่งเท้าคางมองมาทางฉัน

“ไม่ได้นะคะ” ฉันร้อนรนทันทีเมื่อเจอเขาพูดแบบนั้น สายตาของเขาที่มองมาทางฉันนั้นเดาไม่ออกเลยว่าเขาคิดอะไรกันแน่

“ก็ในเมื่อเกิดเรื่องแบบนั้นฉันเองก็ต้องรับผิดชอบไม่ใช่หรอ?”

“มันก็แค่วันไนท์สแตน ไม่เห็นมีอะไรต้องน่ากังวลนิคะ?” ฉันพูดกับเขาแสดงท่าทางเหมือนกับว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรต้องให้กังวล ทั้งที่ในใจร้อนรนมาก

“หื้ม แค่วันไนท์สแตน? งั้นว่าที่คู่หมั้นของเธอรู้เข้าเขาจะยังโอเคไหมน้า?”

“นี่วาทานะเบะเซนเซย์ต้องการอะไรกันแน่คะ?”

“ถ้าเธอไม่อยากให้ว่าที่คู่หมั้นของเธอรู้ก็แค่ทำตามที่ฉันบอกสิ”

“วาทานะเบะเซนเซย์จะให้ฉันทำอะไรกันแน่คะ?” ฉันถามกลับไปอย่างยั้งเชิงของอีกฝ่าย

“ไปทานข้าวกับฉันสิ” เขาเสนอความเห็น

“คะ? ไปทานข้าวกันหรอคะ?” แต่ฉันเองก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงมาชวนฉัน

“ใช่ แค่ไปทานข้าวไม่มีอะไรมากหรอก แค่วันนี้ฉันเหงาๆนะ สาวๆที่รู้จักไม่มีใครว่างพอดี :)” อ่อ แบบนี้เองสินะ เพราะวันนี้คุณเพลย์บอยไม่มีนัดเดตกับสาวๆที่ไหน

“ได้ค่ะ วาทานะเบะเซนเซย์นัดวันมาได้เลยค่ะ” ฉันตอบตกลงอย่างขอไปที

“ฉันจะไปวันนี้นะ :)” 

“ค่ะ อ๊ะ!! ไม่ได้ค่ะ วันนี้ฉันมีนัดแล้ว” แต่การนัดวันของเขาทำให้ฉันชะงักไป วันนี้หรอ? วันนี้ฉันมีนัดกับรุ่นพี่เรียวนะ

“ก็แล้วแต่คุณหนูฮานะเลยนะครับ ถ้าอยากให้ว่าที่คู่หมั้นเขารู้ก็...” นี่!? เขากำลังขู่ฉันอยู่หรอ?

“เข้าใจแล้วค่ะ!” แต่ฉันกลับร้อนรน แล้วรีบโทรไปยกเลิกนัดรุ่นพี่เรียว

 

 

ตรู๊ด...ตรู๊ด...

“สวัสดีค่ะ รุ่นพี่เรียว”

[ว่าไงครับ คุณหนูฮานะโทรมามีอะไรหรือเปล่า? อีกครึ่งชั่วโมงพี่หานะครับ]

“เออ รุ่นพี่เรียวค่ะวันนี้หนูขอเลื่อนนัดไปก่อนนะคะ เอาไว้พรุ่งนี้ได้ไหมคะ? รุ่นพี่เรียวว่างหรือเปล่าคะ?”

[อ่า...งั้นหรอครับ งั้นเปลี่ยนเป็นวันพรุ่งนี้ก็ได้ครับ]

“ค่ะ ขอโทษทีนะคะ”

หลังจากที่วางสายจากรุ่นพี่เรียวไปแล้ว วาทานะเบะเซนเซย์ก็พาฉันเดินออกมาจากร้านเพื่อที่เราจะเดินทางไปทานข้าวกัน

“เราจะไปทานข้าวกันที่ไหนหรอคะ วาทานะเบะเซนเซย์” ฉันถามเขาเมื่อเดินตามเขาออกมาจากร้าน

“เรียกฉันว่าฮิโรชิก็ได้ วาทานะเบะเซนเซย์มันดูเป็นทางการไป”

“อ๊ะ...จะดีหรอคะ หนูว่าเราไม่ได้สนิทกัน...”

