ตอนที่ 21 : ACT:3 New traveler on the forgotten road Part:1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 103
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    7 เม.ย. 62

           ทุ่งหิมะอันว่างปล่าวไกลสุดลูกหูลูกตา ตอนนี้วิสัยทัศเหล่านั้นได้เปลี่ยนไปเป็นแนวป่าสนสุดลูกหูลูกตา แต่ขนาดของต้นสนเหล่านั้นใหญ่จนแทบจะไม่เชื่อสายตา ขนาดของแต่ละต้นจากการกะด้วยสายตาก็น่าจะประมาณ 10 คนโอบ


           แต่ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือต้นสนยักษ์ที่ว่านี้กำลังขาดเป็นสองท่อนจากการข่วนเพียงแค่ครั้งเดียวนี่สิ


“ไอ่ตัวคล้ายเยตินี่มันอะไรกันเนี้ย!!? ฟันต้นไม้ยักษ์พวกนี้ด้วยการข่วนเพียงครั้งเดียวเนี้ยนะ!!”(เคียร์)


           ใช่เจ้านี้คล้ายๆกับเยติจริงๆขนสีขาวที่ปกคลุมไปทั่วทั้งร่าง กับขนาดตัวทีสูงเกือบๆตึกสามชั้น กำลังไล่กวดเราด้วยมือขนาดใหญ่ พวกเราได้แต่พยายามหลบมันโดยที่เราทำอะไรมันไม่ได้เลยซักนิด


“หว๋าธนูของพี่ยิงไม่เข้าเลยละ ว่าแต่ไอ่เจ้านี้ชื่อเยติงั้นเหรอ?”(มิลลี่)


“อาจารย์ ลมรอบๆตัวของมันรุนแรงเกินไปข้าเข้าไปไม่ถึงตัวมันแน่ๆ จะทำยังไงดีละ”(บาค์คั่น)


“อืม แม่ไม่รู้ว่าเยติที่ลูกพูดถึงนี้คืออะไรแต่ เจ้าลิงยักษ์ตัวนี้ชื่อ สตอร์มคอง พวกมันควบคุมลมได้ดีมากแถมเวทย์ไม่ค่อยมีผลกับพวกมันด้วย ถ้าให้แม่แนะนำละก็วิ่งหนีจะดีที่สุดนะจ๊ะ”(แคลร์)


           เยี้ยมเลยแค่เริ่มออกเดินทางก็เจอบอสเลยนี่มันนี่เราอยู่ในโลกของเกมตระกูลโซล*รึไงเนี้ย


“สมชื่อสตอร์มเลย ลมแรงขนาดนี้มีดคงปลิวก่อนจะถึงตัวแน่ๆ แล้วถ้าหนีทั้งแบบนี้ละก็คงไปได้ไม่ไกลแน่ๆ”(เคียร์)


“งั้นลูกก็ลองมองหาอะไรรอบๆมาช่วยให้หนีง่ายๆสิ”(แคลร์)


           นี่แม่ไม่ได้กำลังสนุกอยู่สินะ แต่ดูจากสีหน้าแล้วอันยิ้มแย้มแล้วราวกับมาเดินเล่นเลยนะเนี้ย


“เหมือนแม่ดูสนุกๆยังไงไม่รู้สิ”(เคียร์)


“แหม่ๆ แม่แค่ชอบเฝ้ามองเวลาที่ลูกใช้ความคิดแค่นั้นเองแหละ แล้วอีกอย่างนี่ก็เหมือนกับเป็นการฝึกที่ดีสำหรับลูกด้วยนะ ”(แคลร์)


“แล้วแม่คิดว่าหนูจะทำได้เหรอ”(เคียร์)


“ได้สิ ตลอดเวลาที่ผ่านมาแม่เฝ้ามองดูลูกฝึกฟหลายๆอย่างจนถึงตอนนี้แม่คิดว่าลูกทำได้แน่นอน”(แคลร์)


           เฝ้ามองตอนไหนละเนี้ย ปกติพ่อแม่ทั่วๆไปเค้าเป็นแบบนี้เองเหรอ


“แม่บอกว่าทำได้ก็จะขอลองดูหน่อยละกัน”(เคียร์)


           ก่อนอื่นจากที่รู้สึกได้เลยคือ อุณหภูมิของที่นี่สูงขึ้นมากเลยละ ไม่ค่อยหนาวเท่าเขตแถวๆหมู่บ้านแล้วอีกอย่างระหว่างวิ่งอยู่พอหันกลับไปมองดูที่รอยเท้า ใต้พื้นหิมะนี่มีพวกต้นหญ้าอยู่ด้วยละ


“ตอนนี้เป็นฤดูหนาวของที่นี่งั้นเหรอ ?”(เคียร์)


“เอ๋ ฤดูหนาวคืออะไรเหรอเคียร์จัง”(มิลลี่)


“อาจารย์พ่นคำแปลกๆออกมาอีกแล้ว เหอะๆ”(บาค์คั่น)


“อืมใช่แล้วละ ช่วงนี้เป็นฤดูหนาวของที่นี่ ปกติที่หมู่บ้านเราจะมีแค่ ฤดูสงบ กับ ฤดูพายุหิมะ แต่สำหรับเขตป่าของเหล่ามนุษย์และครึ่งสัตว์จะมี สี่ฤดู คือ ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูใบไม้ร่วง แล้วก็ ฤดูร้อน และช่วงนี้ก็เป็น ฤดูหนาวของที่นี่ไงละ น่าแปลกจริงๆที่ลูกรู้เรื่องฤดูของที่อื่นด้วย”(แคลร์)


