۩ A Journey To Your Heart ۩ [KookV] #JourneyKV

ตอนที่ 6 : ۩ Journey ۩ 05 : ทราวิสที่แปลว่าน่ารำคาญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,197
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 283 ครั้ง
    4 เม.ย. 62

B
E
R
L
I
N


CREDIT BELONGS TO THE OWNER : DEIRAKAA






THE JOURNEY HAS BEGUN




หลังจากที่ข้ากับทราวิสตกลงกันว่าจะเริ่มออกเดินทางยามรุ่งสาง เราจึงหาที่เหมาะๆอย่างบนต้นไม้สูงที่ตรวจสอบดูแล้วว่าไม่มีพิษในการนอนพักผ่อนเพราะใครบางคนบ่นว่าเริ่มง่วงแล้ว คนผมบลอนด์หลับเป็นตายทันทีที่ล้มตัวลงนอนโดยไม่สนใจเลยว่าตัวเองจะถูกภูติผีปีศาจในป่าลอบทำร้ายหรือไม่ ส่วนข้าที่นอนไม่ลงก็ได้แต่นั่งห้อยขาอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่เงียบๆอย่างครุ่นคิด คิ้วหนาขมวดเข้าหากันแน่นด้วยความสงสัยที่มีอยู่เต็มอก



ทราวิสคงไม่ได้สังเกตว่าตั้งแต่ที่เราเข้ามาในป่ามรณะ ก็ไร้ซึ่งวี่แววของปีศาจสักตนหรืออะไรที่เป็นอันตรายเลยแม้แต่น้อย จากที่ตอนแรกข้าคิดว่าอาจถูกจับฉีกเนื้อเป็นชิ้นๆตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่โผล่หัวเข้ามาในโลกปีศาจแห่งนี้ กลับกลายเป็นว่าตอนนี้ยังไม่พบวี่แววของสิ่งมีชีวิตใดๆเลยแม้แต่เงา




นี่มันแปลก...และผิดปกติมากเกินไปแล้ว



ไม่ใช่ว่าข้าอยากให้พวกมันปรากฎตัวขึ้นหรอกนะ แต่การเข้ามาในป่ามรณะแล้วไม่เจอปีศาจก็ไม่ต่างอะไรกับการดำนํ้าลงไปยังก้นบึ้งมหาสมุทรแล้วไม่เจอพื้นทรายนั่นแหละ แล้วแบบนี้จะไม่ให้ข้าแปลกใจได้อย่างไรกัน



หรือบางที...อาจมีสายตาของอะไรบางอย่างที่กำลังจ้องมองเราอยู่ในเงามืดก็เป็นได้



สายลมที่เย็นเฉียบผิดปกติพัดมากระทบผิวเนื้ออุ่นๆทำเอาข้าต้องกำหมัดแน่นจนมือสั่นระริกเพื่อบรรเทาความหนาวเหน็บ มันเย็นจัดเสียราวกับกำลังถูกแช่แข็งจนลมหายใจอุ่นร้อนกลายเป็นควันสีขาวในทุกครั้งที่ข้าพ่นมันออกมา อากาศหนาวยะเยือกราวกับพายุหิมะกำลังตกทั้งๆที่ไม่มีวี่แววว่าจะมีเกล็ดนํ้าแข็งร่วงหล่นลงมาจากผืนฟ้าเลยแม้แต่น้อยทำเอาข้าอดชำเลืองไปมองคนที่กำลังตกอยู่ในห้วงนิทราไม่ได้



บนกิ่งไม้สีดำใหญ่ยักษ์ผิดปกติข้างๆกิ่งที่ข้ากำลังนั่งอยู่ มีร่างโปร่งของบุรุษวัยสิบเก้าในชุดคลุมสีฟ้าที่กำลังนอนขดตัวสั่นระริกด้วยความหนาวเหน็บ คิ้วเรียวของเจ้าตัวขมวดเข้าหากันแน่นด้วยความรู้สึกหนาวจนเกินไป ริมฝีปากสีพีชซีดเซียวจากอุณหภูมิเย็นจัด วงแขนเรียวที่เย็นเฉียบโอบกอดตัวเองไว้ราวกับการกระทำนี้จะช่วยให้อุ่นขึ้นมาได้



ข้ามองภาพนั้นแล้วได้แต่เม้มปากแน่น  เมื่อหลายปีก่อน...ข้าเองก็เคยนอนกอดตัวเองอยู่แบบนี้ที่หน้าบ้านตัวเองท่ามกลางหิมะเพื่อรอแม่กลับมา ยังจำได้ดีว่าความเงียบเหงาทำให้ข้ารู้สึกหนาวไปถึงขั้วหัวใจยิ่งกว่าครั้งไหน ข้านอนอยู่อย่างนั้นเป็นเวลาสามคืนจนไข้ขึ้นสูงอย่างรุนแรง ทำให้ต้องกัดฟันลากสังขารตัวเองที่กำลังป่วยหนักฝ่าพายุหิมะเพื่อไปขโมยยาจากชาวบ้านมารักษาชีวิตจนเกือบสิ้นชีพระหว่างทาง



ข้าทราบดีว่าการลักขโมยเป็นเรื่องผิดศีลธรรม แต่จะให้ข้าทำอย่างไร...ในเมื่อทุกครั้งที่ข้าโผล่หน้าเข้าไปซื้อของในตลาด ผู้คนก็จะพากันปาข้าวของใส่พร้อมกับตะโกนว่า 'ไสหัวออกไปซะ ไอ้สุนัขโสโครก!'



