۩ A Journey To Your Heart ۩ [KookV] #JourneyKV

ตอนที่ 5 : ۩ Journey ۩ 04 : การเดินทางของสองเรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,516
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 290 ครั้ง
    1 เม.ย. 62

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง





ท่ามกลางป่าอันเต็มไปด้วยต้นสนสูงลิบ เสียงกีบม้าวิ่งควบไปบนพื้นหญ้าด้วยความเร็วสูงดังคลอไปกับเสียงลมพัดหวิว ท้องนภาค่อยๆเปลี่ยนจากสีแสดเป็นสีคราม อากาศที่เย็นอยู่แล้วกลับเย็นกว่าเดิมขึ้นไปอีกเมื่อพระอาทิตย์ได้ลับขอบฟ้าไปแล้ว



ทราวิสยังคงตั้งอกตั้งใจขี่ม้าจนข้าประหลาดใจว่าคนพรรค์นี้ก็มีประโยชน์ในเวลาคับขันเช่นนี้เหมือนกัน อีกทั้งเขายังทำมันได้ดีเกินคาดเสียด้วย เดซี่เองก็จัดม้าว่าเป็นม้าที่มีพละกำลังขามากทีเดียวถึงได้วิ่งเร็วและว่องไวจนตอนนี้เราได้ทิ้งระยะห่างจากพวกอัศวินมาได้ระยะหนึ่งแล้ว —นับว่าเจ้าสองตัวนี้ช่วยข้าได้มากทีเดียว



ยิ่งเราเข้าใกล้ป่ามรณะเท่าไหร่ วี่แววของสิ่งมีชีวิตก็ยิ่งเจือจางลงจนบัดนี้ไม่มีผู้คนให้เห็น แม้แต่ผีเสื้อสักตัวหรือต้นไม้สักต้นก็ไม่มี มีเพียงทางโล่งๆกับม่านพลังเวทมนตร์สีดำทมิฬเท่านั้นที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าพวกเรา



มันคือทางเข้าป่าแห่งความตาย หรือก็คือรังของปีศาจอย่างไม่ต้องสงสัย



“หยุดตรงนี้แหละ



ข้าเอ่ยเป็นเชิงออกคำสั่งแก่คนด้านหน้าโดยที่สายตายังคงจับจ้องไปยังม่านเวทมนตร์สีดำตรงหน้าอย่างไม่วางตา ก่อนที่ทราวิสจะหันมามองด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่ได้ลดความเร็วลงแต่อย่างใด



“ไหนว่าเจ้าจะเข้าไปในป่ามรณะไม่ใช่หรือไง



“ใช่ แต่ก่อนอื่นข้าจะส่งเจ้าคืนสู่อ้อมแขนพี่ชายเสียก่อน



สิ้นคำพูดข้า ดวงตาสีเทอร์ควอยซ์ก็เบิกโพลงแทบจะในทันที “ว่าไงนะ..!!



แต่ก่อนที่ทราวิสจะได้อ้าปากโวยวาย จู่ๆเดซี่ที่กำลังวิ่งอยู่ก็ล้มลงไปกองกับพื้นอย่างไม่เป็นท่าจนเราทั้งคู่ต่างกลิ้งตกจากหลังม้าอย่างไม่ทันตั้งตัว เสียงร้องของคนสองคนกับม้าหนึ่งตัวดังไปทั่วบริเวณด้วยความเจ็บทันทีที่หล่นลงไปกระแทกกับพื้นดินแข็งๆ



“โอ๊ย!! เจ็บชะมัด เป็นบ้าอะไรของเจ้าเนี่ยเดซี่!?



เสียงทุ้มหวานที่กำลังโหวกเหวกโวยวายด้วยความหงุดหงิดทำเอาเส้นเลือดปูดขึ้นมาบนขมับข้าโดยอัตโนมัติ สันกรามดูคมชัดขึ้นกว่าเดิมทันตาเมื่อข้ากัดฟันกรอดด้วยอารมณ์ขุ่นมัว



“เจ้ากล้าดียังไงมาบ่นว่าเจ็บทั้งๆที่มีข้าเป็นหมอนอยู่แบบนี้!!



ใช่ อ่านไม่ผิดหรอก —ทราวิสกลิ้งลงมาทับข้าได้อย่างพอดิบพอดี ด้วยนํ้าหนักของอีกฝ่ายที่มีไม่น้อยบวกกับแรงกระแทกทำเอาข้ารู้สึกปวดร้าวไปทั่วแผ่นหลังจนต้องนิ่วหน้า



ไอ้องค์ชายเฮงซวย เจ้านี่มันตัวบัดซบของแท้เลย!



เมื่อทราวิสได้เห็นสีหน้าที่แสดงความไม่พอใจออกมาชัดเจนก็ได้แต่ชะงักไปแล้วยิ้มแห้งๆเหมือนเพิ่งรู้ตัวมีความผิด “อุ๊ย...แหะๆ ขอโทษนะเจดี้



“.............



และสายตาที่เรียบเฉยกว่าปกติของข้าก็ทำเอาคนด้านบนกลืนนํ้าลายอึกใหญ่ ข้าหมายถึง...เจเดน



คนโดนทับได้แต่ผลักอีกฝ่ายออกไปให้ไกลสายตาด้วยความรำคาญ ข้าลุกขึ้นนั่งแล้วปัดเศษหญ้าที่ติดอยู่ตามร่างกายออกลวกๆอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันใบหน้าไปมองเจ้าม้าสีขาวที่นอนกองอยู่กับพื้นด้านข้างแล้วเบิกตากว้าง



ขนสีขาวราวหิมะบริเวณขาคู่หลังของของเดซี่ถูกแต่งแต้มด้วยเลือดสีแดงฉานที่ไหลออกมามากจนหยดลงบนพื้นหญ้า มันส่งเสียงร้องโอดครวญออกมาด้วยความทรมานอย่างน่าสงสาร และสาเหตุของอาการบาดเจ็บนี้ก็คงไม่ใช่สิ่งอื่นใดนอกเสียจากลูกธนูสามดอกที่ปักอยู่บนขาคู่หลังของมันทั้งสองข้าง



แต่ก่อนที่ข้าจะขยับเข้าใกล้เดซี่เพื่อดูอาการของมันมากกว่านี้ วัตถุสีเงินแวววับที่สะท้อนใบหน้าของข้าก็พาดมาที่ลำคอหนาไว้เสียก่อน



ข้าทำเพียงปรายตามองปลายดาบคมกริบที่กำลังจ่อลูกกระเดือกตัวเองก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา



“เอาดาบมาจี้คอข้าทุกวันแบบนี้ ไม่เบื่อบ้างหรือท่านหัวหน้าอัศวิน



ออกัสท์ที่นั่งอยู่บนหลังม้าที่ใส่ชุดเกราะเลิกคิ้วขึ้นด้วยสีหน้าง่วงๆตามนิสัยเจ้าตัว “แล้วเจ้าอยากให้มันทะลุเข้าไปในคอเจ้าหรือไงกัน



“นั่นขึ้นอยู่กับว่าท่านกล้าพอที่จะสังหารข้าหรือเปล่า” ข้าเงยหน้าขึ้นไปสบตากับคู่สนทนาด้วยสายตาแพรวพราว มุมปากบนใบหน้าเจ้าเล่ห์ถูกยกขึ้นมาอย่างท้าทาย “แต่คงไม่หรอก...เพราะท่านดูจะพิศวาสข้ามิใช่น้อยเลยทีเดียว ใช่ไหมล่ะ



ดวงตาสีอำพันของอีกฝ่ายฉายยังคงแน่นิ่งตามเดิมแต่หากสงเกตดีๆจะเห็นได้ว่ามันฉายแววแข็งกร้าวกว่าเดิมหลายเท่า เมื่อข้าได้เห็นว่าตัวเองกวนประสาทหัวหน้าอัศวินผู้เยือกเย็นได้สำเร็จแล้วก็ยิ้มอย่างพอใจ ก่อนที่ร่างโปร่งในชุดคลุมสีฟ้าจะมายืนกั้นกลางระหว่างเราสองคนที่กำลังทำสงครามประสาทผ่านการจ้องตากันอยู่



“ห้ามอย่าทำอะไรเจเดนนะ!



