(BTS) KOOKV : F E S T I V A L ♡

ตอนที่ 18 : 0.01% IM 'NOT' SURE : tanapx

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,373
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    15 ก.พ. 59



ONE SHOT
writer : tanapx

jungkook x taehyung

talk : ถ้าถามเราว่าวันวาเลนไทน์นี่มีอะไรดีหรอ คำตอบคือมีโปรเจคฟิคกุกวีไงคะ(อวยสุด) สุขสันต์วันวาเลนไทน์ค่ะ

ปล. นี่ๆๆเพลงฟิคเราน่ารักนะลองฟังสิ(แต่สำหรับอ่านในbrowserนะคะ)









0.01% IM 'NOT' SURE








ผมมีบางอย่างอยากจะให้พวกคุณได้ลองอ่านดู


มันจะแปลกไหมนะ..?


บางทีพวกคุณอาจจะกลัว แล้วก็เปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อผมไปเลยแบบสิ้นเชิงก็ได้


แต่สาบานเลยนะว่าขนาดตัวผมเองก็ยังไม่มั่นใจเลย..


มันก็แค่สัก 0.01% ในหัวของผมที่ดันไปคิดเข้าน่ะว่า..


ผู้ชายคนนั้นโคตร 'น่ารัก' เลย


โฮโมชะมัด





99.99% ≠





          และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่ผมต้องมายืนแก่วอยู่คนเดียวที่สถานีเพื่อรอรถไฟขบวนสุดท้ายของวัน เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลาดึกพอสมควรแล้วล่ะ และแน่นอนสถานีไกลบ้านไกลเมืองแบบนี้ก็ย่อมเปลี่ยวคนเป็นธรรมดาล่ะนะ ส่วนสาเหตุที่ทำให้ผมต้องมายืนอยู่ที่นี่คนเดียวในเวลาแบบนี้น่ะหรอ ก็เป็นเพราะชมรมฟุตบอลของผมนั่นแหละ ในช่วงเดือนมีนาคมที่กำลังจะถึงนี้โรงเรียนผมนั้นจะมีการแข่งขันกันกับโรงเรียนอื่นๆและดูเหมือนทุกคนจะเอาจริงเอาจังกับการแข่งขันครั้งนี้มากซะด้วยจนผมเองก็ปฏิเสธมันไม่ได้ ก็ผมดันเล่นเป็นกองหน้าซะได้นี่..


          ในขณะที่ผมกำลังยืนพิงเสาปูนที่ตั้งอยู่ข้างๆพร้อมกับสวมเฮดโฟนสีแดงสดคู่ใจเอาไว้ด้วยแล้ว สายตาก็เหลือบขึ้นไปมองเข็มนาฬิกาที่กำลังเดินต่อไปตามหน้าที่ของตนก่อนจะเผลอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่



               “ดึกขนาดนี้แล้วหรอเนี้ย..”



          อา..อยากกลับบ้านชะมัดเมื่อไหร่รถไฟจะมากันนะหนาวจะแย่อยู่แล้ว


          เพราะอากาศในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ก็คงจะเรียกได้ว่าเป็นช่วงปลายหนาวล่ะนะ บวกกับตัวผมที่ดันลืมเสื้อแจ็คเก็ตของตัวเองเอาไว้ที่ห้องชมรมเลยทำให้ต้องเดินฝ่าลมหนาวมาตัวเปล่า แถมชุดนักเรียนที่ใส่อยู่ตอนนี้ก็ไม่ได้ช่วยให้อุ่นขึ้นมาสักนิด



หวืด



          แม้จะเป็นแค่เพียงเสียงแผ่วๆที่ลอดเข้ามาในเฮดโฟนของผมก็สามารถเรียกรอยยิ้มเล็กๆน้อยๆขึ้นมาได้ ก็เพราะมันคือเสียงของรถไฟที่กำลังแล่นมาตามรางและในที่สุดผมก็จะได้กลับบ้านไปพักผ่อนหลังจากซ้อมหนักสักที


          หลังจากที่รถไฟจอดสนิทอยู่ตรงหน้า ประตูอัตโนมัติก็ค่อยๆเปิดออกพร้อมกับไอเย็นของเครื่องปรับอากาศตีเข้ามาที่หน้าอย่างจัง ทำให้ผมเผลอเม้มปากของตัวเองแน่นจนมันกลายเป็นเส้นตรง ขาทั้งสองข้างที่ก้าวเข้าไปข้างในตัวรถไฟ ผมกวาดสายตามองหาที่นั่งไปทั่ว แต่ก็นะความจริงแล้วอยากจะนั่งตรงไหนก็นั่งไปเถอะในเมื่อในตู้โดยสารตู้นี้มันมีที่ว่างมากพอที่จะให้ผมนอนกลิ้งเลยก็ได้นั่นแหละ ผมคงทำแบบนั้นไปแล้วจริงๆถ้าไม่ติดที่ว่าในตู้โดยสารนี้น่ะ.. มันยังมีคนอยู่ตั้งหนึ่งคน


          และแล้วในที่สุดประตูอัตโนมัติก็ปิดลง


          ผมเลือกที่จะเดินไปนั่งลงตรงฝั่งตรงข้ามของประตู ส่วนคนคนนั้นที่ผมบอกเขานั่งถัดจากโซนที่ผมนั่งไปอีก แต่ผมก็ยังคงเห็นใบหน้าของเขาได้อย่างชัดเจนอยู่ดี เขาเป็นนักเรียนมัธยมปลายเหมือนกันกับผม แต่พวกเราไม่ได้อยู่โรงเรียนเดียวกันแน่นอนดูได้จากชุดยูนิฟอร์มสีกรมที่สวมอยู่ก็พอทำให้เดาได้ว่ามาจากโรงเรียนที่อยู่ใกล้ๆกับสถานีที่อยู่ก่อนหน้านี้ แล้วรู้อะไรไหม โรงเรียนแห่งนั้นเองก็กำลังจะเป็นคู่แข่งคู่แรกกับโรงเรียนของผมอีกด้วย


          มันเป็นแบบนี้ตั้งแต่วันแรกที่ผมเริ่มอยู่ซ้อมที่ชมรมจนดึกแบบนี้ เขาจะนั่งอยู่ที่เดิมเสมอโดยที่สายตาก็เอาแต่เหม่อมองผ่านกระจกใสออกไปข้างนอก มือเรียวที่ยกขึ้นมาเท้าคางตัวเองเอาไว้ ต้องยอมรับจริงๆว่าเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์มากๆ ผิวสีน้ำผึ้งนั่นน่ามองมากกว่าผิวขาวใสของพวกผู้หญิงเสียอีก แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าผมจะไม่ชอบนะ


          เขามักจะนั่งอยู่แบบนั้นเสมอจนกระทั่งวันนี้ที่เขาหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเพื่อดูอะไรบางอย่างก่อนจะวางมันลงข้างๆตัว ก็ใช่ว่าผมจะสอดรู้สอดเห็นไปซะทุกเรื่องหรอกแต่มันก็อดมองไม่ได้จริงๆนี่ ผมก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าทำไม


          สถานีต่อไปที่กำลังจะถึงนี้แล้ว เขากำลังจะลงและผมก็ต้องนั่งคนเดียวต่อไปเรื่อยๆอีกสองสถานีกว่าจะถึงสถานีที่ผมจะต้องลง มันช่างเป็นช่วงเวลาที่น่าเบื่อจริงๆนะ อย่างน้อยการมีเพื่อนที่ถึงแม้จะไม่รู้จักกันนั่งด้วยกันไปเรื่อยๆ ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกก็ถ้ามันจะเป็นเขาน่ะ.. แต่แล้วมันก็ถึงเวลา เมื่อประตูอัตโนมัติเปิดออกเขาก็รีบก้าวขาเรียวนั่นเดินออกไปทันทีราวกับว่ารอเวลานี้มานาน


          แต่เดี๋ยวสิ..บางอย่างที่ถูกทิ้งอยู่ตรงเบาะนั่งที่เขาเพิ่งจะลุกออกไปนั่นมันโทรศัพท์ที่เขาหยิบขึ้นมาดูไม่ใช่หรอกหรอ


          ผมอยากบอกจริงๆว่าขาของผมน่ะไวกว่าความคิดเสียอีกในเมื่อมันก้าวออกไปเพื่อหยิบเจ้าโทรศัพท์เครื่องนั้นมาถือเอาไว้แล้วพยายามอย่างมากที่สุดเพื่อจะได้วิ่งออกจากรถไฟไปคืนเขาให้ทัน..