ชีวิตข้ามีทางเลือกไม่มากหรอก ถ้าไม่ขโมยก็ต้องอดตาย —แค่นั้น



มันช่างน่าขันนัก ทั้งๆที่ข้าไม่เคยไปทำอะไรให้ชาววอลธีเรียพวกนั้นเลยด้วยซํ้า แต่พวกเขากลับรังเกียจข้าเข้ากระดูกดำเพียงเพราะมีสายเลือดเฮอร์เรนเดล ฟังดูเป็นเรื่องงี่เง่า แต่ชีวิตข้ามันเป็นแบบนั้นมาสิบเก้าปีแล้วล่ะ



แต่บางที...ข้าก็ควรขอบคุณอุปสรรคและความยากลำบากพวกนั้นที่ทำให้ข้าแกร่งขึ้นจนถึงบัดนี้



ข้าละสายตาจากทราวิสที่นอนขดตัวสั่นระริกอยู่อย่างนั้นแล้วได้แต่ถอนหายใจ —ทั้งๆที่หมอนี่เป็นถึงเจ้าชายที่ถูกเลี้ยงดูมาให้เติบโตมาอย่างสุขสบาย ได้รับการเคารพเทิดทูนดุจเทพเจ้า ได้กินอาหารดีๆและได้นอนบนฟูกนุ่มๆอันหรูหราอยู่ทุกวัน เป็นคนที่ไม่รู้ด้วยซํ้าว่าความยากลำบากมันเป็นอย่างไร มีชีวิตที่เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่างซึ่งตรงข้ามกับข้าโดยสิ้นเชิง แต่คนดังกล่าวกลับดั้นด้นที่จะมาเสี่ยงชีวิตกับข้าให้ได้เสียอย่างนั้น นี่ก็คงเป็นครั้งแรกที่เขาได้มานอนตากลมนอกปราสาทท่ามกลางความหนาวเหน็บแบบนี้ และก็คงเป็นครั้งแรกเช่นกันที่ได้นอนบนต้นไม้แข็งๆโดยไม่มีแม้แต่หมอนให้หนุน ไม่แปลกที่ร่างกายของทราวิสจะยังไม่ชินกับความไม่สะดวกสบายที่กำลังได้รับ



“..เจ้านี่มันน่ารำคาญเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ



ข้าหยิบผ้าห่มขนสัตว์ขนาดใหญ่พอดีตัวออกมาจากกระเป๋าย่ามคู่ใจ ก่อนจะโยนมันขึ้นไปในอากาศอย่างไม่ใส่ใจนัก แล้วผ้าห่มผืนหนาก็ค่อยๆหล่นลงมาคลุมร่างที่กำลังหนาวสั่นได้อย่างแม่นยำพอดิบพอดี ความอบอุ่นจากขนสัตว์ทำให้คนที่กำลังอยู่ในห้วงนิทราผ่อนคลายลงโดยอัตโนมัติ ก่อนจะขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้นอนหลับได้สบายขึ้นกว่าเดิม



ข้าค่อยๆล้มตัวลงนอนให้แผ่นหลังสัมผัสกับกิ่งไม้ที่เย็นเฉียบจนต้องกัดฟันด้วยความหนาวเหน็บ มือทั้งสองรองไว้ใต้ศรีษะในขณะที่ยกขาขึ้นมานอนไขว่ห้างแล้วกระดิกเท้าไปมา เรือนผมสีแดงเพลิงปลิวไสวไปตามทิศทางลมที่พัดมาไม่แรงนัก มือข้างหนึ่งยกจี้สร้อยรูปดาบที่กำลังแขวนไว้ที่คอขึ้นมาพลิกไปมา ดวงตาสีเขียวขจีก้มลงมองจี้สร้อยที่ทำจากเหล็กกล้าในมือด้วยความเหม่อลอย สมองปล่อยให้ความคิดต่างๆนาๆในหัวแล่นไปเรื่อยเปื่อยตามสายลมที่พัดผ่าน  ความจริงข้าเองก็ไม่ได้อยากจะหลับนัก เพราะการหลับในป่ามรณะก็ไม่ต่างอะไรจากการเปิดโอกาสให้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อขอเหล่าอสุรกาย อันตรายอาจคืบคลานเข้ามาหาเราได้ทุกเมื่อ มนุษย์ก็เปรียบเสมือนเนื้ออันโอชะของบรรดาสิ่งมีชีวิตในสถานที่แห่งนี้ หากไม่ระวังตัวให้ดีก็อาจถูกลากไปย่างสดโดยที่ไม่รู้ตัวก็ได้



หากแต่ข้าก็ควรพักเอาแรงสักหน่อยเพื่อที่พรุ่งนี้จะได้มีแรงเดินทางต่อยาวๆ อีกอย่างประสาทสัมผัสของข้าก็ไวพอสมควร ต่อให้มีอันตรายเข้ามาก็คงไหวตัวทันอยู่ดี ฉะนั้นหากหลับไปสักพักคงไม่เสียหายอะไร



ดวงตาสีมรกตเหม่อมองขึ้นไปบนผืนฟ้าสีทมิฬที่มีดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวและหมู่ดาวประดับไว้อย่างสวยงามเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เปลือกตาสีขาวนวลจะค่อยๆปิดลงพร้อมกับเอ่ยถ้อยคำที่พรํ่าบอกทุกคืนก่อนนอน



“ราตรีสวัสดิ์...ท่านแม่



โดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่า...กำลังถูกอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในเงามืดจับตามองอยู่ตลอดเวลา























ข้ารู้สึกตัวขึ้นมาเมื่อรู้สึกเหมือนมีลมหายใจอุ่นร้อนของอะไรบางอย่างรินรดอยู่บริเวณต้นคอ มือขวาจึงค่อยๆเอื้อมไปหยิบมีดพกที่ซ่อนไว้ในรองเท้าบูทตามสัญชาตญาณโดยยังไม่ได้ลืมตาขึ้นมาแต่อย่างใด การเคลื่อนไหวของข้าเป็นไปอย่างเชื่องช้าแนบเนียนเพื่อให้อีกฝ่ายไม่รู้ตัวจนในที่สุดอาวุธลับก็เข้ามาอยู่ในมือ ข้าง้างมีดขึ้นหมายจะแทงอีกฝ่ายให้เลือดสาด แต่ก็ต้องหยุดชะงักไว้เมื่อกลิ่นกุหลาบหอมละมุนที่คุ้นเคยลอยขึ้นมาแตะจมูก



เปลือกตาสีไข่มุกเปิดขึ้นแทบจะในทันที ก่อนจะพบว่าเจ้าชายจอมหยิ่งกำลังหลับตาสูดดมบริเวณต้นคอข้าอย่างเพลิดเพลิน มือเรียวข้างหนึ่งลูบไล้ไปมาบนหน้าท้องแกร่งด้วยความหลงใหลจนคนถูกกระทำเบิกตาโพลง



พระเจ้าช่วย!! นี่ข้าถูกผู้ชายลวนลามเรอะ!?