“ในห้องสมุดของตาลุงก็มีให้อ่านอยู่นะ แต่เล่มนั้นมันอยู่ลึกไปหน่อยก็แค่นั้นเอง”(เคียร์)


“แม่หวังว่าลูกคงไม่ไปอ่านเจอหนังสือแปลกๆเข้านะ อย่างเวทย์แปลกๆ ไม่ก็หนังสือต้องห้าม”(แคลร์)


“จะว่าไปทำหนังสือนองนั้นก็มีเหมือนกันนะ”(เคียร์)


“มีของแบบนั้นในห้องสมุดจริงดิ?”(บาค์คั่น)


            ระหว่างที่พวกเราวิ่งหนีเจ้าเยติบ้านั้นอยู่ จู่ๆพื้นที่เหยียบก็ลื่นๆขึ้นแบบแปลกๆราวกับว่ามีคนเอาก้อนน้ำแข็งมาปูเป็นพื้นไว้


“พื้นน้ำแข็งเหรอ เดี๋ยวนะ เราวิ่งอยู่บนทะเลสาปงั้นเหรอ!!?”(เคียร์)


           พอมองรอบๆแล้วทะเลสาปนี้กว้างพอสมควรเลยละ แต่จากการฟังเสียงตอนวิ่งอยู่บนแผ่นน้ำแข็งพวกนี้มันหนาพอสมควรเลยละ แต่มันจะพอทนได้กับเยติตัวสูงเกือบตึกสามชั้นได้ไหมนะ ระหว่างที่กำลังคิดกันอยู่จู่ๆเจ้าเยตินั่นก็เร่งความเร็วขึ้น


“มันเร่งความเร็วแล้วจะทำอะไรยังไงก็รีบๆคิดเข้านะจ๊ะ”(แคลร์)


“แล้วทำไมมันต้องวิ่งไล่เราขนาดนั้นด้วยละเนี้ย!?”(เคียร์)


“มันน่าจะหิวมั้งนะ ตอนนี้คงเจออะไรก็จับกินหมดแน่ๆเลยละ”(มิลลี่)


“แล้วทำไมพี่มิลลี่ทำตัวชิลจังเลยละ!! ช่างเรื่องนั้นก่อนละกัน ตอนนี้ถ้าไม่ทำอะไรซักอย่างได้เป็นเนื้อบดอยู่ในท้องมันแน่ บาค! แกช่วยล่อมันไปตรงกลางนั้นได้ไหม!!?”(เคียร์)


“จะให้ทำยังไงละ! บอกมาเลยอาจารย์!!”(บาค์คั่น)


“หลอมจิต แล้วสปีดบูสเข้าไปเตะตูดมันเลย!!”(เคียร์)


“ข้าจะลองดูละกัน<หลอมจิต> <Speed Boost>!!”(บาค์คั่น)


           ความเร็วของบ้านี่เร็วขึ้นมากเลยแหะ หลังจากออกมาจากหมู่บ้านเนี้ย ไม่ทันไรหลังออกตัววิ่งไประยะห่างของเจ้าเยติกับเจ้าบาคก็สั้นลงอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งไปถึงกำแพงลมที่ยู่รอบๆตัวของมัน

           ปกติแล้วมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไปยืนอยู่ตรงนั้น เพราะแค่เฉียดเข้าไปใกล้ๆตัวเจ้าเยตินั้นเราก็จะถูกพัดให้ปลิวออกไปไกลจากตัวมันเลยละ แต่ด้วยความสามารถเฉพาะของเผ่าครึ่งสัตว์ หลอมจิต หรือชื่อเรียกแบบเป็นทางการคือ <กายจิตหล่อหลอม> ที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของร่างกายนอกจากนั้นยังช่วยเสริมความสามารถเฉพาะของแต่ละเผ่าด้วย แน่นอนว่าเผ่าของเรามีความสามารถในการฟังที่ดีเยี่ยมและก็ความสามารถในการฝ่าลมที่แรงแบบพายุหิมะได้ เพราะฉนันพอหลอมจิตแล้วสำหรับพวกเราพายุแค่นี้ก็เป็นได้แค่ลมแรงเท่านั้นเอง


“ในที่สุดข้าก็ถึงตัวแกซักที รับไปซะ <impact>”(บาค์คั่น)


           คลื่นลมกระแทกเข้ากับหน้าสตอร์มคองเข้าอย่างจัง มันล้มลงไปที่พื้นเพราะแรงกระแทกและความตกใจจากการโจมตีกระทันหัน แม้เวทย์จะไม่สร้างความเสียหายอะไรมากมายนักแต่เวทย์นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้สตอร์มคองหันมาสนใจผู้ที่ใช้เวทย์ได้ และตอนนี้มันก็ลุกขึ้นมาพร้อมกับความโกรธที่กำลังประทุออกมา


“อาจารย์ข้าล่อมันได้แค่ 5 นาที! ถ้านานกว่านี้ข้าจะใช่หลอมจิตไม่ไหว จะทำอะไรรีบทำเลย!!”(บาค์คั่น)


“อ่า เข้าใจแล้ว!! เอาละมาหาที่เหมาๆกัน พื้นน้ำแข็งตรงกลางนั้นน่าจะใช้ได้ พี่มิลลี่ช่วยทำให้พื้นน้ำแข็งตรงนั้นบางลงได้ไหม”(เคียร์)