          แต่ก็นั่นแหละผมก็แค่นักฟุตบอลโรงเรียนธรรมดาๆคนหนึ่ง แล้วก็ไม่ได้มีความกล้าพอที่จะวิ่งฝ่าประตูที่ใกล้จะปิดสนิทออกไปซะด้วย



               “เดี๋ยว..นายน่ะ!!” ผมตะโกนขึ้น



          ก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าเสียงของผมนั้นมันจะเล็ดลอดออกไปถึงหูของเขาคนนั้นรึเปล่า คงเป็นเพราะเฮดโฟนที่สวมเอาไว้อยู่มันเปิดเพลงดังมากจริงๆ แต่เพียงไม่นานผมก็ได้รับคำตอบเพราะเขาคนนั้นหยุดเดินแล้วหันกลับมามองที่ผมด้วยสีหน้าสงสัย ผมจึงชูมือที่กำโทรศัพท์ของเขาเอาไว้ก่อนที่จะชี้ไปที่มัน ดวงตาของเขาเบิกโพลงขึ้นมาพร้อมกับเอามือตบๆลงไปที่กระเป๋ากางเกงของตัวเองทันที เขาพูดบางอย่างออกมาแต่ผมไม่ได้ยินมันเลยสักนิด พร้อมกับขบวนรถไฟที่กำลังจะเคลื่อนตัวออกจากสถานีแห่งนี้ไปเรื่อยๆ



          ‘ฉันจะเก็บมันไว้ให้’ ผมขยับปากพูดออกไปแบบนั้น



          แล้วเขาก็พยักหน้าตอบกลับมา ก็แค่นั้นแหละ



ตึกตัก..ตึกตัก..





98% ≠





          ตอนนี้ผมมาถึงบ้านเรียบร้อยพร้อมกับอาบน้ำอาบท่าให้สบายตัวเสร็จสรรพ หลังจากทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มๆ พลิกตัวไปทางด้านขวาจะมีโทรศัพท์สีขาวเครื่องที่ไม่คุ้นตา ก็เพราะมันไม่ใช่ของผมน่ะสิแถมมันยังมาพร้อมกับรหัสล็อคหน้าจอที่ผมไม่สามารถปลดมันออกได้ ทำได้เพียงแค่กดดูรูปล็อคสกรีนที่เป็นรูปของเจ้าหมาตัวสีขาวตัวใหญ่ๆเท่านั้น


          แต่ก่อนที่จะได้พักสายตาแล้วเข้านอนตามเวลาเดิมโทรศัพท์เครื่องสีขาวเครื่องนั้นก็สั่นขึ้นมา พร้อมกับ ปรากฏเบอร์ที่โทรเข้าขึ้นมาบนหน้าจอ มันถูกบันทึกเก็บไว้ด้วยชื่อที่ทำให้ผมเผลอยิ้มออกมา ‘คุณผู้หญิงขี้บ่น’



               “ฮัลโหล” ผมถือวิสาสะรับสายนั้น


               (ฮัลโหลครับ..นั่นใช่คนที่เก็บโทรศัพท์ของผมได้รึเปล่าครับ)



          นี่คงเป็นเสียงของเขาคนนั้นงั้นสินะหลังจากที่เห็นหน้ากันมากว่าสองอาทตย์แล้ว มันทุ้มกว่าที่คิดเอาไว้แหะ



               “ใช่ฉันเอง”


               (ขอบคุณมากจริงๆนะครับขอบคุณจริงๆไม่รู้จะขอบคุณยังไงเลยที่เก็บเอาไว้ให้)



          น้ำเสียงของเขาสั่นขึ้นมาเหมือนกำลังจะร้องไห้ พูดขอบคุณแล้วขอบคุณเล่าจนผมเริ่มรู้สึกขำขึ้นมานิดๆซะแล้ว ไม่คิดว่าคนที่เอาแต่ทำหน้าตานิ่งๆอยู่ตลอดเวลาแบบนั้นพอได้มาคุยกันจริงๆเขากลับมีนิสัยตรงกันข้ามกับที่คิดเอาไว้แบบสิ้นเชิง



               “ไม่เป็นไรหรอก..ไว้พรุ่งนี้ฉันจะเอาไปคืนให้นะเวลาเดิมเลยใช่ไหม”


               (อืม..ขบวนสุดท้ายของวันฉันกลับเวลานั้นตลอด)


               “โอเค งั้นเจอกัน”


               (ด..เดี๋ยวสิ!)



          ผมเกือบจะกดวางแล้วจริงๆถ้าเขาไม่ตะโกนอัดโทรศัพท์มาแบบนั้น



               (ขอถามชื่อได้ไหม)



          เสียงของเขาแผ่วลงนิดหน่อย แต่ก็ทำให้ผมเผลอยิ้มขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว



               “จองกุก จอนจองกุก”



          ผมตอบกลับเขาไปด้วยน้ำเสียงขำๆ ทำไมถึงนึกสีหน้าของเขาไม่ออกเลยนะใบหน้านิ่งๆแบบนั้นในตอนนี้กำลังทำหน้าแบบไหนอยู่ แปลกนะที่ผมเผลอคิดไปชั่วขณะเลยล่ะว่าเขาน่ะน่าสนใจจริงๆ



               (ฉัน..แทฮยอง)



ตึกตัก..


          อา..แปลกจริงๆนั่นแหละ





95.00% ≠





          ผมต้องเช็คให้มั่นใจว่ารถไฟขบวนที่กำลังจะถึงนี่คือขบวนสุดท้ายแล้วจริงๆ ถึงขนาดที่ต้องเปิดอินเตอร์เน็ตเพื่อเช็คหาตารางเวลาของรถไฟขบวนนี้กันเลยทีเดียวล่ะ ทั้งๆที่ปกติก็ค่อนข้างจะมั่นใจอยู่แล้วก็เถอะ



หวืด



          วันนี้เสียงของรถไฟดังขึ้นกว่าปกติเพราะผมไม่ได้แม้แต่จะหยิบเฮดโฟนขึ้นมาสวมเลยด้วยซ้ำ สองมือกระชับเสื้อแจ็คเก็ตของตัวเองก่อนจะเพ่งสายตามองเข้าไปภายในตู้โดยสารตู้ที่สอง นักเรียนชายคนเดิมนั่งอยู่ที่เดิมแต่วันนี้ที่เปลี่ยนไปคือเขามองตอบกลับมาที่ผม พร้อมกับโบกมือทักทายให้กันเสียด้วย



               “ทางนี้จองกุก” เขาพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงร่าเริง



          ผมส่งยิ้มกลับไปให้พร้อมกับเดินตรงไปนั่งที่ถัดไปจากเขา ก่อนจะยื่นโทรศัพท์มือถือเครื่องที่เก็บมาเมื่อวานคืนให้เจ้าของเดิมของมันซะ



               “อย่าลืมไว้อีกล่ะ ฉันไม่อยู่เก็บให้นายตลอดหรอกนะ”


               “ฮะๆ พอดีฉันเป็นพวกขี้ลืมน่ะแต่ก็ต้องขอบใจนายอีกครั้งนั้นแหละ”



          แทฮยองก้มหัวให้ผมนิดหน่อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มแหะๆมาให้ นั่นทำให้ผมอดกลั้นรอยยิ้มเอาไว้ไม่ได้อีกแล้วสิ จนต้องยกมือขึ้นมาปิดใบหน้าเอาไว้เพื่อไม่ให้อีกคนรู้ตัว แทฮยองนี่มองใกล้ๆแล้วหน้าตาดูมีออร่ามากกว่าผู้ชายทั่วไปจังเลยแหะ มันดูดีสุดๆไปเลยไม่ใช่หรอแบบนี้เนี้ย..



               “ว่าแต่ทำไมช่วงนี้นายถึงกลับเวลานี้ล่ะ?”


               “เห.. ฉันมีซ้อมชมรมที่โรงเรียนน่ะนายสังเกตุมันด้วยหรอ”



          เพราะเขาใช้คำว่าช่วงนี้ ซึ่งมันก็ถูกอย่างที่พูดมานั่นแหละ ก็แค่ช่วงนี้เท่านั้นที่ผมกลับดึกขนาดนี้ทุกวันแต่ก็ไม่นึกมาก่อนว่าแทฮยองที่ทำท่าเหมือนจะไม่สนใจอะไรเลยที่อยู่รอบๆตัว จะสังเกตุเห็นว่าอย่างน้อยในตู้โดยสารที่เขากำลังนั่งอยู่ก็ยังมีผมอยู่ด้วย นี่ไม่ได้น้อยใจอะไรหรอกจริงๆนะ



               “อื้ม ก็ตั้งแต่ฉันเจอนายครั้งแรกนายก็ทำท่าเหมือนจะหาเรื่องฉันอยู่ตลอดเลยนี่นา”


               “หาเรื่องอะไรงั้นหรอ?”


               “ก็ชอบมองมาทางฉันแล้วก็ทำหน้าแบบนี้ใส่..แล้วก็แบบนี้อีก..”



          แทฮยองพูดออกมาพร้อมกับพยายามแสดงสีหน้าเหมือนกำลังโกรธใครอยู่ แต่หลังจากนั้นเขาก็เปลี่ยนสีหน้าไปเรื่อยๆคิ้วของเขาภายใต้เส้นผมที่ปรกลงมาก็ขมวดเข้าหากันจนเกือบจะรวมเป็นเส้นเดียวกันเลยแหละ ให้ตายสิ



               “เห้ย ฉันไปทำหน้าแบบนั้นตอนไหน”


               “แสดงว่าไม่รู้ตัวเลยสินะ ตอนแรกฉันน่ะกลัวมากเลยก็ในนี้มันมีแค่พวกเราสองคนนี่”


               “..ฉันขอโทษ”


               “อย่าขอโทษเลย..มันดีจริงๆนั่นแหละที่มีนายอยู่ด้วย อย่างน้อยตอนนี้ฉันก็คิดแบบนั้นล่ะนะ”



          แทฮยองพูดออกมาพร้อมกับส่งยิ้มมาให้ผม จนผมไม่รู้เลยว่าทำไมอากาศภายในรถไฟขบวนนี้ถึงได้ร้อนขึ้นขนาดนี้ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นเดือนกุมภาพันธ์ก็เถอะ



               “หน้าแดงๆนะ เป็นอะไรรึเปล่าไม่สบายหรอ?”


