ตอนที่ 1 : Before:1 [RE]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 357
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    22 พ.ค. 62

ที่อีกฟากหนึ่งของ'ขอบเหว'แห่งความ'ตาย'


มันมีอะไรรอเราอยู่กันนะ                               


สุดท้ายแล้วสิ่งที่เรียกว่า 'ความตาย'มันคืออะไรกันนะ


"นี่"

"หาก'เวลา'นั้นมาถึง"


"""""""ช่วยตอบคำถามของฉันทีนะ""""""


“ . . . . . . .”

“ฝันบ้าอะไรวะเนี้ย . . .”


มันเป็นฝันที่ชวนขนลุกที่สุดเลยตั้งแต่เกิดมา เสียที่ได้ยินมันเหมือนกับ เสียงของคนเป็นสิบที่ไร้อารมย์ และพูดพร้อมๆกัน


“โว้ยยย ขนลุกหวะ เหอะๆ”


หัวเราะกลบเกลื่อน ไปงั้นเองจริงนะไม่ได้ช่วยอะไรเลย


“เหงือเต็มตัวเลย ไปอาบน้ำก่อน แล้วอย่างอื่นค่อยว่ากัน เฮ้ออ”


อ่อลือบอกไปเลย ผม ชื่อ ศนัน สารศร อายุ 18 อย่าถามทำไมชื่อแปลกๆ ไปถามลุงที่ตั้งชื่อให้ผมสิ อ่าผมโดนทิ้งตั้งแต่เด็กแหละ


ลุงบอกพอแม่คลอดผมเสร็จ ก็หนีหายไปเลย แถมตามหายังไงก็หาไม่เจอด้วย จริงๆก็ไม่สนตั้งแต่แรกแล้วละ ในเมื่อจงใจทิ้งกันแบบนี้ จะให้ทำยังไงละ


“ . . . . .ฝันบ้านั้น ทำเอาตาค้างเลยแหะ เหอะๆ”(นัน)


หลังจากอาบน้ำเสร็จก็กลับมาทีเตียง ดูที่นาฬิกาตรงมุมห้องแล้ว พึ่ง 9โมงเช้า กับอีก ครึ่ง ช.ม


“เหอะๆ ปิดเทอมทั้งทีขอตื่นสายๆกว่านี้หน่อยไม่ได้รึไงวะ ไอ้ฝันบ้าเอ้ยยยย”(นัน)


จะให้ระบายความโมโหกับโต๊ะก็ใช่เรื่อง หงุดหงิดโว้ยย


ทันทีนั้นก็ ได้ยิ้นเสียงเคาะประตู


“บักนันนนน!!! เปิดประตูเว้ยยยยยยยยย!!!”

โอ้ยๆ เดสิเบลสูงโคตร ข้างบ้านเค้าจะลำคารเว้ย


“เคาะแรงไปแล้ว ไอ้เวรรรร!!!”(นัน)


ผมตะโกนกลับไปแล้วเสียงเคาะก็เบาลง จากนั้นผมก็เดินไปเปิดประตู


ที่ๆผมใช้ชีวิตอยู่ตอนนี้เป็นเหมือนห้องเช่าราคากลางๆ ไม่หรูมากแต่ก็ไม่แย่กำลังดี ถึงรอบๆตอนนี้จะไม่มีใครอยู่ก็เถอะ แต่ก็รำคารเสียงดังอยู่ดี


“เฮ้ยๆ ไม่นึกว่าเจ้าชายขี้เซาจะตื่นเร็วขนาดนี้ในวันปิดเ. . . .”