รัชทายาทลำดับที่สามแห่งวอลธีเรียดันปลายดาบของออกัสท์ออกไปราวกับกลัวว่ามันจะแทงข้าเข้ามาจริงๆ ดวงตาสีเทอร์ควอยซ์ที่กราดเกรี้ยวจ้องท่านหัวหน้าอัศวินไม่วางตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ



“วิสซี่



แต่แล้วเสียงทุ้มตํ่าที่ฟังดูอ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยความหนักแน่นที่ทรงพลังอำนาจก็ทำให้ทราวิสชะงักไป ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความหยิ่งยโสค่อยๆหันไปหาเจ้าของเสียงที่อยู่ด้านหลังออกัสท์



“วิลลี่..



ที่แท้คนที่เรียกทราวิสด้วยชื่อปัญญาอ่อนนั่นก็ไม่ใช่ใครนอกเสียจากองค์ชายเนวิลล์ พระเชษฐาขององค์หญิงเทียร่ากับองค์ชายทราวิส และเป็นถึงว่าที่กษัตริย์คนต่อไปของอาณาจักรวอลธีเรีย



แต่อะไรคือการที่แม้แต่องค์ชายเนวิลล์เองก็มีชื่อเล่นปัญญาอ่อนแบบนั้นด้วย..  รสนิยมของพี่น้องคู่นี้มันไม่พิลึกผิดปกติไปหน่อยหรือไง



“วิสซี่...กลับปราสาทกับข้าเดี๋ยวนี้



คำสั่งจากองค์รัชทายาทที่กำลังนั่งอยู่บนม้าสีขาวดูโดดเด่นและทรงอำนาจในฝูงชนอันเต็มไปด้วยเหล่าอัศวินบนหลังม้าจำนวนหลายร้อยล้อมรอบไม่ได้ทำให้ทราวิสสะทกสะท้านแต่อย่างใด กลับกันเขาจ้องผู้เป็นพี่ชายกลับอย่างไม่เกรงกลัว



“ไม่กลับ! ข้าจะไปกับเจเดน!



องค์ชายเนวิลล์ไม่ได้แปลกใจหรือหงุดหงิดที่น้องชายไม่ยอมทำตามคำสั่ง เขาดูจะชินชากับความดื้อด้านของทราวิสมากพอสมควร ว่าที่พระราชาจึงได้แต่ถอนหายใจอย่างแผ่วเบาแล้วเลือกที่จะเบี่ยงเบนความสนใจมายังข้าแทน



“ไม่ได้เจอกันนานนะ เกรโนเวอร์



ข้าลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะคำนับอีกฝ่ายอย่างพอเป็นพิธี “คารวะองค์ชาย



องค์ชายเนวิลล์มีผมสีบลอนด์และดวงตาสีเทอร์ควอยซ์แบบเดียวกันกับน้องๆ แต่ในแววตาของเขามีความเฉียบคมดูน่าเกรงขามราวกับเกิดมาเพื่อเป็นผู้นำโดยเฉพาะ และมักจะแผ่รังสีนักปราชญ์ผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารีอยู่ตลอดเวลาซึ่งต่างจากไอ้กิ้งก่าจอมหยิ่งลิบลับ



“คนรักชีวิตยิ่งกว่าสิ่งใดเยี่ยงเจ้า...จะไปเฮอร์เรนเดลเพื่ออะไรกัน



ข้ายกยิ้มกวนอย่างขำขัน มารยาทและกาลเทศะที่เพิ่งแสดงออกเมื่อครู่ได้หายไปจนหมดสิ้นในชั่วพริบตา “นั่นเป็นเรื่องส่วนตัวของข้า เกรงว่าพระองค์ไม่ควรยุ่งเกี่ยว



อีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านตามประสาคนใจเย็น แต่กลับนิ่งไปชั่วครู่แล้วเดินหน้าสอบถามต่อไป “เจ้าคงไม่ได้จะไปที่นั่น...เพื่อหนีโทษประหารหรอกใช่ไหม



“แล้วพระองค์ล่ะ...คงไม่ได้ตามข้ามาถึงที่นี่เพื่อจะมาลากกลับไปรับโทษหรอกใช่ไหม



องค์ชายเนวิลล์เม้มปากแน่นเมื่อได้เห็นรอยยิ้มและนํ้าเสียงที่กำลังแสดงความท้าทาย เขาสัมผัสได้ว่าข้ากำลังเลี่ยงที่จะตอบคำถามแต่ก็เลือกที่จะไม่ใส่ใจ “..ข้าแค่อยากจะมาพาน้องชายกลับไป แต่วิสซี่จะไปก็ต่อเมื่อเจ้ายอมไปด้วย



ข้าเงยหน้ามองท้องฟ้าสีแสดพลางทำเสียงขึ้นจมูกอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะยกมือขึ้นมาท้าวสะเอวไว้ข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างก็ยกขึ้นมาเขี่ยขี้เล็บไปมาด้วยท่าทีกวนประสาท “สรุปก็คือพระองค์ต้องการให้ข้ากลับไปปราสาท...เพื่อที่องค์ชายทราวิสจะได้ยอมไปด้วย wicked



          “.............



“แต่เสียใจด้วย ข้าไม่อยากเสียเวลาอันมีค่าไปทำเรื่องพรรค์นั้นหรอก



“..นี่เจ้ากำลังเรียกร้องให้ข้าใช้กำลังใช่หรือไม่



นํ้าเสียงที่กดตํ่ากว่าปกติขององค์ชายเนวิลล์ไม่ได้มีความน่ากลัวเลยสักนิด เขาไม่ได้มีท่าทีหงุดหงิดหรือโกรธข้าแต่อย่างใด แต่กลับดูน่ายำเกรงมากพอที่จะทำให้ทราวิสชักดาบออกมาชี้หน้าพี่ชายได้เพื่อป้องกันไม่ให้เขาทำร้ายข้าขึ้นมาจริงๆ



“ข้าจะไม่ปล่อยให้เสด็จพี่ทำร้ายคนรักของข้าเป็นอันขาด!