“ฉันว่าเรื่องเมื่อคืนก็น่าจะสนิทกันพอที่จะเรียกได้นะ” เมื่อเจอเขาพูดแบบนี้ฉันหน้าแดงขึ้นมาทันทีเลย ทำไมเขาชอบย้ำถึงเหตุการณ์เมื่อคืนนั้นอยู่ได้นะ

“ก็ได้ค่ะ งั้นหนูเรียก วาทานะเบะเซนเซย์ ว่า พี่ฮิโรชิละกันนะคะ”

“อืม”

“ดะ เดี๋ยวนะคะ เราจะไปกันด้วยรถคันนี้หรอคะ?...” ฉันตกตะลึงทันทีเมื่อเขาพาเดินมาที่รถของเขา เป็นมอไซต์บิ๊กไบค์สีน้ำเงินเข้มของยี่ห้อคาวาซากิ ที่ทรงเหมือนกับนักแข่งรถในมอเตอร์จีพี

“อ่ะ ใส่หมวกซะ” เขายื่นหมวกกันน็อคมาให้ฉัน ฉันรับมาถือเอาไว้

“หนูใส่ไม่เป็นหรอกค่ะ” นั้นเป็นข้ออ้าง จริงๆฉันไม่อยากขึ้นมอไซต์ของเขาต่างหาก ฉันยืนกอดหมวกกันน็อคที่เขายื่นให้ไม่ยอมใส่

“หื้ม”

“พี่ฮิโรชิค่ะ หนูไม่กล้าขึ้นรถไปกับพี่ฮิโรชิหรอกนะคะ เออคือว่า... มันดูน่ากลัวอ่ะค่ะ” จำใจต้องบอกเขาไปตรงๆแล้วล่ะ T^T

“มานี่ฉันใส่ให้” เขาไม่ฟังที่ฉันบอก แต่กับเดินมาสวมหมวกกันน็อคให้กับฉัน

“เราจะไปกันจริงๆรอคะ? T^T” ฉันถามย้ำกับเขาอีกครั้ง

“ใช่... ขึ้นมาได้แล้ว” เขาเดินไปขึ้นรถด้วยท่าทีชำนาญ

“มันนั่งได้สองคนจริงๆหรอคะ? ดูเหมือนจะทำที่นั่งให้แค่พี่ฮิโรชินั่งคนเดียวเท่านั้นเลย” 

“ว้ายย...” ฉันร้องเสียงหลง เมื่อถูกอุ้มขึ้นมาให้นั่งซ้อนท้ายเขา

“แค่เนี้ย -*-“ เขาว่าแล้วแทรกตัวเองขึ้นมาที่เบาะด้านหน้าคนขับ 

“ทำไมพี่ฮิโรชิไม่ใสหมวกคะ?” ฉันเปิดกระจกหมวกถามเขา ที่ซ้อนท้ายสูงชะมัดเลยน่ากลัวที่สุด T^T

“มันมีแค่ใบเดียว เดี๋ยวค่อยไปซื้อมาเพิ่มอีกใบ” ฉันไม่ได้ฟังที่เขาพูดเพราะมัวแต่กลัว

“นี่กอดฉันไว้สิ” เขาสตาร์ทเครื่องยนต์ แล้วหันมาบอกฉัน อือหื้อ เครื่องยนต์พอสตาร์ทแล้วเสียงยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่

“คะ?” ฉันที่เงอะงะ ทำอะไรไม่ได้ดังใจเขา พี่ฮิโรชิเลยเอือมมือฉันไปกอดเขาไว้

“ถ้าตกลงไปฉันไม่รับผิดชอบนะ -*-“

“อ่ะ! ค่ะ” ฉันกอดเขาเอาไว้หลวมๆ

 

บรื้นนน....

แต่พอเขาเร่งจังหวะออกตัวรถแค่นั้นแหละ ฉันกลับกอดเขาแน่นยิ่งกว่าเดิม >_< น่ากลัวมากเลย กรี๊ด!!

 

 

 

****************************************************

TALK

กรี๊ดดดดดสสส!!! ท่านฮิโรชิ จะพาคุณหนูฮานะไปไหนคะ!!?

และยังพาคุณหนูฮานะไปซ้อนท้ายบิ๊กไบท์อีก >_<

 

****************************************************

ฝากคอมเม้นให้กำลังใจ ส่งสติ๊กเกอร์ หรือจะกดหัวใจให้ก็ได้ค่ะ :) 

ขอบคุณสำหรับการเข้ามาอ่านนะคะ ^_^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น

  1. #2 TARN-SUCHA (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มกราคม 2563 / 00:11

    เริ่มรุกแล้วว~
    #2
    0