Before the everything fall like a snow

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,265 Views

  • 56 Comments

  • 108 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    191

    Overall
    2,265

ตอนที่ 20 : ACT 2 The crack road to a new way Part:3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 100
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    15 มี.ค. 62

           “ทุกอย่างปกติดีครับ ความเสถียรของบอลน้ำอยู่ในระดับคงที่”(แฟรงค์)


“อืม ไม่มีอะไรติดขัดสินะ การไหลของแฟร์ก็อยู่ในระดับคงที่ ลองเพิ่มปริมาณน้ำดูสิ ค่อยๆเพิ่มทีละนิดๆหน่อยๆก็พอ”(ลุงนิค)


           วันนี่ผมตื่นเช้าเป็นพิเศษเพราะเมื่อวานผมก็เข้านอนไวกว่าปกติเพราะไม่มีอะไรทำละนะ พอตื่นมาไม่มีอะไรทำผมก็ลองมาฝึกดู ระหว่างที่กำลังเดินหาที่เหมาๆก็เจอกับลุงนิคพอดี และตอนนี้ผมก็มาอยู่ในห้องที่มีกำแพงสีขาวสว่างทรงลูกบาศก์ที่เรียกว่าห้องฝึกกับลุงนิค


           สวัสดีครับ ผมแฟรงค์เองละ วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่อากาศสดใส ถ้าเวลาของที่โลกนี่ตรงกับโลกเราละก็ ตอนี้ก็น่าจะ 6 โมงเช้าละมั้ง แต่ตอนนี้มาเข้าประเด็นหลักๆกันดีกว่า ที่ผมจะพูดคือทำไมถึงมีห้องที่ดูทันสมัยอยู่ใต้ดินของบ้านหลังนี้กันเนี้ย ไม่สิบ้านหลังนี้มีห้องใต้ดินด้วยเหรอ แถมที่มองผ่านๆมีห้องอื่นนอกจากห้องฝึกด้วยแหะ จะเรียกว่าห้องฝึกมันก็ดูเป็นหนังวิทยายุทธไป เอาเป็นว่าผมจะเรียกว่าห้องทดสอบละกัน เอาเป็นว่าเรื่องห้องอื่นๆผมจะลองถามลุงทีหลังละกัน แล้วผมก็เริ่มฝึกควบคุมแฟร์ให้คุ้นชิน


           จนเริ่มผ่านไปซักพักใหญ่ๆ ผมก็เริ่มชินกับการเสกน้ำออกมาแล้ว ตอนแรกผมลองทำตามวิธีของยัยมินต์ดู แต่ผลก็ออกมาล้มเหลว ก็ไม่แปลกละนะผมไม่ถนัดเรื่องพวกนี้เท่าไหร ผมเลยกลับมาใช้วิธีเดิมที่ผมถนัดมันน่าจะดีกว่าดันทุรังละนะ


           ผมได้ค่อยๆเพิ่มน้ำเข้าไปในบอลน้ำที่ลอยอยู่เหนือหัวผมตอนนี้ ทั้งการเลี้ยงให้บอลน้ำให้คงรูปร่างวงกลมแล้วก็การพยายามเพิ่มปริมาณน้ำเข้าไปนั้นมันค่อนข้างใช่สมาธิพอสมควรเลยละ แถมผมยังรู้สึกเหมือนกับว่ามันคุมยากขึ้นทุกที เหมือนกับว่าหนักขึ้นเรื่อยๆ


“อ้ะ แย่ละ”(แฟรงค์)


            ความรู้สึกเหมือนกับก้อนหินใหญ่ๆที่กำลังแบกอยู่หลุดมือแล้วโดนทับเลยละ น้ำที่ควบคุมไว้อยู่ก็หล่นลงมาตรงจุดที่ยื่นอยู่ทันที  


“อ่ารู้สึกเธอจะเสกน้ำออกมาเยอะไปนะแฟรงค์ ท่วมมาถึงข้อข้าเลยละ”(ลุงนิค)


“ดีนะครับที่มันเป็นน้ำ ถ้าเป็นอย่างอื่นละก็ ถ้าเกิดมันเป็นไฟนี่ผมว่าเราคงโดนย่างสดอยู่ในห้องแน่ๆ”(แฟรงค์)


“พอจะรู้เหตุผลที่ให้ฝึกเสกน้ำแล้วสินะ เพราะเสกอย่างอื่นมันก็คล้ายๆกันนั้นแหละ วิธีเลยปลอดภายที่สุดแล้วละ”(ลงนิค)