ถึงแม้ข้าจะไม่สามารถมองเห็นสีหน้าของเหล่าอัศวินได้เพราะพวกเขาสวมหมวกเกราะอยู่ แต่ก็รับรู้ได้ว่าพวกเขาท่าทีตกใจไม่น้อยดูจากการพากันแอบกระซิบคนข้างๆด้วยความประหลาดใจ



“สองวันก่อนองค์ชายทราวิสเพิ่งจะมีรับสั่งให้ข้าไปเผากางเกงในของเกรโนเวอร์อยู่เลย ทำไมวันนี้ถึงกลายเป็นคนรักกันได้ล่ะ



คนข้างๆตบหัวอัศวินคนนั้นจนหมวกเกราะแทบหลุด “เจ้าโง่! ทำไมไม่รู้จักอ่านวรรณกรรมของนักปราชญ์สมัยนี้เสียบ้าง จะได้รู้ว่าพระเอกนางเอกน่ะ ยิ่งเกลียดกันก็ยิ่งรักกัน



“ข้าว่านั่นไม่ใช่ประเด็น..” เสียงทุ้มหนักแน่นที่ฟังดูน่าขนลุกของอัศวินร่างใหญ่คนหนึ่งดังขึ้น เขาหันใบหน้าภายใต้หมวกเกราะมามองข้าสลับกับทราวิส “องค์ชายทราวิส...ไม่มีทางมีคนรักเป็นบุรุษหรอก



“นั่นสินะ...หากองค์ชายทราวิสทรงเป็นเกย์จริง ป่านนี้คงจุดไฟเผาตัวเองให้ตายไปแล้ว ขืนมีชีวิตอยู่ต่อไปก็ไม่ต่างจากการตายทั้งเป็นเพราะถูกประชาชนยํ่ายีจนจมดินแน่ๆ



“จริงด้วย! พวกรักเพศเดียวกันนั้นเดรัจฉานยิ่งกว่าสุนัขจรจัดข้างทาง องค์ชายผู้สูงศักดิ์จะไปมีรสนิยมทางเพศตํ่าช้าเช่นนั้นได้อย่างไร ไม่มีทางเสียหรอก!



อัศวินเหล่านี้พูดคุยกันอย่างออกรสโดยไม่ได้ล่วงรู้เลยว่าคำพูดของตนได้ทิ่มแทงหัวใจขององค์รัชทายาทแห่งวอลธีเรียจนไม่เหลือชิ้นดี สีหน้าขององค์ชายเนวิลล์ไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆออกมา แต่ในแววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่า มือทั้งสองกำสายบังเหียนไว้แน่นเพื่อระบายความรู้สึกเจ็บปวดด้านในออกมาจนมันสั่นระริก



จะโทษอัศวินเหล่านั้นก็ไม่ได้ ในเมื่อมนุษย์ทุกคนรวมถึงข้าเองมองว่าการรักร่วมเพศเป็นเรื่องประหลาดและผิดปกติ จริงอยู่ที่เคยมีการรักร่วมเพศมาตั้งแต่ยุคสมัยจักรวรรดิโรมันซึ่งล่มสลายไปเมื่อหลายร้อยปีก่อนแล้ว ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรนักแต่ก็อดจะรู้สึกว่าคนพวกนั้นประหลาดไม่ได้



แต่ตอนที่จินมาสารภาพกับข้าทั้งนํ้าตาว่าตนตกหลุมรักองค์ชายเนวิลล์ อคติที่ข้าเคยมีต่อพวกเกย์ก็หายไปจนหมดสิ้น —เพราะหากมันทำให้พี่ชายข้ามีความสุข ข้าก็จะไม่ขัดข้องอะไรทั้งนั้น  อีกอย่างมันก็แค่การมีความสัมพันธ์เชิงรักใคร่กับเพศเดียวกัน หาใช่การก่ออาชญากรรมเสียหน่อย ทำไมจะต้องรังเกียจด้วยล่ะจริงไหม



แต่ดูเหมือนใครหลายคนจะไม่ได้คิดเช่นนั้น..



“เงียบซะ



เสียงเรียบนิ่งแฝงความง่วงคล้ายเต่าล้านปีแต่กลับเต็มไปด้วยความหนักแน่นทรงพลังจนทำให้อัศวินทั้งหลายหุบปากแทบจะในทันที ออกัสท์มีท่าทีไม่พอใจที่สหายต้องมาทนรับมือกับคำพูดทำร้ายจิตใจพวกนี้แต่เขาเองก็ช่วยอะไรไม่ได้นัก  องค์ชายเนวิลล์จึงพยักหน้าให้เพื่อนรักเป็นเชิงขอบคุณที่เป็นห่วงก่อนจะหันกลับมาหาข้าอีกครั้ง



“ได้โปรดเถอะเจเดน...หากเจ้ายืนกรานจะไปเฮอร์เรนเดล วิสซี่ที่โดนยาเสน่ห์ก็จะตามไปด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย —ข้าไม่สามารถทนเห็นน้องตัวเองวิ่งเข้าไปในรังปีศาจได้หรอก” ดวงตาสีเทอร์ควอยซ์ของคนแก่กว่าเคลื่อนไปมองผู้เป็นน้องชายด้วยความเศร้าหมอง “ข้าสูญเสียน้องสาวไปแล้ว...ข้าจะไม่ยอมเสียน้องชายซึ่งเป็นครอบครัวคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ไปอีกคนแน่



ทราวิสค่อยๆลดปลายดาบที่กำลังจ่อไปยังพี่ชายลงด้วยมือที่สั่นระริก เขาเม้มปากแน่นด้วยหลากหลายความรู้สึก “วิลลี่..



ข้ามองฉากละครระหว่างสองพี่น้องแล้วได้ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะพูดกับองค์ชายคนน้องให้ได้ยินกันแค่สองคน “พี่เจ้าอาลัยอาวรณ์ขนาดนี้แล้ว มัวรออะไรอยู่ล่ะ กลับไปซะสิ



“ไม่!! ข้าจะหนีไปกับเจ้า ไปสร้างครอบครัวด้วยกันที่เฮอร์เรนเดล!



ร่างโปร่งในชุดคลุมสีฟ้ากระทืบเท้าเร่าๆเหมือนเด็กสามขวบงอแงเพราะถูกขัดใจจนอัศวินบางนายถึงกับหลุดหัวเราะออกมา “องค์ชายทราวิสเวอร์ชั่นเกย์นี่ประหลาดดีแท้



แล้วดวงตาสีเทอร์ควอยซ์ก็ลุกเป็นไฟขึ้นแทบจะในทันที ทราวิสตวัดสายตาอาฆาตไปหาอัศวินผู้นั้นอย่างกราดเกรี้ยว “เจ้ากล้าดียังไงมาวิจารณ์ข้า!? เป็นชายรักชายมันหนักหัวเจ้านักหรือไง ถ้ารับไม่ได้ก็ไสหัวออกไปจากอาณาจักรนี้ซะ!!