ราวกับหัวใจหยุดเต้น ร่างกายแข็งทื่อเป็นแท่นหินตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับโดนคำสาปจากแม่มดเมดูซ่า เสียงในลำคอทั้งหมดได้หายไปหมดสิ้นจนข้าไม่สามารถเปล่งเสียงร้องประท้วงใดๆออกมาจากริมฝาปากที่อ้าออกกว้างได้เลย



ริมฝีปากสีพีชค่อยๆประทับลงบนสันกรามคมอย่างบรรจง ก่อนจะเลื่อนลงไปพรมจูบบริเวณซอกคอขาวไปจนถึงแผ่นอกหนา มือแสนซนของทราวิสยังคงลูบไล้เรือนร่างข้าอยู่อย่างนั้นแล้วค่อยๆเลื่อนลงไปตํ่าลงจนถึงขอบกางเกง และ..



'ผัวะ!'



หมัดหนักๆถูกปล่อยออกไปกระแทกใบหน้าของ(อดีต)คู่อริอย่างไม่ออมแรงจนอีกฝ่ายเซถลาไปด้านข้างเหมือนนกปีกหักแล้วล้มลงไปกองกับพื้น ข้าลุกขึ้นนั่งก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อพบว่าเสื้อผ้ายังอยู่ครบ ก่อนที่สายตาคมเหมือนเหยี่ยวจะตวัดไปมองคนหื่นกามอย่างไม่พอใจ



“ทำบ้าอะไรของเจ้า!?



คนเป็นองค์ชายยกมือเรียวขึ้นมาแตะลงบนรอยชํ้าข้างแก้มตัวเองจากการโดนต่อย ก่อนจะตอบกลับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอย่างมีความสุข



“ลักหลับเจ้าไง~



..หน้าด้านกว่าข้าก็หมอนี่นี่ล่ะ



ดูเหมือนว่าข้าจะคิดผิดไป แทนที่จะปกป้องตัวเองจากสรรพสิ่งชั่วร้ายในป่ามรณะ ข้าควรจะปกป้องร่างกายตัวเองจากไอ้กิ้งก่าหัวทองจอมหื่นนี่เสียมากกว่า



ข้าได้แต่หลับตาลงข่มความรู้สึกขุ่นมัวในใจพร้อมขยับตัวถอยห่างทราวิสโดยอัตโนมัติ “..หากเจ้ายังทำแบบนี้ไม่เลิก เราแยกทางกัน



คนผมทองส่ายหน้าเป็นพัลวันทันทีอย่างลุกลี้ลุกลนราวกับกลัวเหลือเกินว่าจะโดนข้าทิ้งไว้กลางทางตามลำพัง “ข..ข้าไม่ทำแล้ว!! สาบานด้วยเกียรติขององค์ชายว่าจะไม่ทำอีกแล้วจริงๆ ข้าขอโทษที่ทำเรื่องสกปรกไปกับเจ้าทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าไม่สมควร..” ทราวิสค่อยๆก้มหน้าลงด้วยสายตาเศร้าหมองอย่างนึกโทษตัวเอง ก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดหน้าไว้ราวกับไม่กล้าสู้หน้าข้า “ข้าพยายามหักห้ามใจแล้ว...แต่ก็เผลอไปทำจนได้



“.............



“ข้ารู้ว่าเจ้ารังเกียจในสิ่งที่ข้าได้กระทำไป...และต่อให้เจ้าไม่รังเกียจ คนตายด้านอย่างเจ้าก็คงไม่รู้สึกอะไรกับมันหรอก



ข้าเม้มปากเล็กน้อยกับคำว่าตายด้าน แล้วเลือกที่จะกระแอมไอสองสามครั้งอย่างกระอักกระอ่วนก่อนจะหันหน้าไปทางอื่นโดยไม่พูดอะไรต่อ



ทราวิสคงไม่รู้อะไรเลย...ว่าแท้จริงแล้วถึงแม้ข้าจะเมินเฉยต่อเรื่องทางเพศต่างจากชายทั่วไป อย่างไรเสียข้าก็เป็นบุรุษที่มีความรู้สึกไวต่อเรื่องเหล่านี้ไม่ต่างจากเขาเลย



..ไม่งั้นคงไม่รู้สึกร้อนวูบวาบบริเวณใบหน้าเช่นนี้หรอก



รู้ตัวอย่างนั้นก็ตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่จนขึ้นรอยแดงทันที —ตั้งสติหน่อยสิเจเดน! หมอนี่เป็นผู้ชายทั้งแท่งหาใช่สตรี ซํ้ายังเป็นคนที่เกลียดเจ้ายิ่งกว่าสิ่งใด อย่าได้เผลอไผลไปรู้สึกเขินกับมันสิ!



ได้แต่ก่นด่าตัวเองในใจที่ทำเป็นเขินอายเหมือนสาวน้อยวัยแรกแย้มผู้ไม่ประสีประสาเรื่องความรัก ก่อนจะกระโดดลงจากต้นไม้โดยมีทราวิสตามลงมาติดๆด้วยสีหน้าเหมือนหมาหงอย



“เจ้ายังไม่หายโกรธข้าหรอ



“จะโกรธมากกว่านี่แน่หากเจ้ายังไม่หุบปาก



นํ้าเสียงแข็งกระด้างทำเอาอีกฝ่ายเบะปากลงอย่างน้อยใจแต่ก็ยอมเงียบแต่โดยดี ข้าเปิดกระเป๋าย่ามเพื่อล้วงของบางอย่างออกมาแล้วปามันใส่หัวทุยๆของคนขี้งอแงเป็นเด็กน้อย



“กินซะถ้าไม่อยากอดตายอยู่ที่นี่



ทราวิสรับมันไว้อย่างงุนงง ก่อนจะแกะผ้าบางๆที่ห่อของในมือไว้ออกแล้วทำตาโต “อาหาร!!



เจ้าชายแห่งวอลธีเรียที่ไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เมื่อวานรีบสวาปามมัฟฟินแครอทในมืออย่างมูมมามด้วยรอยยิ้มกว้าง ข้าเพียงปรายตามองคนหิวโซเล็กน้อยก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าย่ามอีกครั้งเพื่อหยิบบางสิ่งออกมา



มันคือถุงผ้าใบเล็กเก่าๆขนาดพอดีมือที่บรรจุลูกแก้วสื่อสารไว้ด้านในจำนวนสี่เม็ด ข้าเทลูกแก้วสีฟ้าใสออกมาใส่มือจำนวนหนึ่งเม็ด ก่อนจะปามันใส่พื้นดินอย่างไม่ออมแรง



'ตู้ม!!'