“มาทำไมแต่เช้าวะ แฟรงค์ ไม่มีที่ไปรึไง”(นัน)


ผมพูดตัดหน้ามันไป แล้วก็ กำลังจะปิดประตูหนี


“เฮ้ยๆ ไม่ต้องปิดหนีเลยนะเว้ย อีกอย่างพูดแบบนั้นไม่แรงไปเหรอวะ ทำร้ายจิตใจโคตรๆเลยว่ะ”(แฟรงค์)


หน้าหงอยไปเลย ฮ๊ะๆๆ สะใจนิดๆแหะ

มันชื่อว่า แฟรงค์ ฟรามอส ลูกครึ่งแดนผู้ดี ตัวมันสมสวนสุดๆไม่ผอมไม่อ้วนเกิน มีกล้ามด้วย!!! สวนสูงมันยังสูงกว่า 190 !!!!! ผมละอิจฉามันจริงๆ เฮ้อออ


“เฮ้อออออ”(นั้น)


“ถอนฟายใจทำซากอะไรวะ แล้วเมื่อไหรจะให้กูเข้าบ้านละ”(แฟรงค์)


“อยากเข้าก็เข้ามาดิ ใครห้ามละ” แล้วผมก็เดินไปนั่งบนโซฟา


“เย็นชาจังเลยน้า นันเนี้ย”(แฟรงค์)


“อะ ฝากปิดประตูด้วยดิ”(นัน)


“ยังจะสั่งอีกเหรอ!!!” (แฟรงค์)


“แล้ววันนี้มาทำอะไรละ”(นัน)


“เอ่อ มีเรื่องให้ช่วยวะ คือ. . .”(แฟรงค์)


“ไม่อะขี้เกียจ”(นัน)


“อะเฮ้ยๆ ฟังให้จบก่อนดิวะ”(แฟรงค์)


“เอ่อๆ ไม่เล่นละ พูดมาดิ”(นัน)


“พอดีกูลืม สมุดวิทย์ไว้ที่ห้องวะ ไปเป็นเพื่อนหน่อยดิ”(แฟรงค์)


ทำ  ไม ต้อง กู!!?


“มะกี้มึงคิดใช่ไหมว่า ‘ทำไมต้องกู’ ”(แฟรงค์)


“หน้ากูมันฟ้องเหรอ”(นัน)


ผมเผลอเอียงคอถามโดยไม่ได้ตั้งใจ


“ก็เอ่อดิวะ ที่ต้องให้มึงไปด้วยเพราะภาโรงแกกลับบ้านแล้วกุญแจห้องวิทย์อยู่ในห้องภาโรงด้วยดิ”(แฟรงค์)


“แล้ว .  .?”(นัน)


“ก็เลย จะให้มึงลอดหน้าต่างบานขวาสุดของห้องเข้าไปเอาสมุดให้หน่อย กูตัวใหญ่ไปเข้าไม่ได้วะ”(แฟรงค์)


อ่อ ไอ่หน้าต่างที่มันพังแล้วปิดไม่ได้อะนะ ว่าจะหันไปแกล้งมันซักหน่อยแต่พอหันไป เฮ้ยๆ อย่าทำหน้า

อ้อนวอนขนาดนั้นดิวะ


“โอ้ยยย วันหยุดกู ก็ได้วะ ไปตอนนี้เลย รีบไปรีบกลับ งานนี้มึงติดหนี 1 หน จะให้ชดใช้ด้วยการเลี้ยงไอติมร้านหน้าโรงเรียนซักถ้วยละกัน ถือว่าเป็นค่าเสียเวลา”(นัน)


"เดือนนี้กระเป๋ากูแทบแห้งอยู่แล้วนะเว้ย เห็นใจกันมั่งดิวะ"(แฟรงค์)


ผมดมินมันแล้วเดินไปหยิบกระเป๋าตังกับกุญแจจากนั้นก็เดินออกจากบ้าน ส่วนไอ่แฟรงค์มันเดินหงอยลงไปยืนรอชั้นล่างละ พวกผมเลยโทรเรียกรถแท็กซี่ จากตรงนี่ ไปถึง ร.ร ก็ประมาน 10 นาทีได้มัง


ณ โรงเรียนแห่งหนึ่ง


ตอนนี้พวกผมสองคนมาถึง รร แล้วละ แปลกๆดีนะ มา รร.ในวันหยุดเนี้ย จะมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นรึปล่าวนะ ลางสังหรไม่ดีแหะ


