Before the everything fall like a snow

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,272 Views

  • 56 Comments

  • 109 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    198

    Overall
    2,272

ตอนที่ 2 : ACT 1 View what i want :1 สิ่งที่ได้รับมาพร้อมชีวิตใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 308
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    4 ธ.ค. 61

             ความว่างปล่าว มืดสนิด เวลาที่ค่อยๆผ่านไป เหมือนจะนานเป็น แต่ก็เหมือนแค่ผ่านไปไม่กี่วินาที ความรู้สึกสับบสนต่างๆเข้ามา ทั้งที่ไม่ควรมีความรู้สึกแท้ๆ แต่ก็หนาวเหน็บอย่างบอกไม่ถูก


ทว่าความหนาวเหน็บนั้น ถูกทำลายด้วยความอบอุ่นอย่างแปลกประหลาด ความรู้สึกที่กลับคืนมา ความรู้สึกของ ‘การมีชีวิต’


ดวงตาที่พล่ามัว แม้มองไม่ชัดแต่ก็สังเกตุได้ถึงใบหน้าของผู้หญิงคนหนึ่ง ใบหน้ากำลังยิ้มอย่างอ่อนโยน ดวงตาสีขาวสว่าง ดั่งเพรชพลอย เส้นผมสีขาวสวยดั่งหิมะ และสิ่งที่มนุษย์ธรรมดาๆ ไม่ควรจะมีอยู่ หูแหลมๆ ที่ตั้งตระหง่าอยู่หนึ่งคู่ ถึงจะไม่แน่ใจเท่าไหร แต่น่าจะเป็นหูจิ้งจอก ละมั้ง


หูที่เริ่มปรับสภาพก็เริ้มจะได้ยินเสียง แม่จะรู้ว่าเป็นคำพูดแต่ก็ ไม่รู้ว่าเป็นภาษาอะไร ทว่าความเหนื่อยล้า และความง่วงก็เข้าจู่โจม ทำให้เผลอพล้อยหลับไป


  3ปี ผ่านไป


อ่าตอนนี้ผมเริ่มพูดได้แล้วหละ แต่แค่บางคำเท่านั้น ภาษาของโลกนี้มีความแปลกของ ในการอกเสียงหน่อยๆ แต่เวลาในการเรียนรู้มีเยอะแยะไป


อ่ออีกอย่างนะ เผ่าพันธ์ที่ผมเกิดมาเป็เผ่าจิ้งจอกละ จากหูใหญ่ๆคู่หนึ่งที่ตั้งตรงออกมาเป็นเอกลักษณ์ แถมเวลาจับยังรู้สึกแปลกๆอีก หางที่แรกจะรู้สึกเกะกะแต่อยู่ไปๆมาๆก็ชินละนะ


แต่มันมีปัญหาใหญ่ๆอยู่อย่างหนึ่งหนะสิ ก็ไอ้น้องชายเจ้ากรรม มันดันไม่มีอยู่อีกแล้ว น้องชายไม่ใช่คนนะ แต่เป็นสิ่งที่บอกเพศสภาพของผม เฮ้ออแรกๆก็เศร้าอยู่หรอก แต่ก็ ทำใจได้แล้วหละ


“ลูกแม่ตื่นแล้วเหรอจ๊ะ”


อ่าแม่ผมเดินเข้ามาในห้องละ แม่ผมมีชื่อว่า แคลร์ ละเป็นพวกเห่อลูกแบบสุดๆด้วย บางทีก็ถึงขั้นนั่งจ้องเป็นชั่วโมงโดยที่ไม่ทำมาหากินอะไรเลย


พ่อของผมเป็นมนุษย์ เหมือนตอนนี้จะอยู่ในเมืองอะไรซักอย่างนี้แหละ แม่บอกว่าพ่อเป็นนักผจนภัยชื่อดังเลยละ อะมีนักผจนภัยด้วยละ ไม่รู้เหมือนกันทำไมต้องทนอยู่ในเขตทุ่งหิมะ ที่ห่างไกลขนาดนี้ ทำไมไม่ย้ายตามพ่อไปนะ รอพูดคล่องกว่านี้แล้วค่อยถามละกัน