“พี่จะลองดูนะ”(มิลลี่)


           โดยปกติแล้วเผ่าของเราจะไม่สามารถใช่เวทย์ไฟได้ แต่ไม่ใช่กับอุปกรณ์เวทย์ ลูกธนูของพี่มิลลี่ก็เช่นกัน ที่หัวของลูกธนูนั้นถูกสลักด้วยเวทย์ Explosive เวทย์ไฟที่จะกระจายไฟออกไปรอบๆบริเวณ ถ้าให้เทียบน่าคล้ายๆระเบิดขวดรึ โมโลตอฟค๊อกเทล มากกว่า แต่มันก็ขึ้นอยู่กับพลังเวทย์ที่ใส่ไปละนะหากใส่พลังเวทย์เข้าไปมากๆก็น่าจะเทียบได้กับเอาปืนยิงถังแก๊สนั้นแหละ ถ้าพลังเวทย์แบบคุณแม่ละก็ ระเบิดนาปาล์มละมั้งแต่ถ้าอัดพลังเวทย์เข้าไปขนาดนั้นต่อให้ของที่เอามาทำอุปกรณ์เวทย์จะระดับสูงแค่ไหน ก็น่าจะกลายเป็นของใช้แล้วทิ้งเลยทันทีแน่นอน พนันด้วยเงินทั้งหมดในตัวเลยละ

           หลังจากที่พี่มิลลี่มองจุดที่จะยิงไม่นานนัก ก็หยิบลูกธนูขึ้นสายพร้อมยิงทันทีที่สายตึงพี่มิลลี่ก็ยิงธนูออกไปราวกับเคยยิง ณ ที่แห่งนี้จนชินชา ไม่ต้องสนแรงลมรึกระทั่งแรงโน้มถ่วง การฝึกโหดที่ผ่านมาน่าจะเห็นผลชัดเจนที่สุดแล้วละ แสงสลัวๆที่อยู่ตรงหัวธนูเหล็กนั้นเป็นสิ่งยืนยันที่ชัดเจนว่านับตั้งแต่วินาทีที่ลูกธนูถูกหยิบออกมานั้นมันก็ได้ถูกเสริมพลังเวทย์เข้าไปแล้ว** และไม่มีคำพูดออกมาแม้แต่น้อยจากพี่มิลลี่ มันคือการไร้ร่ายที่สมบูรณ์แบบเลยละ ลูกธนูลอยออกไปตกตามที่เล็งเอาไว้แล้วก็เกิดระเบิดไฟขึ้นมา พื้นน้ำแข็งบริเวณนั้นถูกทำให้ละลายไปครึ่งหนึ่ง แต่นั้นก็น่าจะบางพอที่จะทำให้มันหักถ้าเกิดเจ้าลิงบ้านั้นเยียบลงไป


“เอาละที่นี้ทุกอย่างก็พร้อมแล้ว บาค! ล่อมันมาทางนี้ได้เลย!!”(เคียร์)


“รับทราบ!!”(บาค์คั้น)


           เจ้าลิงยักนั่นไล่ตามมาติดๆ ราวกับถูกบาคจูงจมูกอยู่ แสดงให้เห็นว่ามันมีความคล่องตัวในระดับที่สูงมาก ด้วยความเร็วของบาคที่เสริมความเร็วพร้อมกับหลอมจิตนั้น เกือบจะเร็วพอๆกับรถแข่งเลยทีเดียว และการที่เจ้าลิงนั้นไล่ตามบาคที่เร็วขนาดนี้ทันก็ว่าน่าทึ่งแล้วแต่ที่น่าทึ่งกว่าก็คือ มันสามารถไปซ้ายไปขวาได้อย่างอิสระและไม่แหกโค้งจากการเปลี่ยนทิศทางอยากกระทันหัน ก็ถือว่าเหมาะสมกับผู้ล่าในป่าสนแห้งนี้แล้วละ ด้วยป่าที่ต้นไม้เรียงกันอย่างสลับซับซ้อนนั้นการจะไล่ตามเหยื่อนั้นคงเป็นไปได้ยากถ้าหากขาดคงามคล่องแคล่ว

           ถ้าให้เดาอารมย์ของเจ้าลิงยักษ์ตอนนี้ละก็ มันก็คงจะ โมโหหิวอยู่แน่ๆเลยละ เพราะมีนไล่ตามพวกเราอย่างบ้าคลั่งเลยละ ไม่ใช่พวกเราสิ เจ้าบาคคนเดียว แต่ราวกับมันรู้ตัวว่ากำลังถูกล่ออยู่ มันเลยหยุดวิ่งก่อนที่จะถึงจุดที่พวกเรายืนอยู่ไม่ไกลเท่าไหร


“ชิ! เจ้าลิงบ้านี้!! ทำไมมาฉลาดอะไรเวลาแบบนี้ห๊ะ!!? ดูเส้!! แผนของชั้นมันพังหมดแล้ว!!!”(เคียร์)


“งั้นหมายความว่าเราต้องปะทะกับมันอย่างเลี่ยงไม่ได้แล้วสิ ไม่เป็นไรนะเคียร์จัง พี่หนะ ไม่ยอมให้หน้าไหรรึว่าตัวอะไรมาแตะต้องเคียร์จังได้หรอกจ้า ฮิฮิ”(มิลลี่)