“แล้วปล่อยน้ำท่วมไว้แบบนั้นจะดีเหรอครับลุง”(แฟรงค์)


“อ่ามันมีช่องระบายน้ำเล็กอยู่ตามมุมตามกำแพงห้องหนะ แปปเดียวเดี๋ยวก็แห้งแล้วละเอาละตอนนี้ก็เริ่มสายแล้วละ แถมหนูมินต์ก็น่าจะตื่นแล้วด้วย ลุงจะไปเตรียมมื้อเช้าก่อนละ อาบน้ำเสร็จแล้วก็มารอที่ห้องครัวได้นะ”(ลุงนิค)


“อะอ่าลุงครับก่อนไปผมขอถามอะไรหน่อยสิ ทั้งๆที่อยู่กลางป่าทำไมเรายังใช้ไฟฟ้าได้ตามปกติละครับ”(แฟรงค์)


“อ่อ ลืมบอกไปซะสนิทเลย ที่ยังใช้ไฟได้ตามปกติเนี้ย เพราะเครื่องปั่นไฟนั้นแหละนะ”(ลุงนิค)


“มีของแบบนั้นอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วยเหรอครับ ผมว่าผมน่าจะเลิกแปลกใจตั้งแต่เห็นห้องใต้ดินนี่แล้วนะ”(แฟรงค์)


“ห้องใต้ดินนี่ก็เกิดจากเครื่องแทรกแทรงมิตินะ ขอแค่มีประตูก็ใช้งานได้แล้ว สะดวกดีใช่ไหมละ”(ลุงนิค)


           ยังมีอะไรอีกเยอะแยะสินะที่ผมยังไม่รู้ในบ้านหลังนี้เนี้ย ผมได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไปอาบน้ำแล้วทำใจให้สบายๆดีกว่า


           ไม่นานหลังทานอาหารเช้ากันเสร็จแล้วพวกผมก็เตรียมที่จะไปฝึกกันต่อ รอบนี้ยัยมินต์จะฝึกกับลุงนิค เพราะผมฝึกไปแล้วเมื่อเช้า ผมที่ว่างนั้นเลยจะไปฝึกด้วยตัวเองละนะ ระหว่างที่พวกผมกำลังจะไปห้องทดสอบนั้น


“เหมือนวันนี้เราจะมีแขกละ”(ลุงนิค)


““ห๊ะ??””(แฟรงค์/มินต์)


“เหมือนว่าที่หน้าบ้านจะมีใครอยู่หนะ เดี๋ยวลุงเดินไปดูก่อนละกัน พวกเธอทั้งสองคนอยู่ในบ้านระวังตัวเอาไว้ดีๆละ เราไม่รู้ว่าฝั่งนั้นเค้าจะมาดีหรือมาร้าย”(ลุงนิค)


“ลุงทำยังไงละครับนั้น ถึงรู้ว่ามีคนอยู่”(แฟรงค์)


“ถ้าเกิดพวกเธอเริ่มที่จะชินกับแฟร์แล้วเดี๋ยวก็ทำได้เองนั้นแหละ”(ลุงนิค)


“อย่างงั้นเหรอครับ ?”(แฟรงค์)


“อ่า เอาไว้ก่อนละกันเดี๋ยวจะมาสอนให้ทีหลัง ตอนนี้เรามาจัดการธุระของเราก่อนดีกว่า”(ลุงนิค)


           จากนั้นพวกผมก็เดินตามลุงนิคไปจนถึงหน้าประตูบ้านแต่แน่นอนว่าพวกผมไม่ออกไปหรอก ลุงนิคเปิดประออกอย่างช้าๆ บรรยากกาศรอบข้างดูกดดันขึ้นเลยแหะ ประตูถูกเปิดออกแค่ครึ่งเดียว แลัวลุงนิคก็หยิบปืนพกออกมาจากซองปืนที่อยู่ตรงเอวทางด้านซ้ายขึ้นมาเตรียมไว้ ว่าแต่ลุงหยิบปืนมาตอนไหนเนี้ย ช่างมันก่อนเลิกคิดอะไรไร้สาระก่อน ลุงนิคมองตรวจสอบนอกประตูโดยที่ตัวยังอยู่ที่หลังประตูอยู่ ผ่านไม่ซัพพัก ลุงนิคก็เดินออกไปพร้อมกับตะโกนถาม


“นี่!! คุณเป็นคนของที่นี่เหรอ!!”(ลุงนิค)