               “ฉันป่วยน่ะ..คิดว่านะ”



          ก็เพิ่งรู้เหมือนกัน ว่าคำพูดของคนก็สามารถทำให้เราเป็นไข้ได้ด้วย


          พวกเราคุยกันเยอะเลยล่ะระหว่างทางที่รถไฟกำลังเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ ผมได้รู้บางเรื่องที่เกี่ยวกับแทฮยอง อย่างเช่นตอนนี้แทฮยองกำลังเรียนอยู่ปี2 ซึ่งแปลว่าพวกเราทั้งคู่อยู่ชั้นเดียวกันและแทฮยองก็ทำงานพิเศษอยู่ที่ร้านอาหารแถวๆโรงเรียนเขาถึงต้องกลับดึกทุกวันแบบนี้โดยเหตุผลที่เลือกทำงานกะสุดท้ายก็เพราะว่าไม่ค่อยชอบสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านสักเท่าไหร่มันค่อนข้างจะ 'แตกต่าง' กับผมที่เป็นเด็กกิจกรรมเต็มตัว รวมถึงหลายๆเรื่องที่เขาพูดขึ้นมามันตรงกันข้ามกับนิสัยของผมสุดๆไปเลย


          แทฮยองดูเป็นคนง่ายๆ แถมยังดูใจดีสุดๆอีกด้วย พอผมบอกออกไปว่าทีมฟุตบอลของผมจะต้องแข่งกับโรงเรียนของเขาเป็นคู่แรก เขาก็ยังทำท่าทีตื่นอกตื่นใจยกใหญ่แถมยังบอกอีกด้วยว่าจะมาเชียร์ ทั้งๆที่ผมกำลังจะแข่งกับโรงเรียนของเขานั่นน่ะแหละ


          ..น่ารักล่ะสิ


          จนกระทั่งมันถึงสถานีที่แทฮยองต้องลง



               “แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะจองกุก บาย”


               “บาย”



               ผมโบกมือลาคนที่กำลังเดินยิ้มออกจากรถไฟไป แทฮยองหันหลังกลับมาโบกมือลาผมอีกครั้งหลังจากที่ประตูอัตโนมัติปิดเข้าหากัน พร้อมกับฉีกยิ้มออกมากว้างๆจนกระทั่งขบวนรถไฟค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากสถานีในที่สุด แล้วจากนั้นแทฮยองก็ลับสายตาของผมไป


_______________________


Message To: 금태형


เจอกันพรุ่งนี้


_______________________


          อย่าถามถึงเหตุผลที่ผมต้องส่งข้อความไปหาแทฮยองตอนนี้เลย..เพราะผมก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน แต่เรื่องเบอร์น่ะผมแอบบันทึกเก็บไว้เอง ยอมรับเลยล่ะ





89.98% ≠





          บางทีผมก็คิดว่าความรู้สึกบางอย่างมันเกิดขึ้นมาเร็วมากซะจนผมไม่ทันได้ตั้งตัว



          หลังจากวันนั้นที่แทฮยองลืมโทรศัพท์ไว้บนรถไฟฟ้า ตอนนี้ก็ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์แล้วเชื่อไหม ผมกับแทฮยองเราสองคนสนิทกันเร็วมาก เหมือนว่าทุกคำพูดของผมแทฮยองจะรองรับมันและทุกคำพูดของแทฮยองผมก็จะทำเช่นเดียวกัน มันไม่อึดอัดเลยถ้าบางครั้งเราจะนั่งอยู่ด้วยกันเงียบๆแล้วพูดเพียงแค่ ‘เจอกันพรุ่งนี้นะ’ เพราะหลังจากนั้น อาจจะเป็นโทรศัพท์ของผมหรือไม่ก็ของแทฮยองใครสักคนนั่นแหละที่มีสั่นเตือนว่ากำลังมีข้อความเข้ามา จนทำให้ต้องนั่งยิ้มคนเดียวแบบนี้น่ะ


_______________________

Message From: 김태형


วันนี้ที่บ้านของฉันสั่งพิซซ่ามากินกันด้วยล่ะ

แต่ตอนนี้มันเย็นชืดหมดแล้ว;-;

แต่ก็อร่อยไปอีกแบบนะ


_______________________

Message To: 김태형


ฉันว่าถ้านายเวฟมันสักนาทีมันจะกลับมาอร่อยอีกครั้งนะ


_______________________

Message From: 김태형


ลืมไปเลยอ่ะ!!!! นี่ฉันกินหมดไป2ชิ้นแล้วด้วย


_______________________

Message To: 김태형


นายคงมีความสุขกับพิซซ่าเย็นชืดงั้นสินะㅋㅋㅋ

นี่ แล้วสรุปพรุ่งนี้จะมางานโรงเรียนของฉันไหม? รอคำตอบอยู่นะ ว่าจะพานายไปทัวน์


_______________________

Message From: 김태형


อา..ถ้านายว่างั้น

เพื่อนๆฉันก็ว่าจะไปพอดี ไว้ฉันจะแวะไปนะ

แล้วก็อย่าลืมพาทัวน์ล่ะ ง่วงจังแหะ

ฉันว่าจะนอนแล้ว ฝันดีนะจองกุก


_______________________

Message To: 김태형


ฝันดี :)


_______________________




60.0066% ≠





          เสียงครึกครื้นที่กำลังดังก้องอยู่ภายในโรงเรียนมัธยมปลายแห่งหนึ่ง ที่วันนี้ถือเป็นวันสำคัญของพวกเขาเพราะวันนี้น่ะเป็นวันที่จะไม่มีการเรียนการสอนใดๆทั้งสิ้น แต่นักเรียนทุกชั้นปีจะร่วมกันจัดกิจกรรมนี้ขึ้นมาเป็นเหมือนเทศกาลให้คนในระแวกนั้นได้เข้ามาเยี่ยมชมโรงเรียนและเที่ยวเล่นกับซุ้มต่างๆที่พวกเขาจัดขึ้น รวมถึงห้องของผมก็ด้วย


          บรรยากาศภายในห้อง ทุกคนต่างวิ่งวุ่นกับการเตรียมวัตถุดิบ พร้อมกับชุดมาสคอตแปลกๆที่สวมใส่อยู่ด้วยยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่ามันตลกชะมัด แล้วถ้าถามว่าทำไมผมถึงว่างพอที่จะมานั่งดูคนอื่นเขาวุ่นวายกับกิจการออมเล็ตที่กำลังรุ่งอยู่นั้นน่ะหรอ ก็คงเป็นเพราะผมเป็นข้อยกเว้นของห้องก็ได้ล่ะมั้ง ทำไงได้ล่ะในเมื่อชมรมของผมเองก็ดันทำซุ้มกิจกรรมเหมือนกันและผมก็ถูกเรียกตัวให้ไปช่วยด้วยอีกนั่นแหละ เพียงแค่ตอนนี้กำลังว่างอยู่น่ะ


          จู่ๆแรงกระทบที่หลังหนักๆพร้อมกับลำแขนยาวที่พาดกับไหล่ของผม เมื่อหันไปมองข้างๆก็จะพบกับใบหน้าแป้นแล้นของเพื่อนตัวเองที่กำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่



               “ไปเที่ยวกัน”



          ยูคยอม เป็นเพื่อนที่อยู่ชมรมเดียวกันกับผมเองแถมยังอยู่ปีเดียวกันด้วยแค่พวกเราอยู่กันคนละห้องและยูคยอมกับผมก็ยังรับหน้าที่กองหน้าเหมือนกันอีกด้วยเพราะงั้นพวกเราเลยมักจะอยู่ซ้อมด้วยกันเสมอแล้วก็สนิทกันไปโดยปริยาย



               “เดี๋ยวก็ต้องเข้าไปช่วยที่ชมรมแล้วนะ”



          ก็นะ..ความจริงผมแค่ขี้เกียจไปเดินแตร่กับมันก็เท่านั้นแหละ แล้วอีกอย่าง ตอนนี้ผมน่ะก็แค่กำลังรอข้อความจากแทฮยองอยู่ด้วย ก็สัญญาไว้แล้วนี่นาว่าจะพาไปทัวน์โรงเรียนน่ะ เรื่องช่วยพี่ๆที่ชมรมไว้ไปขอโทษทีหลังก็ไม่มีใครโกรธหรอก



               “พวกพี่เขาไม่ว่าอะไรหรอกน่า กองหน้าอย่างเราจะไปทำอะไรได้” ยูคยอมตอบปัดๆ



          ไม่แม้แต่จะฟังความเห็นจากผม ยูคยอมก็ดึงตัวผมออกมาเดินด้วยตามความพอใจของตัวเองเสียแล้ว ให้ตายสิ เห็นบอกว่าจะพาไปส่องพวกรุ่นพี่ปีสามสวยๆที่มันเล็งเอาไว้อยู่ แต่ไหงเดินไปเดินมาถึงมีแต่ของกินเต็มมือของผมซะได้ล่ะเนี้ย


          แต่หืม..ผมว่าคนคนนั้นดูคุ้นๆยังไม่รู้แหะ


          กลุ่มนักเรียนสามหรือสี่คน น่าจะประมาณนั้นแหละ ที่กำลังเดินคุยกันเข้ามาในโรงเรียนของผมโดยที่มีจุดศุนย์กลางซึ่งเป็นคนที่ผมคุ้นหน้ามากที่สุด ผู้ชายตัวสูงพร้อมกับเส้นผมสีน้ำตาลเข้ม ผิวสีแทนกับรอยยิ้มรูปสี่เหลี่ยม มันจะเป็นใครไปได้อีกล่ะ



               “แทฮยอง!”