           อ่าพี่มิลลี่ทำหน้าน่ากลัวเกินไปแล้วอ่า รู้สึกว่าถ้าเป็นพี่มิลลี่ตอนนี้ต่อให้มีไ0ทั0*** 50 เมตรมาขวางทางมันคงจะโดนพี่มิลลี่ตบปลิวแน่ๆ แต่นั้นก็เป็นแค่ความคิดละนะ


“เป้าหมายของเราคือหยุดการเคลื่อนไหวของมันให้นานที่สุด เราตอนนี้ยังสู้มันไม่ไหวแน่ๆ ต่อให้พึ่งหลอมจิตก็เถอะ ทางเดียวที่จะหยุดมันได้ก็คือ ลากมันมาลงหลุมนี่แล้วแช่แข็งมันซะ ก็คิดเผื่อในกรณีที่ถ้าเกิดว่ามันไม่วิ่งลงหลุมไว้แล้วแหละนะ แต่ไม่คิดว่าจะได้ใช้จริงๆ ดูถูกมันไปหน่อยแล้วสิเนี้ยเหอะๆ”(เคียร์)


“ถือซะว่าฝึกเวทย์ใหม่กับลองใช้อาวุธใหม่ของลูกไปในตัวเลยสิจ๊ะ”(แคลร์)


           แม่เรานี่ชิลได้ทุกเวลาจริงๆเลยนะ ถ้าเกิดปัญหาอะไรจริงๆแม่ก็คงเข้ามาช่วยนั้นแหละนะ


“ถ้าเจ้าบาคพอมีแรงเหลือเราอาจจะมีลุ้นได้ฆ่ามันก็ได้นะ แต่ดูจากเวลาที่ใช่หลอมจิตไปคงจะไม่น่าไหวแล้วละ มั้งนะ”(เคียร์)


“พี่ก็ว่าไม่น่าไหวเหมือนกันนะ ทั้งบูสต์สปีด กะหลอมจิตไปพร้อมกัน พอบูสหมดน่าจะหมอบไม่ก็หนักสุดอาจจะวิ่งไม่ได้ไปพักหนึ่งเลยละ เพราะร่างกายรับภาระหนักนี่เนอะ”(มิลลี่)


“แล้วพี่มิลลี่จะทำยังไงเหรอ ธนูไม่น่าผ่านเกราะลมของเจ้าลิงบ้านั้นเข้าไปได้นี่”(เคียร์)


“มันก็ควรจะเป็นแบบนั้นละนะถ้ายิงจากข้างนอก แต่ว่านะ ถ้าเราเข้าถึงตัวมันละก็ เกราะลมนั้นก็ช่วยอะไรมันไม่ได้หรอกจ้า”(มิลลี่)


           ยิงแบบเผาขนสินะ เหอะๆ ยังเป็นคนที่น่ากลัวไม่เปลี่ยนเลย ไม่สิเปลี่ยนไปแบบสุดๆ สาวน้อยขี้อายขี้กลัวคนนั้นไปไหนแล้วเนี้ย แต่ก็ดูเป็นคุณพี่ที่พึ่งพาได้สุดๆเลยละนะ เอาเป็นว่าเลิกคิดเรื่องไร้สาระก่อนละกัน

           เราทั้งสองได้เริ่มบูสต์สปีดกับหลอมจิตเพื่อเตรียมตังเข้าปะทะกับเจ้าสตอร์มคอง ชั้นเองก็เปิดกระเป๋ามิติรอหยิบของจากข้างในนั้นออกมา  อาวุธใหม่ที่ว่านั้นแหละ พอพี่มิลลี่พยักหน้าเพื่อส่งสัญญาณว่าพร้อมแล้ว เราก็ออกตัววิ่งไปพร้อมกับสวนทางเจ้าบาคที่กำลังวิ่งมาทางนี้ คงต้องหยุดแล้วพูดให้กำลังใจที่เหนื่อยยากละนะ


“ทำได้ดีมาก ที่เหลือเดี๋ยวเราจัดการเอง”(เคียร์)


           หลังจากผ่านเจ้าบาคไป ชั้นก็เร่งความเร็วขึ้นเพื่อตามพี่มิลลี่ที่วิ่งล่วงหน้าไปก่อนหน้านี้ และชั้นก็มีเหตุผลที่ต้องไปถึงก่อน นั้นก็เพื่อเบนความสนใจและเปิดทางให้พี่มิลลี่ยังไงละ

           พอผ่านด่านเกราะลมจองเจ้าสตอร์มคองมาได้นั้นตอนนี้ชั้นก็อยู่ตรงหน้าเจ้าลิงบ้านี้แล้วด้วยแรงกระโดดที่เพิ่มขึ้นจากการหลอมจิตนั้น การกระโดดขึ้นมาจนถึงระดับที่จ้องตากันกับเจ้าลิงนี่เลยไม่ใช่เรื่องยากอะไร ชั้นหยิบของอย่าหนึ่งออกมาจากกระเป๋าพร้อมเริ่มใช้คิเนซิส และเสริมแรงแขนด้วยพลังเวทย์


“เอาละเจ้าลิงโง่ ช่วยกระเด็นไปให้พ้นหูพ้นตาหน่อยสิ พวกชั้นจะได้เลิกเสียเวลา กับแกซักที!!”(เคียร์)