เสียงระเบิดที่ดังขึ้นทำเอาทราวิสที่กำลังกินอย่างเพลิดเพลินสะดุ้งโหยงแล้วรีบมาซ่อนตัวอยู่หลังข้าโดยอัตโนมัติ ลูกแก้วสีฟ้าใสที่เพิ่งถูกขว้างใส่พื้นค่อยๆเปล่งแสงออกมา ก่อนที่ควันสีขาวจำนวนมากจะลอยขึ้นมาจากลูกแก้วแล้วหลอมรวมกันกลายเป็นใบหน้ายิ้มแย้มของพ่อมดตนหนึ่งที่ข้ารู้จักดี



และการที่ได้ให้หน้าของฮิวโก้...ก็ทำให้เส้นเลือดปูดขึ้นมาบริเวณขมับข้าได้ไม่ยาก



“สวัสดีเจเดนเพื่อนยาก~ น่าเสียดายจังที่เจ้ายังไม่ตาย



นํ้าเสียงร่าเริงที่ฟังดูกวนประสาทเช่นนี้ไม่เคยทำให้ข้ารู้สึกหัวเสียได้เลยแม่แต่หนเดียว...แต่ไม่ใช่กับครั้งนี้ที่หมอนี่ได้สร้างปัญหาให้กับข้าไว้อย่างใหญ่หลวง



“ไอ้เงิงใหญ่! ไอ้พ่อมดติ๊งต๊อง! คนห่วยแตกเยี่ยงเจ้ามันไม่ใช่พ่อมด แต่เป็นแค่พ่อของมด!!



หมัดหนักๆถูกข้าปล่อยออกไปชกใบหน้าของฮิวโก้อย่างบ้าคลั่งจนใบหน้าของเขาแตกสลายออกจากกันเป็นกลุ่มควันที่แตกกระเจิงไม่เป็นรูปเป็นร่าง ทราวิสก็ได้แต่ยืนเคี้ยวมัฟฟินตุ้ยๆจนแก้มป่องอย่างงุนงง เขามองข้าที่ไล่ต่อยควันซํ้าๆอยู่อย่างนั้นเพื่อระบายอารมณ์ราวกับการกระทำนี้จะทำให้อีกฝ่ายเจ็บได้ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่ได้ผล



“โว้ว!! เฮ้ ใจเย็นก่อนสิพวก! อะไรทำให้เจเดนผู้น่ารักของข้ากราดเกรี้ยวได้ถึงเพียงนี้เนี่ย ทักทายกันดีๆไม่เป็นหรือไง



ควันสีขาวที่ถูกต่อยจนแตกกระเจิงค่อยๆกลับมาหลอมรวมกันกลายเป็นใบหน้าของพ่อมดในชุดคลุมสีแดงอีกครั้ง ฮิวโก้ทำตาแป๋วพร้อมเอียงคอสงสัยราวกับคิดว่าการกระทำแบบนี้จะทำให้ดูน่ารักทั้งที่ความจริงแล้วตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง



ข้าหยุดต่อยอีกฝ่ายก่อนจะฉีกยิ้มกว้างไปให้ แล้วเอ่ยด้วยนํ้าเสียงสดใสเริงร่าผิดจากเมื่อครู่ลิบลับ “โทษทีนะสหายที่ทักทายเจ้าด้วยความหยาบคายเช่นนั้น ข้านี่มันไม่ได้เรื่องจริงๆเลย~



ฮิวโก้ได้แต่ส่ายหน้าพรูลมหายใจออกมาอย่างเอือมระอา “..ประโยคนี้จะฟังดูรื่นหูมากๆหากเจ้าไม่ยกนิ้วกลางขึ้นมาแบบนี้



“..นี่ๆ เจเดนจ๋า” ฝ่ามือเรียวกระตุกแขนเสื้อข้าให้หันไปมอง ก่อนจะพบว่าองค์ชายแห่งวอลธีเรียที่แอบอยู่ด้านหลังข้ากำลังจ้องมองใบหน้าของพ่อมดอย่างพินิจพิจารณา “นั่นคนหรือม้าน่ะ น่ากลัวจัง



ข้าเลิกคิ้วขึ้นสูงพร้อมกับยกมุมปากขึ้นนิดๆอย่างพึงพอใจ “ทราวิส นี่เป็นครั้งแรกที่ข้ารู้สึกว่าเจ้าตาถึงมาก



คนถูกชมถึงกับหยุดเคี้ยวขนมในปากไปทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ก่อนจะอมยิ้มก้มหน้าแดงๆเพื่อซ่อนความเขินอายอย่างทำตัวไม่ถูกเหมือนสาวน้อยวัยแรกแย้มในขณะที่คนถูกกล่าวหาว่าเป็นม้าคิ้วกระตุกยิกๆอย่างไม่พอใจ



“หยาบคายยิ่งนัก!! เจ้าอยากโดนสาปให้กลายเป็นคางคกหรือไง!?” เขาตวาดออกมาอย่างหัวเสีย ก่อนจะหน้าถอดสีโดยอัตโนมัติเมื่อตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่างที่ผิดปกติไป เดี๋ยวนะ น..นี่พวกเจ้าสองคนญาติดีกันตั้งแต่เมื่อไหร่!!? เมอร์ลินช่วย!! เจเดนกับองค์ชายทราวิสคุยดีกัน! โลกนี้กำลังจะถึงกาลอวสาน!!



ฮิวโก้โวยวายออกมาด้วยสีหน้าสุดตื่นตระหนกราวกับไม่อยากจะเชื่อ ก่อนที่เสียงหัวเราะอาบยาพิษจะดังขึ้นในลำคอของข้าจนทราวิสยังแอบสะดุ้ง “ตัวการของเรื่องนี้จะเป็นใครไปได้ล่ะ...นอกจากเจ้า ไอ้พ่อมดเฮงซวย!



คนถูกกล่าวหาขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ปลายนิ้วยาวชี้มายังใบหน้าตัวเองด้วยคิ้วที่เลิกสูงหนึ่งข้าง “ข้าเนี่ยนะ?



“ก็สุนัขตัวไหนกันเล่าที่วางยาเสน่ห์ไอ้กิ้งก่าหัวทองนี่ให้หลงรักข้าเช่นนี้!!