               “..จองกุก”


               “เห้ย ถึงแล้วทำไมไม่บอกล่ะ”



          ผมเดินตรงไปหาแทฮยองทันทีที่พวกเราหันหน้ามาแล้วสบตาเข้าด้วยกัน สีหน้าตกใจของแทฮยองปนกับรอยยิ้มแบบนั้นผมชอบมันชะมัด เห็นแล้วมันน่าจับมาขยี้หัวเล่นจริงๆ



               “ฉันเพิ่งมาถึงน่ะ กำลังจะส่งข้อความไปหานายพอดีเลย”



          แทฮยองพูดขึ้นมายิ้มๆ พร้อมกับชูโทรศัพท์มือถือเครื่องเดิมให้ผมดูว่าหน้าจอที่กำลังเปิดค้างเอาไว้อยู่เป็นหน้าข้อความที่มีชื่อปลายทางที่จะส่งเป็นชื่อของผมนั่นเอง มหัวเราะออกมาทันทีที่ได้อ่านข้อความที่ยังไม่ได้ส่งนั้น ไม่รู้สิเหมือนว่าจะมีความสุขขึ้นมาหน่อยๆแหะ



               “ใครวะ?”



          เสียงเล็กๆที่ดังขึ้นมาแทรกระหว่างที่พวกผมสองคนกำลังคุยกันอยู่ดังขึ้น ลำตัวของแทฮยองที่เซไปตามแรงผลักของผู้ชายคนนั้นเล็กน้อยพร้อมกับช่วงแขนของเขาที่พาดลงมาที่ไหล่นั่น



               “นี่จองกุกเพื่อนฉันน่ะ..จองกุกนี่จีมินส่วนนั่นโฮซอกแล้วก็แบมเป็นเพื่อนของฉันเอง”



          แทฮยองจัดแจงแนะนำผมให้เพื่อนของเขารู้จักก่อนที่จะแนะนำเพื่อนของเขาให้ผมรู้จักเหมือนกัน ผมพยักหน้ารับพร้อมกับยกมือขึ้นมาทักทายคนอื่นๆ แต่พอหันไปกำลังจะทักคนที่ชื่อจีมินเท่านั้นแหละ สายตาของผมก็ดันเผลอมองตรงไปที่มือเล็กๆนั่นอยู่ได้ ที่กำลังจับไหล่ของแทฮยองอยู่นั่นแหละ จนสุดท้ายก็ต้องแกล้งทำเป็นเสตามองไปทางอื่นแทน


          ส่วนแทฮยองน่ะหรอ เขาก็ยังคงปล่อยให้มันพาดเอาไว้อยู่อย่างนั้นแหละ..



               “เห้ย แบมแบมมาได้ไงวะ”



          ก่อนที่ผมจะเผลอหัวเสียไปกับอะไรที่ไม่น่าเป็นไปได้ เสียงทักทายของยูคยอมดังลั่นขึ้นมาจนเรียกได้ว่าคนในบริเวณนี้ก็ต้องหันมามองที่พวกเรา พวกผมทุกคนหันไปมองทางตัวต้นเสียงจากนั้นยูคยอมก็แทรกตัวมายืนข้างๆผมก่อนที่จะส่งยิ้มกว้างๆไปให้เพื่อนของแทฮยองราวกับว่าทั้งสองคนสนิทกันมาก่อน



               “ก็ว่าแล้วว่าชื่อโรงเรียนมันคุ้นๆ ลืมไปเลยว่านายเรียนอยู่ที่นี่ฮ่าๆ”



          ผู้ชายคนที่ชื่อแบมที่แทฮยองเพิ่งจะแนะนำให้ผมได้รู้จักพูดออกมาพร้อมกับหัวเราะร่า เขาเดินมากระโดดกอดคอยูคยอมก่อนที่ทั้งคู่จะพูดคุยกัยอย่างสนิทสนมจริงๆ



               “นี่พวกนายรู้จักกันมาก่อนหรอ” ผมถามขึ้น


               “เออดิ เพื่อนสนิทสมัยมัธยมต้นเลยนะเว้ย” ยูคยอมตอบกลับมาพร้อมกับส่งรอยยิ้มดีใจมาให้



          ไม่แปลกหรอกที่ยูคยอมจะดีใจจนออกนอกหน้าขนาดนี้ ก็เพราะว่าออกจากบ้านในตัวเมืองเพื่อมาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ เพื่อนเก่าเพื่อนแก่ก็ไม่เคยได้เจอนักหรอก นี่ก็น่าจะเป็นครั้งแรกเลยก็ได้มั้ง


          หลังจากนั้นยูคยอมก็บอกผมว่าจะเป็นคนพาแบมไปเดินทัวน์โรงเรียนเอง ส่วนเพื่อนของแทฮยองอีกสองคนที่ชื่อว่าจีมินกับโฮซอกก็บอกว่าแค่อยากไปหาร้านนั่งเล่นเฉยๆเพราะว่าขี้เกียจเดิน ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าผมกับแทฮยองต้องไปทัวน์โรงเรียนกันแค่สองคนแล้วล่ะ แต่ก็ไม่เห็นจะแปลกเลยนี่ก็ขนาดยูคยอมกับแบมก็ยังไปกันสองคนได้เลย


          ในขณะที่แทฮยองเดินนำหน้าผมไปนิดหน่อย ทั้งๆที่ผมเป็นคนบอกว่าจะเป็นพาเดินเองแท้ๆ สายตาของผมก็เผลอมองไปยังแผ่นหลังเรียบๆของเขาซะได้ วันนี้เขาไม่ได้ใส่เสื้อยูนิฟอร์มของโรงเรียนมาแต่เปลี่ยนเป็นใส่เสื้อสเวตเตอร์สีเหลืองอ่อนแทน แต่เอาจริงๆนะเขาใส่ชุดแบบนี้แล้วดูขึ้นมากๆเลยล่ะ ถึงแม้เสื้อจะดูตัวใหญ่กว่าช่วงตัวของเขาอยู่มากก็เถอะ



หมับ



          ผมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ทำไมตอนนี้แขนของผมถึงกำลังพาดอยู่ที่ไหล่บางๆของแทฮยอง แต่ใครๆเขาก็ทำกันไม่ใช่หรอทีเมื่อกี้คนชื่อจีมินก็ยังทำได้เลย รวมถึงแบมกับยูคยอมก็ด้วยนี่.. ผมเองก็เป็นเพื่อนของแทฮยองเหมือนกัน มันก็คงไม่แปลกใช่ไหมล่ะ ก็ใครๆเขาก็ทำกัน



               “นี่ อยากไปชมรมของฉัน..”



          ในขณะที่ผมกำลังจะหันไปชวนแทฮยองให้ลองไปที่ชมรมของผมดูคำพูดก็ดันขาดช่วงไปซะได้ เมื่อผมได้หันหน้าไปมองแทฮยองที่กำลังเดินอยู่ข้างๆเข้า จู่ๆหัวใจก็เต้นแรงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ แถมคำถาม ความสงสัยมากมายก็ผุดขึ้นมาในหัว


          ทำไมใบหน้าของแทฮยองถึงแดงขึ้นมาขนาดนั้นกันได้นะ ทำไมแทฮยองถึงเอาแต่ก้มหน้าก้มตาแถมยังเม้มปากของตัวเองแน่นซะขนาดนั้น ทำไมแทฮยองถึงไม่พูดอะไรเลย..