“ทำหน้าเคลียดมากจะแก่เร็วนะเอ่อ”(แฟรงค์)


“ช่างเหอะน่า รีบๆไปห้องวิทย์แล้วเก็บสมุดมึงแล้วก็รีบๆกลับกันเหอะน่า อยากนอนตากแอร์แล้วเว้ย”(นัน)


“สมกับไอ้ขี้เซาเหอะๆ เฮ้ย นั้นครูที่สอนวิทยนี่หว่า ใช่ไหม”(แฟรงค์)


“เอ่อ จริงด้วยนี่หว่า วันนี้โชคดีหน่อยๆแหะ ครูคร๊าบบบบ!!!!”(นัน)


พอตะโกนไป ครูก็หันมาแล้วพวกผมก็เดินเข้าไปหา


“วันนี้มาทำอะไรเหรอ ศนัน แฟรงค์ รึว่ามาสงการบ้านปิดเทอม”


“เอ่ออ ถ้าพวกผมทำเสร็จหลังปิดเทอมไม่นาน ผมว่าพวกผมคงไม่ใช่มนุษย์แล้วละมั้งครับให้เยอะซะขนาดนั้น”

(แฟรงค์)


“ครูพอจะให้ผมยืมกุญแจห้องวิทย์ได้ไหมครับ พอดีว่าแฟรงค์เค้าลืมสมุดไว้ในห้องหนะครับ แหะๆ”(นัน)


“เหรอ ว้า นึกว่ามาส่งการบ้าซะอีก   อะนี่กุญแจ ใช้เสร็จแล้วอย่าลือเอามาคืนที่ห้องพักครูด้วยละ


““ครับผม ขอบคุณครับครู”” (นัน,แฟรงค์)


พอเอากุญแจได้ก็เดินกันไปถึงห้องวิทย์ . . . ยังวังเวงเหมือนเดิมเลย ไม่อยางมารร.วันหยุดเพราะงี้นี่แหละ หลังจากนั้นก็เปิดห้องเข้าไป แล้วแฟรงค์ก็รีบวิ่งไปเอาสมุดขอมัน หลังมันเดินออกมาผมก็ ล๊อกห้อง แล้วก็โยนกุญแจให้มัน


“เอาไปคืนครูหนน่อยดิมึง”(นัน)


“เอ้ยทำไมกูต้อง..”(แฟรงค์)


“กูขี้เกียจ จะยืนรอตรงนี้ด้วย”(นัน)


ถึงมันจะทำหน้าแซ็งๆแต่มันก็ไปละนะ หึๆ ขัดคนอื่นหนะได้แต่มึงขัดกูไม่ได้หรอก แฟรงค์


จากตรงที่ผมยืนอยู่ข้างหน้าจะมีอาคารไม้ 4 ชั้นอยู่ ระหว่างฆ่าเวลาผมก็มองไปบนอาคารเล่นๆ พอกวาดสายตาไปถึงชั้น 4 ผมก็ เห็นเหมือนผู้หญิงคนหนึ่ง


“ยัยมินต์นี่หว่ามาทำอะไรวันหยุดเนี้ย เหอะๆ”(นัน)


อืมยันนั้นเป็นคนรู้จัก ไม่สิ เรียกเพื่อนสนิทก็ไม่ผิดหรอก ต้องแต่ขึ้น ม.ปลายมา ผมเป็นพวกเข้ากับคนไม่ค่อยเก่ง แต่ก็ได้ยัยนี้เข้ามาตีซี้แล้วก็พาไปรู้จักคนนู้นนี้นั้นไปทั้ว เฮ้อจะว่าไปก็วุ้นวายจริงๆเลยน้า


“ไปแกล้งเล่นให้ตกใจดีกว่า”(นัน)