อัศวินนายนั้นแทบจะกระโดดลงจากหลังม้ามาคุกเข่าขอขมา เขาก้มหน้าลงเอ่ยคำขอโทษอย่างลุกลี้ลุกลนด้วยความรู้สึกผิดจนลิ้นแทบพัน “ข..ขอประทานอภัย! ข้าผิดไปแล้วจริงๆที่บังอาจลั่นวาจาล่วงเกินองค์ชาย ขอพระองค์ได้โปรดทรงลงโทษข้าให้สมกับความผิดที่ได้กระทำไว้



ทราวิสกอดอกเชิดหน้าใส่เหมือนเด็กขี้งอนแต่ก็ไม่ได้บ่นอะไรอีก ข้าจึงได้แต่ส่ายหน้าไปมาแล้วหันกลับไปพูดกับองค์ชายเนวิลล์ต่อ



 “ทูลองค์ชาย หากพระองค์ต้องการตัวพระอนุชาก็เชิญเอาไปได้เลย ความจริงข้าเองก็ไม่ได้อยากให้องค์ชายทราวิสไปกับข้าเลยสักนิด” ดวงตาสีเขียวมรกตปรายมองร่างโปร่งที่ยืนอยู่ด้านหน้าด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันแบบที่อีกฝ่ายเคยทำใส่ข้าประจำ “คนน่ารำคาญพรรค์นี้...ใครจะไปอยากเข้าใกล้กัน



“สามหาว!!



'หมับ!'



ข้าคว้าหอกที่ถูกขว้างมาอย่างไม่ออมแรงจากอัศวินนายหนึ่งไว้ด้วยมือข้างเดียว ปลายหอกอันแหลมคมเฉียดผิวแก้มข้าไปเล็กน้อยจนเป็นรอยแผลที่มีเลือดซึมออกมา ทราวิสดูจะมีท่าทีตกใจไม่น้อย ดวงตาสีเทอร์ควอยซ์เบิกโพลงด้วยความเป็นห่วงก่อนจะรีบตรวจดูแผลแทบจะในทันทีอย่างลุกลี้ลุกลน



“เจเดน! เจ็บมากหรือเปล่า —ดูสิ ใบหน้างามๆของเจ้าเป็นรอยหมดแล้ว!



ข้าไม่ได้ตอบอีกฝ่ายแต่กลับมองไปยังอัศวินเจ้าของหอกเล่มนี้ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ขอบคุณสำหรับอาวุธนะสหาย



'หมับ!'



วงแขนแกร่งรวบร่างโปร่งของทราวิสมาไว้ในอ้อมแขนอย่างรวดเร็ว ส่วนมืออีกข้างก็ใช้ปลายหอกจ่อเข้าที่ลูกกระเดือกขององค์ชายคนสุดท้องแห่งวอลธีเรียเอาไว้ในเสี้ยววินาที การกระทำที่อุกอาจนี้ทำให้อัศวินทุกคนในที่นี้ชักดาบออกมาอย่างพร้อมเพรียง บางคนก็ง้างธนูเตรียมโจมตีอย่างกราดเกรี้ยวเพื่อรอคำสั่งจากหัวหน้า หากแต่คนถูกกระทำอย่างทราวิสกลับทำเพียงเงยหน้าขึ้นมาทำตาแป๋วใส่ข้าอย่างไม่สะทกสะท้าน เขากะพริบตาปริบๆพร้อมกับเอียงคอสงสัยเหมือนเด็กสามขวบ



“เจ้าจะขู่ข่มขืนข้าหรอ ไม่ต้องข่มขืนให้เสียเวลาหรอกนะเพราะข้าสมยอมอยู่แล้ว



โอ๊ย!! ช่วยกรุณาอย่าเอ่ยวาจาลามกในขณะที่ทำหน้าไร้เดียงสาแบบนั้นได้ไหม!?



ข้าได้แต่ครํ่าครวญในใจแล้วกัดฟันพูดต่อไป “..ทำร้ายข้าอีกสิ ถ้าอยากให้องค์ชายของพวกเจ้ากลายเป็นผีคอขาด



“เจ้า..!!



“..อยู่เฉยๆ



โขลงอัศวินทั้งหลายมีท่าทีเหมือนอยากควบม้ามาตัดคอข้าใจจะขาดแต่ก็โดนออกัสท์ห้ามไว้ด้วยเสียงเนือยๆ พวกเขาจึงได้แต่นั่งนิ่งๆบนหลังม้าพร้อมกำอำวุธในมือแน่นอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์แต่ก็ยอมทำตามคำสั่งแต่โดยดีอย่างไร้ข้อกังขา



“ข้าจะเจรจากับเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย” นํ้าเสียงจริงจังหนักแน่นขององค์ชายเนวิลล์ที่ดังขึ้นทำให้ข้าหันกลับไปมองเขาอีกครั้ง “กลับไปปราสาทพร้อมกับทราวิส แล้วล้มเลิกความคิดที่จะไปเฮอร์เรนเดลซะ



ข้าเดาะลิ้นไปมาด้วยรอยยิ้มมุมปากอย่างกวนประสาทจนน่าถีบ “ขอกันแบบนี้มันไม่ง่ายไปหน่อยหรือ...พระองค์ก็น่าจะทราบดีว่าข้าไม่ทำตามคำขอของใคร



“งั้นเจ้าต้องการอะไร



“ไปเฮอร์เรนเดล



องค์ชายเนวิลล์ได้แต่ถอนหายใจยาวให้กับความหัวแข็งไม่ยอมใครของข้า อีกฝ่ายจ้องตาข้ากลับอย่างครุ่นคิดพิจารณาราวกับกำลังวิเคราะห์อะไรบางอย่าง “ข้าชักจะสงสัย ทำไมเจ้าถึงไม่อยากกลับไปวอลธีเรียขนาดนั้น



“เหอะ! ช่างเป็นคำถามที่งี่เง่ายิ่งนัก” ข้ากลอกตาถอนหายใจแรงราวกับเหนื่อยใจนักหนาอย่างเสแสร้งเกินเหตุ “พระองค์เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ข้ายอมรับว่าเป็นคนฉลาดมากนะองค์ชาย ลองไตร่ตรองให้ดีสิ หากพระองค์เป็นนักโทษประหารเช่นข้า พระองค์จะยังอยากกลับไปในอาณาจักรที่หมายหัวตัวเองเพื่อให้โดนเชือดหรือไม่



อีกฝ่ายเม้มปากแน่นอย่างลำบากใจ “เรื่องโทษประหารนั่นน่ะ...จริงๆแล้วมันมีเงื่อนงำซับซ้อนมากกว่าที่เจ้าเห็น ข้าอธิบายได้น



ข้าส่งเสียงขึ้นจมูกอย่างเบื่อหน่าย “ยังมีอะไรให้อธิบายอีกล่ะ —จะบอกว่าขอโทษที่เข้าใจข้าผิดงั้นหรือ สายไปแล้วล่ะองค์ชาย เพราะต่อให้พระองค์ยกโทษให้ข้า...ข้าก็จะไม่มีทางกลับไปวอลธีเรียอีกเป็นอันขาด



“..แปลว่าเจ้ามีเรื่องสำคัญบางอย่างต้องไปทำที่เฮอร์เรนเดลจริงๆด้วย” องค์ชายเนวิลล์ส่ายหน้าไปมาเมื่อข้อสันนิษฐานของตัวเองเป็นจริงตามที่คาดไว้ “เจ้าไม่เห็นแก่ความรู้สึกจินหรือไง เขาเป็นห่วงเจ้ามากนะ



แววตาของข้าฉายความว่างเปล่าต่างจากปกติอย่างเห็นได้ชัดทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น “แล้วพระองค์ล่ะ...ไม่เห็นแก่ความรู้สึกจินหรือไง ถึงได้เตรียมตัวจะหมั้นหมายกับเจ้าหญิงแพศยาคนนั้น