          หรือเพราะว่าผมกำลังโอบไหล่ของเขาเอาไว้อยู่.. อา.. หลงตัวเองชะมัด


          แต่ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆก็น่ารักดีนะ ..แปลกชะมัดเลยความคิดแบบนี้


          จะให้แทฮยองรู้ไม่ได้เด็ดขาด ก็พวกเราน่ะเป็นผู้ชายกันทั้งคู่เลยนี่นา





43.8827349% ≠





          ผมคงลืมบอกไปสินะว่ากิจกรรมที่ชมรมของผมจัดขึ้นน่ะคืออะไร อา.. งั้นถือโอกาสบอกตอนนี้เลยแล้วกัน



               “ลูกละ1000วอน ยิงเข้าหนึ่งลูกคืนให้ 2000วอน”



          และแน่นอน เงินที่เสียไปวันนี้พวกผมต้องรับผิดชอบด้วยการฝึกหนักขึ้นกว่าเดิม เพราะฉะนั้น พวกเราจึงจริงจังกันมากถึงขนาดที่จะไม่ออมมือให้แม้ว่าจะเป็นมือสมัครเล่มก็ตาม แค่นี้ก็แทบจะไม่มีเวลาให้พักอยู่แล้วนี่



               “ฉันขอบอกไว้ก่อนเลยนะว่ามือโกลของเราไม่ง่ายขนาดนั้น”



          ผมพูดดักขึ้นมาในขณะที่แทฮยองกำลังจะตกลงลองเล่นดู แทฮยองเองก็น่าจะรู้แล้วล่ะว่าที่เรื่องผมพูดน่ะมันเป็นแบบนั้นจริงๆ เพราะแบมเพื่อนของเขาที่บังเอิญเดินมาเจอกันอีกครั้งเมื่อกี้ได้ลองเล่นไปแล้วสามตารวดแล้วแต่ก็ยังไม่มีท่าว่าจะเข้าสักลูก คงต้องขอบคุณความเหนียวของมือโกลในชมรมผมแล้วล่ะที่วันนี้ยังไม่ทำให้ชมรมของเราเสียเงินสักวอนเดียว



               “ฉันก็ไม่ง่ายนะ”



          แต่แทฮยองกลับตอบกลับมาแบบนั้น พร้อมกับรอยยิ้มที่มั่นใจเอามากๆ..


          งั้นก็คอยดูแล้วกัน หึ



               “ไม่ยุติธรรมสักนิด ลูกแบบนั้นรับไปได้ยังไงคนในชมรมนายเป็นโกลทีมชาติหรอ”


               “ฮ่าๆๆ เห็นไหมล่ะฉันบอกนายแล้ว”



          แทฮยองหลังจากที่ลองแตะลูกโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ว่ากี่ลูกๆเขาก็ไม่สามารถแตะให้มันเข้าโกลได้สักที จนในที่สุดก็ยอมเดินฟึดฟัดออกมาจากสนามจนได้ ผมที่เป็นฝ่ายนั่งดูอยู่ตลอดก็ได้แต่กลั้นขำเอาไว้ ก็ความจริงแล้วน่ะมันมีทริกบางอย่างอยู่นั่นแหละ ไม่ใช่มือโกลของผมฝีมือไม่ดีหรอกนะ.. มันก็ต้องมีกันบ้างสิใช่ไหมล่ะ ใครๆก็ไม่อยากอยู่ซ้อมจนดึกกันนักหรอกใช่ไหมล่ะ



               “จองกุก..ขอเวลาสักแปปได้ไหม?”



          ขณะที่ผมกำลังปลอบใจแทฮยองอยู่ เสียงเล็กๆของผู้หญิงคนที่ยืนอยู่ข้างสนามมาได้สักพักแล้วก็ดังขึ้น เธอเรียกชื่อของผม ซึ่งก็น่าแปลกใจไม่น้อยเลยนะที่จะมีผู้หญิงที่ผมไม่รู้จักมาเรียก แต่ผมก็ยังยอมเดินไปหาแต่โดยดีนั่นแหละ จนลืมไปเลย..ว่าแทฮยองจะต้องอยู่คนเดียวก็ตาม


          หลังจากคุยกับเธอเสร็จ โดยที่ประเด็นหลักของบทสนทนาที่พวกเราสองคนได้คุยกันจับใจความได้ว่า เธอเป็นประธานนักเรียนซึ่งจะมาขออนุญาติให้ชมรมของผมหยุดซ้อมกีฬาจนดึกแล้วเปลี่ยนมาซ้อมตอนเช้าแทน แต่ก็แปลกนะมาเรียกผมไปคุยเฉยเลย ตัวผมน่ะไม่ใช่แม้แต่คนที่จะมีความกล้าพอที่จะไปมีปากเสียงกับโค้ชสักหน่อย


          ผมเดินกลับมาที่เดิมหลังจากที่คุยกับเธอเสร็จ แทฮยองที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์ของตัวเองโดยมีจีมินแล้วก็โฮซอกที่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้นั่งอยู่ข้างๆ เมื่อพวกเราสองคนสบตากันเข้าเขาก็รีบโบกมือทักทายให้ผมทันที ด้วยรอยยิ้มแปลกๆแบบนั้น



               “ดีใจด้วยนะจองกุก”



          และนั่นคือประโยคแรกที่แทฮยองพูดกับผม



               “อ่า..ก็ดีใจอยู่หรอกแต่ไม่ชินเลยแหะ หลังจากนี้ก็ไม่ได้กลับรถไฟขบวนเดียวกันกับนายแล้วน่ะสิ”


               “นั่นสินะ นายก็คงอยากจะใช้เวลาอยู่กับเธอนานๆ”


               “หืม? หมายความว่าไง..”



          มันแปลกตั้งแต่ต้นแล้วล่ะที่ปกติแทฮยองคงจะหัวเราะขึ้นมาหรือไม่ก็ยิ้มอะไรทำนองนั้น แต่ครั้งนี้เขากลับนั่งเงียบด้วยท่าทีที่แปลกไป



               “ฉันว่าจะกลับแล้วล่ะ วันนี้ขอบคุณมากนะ”



          เขาตบลงมาที่ไหล่ของผมเบาๆ แล้วฉีกยิ้มกว้างมาให้ผมแบบที่ชอบทำอยู่ประจำ แบมโบกมือลายูคยอมก่อนที่เพื่อนๆคนอื่นๆจะบอกลาพวกผมที่อีกไม่นานต้องเข้าไปช่วยงานในชมรม ยกเว้นก็แค่แทฮยองนั่นแหละที่ตอนนี้เดินลับไปทิ้งไว้แค่แผ่นหลังเรียบๆเท่าที่สายตาของผมยังพอมองเห็น ผมก็ไม่มั่นใจเหมือนกันนะแต่เมื่อกี้ผมสังเกตุได้


          ว่าดวงตาของแทฮยองมันสั่นแปลกๆ


          เหมือนกับผมในตอนนี้เลย





21% ≠





          วันนี้ตู้โดยสารตู้ที่สองกลับว่างเปล่า.. มีเพียงแค่ผมคนเดียวเท่านั้นภายในรถไฟขบวนนี้ทั้งที่วันนี้อุตส่าห์รอเพื่อจะได้กลับพร้อมๆกันกับอีกคนแท้ๆ ไม่มีแม้แต่ข้อความส่งมาบอกว่าทำไม หรือว่ากำลังทำอะไรอยู่ที่ไหน


          หรือว่าจะป่วยกันนะ..ลองส่งข้อความไปหาดีกว่า


_______________________

Message To: 금태형


วันนี้ไม่เจอนายที่รถไฟเลย เป็นอะไรหรือเปล่า?


_______________________


          แล้วรู้ไหม ..ว่ามันไม่มีแม้แต่ข้อความตอบกลับ เป็นเวลากว่าสองวันเลยนะ


          ทั้งที่ผมส่งไปใหม่หลายต่อหลายครั้งแล้วแต่รถไฟขบวนสุดท้ายของวันก็ยังคงว่างเปล่าเช่นเคย ผมไม่มั่นใจเลยว่าไปเผลอทำตัวไม่ดีใส่แทฮยองรึเปล่า หรือว่าเขากำลังโกรธผมหรือว่าป่วยอยู่กันแน่ อย่างน้อยก็ควรจะบอกกันหน่อยสักนิดก็ยังดี เพราะในเมื่อเขาปล่อยให้ผมคิดไปเองฝ่ายเดียวขนาดนี้มันทำให้ผมไม่เป็นตัวของตัวเองเลย ให้ตายสิ



               “ป้าครับๆ เอาต๊อก2ที่ขอเผ็ดๆเลยไอ้หมอนี่มันกำลังจะตายแล้วครับ”



          เสียงของยูคยอมที่ตะโกนสั่งอาหารกับคุณป้าเจ้าของร้าน ไม่วายเอื้อมมือมาโอบรัดรอบคอของผมจนแทบหายใจไม่ออก บอกตามตรงเลยว่าผมไม่มีอารมณ์ทำอะไรทั้งนั้น วันนี้ก็โดดซ้อมชมรมด้วยจนยูคยอมเองก็คงจะสังเกตุเห็นว่ามันแปลกๆ มันถึงโดดชมรมมาเป็นเพื่อนทั้งๆที่ยังไม่ได้ขอนั่นแหละ เพื่อพาผมออกมากินต๊อกร้านประจำแบบนี้



               “แล้วสรุปนี่เป็นอะไรอกหักรึไง..โดนสาวปฏิเสธมาหรอ?”



          นอกจากจะไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นแล้ว ยังทำให้ผมรู้สึกกลัวที่จะพูดถึงเหตุผลยิ่งขึ้นไปอีกนั่นแหละ ..จะไปบอกมันได้ยังไงล่ะว่าตัวปัญหาที่แท้จริงน่ะ ไม่ใช่ผู้หญิง



               “อ้าวเห้ย แบม!”