ผมเดินไปอาคารตรงข้ามแล้วขึ้นจนถึงที่ชั้น 4 พอตอนแรกก็จะแกล้งเล่นๆอยู่หรอกแต่


“โฮ้ยๆ เป็นไรยังมินต์ ร้องไห้อยู่เหรอ เป็นไรๆ ใครทำแกเนี้ย”(นัน)


“ น นัน แกมาทำอะไรที่นี่เนี้ย วันหยุดไม่ใช่เหรอ มาทำอะไรที่โรงเรียนละ มาส่งการบ้านเหรอ รึว่ามาเดินเล่นละ” (มินต์)


ยัยมินต์ใช้มือเช็ดน้ำตาแล้วหันมาตอบผม เล่นยิงคำถามมาเป็นชุดเลย เหอะๆ


“ไม่ดีแกตอบมาก่อนดิทำไมมายืนร้องไห้คนเดียวตรงนี้ละ”(นัน)


พอถามไปยัยนี้ก็ตัวสัน ทำท่าเหมือนจะร้องไห้อีก รอบเลยเดินเข้าไปหา แล้วพยายามถามด้วยความสุภาพจนยันนี้ยอมเล่าออกมา สรุปสั้นๆจากที่ได้ยินยัยนี่เล่นประมานนาทีกว่าจับใจความได้ว่า


“โดนรุ่นพี่บอกเลิก เหรอ”(นัน)


“อื้อ. . .”(มินต์)


“เหอะๆ เอาเหอะน่าๆ เลิกร้องไห้แล้วไปหาคนใหม่ดีกว่า ถ้าเค้าบอกเลิกไปแสดงว่. . .”(นัน)


ปึ้ง!!! ยัยมินต์ ทุบผนัง จนผมสดุ้งโหยง


“ก็ฉันชอบพี่เค้านี้!! มากๆเลยด้วยย!! จะให้อยู่ดีๆมาโดนบอกเลิกแล้วช่างมันเหมือนแกเหรอจะบ้ารึไง!!! ฉันจะไปหาพี่เค้าแล้วถามให้แน่ใจว่าทำไมถึงบอกเลิกฉัน”(มินต์)


ยัยนี่ลุกขึ้นแล้วก็เตรียมท่าว่ากำลังจะเดิน แต่ผมจับมือเธอไว้ก่อน


“ตัดใจเหอะน่า ไม่รูวันหนึ่งเราจะตายตอนไหน จะไปจมอยู่กับคนคนเดียวทำไมละ คนอื่นก็มีเยอะแยะไป ตัดใจเหอะ รุ่นพี่คนนั้นที่แกพูดถึงก็มีข่าวไม่ค่อยดีเท่าไหรนี่ จะไปสนใจคนพรรนั้นทำไมละ”(นัน)


ยัยมินต์หันมาจ้องแขม่งใส่ผม แต่ในตอนนั้นผมไม่รู้ตัวเลย แล้วให้ตายสิผมไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ายัยนี่จะโมโหนักขนาดไหน


“นันแก. . . .พูดแบบ นั้น ออกมาได้ไง . . .”(มินต์)


“เอาน่า อารมย์โดนทิ้งก็เคยเจอมาคล้ายๆกันอยู่ เพราะฉนั้น แล้ . “หุบปากเลยนะ!!!”(มินต์)


ยัยมินต์สะบัดมือผมออกก่อนจะพูดจบ แล้วก็ แหะ ผมโดนผลักออกเหรอ เหอะๆ คงพูดไม่เข้าหูยัยนี้สุดๆแล้วสินะ ในใจลึกๆก็หวังว่ายัยนี้จะสนเราในถานะที่มากกว่านี้หน่อยที่มากกว่าเพื่อนสนิทละนะ เราเลยพูดอะไรไม่เข้าเรื่องออกไปแบบนั้น ผมนี่มันแย่จังเลยนะ