ดวงตาสีเปลือกไม้ของพ่อมดชุดแดงเบิกโพลงขึ้น ก่อนจะตวัดมามององค์ชายคนสุดท้องแห่งวอลธีเรียผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นศัตรูของข้าที่บัดนี้กำลังเคี้ยวมัฟฟินแก้มตุ่ยพร้อมกอดแขนข้าไว้แน่นราวกับแสดงความเป็นเจ้าของ คิ้วเรียวของฮิวโก้จึงกลับมาย่นชิดติดกันอีกครั้ง



“หากเจ้าหมายถึงวันนั้นที่ข้ามอบยาให้เจ้าล่ะก็...เข้าใจผิดแล้วล่ะ นั่นไม่ใช่ยาเสน่ห์



“แล้วเจ้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าไม่ได้หยิบยาผิด” ข้าหยิบครัวซองต์ในกระเป๋าย่ามออกมากัดอย่างเกรี้ยวกราดด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แฝงความไม่สบอารมณ์ไว้เล็กน้อย ในขณะที่ฮิวโก้ส่ายหน้าไปมาเป็นพัลวันอย่างหนักแน่น



“ข้าปรุงยามานานกว่าสามร้อยปี สาบานด้วยเกียรติแห่งพ่อมดได้เลยว่านั่นไม่ใช่ยาเสน่ห์อย่างแน่นอน แต่เป็นยา...



ใบหน้าของฮิวโก้ถอดสีราวกับเห็นวิญญาณ ดวงตาสีเปลือกไม้ของเขารีบตวัดมามองทราวิสที่กอดแขนข้าไว้พลางเอาแก้มถูไถไปมาเหมือนลูกแมวด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน เขาอ้าปากพะงาบๆอย่างอํ้าอึ้งพูดไม่ออกราวกับไม่อยากจะชื่อความคิดตัวเองแล้วมองหน้าข้าสลับกับทราวิสไปมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก



“..ตกลงมันคือยาอะไรกันแน่ แล้วมันจะหมดฤทธิ์เมื่อไหร่” ข้าเอ่ยเสียงแข็งด้วยคิ้วที่ขมวดมุ่น ปฏิกริยาของฮิวโก้มันแสดงออกชัดเจนเสียยิ่งกว่าอะไรว่ามันต้องไม่ใช่ยาที่ดีอย่างแน่นอน



“เอ่อ...คือ..” เขายังคงมองทราวิสที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคนสลับกับข้าด้วยสายตากระอักกระอ่วน ก่อนจะกลืนนํ้าลายหนืดๆลงคออย่างลำบากใจ “เกรงว่ายาที่องค์ชายทราวิสเสวยไปคงไม่มีวันหมดฤทธิ์เป็นแน่



ข้าแทบจะสำลักขนมที่อยู่ในปากออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ ดวงตาสีมรกตคมดุจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างเชือดเฉือน “ยาพิษทุกชนิดมีทางรักษา คำสาปย่อมมีทางถอดถอน นี่ไม่ใช่ยาพิษด้วยซํ้า เป็นไปไม่ได้ที่มันจะไม่หมดฤทธิ์!



“โอ๊ย!! ข้าจะอธิบายยังไงดีล่ะ” พ่อมดวัยย่างสี่ร้อยปีถึงกับกุมขมับอย่างอับจนหนทาง ก่อนจะแอบเงยหน้าขึ้นมามององค์ชายผมบลอนด์ที่เดินไปรอบๆเพื่อสำรวจป่ามรณะอย่างอยากรู้อยากเห็นด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว “ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าองค์ชายทราวิสจะ..



ข้าหรี่ตามองอย่างจับผิด “จะ? จะอะไร



“ช่างมันเถอะ อย่าพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย” เพื่อนเงิงโบกมือปัดๆราวกับอยากให้หยุดพูดถึงเรื่องนี้เต็มที แม้จะมีความสงสัยอยู่เต็มอกแต่ข้าก็ไม่พูดอะไรต่อตามที่อีกฝ่ายต้องการ เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าคนอย่างฮิวโก้ไม่สามารถเก็บความลับได้ไม่นาน ไม่ช้าก็เร็วเขาก็ต้องบอกข้าอยู่ดี



หรือไม่...ข้าก็จะหาคำตอบด้วยตัวเอง



“อ้อ! จะว่าไป...เจ้าได้ลองใช้ของวิเศษที่ข้าให้ไปแล้วหรือยัง



ข้าเลิกคิ้วก่อนจะหันมามองย่ามที่สะพายอยู่ก่อนจะตอบกลับไป “นอกจากลูกแก้วสื่อสารก็ยังไม่ได้ลองอะไรอีกเลย มีแต่ของเล่นห่วยแตกทั้งนั้น



“อย่ามาดูถูกเชียว! เดิมทีของวิเศษพวกนั้นเป็นสิ่งที่มนุษย์ไร้เวทมนตร์เช่นเจ้าไม่สมควรได้ครอบครอง แต่มันก็เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ข้าจะช่วยเจ้าได้ในฐานะเพื่อน ฉะนั้นช่วยถนอมนํ้าใจหน่อยเถอะสหาย



มันก็จริงอย่างที่ฮิวโก้ว่า เขาไม่สามารถปกป้องข้าในป่ามรณะได้มากนักเพราะเป็นพ่อมดขาว จึงไม่สามารถปรากฏตัวขึ้นในที่แห่งนี้ได้ อำนาจเวทมนตร์ของเขาจะอ่อนแรงลงในอาณาเขตที่ถูกปกครองโดยมนตร์ดำ การที่ฮิวโก้ไม่เคยตามหาแม่ข้าเจอจนกระทั่งไม่กี่วันก่อนก็เป็นเพราะสาเหตุนี้เช่นกัน เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าแม่ข้าจะอยู่ในเฮอร์เรนเดล จึงได้แต่ใช้ลูกแก้วพยากรณ์ในการตามหาเฉพาะในโลกมนุษย์ซึ่งเป็นอาณาเขตของเขามาเป็นเวลาหลายปีแต่ก็ไม่พบ สุดท้ายเมื่อไม่กี่วันก่อนเขาจึงตัดสินใจลองค้นหาวิญญาณของท่านแม่ในเขตแดนของปีศาจจนต้องสูญเสียพลังไปมหาศาล