          ผมหันไปตามเสียงทักของยูคยอมทันทีที่มันตะโกนชื่อของเพื่อนตั้งแต่มัธยมต้นของมันและที่สำคัญคือตอนนี้คนคนนั้นดันมาเป็นเพื่อนของแทฮยองด้วยนี่สิ เพราะงั้นผมเลยแอบหวังว่าบางทีแทอยองอาจจะมาด้วยก็ได้


          แต่บุคคสามคนตรงหน้าผมนั้น ไม่มีแทฮยองอยู่ในนั้นเลยทั้งๆที่ผมพยายามกวาดตามองให้ดีแล้วไม่ว่าจะหน้าร้าน หรือทางด้านข้างก็ไม่เห็นวี่แววของแทฮยองเลย


          ในขณะที่ยูคยอมยังคงเอาแต่คุยกับแบมแบม คนอื่นๆที่ทยอยกันเข้ามานั่งร่วมโต๊ะกับพวกผมซึ่งนั่นคือจีมินกับโฮซอกซึ่งเป็นคนที่ผมคิดว่าน่าจะถามหาแทฮยองกับพวกเขาได้บ้าง



               “แล้วแทฮยองไม่มาหรอ?” แล้วผมก็ไม่รอช้าเลยล่ะ


               “แทฮยองน่ะหรอ ใกล้จะตายแล้วล่ะมั้งมันอ่ะ”



          คนที่ชื่อจีมินตอบกลับมาแบบปัดๆ ก่อนที่โฮซอกจะค่อยๆหัวเราะขึ้นมา “สงสัยโดนทิ้งชัวน์ วันๆจ้องแต่โทรศัพท์กดๆแล้วก็วางอยู่อย่างนั้น”


               “เกิดอะไรขึ้นหรอ?” ผมถามขึ้นมาอีกครั้ง


               “ก็เดี๋ยวนี้น่ะมันชอบนั่งเหม่อๆเอาแต่มองออกไปนอกหน้าต่างแถมงานพิเศษที่ทำอยู่จู่ๆมันก็โทรไปขอเปลี่ยนกะกับรุ่นพี่เฉยเลยทั้งที่เป็นคนบอกเองว่าไม่ชอบความวุ่นวาย”


               “เห็นบอกว่าไม่อยากกลับรถไฟขบวนสุดท้ายแล้วน่ะ ดูเหมือนจะเจอคนที่ชอบที่นั่นล่ะนะ น่าสงสารมันชะมัดพรุ่งนี้ก็วาเลนไทน์แล้วแท้ๆ”



          เหมือนทุกๆคำถามในหัวของผมมันหายไปจนหมดเลยล่ะ ผมไม่รู้หรอกว่าผมได้คำตอบสำหรับคำถามที่ตั้งขึ้นมามากมายนั้นแล้วรึยัง


          แต่จริงๆนะ ผมว่าผมไม่ต้องการมันแล้วล่ะ



               “อ้าวจองกุก.. ยิ้มออกแล้วนี่”



          ผมก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน แต่มันก็แค่ 0.01% เท่านั้นแหละ





0.01% ≠





' 14.02.2016 '


          วันที่ใครๆว่ามันเป็นวันแห่งความรัก วันที่ใครๆก็ต่างรอที่จะสารภาพรักกับคนที่ชอบ ทั้งช็อคโกแลตทั้งดอกไม้หลากสีสัน พูดได้เต็มปากเลยล่ะว่ามองไปทางไหนก็เจอแต่ของพวกนี้จริงๆ


          ส่วนผมน่ะหรอ.. ผมไม่ได้จะไปสารภาพรักกับใครหรอก


          ผมไม่มีดอกไม้ ไม่มีช็อคโกแล็ต ไม่มีแม้แต่ความกล้าพอที่จะตัดสินใจด้วยตัวเองว่าความรู้สึกพวกนั้นมันคืออะไร ผมก็แค่คนขี้ขลาดคนหนึ่งที่กำลังจะไปพิสูจน์ถึงความหมายของอีก0.01%ที่เหลือด้วยตัวเองแค่นั้น


          จริงๆไม่ใช่ด้วยตัวเองหรอก แต่ก็แค่กับผู้ชายคนหนึ่งเท่านั้นแหละ..


          แปลกชะมัดเลยใช่ไหมล่ะ


          แต่ที่แปลกกว่าเรื่องนั้นคืออะไรรู้ไหม..?


          มันคือตอนที่เขาคนนั้นทำให้ผมมีความสุขทุกทีเวลาได้อยู่ด้วยกัน แปลกตรงที่เขาคนนั้นทำให้ผมเฝ้ารอช่วงเวลาที่เราจะได้กลับบ้านไปพร้อมๆกัน มันแปลกตรงที่เขาสามารถทำให้ผมคิดมากได้ทั้งวัน และแปลกที่เขาทำให้ผมใจเต้นได้ในหลายๆครั้ง


          ผมว่าตัวผมที่เป็นอยู่ในตอนนี้น่ะ แปลกกว่าพวกค่านิยมที่บอกว่าผู้ชายต้องคู่กันกับผู้หญิงเท่านั้นเสียอีก ว่าไหมล่ะ?


          และตอนนี้ผมเองก็กำลังรอเขาคนนั้นอยู่ หลังจากเลิกเรียนผมก็พาตัวเองมานั่งรออยู่ตรงสถานีรถไฟ ซึ่งไม่ใช่สถานีที่ผมใช้รอรถไฟกลับบ้านแต่เป็นสถานีที่แทฮยองต้องมาขึ้นมันทุกวันแทน หลังจากที่ลองไปดักรอที่หน้าโรงเรียนแล้วแต่ก็ไม่เจอ ผมก็ไม่รู้ว่าต้องไปที่ไหนอีกแล้วนอกจากที่นี่ ผมก็แค่หวังเพียงเล็กน้อยว่าจะเจอเขาที่นี่เท่านั้น


          ตั้งแต่ห้าโมงเย็นยันตอนนี้สี่ทุ่มกว่าๆแล้ว มันก็ใกล้จะถึงเวลาของรถไฟขบวนสุดท้ายเต็มที จากแดดอ่อนๆที่สาดส่องเข้ามาภายในสถานีรถไฟก็ค่อยๆลับหายไปเปลี่ยนมาเป็นความมืดของช่วงเย็นในกลางเดือนกุมภาพันธ์แทน ถึงแม้อากาศจะอุ่นขึ้นมาบ้างนิดหน่อยแต่มันก็ไม่ได้ต่างไปจากเดิมเท่าไหร่นักหรอก แต่ผมก็ยังไม่ยอมแพ้หรอกนะ ถึงแม้ว่ามันจะผ่านมาหลายชั่วโมงแล้วก็ไม่มีทีท่าว่าแทฮยองจะมาเลยสักนิดก็ตาม ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแทฮยองกลับบ้านไปแล้วหรือยัง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าได้อ่านข้อความที่ผมส่งไปนั้นรึเปล่า


          ผมก็แค่อยากรอ.. ถึงแม้แทฮยองจะไม่มา




ตึก.. ตึก.. ตึก..



          แต่แล้ว เสียงฝีเท้าของคนที่กำลังเดินขึ้นบรรไดก็ดังขึ้นหลังจากที่มันไม่ดังมาเป็นเวลานานแล้ว คาดว่านี่น่าจะเป็นคนสุดท้ายของวันแล้วที่จะมาขึ้นรถไฟที่สถานีแห่งนี้ แล้วมันก็เป็นขบวนสุดท้ายแล้วด้วย ในหัวของผมวิ่งวุ่นไปหมดขอแค่เพียงให้คนคนนั้นเป็นแทฮยอง ผมมีหลายๆเรื่องที่อยากจะพูดกับเขา และที่สำคัญที่สุดน่ะไม่ใช่เรื่องอะไรใหญ่โตนักหรอกแต่..


          ผมก็แค่อยากเจอหน้าแทฮยอง



               “อ้าวพ่อหนุ่ม..ไม่คุ้นหน้าเธอเลยนะ”



          อา จะว่าไงดีล่ะมันเหมือนกับดอกทานตะวันที่พระอาทิตย์นั้นลับขอบฟ้าไปแล้วน่ะ คอของผมตกลงมาแบบนั้นเลย


          กลายเป็นคุณลุงยามที่ประจำอยู่สถานีแห่งนี้แทนที่จะเป็นแทฮยองนั่นแหละ เขาเดินมายิ้มให้กับผมพร้อมกับทำหน้าแปลกใจนิดหน่อยที่บอกว่าไม่คุ้นหน้าเลยนั่นจะหมายถึงแทฮยองรึเปล่านะ ก็แทฮยองน่ะชอบกลับเวลานี้นี่นา


          จากนั้นน่ะหรอ ผมก็ยิ้มตอบคุณลุงไปตามมารยาทนั่นแหละก่อนจะเดินคอตกไปนั่งพิงอยู่ที่เสาปูนต้นเดิมก่อนจะเริ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ


          หนาวจังเลยนะ ..แล้วก็ดึกแล้วด้วย


          ผมอยากให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิมเร็วๆจังเลย เหมือนตอนที่ไม่ต้องมานั่งคาดหวังว่าเมื่อประตูอัตโนมัติเปิดออกจะเจอแทฮยองรึเปล่า แทฮยองจะยังคงนั่งอยู่ในนั้นและส่งยิ้มมาให้ผม


          ก็แค่คิดน่ะ ว่ามันมีความสุขจริงๆนะ



               “จองกุก..นั่นนาย?”