อืมรู้สึกเหมือน ระเบียงทางเดินทำไมมันสูงจังเนี้ย



จริงสิ



พอมองขึ้นไปก็ เห็นระเบียงตรงชั้นสี่ที่ผมหล่นลงมา



มันหักอยู่ตั้งแต่ตอนไหนละนั้น



อ่าวนี่ผมอยู่บนพื้นละเหรอ ชั้นหนึ่งตกลงมาจาก ชั้นสี่

โดยที่หลังกระแทกพื้น แล้วไม่ตายเหรอโชคดีจังแหะ



อะอ่าขยับไม่ได้ละ มองก็ไม่ได้ ขยับสิ ขยับหน่อยสิ ร่างกายผม ซักนิดเถอะขอร้องละ


อ่าแฟรงค์ ทำไมทำหน้าแบบนั้นละ ยิ้มเหมือนที่มึงชอบทำเวลากวนตีนกูสิ ฮ๊ะๆ


มินต์ ลงมาถึงตอนไหนเนี้ย ไม่ๆ อย่าทำหน้าเศร้าแบบนั้นสิ มันเป็นความผิดของผมด้วยซ้ำที่พูดไป แบบนั้นหนะ


หนาวจัง มันหนาวขนาดนี้ตอนไหนนะ หน้าร้อนแท้ๆ นี่ช่วยจับมือผมหน่อยได้ไหม ใครก็ได้


อ๊ะ ขอบคุณนะแฟรงค์ นายนี้รู้ใจจริงๆ เลยนะ มินต์ก็ด้วยเหรอ อะ พูดว่า ขอโทษอยู่รึปล่าวนะมันเริ่มมองไม่ชัดแล้วยังไงไม่รู้ อืมๆ ผมยกโทษให้น่า ไม่เป็นไรแล้วหละ หยุดร้องไห้สิ โธ่


อ่าฝันนั้นหนะ ลางบอกเหตุสินะ กว่าจะรู้ตัว ก็…


สายเกินแก้แล้วละ ผมน่าใกล้ตายแล้วสิ เริ่มมืดแล้วเหรอ  นี่ที่เค้าเรียกกันว่าตายละสิ ถ้าโชคชตามีจริงก็อยากอยู่กับสองคนนี้ไปนานๆจังเลยนะ


---------------------------


หนาวจัง . . . . ความรู้สึกหนาวราวกับความหนาวกัดลงไปที่กระดูก รึว่าผมยัง ไม่ตายนะ อาจจะอยู่ในห้องพิเศษของโรงบาลก็ได้


'แต่ . . . ขยับไม่ได้เลย ก็แหงละ หัวฟาดเข้าที่หิน แถมหลังยังกระแทกเข้ากับขอบฟุ๊ตบาท แค่รอดนี่ก็โชคดีแค่ไหนแลัวนะ แต่ลืมตาไม่ขึ้นแหะ รึว่าผมลืมตาอยู่แล้วกันนะ ? ที่นี่มันมืดมากเลยแหะ'


"ว่าไง เจอกันอีกแล้วนะ"


'คุณคือ คนที่เจอกันในฝัน คุณเป็นใครกัน . . . พระเจ้าเหรอ ?'


"ไม่ใช่ ตัวตนสิ่งที่เรียกว่าพระเจ้าไม่มีอยู่จริงหรอก ถ้าเกิมมีขึ้น 'สมดุล' ของจักรวาลได้ป่นปี้กันหมดแน่ ส่วนที่ว่าฉันเป็นใคร ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ มันยังไม่ถึง 'เวลา' ที่เธอควรรู้ เอาละ ตอบคำถามของฉันมาก่อนสิ . . . "


" 'ความตาย' มันคือ อะไรกันนะ"


'อืมม… คงจะมืดมิด หนาวเหน็บ โดดเดี่ยวแล้วก็เหงาสุดๆไปเลยละมั้งนะ'


"เห๋ งั้นฉันก็ตายเหมือนกันหนะสิ"


'คุณหนะยังไม่ตายหรอก เพราะอย่างน้อยตอนนี้ผมก็คุยเป็นเพื่อนคุณได้นะ ตอนนี้ผมก็ไม่รู้จะทำอะไรด้วยสิ จะคุยด้วยจนกว่าจะเบื่อผมไปเลย'


". . . . . อุ ฮะ ฮ่าๆๆๆ"


'เอ่อคือผมตอบผิดงั้นเหรอ ?'