อะอ่า เกือบลืมๆ ร่ายมาซะยาวผมลืมบอกชื่อใหม่ละ ในโลกนี้ผมมีชื่ว่า คราเนียร์ เรียกสั้นๆง่ายๆว่า เคียร์


“หิวยังเอ่ยลูกแม่”(แม่)


“หิวแย้วว”(เคียร์)


อ่าหะ อาหารสำรับเด็กหละ รสชาติเหมือนมันฝรั่งบด แต่ไม่รู้ว่ามันโตได้ไงในสภาพอากาศสุดโหดนี้ บางทีมันอ่าจจะไม่ใช่มันฝรั่งที่ผมรู้จักก็ได้ แล้วก็เนื้อบดของตัวอะไรก็ไม่รู้ รสชาติมันเหมือนไก่ แต่มีความเหนียวกับเนื้อสัมผัสแบบหมู แปลกดีแหะ


หลังจากกินเสร็จ แม่ก็เริ่มสอนคำต่างๆ กับ การพูด การออกเสียงคำต่างๆให้ เป็นกิจวัตรประจำวัน ที่เริ่มทำมาตั้งแต่ผมเริ่มเข้า 3 ขวบละ


ผ่านมาอีก 2 ปี

ตอนนี้ผมพูดคล่องเขียนได้แล้วละ ยากอยู่เหมือนกันนะ แต่ไม่นึกว่าแม่จะสอนเขียนด้วย เพราะในนิยายส่วนใหญ่ที่อ่านผ่านๆมา เห็นว่าคนส่วนมากจะเขียนไม่เป็น เพราะการขาดศึกษที่เหมาะสม แต่เหมือนว่าไม่ใช่กับโลกนี้นะ เพราะคนในหมู่บ้านอ่านเขียนได้ทุกคนละ


คนในหมู่บ้านผมมีประมาณ 60 กว่าคนละ เป็นหมู่บ้านเล็กๆ การออกแบบของหมู่บ้าน จะมีหลังคาและกำแพงเตี้ยๆ เพื่อกันหิมะขวางทางเดิน หลังคาจะมีความโค้งเป็นทรงครึ่งวงรีละ เพื่อป้องกันหิมะทบถม ทำได้ไงกันน้า แล้วก็ โลกนี้มีเวทย์มนตร์ละ แต่แม่บอกว่าเผ่าของเราใช้เวทย์ไฟไม่ได้แหละ เสียดายแหะ อยากร่ายเวทย์ระเบิดให้อลังการซักหน่อย คงต้องตัดใจละนะ เหอะๆ


ตอนนี้ผมอยู่ในห้องสมุดละ ใช่หมู่บ้านมีห้องสมุดด้วย ข้างๆห้องสมุดเป็น ห้องที่ไว้วิจัยอุปกรเวทย์ละ ผู้ใหญ่บ้านบอกรอให้โตกว่านี้ก่อนถึงจะเข้าไปดูได้ บูววว เสียดายอ่าา


“เอ่ออ โลกนี้ยังสำรวจไม่ครบเหรอเนี้ย น่าสนใจดีแห๊ะ อืม . .”(เคียร์)


“อ่าวๆ หนูเคียร์ วันนี้ก็มาห้องสมุดอีกแล้วเหรอขยันจังเลยนะ ฮ่ะๆๆ”


“อ่าสวัสดี ลุงกริฟ แล้วก็ หยุดเล่นหัวผมได้แล้วน่า มันรบกวนสมาธิการอ่านหนังสือ”(เคียร์)