           พอลุงนิคเดินออกไปนอกบานผมก็เดินตามไปดู ที่ลานหน้าบ้านผมเห็นว่าเด็กผู้หญิงสูงประมาณ 150 เซนยืนทำหน้างงๆอยู่ ที่แปลกไปจากเด็กทั่วๆไปมีอยู่ 2 อย่าง อย่างแรกคือหูที่แหลมและยาวออกมาอย่างชัดเจนถ้าจะให้พูดก็คล้ายๆเอลฟ์ละมั้ง และอีกอย่างคือเขาที่อยู่ทางด้านขวาข้างเดียว คล้ายๆเขาของแพะ ผมสีออกโทนน้ำตาลที่มีสีบลอนทองแซมหน่อยๆ หน้าตาดูคล้ายเด็กอายุประมาณ 14-15 ปี และถ้ามองดีๆจะเห็นอะไรที่คล้ายๆกับธนูขนาดใหญ่แขวนไว้ที่หลังเธอในแนวขนานกับพื้น ไม่สิ มันใหญ่เกินกว่าคนธรรมดาจะใช้ได้เลยนะ เรียกธนูยักษ์จะถูกกว่า หลังจากลุงนิคตะโกนออกไปเธอก็หันมาทำหน้างงๆเหมือนไม่เข้าใจที่เราพูด แล้วเธอคนนั้นก็ตะโกนกลับมา


“เฮมูย์ วารุว์เอย์เร!!!”(เด็กสาวปริศนา)


           เธอภาษาแปลกๆแปลกๆออกมาละ ฟังดูคล้ายๆภาษาอังกฤษ แต่ก็ไม่ใช่ ก็ต่างโลกนี่น่า ภาษาเลยไม่เหมือนกับภาษาของโลกเรา มันเป็นเรื่องที่แทบจะแน่นอนอยู่แล้ว พออีกฝ่ายตอบกลับมาแล้วดูท่าทีไม่เหมือนศัตรู ลุงนิคก็เก็บปืนเข้าไปที่ซองปืนเหมือนเดิม แต่ถึงจะเป็นมิตรแต่ถ้าไม่สามารถสื่อสารกันได้ก็คงยุ่งยากแน่ๆ แต่ผมมีความคิดหน่อยๆแล้ว ผมเดินไปหาลุงนิคแล้วลองบอกไอเดียที่ผมคิดออกดู


“ลงนิคครับ ลุงพอจะมีวิธีอะไรที่คล้ายๆ พวกเทเลพาทีไหมครับประมาณว่าคุยกันผ่านความคิดหนะครับ”(แฟรงค์)


“อืม น่าจะพอทำได้นะ จะว่าไปที่สถานีวิจัยก็มีการทดลองอะไรทำนองนี้อยู่ เดี๋ยวลุงจะลองดูละกัน”(ลุงนิค)


         จากนั้นลุงนิคก็นิ่งไปซักพัก ส่วนทางเด็กสาวก็เดินเข้ามาใกล้ๆแบบระวังตัว แล้วจากนั้นไม่นาน . .


{นี้ เธอเป็นคนแถวนี้ใช้ไหม}(ลุงนิค)


           หะ เหมือนผมจะได้ยินด้วยแหะ ส่วนทางเด็กสาวอยู่ๆก็หยุดเดิน แล้วเธอก็ทำหน้าสงสัยทีทมันแสดงออกมาชัดเจนยิ่งกว่าตอนแรกซะอีก


{นี่มันเวทย์คุยผ่านจิตเหรอ เอ๋ ว่าแต่พวกคุณเป็นมนุษย์เหรอ แล้วทำไมถึงมาอยู่แถวนี้ได้ละ}(เด็กสาวปริศนา)


{โอ้เหมือนจะใช่เจ้านี้คุยกันได้สินะ พอดีทางเราไม่เข้าใจภาษาของเธอ เลยต้องคุยกันด้วยวิธีนี่ แล้วก็อย่าที่เห็น เราเป็นมนุษย์ พอดีว่าอยู่ๆเราก็ถูกย้ายมาโผล่ที่นี่ บอกเราหน่อยได้ไหมว่าที่นี่คือที่ไหน}(ลุงนิค)


{มู้ว พึ่งเจอกันครั้งแรกแท้ๆ มาถึงก็ถามๆๆๆ อย่างเดียวเลยเหรอ แนะนำตัวกันก่อนสิ ฉันชื่อ คาลามิน่า อย่างที่เห็นฉันเป็นครึ่งเอลฟ์ อาศัยอยู่ที่ป่าแห่งนี้ แล้วคุณละ}(คาลามิน่า)