"ไม่เลยๆ กลับกันฉันชอบคำตอบนี้ดีนะ ไม่โดดเดี่ยวงั้นเหรอ"


จู่ๆผมก็ได้ยินเสียงของเข็มนาฬิกาดังขึ้นมา มันก้องกังวาลราวกับอยู่ในหู


"อ่า หมดเวลาแล้วสินะ ขอบคุณนะ ที่คุยเป็นเพื่อนฉัน เอาละ ถึงเวลาของเธอแล้ว ไปสิ"


'นี่คุณรู้อยู่ก่อนแล้วเหรอว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับผม'


"ไม่หรอก โชคชะตาของมนุษย์เปลียนไปตลอดเวลา เหมือนดังฟันเพืองในนาฬิกาที่หมุนตลอดเวลานั้นแหละ แต่ว่าเราอาจจะได้เจอกันอีกก็ได้นะ ฉันคิดแบบนั้นละ"


ไม่นานนักผมก็มองเห็นแสงสีขาว มันเหมือนมีคนเอมาสป๊อทไลท์ฉายไปที่ประที่เปิดทิ้งไว้เลยแหะ ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนจะขยับได้แล้วละ


'ถ้าไปที่แสงนั้นผมจะเจอกับอะไรเหรอ '


"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่โชคชตาของเธอยังไม่หยุดเดิน เพราะฉนัน ปลายทางของมันคือคำตอบของเธอ ไปสิ"


จริงด้วยสิ ก่อนไปต้องบอกลาก่อนสินะ ตามมารยาท


"ฉันไม่ชอบคำนั้นเลย ถ้าหากเรายังไม่ได้จากกันชั่วนิรันต์"


อะอ่า คุณอ่านใจได้เหรอเนี้ย งั้นเป็นคำนั้นละกันนะ


'แล้วพบกันใหม่นะครับ'


จากนั้นผมก็ขยับเข้าไปที่แสงนั้น


"ขอคุณมากนะแล้วก็ ไว้พบกันใหม่ละ"



: E- ND                                    

                                    Before:One (ก่อน หนึ่ง)

                         วันที่ฉัน นั้น ร่วงหล่น . . .


------------------------


[บ่นปานกลาง]

โอัวตอนนี้ ตี 2 แล้วเหรอ ผู้อ่านทุกท่านอย่านอนดึกกันละ สำหรับตอนนี้ ตอนที่ 0 ถามว่าอ่าวทำอะไรกับตอนเก่าเหรอ ก็ปรับแก้คำบางคำ แล้วก็ลบส่วนที่ไม่ค่อยดีออกแล้วปรับแก้เนื้อหาใหม่นิดหน่อ ถามว่าถ้าไม่กลับมาอ่านอีกรอบจะเป็นไรไหม ไม่เลย ใช่ไใเลย เพราะนี่เป็นการรีใหม่เพื่อนเปลีบนอารมย์นิดหน่อยกับเนื้อหาเล็กๆน้อยๆเพื่อปูทางไปสู่ความสามารถใหม่ ของใครนั้น ทุกท่านที่เคยอ่านมาแล้วน่าจะรู้กันดี เอาละ ขอให้สนุกกับโลกใบใหม่ แล้วเจอกันใหม่ใน ACT3 ตอนที่ 3 นะงับ บุ้ยบุย


*ท่านที่อ่านใหม่ก็ไม่ต้องกลัวโดนสปอยน้อ เพราะเนื้อหาข้างล่างนี้ต้องอ่านระดับหนึ่งก่อน ถึงจะรู้ว่าโดนสปอยนะ ถถถถถ




















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #54 ShoujoAi (@AnimeInLife) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 12:21

    อู้ววงานดี
    #54
    0