องค์ชายเนวิลล์กับออกัสท์ดูจะตกใจไม่น้อยที่ข้าพูดแบบนั้นออกไปต่อหน้าผู้คนมากมาย และเห็นได้ชัดว่ามันแทงใจดำองค์รัชทายาทอย่างรุนแรงถึงได้หลับตากำสายบังเหียนแน่นจนเส้นเลือดปูดเพื่อระงับความโกรธ ในแววตาของเขาเมื่อครู่สะท้อนให้เห็นว่าต้องเจ็บปวดขนาดไหนที่ต้องปกปิดความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคนรักไม่ให้โลกรู้ราวกับเป็นสิ่งน่าเกลียด มิหนำซํ้ายศฐาบรรดาศักดิ์ที่เป็นถึงรัชทายาทของอาณาจักรก็ทำให้ต้องฝืนใจแต่งงานกับสตรีที่ตัวเองไม่ได้รักเพื่อสืบทอดราชบัลลังก์อย่างไม่มีทางเลือก แถมสตรีคนนั้นก็ไม่รู้ด้วยซํ้าว่าว่าที่สามีของตัวเองนั้นมีคนรักอยู่แล้ว จนบางครั้งองค์ชายเนวิลล์อยากจะป่าวประกาศไปเสียให้รู้แล้วรู้รอดว่าตนมีคนรักเป็นบุรุษ และคนคนนั้นคือจิน คาร์เธเรียน



แต่ท้ายที่สุดเขาก็ทำได้เพียงแค่พูดว่า “..อย่าบังอาจเรียกซินเธียแบบนั้น นางเป็นคู่หมั้นของข้า



ความจริงข้าก็ไม่ได้มีเจตนาจะพูดจาทำร้ายความรู้สึกขององค์ชายเนวิลล์แบบนี้หรอก ข้ารู้ดีอยู่แก่ใจว่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเขากับจินเป็นเรื่องที่เขาอ่อนไหวมากที่สุดซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ควรเอามาแหย่เล่นเช่นนี้ แต่ที่ข้าแค่พูดแบบนั้นไปก็เพื่อจะดูปฏิกริยาของเขาให้แน่ใจว่าจะยังรักและซื่อสัตย์ต่อพี่ชายข้าแม้ว่าจะต้องแต่งงานกับคนอื่นก็ตาม



“นั่นมันเรื่องของพระองค์ ข้าไม่สนหรอก” ว่าพลางโบกมือปัดๆอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะปรายตามองโลหิตสีแดงสดจากผิวแก้มของตัวเองที่ไหลหยดลงบนปลายหอกแล้วยกยิ้มมุมปากขึ้นมาอย่างพึงพอใจ “เพราะตอนนี้...ข้ายังมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำ



ออกัสท์ที่สังเกตข้าอยู่เงียบๆมาครู่ใหญ่เบิกตาขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าข้ากำลังจะทำอะไร “นี่เจ้า...



ไม่รอให้อีกฝ่ายได้พูดจบ หอกเปื้อนเลือดที่อยู่ในมือถูกข้าซัดออกไปทางด้านหลังอย่างสุดแรงจนมันปักลงบนม่านเวทมนตร์สีดำสนิทอันเป็นกำแพงกั้นระหว่างโลกมนุษย์กับปีศาจ แผ่นดินถึงกับสั่นสะเทือนเมื่อปลายหอกสัมผัสเข้ากับม่านเวทมนตร์จนข้าเกือบเสียหลักล้มไปกองกับพื้น ม้านับร้อยของเหล่าอัศวินต่างพากันพยศด้วยความแตกตื่น มันส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจจนเจ้านายเกือบคุมไม่อยู่ แต่นั่นก็ไม่เท่ากับการที่ม่านเวทมนตร์ค่อยๆแหวกออกจากกันเป็นประตูทางเข้าด้วยตัวของมันเอง



และก็เป็นตอนนั้นเองที่องค์ชายเนวิลล์กับเหล่าอัศวินได้รู้ว่าพวกเขาโดนข้าเล่นงานเสียแล้ว..



ตอนแรกข้าก็ตั้งใจว่าจะเดินเข้าไปในม่านเวทมนตร์เฉยๆโดยไม่ต้องให้ใครต้องเจ็บตัว แต่ในเมื่อองค์ชายเนวิลล์เลือกที่จะรั้งข้าไม่เลิกเช่นนี้...ข้าก็จะตอบสนองด้วยการนำพาความซวยมาให้เขาเอง



ข้าระเบิดหัวเราะออกมาเสียงดังราวกับมันเป็นเรื่องน่าตลกนักหนา “มันคงจะดีไม่น้อยหากพวกท่านจะได้ประลองฝีมือกับปีศาจสักตั้งเนอะว่าไหม



สิ่งที่ข้าเพิ่งทำไปเมื่อครู่นั้น มันคือการทำสัญญาแลกเปลี่ยนพลเมืองกับเทพีผู้รักษาม่านเวทมนตร์ด้วยการใช้เลือดตัวเองทาลงบนหอกแล้วขว้างมันออกไป เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนให้ข้าได้เข้าไปในเขตแดนของปีศาจแลกกับการที่ปีศาจจะสามารถข้ามมายังโลกมนุษย์ได้ มนุษย์หนึ่งคนมีค่าเท่ากับปีศาจสิบตน ฉะนั้นในอีกไม่กี่วินาที ฝูงปีศาจที่อาจจะเป็นตัวอะไรก็แล้วแต่จำนวนสิบตนจะข้ามมายังวอลธีเรียผ่านม่านเวทมนตร์นั้น



ข้าจงใจพูดจากวนประสาทเพื่อให้อีกฝ่ายซัดอาวุธมาใส่ข้าให้เกิดรอยแผล แล้วใช้วิธีตบตาพวกอัศวินโดยการแสร้งทำเป็นจ่อปลายหอกเข้าที่ลำคอของทราวิสหมายจะขู่ฆ่า แต่อันที่จริงที่ข้าทำแบบนั้นก็เพียงเพื่อจะให้เลือดจากแผลที่แก้มไหลหยดลงบนปลายหอกอย่างแนบเนียนโดยไม่ให้คนตาดีอย่างออกัสท์สังเกตเห็นเท่านั้น และด้วยความที่ต้องใช้เลือดจำนวนหลายหยดจึงต้องใช้เวลาในการรอจนกว่าเลือดจะค่อยๆไหลออกมามากพอ ข้าจึงใช้จังหวะนั้นในการพูดคุยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากอีกฝ่ายให้ได้มากที่สุด



ไม่คิดเหมือนกันว่ามันจะได้ผลขนาดนี้ :)



อัศวินหลายตัวดูจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟจนตัวสั่นจากโทสะ พวกเขาตะคอกใส่ข้าอย่างอาฆาตแค้น “เกรโนเวอร์...ไอ้สุนัขเจ้าเล่ห์!!