{ขอโทษที่เสียมารยาทที่ไม่แนะนำตัวก่อนนะครับ ผมนิโคไล อย่างที่เห็นผมเป็นมนุษย์ ส่วนสองคนตรงนี้คนชายชื่อ แฟรงค์ คนหญิงชื่อ มินต์ พวกเราหลงอยู่ในป่านี้ครับ ยังไงก็เถอะ มาคุยกันข้างในบ้านผมจะดีกว่านะ}(ลุงนิค)


{บ้านคุณจริงๆด้วย ทำไมอยู่ๆถึงโผล่มาได้เนี้ย เอาเป็นว่าถ้าคุณเชิญมาฉันก็จะตอบรับละกันนะคะ}(คารามิน่า)


           หลังจากพวกเค้าคุยกันได้ซักพักเด็กสาวที่ชื่อคาลามิน่าก็เดินตรงมาที่หน้าบ้าน แต่ก่อนเธอจะมาถึง อยู่เหนือหัวของเธอนั้นก็มีเสียงเหมือนลูกโป่งแตกพร้อมๆกับควันสีขาวๆ พุ่งออกมาเล็กน้อย แล้วหลังจากนั้นก็มีซองจดหมายหลนลงมาจากกลุ่มก้อนควันสีขาวๆนั้น พอคาลามิน่าเห็นแบบนั้นเธอก็รับจดหมายมาเปิดอ่านเหมือนทุกอย่างเป็นเรื่องปกติ แล้วพอเธออ่านไปซักพักเธอก็หน้าถอดสีแล้วก็เข่าทรุดลงกับพื้น แล้วก็มีน้ำตาซึมๆออกมาหน้าตาเหมือนจะร้องไห้ ลุงนิคเลยเข้าไปถามด้วยความเป็นห่วงเล็กน้อย


{เอ่อคือ มีอะไรงั้นเหรอครับ}(ลุงนิค)


{อาจารย์ อาจารย์หนะ}(คาลามิน่า)


{อาจารย์ ? ทำไมเหรอครับ รึว่าที่พูดถึงจะเป็นอาจารย์ของคุณ}(ลุงนิค)


{อาจารย์ทิ้งฉันไปแล้วอ่า}(คาลามิน่า)


          หลังจากนั้นเธอก็ร้องไหโฮ ออกมา ส่วนเนื้อหาในจดหมายหนะเหรอ ผมอ่านไม่ออกละ ไม่รู้หรอกว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไง แต่ทิ้งเด็กสาวตัวเล็กๆอย่างงี้ได้ลงคอเนี้ยนะ เหอะๆ เชื่อเค้าเลยจริงๆ


-----------

           

          พวกเราต้องใช่เวลาซักพักใหญ่เลยกว่าที่เธอจะหยุดร้อง และเข้ามาข้างในบ้าน ตอนนี้พวกเราก็อยู่ที่ห้องรับแขกแล้ว ธนูยักษ์อันนั้นถูกวางพาดไง้ที่ทางเข้าหน้าบ้าน ยิ่งมาดูใกล้ๆแล้วยิ่งยากที่จะเชื่อว่าเธอแบกมันไหวได้ไง ไม่สิ แขวนไว้ที่หลังอย่างชิลๆเลยต่างหากละ แต่ไม่เห็นซองธนู ลูกธนูก็ด้วย ไม่รู้ว่าเอาเก็บไว้ที่ไหนรึไม่มีผมก็ไม่รู้หรอก เอาเป็นว่าเลิกคิดเรื่องธนูนั้นก่อนละกัน


{ถ้าเธอไม่มีที่ไปละก็มาอยู่กับพวกเราก่อนก็ได้นะ}(ลุงนิค)


{คุณนี่ใจดีจังเลยนะคะ ทั้งๆที่พึ่งเจอกันครั้งแรกแท้ๆ}(คาลามิน่า)


{จะว่าไปชื่อเธอเนี้ยเรียกยากไปนิดหน่อยนะ มีชื่อเรียกเล่นๆรึปล่าวละ}(ลุงนิค)


{อืม ถ้าคาลามิน่าเรียกยากไปละก็ เรียกฉันว่า คาราเมล ก็ได้นะคะ อาจารย์ก็เรียกฉันว่าแบบนี้แหละค่ะ เคยถามความหมายจากอาจาย์อยู่ เหมือนเค้าจะรู้แต่เค้าก็ไม่เคยบอกฉันว่ามันหมายความว่ายังไงกันแน่ฉันเลยเลิกคิดถึงมันไปแล้วละค่ะ}(คาลาเมล)