มาคิดดูอีกที...ไอ้เงิงนี่ก็มีบุญคุณกับข้าอย่างใหญ่หลวงอยู่เหมือนกัน



“อันที่จริง...สาเหตุที่ข้าใช้ลูกแก้วสื่อสารก็เป็นเพราะต้องการปรึกษาเจ้า” ข้าปรายตามองทราวิสที่กำลังเดินสำรวจต้นไม้หน้าตาแปลกประหลาดอย่างสนใจใคร่รู้เล็กน้อย ก่อนจะอธิบายให้เพื่อนฟังถึงปัญหาที่กำลังเผชิญ “ตั้งแต่ที่เราเข้ามาในอาณาเขตของปีศาจ ข้ายังไม่พบวี่แววของสิ่งมีชีวิตด้านมืดใดๆเลย



ฮิวโก้ยกชาขึ้นมาจิบด้วยท่าทีสบายๆ “แล้วเจ้าคิดว่ามันเป็นเพราะอะไรล่ะ พ่อคนฉลาด



“เราเข้ามาเหยียบในป่าเป็นเวลาหลายชั่วโมงแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่พวกมันจะไม่เห็นเรา นั่นหมายความว่า..” ข้าหรี่ตาลงด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “พวกมันจงใจทำให้เราคิดว่าไม่มีปีศาจหรืออสุรกายแถวนี้ เพื่อจะหาโอกาสลอบสังหาร



สิ้นประโยคนี้ สายลมแรงที่เย็นเฉียบก็พัดมาปะทะร่างกายจนผมสีแดงกับชายเสื้อปลิวสะบัดอย่างแรง ข้าเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีเทาหม่นหมองที่เกือบจะเป็นสีดำแม้จะเป็นเวลากลางวัน ฝูงกาสีดำทมิฬนับร้อยพากันบินหนีแตกกระเจิงกันไปอย่างร้อนรนราวกับรังแตก มันส่งเสียงร้องไม่หยุดเหมือนกลัวอะไรบางอย่างจนเสียสติ ข้าหรี่ตาลงเมื่อคิดว่าต้องมีเรื่องไม่ชอบมาพากลเป็นแน่ ก่อนจะละสายตาจากฝูงกาแล้วเบิกตาขึ้นเมื่อพบว่าฮิวโก้ได้หายไปแล้ว



เวทมนตร์ของพ่อมดขาวดับสลาย นั่นหมายความว่า...มีปีศาจอยู่ที่นี่



“ทราวิส!!!



ข้ารีบหันไปมององค์ชายที่อยู่ด้านหลังทันที ก่อนจะพบว่าอีกฝ่ายกำลังนั่งยองพร้อมกับจับจ้องไปยังแมงป่องสีดำทมิฬตัวเล็กๆที่คลานอยู่บนพื้นอย่างไม่วางตา ดวงตาสีเทอร์ควอยซ์ตวัดมามองข้าด้วยสีหน้ายิ้มแย้มโดยอัตโนมัติเมื่อถูกเรียก “มีอะไรงั้นหรอที่รัก



“เจ้าก็รู้มิใช่หรือว่าสิ่งมีชีวิตในที่แห่งนี้ล้วนเป็นอันตรายทั้งสิ้น แล้วเหตุใดจึงไปมองอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนั้น!” นํ้าเสียงแข็งกร้าวทำเอาคนเป็นเจ้าชายชะงักไป เขามองหน้าข้าสลับกับแมงป่องน้อยตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ



“แค่มองก็ไม่ได้หรอ ข้ายังไม่ได้สัมผัสมันเลยนะ



ทราวิสเอ่ยจบได้ไม่นาน เจ้าแมงป่องสีดำก็คลานเข้าไปใกล้กับบุรุษในชุดคลุมสีฟ้ามากขึ้นโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว ข้าจ้องมันอย่างไม่วางตาก่อนจะตัดสินใจกระชากจี้สร้อยรูปดาบที่ห้อยไว้บนคอออกมา ก่อนที่มันจะขยายออกกลายเป็นดาบคมกริบสีเงินที่ทำจากเหล็กกล้าอย่างดี



'ฉึก!'



ข้าใช้ปลายดาบแทงลงไปบนส่วนหัวของแมงป่องอย่างสุดแรงท่ามกลางความตกใจของทราวิส แต่กลับไม่มีวี่แววว่าศรีษะที่แข็งผิดปกติของมันจะขาดสะบั้นออกเลยแม้แต่น้อย



ทว่าจู่ๆหางที่เล็กนิดเดียวของมันกลับยืดยาวออกมาแล้วต่อยที่ขาของข้าอย่างรวดเร็วจนมองตามไม่ทัน ความเจ็บบริเวณน่องขาข้างซ้ายแล่นไปทั่วร่างกายอย่างกะทันหันภายในเสี้ยววินาทีจนข้าต้องเบ้หน้า ทราวิสเบิกตาโพลงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนจะชักดาบที่แขวนไว้ข้างเอวออกมาบ้างหมายจะฆ่าแมงป่องปีศาจตัวนี้เสีย



หากแต่ร่างของเจ้าแมงป่องมรณะกลับขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับรูปร่างหน้าตาที่ค่อยๆเปลี่ยนไปจากเดิมทีละนิด ก่อนที่มันจะกลายร่างเป็นเสือสีดำทมิฬตัวใหญ่ที่มีหางเหมือนแมงป่อง บนใบหน้าและลำคอของมันมีรอยแผลใหญ่เป็นทางยาวที่เกิดจากการโดนข้าฟันไปเมื่อครู่ ลำตัวสีดำสนิทกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหอบหายใจแรง กรงเล็บยาวแหลมเหมือนปลายมีดจิกลงไปบนพื้นดินจนเกิดรอยขีดข่วน ดวงตาสีขาวโพลนของมันกำลังมองมายังข้าอย่างเชือดเฉือนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เขี้ยวยาวอันแหลมคมขบกัดเข้าหากันแน่นจนนํ้าลายไหลย้อยออกมา



ถึงมันจะดูโหดร้ายน่ากลัว...แต่เชื่อเถอะว่าเจ้าเสือนี่คงไม่ต่างอะไรจากลูกแมวน้อยหากเทียบกับปีศาจชนิดอื่นที่รอเราอยู่เบื้องหน้า



ข้าฉีกยิ้มขึ้นมาอย่างเจ้าเล่ห์ “สวัสดีเจ้าแมวเหมียว



ปีศาจเสือแมงป่องส่งเสียงคำรามกึกก้องออกมาอย่างเดือดดาลจนแผ่นดินสั่นไหว ดาบในมือข้าจึงถูกกำแน่นกว่าเดิมโดยอัตโนมัติอย่างพร้อมปะทะ ก่อนที่สัตว์ประหลาดตรงหน้าจะกระโจนเข้ามาใส่ข้าที่ยืนรออยู่แล้วด้วยรอยยิ้มมุมปากนิดๆอย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไร



'ฉึก!'