ข้ายกมือขึ้นมากุมอกพร้อมตีหน้าโศกเศร้าทุกข์ทรมานอย่างโคตรเสแสร้ง “ด่าแรงจังเลย หัวใจอันบอบบางของข้าบอบชํ้าไปหมดแล้ว



ถ้อยคำสาปแช่งหลายคำที่มาพร้อมกับสายตาอาฆาตทำเอาข้าหัวเราะอย่างชอบใจ ก่อนจะหันไปมององค์ชายเนวิลล์ที่ไม่ได้มองข้าด้วยสายตาโกรธแค้นแบบที่เหล่าอัศวินกำลังทำ แต่เขากำลังมองไปยังม่านเวทมนตร์ด้วยสีหน้าเป็นกังวลว่าปีศาจที่กำลังจะออกมานั้นจะมีฝีมือร้ายกาจแค่ไหน พวกเขาจะสามารถฆ่ามันได้หมดก่อนที่พวกมันจะสามารถเข้าไปทำร้ายผู้คนในวอลธีเรียได้หรือไม่



นี่คงเป็นสิ่งที่ทำให้บุรุษผู้นี้แตกต่างจากคนอื่น เขาไม่โทษตัวต้นเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหา แต่เลือกที่จะเอาเวลานั้นไปหาทางแก้ปัญหาเสียมากกว่า



ข้ามองเขาด้วยสายตาอ่านไม่ออก ก่อนจะสูดหายใจเข้าเต็มปอดแล้วเอ่ยกับว่าที่กษัตริย์เป็นครั้งสุดท้าย “..ฝากดูแลพี่ชายข้าด้วย



ไม่ทันได้เห็นสีหน้าขององค์ชายเนวิลล์ ร่างของข้าก็ถูกแรงมหาศาลดูดเข้าไปในม่านเวทมนตร์ภายในชั่วพริบตา..


















ข้าเปิดเปลือกตาขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าตัวเองยืนอยู่กลางป่าในโลกอีกมิติหนึ่งแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างในที่แห่งนี้ล้วนเป็นสีดำสนิทดูมืดมนและหม่นหมอง ไม่ว่าจะเป็นพื้นดินแข็งๆที่ข้ากำลังเหยียบ หรือต้นไม้สูงลิบรูปร่างแปลกประหลาดพิสดารที่กำลังรายล้อมข้าไว้ก็ล้วนเป็นสีดำทมิฬทั้งสิ้น  สายลมอันหนาวเหน็บพัดมากระทบผิวจนรู้สึกเย็นเยียบไปถึงในกระดูก เสียงลมหวิวที่ดังคลอไปกับเสียงกรีดร้องอันน่าอัปลักษณ์ของตัวอะไรสักจากระยะไกลอย่างทำให้บรรยากาศดูลึกลับน่ากลัวขึ้นไปอีก มีเพียงผืนฟ้ามืดมิดที่ถูกแต่งเติมด้วยแสงสว่างจากหมู่ดาวและดวงจันทร์เท่านั้นทำให้บรรยากาศไม่ดูหดหู่จนเกินไป



เข้าใจแล้วว่าทำไมสถานที่แห่งนี้ถึงถูกเรียกว่าป่ามรณะ เพราะหากตั้งชื่อมันว่าป่าวันเดอร์แลนด์ก็คงจะไม่เหมาะเท่าไหร่



“โห...บรรยากาศน่าขนลุกชะมัด



เสียงทุ้มหวานที่คุ้นเคยทำเอาข้าหันไปมองแทบจะในทันทีอย่างไม่เชื่อหู ก่อนจะพบร่างโปร่งในชุดคลุมสีฟ้าที่ยืนกอดอกลูบแขนไปมาเพื่อบรรเทาความหนาวเหน็บ เรือนผมสีทองของเขาดูเป็นประกายแสงขึ้นมาเมื่ออยู่ในที่มืด เมื่อทราวิสรู้สึกตัวว่ากำลังถูกจ้องก็หันมาสบตากับข้าด้วยรอยยิ้มสี่เหลี่ยมอย่างร่าเริง “แฮ่~ เจอกันอีกแล้วนะที่รัก



ไอ้กิ้งก่าโรคจิต!!



“ที่รักบ้านบิดาเจ้าสิ! นี่เจ้าตามข้ามาได้ยังไงเนี่ย!?



ทราวิสยกนิ้วชี้ที่โผล่พ้นออกมาจากชุดคลุมมาจิ้มกันไปมาด้วยรอยยิ้มแห้งๆเหมือนเด็กมีความผิดติดตัว “แหะๆ ก็ข้าเห็นว่าเจ้าจะทำสัญญาแลกเปลี่ยนพลเมืองกับปีศาจ...เลยแอบทาเลือดข้าลงไปบนหอกเล่มนั้นด้วยอย่างเนียนๆน่ะ



ข้าทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อ “นี่เจ้าถึงกับลงทุนทำร้ายตัวเองเลยงั้นรึ



คนตรงหน้าแหวกฮู้ดสีฟ้าที่ตัวเองกำลังสวมออก เผยให้เห็นรอยแผลเล็กๆที่ลำคอสีนํ้าผึ้งเนียน “ปลายหอกมันจ่ออยู่ที่คอข้าอยู่แล้ว ข้าก็แค่ยื่นคอเข้าไปใกล้ๆมันให้เลือดไหลออกมา —แค่นั้นเอง



“โอ๊ย!! ประสาทจะกิน!



ข้าตบหน้าผากตัวเองอย่างแรงราวกับอยากฆ่าตัวตายไปให้พ้นๆ   จะพาทราวิสไปส่งคืนองค์ชายเนวิลล์ก็ไม่ได้เพราะหากเข้ามาในป่ามรณะแล้วจะไม่มีทางกลับออกไปได้อีก นอกเสียจากต้องเดินทางไปให้ถึงประตูชายแดนระหว่างโลกมนุษย์กับปีศาจ —เฮอร์เรนเดล



นี่ข้าต้องพาหมอนี่ไปด้วยจริงๆใช่ไหมเนี่ย!? 



“เจ้ารู้ตัวบ้างไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่..” ข้าเลือกที่จะไม่มองหน้าอีกฝ่ายแต่กลับแหงนหน้ามองท้องฟ้าสีดำสนิทแทน ก่อนจะเสยผมสีแดงขึ้นพลางใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มอย่างไม่สบอารมณ์ “แค่ปีศาจสิบตนที่ถูกอัญเชิญไปเพราะข้าก็หนักหนามากพอแล้ว แต่เจ้ากลับก้าวเข้ามาในเขตแดนของปีศาจกับข้า นั่นหมายความว่าตอนนี้พี่ชายเจ้ากำลังรับมืออยู่กับปีศาจถึงยี่สิบตนที่ไม่รู้ว่าจะเป็นสายพันธุ์แข็งแกร่งขนาดไหน หากมันดุร้ายเกินกว่าที่อัศวินจะรับมือได้แล้วจะทำยังไง —รู้ตัวบ้างไหมว่าเจ้ากำลังสร้างความเดือดร้อนให้อาณาจักรตัวเอง!