{คิดว่าน่าจะมาจากสีผมของเธอละนะ ช่างเรื่องนั้นก่อนละกัน เอาละมาแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเถอะ พวกเราอยากให้เธอบอกข้อมูลเกี่ยวกับป่าแห่งนี้ ถ้ามีแผนที่มาด้วยจะดีมาเลยละ แล้วก็อยากให้ช่วยสอนภาษาของที่นี่ให้หน่อย ได้ไหม}(ลุงนิค)


{เรื้องสอนภาษาฉันคิดว่าน่าจะช่วยพวกคุณได้ไม่มากก็น้อยละนะคะ ส่วนแผนที่ฉันพอจะมีอยู่ ถึงมันจะเก่ามากแล้วก็เถอะ แต่น่าจะพอเป็นประโยชน์บางละค่ะ}(คาลาเมล)


           จากนั้นคาลาเมลก็หยิบแผนที่ม้วนใหญ่ออกมาจากกระเป๋าสะพายใบเล็กๆข้างเอวทางขวา หืม กระเป๋าไอเทมเหรอ จะเจอตามในนิยายต่างโลกทั่วๆไป รึที่นี่กระเป๋าเวทมนตร์ละ อาจจะเป็นกระเป๋ามิติก็ได้ ผมได้จ้องไปที่กระเป๋าจนคาลาเมลสังเกตุเห็น


{สนใจกระเป๋าใบนี้เหรอ}(คาลาเมล)


           ผมยังไม่รู้วิธีใช้โทรจิต เลยได้พยักหน้าตอบไป ผมสงสัยจังทำไมผมได้ยินที่พวกเค้าพูดกัน แต่ผมกลับตอบไม่กลับไม่ได้เลยซักนิด สงสัยมันมีมากกว่าแค่คิดแล้วละ


{เจ้านี่หนะเรียกกวระเป๋ามิติละ จริงๆก็หาได้ทั่วไปนะแต่ว่าของฉันมันพิเศษหน่อย เจ้านี้หนะถูทำขึ้นอย่างปราณีตโดยช่างฝีมือจากเผ่าจิ้งจอกขาวเลยละ พ่อกับแม่ให้ฉันมาก่อนที่จะมาฝึกกับอาจารย์หนะ สุดยอดเลยใช่ม่าเนอะๆๆ}(คาลาเมล)


           อืมปกติเวลามีคนมาขิงเรื่องของระดับพรีเมี่ยมหรือของหายากเนี้ยมันจะน่ารำคารใช่ไหมละ แต่ผมว่ามันต้องดูเป็นคนๆไปนะ อย่างคุณคาลาเมลที่กำลังชื่นชมกระเป๋ามิติของตัวเองพร้อมยิ้มแย้มราวกลับจะมีดอกไม้ลอยออกมา นี่มัน . . . โคตรน่ารักเลย!!!


           หยุดเหตุการณ์ตอนนี้ที่มันเสี่ยงคุกสุดๆก่อนดีกว่า ผมอยากจะถามอะไรหลายๆอย่างเกี๋ยวกับกระเป๋านั้นเลยละ แต่รอผมพูดภาษาของที่นี่ให้ได้ก่อนเถอะ จะถามรัวๆจนไม่ให้เวลาพักเลยละ เหอะๆ


{พักเรื่องกระเป๋าไว้ก่อนละกันนะ เรื่องภาษาฉันจะเริ่มสอนให้พรุ่งนี้ ส่วนที่ว่าป่านี้ตั้งอยู่ที่ไหนละก็ ตอนนี้เราอยู่ในป่าทางใต้ของเมืองหลวงนาบุรินอณาจักรเบลรูน ป่าที่นี่ไม่ค่อยจะมีคนเข้ามาเพราะสัตว์ร้ายส่วนใหญ่จะดุร้ายเป็นพิเศษและอันตรายมากด้วย แต่การที่อยู่ๆพวกคุณโผล่มาที่นี่ แล้วมาอยู่กลางป่าแบบนี้ พวกคุณไม่ใช้คนของโลกนี้ใช่ไหม}(คาราเมล)


{โฮ้ ทำไมถึงคิดแบบนั้นละ}(ลุงนิค)