           โอ้ยๆ เหมือนเอาแท่งเหล็กขนาดใหญ่ฟาดเข้ากับเข้ากับกำแพงเลยแหะ สิ่งที่ชั้นหยิบออกมาคือดาบยักษ์ยังไงละ ไม่ใข่แค่ดาบขนาดใหญ่แต่มันใหญ่มากกว่านั้น ถ้ามีคนถามว่าชั้นแบกไหวด้วยเหรอ ตอบตรงเลยว่าไม่ถ้าไม่ใช้ทริกโยนเข้ากระเป๋ามิติกะใช้คิเนซิสเป็ตัวช่วย แล้วก็การเสริมแรงแขนเล็กๆนี่ก็ช่วยได้อีกนิดหน่อย กระเป๋ามิติอันนี้ก็ถูกออกแบบมาให้สามารถใช้เก็บอะไรก็ได้ 1 เมตรรอบตัวหลังจากที่เปิดกระเป๋า เพื่อให้เอื่อต่อการใช้ดาบบ้านี้ เรียกได้ว่าท่าไม้ตายเลยก็ได้

           ดาบนี้เกิดขึ้นมาจากความเพ้อฝันของฉันเองนั้นแหละเพราะอยากจะมีดาบยักษ์เท่ๆไว้ซักเล่ม ลุงโคที่บังเอิญมาได้ยินก็เกิดคึกแล้วก็ตีดาบให้ ตัวดาบทำจากโลหะอัลไคล์ที่เป็นโลหะผสมแบบพิเศษที่เผ่าโอนิคิดค้นขึ้น แน่นอนว่ามันแข็งแรงมากพอที่จะเอาไปงัดกับตัวโหดๆอย่างแมมมอสเหมันต์ได้สบายๆ แต่ว่านะ กับเจ้าลิงบ้านี้กลับทำได้แค่รอยช้ำเนี้ยนะ ที่บอกตอนแรกว่าพอมีโอกาสฆ่ามันได้นี่ขอถอนคำพูด ตามที่คุณแม่บอกมา เราควรหนี

           จากการโจมตีของชั้นเมื่อกี้มันทำให้เจ้าลิงบ้านนี้โกรธขึ้นหนักกว่าเดิม มันพยายามเหวี่ยงมือเพื่อจับชั้นให้ได้ในขนาดที่ชั้นอยู่กลางอากาศ แต่ชั้นใช้อิมแพคดีดตัวเองออกมาก่อนที่จะโดนจับได้แบบเฉียดฉิวเลยละ


“แย่แล้วพี่มิลลี่! ดาบที่ลุงโคตีให้ทำอะไรมันไม่ได้เลย!!”(เคียร์)


           ระหว่างที่ชั้นดึงความสนใจไว้อยู่ พี่มิลลี่ก็ใช้โอกาสตอนนี้ฝ่าเข้ามาและใช้ธนูยิงเข้าไปที่ขาของเจ้าลิงบ้านี้แต่ มันก็ไม่ได้ผลเช่นเคยซ้ำร้ายมันยังตอบสนองต่อธนูของพี่มิลลี้ด้วยการยกข้าขึ้นและกำลังจะเหยียบลงไป พี่มิลลี่ต้องรีบผลักตัวเองออกมาก่อนที่จะโดนขาของมันเหยียบเข้า


“เคียร์จัง พี่ขอโทษที่ทำให้เสียปล่าวนะ!! ธนูพี่ไม่ระคายผิวมันเลยละ!! เพราะงั้นพี่จะล่อมันไว้เอง เคียร์จังจะระหว่างนี้ก็คิดแผนไว้ด้วยละ!!”(มิลลี่)


           แต่ว่ามันก็ไม่ได้เป็นแบบที่เราคิดกัน แทนที่เจ้าลิงจะไล่ตามคนที่โจมตีมันเป็นคนสุดท้ายแต่มันกลับมาเล็งคนที่มันคิดว่าเป็นภัยคุกคามมากกว่าหรือก็คือ ชั้นเองไงละ ห๊ะ!!?


“เอ๋!!!!!? ทำไมไล่ตามฉันมาละ!!?”(เคียร์)


           ก็รู้คำตอบอยู่แล้วละนะ แต่บางทีชั้นก็พ่นคำที่ฟังดูโง่ๆออกมาบ้างนั้นแหละ เป็นแบบนี้ตั้งแต่ไหนแต่ไรละ แล้วนี้ใช่เวลามาคิดอะไรชิลๆด้วเหรอ ไม่ใช่เวลาเลย

           ชั้นน่าจะใช่โอกาสตอนมันโกรษจัดนี่แหละ วิ่งล่อให้มันตกหลุมไปเองแบบเดิมนั้นแหละ ไม่รอช้าชั้นก็บูสต์สปีดเพิ่มแล้วใสเกียร์หมาวิ่งหน้าตั้งไปที่หลุมที่เตรียมไง้ตอนแรก แต่ว่ามันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหนะสิ


“เคียร์จัง!!! หยุดวิ่งก่อน!!!!”(มิลลี่)


“เอ๊ะ?”(เคียร์)


           หลังจบคำพูดของพี่มิลลี่พื้นก็สั่นอย่างรุนแรงและเจ้าลิงยักษ์บ้านั้น ตอนนี้ก็มาโผลมาอยู่ข้องหน้าชั้นแล้ว ไม่สิมันไม่ได้อยู่ก็โผล่มาซะหน่อย มันคงจะกระโดดมาดักทางชั้นละมั้ง เหอะๆ ฉลาดผิดเวลาจริงๆ


“ใช้เวลามาชมแม่งไหมเนี้ย!!!”(เคียร์)


           หลังจากตะโกนออกไปมันก็ไม่รอช้า มันก็ใช้หมดของมันจู่โจมเข้ามาหาชั้นคราวนี้มันไม่ได้มองชั้นเป็นอาหารแล้วมั้ง มันคงจะมองชั้นเป็นไอ่ตัวน่ารำคาญที่ต้องกำจัดทิ้งเพื่อระบายความหงุดหงิดของมัน อ่อจริงด้วยสิ ตอนที่ฟาดหน้ามันปลายดาบคงไปโดนตามันพอดี อาจจะเป็นสาเหตุที่มันโกรธก็ได้นะ แล้วใช่เวลามาคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไหมเนี้ย หลบสิเฮ้ย!!