เสียงตวาดที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจทำเอาทราวิสสะดุ้ง เขาค่อยๆก้มหน้าลงพลางเม้มปากแน่นอย่างรู้สึกผิด “..ทำไมเจ้าต้องหงุดหงิดขนาดนี้ด้วย



“บ้านเกิดของข้าถูกทำลายโดยมังกรจนไม่หลงเหลือสิ่งใดอยู่อีกแล้ว ประชาชนที่เหลืออยู่ก็ถูกบิดาเจ้าจับไปเป็นเชลยในสถานที่ที่มีแต่ผู้คนจงเกลียดจงชัง ซํ้ายังโดนเข่นฆ่าจนแทบไม่เหลือสักคน  ข้าในฐานะผู้รอดชีวิต...เคยมีความฝันในวัยเด็กมาตลอดว่าอยากย้อนเวลากลับไปปกป้องเฮอร์เรนเดลไม่ให้ล่มสลายเพื่อที่ชีวิตข้าและชาวเฮอร์เรนเดลทั้งหลายจะได้ไม่ตกตํ่าเช่นนี้” มุมปากค่อยๆถูกยกขึ้นมาอย่างเย้ยหยัน “..ในขณะที่อาณาจักรของเจ้ายังคงรุ่งเรือง แผ่นดินยังคงอุดมสมบูรณ์ ราษฎรก็อยู่ดีมีสุขปราศจากความยากลำบาก แต่เจ้าที่เป็นถึงองค์ชายกลับไม่เห็นคุณค่าของมัน ซํ้ายังสร้างความเดือดร้อนให้บ้านเมืองเสียเอง —ช่างน่าขันเสียจริง



ทราวิสได้แต่ยืนก้มหน้าอยู่อย่างนั้น ฮู้ดสีฟ้าปกปิดใบหน้าด้านบนของเขาไว้ ทำให้ข้ามองเห็นเพียงแค่ปลายจมูกโด่งรั้นกับริมฝีปากอิ่มสีพีชที่สั่นระริก “..ข้ารู้ว่าตัวเองเป็นองค์ชายที่แย่



“และควรสำนึกด้วยว่ากำลังทำให้พี่ชายเป็นห่วง” ข้ายกมือขึ้นมาเขกหัวทุยๆอย่างไม่แรงนักแต่ก็แรงพอที่จะทำให้ทราวิสร้องโอดโอยแล้วลูบหัวตัวเองป้อยๆ เขายู่ปากเหมือนหมาหงอยเพราะโดนเจ้าของดุจนข้าเผลอยิ้มออกมาให้กับท่าทางติ๊งต๊องเป็นเด็กๆของอีกฝ่าย



บางที...ข้าก็ควรพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส และการที่ทราวิสโดนยาเสน่ห์แบบนี้ก็สามารถสร้างประโยชน์ให้กับข้าได้เช่นกัน



ข้าอนุญาติให้เจ้าร่วมเดินทางไปกับข้าก็ได้



คนผมทองที่กำลังทำหน้าจ๋อยอยู่ถึงกับหูผึ่งทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น ใบหน้าที่เคยดูหยิ่งยโสเงยขึ้นมามองข้าด้วยดวงตาเป็นประกายตื่นเต้นราวกับเป็นคนละคน ความเศร้าเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มกว้างที่ค่อยๆปรากฎออกมาด้วยความดีใจอย่างปิดไม่มิด



“เยส!!!



 “แต่!! ข้ามีข้อแม้อยู่สามข้อ หากเจ้าตกลง ข้าก็ไม่มีปัญหา



ทราวิสที่กำลังกระโดดโลดเต้นดีใจจนเคลิ้มเหมือนคนบ้าพยักหน้ารัวๆด้วยรอยยิ้มจนผมสีทองปลิวไปตามแรง “เอาสิ! ว่ามาเลย



ข้าหัวเราะในลำคอ แขนแกร่งยกขึ้นมากอดอกไว้ด้วยรอยยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ “ข้อแรก เจ้าต้องทำตามที่ข้าสั่งทุกอย่างโดยไร้ข้อกังขาใดๆทั้งสิ้น



“เรื่องแค่นี้สบายมาก!



“ข้อที่สอง ห้ามทำตัวเป็นภาระเด็ดขาด



“ข้าจะไม่ทำตัวเป็นภาระเจ้าเลย!



“และข้อสุดท้าย...ข้าจะไม่รับผิดชอบชีวิตเจ้า และจะไม่ดูแลหรือปกป้องเจ้าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นจงดูแลตัวเองให้ดี อย่าตาย” ข้ามองลึกเข้าไปในดวงตาสีเทอร์ควอยซ์ที่เป็นประกายในเงามืดอย่างสื่อความหมาย “หากเจ้าสามารถทำตามกฎสามข้อนี้ได้...ก็เป็นอันว่านับจากนี้ไปเราจะเป็นเพื่อนร่วมทางกัน



“อื้อ!! ขอเพียงได้อยู่ข้างกายเจ้า ข้าก็จะยอมทำทุกอย่าง!” ทราวิสพยักหน้าด้วยรอยยิ้มจนตาหยีอย่างมีความสุขจนข้าต้องอดเลิกคิ้วอย่างสงสัยไม่ได้



“เจ้าตัดสินใจเร็วไปไหม ไม่กลัวว่าจะโดนข้าทิ้งไว้กลางทางหรือไง



ตัวข้านั้นเลื่องชื่อในเรื่องของทักษะการเอาตัวรอด และจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอดต่อไปโดยไม่คำนึงว่าผู้อื่นจะได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำของข้าหรือไม่ นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ข้าเพราะเป็นบุคคลอันตรายที่ไม่น่าไว้ใจ —มันจึงน่าแปลกที่ทราวิสจะยอมเชื่อใจข้าได้ง่ายขนาดนี้



ยาเสน่ห์สามารถทำให้คนเราเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้เลยหรือนี่



“เจ้าไม่ทำแบบนั้นหรอก” คนผมบลอนด์ถือวิสาสะเอื้อมมือมาเช็ดคราบเลือดที่ผิวแก้มให้ข้าอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มบางๆประดับอยู่อย่างอ่อนโยน “คนอื่นอาจจะมองว่าเจ้าเป็นคนปลิ้นปล้อนที่ไว้ใจไม่ได้และเห็นแก่ตัว...แต่เจเดนที่ข้ารู้จักไม่ใช่คนแบบนั้น



รอยยิ้มดูอบอุ่นของอีกฝ่ายที่ไม่เคยมีให้เห็นทำเอาข้าถึงกับชะงักนิ่ง ดวงตาสีมรกตจ้องมองรอยยิ้มแสนอันตรายนั้นอย่างเผลอไผลจนสติล่องลอยไปไกล ก่อนที่ข้าจะกระแอมไอออกมาสองสามครั้งแล้วหันหน้าไปทางอื่นทันทีเมื่อรู้สึกตัวว่ามองคนตรงหน้านานเกินไป



ตึกตัก.. ตึกตัก.. ตึกตัก..



แล้วอาการใจเต้นแรงกระทันหันนี่มันอะไรกัน..





TBC.