{3 อย่าง ที่ทำให้คิดได้แบบนั้น 1 ภาษาของพวกคุณ 2 พวกคุณเห็นฉันที่เป็นครึ่งเอลฟ์แต่ไม่มีท่าทีหวาดกลัวหรือรังเกียจ และ สุดท้าย ถึงรูปทรงบ้านของพวกคุณจะคล้ายกับบ้านของพวกโอนิแต่ข้าวของข้างในมีคุณภาพสูงมาก และวัสดุบางอย่างที่ฉันไม่รู้จัก ของที่คล้ายๆหลอดประกายแสงแต่สัมผัสไม่ได้ถึงพลังเวทย์ มันคล้ายๆกับของที่อาจารย์ของฉันใช้เลย สรุปแล้วพวกคุณหนะ เป็นคนจากโลกนี้แน่นอน}(คาราเมล)


           สุดยอดเลยแหะ ไม่คิดว่าจะวิเคราะห์ได้ขนาดนี้ในเวลาสั้นๆ จะมองคาราเมลเป็นเด็กไม่ได้แล้วสิ ความคิดและความช่างสังเกตุนี่บางทีอาจจะมากพอๆกับพวกผมรึอาจจะมากกว่าก็ได้ อ่อจริงสิเหมือนว่าอาจารย์ของคาลาเมลจะเป็นคนต่างโลกด้วยนี่นา ไว้พอพูดภาษาของโลกนี้ได้จะลองถามดูละกัน


{อืมที่เธอพูดมาก็ถูกทั้งหมดเลยละ พอเจอกันครั้งแรกก็รู้ใส้รู้พุงกันแทบจะหมดทุกอย่าง จะว่าไปแล้วเธอดูคุ้นเคยกับคนจากต่างโลกพอสมควรนะ}(ลุงนิค)


{ก็อาจารย์ของฉันก็ไม่ใช่คนของโลกนี้นี่ รู้สึกจะบอกว่ามาจากที่ๆเรียกว่า ยีปุน อะไรซักอย่างนี่แหละ}(คาลาเมล)


           เหมือนลุงนิคจะถามคำถามที่คาใจให้ผมซะแล้วละ ว่าแต่คนญี่ปุ่นงั้นเหรอถึงจะเป็นคนจากโลกเดียวกันกับพวกเราแต่ถ้าเจอกันจริงๆก็น่าจะคุยไม่รู้เรื่องอยู่ดีๆ เพราะผมรู้แค่ 2 ภาษาเท่านั้นเอง และภาษาของโลกนี้จะเป็นภาษาที่ 3 ที่ผมรู้จักแต่มันก็เป็นเรื่องของอนาคตละนะ


{ว่าแต่สื่อสารผ่านจิตของคุณนี่เป็นแบบไม่เจาะจงสินะคะ ดีหน่อยที่ในป่านี้มีแค่พวกคุณกับฉันที่อยู่ แต่ถ้าเกิดไม่อยากให้ใครได้ยินที่พวกคุณคุยกันทีหลังแนะนำให้ใช้แบบเจาะจง จะดีกว่านะคะ}(คาลาเมล)


{ขอบคุณที่แนะนำนะ พอดีว่าทั้งสองคนนี้ยังใช้ไม่เป็นเท่าไหร เดี๋ยวจะสอนวิธีทีหลัง ตอนนี้ก็เย็นแล้วเดี๋ยวลุงไปเตรียมอาหารก่อนละกัน วันนี้จะเยอะเป็นพิเศษนะพราะถือว่าเป็นงานเลี้ยงต้อนรับคาราเมลที่จะมาอยู่กับเราและมาช่วยสอนเรื่องภาษาของโลกนี้ ถ้าจะให้ดีอยากให้ช่วยสอนให้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้จะดีมากเลยนะ ว่ายังไงละ}(ลุงนิค)


{ไม่มีปัญหาคะ ว่าแต่คุณใช้คำเรียกแทนตัวเองว่าลุง จริงๆแล้วคุณอายุเท่าไหรแล้วคะเนี้ย ทั้งๆที่หน้าตาคุณยังดูเด็กอยู่เลย ชักสงสัยแล้วละคะ}(คาราเมล)