“ชิ!! อีกนิดเดียวแท้ๆก็จะไปถึงบ่อพอดีแล้วนะ บ่อที่ทำไง้ก็อยู่ตรงหน้าแล้งแท้ๆเลย เจ้าลิงบ้า เฮ็งซวย!!”(เคียร์)


           เดี๋ยวนะ ข้างหน้านี้เหรอ ตอนนี้มันก็ยืนอยู่หน้าบ่อพอดีๆ ถ้าหาอะไรมาผลักให้มันตกลงไปได้ละก็ ดีละ


“เหอะๆ แกเนี้ยบางทีก็โง่ถูกเวลาดีเหมือนกันนะ”(เคียร์)


           ชั้นวิ่งไปหามันโดยบูสต์เพิ่มเข้าไปอีกขั้น โดยรอบนี้เสริม พาวเวอร์บูสต์ เข้าไปที่แขนและขาเพิ่ม จบการต่อสู้คงต้องปวดกล้ามเนื้อมากแน่ๆ แต่เพื่อมีชีวิตรอดก็คงต้องทำสินะ ระหว่างนั้นลิงบ้านี่ก็ทั้งตบตั้งต่อยลงมา เพราะการเสริมเวทย์ทั้งสามอย่างเลยหลบได้โดยไม่ต้องใช้อิมแพคมาช่วย

           แล้วพอถึงตัวมันชั้นก็กระโดดขึ้นไปเพื่อหลอกว่าชั้นจะทำแบบเดิม แล้วแน่อนมันมันพยายามใช้มือบังหน้ามันและพยายามใช้อีกมือคว้าตัวชั้น


“เมื่อกี้คงจะเจ็บอยู่สินะเอามือบังซะขนาดนั้นแต่เสียใจด้วยนะคะ บังผิดที่ละค่ะ!! <impact>”(เคียร์)


           ชั้นใช้อิมแพคในการดีดตัวลงไปเล็กน้อยจากนั้นก็ใช้ท่าเดิมเมื่องกี้เสยเข้าที่คางของมันเต็มแรง และก็ได้เวลาของเวทย์ใหม่ที่พึ่งใช้เป็นในช่วงไม่นานมานี้


“ <impact bomb> กักเก็บ-”(เคียร์)


           โดยทั่วไปอิมแพคคือการใช้ลมกระแทกเข้าที่สิ่งได้สิ่งหนึ่ง แต่เมื่อเติมบอมบ์ เข้าไปลมจะมารวมตัวและบีบอัดกันอยู่ที่จุดๆเดียว เป็นก้อนกลมๆและปลดปล่อยคลื่นกระแทกใส่เป้าหมายในจุดๆเดียวซึ่งแรงผลักกับความแรงของมันมากกว่าอิมแพคธรรมดาๆ แต่ชั้นยังไม่ปล่อยมันออกไผหรอกนะ ยังขาดขั้นตอนสุดทายอยู่


“-<Amplify>”(เคียร์)


           Amplify(แอม-พลิไฟ)แปลตรงตัวเลยก็คือการขยาย ขยายอะไรละ สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อใช้คำนี้กับเวทย์ที่ใช้ไปแล้วและยังไม่ได้ปลดปล่อยมันออกมา เวทย์ก่อนหน้าที่จะขยายทั้งขนาด และความแรงของมัน แต่ข้อเสียคือพลังเวทย์นั้นจะถูกใช้ออกไปมากกว่าที่จะควรเป็น ราวกับเอา 2 ไปยกกำลังเรื่อยๆนั้นแหละ ถ้าเราขยายสองเท่า มันก็เหมือนกับ 2 คูณกับ 2 แต่ถ้าหากเราใช้ไปสิบเท่า มันก็จะใช้เวทย์เหมือนกับเอา 2 ไปคูณกันสิบรอบนั้นแหละ ในเลยเป็นเวทย์ที่แทบไม่มีใครใช้กันเพราะความกินเวทย์จนเกินจำเป็นนี่แหละ

           บอลลมที่ควบแน่นเดิมทีมีขนาดเท่าลูกเบสบอล ตอนนี้มันขยายมากกว่าเดิมถึงสิบเท่าโดยไม่รอช้า


“ปลดปล่อยเวทย์!!”(เคียร์)