แต่ก่อนที่ปีศาจที่เกรี้ยวกราดและมนุษย์กวนประสาทจะได้ปะทะกัน ร่างในชุดคลุมสีฟ้าก็เอาตัวมาขวางไว้ เขาผลักข้าออกไปด้านข้างก่อนจะใช้ดาบแทงเข้าไปในดวงตาสีขาวโพลนข้างขวาจนเลือดสีดำพุ่งออกมาเป็นสาย เสือทมิฬที่สูญเสียการมองเห็นไปข้างหนึ่งคำรามออกมาลั่นป่าอีกครั้งด้วยความทรมาน ร่างใหญ่สีดำสนิทของมันเสียหลักล้มลงมาทับทราวิสโดยอัตโนมัติ  ก่อนจะทำตามสัญชาตญาณด้วยการพยายามใช้กรงเล็บบนอุ้งมือตะปบมนุษย์ที่อยู่ใต้ร่างอย่างกราดเกรี้ยวหมายจะฉีกเนื้อออกเป็นชิ้นๆ ในขณะที่ทราวิสพยายามหลบพร้อมกับใช้ดาบแทงขึ้นไปในท้องของมันได้อย่างยากลำบากเพราะโดนทับอยู่



เห็นแบบนั้นข้าจึงจงใจแกล้งอีกฝ่ายด้วยการกระโดดขึ้นไปอยู่บนหลังเสือดำอีกทีหนึ่ง ดาบที่อยู่ในมือแทงลงไปในรอยแผลบนหลังคอของมันอย่างสุดแรงจนเลือดสีดำพุ่งออกมาเลอะเสื้อข้า ปีศาจแมวเหมียวพยายามสะบัดข้าให้หลุดออกจากหลังของมันอย่างบ้าคลั่ง และก็เป็นตอนนั้นเองที่ทราวิสสามารถแทงเข้าไปในท้องของมันได้สำเร็จ ข้าจึงใช้โอกาสนั้นกระชากดาบที่เปื้อนเลือดสีดำขึ้นมา ก่อนจะแกว่งดาบขึ้นไปในอากาศแล้วเหวี่ยงมันลงมาฟันคอเสือทมิฬจนมันขาดออกจากกันทันที



เสียงคำรามกึกก้องดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย โลหิตสีดำสนิทพุ่งออกมาเป็นสายนํ้าจนกระเด็นออกมาเลอะใบหน้าข้ากับทราวิส ศรีษะของเสือที่ถูกฟันจนขาดกลิ้งหลุดออกไปด้านข้าง ก่อนที่ร่างของปีศาจเสือแมงป่องจะสลายกลายเป็นควันสีดำที่ลอยหายไปในอากาศ ทำให้ร่างของข้าหล่นลงมาทับทราวิสโดยอัตโนมัติจนเจ้าตัวร้องออกมาด้วยความเจ็บ



ตอนนี้ข้าอยู่ในท่าที่กำลังคร่อมคนเป็นองค์ชายไว้ใต้ร่าง เราทั้งคู่ต่างมีโลหิตสีดำสนิทชโลมไปทั่วร่างกาย ต่างฝ่ายต่างหอบหายใจแรงจนลมหายใจรินรดใบหน้าของกันและกัน ทราวิสมีบาดแผลเป็นทางยาวบริเวณหัวไหล่มาจนถึงแผ่นอกจากการถูกข่วนจนเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมา ใบหน้าของเราห่างกันไม่เกินหนึ่งคืบแต่ตอนนี้ก็ไม่มีใครใส่ใจกับมันแล้ว เราจ้องตากันอยู่อย่างนั้นอย่างไม่วางตาโดยไม่มีใครคิดจะผละออกไป ก่อนที่ความเจ็บบริเวณน่องขาข้างซ้ายของข้าจะกลับมาเล่นงานอีกครั้งจนรู้สึกปวดร้าวไปทั้งร่าง



คิ้วหนาขมวดแน่นเข้าหากันด้วยความเจ็บที่ไม่มีท่าทีว่าจะลดลงแต่กลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทัศนวิสัยเริ่มพร่าเลือน ข้าไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของทราวิสได้ชัดอีกแล้ว ดวงตาพร่ามัวจนภาพของทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ดูเลือนรางไปหมด ข้าสะบัดศรีษะตัวเองไปมาอย่างแรงจนผมปลิวเพื่อไล่ความรู้สึกมึนเบลอนี้ออกไปโดยมีคนใต้ร่างมองมาอย่างเป็นห่วง



ฉับพลันข้าก็รู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงทั้งหมดถูกสูบออกไป ก่อนที่ร่างหนาจะหล่นลงไปทับอีกฝ่ายอย่างไม่เป็นท่าพร้อมกับข้าที่หมดสติไปบนร่างของทราวิส



“เจเดน!!!





TBC.





          TALK :



          แฮร่ สรุปคือยาของฮิวโก้ที่วิสซี่กินไปไม่ใช่ยาเสน่ห์นะคะ แต่จะเป็นยาอะไรนั้นก็ต้องรอดูกันไป อิ_อิ แล้วก็น้องเสือแมงป่องตัวนี้เนี่ย ยังถือว่าจัดการได้จิ๊บๆมากถ้าเทียบกับบอสตัวอื่นในตอนต่อๆไป พระนายของเราอาจจะมีใครตายระหว่างทางก็ได้นะคะ วะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า//หลบเกิบ

          ส่วนใครที่ได้ไปคอนบังทันก็ขอให้สนุกกันนะคะ เราไม่ได้ไปเพราะงั้นช่วยสนุกเผื่อเราด้วยน้า ขอให้มันเป็นช่วงเวลาที่พิเศษในดวงใจของอาร์มี่ไทยทุกคนที่ได้ไปนะค้า ><

          อีกไม่นานหนุ่มๆก็จะคัมแบ็คแล้วนะคะพวกเธอออว์ งืออ จะบอกว่าเราตื่นเต้นมากๆเลยล่ะ อาร์มี่อย่างเราๆก็มาช่วยกันปั่นวิวซื้อบั้มกันด้วยเน้อ มาร่วมทำลายสถิติไปด้วยกันนะคะ UwU


"You can run You can hide But you can't change the fact that JK's stage name was suppose to be 'seagull'."