ลุงกริฟ เป็น บรรณารักษ์ ห้องสมุดประจำหมู่บ้านละ ลุงแกมีนิสัยเสีย ชอบมายีหัวผมเล่นเป็นประจำเลย คงทำเพราะความเอ็นดูละมั้ง พอเข้าใจแหละ


“ยัยหนูทอมบอยนี้ ไม่ใช้คำแบบเด็กผู้หญิงทัวไปจะไม่เป็นไรเหรอ ถ้าแม่เธอรู้เข้า จะแย่เอานะ”(ลุงกริฟ)


ก็จริงของลุงแกนะแต่ผมชินกับอิแบบนี้มากกว่าหนะสิ


“เอาน่าแม่ก็น่าจะบ่นนิดหน่อยละมั้งลุง ไม่น่าร้ายแรงหรอก แล้วก็เอามือออกไปจากหัวผมได้ยังละ”(เคียร์)


“โอ๊ะ โอ้ โทษทีๆ ผมเด็กนี้มันรู้สึกดีหนะนะ ฮ่าๆๆ”(ลุงกริฟ)


“อึ้ย ขนลุกอะ ตาลุงโลลิค่อน”(เคียร์)


“อุก เจ็บแหะ แต่ก็นน่าจริงแหละ ว่าแต่ นอกจากนั่งอ่านแล้ว ยังย่อลงสมุดอีกเหรอ ยัดเด็กนี้ จะเก่งเกินวัยไปไหนเนี้ย”(ลุงกริฟ)


“ถ้าไม่ย่อเกิดลืมก็ต้องมานั่งหาอ่านใหม่ทั้งเล่มหนะสิ ย่อไว้แหละดีแล้ว”(เคียร์)


“ไม่ได้หมายถึงแบบนั้น ย่อบทความหนะ แม้แต่เด็กอายุเกินเธอในหมู่บ้านนี้ ยังเขียนยังไม่ค่อยคล่องเลย ไหนจะให้มมาย่อบทความยาวเหยียดนี่อีก ขนาดลุงยังไม่รู้ว่าจำทำได้ดีไฟมเนี้ย”(ลุงกริฟ)


“ ลุงๆ มีคำถามละ ทำไมเผ่าเราอยู่กลางหิมะขนาดนี้ แต่ไม่ยักจะหนาวเลยซักนิดละ ทั้งที่เสื้อผ้าก็ไม่ได้หนามาก”(เคียร์)


“พูดยังกะเคยเป็นมนุษย์มาก่อนเลยนะ ใช่เผ่าเรามีความต้านทานอากาศหนาวเย็นที่สูงมากเลยละ น่าภูมิใจไหมละ เหอะๆ”(ลุงกริฟ)


เอ่อๆ ก็เคยเป็นมาก่อนหนะสิ แถมเคยตายมาแล้วด้วย แต่จะพูดออกไปคงโดนหาว่าเสียสติละนะ


“หืม . . ถ้างั้นแล้วเกิดเราเจอกับอากาศอบอุ่นปกติแบบพวกมนุษย์ละ ?”(เคียร์)


“ตั้งคำถามสมกับเป็นเธอดีนี่ ถ้าเกิดเราเจอกับสภาพอากาศปกติของพวกมนุษย์ ละก็ เธอจะร้อนจนแทบทนไม่ไหว หนักสุดก็จะตายจากเสียน้ำในร่างกายมากไปละนะ”(ลุงกริฟ)


“น่ากลัวสุดๆไผเลยไม่ใช่เหรอนั้น!! . . . แล้วมีวิธีอยู่รอดในโลกภายนอกนั้นไหมละ”(เคียร์)


“ก็มีอยู่นะ ถึงจะพึ่งคิดค้น ได้เมื่อ 100 ปีที่ผ่านมา ก็เถอะ ปัจจุบันก็ผลิดง่ายขึ้นแล้ว แต่ก็ยังถือว่า สร้างยากพอสมควรเลยละ อ่าเดี๋ยว ไปหยิบมาให้ดูละกัน”(ลุงกริฟ)