{อายุสินะ จะว่าไปก็ลืมนับมันไปแล้วนี่สิมันไม่ค่อยจะสำคัญเท่าไหร่เลยเลยลืมๆไปแล้วละนะ เอาเป็นว่าช่างมันไปก่อนละกัน ถ้าคาราเมลไม่มีปัญหาตั้งแต่พรุ่งนี้เราจะเริ่มเรียนภาษาในช่วงเช้า ส่วนช่วงบ่ายลุงจะฝึกทั้งสองคนควบคุมพลัง ลุงอยากจะรีบให้ทุกอย่างมันเข้าที่เข้าทางเพราะฉนั้นตารางการเรียนการฝึกจะเป็นแบบนี้ไปจนกว่าจะคุบคุมพลังได้อย่างสมบูรณ์และรู้ภาษาของโลกนี้ เราเลยจะไม่มีวันหยุดกันตกลงตามนี้นะ}(ลุงนิค)


           ผมกับมินต์พยักหน้าตอบกลับไป ผมอยากจะออกเดินทางให้ไวที่สุด ข้อเสนอของลุงนิคเลยเป็นอะไรที่ผมรับได้ ถ้าเป็นตามสถานการณ์ ปกติผมคงจะเรียกร้องขอวันหยุดไปแล้วละนะ


{ยิ่งน่าสงสัยเรื่องอายุเข้าไปใหญ่เลยละค่ะ แต่ฉันจะยอมแพ้เรื่องนี้ไปก่อนละกันนะคะ ถ้ายังไงฉันจะขอเรียกคุณว่าคุณลุงนิคด้วย คงจะไม่ว่ากันสินะคะ}(คาราเมล)


{เรียงยังไงก็ตามสดวกเลยนะ เอาละมาช่วยกันจัดโต๊ะอาหารหน่อยสิ เดี๋ยวลุงจะทำมือเย็นสุดพิเศษของคืนนี้ให้เองตั้งตารอได้เลยละ}(ลุงนิค)


           วันพรุ่งนี้จะเป็นยังไงนะ อยากจะออกเดินทางไวๆจัง โลกใบนี้จะเป็นยังไง นันตอนนี้เป็นแบบไหน และเราจะกลับโลกเดิมได้ไหม ทุกอย่างมันเป็นเรื่องของอนาคตต่อจากนี้ละนะ ผมของให้เวบานั้นมาถึงเร็วๆละกันนะ


----------------------


“นี่เสบียง 1 เดือนสำหรับสี่คน แล้วก็แหวนปรับสภาพสี่วง พวกเราเตรียมไว้ให้แล้วละ”


“ขอบคุณนะกริฟ ทีนี้ทุกอย่างก็พร้อมสำหรับออกเดินทางแล้วละ”(แคลร์)


“นี่ๆตาลุง ระหว่างที่พวกชั้นไม่อยู่ก็ลองวิธีที่บอกไปเมื่อวานหลังประชุมด้วยละ มันอาจจะช่วยให้พวกเราอยู่รอดได้นานขึ้นไม่มากก็น้อยละนะ”(เคียร์)


“อืมวิธีของเธอก็น่าสนใจเหมือนกันเอาเป็นว่าเราจะลองหาทางทำอะไรซักอย่างระหว่าที่พวกเธอไม่อยู่แล้วก็จะติดต่อผ่านนกจดหมายให้เร็วที่สุดถ้ามีอะไรเกิดขึ้นละกัน ฝากด้วยนะ”(กริฟ)


“อืมๆ ไม่ต้องห่วงๆ จะพยายามเรียนทุกอย่างเท่าที่เรียนได้เลยละ หมู่บ้านนี้เป็นบ้านเกิดของชั้นนี่นะ ยังไงก็ไม่ปล่อยให้มันล่มไปง่ายๆหรอก”(เคียร์)


“นี่ๆแคลร์จัง”(เซลนี่)


“เซลนี่มีอะไรเหรอ”(แคลร์)


“ถ้าเกิดว่าเธอเจอเด็กคนนั้นละก็ฝากนี่ไปให้หน่อยสิ”(เซลนี่)


“จดหมายเหรอ ได้สิถ้าเกิดเจอจะฝากไปให้ละกัน ฉันพอจะรู้ที่ๆเด็กคนนั้นอยู่ เพราะฉนั้นไม่มีปัญหา”(แคลร์)


“พอเธอไม่อยู่สงสัยพวกเราคงต้องเพิ่มคนลาดตระเวรซะแล้วสิ”(โคจุน)


“เอาน่าแค่พวกเธอยังอยู่ที่หมู่บ้านนี้ฉันก็สบายใจขึ้นเยอะเลยละนะ ระหว่างที่ฉันไม่อยู่ก็ฝากด้วยละ”(แคลร์)


“ไม่ต้องห่วงพวกเราจะปกป้องหมู่บ้านของเธอให้ดีที่สุด เพราะยังไงนี่ก็เป็นหมู่บ้านของพวกเราเหมือนกันนี่นะ”(เซลนี่)