          แต่แล้วเสียงของคนที่ผมอยากได้ยินมากที่สุดในวันนี้ ในที่สุดมันก็ดังขึ้น ราวกับพระอาทิตย์นั้นกลับขึ้นมาส่องแสงอีกครั้ง



               “ท ทำไม..”



          เสียงของแทฮยองสั่นนิดๆ แถมยังผงะตัวถอยหลังออกเมื่อผมยันตัวเองลุกขึ้นมาเพื่อเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ เขาหลบสายตาของผมอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะ ส่วนผมน่ะหรอถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะเข้าไปจับใบหน้าที่ล่อกแล่กนั่นให้หันมามองแค่ผมเท่านั้น



               “ถ้าจะถามว่าทำไมถึงยังรออยู่..งั้นนายต้องหาคำตอบให้กับคำถามของฉันก่อน”



          ผมค่อยๆเดินตรงไปหาผู้ชายในเสื้อสเวตเตอร์สีเหลืองอ่อนตัวโคร่ง ที่มาพร้อมกับใบหน้าชวนคิดถึง จนตอนนี้มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของเขา


          ใบหน้าที่เห่อแดงขึ้นมา ดวงตาเรียวสั่นเล็กน้อนก่อนที่มันจะหลุบลงไม่ยอมสบตากับผมตรงๆ ริมฝีปากสีชมพูที่เม้มเข้าหากันแน่นจนกลายเป็นเส้นตรง ทุกอริยาบทของคนตรงหน้ามันทำให้หัวใจของผมเต้นแรงไม่หยุด 


          ก่อนที่ผมจะค่อยๆยื่นมือไปจับมือของเขาที่กำลังสั่นอยู่ขึ้นมากุมเอาไว้ แทฮยองเองก็สะดุ้งตัวเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ทำท่าขัดขืนอะไรหรอกก่อนที่ผมจะค่อยๆเลื่อนมือนั้นมาวางทาบลง


          ตรงที่ที่หัวใจกำลังเต้นอยู่นั่นแหละ



               “ในเนี้ยมันมีหนึ่งร้อยเปอร์เซนต์”


               “..”


               “..แต่เหลือแค่ศูนย์จุดศุนย์หนึ่งเปอร์เซนต์เท่านั้นแหละในตอนนี้ที่ฉันยังไม่ค่อยมั่นใจ นายว่าคำตอบของมันคืออะไร”


               “นายหมายความว่าไง?”



          ในที่สุดแทฮยองก็ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผม พร้อมกับแววตาสงสัยแบบนั้นนั่นแหละที่กำลังทำให้ผมแทบจะเป็นบ้าไปแล้ว



               “ก็ศูนย์จุดศูนย์หนึ่งเปอร์เซนต์นั้นน่ะฉันอาจจะไม่ได้ชอบนายแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ได้..”


               “แล้วอีกเก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเปอร์เซนต์ของนายล่ะ?”


               “ส่วนนั้นน่ะ.."


               ".."


               "ฉันคิดว่าฉันชอบนาย..ฉันชอบนายสุดๆเลยล่ะแทฮยอง”



          จะว่าสายตาผมแย่ก็ได้นะเพราะตอนนี้จากผู้ชายที่ดูดีคนหนึ่งกลายเป็นว่าผมมองว่าเขาดันน่ารักสุดๆไปเลย แทฮยองก้มหน้าลงแทบจะทันทีที่ผมพูดประโยคนั้นจบ ถึงแม้จะมองไม่เห็นใบหน้าของเขาแต่อย่างน้อยสิ่งที่บ่งบอกออกมาอย่างชัดเจนว่าเขากำลังหน้าแดงอยู่ก็คือใบหูของเขาเองนั่นแหละ



               “ถ้าอีกสิบวิข้างหน้าหัวใจของฉันยังไม่หยุดเต้นแรงแบบนี้ นายเตรียมตัวโดนกอดได้เลย”


               “อย่ามาล้อเล่นนะ”


               “หนึ่ง..”


               “..”


               “..สิบ”


               “ขี้โกงนี่!!”



          ผมโน้มตัวลงไปกอดแทฮยองที่กำลังก้มหน้าอยู่ทันที ไม่กลัวด้วยว่าใครจะเดินมาเห็นมิหนำซ้ำยังทำให้แทฮยองเงยหน้าขึ้นมาตวาดเสียงแข็งใส่ผมได้อีกด้วย เป็นโมเมนต์ในวันวาเลนไทน์ที่ดีจริงๆว่างั้นไหม



               “นี่..แทฮยอง” ผมกระซิบเบาๆที่ข้างหูของเขา


               “อะไรอีกเล่า!”


               “วาเลนไทน์นี้น่ะ.. ฉันชอบนายนะ”


               “..”



          สถานีรถไฟในยามค่ำคืนที่ตอนนี้ใกล้ถึงเวลาที่จะปิดแล้ว กำลังรอเพียงรถไฟขบวนสุดท้ายของวันที่กำลังแล่นมาเรื่อยๆตามลางเท่านั้น เพราะเป็นเวลาดึกมากแล้วเลยทำให้ไม่มีผู้คนเดินพลุกพล่านไปมาเหมือนตอนช่วงกลางวัน จนทำให้ที่นี่มันเงียบสงบซะจนมีเพียงแค่เสียงของหัวใจสองดวงที่กำลังเต้นอยู่ ด้วยอัตราความเร็วที่ไม่ได้ต่างกันสักเท่าไหร่นัก



ตึกตัก..ตึกตัก..



          คนหนึ่งที่เพิ่งจะมั่นใจในความรู้สึกของตัวเอง กับอีกคน..ที่มั่นใจมาตั้งแต่แรกแล้ว



               “..อืม”



          เป็นคนหนักแน่นจริงๆนั่นแหละแทฮยองเนี้ย.. เหมือนกับผมในตอนนี้เลยว่าไหม?







not a homosexual


I’m just like 'KIM TAEHYUNG' so much


I’m sure.


100% =



 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

799 ความคิดเห็น

  1. #758 ku_1709 (@kunggii) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 11:38
    อห.ชอบประโยคสุดท้ายมากๆเลยค่ะ
    #758
    0
  2. #732 FRVN (@FRVN) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 02:19
    ฮือออ คุณไรท์ แต่งดีมากๆเลยค่ะ ทุกอย่างทั้งการบรรยาย และบรรยากาศในฟิค มันอุ่นไปหมดเลย น่ารักมากๆเลยค่ะ ใจเราฟูมากเลยฮื่ออ;-; ชอบมากเลยค่ะ น่ารักจริงๆ น่ารักตั้งแต่ความคิดของจองกุกช่วงแรกๆที่แอบมองแทฮยองตลอดแล้วก็จะชมยัยแทในใจว่า ดูดีอย่างนั้นดูดีอย่างนี้ คอยสังเกตเพื่อนคนนี้ตลอดเลยตั้งแต่ยังไม่รู้จักกันแล้ว แล้วพอรู้จักกันก็เหมือนถูกดึงดูดมากขึ้นเรื่อยๆอยากรู้จักมากขึ้นเรื่อยๆงี้ น่ารักชะมัด ภาษาก็ดีมากๆเลยค่ะชอบการใช้เปอร์เซ็นต์เป็นเครื่องวัด ละคือเปอร์เซ็นต์ถอยลงเรื่อยๆ555555 ค่อยๆมันใจขึ้นเรื่อยๆว่าตัวเองชอบเค้าสิน้าา เจ้ากุกเอ้ย ขอบคุณสำหรับฟิคฟีลกู้ดดีๆนะคะ ฮีลเราได้มากเลย อ่านแล้วหุบยิ้มไม่ได้เลยค่ะ
    #732
    0
  3. #692 MARKTUAN190 (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:56
    น่ารักจัง
    #692
    0
  4. #630 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 22:31
    มีแต่คำว่าน่ารักเต็มไปหมดเลยอ่า ><
    ชอบอ่ะ
    #630
    0
  5. #611 bam_KSH (@bam_KSH) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 20:54
    อ่า..ไรท์คนนี้ทำให้เราตกหลุมรักมากๆเลย>< แต่งได้ออกมาน่ารักมาก ภาษาคงไม่ต้องพูดถึงเรารักมากๆตั้งแต่เรื่องเเรกแล้ว~ ไม่รู้จะบรรยายออกมายังไงดีแต่เรายิ้มตั้งแต่ต้นเรื่องยันท้ายเรื่อง แล้วบิดตัวไปมาคือมันเขินมากจริงๆ ชอบมากครีเอตจริงๆ เราเชื่อคำว่าตกหลุมรักผ่านภาษาเเล้วอะ ไม่ได้อวยนะ แต่เราชอบมากๆโลย ฮืออ >< แต่งอีกน้า เค้ารออยู่^^ เป็นกำลังใจให้
    #611
    0
  6. #574 ppailins (@ppailins) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 01:54
    ชอบมากเลยค่ะ ผิดที่เราเจอกันช้าไป ถึงคิดว่าไรท์คงไม่ได้มาอ่านคอมเม้น แต่ก็อยากเม้นให้ ให้ฟีลญี่ปุ่นมากค่ะ ชอบประโยคที่กุกพูดว่า โฮโมชะมัด อะไรสักอย่างมากเลย ฮี่ๆ จะติดตามทุกเรื่องหลังจากนี้เลยค่ะ
    #574
    0
  7. #453 Love All Kpop (@weloveexobctsx) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2559 / 14:20
    กรี๊ดดดดดดด ละมุนมากค่ะ นี่ถ้านั่งอยู่บนรถอะไรสักอย่างเค้าคงกระโดดลงจากรถด้วยความเขินไปแล้ว (กล้า?) กร๊ากกก แต่ก็นะ ทำเขินทั้งเรื่องจริงๆอ่ะ คือตลกแทอ่ะ ตลกจริงๆนะ แบบว่ากุกไปคุยกับผญ.คนนั้นเฉยๆ ก็ไปคิดว่าเขาคบกันแล้ว กร๊ากๆๆ เป็นแทต้องฉลาด(ประชด?)ขนาดไหนถึงจะคิดเป็นตุเป็นตะได้อ่ะ กุกคิดถึงแทบตายแต่กลับหายหน้าไปไหนก็ไม่รู้ ทำคนอื่นเขาคิดถึงต้องจับมากอดซะให้เข็ด งื้ออออ เรื่องนี้คือแบบ ไม่ได้อะไรมากมายนะ แต่แค่กอดอ่ะ แค่กอด! เค้ากลับแบบ.. เขินม้วนอ่ะ ให้พูดยังไงดี กร๊ากกกก ชอบมากๆ เก้าสิบกว่าเปอร์เซ็นคือรักแทไปแล้ว แต่อิศูนย์จุดหนึ่งคือไม่แน่ใจ กรี๊ดดด พูดอะไรออกมาค๊าาาา?! #เสียงสูง เขินมาก ฮื่ออออ นี่ถ้าเป็นแทคงเป็นลมอยู่แถวนั้นอ่ะ กร๊ากๆๆ รักเลย ชอบบ <3 ว้อนท์ภาคสองจุง (เอาอีกแล้ว)
    #453
    0
  8. #446 WT Hanhyuk 38 (@honeyhanhyuk38) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 13:57
    ละมุนไปอีกค่าาาาา