พอพูดจบลุงก็เดินเข้าไปห้องวิจัยข้างๆ แล้วเดินออกมาพร้อมกับถือแหวนสีเงินออกมา แต่จะดีเหรอให้เด็ก 5 ขวบดูของล้ำค่าแบบนั้น


“ส สวยจัง มันทำมาจากอะไรทำไมเป็นสีเงินแบบนี้ละ”(เคียร์)


“เหอะๆ ถึงจะเป็นยัยเด็กทอมบอยก็ชอบของสวยๆงามๆเหมือนกันเหรอ”(ลุงกริฟ)


“ยุ่งน่า แล้วก็ตอบมาด้วยว่า มันทำอะไรได้บอกมาว่าทำมาจากอะไรด้วย”(เคียร์)


“เอ่อๆ น่าใจเย็นๆสิ แหวนนี้หนะ เป็นอุปกรเวทย์ ที่ช่วยปรับสภาพความร้อนความเย็นในร่างกายให้เข้ากับตัวผู้ใช้ วัสดุที่ใช้ทำก็ เป็นแกนเวทย์มนตร์ของ

เสือเขี้ยวดาบหิมะ ล่ายากใช้ได้เลยละ แต่ก่อนใช้แกนกลางของ แมมมอสหยาดน้ำแข็ง ที่ทั้งหายากแล้วก็อันตรายอีกด้วยละ ส่วนวิธีการทำไว้จะสอนตอนผ่านช่วง ฤดูพายุหิมะ ไปก่อนละกัน”(ลุงกริฟ)


แหะ จะสอนจิงดิ เวทย์มนตร์ยังไม่ได้เรียนซักนิดเดียวแล้วจะทำได้เหรอ


“ผมยังไม่ได้เรียนเวทย์มนตร์เลยนะลุง จะทำได้เหรอ”(เคียร์)


“เด็กฉลาดเกินวัยแบบเธอต้องทำได้แน่ละ”(ลุงกริฟ)


เฮ้ยๆ คาดหวังไว้สูงเกินไปละมั้ง กับเด็กแค่ 5 ขวบนี่นะ ?


“อะรา มาอยู่นี่เองรึจ๊ะ ลูกแม่ นึกว่าไปเล่นซนที่ไหนซะอีก แต่แม่อยากให้สนิทๆ กับเด็กในหมู่บ้านมากกว่านะ”(แม่)


“ก็อ่านหนังสือมันสนุกกว่านี่นา แล้วอีกอย่างอยู่ในนี้มันอุ้นกว่าด้วย”(เคียร์)


“เป็นแม่ลูกที่คล้ายกันสุดๆเลยนะ รู้ไหมยัยหนู แม่เธอเนียตอนเด็กๆก็มาขลุกอยู่ในห้องสมุดเหมือนกันนะ”(ลุงกริฟ)


ห๊ะ จริงดิ


“แหมๆ ก็อ่านหนังสือมันสนุกกว่านี่นะ”(แม่)


“นั้นไงเหมือนกันอย่างกับแกะ ติดตรงที่ว่ายัยหนูนี่เป็นทอมบอยละนะ”(ลุงงกริฟ)


“นิสัยแบบนี้ได้มาจากใครกันน้า รู้สึกจะเป็นตั้งแต่ 3 ขวบด้วนแหละนั้น แต่เอาเถอะลูกแม่ก็คือลูกแม่แหละจ๊ะ”(แม่)


ระหว่างที่แม่พูดก็ลูบหัวผมไปด้วย ถ้าเป็นคนอื่นมาคงรำคารสุดๆละนะ แต่พอเป็นแม่ก็รู้สึกดีมากๆเลยละ รึว่าคนมีพ่อแม่เค้ารู้สึกแบบนี้กันเหรอ ?


:E- ND

:1

สิ่งที่ได้รับมาพร้อมชีวิตใหม่














ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

0 ความคิดเห็น