“เอาละเวลาไม่เคยคอยใคร ถึงเวลาที่จะต้องออกเดินทางแล้วละ ฉันอยากออกจากเขตทุ่งหิมะก่อนค่ำหนะ ถ้าถ้าช้ากว่านี้ละก็จะไม่ทันการเอา”(แคลร์)


“ดูแลตัวเองดีๆด้วยละ พวกเราขออวยพรให้โชคชะตาเข้าข้างพวกเธอทุกคน แล้วก็อย่าลืมละชีวิตก็เหมือนหิมะที่โปรยปราย”(กริฟ)


“ถ้าร่วงหลนไปแล้วจะสลายหายไปตลอดการ สินะ คิดถึงคำนี้จริงๆเลย”(แคลร์)


“ถ้าอะไรที่มันอันตรายเกินไปละก็ วิ่งหนีได้ก็วิ่งเลยนะ”(ลุงกริฟ)


“เอาละได้เวลาต้องไปแล้วละ แล้วเจอกันนะ ทุกๆคน”(แคลร์)


“““แล้วเจอกันนะ””””





∃- ND  

oF ACT2

Part:3

Ready For a UnknowFuture


-------------------------------------


[บ่นแบบเบาบาง]

           ช่วงนี้มันอะไรกันเนี้ย สิ่งยั่วยุเยอะมาก ทำเอานิยายลาช้าไปหมด เกมเปิดใหม่นี่ตัวดีเลย เฮ้อขอโทษท่านผู้ที่ติดตามอ่านด้วยน้อ กว่าจะออกตอนใหม่มาได้นี่แทบลากเลือด เพราะต้องห้ามใจตัวเองไม่ให้กดเข้าไปเล่นเกม แต่ก็เข็นตอนใหม่จนเสร็จได้ เหอะๆ ไอ่การติดเกมนี่มันน่ากลัวจริงๆ

           ถ้าพูดถึงตอนนี้เนี้ยคงจะติดใจคำพูดของน้องคาลาเมลกันใช่ไหมละ ใช่มันคือภาษาต่างโลกแน่นอน ถ้าจะให้ภาษาที่ไม่รู้จักเป็น #$@$@#!@$# แล้วเนี้ยมันก็ดูจะลวกๆเกินไปหน่อย เลยเอาเสียงคำในภาษาอังกฤษมาดัดแปลงนิดหน่อยละ ด้วยสมองอันน้อยนิดของเราเลยออกมาเป็นแบบที่เห็นนี้แหละ ว่างๆจะลองร่างแบบตัวอักษรต่างโลกดูนะ ถ้าว่างละนะ ยังไงก็เถอะ ขอบคุณผู้ที่เข้ามาอ่านทุกคนด้วยนะ สำหรับบางคอมเม้นที่ไม่ได้ตอบจริงๆก็ขอโทษด้วยละกัน เพราะบางทีมันก็ไม่รู้จะตอบอะไรไปนี่สิ กลัวตอบประโยคเดิมซ้ำๆแล้วมันจะดูไม่จริงใจเท่าไหร แล้วก็ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ได้นี่บอกเลยว่าคุณสุดยอดมากที่ทนอ่านมาถึงตรงนี้ได้ ซึ้งใจมากที่มีคนมาอ่านในสิ่งที่เราบนด้วย เอาไว้ตอนหน้าเรามาคุยกันอีกรอบนะ ขอให้สนุกกับการอ่านละ


(อ่อเกมที่พูดถึงนี่ Laplace M นะ อยู่เซิพ6 ชื่อตัวละคร Calamina ถ้าเจอกันละทักได้ตลอดเลยนะ ฮุๆ)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #42 wakure (@wakure) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 23:33

    ขอบคุณสำหรับตอนใหม่ครับว่าแต่เมื่อไหร่จะเจอกันนะ

    #42
    0
  2. #41 _ml_lm_ (@_ml_lm_) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 18:25
    เกมดูดวิญญาณ
    #41
    0
  3. #40 ad123c (@ad123c) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 17:39

    เกมนี้หนูก็เล่นหนูอยู่เซิพ17คะ แล้วจะนางเอกมาตอนไหนตอนหน้าให้ไหม ขอบคุณที่อัปให้อ่านคะ
    #40
    0
  4. #39 Xzes (@Xzes) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 17:26

    ต่อสู้กับความติดเดมส์และเข็นตอนใหม่ออกมาให้ได้นะ
    #39
    0