    ดีงามมมมมม
    #446
    0
  9. #432 wyjh3025 (@wyjh3025) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 23:50
    งื้ออออออ นี่มันรถไฟฟ้ามาหานะเธอใช่มั้ยเนี่ยยย ปิ๊งรักกันบนรถไฟฟ้า งือออ นี่ว่าแทชอบน้องกุกมาตั้งแต่แรกแล้วแน่ๆ เพราะตอนที่แทถามว่าช่วงนี้กลับดึกอ่ะ เหมือนแทจะมองกุกมาตลอด แต่ทำเข้มเหมือนไม่สนใจ ไม่งั้นจะรู้เหรอว่ากุกทำหน้าแบบไหนเวลามองแท 55555555555555 อบอุ่นอ่ะ ละมุนมากกกกกก ฮือออออ อยากกลับขบวนสุดท้ายละเจอแบบนี้จังค่ะ 555555555555
    #432
    0
  10. #385 ckbear! (@aomsinnykung) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:49
    โอ้ยยยยยยยยย ฟิคอบอุ่นมากกกกก ตอนแรกนึกว่าจะจีมินแทฮยองแล้วจองกุกแห้วละอะ แลดูจีมินนี่หวงๆเพื่อนเนาะ555555555555 โอ้ยน่ารักมากกกกกกกกกกก 99.99%มั่นใจว่าชอบมากๆ เหลืออีก0.01%ที่ยังไม่มั่นใจ ฮือออออออออออออละมุนมากกกกกกเขินแรงงงงงงงงงงง ; ////////////////; ถ้ามีโมเม้นแบบนี้บ้างคงน่ารักน่าดูเลยค่ะ ฮือออออออ ไอจองกุกไอบ้าไอน่ารักกกกกก ขอบคุณสำหรับฟิคละมุนนะคะ ฮือออออออชอบมากกกกกก แต่งอีกเยอะๆน้าาาาา ไรท์สู้ๆค่าาาาา?
    #385
    0
  11. #374 oZXGKo (@b2utykg) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:53
    น่ารัก อบอุ่น ละมุนละไม ชอบคะชอบ
    #374
    0
  12. #372 Jung Tien-In (@tienin) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:38
    น่ารักกก อบอุ่นจังเลยยย วาเลนไทน์นี้มันดีจริงๆ
    #372
    0
  13. #364 L`Jg (@0710ksm) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 / 03:00
    โอ๊ยยยย น่ารักมากก มันไม่ได้หวานเหมือนใครๆ แต่มันดี ดีมาก ยิ้มมมม
    #364
    0
  14. #363 mrox (@mgnarpam) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:51
    โอ้ยเขินนนนนนนนนนนนน ;-;
    ชอบที่บรรยายเป็นเปอร์เซ็น
    พล็อตน่ารักมากกกกกาหาฟาฟา
    ชอบมากเอาไป100%เลยฮื่อออ
    #363
    0
  15. #362 Bunnykimv (@bunnyspoy) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:05
    ดีงามอีกแล้ว TT เรื่องนี้อบอุ่นมากกกกก ฮือออ ชอบตอนไรท์บรรยายเป็น % มากเลย มันดูน่ารักมาก แอบขำตอนแทฮยองคิดไปเอง ชอบจอนจองกุกมาก ถึงจะคิดว่ามันแปลกในตอนแรก แต่ก็มั่นใจความรู้สึกตัวเองในตอนท้าย แงงงงพ่อพระเอกกก น่ารักทั้งคู่เลย ฟินนน เขินแรง T////T
    #362
    0
  16. #361 KyuLine (@shinee-26) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:34
    กรี๊ดดดดดดด วางแนวดีมากเลยค่ะ 😢😢  เหมือนอ่านแฟนฟิคของแฟนๆฝั่งญี่ปุ่นอยู่เลย น่ารักมากๆ วิธีการนับเปอร์เซนลดลงมาเรื่อยๆจนถึง 0.01% ที่เป็นตัวดำเนืนหลักของเรื่องก๋น่ารักมากๆเช่นกัน วิธีการเล่าเรื่องที่เหมือนเราเป็นหนูน้อยตัวนึงที่แอบหลบอยู่ในกระเป๋าเสื้อของจองกุกเวลาเขาบรรยายถึงสิ่งต่างๆรอบตัวนั่นก็เช่นกัน ดีงามมากเลยค่ะ เอาไป 5 กระโหลก ฮืออ
    #361
    0
  17. #359 SeulKi (@seulki) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:51
    มันละมุนมากกกกก รักใสๆวัยม.ปลายของจริง จองกุกคือพระเอกซีรีย์มาก ส่วนน้องแทนี่ก็นางเอกหนังไทยคิดไปเอง ดีนะที่เข้าใจกัน เสียใจน่าจะมีฉากจูบบบบ
    #359
    0
  18. #357 swagswrong (@jukialol) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:33
    กรี้ดดดดดด ทำไมน่ารักแบบนี้อ่ะ บิดมาก เขินมาก จะตายตามแทแทเลย -/////-
    #357
    0
  19. #355 m_mark2 (@M_MARK) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:31
    แทฮยองแม่งคิดไปเองวะ 555555
    #355
    0
  20. #354 `มนุษย์ล่องหน (@zincoei) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:23
    โอ้ยยยยโคตรน่ารักเลยยย
    จองกุกนี่อบอุ่นกว่าพระอาทิตย์อีก แงงงงง
    #354
    0
  21. #353 songsonglove2 (@songsonglove2) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:15
    งื้ออออออออ เขินตัวจะแตกกกก5555// อ่านแล้วรุ้สึกเหมือนได้บินสวรรค 555
    #353
    0
  22. #352 newnew_ (@Eve_donoven) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:02
    โอ๊ยดีงาม ดีงาม ดีงามไปอีก ดีงามพระรามแปดเก้าสิบไปเลยยยยยยย
    #352
    0
  23. #351 valentineloza (@zattlecaramel) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:46
    แม่คะ หนูเขินนนน ฮือออออT///////T
    #351
    0
  24. #350 Raito Yamakiji (@littlecat2542) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:41
    โฮววว แม่คะะะ คือแบบ โอยย เหมือนในอนิเมะญี่ปุ่นเลยอะ พบรักที่รถไฟฟ้าาาา แง่กๆๆ
    #350
    0
  25. #349 WeLL_B_TypEH (@taehyungvvi) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:38
    แอร๊ย!!!!!! เขินจะตายอยู่แล้วงื้อ
    มันน่ารักมากๆเลย โอ๊ย!!!!!!!
    #349
    0