           ทันทีที่ปลดปล่อยนั้นก็เกิดคลื่นลมรุนแรงกระจายออกมารอบๆจนทำให้ชั้นปลิวไปด้วยนี่สิ แต่แน่นอนเจ้าลิงนั้นก็กระเด็นไปเหมือนกัน และตามที่คาดการไว้มันได้ถูกแรงลมพัดถอยไปตกลงไปในบ่อที่เตรียมไว้สำเร็จ แผ่นน้ำแข็งที่พี่มิลลี่ละลายเป็นหลุมทิ้งไว้นั้นบางกว่าปกติได้เกิดเสียงแตกร้าวขึ้นและในขนาดที่เจ้าลิงที่เริ่มตกใจและพยายามที่จะวิ่งออกมาจากบริเวณนั้น แผ่นน้ำแข็ก็รับน้ำหนักไม่ไหวและเข้าลิงยักษ์ก็ตกลงไปในน้ำที่หนาวเหน็บ ถึงแม้จะบอกว่าจมลงไปแต่น้ำในแม่น้ำแห่งนี้ก็ลึกไม่พอที่จะทำให้เจ้าลิงบ้านี้จมลงไปทังตัวได้ มันพยายามเอาแขนอันมหึมาของมันตะเกียกตะกายขึ้นมาจากน้ำให้ได้ ไม่นานมันคงขึ้นมาบนฝั่งได้แน่ๆ


“บ้าเอ้ย!! ถ้าไม่รีบละก็ไม่ทันแน่ <Speed b-- อุ!”(เคียร)


            ขนาดที่กำลังจะใช้สปิดบูสต์จู่ๆก็รู้สึกว่าแรงในร่างกายมันหายไป แขนและขามีอาการเจ็งแปลบๆ ราวกับถูกไฟฟ้าแล่นผ่าน ไม่ใช่แรงหายหรอกแต่ว่าร่างกายของชั้นมาถึงขีดจำกัดแล้ว

            จริงอยู่ที่ว่าชั้นนั้นมีพลังเวทย์มหาศาล แต่ร่างกายมันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง การใช้เวทย์เสริมต่างๆจำเป็นจะต้องมีร่างกายที่แข็งแรงพอด้วยถึงจะสามารถใช้ได้ และเช่นกันมันมีผลกระทบหลังการใช้ เช่นบูสต์ขากล้ามเนื้อขาก็จะถูกใช้งานหนักขึ้น สปีดบูสต์เป็นแค่การใช้แรงลมผลักให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น ทุกอย่างที่เป็นการเพิ่มพลังให้กับร่างกายก็ย่อมมีผลกระทบมาเสมอ ชั้นนี่มันบ้าจริงๆ ลืมเรื่องแค่นี้ได้ไงกัน แถมในจังหวะสำคัญยังพลาดอีก พึ่งออกมาจากหมู่บ้านไม่นานเอง การเดินทางมันคงจะจบแค่นี้แล้วละ


“นี่อย่าทำหน้าอย่างงั้นสิลูกแม่ อย่าลืมสิว่าแม่ก็ยังอยู่นี่นะ”(แคลร์)


“เห๊ะ?”(เคียร์)


           คุณแม่ที่เมื่อกี้ไปอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้จู่ๆก็โผล่พรวดออกมาตรงบ่อที่เจ้าลิงกำลังจบอยู่ จากนั้นคุณแม่ก็ดีดนิ้ว. . . ห๊ะ ดีดนิ้วในเวลาแบบนี้เนี้ยนะ


“เอ๋ ไม่ใช่แบบนี้เหรอ จะว่าไปไม่ได้ใช้นานจนลืมไปเกือบๆหมดแล้วนะเนี้ย แต่รอบนี้นึกออกแล้วละ ไม่พลาดซ้ำเดิมแน่ ฮื่มๆ”(แคลร์)


            ดีดนิ้วอันเมื่อกี้นี่เป็นอย่างอื่นเหรอ แล้วอะไรละที่ว่าไม่ได้ใช้นานแล้วเนี้ย แล้วไอ่ที่บอกลืมไปเกือบหมดแล้วนี่มีเยอะขนาดละนั้น ช่างเรื่องนั้นก่อนละกัน ตอนนี้

             หลังจากนั้นไม่นานมากคุณแม่ก็ปรบมือไปทั้งหมดสองที ทุกคนที่กำลังสนใจคุณแม่ว่าจะทำอะไรต่อ แต่หลังจากปรบมือก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทุกอย่างยังคงเงียบสงบแม้กระทั่งเจ้าลิงยักษ์นั้นด้วยเหรอ แต่มันดูตัวขาวขึ้นรึปล่าวหนอ รึชั้นจะตาฝาดเอง แต่ว่ามันไม่ใช่ตาฝาดรึอะไร เจ้าลิงบ้านั้นขาวขึ้นจริงๆ ไม่สิมันกำลังถูกแช่แข็งต่างหาก ที่แม่ปรบมือเมื่กี้ในคือการใช้เงทย์ในแบบฉบับของคุณแม่งั้นเหรอ ไม่เข้าใจเลยแหะ


“เอาละจ้าๆ วันนี้พวกหนูๆทำได้ดีมากเลยนะ ถึงอะไรหลายๆอย่างจะดูทุลักทุเล แต่โดยรวมแล้วก็เดินคาดเลยละ ถ้าผ่านสตอร์มคองไปได้แล้วก็คงหาตัวอะไรที่มาหยุดพวกเธอยากแล้วละจ๊ะ”(แคลร์)


           สรุปก็คือลิงบ้านี้คือตัวโหดระดับบอสดันใกล้จบเกมสินะ เหอะๆ ถ้าบอสตัวนี้เป็นบอสกลางเกมละก็ โลกนี้คงอยู่ยากแล้วสิ ภานาอย่าให้เป็นอย่างนั้นเลยนะ


“เอาละเรารีบไปกันเถอะ เวทย์นี้หยุดสตอร์มคองได้แค่วันเดียวเท่านั้น บอกตรงๆเลยนะจะจัดการเจ้าตัวนี้เนี้ย ถ้าไม่มีพ่อมาด้วยคงยากละนะ”(แคลร์)