TALK :


พิเจเดนเค้าเป็นโรคหัวใจค่ะคุณณณ อย่าคิดม๊าาาาก

ตอนหน้าจะเริ่มการผจญภัยของทั้งสองอย่างเป็นทางการแล้วค่ะ งานนี้วุ่นวายและยากลำบากมากแน่นอน(เพราะมีวิสซี่อยู่ด้วย)555555

ตอนนี้ฟิคเรื่องเก่าเราก็จบไปแล้ว(ยังเส้าอยู่เรย) หลังจากนี้เราก็จะมาอัพบ่อยขึ้นแล้วล่ะค่ะ เราจะสอบอีกทีก็ช่วงพฤษภาโน่น เพราะงั้นตอนนี้ยังว่างอยู่จ้า

ปล. อย่าลืมไปช่วยกันปั่นวิว Persona ให้ลีดเดอร์คนเก่งอย่างจุนนี่ด้วยนะค้า พินัมเป็นจ้าวแห่งการแต่งเพลงจริงๆ ตอนนี้เราตื่นเต้นกับคัมแบ็คมักๆๆ จะต้องเป็นคัมแบ็คที่แดบักมากแน่นอลล









          ขอบคุณทุกคอมเม้นท์และแท็กสกรีม #JourneyKV ที่เป็นกำลังใจให้เราด้วยนะคะ ขอบคุณรีดๆทุกคนที่ติดตามผลงานของเราค่ะ I purple you <3













ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 290 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,087 ความคิดเห็น

  1. #1077 boahammock (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2563 / 23:22
    ถ้าได้รักกันมันจะต้องมีดราม่าเรื่องแบบ เธอรักฉันเพราะยา หาใช่ความรู้สึกไม่ อะไรแบบนี้มั้ยนะ
    #1,077
    0
  2. #1047 fjddpi_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 21:30
    นี่ก้ว่าน้องน่าจะโดนยาพิษแต่ว่ารู้สึกตัว คือรู้ว่าตัวเองโดนมั้ยนะ😣 แล้วก้ใจก้ชอบเจเดนมานานแล้วอะไรแบบนี้5555555555
    #1,047
    0
  3. #1042 fongchompu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 21:35
    หรือว่าน้องไม่ได้โดนยาพิษอ่ะ แต่น้องรักเจเดนจริงๆ

    เอ๋....
    #1,042
    0
  4. #939 PlengPGK (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2563 / 13:05
    อาการหวั่นไหวยังไงล่ะเจเดน!!
    #939
    1
    • #939-1 PlengPGK(จากตอนที่ 5)
      19 สิงหาคม 2563 / 13:15
      แต่แบบแอบคิดนะว่ายาที่ฮิวโก้ให้มามันไม่ใช่ยาเสน่ห์แต่เป็นยาที่แบบให้ทำตรงกับใจอะ;-;
      #939-1
  5. #884 umikolakki2 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 / 09:04
    รูปสุดท้ายนี่....55555
    #884
    0
  6. #839 LFNii (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 23:48
    เอาตีงๆมั้ยคูมไรท์ แค่เราเลื่อนมาเจอมีมข่าวล่างเราก็ขำจนสติหายแล้ว ลืมหมดเลยว่าจะเม้นอะไร แต่เอาเป็นว่า สนุกค่ะ ดีค่ะ!!
    #839
    0
  7. #794 Taniya1812 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 17:42
    หรือทราวิสจะรักเจเดนอยู่แล้ว แต่ที่หาเรื่องเพราะไม่รู้จะเข้าหายังไงไหม เพราะชาวเมืองก็ไม่ชอบคนจากเฮอร์เรนเดลอยู่แล้ว ถ้าเข้าหาเจเดนแบบเป็นมิตรทราวิสอาจจะโดนนินทาอะไรงี้ ยิ่งถ้าเข้าหาแล้วบอกว่ารักเจเดนแล้วองครักษ์ก็คงรับไม่ได้ เลยยอมเข้าหาแบบแกล้งไหม แง;-;
    #794
    0
  8. #754 JP_Spectrum (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 00:05
    โอ้ยยยย ถ้าเป็นยาสเน่ห์แล้วยาแก้คืออะไร เนี่ยยยย อยากรู้ สนุกๆๆๆๆ
    #754
    0
  9. #575 เล้งแซ่บ!! (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:41
    งู้ยยยยยย
    #575
    0
  10. #512 Mvis. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 20:45
    เจเดนโคตรกวน ยัยน้องก็คือติดสุดมาก5555
    #512
    0
  11. #441 proudsj (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 18:18
    ฮือออออ ขอขัดสักนิด มีใครได้ช่วยน้องม้าเดซี่แล้วหรือยัง สงสารน้อง
    #441
    0
  12. #347 Moonlionz (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 22:13
    น้อนน่ารักกก55555555 เจเดนเจ้าเล่ห์มากอะ แต่ไงล่ะ ได้วิสซี่มาด้วย
    #347
    0
  13. #310 PaiiKanj (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 14:29
    ตกหลุมรักวิสซี่แล้วมั้ง5555
    #310
    0
  14. #271 SamanthaArlan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 11:49

    ทำไมน่ารักอย่างนี้ฮึวิสซี่
    #271
    0
  15. #222 butterr. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 20:16
    ฉลาดทั้งคู่อะ5555 น้อนน่ารักกก
    #222
    0
  16. #193 nlull (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 12:06
    หูย วิสซี่อ่านเกมออก ฉลาดพอๆกันเลยคู่นี้
    #193
    0
  17. #140 Kimtaetae01 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 11:40
    เจเดนฉลาดมากตอนแรกก็งงว่าจะพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ของจินกับเจ้าชายเนวิลทำไมที่แท้ก็ถ่วงเวลาให้เลือดมันมากพอนี่เอง วิสซี่หนูก็ยังตามเจดี้เข้าไปได้อีกนะเนี่ย
    #140
    0
  18. #122 MooyongMM (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 23:49
    โธ่เอ๊ย ทำไมต้องตลกมีมมันทุกครั้งเลยนะ5555555555
    #122
    0
  19. #99 MeRaa_Tae (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 21:14

    จริงๆเจเดนก็น่าสงสารนะ ชีวิตมีแต่คนเกลียด โตมาในสังคมที่โหดร้ายกับตัวเอง แล้วแม่ยังมาทิ้งไปอีก คือเหมือนคนโลกพังที่ขาดที่พึ่งอ่ะ แต่นางก็สู้ดิ้นรนมาจนถึงวันนี้ กลายเป็นคนที่ฉลาดเอาตัวรอดเก่งมากๆ รู้สึกปลื้มแทนซาฟีร่า55555

    #99
    0
  20. #98 SSuthiDaa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 04:28
    คำถามคือ แม่ไปทำอะไรที่นั้น
    แล้วการหายไปขององค์หญิงมันต้องเงื่อนงำแน่ๆ

    แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือ มีคนใจเต้นจ้าาา
    #98
    0
  21. #97 jidapa10202 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 22:48
    สนุกสุดๆๆๆๆๆอย่าผจญภัยจนลืมฉากวาบหวิวน้า555
    #97
    0
  22. #96 ศศิ__ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 17:09
    เจเดนโตมาแบบคุณภาพเว่อ ถึงจะดูไม่มีมารยาท ปากร้าย ไม่ค่อยจะนึกคนอื่น ปั่นประสาทคนไปทั่ว แต่นางก็ฉลาดอะ อย่างเลิศ!!!
    #96
    0
  23. #91 Violet_V (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 12:04

    ชอบคาแรคเตอร์เจเดนอ่ะ นางฉลาดเจ้าเล่ห์ดี ดูเป็นผู้ชายอันตราย5555555555

    #91
    0
  24. #90 party5833 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 11:45
    เอาเเล้วววว5555
    #90
    0
  25. #88 Butterfly k10 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 02:58
    เจ้าเล่ห์กว่าเจเดนก็ทราวิสนี่แหละมั้งงงง
    #88
    0