Wtf is this fandom anymore, my gosh



          ขอบคุณทุกคอมเม้นท์และแท็กสกรีม #JourneyKV ที่เป็นกำลังใจให้เราด้วยนะคะ ขอบคุณรีดๆทุกคนที่ติดตามผลงานของเราค่ะ I purple you <3
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 283 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,093 ความคิดเห็น

  1. #1078 boahammock (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2563 / 23:48
    ถ้าไม่ใช่ยาเสน่ห์ก็อ่จจะเป็นยาเผยความรู้สึกตากก้นบึ้งของหัวใจ ว้ากกกก
    #1,078
    0
  2. #940 PlengPGK (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2563 / 13:24
    นั่นไงไม่ใช่จริงๆด้วย จะเป็นยาอะไรนะ ยาที่แสดงความรู้สึกจริงๆในใจอะไรงี้หรือเปล่าาา
    #940
    0
  3. #840 LFNii (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 22:43
    ยาบอกความในใจรึเปล่าคะ55555555
    #840
    0
  4. #834 9397♡ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 00:56
    ว่าแลเวต้องไม่ใช่ยาเสน่ห์ น่าจะเป็นยาที่เกี่ยวกับความรู้สึกเดิมที่อยู่แล้วอ่ะเพราะแอบคิดว่าทราวิสที่แกล้งเพราะชอบเจเดนรึเปล่า555
    #834
    0
  5. #795 Taniya1812 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 18:00
    อาจจะเป็นยาที่เปิดเผยความจริงไหม ฮิวโก้อาจจะให้ยานี้มาเพื่อที่ทราวิสจะได้ยอมรับว่าตัวเองเป็นคนสร้างเรื่องทำให้เจเดนโดนลงโทษทั้งๆที่ไม่ใช่ความผิดของเจเดน(แต่จริงๆแล้วเรื่องนี้ทราวิสไม่น่าจะเป็นคนทำ เพราะวิลล์บอกอยู่ว่าที่ต้องการประหารเจเดนเพราะเหตุผลบางอย่าง) แต่กลับตาลปัตรเป็นเปิดเผยความจริง(ความรู้สึก)ที่มีต่อเจเดนแทน ใช่ไหมนะ;-;
    #795
    0
  6. #755 JP_Spectrum (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 00:17
    ต้องเป็นยาเกี่ยวกับความปราถนา ไม่ก็แบบทรมานใจรึไรสักอย่างแน่ๆ ฮิวโก้น่าจะให้ยาที่ทำให้ทรมานแน่ๆ รึเปล่า? แต่ๆๆๆ โอ้คิดไม่ออก555
    #755
    0
  7. #450 Ise-sasaki (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 21:53
    น่าจะเป็นยาประมาณที่ให้เปิดเผยความจริงในใจเเน่ๆ
    #450
    0
  8. #348 Moonlionz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 22:37
    สู้ๆนะทั้งสองคนน เอาใจช่วยย
    #348
    0
  9. #311 PaiiKanj (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 14:42
    โอ้ยจะรอดมั้ยสองคนนี้ ลุ้นนนนนสส
    #311
    0
  10. #272 SamanthaArlan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 11:59

    ยาอะไร
    #272
    0
  11. #223 butterr. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 20:45
    เจเดนนนน
    #223
    0
  12. #194 nlull (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 12:32
    หืมมม ยาอะไรกันน้อออ
    #194
    1
    • #194-1 Lala_Land(จากตอนที่ 6)
      23 มิถุนายน 2562 / 16:53
      จะรอดได้ยังไงกันเนี่ยยย
      #194-1
  13. #141 Kimtaetae01 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 11:56
    ยาอะไรกันที่ทำให้เจ้าชายทราวิสเป็นแมวน้อยขนาดนี้ เจเดนอย่าเป็นอะไรนะ!!
    #141
    0
  14. #119 BumbimTanyathip (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 06:26
    รอน้าไรท์
    #119
    0
  15. #118 Yaba_eiei (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 11:11
    ยาอะไรกันนะ แต่แอบเดาไว้แล้วล่ะ5555
    #118
    0
  16. #117 โนชยู (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 17:49
    นั่นนนนนน ว่าแย้ววววว
    #117
    0
  17. #116 Ai_Sawan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 17:36

    เป็นฟิคที่สนุกมากๆๆๆๆจริงๆ ทั้งการบรรยาย พล็อตเรื่อง คือมันดีย์ไปหมด เจเดนนางฉลาด วิสซี่อย่างน่ารักเวลาโดนยา แต่แอบคิดไว้ในใจแล้วว่าเป็นยาอัลไลแต่ก้ไม่มั่นใจอะ ฮืออ ;-;

    #116
    0
  18. #115 NJ2018 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 00:14
    เจเดนอย่าเป็นอะไรนะ

    ปล.รูปแต่ละรูปนี่มาเหนือมาก5555ขำ
    #115
    0
  19. #114 noeyoey (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 00:55
    ปรากฏว่าเปนยาที่ทำให้เผยครส.จริงงี้ อุ้บ๊ัะะะะะะะะะะะฟดฟดดหดหดดหดหดหเหเห
    #114
    0
  20. #113 SSuthiDaa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 14:03
    ไรททท์ อย่าทำน้องงงง
    #113
    0
  21. #112 ChompunutEksuk (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 12:58
    ว่าแล้วว่าต้องไม่ใช่ยาเสน่ห์แต่คือยาอะไรเดาๆไว้ยังไม่ชัวร์
    #112
    0
  22. #111 Aquaruby (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 08:22
    เห็นฮิวโก้เงียบตอนบอกสรรพคุณยานี้คือแอบคิดไว้ในใจแล้ววววแต่ก็ไม่มั่นใจว่าใช่มั้ย
    #111
    0
  23. #110 Butterfly k10 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 03:47
    ฉันว่าฉันรู้สรรพคุณของยาที่เทรวิสดื่มนะ ฮิฮิ
    #110
    0
  24. #109 valkyries9795 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 20:40
    ทราวิสแอบชอบเจเดนหรา 55555
    #109
    0
  25. #108 RBUN (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 17:02
    เป็นยาที่ทำตามความรู้สึกแท้จริงรึป่าวคะ ก่อนหน้านี้ทำเป็นแกล้งเขาพอกินยานี้เข้าำปแล้วทำให้เป็นแบบนี้ ทราวิสแกล้งเพราะรักเจเดนรึป่าวว555555
    #108
    0