           พอแม่บอกมาแบบนั้นพี่มิลลี่ก็รีบเดินตรงมารวมตัวกัน ส่วนเจ้าบาคก็เดินขากะเผลกออกมาจากพุ่มไม้แถวๆป่าสนและในที่สุดทุกคนก็รวมตัวกันเรียบรอยพร้อมเดินทาง ดูเหมือนว่าชั้นจะต้องลุกออกไปบ้างแล้วละนะ


“เอ๊ะ ? ทำไม ขยับตัวไม่ได้เลยละ แขนขาก็ไม่ค่อยรู้สึกอะไรด้วย เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายกันเนี้ย”(เคียร์)


“ดูที่ว่าลูกจะใช้ร่างกายหนักเกินไปแล้วสิ ไม่เป็นไรๆเดี๋ยวแม่อุ้มลูกเองละนะจ๊ะ”(แคลร์)


           ดูเหมือนว่าการเดินทางครั้งนี้จะไม่ราบรื่นเท่าไหรเลยนะ ว่างั้นไหม ว่าแต่อย่าอุ้มท่าเจ้าหญิงนะมันน่าอายเกินไป


E- ND


ACT:3

New traveler on the forgotten road

Part:1

Early Endgame Boss fight???


--------------------------------------

[ช่วงอธิบายเพิ่มน้อ]◇


*เกมตระกูลโซลที่ว่าไม่ใช่กรุงโซลของเกาหลีเขานะแต่เป็น Souls ที่เป็นเกมโค ตะ ระ ยากสุดทีนนั้นแหละ เผื่อมีคนไม่รู้ (เล่นครั้งแรกมาก็ภาค 3 เดินไปเจออูเด็กซ์ ตายเป็นสิบโดนมันเสียบเป็นลูกชิ้นปิ้งเลย ถถถถถ)


**เวทย์ที่ถูกเสริมลงไปบนหัวธนูมี ลดแรงต้าน กับ เพิ่มการหมุน น้อ


***ล้อAttackOnTitanนั้นแหละ ถถถถ

--------------------------------------

[บ่นเล็กมาก]♡

เอาละหลังจากห่างหายไปเกือบเดือนในที่สุดก็ได้อัพตอนใหม่ซ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาากทีน้อ โอ้!!!

ส่วนหนึ่งต้องบอกว่าอู้ด้วยแหละ เพราะความติดเกมเลยเสียการเสียงานเล่นเกมแต่พอดีน้อ ด้วยความหวังดี♡ (SAO Fatal bullet นี่โคตรดูดวิญญาณเลย ฮุๆ) ถ้าสังเกตุดีๆจะเห็นว่าหนูเคียร์ของเราแทนตัวว่า ชั้น ใบ่ไหมละ ใช่แล้ว น้องกำลังจะโตเป็นสาวละ เย้ๆ !!! แต่ยังคงคอนเซ็ปเดิมอยู่ สาวห้าวยังไงละ สาวห้าว แล้วก็จะเห็นว่าน้องเคียร์เริ่มแสดงอารมย์มากมากขึ้น เพื่อให้นิสัยของตังละครต่างๆชัดเจนยิ่งขึ้น แน่นอนว่าตอนต่อๆไปน้องจะบ่นหนักขึ้นๆ แล้วใกล่ถึงช่วงเวลาที่รอคอย!!(เหมือนว่าเราจะรอคนเดียวรึปล่าวหนอ) ภาคโรงเรียนยังไงละ ชีวิตในโรงเรียนละยู้ฮ้ววววว!! ชีวิตในโรงเรียนที่สนุกมันก็ต้องแฟนตาซีละนะ ฮื่มๆ ชักจะบ่นเยอะเกินไปละสิ ยังไงก็คนที่ยังตามอยู่ก็ขอบคุณน้อที่ยังคงทนความอู้ของเราได้หนะ แล้วก็คนที่เลิกตามอาจจะเพราะ “ไอ้บ้านี่ ดองนานไปแล้วเฟ้ยไใตามมันแล้ว” ไม่ก็ “ทำไมไม่อัพต่อละ พอกันทีเลิกตามมันดีกว่า” นี่ต้องของอภัยเป็นอย่างสูง เราอู้เองทำตัวเองละนะ ก็ยังไงถึงไม่ได้ติดตามแล้วแต่ก็ขอให้ถ้ามีโอกาศก็เฉียดๆมาอ่านตอนใหม่หน่อนน้อ ยังไงก็เถอจบการบ่นไว้แค่นี้ เจอกันตอนหน้า ขอให้สนุกน้อ!!♡


ก่อนจากอีกครั้ง ของฝากไว้อย่างหนึ่ง

#คุณแม่ของฉันหนะไม่ลึกลับขนาดนั้นหรอก


-เคียร์จังเคยพูดเอาไว้


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #45 Nep Nep (@ad123c) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 11:57
    เดือนหนึ่งแล้ว อยากอ่านจังเลย
    #45
    0
  2. #44 wakure (@wakure) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 19:58

    หนูเคียร์ใกล้เป็นสาวเต็มตัวแล้วสินะแต่แม่หนูเคียร์ลึกลับยิ่งกว่า

    #44
    0
  3. #43 _ml_lm_ (@_ml_lm_) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 09:16
    แม่ของเคียร์ดูลึกลับยังไงไม่รู้
    #43
    0